“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

“ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ปฏิวัติครั้งใหญ่เพื่อกลับมาผงาด

อีกหนึ่งทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สำหรับ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ก่อตั้งสโมสร มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ไต่ระดับจากโปรวินเชียลลีก จนมาถึง ไทยลีกสูงสุด ซึ่งนับไปนับมา พวกเขาโลดแล่นอยู่บนไทยลีก เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว ในฤดูกาล 2020

แต่ปรากฏว่า ระยะ 4 ปีหลังผลงานของช้างศึกทัพพระนเรศฯ ไม่ได้หาญกล้าเท่าใดนัก จบอันดับ 10 หรือต่ำกว่านั้น มาตลอดพักหลัง แม้ว่าในแต่ละปีจะมีแข้งชื่อดังพาเหรดเข้ามาสู่ทีมมากมาย แต่สุดท้ายด้วยฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา ทำให้ ผลงานที่เปรี้ยงปร้างสมัยขึ้นชั้นมาไทยลีกแรก เมื่อปี 2013 ดร็อปไปพอสมควร อีกทั้งฤดูกาลล่าสุด แฟนๆ หายใจแทบไม่ทั่วท้อง รอดตกชั้นแบบโชคช่วย เพราะพีทีที ระยองประกาศยุบทีม ส่งผลให้สุพรรณบุรีที่จบอันดับ 14 ตามตาราง อยู่รอดไทยลีกต่อไปชนิดที่บุญหล่นทับ

ปีนี้ อเดบาโย่ กาเดโบ้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่เป็นคนคุ้นเคยของสโมสร รับหน้าที่กุนซือต่อไป หลังจากปีที่แล้ว เข้ามากู้วิกฤตช่วงท้าย ซึ่งการทำทีมของกุนซือที่พูดไทยชัดปร๋อ เขาได้ปฏิวัติทีมครั้งใหญ่ เทรดแข้งที่โรยรา ออกจากทีมทั้งหมด ซื้อเข้ามาเสริมทัพยกทีม เพื่อหวังว่าจะพาสุพรรณบุรีกลับไป ณ จุดเดิม นั่นก็คือการคว้าตั๋วฟุตบอลถ้วยเอเชีย

ซึ่ง 4 เกมแรกในไทยลีก ก่อนเบรคโควิด-19 พลพรรคช้างศึกยุทธหัตถี ทำผลงานเซอร์ไพร์สมากๆ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 7 คะแนน โดยผลงานที่เข้าตามากสุด คือ การยันเสมอ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่าได้ 2-2 ทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าหากรักษาฟอร์มดีๆ กับ 11 เกมที่เหลือโควต้า เอซีแอล พวกเขามีหวังจะสร้างความเซอร์ไพร์สก็เป็นได้
 
"เรามีบทเรียนจากปีที่แล้ว จาก 4 นัดที่ผ่านมา น่าจะทำให้ทุกทีมรู้สึกเซอร์ไพรส์กับผลงานที่เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้"  อเดบาโย่ กาเดโบ้ ให้สัมภาษณ์ถึงผลงาน ช่วงออกสตาร์ท ที่ลบคำสบประมาทได้อย่างมาก

ส่วนเป้าหมายแรกของสุพรรณบุรี ในการทวงศรัทธาแฟนบอล และความยิ่งใหญ่ให้เหมือนเมื่อในอดีต ตอนขึ้นมาไทยลีกแรกๆ ก็ อเดบาโย่ บอกว่า นั่นคือ การได้ตั๋วเอซีแอล ที่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นนักเตะค้าแข้งกับ บีอีซี เทโรศาสน ตัวเขาเคยเป็นถึงรองแชมป์ถ้วยสโมสรเอเชียมาแล้ว นั่นเอง

"เรามีนักเตะที่พร้อม ทุกคนแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสู้ เป้าหมายของเราคือสู้ทุกนัด ทุกทีม ไม่ว่าเจอใคร ทุกคนต้องการพาสุพรรณบุรีกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง สมัยเป็นนักเตะ ผมได้ไปเล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก มาตลอด วันนี้ในฐานะโค้ช ลึกๆ ก็อยากพาสุพรรณบุรีไปเล่นบอลเอเชียให้ได้เช่นกัน"

แม้ว่าจะกระแสในการไล่ล่าตั๋วเอซีแอล จะเทไปบรรดายักษ์ใหญ่ ซึ่งแน่นอน สุพรรณบุรี ถูกมองข้ามและเป็นม้านอกสายตา แต่อย่างไรแล้ว การที่พวกเขาไม่ได้ถูกคาดหวังเหมือนสมัยก่อน ก็ส่งผลดี ทำให้ความกดดันลดน้อยลงไป อีกทั้งไม่มีคู่แข่งมาคอยจับตามอง รวมถึงพยายามทำงานหนักของตัวเอง เพื่อเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ บวกกับความเชื่อมั่น มันจะส่งต่อเป็นพลังขับเคลื่อนให้พวกเขาเดินหน้าอย่างมั่นคง จุดหมายคือ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ อเดบาโย่ ก็ศรัทธาในขุมกำลังนักเตะมากๆ โดยเขาบอกทิ้งท้าย แบบมั่นใจว่า "ผมเชื่อในลูกทีมของผม เราพร้อมที่จะลุ้นโควต้าตรงนี้เช่นกัน"

ส.ฟุตบอลมาเลย์ ปฏิเสธอนุมัติใบโอนย้าย “ซูมาเร่ห์”

Astro Arena สื่อมาเลเซีย ออกมารายงานว่า สมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซีย(FAM)  ออกมาปฏิเสธรับรองการย้ายทีมระหว่างประเทศให้กับ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ กองหน้าโอนสัญชาติทีมชาติมาเลเซีย ชาวแกมเบีย แต่นักเตะคนใหม่หมายเลข 13 ของสโมสรโปลิศ เทโรฯ ในศึกฟุตบอลไทยลีก 1 จะยังคงเดินหน้าลงสนามแข่งขันได้ตามวิถีนักเตะอาชีพทั่วไปหลังจากที่มีการร้องขอให้ไอทีซี (International Transfer Certificate) ชั่วคราวจากปลายทาง ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียยังไม่สามารถจัดการใบโอนย้ายถาวรให้กับนักเตะและสโมสรปลายทางได้เนื่องจากต้องดูรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างสโมสรต้นกัดเดิมของนักเตะคือปาหังกับตัวนักเตะว่ามีข้อผูกมัดอะไรบ้าง?
  
ก่อนหน้านี้ทางด้านของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ ดาวเตะป้ายแดงหมายเลข 13 ของโปลิศ เทโรฯ ออกมาให้เหตุผลที่ตัวเขาเองสามารถย้ายทีมได้เนื่องจากสโมสรปาหังไม่ทำตามสัญญาในเรื่องของการจ่ายเงินเดือนตรงตามข้อกำหนด 8.7 จึงสามารถย้ายทีมได้ตามอิสระ ขณะเดียวกันสโมสรปาหังก็ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องกรณีของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์  ไปยังฟ่าและเอเอฟซี

โดยทางสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียออกมาเผยถึงเรื่องนี้ว่า การปฏิเสธการโอนย้ายผู้เล่นไปเล่นยังประเทศไทยเป็นไปตามกฎระเบียบภาคผนวก 3 ข้อ 8.2 ข้อบังคับเกี่ยวกับสถานะและการโอนย้ายผู้เล่นของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) สมาพันธ์ฯมีหน้าที่ทำตามกระบวนการจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความถูกต้องทั้งสองฝ่ายโดยมีเวลา 7 วัน ในการตรวจสอบสัญญาของทั้งคู่ระหว่างผู้เล่นกับสโมสร ซึ่งเมื่อมีการฟ้องร้องของสโมสรเข้ามาสมาพันธ์ฯจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ณ เวลานี้จึงไม่สามารถอนุมัติไอทีซีไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลไทยได้

สำหรับ โมฮามาดู ซูมาเรห์ แข้งวัย 25 ปี โอนสัญชาติมาเล่นทีมชาติมาเลเซีย เดิมทีมีสัญชาติแกมเบีย ลงรับใช้ทีมชาติมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2018 ลงเล่นแมตซ์อย่างเป็นทางการไปแล้ว 19 นัด ยิงไป 6 ประตู เกมล่าสุดที่ทำประตูได้ในนามทีมชาติลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม จี วันที่ 14 พ.ย.63 ที่สนามบูกิต จารีล ลงสนามพบกับทีมชาติไทย ช่วยยิงประตูให้ทีมเอาชนะไทย 2-1 พาทีมชาติมาเลเซียกลับมาอยู่บนเส้นทางความหวังในการลุ้นเข้ารอบต่อไป

 ที่มาของข่าว : Astro Arena

แข้งใหม่ตราด!โจนาธาน เฮสถึงไทยกักตัว14วันก่อนสมทบซ้อม

แข้งใหม่ "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี โจนาธาน เฮส เดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมเข้ารับการกักตัว 14 วัน

หลังจากมีข่าวทางนายกวิเชียร ทรัพย์เจริญ ประธานที่ปรึกษาสโมสรตราด เอฟซี  เผยทางสโมสรได้การปิดดีลคว้าตัว โจนาธาน เฮส อดีตดาวเตะที่เคยร่วมเล่นกับเกษตรศาสตร์ เอฟซี ,สุพรรณบุรี เอฟซี ,พีที ประจวบ เอฟซี และบีจี ปทุม ยูไนเต็ด จากสโมสรบูซาน ไอพาร์ค ทีมดังในศึกเคลีก เกาหลีใต้ มาร่วมทัพแล้วนั้น

ล่าสุดทาง โจนาธาน เฮส ได้เดินทางเข้าประเทศไทยมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วันทันที หากไม่มีอาการของการติดเชื้อไวรัส โควิด -19  จะเข้าร่วมฝึกซ้อมและแข่งขันกับทีมต่อไป  ซึ่งจะเป็นเกมวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 63 ซึ่งตราด เอฟซี จะต้องออกไปเยือนสุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

กุนซือเชียงรายฯปลื้มผลงาน”โชติภัทร”เผยยืนตัวจริงยาวๆ

มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชื่นชม "โชติภัทร พุ่มแก้ว" บอกตัวจริงยาวๆ ส่วนเรื่อง "ชาช่า" จะลงเมื่อไหร่ ขอเก็บไว้เป็นความลับ!

ภายหลังจากที่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชัยเหนือ พีที ประจวบ 1-0 ในศึกไทยลีก2020-21 นัดที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 โดยได้ประตูชัยจากลูกโขกของ โชติภัทร พุ่มแก้ว น.31 นั้น

ล่าสุด มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ สิงห์ เชียงราย เปิดเผยหลังเกมว่า "เกมนี้เป็นเกมที่เรารวมตัวกันมา 2 เดือน ในการเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับมาเล่น ซึ่งทุกคนตั้งใจเล่น ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ตามเป้า
พร้อมกันนั้น มาซามิ ทากิ ยังได้พูดถึงผลงานของ โชติภัทร พุ่มแก้ว ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ว่า

"เขาพัฒนาขึ้นในทุกๆวันในการมาซ้อม และเกมกับพีที ประจวบ ทำให้เรามั่นใจว่า เขาจะสามารถขยับมาเป็นผู้เล่นตัวจริงได้เรื่อยๆ และเชื่อว่าเขาจะทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ"

"โดยเกมต่อไปที่จะบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า  คงไม่ใช่งานง่าย เขาเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ดีทีมหนึ่ง  ต้องมาดูว่าจะวางแผนอย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่า จาจ้า กองหน้าตัวใหม่ของเราจะลงสนามเมื่อไหร่ เรื่องนี้ขอเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดของเรา จริงๆถ้ารูปเกมกับ พีที ประจวบ เป็นอย่างที่หวังไว้ เราอาจจะได้เห็น ชาช่า แน่นอน"

เผยผลตรวจ “อัคบาร์” ปลอดเชื้อโควิด-19 ยังต้องกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

เฟสบุ๊ค ลุงเนวิน โชว์ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลบางประกอก 9 ยืนยันว่า อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางชาวอุซเบกิสถานไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ถูกตรวจพบว่า มีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกาย ส่งผลให้โปรแกรมการแข่งขันรีสตาร์ทไทยลีกมีอันต้องเลื่อนออกไปถึง 3 คู่ โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ฯ เองต้องพลาดเกมบิ๊กแมตซ์ ที่ต้องมาเยือน บีจีปทุมฯเมื่อ อาทิตย์ที่ 12 ก.ย.63 รวมถึง เกมจะเปิดบ้านพบ ระยอง เอฟซี วันที่ 19 ก.ย.63

อย่างไรก็ตามแข้งอุซเบฯ รายนี้ รวมถึงนักเตะคนอื่นๆของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องกักตัวต่อไปให้ครบ 14 วัน ตามมาตรการโดย "ปราสาทสายฟ้า" จะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย.63 ด้วยการ เปิดบ้านพบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

ตรวจซ้ำรอบ2! บุรีรัมย์ยันไม่มีนักเตะและสต๊าฟติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันไม่มีผู้เล่นและทีมงานสต๊าฟโค้ชติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจคัดกรองเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา หลัง อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ แข้งรายเดียวของทีมตรวจเจอเชื้อโควิด-19 ก่อนไทยลีกเตรียมกลับมาแข่งขัน

สำหรับ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ ในโรงพยาบาล ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนนักกีฬาคนอื่นๆ และ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการตรวจซ้ำเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ผลปรากฎว่าไม่มีใครมีเชื้อไวรัสโคโรนา2019 และ ไม่มีใครมีอาการป่วย แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการกักตัว ภายใต้การดูแลของแพทย์ เป็นเวลา 14 วัน

    สำหรับเกมการแข่งขันที่ยุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเลื่อนการแข่งขันประกอบด้วย

    วันที่ 13 กันยายน 2563 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

    วันที่ 19 กันยายน 2563 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ระยอง เอฟซี

ขัดข้องตรงไหน? การไฟฟ้านครหลวง แจงเหตุสนามการท่าเรือไฟฟ้าดับ

ตามที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับภายในสนามแพท สเตเดียม ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี โดยในระหว่างการแข่งขัน ก่อนหมดเวลาประมาณ 2 นาที เกิดเหตุไฟฟ้าดับขึ้นนั้น

การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ตรวจสอบพบว่า ระบบไฟฟ้าของ MEA ยังคงจ่ายไฟตามปกติ แต่เหตุไฟฟ้าดับนั้น มีสาเหตุจากอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าได้แก่ เมนเซอร์กิตเบรคเกอร์ (Main Circuit Breaker) ของสนามฟุตบอลชำรุด จนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับคืนสู่สภาวะปกติได้

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ MEA ยังคงช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องของสนามฟุตบอลเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

 

ธีรศิลป์ยิงได้! เช็คคะแนนแข้งไทยจากสื่อญี่ปุ่น

เว็บไซต์ ชื่อดัง soccerdigestweb ให้คะแนนของผู้เล่นไทยในศึกเจลีกในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแข้งไทยได้รับโอกาสลงสนามทั้ง3 คน แต่ต้นสังกัดของทุกคนไร้แต้มติดมือ

"มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาที 76 ในเกมพ่าย คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 1-2 โดยเจ้าตัวยิงประตูหลังจากลงสนามได้เพียง 3 นาที ได้ 6.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "สามนาทีหลังจากลงสนาม เขาทำประตูด้วยสัมผัสแรกที่ชำนาญและยิงเข้ามุม เป็นเวลานานแล้วที่เขายิงไม่ได้ แต่เขาใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีค่อนข้างจำกัด และทำประตูได้"

"เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวจริงในรอบ3เกมให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 64 ในเกมเปิดบ้านพ่าย อูราวะ เรดส์ ไดมอนส์ 3-4  ได้ 6 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "จะพูดได้ว่า มีการพัฒนาขึ้นหลังจากพักรักษาตัวเอง และการพาบอลแทรกผ่านผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำได้ดี แต่เป็นเกมที่ทีมพ่ายแพ้"

"อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และเล่นเต็มเกมในนัดโดน เซเรโซ โอซาก้า บุกยิงคาบ้าน 2-1 ได้  5.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "มีทำเกมบุกโจมตีคู่แข่งอยู่เรื่อยๆแต่ตอนท้ายเกมไม่สามารถสกัดการบุกของซากาโมโตะได้ จนนำมาสู่การเสียประตู"