เลวานคัมแบ็ก! บาเยิร์นชุดใหญ่ยกทัพลุยบีเลเฟลด์เล็งขึ้นฝูง

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เพิ่งลุยภารกิจบอลถ้วยมา เกมนี้กลับมาสู่เส้นทางป้องกันแชมป์ลีก จัด โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยืนหอกนำบุกถิ่น บีเลเฟลด์ น้องใหม่ที่ผลงานไม่แน่นอน ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563

ปรีวิวบุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563
บีเลเฟลด์ (10) – บาเยิร์น มิวนิค (4)
เวลา : 23.30 น.
สนาม : ชูโก้ อารีน่า

น้องใหม่ บีเลเฟลด์ ของเทรนเนอร์ อูเว่ นอยเฮาส์ ที่ขึ้นชั้นฐานะแชมป์ลีกา 2 ผลงานล่าสุดในลีกสูงสุด บุกเสมอ แฟร้งเฟิร์ต 1-1 ชนะโคโลญจน์ 1-0 แพ้เบรเมน 0-1

สภาพทีมชวดใช้งาน นาธาน เด เมดิน่า (เข่า) และ อันเดรียส โฟกล์ชามเมอร์ (กระดูกเท้า) ทั้งคู่ ส่วน อาร์เน่ ไมเออร์ ที่ยืมมาจากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ต้องรอเช็กความฟิต โดยการจัดทัพยึดระบบ 4-3-3 ต่อไป แดนกลางให้ ริคสึ โดอัน ปั้นเกมร่วมกับ มาร์เชล ฮาร์เพิ่ล สามประสานแนวรุกจัด เซบิโอ ซูกู ฟาเบียน โคลส และ เซร์คิโอ คอร์โดบา คอยเข้าทำประตู

ด้านทัพ "เสือใต้" ของ ฮันซี่ ฟลิค ที่สร้างความยิ่งใหญ่ผงาดคว้า 5 แชมป์แบบฤดูกาลเดียว เพิ่งอัดชนะ ดือเรน 3-0 ศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบแรก เมื่อวันพฤหัส สภาพทีมแข้งที่ยังชวดใช้งานคือ ด็องกี่ย์ เนียงซู (กล้ามเนื้อ) กับ ลีรอย ซาเน่ (เข่า) ทั้งคู่

ฟลิคจะกลับมาใช้แข้งชุดใหญ่เต็มสูบ คู่เซ็นเตอร์ใช้ ดาวิด อลาบา ยืนคู่ นิคลาส ซือเล่ แนวรุกสามประสาน โธผมัส มุลเลอร์ เลออน โกเร็ทซ์ก้า คอยปั้นเกม และมี แซร์จ นาบรี้ กับ คิงส์เล่ย์ โกมัน คอยลากเลื้อย แดนหน้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ประจำการ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บีเลเฟลด์ (4-1-2-3): สเตฟาน ออร์เตก้า,เซดริก บรุนเนอร์,มิเค่ ฟาน เดอร์ ฮอร์น,อามอส พีเพอร์,อันเดอร์ลสัน ลูโคกี,มาร์เชล ฮาร์เพิ่ล,ริคสึ โดอัน,เซบิโอ ซูกู ,ฟาเบียน โคลส,เซร์คิโอ คอร์โดบา

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,เบนฌาแม็ง ปาวาร์,นิคลาส ซือเล่,ดาวิด อลาบา,ลูกัส แอร์กน็องเดซ,โกร็องแต็ง โตลิสโซ่,โยชัว คิมมิช,แซร์จ นาบรี้,เลออน โกเร็ทซ์ก้า,คิงส์เล่ย์ โกมัน,โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เล่นดีขนาดนี้!โซลชาโวแมนยูสมควรโค่นเปแอสเช

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่น "ปีศาจแดง" คู่ควรกับชัยชนะ หลังบุกสอย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงบ้าน 2-1 พร้อมชูสองแข้งที่ฟอร์มแจ่มมากๆ ในเกมนี้
     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า ทีมตนเล่นได้ดีมากๆ และสมควรเป็นฝ่ายได้ชัยชนะแล้ว หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" บุกไปพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมเมืองน้ำหอม 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     แม้ก่อนเกมถูกมองเป็นรอง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถทำประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส (ยิงพลาดครั้งแรก แต่ผู้ตัดสินให้ยิงรอบสอง เพราะ เกย์ลอร์ นาวาส นายทวาร เปแอสเช กระโดดออกมานอกเส้นก่อน)

     อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 55 เปแอสเช ตามตีเสมอได้จากการโหม่งเข้าประตูตัวเองของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซึ่งเกมทำท่าจะจบลงด้วยการแบ่งคะแนนกันไป แต่นาทีที่ 87 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูชัย 2-1 จากการยิงสุดเฉียบของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

     "มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากครั้งก่อนที่เรามาคว้าชัยชนะที่นี่ (แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง เมื่อซีซั่น 2018/19) เพราะเกมนี้คือเกมนัดแรกของรองแบ่งกลุ่ม แต่เราก็ยังสามารถเอาชนะทีมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ได้"

     "ครั้งก่อนเป็นเกมรอบน็อกเอาต์ และมันเป็นชัยชนะที่สะใจมาก ส่วนครั้งนี้จืดๆ ไปหน่อย เพราะไม่มีแฟนบอล แต่มันก็ยังเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเราก็คู่ควรแล้วกับชัยชนะครั้งนี้ เมื่อคุณออกมาเจอกับทีมที่มีนักเตะอย่าง เนย์มาร์ และ (คีลิยัน) เอ็มบัปเป้ คุณจำเป็นต้องเล่นเกมรับให้ดี และผู้รักษาประตูของคุณก็ต้องเซฟเยอะด้วย"

     "อักเซล ตวนเซเบ้ เป็นกองหลังที่เก่งมากๆ และนี่คือการลงเล่นครั้งแรกของเขาในรอบ 10 เดือน ซึ่งถือเป็นการทดสอบคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี ส่วน บรูโน่ ยิงจุดโทษพลาดมาสองเกมติด (รวมถึงเกมลีกที่บุกต้อน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา) แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะรับหน้าที่เป็นคนยิงต่อ ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงสมาธิและแคแรคเตอร์ที่สุดยอดของเขา" โซลชา เปิดใจหลังเกม

เชลซีรุกเต็มสูบ! “แวร์เนอร์-ฮาแวร์ทซ์” ผนึกล่า,เซบีย่าลุ้น “เดอ ยอง” โป้งสู้ศึก ชปล.

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมจัดแผงแนวรุกเต็มอัตราโดย ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ยังคงพร้อมลงผนึกคมแข้งล่าตาข่ายเกมรับ เซบีย่า ที่มี ลุค เดอ ยอง ลงขุดสกอร์สู้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี) วันอังคารที่ 20 ต.ค. ศกนี้  (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
(รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี)
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
เชลซี (อังกฤษ)    –    เซบีย่า (สเปน)


สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

     เชลซีเพิ่งเปิดบ้านเสมอกับเซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 ในเกมลีกนัดล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมทำให้ 4 นัดที่ผ่านมา สิงห์บลูส์คว้าชัยได้เพียงแค่เกมเดียว

     ความพร้อมของเจ้าบ้าน แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวอังกฤษ จะยังไม่สามารถใช้งาน เอดูอาร์ เมนดี้ ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาระหว่างไปเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมชาติเซเนกัล ทำให้นายใหญ่วัย 42 ปี คงจะต้องใช้งาน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ที่เพิ่งโชว์เหวอในเกมสัปดาห์ที่ผ่านมาเฝ้าเสาต่อไป เช่นเดียวกันกับ บิลลี่ กิลมอร์ ห้องเครื่องอนาคตไกล ที่กำลังพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยงบริเวณหัวเข่า 

     ถึงแม้ว่าอดีตผู้จัดการทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ได้รับข่าวดีคือ ฮาคิม ซิเย็ค และ คริสเตียน พูลิซิช สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมแล้วทำให้แลมพาร์ดจะมีตัวเลือกในแนวรุกเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่า ซิเย็คคงจะต้องนั่งรอโอกาสอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรองไปก่อน ส่วน พูลิซิชที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมกับนักบุญแดนใต้ และ เมสัน เมาน์ท จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อไปในเกมนี้ ขณะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จะได้พักเพื่อเก็บความสดเอาไว้เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์หน้า ทำให้ มาเตโอ โควาซิช จะได้บัญชาแดนกลาง 

     ในเกมรับ ติอาโก้ ซิลวา จะกลับมาคุมแผงหลังโดยจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า หลังจากที่ อดีตเซนเตอร์แบ็ก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้พักในเกมที่แล้ว เช่นเดียวกันกับ รีซ เจมส์ ที่จะได้กลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็กขวา เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

     ทั้งนี้ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าเป็นโอกาสของ ติโม แวร์เนอร์ ที่เพิ่งประเดิมประตูแรกในสีเสื้อสิงห์บลูส์ในเกมก่อนหน้านี้จะได้ค้ำแดนหน้าต่อไป 

     เซบีย่าบุกไปพ่ายให้กับกรานาด้า 0-1 ในเกมลีกนัดที่ผ่านมา ทำให้ทีมเยือนไม่ชนะใครมา 2 นัดติดต่อกันแล้ว 

     จูเลน โลเปเตกี ผู้จัดการทีมชาวสเปน จะยังไม่มี ชูลส์ กูนเด้ ที่มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวกในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้นายใหญ่ฝีมือดี เตรียมส่ง คาริม เรกิก ประเดิมสนามในเกมนี้ โดยจะคุมแดนหลังคู่กับ ดีเอโก้ คาร์ลอส ถึงแม้ว่า เซร์จี้ โกเมซ เพิ่งได้รับโอกาสลงสนามในเกมกับกรานาด้าก็ตาม ขณะที่แบ็กซ้าย-ขวาอย่าง มาร์กอส อากุนญ่า และ เฆซุส นาบาส ตามลำดับ ขณะที่ โจน จอร์ดาน ก็จะลงเล่นได้ตามปกติ เพราะใบแดงที่โดนในเกมลีกไม่มีผลกับรายการนี้

     ส่วนในแดนหน้า ลุค เดอ ยอง และ ลูคัส โอคัมโปส จะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากที่ได้พักในเกมลีกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

     เชลซี (4-2-3-1) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่ – เมสัน เมาน์ท, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช – ติโม แวร์เนอร์ 
     ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด 

     เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, คาริม เรกิก, ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อากุนญ่า – อิวาน ราคิติช, แฟร์นานโด, โจน จอร์ดาน – ลูคัส โอคัมโปส, ลุค เดอ ยอง, ซูโซ่
     ผู้จัดกาารทีม : จูเลน โลเปเตกี

บรูโน่แก้ตัว! แรชฟอร์ดยิง1จ่าย2-แมนยูพับสนามบุกถลุงนิวคาสเซิ่ล

"ปีศาจแดง" คว้าชัยชนะนัดที่สองของซีซั่นได้สำเร็จ หลังบุกไปถล่ม นิวคาสเซิ่ล ถึงบ้าน 4-1 เกมนี้แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงจุดโทษไม่เข้า แต่มาแก้ตัวซัดท้ายเกม ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่จ่ายไปสอง ซัดปิดกล่องให้ทีมบุกมาซิวสามแต้มมีเพิ่มเป็น 6 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ส่วน "สาลิกาดง" รั้งอยู่ที่ 11 มี 7 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
สนาม : สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยผลงานล่าสุดของทั้งคุ่นั้น "สาลิกาดง" เล่นในบ้านไล่ต้อน เบิร์นลี่ย์ 3-1 ขณะที่ "ผีแดง" ผลงานสุดแย่พ่านคาบ้านเละเทะให้สเปอร์ส 1-6

    เกมนี้ สตีฟ บรูซ จัดชุดเก่งมารบนำโดยสองคู่หน้าอย่าง โชลินตอน และ คัลลั่ม วิลสัน ส่วนทางฝั่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งจากเกมพ่าย "ไก่เดือยทอง" คู่กลางใช้ เฟร็ด กับแม็คโทมิเน่ย์ โดยมาต้า และดาเนี่ยล เจมส์ ริมเส้นส่วนบรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เจ้าถิ่น "สาลิกาดง" ทะยานออกนำ "ผีแดง" 1-0 อย่างรวดเร็ว บอลสวนกลับมาถึง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ดึงจังหวะก่อนไหลเข้ากลางให้ จอนโจ เชลวี่ย์ ก่อนอดีตแข้งหงส์แดงจะไหลออกขวาให้ เอมิล คราฟธ์ แบ็กขวาเติมขึ้นมาแล้วครอสไปแฉลบขา ลุค ชอร์ ส่งบอลเข้าประตูตัวเอง

    นาที 14 "ผีแดง" ได้ลุ้นตีเสมอบ้างหลัง แดเนียล เจมส์ ไหลเข้ากลางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กดด้วยขวากลางประตูแต่บอลไปติดบล็อค  เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ออกหลัง

    นาที 19 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นกับ มาต้า ก่อนที่บอลจะมาถึง บรูโน่ จะปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ทว่าผู้ตัดสินได้สัญญาณจาก VAR ปฎิเสธไม่ให้ประตูตีเสมอหลัง มาต้า ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนทำให้ชวดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย สกอร์ยังเป็นเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

    นาที 22 นิวคาสเซิ่ล ลุยขึ้นมาทางขวา จามาล ลูอิส ครอสเร็วไปในกรอบให้ จอนโจ เชลวีย์ วอลเลย์แต่จังหวะยิงหลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือ เด เคอา

    จากนั้นนาทีเดียวต่อมา ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาเร็ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลออกซ้ายให้ ฆวน มาต้า ซัดเต็มแรงเสาแรกแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ ทุบออกหลังเป็นลูกเตะมุม

    นาที 23 ต่อเนื่องจากลูกคอนเนอร์ มาต้า เปิดด้วยซ้ายจากมุมธงมากลางประตูให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวเอาชนะแนวรับสาลิกาก่อนโขกบอลเต็มแรงลงพื้นหนีมือ ดาร์โลว์ เสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "สาลิกาดง" เกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ลากตัดเข้ากลางแล้ววตะบันด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งจน ดาบิด เด เคอา ต้องพุ่งปัดออกปัด และจากจังหวะพุ่งมาเซฟนั้นแขนขวาไปเกี่ยวกับตาข่ายก่อนที่จะหัวไหล่จะหล่นลงพื้นทำให้ต้องปฐมพยาบาล ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

    นาที 36 "ผีแดง" หวิดได้เฮเช่นกันบอลขึ้นมาทางขวาให้ อารอน วาน-บิสซาก้า ก่อนที่อดีตฟูลแบ็กของพาเลซจะพยายามครอสไปหน้าประตู ทว่าเปิดผิดเหลี่ยมบอลพุ่งเกือบจะเสียบมุมสามเหลี่ยมจน คาร์ล ดาร์โลว์ ต้องถอยหลังพุ่งปัดออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 "ผีแดง" เกือบได้ลุ้นแซงนำ หลัง แม็คโทมิเนย์ ผ่านบอลต่อให้ ดาเนี่ยล เจมส์ พาบอลเข้าไปซัดแต่จังหวะยิงเบาไปก่อนที่จะไปเข้ามือ คาร์ล ดาร์โลว์

    จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

    ครึ่งหลัง นาที 49  สตีฟ บรูซ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ไอแซค เฮย์เด้น มีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ฟาเบียน ชาร์ ลงมาเล่นแทน

    อีก 2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านเกือบชิงขึ้นนำไปก่อน หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ป่วนแนวรับโชว์สเต็ปโยกหลอก แม็คโทมิเนย์ ก่อนตักมาในกรอบ 6 หลาให้ คัลลั่ม วิลสัน กระโดดมาถีบบอลกำลังจะเข้าอยู่แล้ว แต่เจอ ดาบิด เค เคอา พุ่งปัดปลายมือออกไปอย่างเหลือเชื่อ

    กระนั้น นาที 55 เคร็ก พาวสัน ได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR หลังมีเหตุการณ์ในกรอบเขตโทษจากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลากบอลเข้ามาก่อนโดน จามาล ลูอิส เข้าไปเปิดปุ่มย้ำใส่ที่ข้อเท้า ผู้ตัดสินวิ่งมาไปดูจอที่ข้างสนามก่อนที่จะวิ่งมาชี้ให้จุดโทษแก่ "ปีศาจแดง" ทว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มือสังหารกลับยิงไม่ดีเมื่อซัดไปติดมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ ที่พุ่งถูกทางปัดออกไปได้ สกอร์ยังเสมอกันที่ 1-1 เหมือนเดิม

    นาที 62 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้โอกาสส่องแถวสองบ้างแต่จังหวะนี้ดันยิงเบาไปบอลเลยพุ่งเข้าซอง คาร์ล ดาร์โลว์ รับไว้ได้สบาย

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนตัวคนแรก ในนาที 69 ถอด เฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปปั้นเกม

    ผีแดงโอกาสครึ่งหลังมีเพียบ นาทีที่ 80 เกือบได้ลุ้นขึ้นนำอีกจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลากขึ้นมาก่อนซัดแถวสองบอลพุ่งถากเสาออกไป

    กระนั้น นาที 86 ความพยายามของ "ผีแดง" มาประสบความสำเร็จ บอลโต้กลับเร็ว มาต้า วางบอลมาซ้ายให้ แรชฟอร์ด ก่อนที่จะไขว้จ่ายให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่วิ่งอ้อมมาข้างหลังหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปปั่นหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกนำ 2-1

    จากนั้น นาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูที่สามจากจังหวะ ที่ อารอน วาน-บิสซาก้า กระชากบอลขึ้นมาก่อนจะเล่นชิ่งกับ แรชฟอร์ด แล้วเข้าไปซัดผ่านมือ ดาร์โลว์ เข้าไปให้ทีมเยือนบุกมานำห่าง 3-1

    เท่านั้นไม่พอลูกทีมของ โซลชา มาได้ประตูปิดท้ายในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+6 คราวนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงไม่เหลือ จบเกม  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1 คว้าชัยเป็นเกมที่ 2 ของซีซั่น

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม   

        นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-4-2) : คาร์ล ดาร์โลว์ – เอมิล คราฟธ์, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลูอิส – เจฟฟ์ เฮนดริค, จอนโจ เชลวี่ย์, ไอแซค เฮย์เด้น, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – โชลินตอน, คัลลั่ม วิลสัน

        ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

        แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

อิบราจัดสอง! มิลานของจริงอัดอินเตอร์ผงาดรั้งฝูงลีก

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลับมายินตัวจริงเกมลีก ซัดคนเดียวสองลูกพา "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน แกร่งกล้าเชือด "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน 2-1 ขึ้นรั้งจ่าฝูงลีกเวลานี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
สนาม : จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ผลงานในลีกสามเกมแรกสุดยอด ชนะมารวด อันโตนิโอ ตอนเต้ นายใหญ่เจ้าบ้านนัดนี้ ขาดผู้เล่นหลายคนทั้งติดโทษแบน บาดเจ็บ และกักตัวโควิด แนวรุกใช้ "ลูกากู-เลาตาโร่" ทะลวงตาข่าย "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ที่ทำได้ดีสามนัดแรกเช่นกัน สเตฟาโน่ ปิโอลี่ โค้ชของทีม จัดผู้เล่นแบบฟูลทีม มี "ซลาตัน อิบราฮิโมวิช" หายจากโควิดกลับมาเป็นตัวจริงเกมลีก

มิลานนำได้นาทีที่ 11 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ไล่ตามประกบตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แล้วไปรวบทำหัวหอกสวีดีชล้มลงไป กรรมการชี้ลูกจุดโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ขอยิงเองซัดไปจังหวะแรกติดเซฟก่อนตามซ้ำเข้าไป

ต่อมานาทีที่ 16 ราฟาเอล เลเอา กระชากบอลมาทางซ้าย หนี ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ครอสบอลข้ามเขตโทษ 6 หลา ทางขวา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช วิ่งมาตั้งหน้าเท้าแปผ่านมือ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายทวารงูใหญ่ซุกก้นตาข่าย

งูใหญ่ไล่มานาทีที่ 29 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ลากบอกมาถึงหน้ากรอบเขตโทษไหลบอลให้ อีวาน เปริซิซ หลุดไปตบเข้ากลางบอลมาถึง โรเมลู ลูกากู ซัดตรงเขตโทษ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย

เจ้าบ้านบุกอีกนาทีที่ 32 นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลฝากไว้ที่ โรเมลู ลูกากู ก่อนเจ้าตัววิ่งมารับบอลแล้วยิงปั่นเข้าหากรอบประตูหน้ากรอบเขตโทษ แต่ว่าบอลไม่ห่างตัวมือกาวคู่แข่งรับไว้ได้ จบ 45 นาทีแรก เอซี มิลาน นำ 2-1

ผ่านมาถึงนาทีที่ 60 อีวาน เปริซิซ จ่ายบอลย้อนเข้าหน้ากอรบเขตโทษให้ อาร์ตูโร่ วิดาล หยอดบอลโด่งเข้าไปในเขตโทษประมาฯ 7 หลา อาชราฟ ฮาคิมี่ สปีดมาทิ้งตัวโหม่งบอลกนะเด้งเฉียดหน้าปากประตูออกไปแบบได้ลุ้น

อินเตอร์ยังสู้นาทีที่ 72 อีวาน เปริซิซ โยนบอลจ่กริมสนามทางซ้าย บอลลอยมาในเขตโทษ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กระโดดเบียดแนวรับมิลานโหม่งแต่บอลทิศทางออกหลังไปแทน

เกมมาถึงนาทีที่ 73 อาร์ตูโร่ วิดาล ส่งบอลขึ้นหน้ามาให้ คริสเตียน อีริคเซ่นส์ จ่ายเร็วบอลไปถูกตัว ซิม่อน เคียร์ กระดอนเข้าทาง โรเมลู ลูกากู หลุดเข้าในเขตโทษแตะบอลหลบ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารมิลานแล้วล้มลง กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์แล้วเมินจุดโทษแก่งูใหญ่ เพราะมองว่ามือกาวทีมเยือนชักมือกลับก่อนหัวหอกร่างยักษ์ล้ม จบเกม เอซี มิลาน บุกชนะ อินเตอร์ มิลาน 2-1 ขึ้นรั้งจ่าฝูงลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2): ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช,ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ,สเตฟาน เดอ ฟราย,อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ,อาชราฟ ฮาคิมี่,นิโกโล่ บาเรลล่า,มาร์เซโล่ โบรโซวิช (คริสเตียน อีริคเซ่นส์ น.68),อาร์ตูโร่ วิดาล (อเล็กซิส ซานเชซ น.84),อีวาน เปริซิซ,โรเมลู ลูกากู ,เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

เอซี มิลาน (4-2-3-1): จานลุยจิ ดอนนารุมม่า,ดาวิเด้ คาลาเบรีย,ซิม่อน เคียร์,อเลสซิโอ โรมันโยลี่,เตโอ แอร็กน็องเดซ,อิลมาแอล เบนนาเซอร์,ฟร้องค์ เกสซีเย่ (ซานโดร โตนาลี น.87),อเล็กซิส ซาเลมัคเกอร์ (ซามูเอล กาสเตเยโฆ่ น.62),ฮาคาน ชาลาโนกลู,ราฟาเอล เลเอา (ราเด้ ครูนิช น.62),ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ไร้โด้-ยูเวนตุสขาดเพียบ! “เคียซ่า-แบร์นาร์เดสคี่” นำทัพบุกรังเคียฟ ชปล.

อันเดรีย ปีรร์โล่ ปวดหัวกับสภาพทีมในรายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และเวสตัน แม็คเคนนี่ ต่างโดนกักตัวหลังติดเชื้อโควิด-19 เกมนี้วาง เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ปั้นเกมโดยมี อัลบาโร่ โมราต้า และเฟเดริโก้ เคียซ่า ล่าตาข่าย ในเกมบุกไปเยือน ดินาโม เคียฟ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี คืนวันอังคารที่ 20 ตุลาคม นี้

ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม จี 
ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) – ยูเวนตุส (อิตาลี)    
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม  2563  เวลา : 23.55  น.
สนาม : เอ็นเอสเ โอลิมปิสกี้ 

สภาพทีมทั่วไป

 

ดินาโม เคียฟ

    ดินาโม เคียฟ รองแชมป์ลีกพ่วงแชมป์บอลถ้วยยูเครนฤดูกาลล่าสุด ตีตั๋วสู่รอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะรวดเหนือ อาแซด ในรอบคัดเลือก และ เกนท์ ในรอบเพลย์ออฟแบบเหย้า-เยือน

    สภาพขุมกำลังจัดว่า มีร์เชีย ลูเชสคู โค้ชจอมเก๋าชาวโรมาเนีย มีรขุมกำลังครบมือให้เลือกใช้งานขาดแค่ มิกิต้า บูร์ด้า กองหลังที่เจ็ยอยู่ก่อนแล้ว

     ในแนวรุกชั่งใจเลือกระหว่าง แกร์ซอน โรดริเกส ปีกลักเซมเบิร์กเชื้อสายโปรตุกีส หรือ วิคตอร์ ซิกันคอฟ ออกสตาร์ทร่วมกับ มิโกล่า ชาปาเรนโก้ และ การ์ลอส เด เปน่า

    หน้าเป้ายังคงเป็น วลาดิสลาฟ ซูเพรียก้า เช่นเดียวกับคู่กลาง วิตาลี บูยัลสกี้, เซอร์เก ซิดอร์ชุค ตลอดจนแบ็กโฟร์ทั้ง โทมัส เคนโชร่า, อิลีย่า ซาบาร์นี่, วิตาลี มิโคเลนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ ปักหลักอยู่ข้างหน้า จอร์จี้ บุชชาน

ยูเวนตุส

    ด้านทัพม้าลาย แชมป์เซเรีย อา 9 ปีซ้อน ภายใต้บังเหียนโค้ชหนุ่ม อันเดรีย ปีรร์โล่ เพิ่งทำผลงานน่าผิดหวังได้แค่บุกตีเสมอทีมน้องใหม่ โครโตเน่ 1-1

    ความพร้อมล่าสุดยังคงไร้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซุป’ตาร์ กับ เวสตัน แม็คเคนนี่ มิดฟิลด์มะกันที่กักตัวติดเชื้อโควิด ขณะที่ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, อเล็กซ์ ซานโดร และ อารอน แรมซี่ย์ ต่างมีปัญหาความฟิต

    แต่ข่าวดีคือ อาเดรียง ราบิโอต์ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสพ้นโทษแบนในลีก พร้อมคืนตัวจริงคู่กับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ ขณะที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกสมาชิกใหม่โดนใบแดงเมื่อสุดสัปดาห์ ทว่าโทษแบนไม่เกี่ยวกัน

   ไหนๆ ก็ถูกพักแข้งในเซเรีย อา จึงเชื่อว่า เคียซ่า จะได้ออกสตาร์ท ปรับตำแหน่งจากวิงแบ็กขึ้นไปแนวรุกเคียงข้าง เดยัน คูลูเซฟสกี้ และ อัลบาโร่ โมราต้า ฮีโร่เซฟแต้มเกมเมื่อวันเสาร์ เท่ากับว่า เปาโล ดีบาล่า ยังคงถูกหมางเมิน นั่งสำรองต่อไป

    นอกจากนี้ ฮวน กวาดราโด้ วิงแบ็กโคลอมเบีย, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กองหลังกัปตันทีม และ วอยเชียค เซสนี่ จอมหนึบทีมชาติโปแลนด์ น่าจะได้คืนตัวจริงอีกครั้ง

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ดินาโม เคียฟ (4-2-3-1) : จอร์จี้ บุชชาน – โทมัส เคนโชร่า, อิลีย่า ซาบาร์นี่, วิตาลี มิโคเลนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ – วิตาลี บูยัลสกี้, เซอร์เก ซิดอร์ชุค – แกร์ซอน โรดริเกส (วิคตอร์ ซิกันคอฟ), มิโกล่า ชาปาเรนโก้, การ์ลอส เด เปน่า – วลา
ดิสลาฟ ซูเพรียก้า

    เทรนเนอร์ : มีร์เชีย ลูเชสคู

    ยูเวนตุส (3-4-3) : วอยเชียค เซสนี่ – ดานีโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ – ฮวน กวาดราโด้, โรดริโก้ เบนตันกูร์, อาเดรียง ราบิโอต์, เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ – เดยัน คูลูเซฟสกี้, อัลบาโร่ โมราต้า, เฟเดริโก้ เคียซ่า

    เทรนเนอร์ : อันเดรีย ปีร์โล่

    ผู้ตัดสิน : โอวิดิอู ฮาเตกัน (โรมาเนีย)

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

14/11/02        ยูฟ่า ชปล.        ดินาโม เคียฟ 1-2 ยูเวนตุส
25/09/02        ยูฟ่า ชปล.         ยูเวนตุส 5-0 ดินาโม เคียฟ 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ดินาโม เคียฟ 

17/10/20 ชนะ รุคห์ วินนีกี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
04/10/20 เสมอ ซอร์ยา 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก 
30/09/20 ชนะ เกนท์ 3-0 (เหย้า) ยูฟ่า ชปล.
26/09/20 ชนะ มินาย 4-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
24/09/20 ชนะ เกนท์ 2-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.

ยูเวนตุส
17/10/20 เสมอ โครโตเน่ 1-1  (เยือน) เซเรีย อา 
05/10/20 ชนะ นาโปลี 3-0 (เหย้า) เซเรีย อา
28/09/20 เสมอ โรม่า 2-2 (เยือน) เซเรีย อา
21/09/20 ชนะ ซามพ์โดเรีย 3-0 (เหย้า) เซเรีย อา
13/08/20 ชนะ โนวาร่า 5-0 (เหย้า) กระชับมิตร

 

ลิเวอร์พูลลุ้นแซงนำฝูง! “โชต้า” ลงตัวจริงซัด,วิลล่าจัด “กรีลิช” ตะบันสู้

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เน้นหนักหวังเก็บชัยเพื่อโอกาสแซงขึ้นตำแหน่งจ่าฝูงโดย ดิโอโก้ โชต้า จะได้ลงตัวจริงปิดสกอร์เกมบุกถิ่น "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ที่มี แจ็ค กรีลิช ดาวยิงตัวเก่งพร้อมลั่นไก  ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด :  True Premier HD1 (เวลา : 01.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
แอสตัน วิลล่า   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด
 :  True Premier HD1 (เวลา : 01.15 น.)


สนาม : วิลล่า พาร์ค 

    ดีน สมิธ กุนซือวิลล่า นัดล่าสุดพาทีมพลาดท่าแพ้ สโต๊ค ซิตี้ ในเกมคาราบาว คัพ มา 1-0 แต่เกมในลีก ถือว่าฟอร์มดีสุดๆ แข่ง 2 นัดชนะ 2 นัด เก็บ 6 คะแนนเต็ม โดยล่าสุดบุกไปชนะฟูแล่มมาได้ถึง 3-0 

    ความพร้อมในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี ทอม ฮีตัน, บียอร์น เอ็นเกลส์ และ เวสลี่ย์ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนตัวอื่นๆ ยังอยู่กันครบ ไทโรน มิงส์ ยืมคุมเกมรับ โดยมี  ดั๊กลาส ลุยซ์ คุมจังหวะเกมในแดนกลาง มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์ และ แจ็ค กรีลิช จะเป็น 3 ประสานในแดนหน้า

    ทางฝั่งลิเวอร์พูลนัดล่าสุดลงเล่นในเกม คาราบาว คัพ แพ้จุดโทษอาร์เซน่อลตกรอบ แต่ฟอร์มในลีก ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมโดยแข่ง 3 นัด ชนะรวด

    เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จะหมดสิทธิใช้งาน โฌแอล มาติป, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และล่าสุด คอสตาส ซิมิกาส ที่มีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมจะลงช่วยทีมในนัดนี้ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ซาดิโอ มาเน่ ที่ติดเชื้อโควิด-19  

    โดยในเกมนี้คาดว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม จะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมามีชื่ออยู่ในทีม แต่จะออกสตาร์ตเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ

    นำมาโดย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คุมแนวรับ ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ นาบี เกอิต้า เดินเกมในแดนกลาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดีโอโก้ โชต้า เป็น 3 ประสานแนวรุก

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอสตัน วิลล่า (4-3-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ-แม็ตตี้ แคช, เอซรี่ คอนซ่า, ไทโรน มิงส์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ – คอเนอร์ ฮูริแฮน, ดั๊กลาส ลุยซ์, จอห์น แม็คกินน์ – มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์, แจ็ค กรีลิช 
    ผู้จัดการทีม : ดีน สมิธ
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ดิโอโก้ โชต้า 
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

05/07/20    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล 2 – 0 แอสตัน วิลล่า 
18/12/19    ลีก คัพแอสตัน วิลล่า 5 – 0 ลิเวอร์พูล 
02/11/19    พรีเมียร์ลีกแอสตัน วิลล่า 1 – 2 ลิเวอร์พูล 
14/02/16    พรีเมียร์ลีกแอสตัน วิลล่า 0 – 6 ลิเวอร์พูล 
26/09/15    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล 3 – 2 แอสตัน วิลล่า 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แอสตัน วิลล่า

01/10/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-1 (เหย้า) ลีก คัพ
28/09/20 ชนะ ฟูแล่ม 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ บริสตอล ซิตี้ 3-0 (เยือน) ลีก คัพ 
22/09/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/09/20 ชนะ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 3-1 (เยือน) ลีก คัพ 

ลิเวอร์พูล
01/10/20 เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 (เหย้า) ลีก คัพ
28/09/20 ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ ลินคอล์น 7-2 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

ลิเวอร์พูลงานเข้า!มาเน่ติดเชื้อไวรัส”โควิด-19″

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เจอเรื่องชวนปวดหัวอีกแล้ว เพราะล่าสุด ซาดิโอ มาเน่ เป็นอีกคนที่ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ทำให้พลาดลงเตะในเกมกับ แอสตัน วิลล่า สุดสัปดาห์นี้แน่นอน

ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนสำคัญของทีม ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" และตอนนี้ได้เข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 10 วันเรียบร้อย

ตามรายงานระบุว่า มาเน่ ซึ่งสตาร์ทเป็นตัวจริงและทำได้ 1 ประตู ในเกมลีกนัดบิ๊กแมตช์ที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ อัด อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน มีแสดงอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ออกมาให้เห็น แต่เป็นเพียงเล็กน้อย และสุขภาพร่างกายโดยรวมยังคงอยู่ในขั้นที่ดี

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า มาเน่ จะไม่ได้ช่วย ลิเวอร์พูล ในเกมบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยเกมแรกของ "หงส์แดง" หลังผ่านพ้นช่วงพักเบรกเกมทีมชาติ คือการบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมือง ที่ กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ซึ่งคาดว่า ดาวเตะชาวเซเนกัลวัย 28 ปี น่าจะกลับมาช่วยทีมได้ หากผลตรวจรอบสองไม่ออกมาเป็นบวก

ทั้งนี้ มาเน่ ถือเป็นนักเตะ "หงส์แดง" รายที่สาม ที่ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ต่อจาก คอสตาส ซิมิคาส และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่เพิ่งยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

คนเหนือเซียน!หนุ่มอังกฤษทายบอลแม่นเหลือเชื่อ

เกาจิ้งยังต้องหลบให้! เผยโฉมหน้าหนุ่มใหญ่ชาวเมืองผู้ดี ที่ทำนายผลบอลได้อย่างแม่นยำทั้งสกอร์และคนทำประตู ทำให้เพิ่งฟันเงินกว่า 850,000 บาท หลัง 2 ปีก่อนก็เคยทุบเดิมพัน 700 ต่อมาแล้ว
     เวย์น โจนส์ หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ ที่เป็นแฟนบอลตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเป็นที่กล่าวขานในแดนผู้ดี หลังวางเดิมพันกับ เบตเฟรด บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายแล้วผลออกมาอย่างแม่นยำ ตามรายงานจาก เดลี่ สตาร์ เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    โจนส์ วัย 61 ปี เพิ่งได้เงิน 21,420 ปอนด์ (ประมาณ 856,800 บาท) หลังจากวางเดิมพันไป 20 ปอนด์ (ประมาณ 800 บาท) ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ ลิเวอร์พูล พบกับ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา

    หนุ่มใหญ่ผู้ดี แทงว่า อเล็กซ็องดร์ ลากาแซตต์ กองหน้า อาร์เซน่อล จะทำประตูแรกของเกม และ ลิเวอร์พูล จะชนะด้วยสกอร์ 3-1 โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 125/1 (แทง 1 จ่าย 125 ไม่รวมทุน)

    นอกจากนั้น โจนส์ ยังวางเดิมพันด้วยว่า แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า จะเป็นคนทำประตูแรกในเกมพบ ฟูแล่ม ในราคา 15/2  (แทง 2 จ่าย 15 ไม่รวมทุน) อีกด้วย ก่อนที่ผลจะออกมาอย่างแม่นยำทั้งสองคู่

    ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2018 โจนส์ เคยได้เงินชนะเดิมพัน 7,000 ปอนด์  (ประมาณ 280,000 บาท) มาแล้ว หลังแทงไป 10 ปอนด์ (ประมาณ 400 บาท) ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะบุกไปชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-2 และ คริส สมอลลิ่ง เป็นคนทำประตูชัย ซึ่งมีอัตราต่อรอง 700/1 (แทง 1 จ่าย 700 ไม่รวมทุน)

    โจนส์ เผยถึงการเลือกแทงเกม ลิเวอร์พูล ชนะ อาร์เซน่อล ว่า "แม้ผมจะเป็นแฟนบอลตัวยงของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ผมมองว่า ลิเวอร์พูล จะกลับมาเอาชนะได้แน่แม้โดนนำตั้งแต่ต้นเกมก็ตาม คุณต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล คือแชมเปี้ยน และตอนนี้ก็เหนือกว่า ยูไนเต็ด ไปไกลแล้ว"

หาเหตุผลทีมเจลีก ไม่เลือกใช้ ‘กวินทร์’ และ ‘ธีรศิลป์’

รายแรก ‘ธีรศิลป์ แดงดา’ กองหน้าวัย 32 ปี ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง 2 เกมเจลีกหลังสุด มีกระแสข่าวอย่างหนักว่า สามารถตกลงค่าตัวที่ 24 ล้านบาท พร้อมค่าเหนื่อย 750,000 ต่อเดือน เตรียมเข้ามาเล่นให้กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในช่วงเลกสองไทยลีกฤดูกาล 2020-2021 นี้ เคสนี้ ‘มุ้ย’ ไม่ได้หมดอนาคตของ ‘ชิมิสึ เอส-พัลส์’ แต่ว่าเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเอง

สัญญาของกองหน้าทีมชาติไทยจะหมดลงกับยอดทีมแห่งถิ่นนิฮงไดระ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาล 2021 สอดคล้องกับเจลีกฤดูกาลนี้ไม่มีการตกชั้น ทำให้เราเห็นได้ว่า ‘ปีเตอร์ ชคลามอสกี้’ กุนซือใหญ่ได้ทำการทดลองทีมที่แตกต่างออกไป แม้จะดูเหมือนยังหาความลงตัวไม่ได้จากผลงานที่ย่ำแย่ นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเขายังจะได้ทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าแน่นอน จึงได้ทำการทดลงระบบการเล่นทั้งแผนการเล่น 4-2-3-1 ในช่วงต้นฤดูกาล จนเปลี่ยนมาเป็น 3-5-2 ในปัจจุบัน

กุนซือชาวออสเตรเลียวัย 41 ปี ใช้ผู้รักษาประตู 3 คน , ให้โอกาสผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ลงสนามประเดิมเจลีกฤดูกาลนี้หลายต่อหลายคน , ยกเลิกสัญญายืมตัว มาโกโตะ โอกาซากิ กองหลังวัย 22 ปี ที่ยืมมาจากเอฟซี โตเกียว กลับต้นสังกัด เพราะคงเลือกที่จะไม่ใช้งานแน่นอนในฤดูกาลหน้า เพราะถ้าหากอยากใช้ต่อจริง ก็คงมีสัญญาซื้อขาดไปแล้ว

นั่นหมายความว่าหาก ‘ปีเตอร์’ ไม่ได้มอง ‘มุ้ย’ ในแผนงานการทำทีมฤดูกาลหน้า ที่จะเข้มข้นเพราะระบบการแข่งขันปกติมีการตกชั้นจะกลับมา ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานเพื่อแผนอนาคต การย้ายออกจากทีมไปสู่ทีมไทยลีกที่ลุ้นแชมป์ไทยลีก และพื้นที่ถ้วยเอเชีย นั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

กรณีของ ‘กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์’ ก็เช่นกัน ตั้งลงเล่น 90 นาทีเต็ม 2 เกมในฟุตบอลถ้วย แต่กลับในเกมลีกไม่ได้รับโอกาสลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว ซ้ำร้ายพอ ทาคาโนริ ซูเกโนะ นายทวารตัวจริงวัย 36 ปี ฟอร์มตก ‘ตอง’ กลับไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่ ‘มิไฮโล เปโตรวิช’ เลือกใช้ ‘โคจิโร่ นากาโนะ’ นายทวารวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 2 เมตร ที่ยังเรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยลงเล่นเป็นตัวจริงไปแล้ว 3 เกม

แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของการต้องการผู้รักษาประตูใช้เท้าเพื่อให้เข้ากับสไตล์เจลีกอะไรแล้ว คำถามก็คือสัญญายืมตัวของ ‘กวินทร์’ 2 ฤดูกาล บอร์ดบริหารซัปโปโรมีท่าที่อย่างไรกับสัญญานี้ เพราะหากยังเป็นสัญญายืมตัวอยู่ มันเป็นเหตุผลได้ที่ กุนซือชาวเซอร์เบีย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผู้รักษาประตูในทีมชาติไทย เพราะว่านี่ไม่ใช่การสร้างทีมเพื่อต่อยอดในอนาคต

สถานะของนายทวารวัย 30 ปี ต้องการโอกาสการลงเล่น เพราะในตอนนี้เขาเสียสถานะมือหนึ่งทีมชาติไทยไปได้สักพัก ฉะนั้นโอกาสการลงสนามเพื่อสูจน์ตัวเอง เรียกความมั่นใจกลับมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากยังไม่ได้รับโอกาสแบบนี้ การหาทางออกกลับมาเล่นไทยลีกอีกครั้งเป็นทางออกที่เป็นไปได้และมีประโยชน์ที่สุดแล้ว