แฉสนั่น!ติอาโก้เฝ้ารอลิเวอร์พูลอยากทำงานกับ “คล็อปป์”

ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเฝ้าคอยให้ ลิเวอร์พูล มากระชากตัวไปร่วมทีม เพราะอยากที่จะร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ตอนนี้ติดแค่เรื่องการเซ็นสัญญา เพราะ "เสือใต้" ต้องการค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่ง "หงส์แดง" ยังไม่ยอมจ่าย

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางประสบการณ์สูงชาวสแปนิช ยังคงเฝ้ารอที่จะได้ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าในเวลานี้ "หงส์แดง" ยังไม่สามารถตกลงค่าตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของนักเตะที่อยากได้เม็ดเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยตัวออกไป

"เดอะ เร้ดส์" หมายตา ติอาโก้ ซึ่งเหลือสัญญาอยู่กับ "เสือใต้" เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ บาเยิร์น ต้องการเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ หากสโมสรไหนก็ตามที่อยากได้ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ไปร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบด้านการเงินกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีรายงานว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอในราคาที่ต่ำกว่าที่ยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียต้องการ แต่มีเงื่อนไขพิเศษ และโบนัสที่เกี่ยวพันกับฟอร์มการเล่น กระนั้น บาเยิร์น ได้ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

กระนั้น ติอาโก้ ซึ่งลงเล่นให้ บาเยิร์น 235 เกมนับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 และช่วยทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้ ยังรอคอยที่จะได้ย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โดยเรื่องนี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง เผยว่า "ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังคงรอคอยเพราะเขาอยากย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้มากๆ"

"ลิเวอร์พูล ยังคงติดต่อกับเขา แต่ บาเยิร์น ย้ำชัดเมื่อ 2 วันก่อนว่าพวกเขาจะขายติอาโก้ ในราคา 30 ล้านยูโร (27 ล้านปอนด์)เท่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ มากๆ ฉะนั้นทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับทั้งสองสโมสรในการตกลงกัน" โรมาโน่ ระบุทิ้งท้ายในเว็บไซต์ทวิตเตอร์

 

นักกีฬาอลป.ยกเลิกงานแต่งหลังเห็นคลิปฉาวเจ้าสาว

นักกีฬามวยปล้ำทีมชาติรัสเซีย ชุดลุยโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น หัวใจสลายเมื่อมีคนส่งคลิปวีดิโอสุดสยิวที่มีภาพของว่าที่ภรรยาของตัวเองอยู่ในนั้น โดยงานนี้เจ้าตัวประกาศยกเลิกงานวิวาห์ทันที ขณะที่พ่อของฝ่ายหญิงถึงกับหัวใจวาย
    เซร์เบ็ค ซิดาคอฟ นักมวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ทีมชาติรัสเซีย ทำร้ายร่างกายเจ้าสาวของตัวเองในช่วงระหว่างปาร์ตี้ฉลองงานวิวาห์ และยกเลิกงานแต่ง หลังจากที่แขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอคลิป พร้อมกับข้อความที่อ้างว่าเธอเคยเป็นสาวขายบริการทางเพศ

    นักมวยปล้ำวัย 24 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนทัพ "หมีขาว" ลุยศึกโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเลื่อนไปแข่งปีหน้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจแต่งงานกับ มาดิน่า ฟลิเยว่า วัย 25 ปีที่นอร์ธ คอเคซัส ทางตอนเหนือของรัสเซีย พร้อมกับแขกที่มาเป็นสักขีพยานในงานสำคัญนี้กว่า 500 คน 
 

    ช่วงเวลาที่แสนชื่นมื่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวสุดช็อก เมื่อแขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอที่มีภาพสุดสยิวของฟลิเยว่า โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของภรรยานักธุรกิจพันล้านจอมเจ้าชู้ที่ไม่พอใจการกระทำของเธอ ที่แอบลักกินขโมยกินสามีชาวบ้าน

    สำหรับคลิปวีดิโอดังกล่าวถูกส่งในช่วงระหว่างที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังโยน ซิดาคอฟ ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งเป็นประเพณีของพวกเขา ขณะที่บรรดาสาวๆ กำลังเฉลิมฉลองรวมทั้งร่วมยินดีกับเจ้าสาวอยู่ที่ห้องใกล้ๆ กัน และหลังจากที่ ซิดาคอฟ ได้เห็นคลิปดังกล่าว เขาถึงกับช็อก ก่อนจะไปหาว่าที่ภรรยา และกระชากผมเธอออกมาจากห้อง

    จากนั้นเขาก็สั่งยกเลิกงานแต่ง และเดินหนีออกไปโดยปล่อยให้เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับพื้น ไม่นานนักเพื่อนๆ และครอบครัวได้รีบนำ ฟลิเยว่า ไปส่งโรงพยาบาล แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้าไปอีกเมื่อพ่อของฝ่ายหญิงถึงกับช็อกหัวใจวายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

    ขณะที่เพื่อนๆ ของฝ่ายเจ้าบ่าวได้นำเขาออกจากงานปาร์ตี้ และเดินทางไปสงบสติอารมณ์ จนกระทั่งเจ้าตัวตั้งสติได้ และยอมรับว่าไม่ควรที่จะทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นแบบนั้น นอกจากนี้หนึ่งในเพื่อนสนิทของเจ้าสาวเผยว่าฝ่ายหญิงเคยทำงานเป็นสาวขายบริการมาก่อน และว่าที่สามีของเธอไม่เคยรู้ชีวิตในอดีตนับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มคบกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

ดื้อเหรอ!เมสซี่มีสิทธิ์โดนลงโทษหนักปรับเงินอาน

มาร์ก้า สื่อดังในสเปน ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะโดนลงโทษรุนแรงจากการกระทำที่ไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อม และตรวจเชื้อโควิด-19 กับ บาร์เซโลน่า หลังนักเตะพยายามที่จะประท้วงเงียบเพราะไม่ต้องการเล่นให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" อีกต่อไป และอยากย้ายหนีถิ่นคัมป์ นู แบบไม่มีค่าตัว

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ มีสิทธิที่จะโดนสั่งแบน และปรับเงินจำนวน 1.1 ล้านปอนด์ (ราว 41.8 ล้านบาท) หลังจากนักเตะไม่ยอมเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ต้นสังกัด โดยมีเป้าหมายที่จะเล่นสงครามเย็นเพื่อให้ทีมปล่อยตัวออกไปแบบฟรีเอเจนต์

หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาปฏิเสธที่จะมารายงานตัวกับต้นสังกัดในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งไม่ยอมเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอาทิตย์ โดย มาร์ก้า สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ เมสซี่ ต้องโดนบทลงโทษอย่างรุนแรง

เมสซี่ ที่คาดหวังจะไม่ได้เล่นกับ บาร์ซ่า อีกต่อไป แต่กระนั้น "เจ้าบุญทุ่ม" ยืนยันชัดเจนว่าเขายังคงเป็นนักเตะของยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู เนื่องจาก ลา ลีกา และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของลีกสเปน ยืนยันชัดเจน สัญญาของนักเตะกับสโมสรยังมีผลอยู่ และจะย้ายสังกัดได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

ขณะเดียวกับ มาร์ก้า ระบุว่า  เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะถูกตัดสินว่ากระทำผิดอย่างรุนแรงจากการละทิ้งหน้าที่ของตัวเองถึง 2 ครั้งโดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธที่จะเดินทางมาตรวจทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อมกับต้นสังกัด

ในกรณีที่ สตาร์ดังเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 6 สมัย ยังคงดื้อแพ่งยังไม่ยอมมาร่วมทีมเป็นครั้งที่สาม จะมีผลทำให้นักเตะโดนริบรายได้เป็นเวลา 11 วัน หรือถูกปรับเงินจำนวน 25 เปอร์เซนต์ของเงินเดือนที่ได้รรับ และยังมีสิทธิ์ที่จะถูกสั่งลงโทษแบนชั่วคราว

ทั้งนี้  เมสซี่ ได้รับเงินจำนวน 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) ต่อปี จาก บาร์เซโลน่า ดังนั้นจำนวนเงินหนึ่งในสี่ของรายได้ที่เขาได้รับต่อเนื่องจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันหากคำนวณรายได้ต่อวันเจ้าตัวรับทรัพย์ประมาณ 148,000 ปอนด์ (ราว 5.62 ล้านบาท) ต่อวัน ดังนั้นเงินค่าปรับ 11 วันก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านปอนด์ (ราว 60.8 ล้านบาท)

 

ฟอร์มเปรี้ยง!เลวานฯสุดมั่นซิวบัลลงดอร์ถ้าหากไม่ยกเลิก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น มั่นใจ ตนควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้ถ้าหากไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล เพราะตนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเชื่อว่าตัวเองควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2020 หากยังมีการมอบรางวัลกันอยู่ โดยบอกว่าถ้าตนมีอำนาจในการตัดสินคนที่จะได้รางวัล ตนก็จะมอบรางวัลให้ตัวเอง

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดมอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันส่งผลกับเรื่องในสนามตามไปด้วยจนทำให้ไม่สามารถตัดสินเรื่องผลงานอย่างแท้จริงได้ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เตะกันไม่จบซีซั่น เป็นต้น

 ทั้งนี้ บางคนมองว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะแทบทุกลีกก็ยังสามารถเล่นกันจนจบได้ อย่างเช่น คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธาน บาเยิร์น ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็มีโอกาสดีที่จะได้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลย ซึ่งล่าสุด เลวานดอฟสกี้ ก็มองว่าตัวเองคู่ควรกับการได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำเหมือนกัน

    หลังจากโดน สปอร์โตเว่ ฟ๊ากตี้ สื่อของโปแลนด์ถามว่าถ้าปีนี้เขามีสิทธิ์มอบรางวัล บัลลง ดอร์ เขาจะมอบรางวัลให้ใครนั้น เลวานดอฟสกี้ ก็ตอบว่า "ให้ผมเองไง ผมได้แชมป์ทุกรายการเท่าที่จะทำด้กับ บาเยิร์น เรากวาดแชมป์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เยอรมัน คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก และผมก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทั้ง 3 รายการนั้นด้วย ผมคิดว่านักเตะที่ทำแบบนั้นได้ก็ควรจะเป็นคนที่ได้ บัลลง ดอร์ ไปครอง"

 

คำพูดคุ้นหู! “มาติช” ลั่นแมนยูมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นใหม่

 

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์จอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นฤดูกาลหน้าต้นสังกัดต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ระบุนักเตะทัพ "ปีศาจแดง" กระหายที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แบบแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอีกต่อไป
   
เนมานย่า มาติช กองกลางมากประสบการณ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องให้โลกรู้ทัพ "ปีศาจแดง" พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 แถมเตือนบรรดาทีมคู่แข่งตอนนี้ต้นสังกัดมีขุมกำลังที่ลงตัวมากๆ

"เร้ด เดวิลส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งขันกันต่อ หลังต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีก และเก็บแต้มเป็นว่าเล่นจนคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่สุดยอดของทีมในช่วงท้ายซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มาติช มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้ "ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้ว เราต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราต้องสู้เพื่อคว้าแชมป์ เพราะผมรู้สึกว่าปีนี้เราทำแต้มหลุดมือง่ายๆ เยอะมาก"

แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 33 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 ถึง 15 แต้ม เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา "เราปล่อยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก ผมไม่รู้นะ อาจจะ 10 เกมก่อนซีซั่นปิด พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้อีก"

"เราต้องสู้จนกระทั่งจบซีซั่น เราต้องเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเล่นด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนตัวของผมก็คือการคว้าแชมป์ลีก และผมมั่นใจว่าทุกคนก็ต้องการทำให้ได้เหมือนกัน เราต้องสัญญากับแฟนบอลของเราว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด เราทำได้มาแล้วหลังจากล็อกดาวน์เมื่อเราเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้ง นั่นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาติช ระบุ

เปิดปุ๊บติดปั๊บ!โซเซียดาดยันซิลบาติดโควิด-19

ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์จอมเก๋าของ เรอัล โซเซียดาด ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยสโมสรระบุนักเตะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยเลย และได้เข้ารับการกักตัวเรียบร้อยแล้ว

เรอัล โซเซียดาด สโมสรดังแห่งศึกลา ลีกา สเปน แถลงการณ์ยืนยัน ดาบิด ซิลบา กองกลางมากประสบการณ์ มีผลการตรวจเป็นบวก จากการหาเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เพิ่งทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับต้นสังกัดเมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา

จอมทัพวัย 34 ปี หมดสัญญากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา และตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งในลีกบ้านเกิดเมืองนอนร่วมกับ โซเซียดาด โดยนักเตะได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ต้องเข้ารับการตรวจ "พีซีอาร์" ที่กิปุซโกอา โปลีคลินิก

ล่าสุด เรอัล โซเซียดาด ออกโรงระบุอย่างชัดเจนว่า ซิลบา มีผลเป็นลบจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่กราน คานาเรีย ในบ้านเกิด อย่างไรก็ตามจากการตรวจครั้งที่สอง ระบุว่า ตำนานกองกลางทีมชาติสเปน มีผลการตรวจเป็นบวก

จากรายงานของสโมสรยืนยันว่า ซิลบา ไม่ได้แสดงอาการป่วยใดๆ ทั้งสิ้น และได้ทำการกักตัวเพื่อดูแลสุขภาพเป็นที่เรียบร้อย โดยที่นักเตะยังไม่ได้มีโอกาสได้พบปะกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมใหม่แม้แต่คนเดียว
 
"เรอัล โซเซียดาด ขอแจ้งข่าวว่า @21LVA มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการตรวจที่โปลีคลินิก กิปุซโกอา นักเตะไม่มีการแสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น และได้เข้ารับการกักตัวเรียบร้อยแล้ว" แถลงการณ์ของสโมสร ยืนยัน

 

 

โพลระบุท่าเรือเต็งแชมป์ไทยลีก-อยากเห็นเกมใสสะอาด

KBU SPORT POLL เผยแฟนโหวต การท่าเรือ เต็งแชมป์ไทยลีก2020  1 ใน 4 ระบุเกมการแข่งขันไม่มีความยุติธรรมเป็นปัญหาที่ไม่อยากเห็น 


จากการที่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020 จะกลับมาจัดการแข่งขันต่อภายหลังปรากฎการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองของแฟนกีฬาลูกหนังและประชาชนที่ติดตามและสนใจกีฬาในมิติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง "สีสันไทยลีกกับปรากฎการณ์วิถีใหม่"

สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคมคม 2563โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่สนใจและติดตามข่าวสารทางการกีฬาซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,148 คนโดยแบ่งเป็นเพศชาย 614 คนคิดเป็นร้อยละ 53.49  เพศหญิง 534  คนคิดเป็นร้อยละ 46.51 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆโดยภาพรวมพบว่า

ความคาดหวังที่มีต่อสีสันของเกมและรูปแบบการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.51 คาดว่าจะเหมือนเดิม รองลงมาร้อยละ 37.69 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 17.80 คาดว่าจะดีกว่าเดิม

สีสันของเกมการแข่งขันที่แฟนบอลอยากเห็น ส่วนใหญ่ร้อยละ 26.17 เกมการแข่งขันตื่นเต้นเร้าใจ รองลงมาร้อยละ 25.89 ผู้ตัดสินมีความยุติธรรมและทันเกม ร้อยละ 17.93 ฝ่ายจัดพัฒนาและยกระดับการแข่งขันสู่มาตรฐานสากล ร้อยละ 15.63 นักเตะโชว์ลีลาและฝีเท้าการเล่นที่โดดเด่น ร้อยละ11.92 แฟนคลับติดตามชมและเชียร์ทั้งในและนอกสนามเพิ่มขึ้น และอื่นๆร้อยละ 2.46

สโมสรที่คาดว่าจะคว้าแชมป์และมีคะแนนติด1ใน5 ส่วนใหญ่ร้อยละ 23.12 การท่าเรือ เอฟซี รองลงมาร้อยละ21.49 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ร้อยละ 19.37 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร้อยละ 16.95 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ร้อยละ14.53  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และอื่นๆร้อยละ 4.54

ปัญหาที่แฟนบอลไม่อยากเห็น ส่วนใหญ่ร้อยละ 25.88 เกมการแข่งขันที่ไม่มีความยุติธรรม รองลงมาร้อยละ 20.41 นักกีฬาไม่เคารพและเชื่อฟังผู้ตัดสิน ร้อยละ 17.94 แฟนคลับก่อการทะเลาะวิวาท ร้อยละ 15.97 การพนันในสนาม ร้อยละ 11.62 ความไม่แน่นอนของการถ่ายทอดสด และอื่นๆร้อยละ 8.18

 

 

ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์