ซัคเคโรนี่ชูซลาตันมีอิทธิพลมากกว่าโรนัลโด้

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ระบุ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มีผลกระทบกับวงการฟุตบอลอิตาลีเยอะกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้อมแปลกใจที่นักเตะระดับ อิบราฮิโมวิช ไม่เคยได้รางวัล บัลลง ดอร์ เลย

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ กุนซือว่างงานคนดัง แสดงความเชื่อว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอก เอซี มิลาน มีผลกระทบกับวงการฟุตบอลอิตาลีมากกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ด้วยซ้ำ

อิบราฮิโมวิช เพิ่งโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการเหมาคนเดียว 2 ลูกจนช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน คู่อริร่วมเมือง 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทั้งที่ตอนนี้เขามีอายุ 39 ปีเข้าไปแล้ว โดยตอนนี้ดาวเตะชาวสวีดิชก็ทำประตูให้กับ มิลาน ไปแล้วถึง 16 ประตูจากการลงเล่น 23 นัดในทุกรายการ นับตั้งแต่ที่ย้ายกลับมาอยู่กับ "รอสโซเนรี่" เมื่อช่วงปลายปีก่อนด้วย

อดีตนายใหญ่ มิลาน, ลาซิโอ และ ยูเวนตุส เผยว่า "ในอาชีพของผมน่ะผมเองเคยเป็นโค้ชให้คนที่เก่งระดับแชมเปี้ยนหลายคน ตั้งแต่ (โอลิเวอร์) เบียร์โฮฟฟ์ ไปจนถึง (จอร์จ) เวอาห์ และ อาเดรียโน่ แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจก็คือผมไม่เคยเป็นโค้ชให้กับ อิบราฮิโมวิช มาก่อนเลย เขาคือตำนานระดับที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล และจนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่เคยได้รางวัล บัลลง ดอร์ เลย"

"ในอิตาลีน่ะ เขาทำให้เกิดความสั่นคลอนได้มากกว่า โรนัลโด้ ด้วยซ้ำ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่นักเตะเยาวชนหลายคนพัฒนาขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ที่เขามาเล่นที่นี่ เขาไม่ได้มีดีแค่การทำประตูได้เท่านั้น แต่เขายังส่งต่อความมั่นใจให้กับเพื่อนร่วมทีมทุกคน รวมถึงช่วยให้ทีมรอดตายในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ด้วย"

ปีร์โล่ดวลกัตจัง! ยูเวนตุสบู๊เดือดนาโปลี,”โด้”ลงฉะ”เมอร์เท่นส์”

อันเดรีย ปีร์โล่ นายใหญ่ "ม้าลาย" ยูเวนตุส นัดก่อนสะดุดเจ๊า เกมนี้มีคิวปะทะเพื่อนเก่าที่มิลานอย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เฮดโค้ช ”อัซซูร่า" นาโปลี ที่ฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยสองนัดติด แถมยังไม่โดนเจาะตาข่าย ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563

ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
ยูเวนตุส (7) – นาโปลี (2)
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

    ทีม ”ม้าลาย” เกมล่าสุดเหลือ 10 ก่อนบุกเสมอ โรม่า 2-2 การเสริมทัพล่าสุดจ่อคว้า เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวรุกคนเก่งของ ฟิออเรนติน่า มาร่วมทัพ

    สภาพทีมในเกมนี้ อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส จะยังไม่มี มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, อเล็กซ์ ซานโดร และ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ที่เจ็บทั้งหมด รวมไปถึง อาเดรียง ราบิโอต์ ติดโทษแบน

    ทั้งนี้คาดว่าเจ้าถิ่นจะมาในระบบ 3-4-1-2 แนวรับสามคนจะใช้ ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ขยับมาแดนกลาง อาร์ตูร์ ประสานงานกับ เวสตัน แม็คเคนนี่ โดยมี อารอน แรมซี่ย์ สนับสนุนคู่หน้า เดยัน คูลูเซฟสกี้ ดาวรุ่งชาวสวีดิช จับคู่กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยิงไปแล้ว 3 ประตูจากสองเกมแรก

    ทีม ”อัซซูร่า” ผลงานร้อนแรงเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม เจนัว 6-0 เออร์วิง โลซาโน่ เหมาคนเดียว 2 ประตู ทำให้ชนะสองนัดรวด

    สภาพทีมในเกมนี้ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือ นาโปลี จะไม่มี อามิน ยูเนส และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ 2 ตัวรุกที่มีอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง ปิโอเตร เซียลินสกี้ ที่ล่าสุดติดโควิดหลังเกมพบ เจนัว ด้วย

    ทีมเยือนจะมาในระบบ 4-3-3 แนวรับจะใช้ คาลิดู คูลิบาลี่ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ คอสตาส มาโนนาส สำหรับวิงแบ็กเป็น โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ และ มาริโอ รุย แดนกลางให้ ดีเอโก้ เดมเม่ ได้เล่นกับ ฟาเบียน รูอิซ และ เอลยิฟ เอลมาส ดาวรุ่งมาซิโดเนีย สามแนวรุกวาง เออร์วิง โลซาโน่, วิคเตอร์ โอซิมเฮน และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ 

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ยูเวนตุส (3-4-1-2) : วอยเชียค เชสนี่ – ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ – ฮวน กวาดราโด้, อาร์ตูร์, เวสตัน แม็คเคนนี่, จานลูก้า ฟราบ็อตต้า – อารอน แรมซี่ย์ – เดยัน คูลูเซฟสกี้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

   เทรนเนอร์ : อันเดรีย ปีร์โล่

    นาโปลี (4-3-3) : ดาบิด ออสปิน่า-โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, คาลิดู คูลิบาลี่, คอสตาส มาโนลาส, มาริโอ รุย-ฟาเบียน รูอิซ, ดีเอโก้ เดมเม่, เอลยิฟ เอลมาส-เออร์วิง โลซาโน่, วิคเตอร์ โอซิมเฮน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์ 

    เทรนเนอร์ : เจนนาโร่ กัตตูโซ่

พันธุกรรม, อาหาร สูตร(ไม่ลับ)เปลี่ยน อดาม่า ตราโอเร่ เป็นยอดนักเตะ

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อยกระดับความสามารถของตนเองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักฟุตบอล โดย อดาม่า ตราโอเร่ ปีกตัวเก่งชาวสแปนิช รู้สึกซึ้งเป็นอย่างดีถึงเรื่องนี้ เพราะการที่มีร่างกายกำยำย่อมจะทำให้เขามีโอกาสประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังมากขึ้น
    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แสดงให้เห็นแล้วว่าการพัฒนาร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กับการพัฒนาฝีเท้า และเขาได้ปฏิบัติตามโปรแกรมในการฝึกฝนร่างกาย และทักษะลูกหนังอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับการกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างเคร่งครัดช่วยให้เขาสามารถยืนระยะในการเล่นฟุตบอลระดับสูงได้จนถึงปัจจุบัน

    แน่นอนว่า ตราโอเร่ ได้เห็นตัวอย่างที่ดีแบบนั้นแล้ว และทำให้เขารู้ว่าการที่จะเก่งในระดับสูงจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ โดย ปีกจากสโมสรวูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างที่ผอมบางสมัยเป็นนักเตะดาวรุ่ง จนกลายเป็นนักเตะร่างบึ้กความเร็วสูงที่ทำให้คู่แข่งในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีต้องเข็ดขยาด

    ความแข็งแกร่งของ ตราโอเร่ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน เพราะเขาต้องใช้ความพยายาม และความอดทนอย่างมากในการออกกำลังกาย รวมทั้งการกินอาหารที่เหมาะสม ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าจนในที่สุดก็ได้ติดทีมชาติสเปน และได้เปิดตัวในนามแข้งทัพ "กระทิงดุ" ในแมตช์อุ่นเครื่องเสมอ โปรตุเกส แม้สกอร์จะ 0-0 แต่มันคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จในอนาคต

    ก่อนจะมาถึงวันนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ตราโอเร่ ในวัย 24 ปี เปิดเผยว่าเขามีรูปร่างแข็งแกร่งราวกับนักกล้าม (บางคนบอกนักรักบี้) ไม่ได้เกิดมาจากการยกเวท แต่มาจากการฝึกฝนร่างกายให้เหมาะสม และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
   
พันธุกรรมเปลี่ยนไม่เกี่ยวกับยกเวท

    เหตุผลสำคัญที่ทำให้ ตราโอเร่ มีรูปร่างราวกับนักเพาะกายไม่เกี่ยวกับการยกเวทเหมือนกับบุรุษเพศมากมายที่อยากหล่อเท่มีกล้าม ซิกซ์แพ็ค แต่มันเป็นเพราะพันธุกรรมของเขาที่ทำให้กล้ามเนื้อเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีสภาพร่างกายเหมือนกับ "ฮัลค์" ยักษ์เขียวในหนังฮีโร่มาร์เวล

    "เทรนเนอร์ส่วนตัวของผมแนะนำให้ผมออกกำลังกายในโรงยิม แต่ผมไม่ได้ยกเวทอะไรทั้งนั้น พันธุกรรมของผมมันเป็นแบบนั้น และมันทำให้กล้ามเนื้อของผมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ ผมยังออกกำลังกายแบบอื่นๆ ด้วย แต่ละคนต้องปรับตัวในสิ่งที่เหมาะสมกับเขาเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด"

พันธุกรรม, อาหาร สูตร(ไม่ลับ)เปลี่ยน อดาม่า ตราโอเร่ เป็นยอดนักเตะ
    "ผมเน้นการฝึกซ้อมบริเวณแกนกลางลำตัวเยอะมาก ความลับก็คือการรู้จักกับรูปร่างของตัวคุณเอง และพยายามปรับการฝึกซ้อมเพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณ"

อาหารกุญแจสำคัญในการพัฒนาร่างกาย

    นอกจากการรู้จักร่างกายของตัวเองแล้ว กุญแจสำคัญที่คุณไม่ควรลืมก็คือเรื่องอาหารการกิน เพราะตามหลักความเป็นจริงแล้วอาหารมีส่วนสำคัญถึง 80 เปอร์เซนต์ ส่วนการออกกำลังกายเพียงแค่ 20 เปอร์เซนต์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ตราโอเร่ จึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของอาหาร รวมไปถึงการพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นฟูจากการฝึกซ้อมหนัก

    "ผมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการฝึกซ้อม, พักผ่อน และกินอาหาร แน่นอนว่าอาหารมีความจำเป็นและสำคัญมากๆ ผมพิจารณาว่ามันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม การดื่มน้ำเปล่า แม้ว่าผมจะไม่ได้ดื่มอย่างเหมาะสมก็ตาม แต่น้ำมีความสำคัญมากๆ"

    "การรักษาระดับน้ำในร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักกีฬา ผมพยายามที่จะกินอาหารให้เยอะและหลากหลาย, เน้นสุขภาพ และสมดุล ผมสามารถกินข้าวผัดสเปน  และข้าวผัดมาลีนิดหน่อย พร้อมกับซอสถั่วและข้าวกล้อง เพื่อสุขภาพที่ดีเยี่ยม"

    "ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำขึ้นด้วยฝีมือของคุณแม่ผม ซึ่งท่านเป็นคนที่ทำอาหารได้อร่อยที่สุดในโลก หลังจากนั้นก็เหมือนกับนักกีฬาทุกๆ คน ผมมักจะเน้นการกินอาหารพวกพาสต้าของชาวอิตาเลียน"

การออกกำลังต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

    ตราโอเร่ ซึ่งมักจะใช้ "เบบี้ออยล์" ทาที่แขนเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งเหนี่ยวรั้งเวลาที่เขากระชากบอล ยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกกำลังกายในโรงยิมว่าจะต้องมีการดีไซน์วิธีการใช้กล้ามเนื้อให้เหมาะสม เพราะป้องกันอาการบาดเจ็บ

    "ทุกอย่างต้องสมดุล ร่างกายของผมเปลี่ยนแปลงไปมันเกิดขึ้นตามวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ตอนที่ผมอายุ 15 ปี  ผมมีปัญหาหัวเข่าเนื่องจากเส้นเอ็นอักเสบซึ่งมันทำให้ผมไม่สามารถเล่นได้ตามเกมของผม หรือเร่งสปีดความเร็วได้ดั่งใจ"

    "หลังจากนั้นผมเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจากการเข้ายิม ผมทุ่มเทอย่างเต็มที่ และต้องมีการออกกำลังกายแบบพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ผมมีพละกำลังมากขึ้น  แต่มันยังเป็นการป้องการอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกีฬากลัวที่สุด"

เหตุผลปัด มาลี เพื่อเล่นให้ สเปน

    ตราโอเร่ มีโอกาสได้เล่นให้ สเปน เพียง 28 นาทีในเกมเสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ ที่กรุงลิสบอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดย อดีตเด็กฝึกบาร์เซโลน่า เติบโตในดินแดนกระทิงดุ แต่ก่อนที่จะสวมเสื้อให้กับทีมชาติสเปน เขาเคยได้รับการติดต่อจาก มาลี ประเทศบ้านเกิดของบิดามารดา

    อย่างไรก็ตาม ตราโอเร่ ปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะหัวใจของเขามีความเป็นชาวสแปนิช และยังเคยเล่นให้กับ สเปน มาตั้งแต่ระดับเยาวชนในรุ่นยู-16, 17, 19 และ 21 "มีการติดต่อมาจาก มาลี เพราะผมมีเชื้อสายชารวแอฟริกัน และผมซาบซึ้งใจที่พวกเขาจดจำผมได้"

    "แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นชาวสแปนิช เพราะผมเกิดที่โรงพยาบาลที่นี่ และผมยังลงเล่นให้กับ สเปน ตั้งแต่ระดับเยาวชนมาตลอด ผมไม่สามารถปฏิเสธเชื้อสายแอฟริกันของตัวเองได้ แต่ผมรู้สึกถึงความเป็นชาวสแปนิช และผมภูมิใจได้ที่เปิดตัวกับ สเปน"

อาร์แซน เวนเกอร์ เผย การพลาดลายเซ็นนักเตะคนไหนเสียใจที่สุด

       อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตนายใหญ่อาร์เซนอล ได้ออกมาเปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะที่เขารู้สึกว่าพลาดมากที่สุดที่ไม่ได้ตัวมาเล่นให้ไอ้ปืนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่มีการตกลงอะไรกันเรียบร้อยไปแล้ว จากรายงานของ dailymail.co.uk เมื่อ 12 ตุลาคม 2563

        ย้อนกลับไปเมื่อปี 2003 ในช่วงที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังเป็นดาวรุ่งของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และมีสโมสรมากมายอยากได้เขาไปร่วมทีม โดยหนึ่งในนั้นเป็น อาร์เซนอล โดย เวนเกอร์ เผยว่า ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว แต่สุดท้ายเป็น แมนยู ที่โฉบเอาตัว CR7 ไปลุย ตารางบอล

        อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าวว่า "มีนักเตะสัก 50 คนได้มั้งที่ผมไม่ได้ตัวมาร่วมทีมตอนอยู่อาร์เซนอล แต่ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าพลาดจริง ๆ"

        "ในตอนนั้นเราเจรจากับ ลิสบอน ลงตัวไปแล้วนะ แต่ว่า แมนยู ก็แต่งตั้ง คาร์ลอส กีรอซ เข้ามาดูแลทีม และรีบยื่นข้อเสนอตัดหน้าเราทันที แต่ในหลัก ๆ แล้วดีลนี้จบเป็นของเราไปแล้ว"

        "โรนัลโด้ เองตอนนั้นมีเสื้อของอาร์เซนอลแล้ว และคุณแม่ของเขาก็มาสนามซ้อมของเราแล้วด้วยซ้ำไป ซึ่งสิ่งที่ผมจะบอกคือไม่ว่าทีมจะใหญ่แค่ไหน มีชื่อเสียงแค่ไหน ล้วนแล้วแต่เคยพลาดได้นักเตะเก่ง ๆ มาร่วมทีมกันแทบทั้งนั้น"

        ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายจาก ลิสบอน มาอยู่กับ แมนยู เมื่อปี 2003 ก่อนจะสร้างผลงาน และความสำเร็จไว้มากมาย พร้อมกับกลายเป็นตำนานหมายเลข 7 คนสุดท้ายของสโมสรที่ประสบความสำเร็จ

5 แข้งที่ยังเล่นแล้วทำประตูจากลูกฟรีคิกมากสุด

ลูกฟรีคิกถือเป็นหนึ่งในวิธีการทำประตูอย่างหนึ่งของเกมฟุตบอล และมันก็มีหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นลูกฟรีคิก โดยถ้าเป็นคนที่แขวนสตั๊ดไปแล้วก็มีอย่างเช่น เดวิด เบ็คแฮม, อันเดรีย ปีร์โล่, ซินิซ่า มิไฮโลวิช และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส เป็นต้น

ทั้งนี้ หากนับเฉพาะนักเตะที่ยังค้าแข้งอยู่แล้วนั้นมันก็มีหลายคนที่เล่นลูกฟรีคิกได้ดีเช่นกัน และวันนี้เราจะมานำเสนอ 5 นักเตะที่ยังเล่นอยู่แล้วสามารถทำประตูในลูกฟรีคิกได้มากที่สุดตลอดอาชีพการเล่น โดยจะเป็นการนับทั้งตอนเล่นในระดับทีมชาติและระดับสโมสร

– อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ : 22 ประตู
"โรแบร์โต้ คาร์ลอส แห่งเซอร์เบีย" คือฉายาที่หลายคนมักจะตั้งให้กับ โคลารอฟ เพราะเขามีความเก่งกาจในการเล่นลูกเซตพีซมากๆ ไม่ว่าจะทั้งตอนอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาแอส โรม่า หรือทีมชาติเซอร์เบีย และจำนวน 22 ประตูที่เขาทำได้ตลอดอาชีพการค้าแข้งก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นในการเล่นลูกนิ่งของ โคลารอฟ ก็คือเขาสามารถทำประตูจากลูกฟรีคิกได้แม้ว่าจะต้องยิงจากมุมที่ไม่น่าเป็นประตูมากที่สุด หรือจากระยะไกลที่ไม่น่าจะเป็นประตู อย่างเช่นลูกที่เขายิงใส่ แอธเลติก บิลเบา ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อช่วงปี 2019 ที่ยิงได้คมจนนายทวารของคู่แข่งหมดสิทธิ์บินไปเซฟได้

 – ฮาคาน ชัลฮาโนกลู : 26 ประตู
คนที่เคยดูเกม บุนเดสลีกา บ่อยๆ ในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าการเสียลูกฟรีคิกให้กับ ชัลฮาโนกลู ก็แทบไม่ต่างจากการเสียลูกจุดโทษ เพราะเขามีความสามารถในการเล่นลูกนิ่งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการพยายามทำประตูจากลูกฟรีคิกโดยตรง

ถ้าหากตัวเลข 26 ประตูจากลูกฟรีคิกมันยังไม่น่าประทับใจสำหรับคุณแล้วล่ะก็ เราก็ขอนำเสนอสถิติอีก 1 อันที่น่าทึ่ง นั่นก็คือ 38 เปอร์เซ็นต์จากประตูที่เขาทำได้ตอนเล่นในเยอรมนีนั้นมันมาจากการยิงลูกฟรีคิกโดยตรง แถมในฤดูกาล 2014-15 เขายังเคยทำประตูจากลูกฟรีคิกให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้ถึง 9 ลูกเลยทีเดียว

น่าเศร้าที่นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ เอซี มิลาน ในปี 2017 ความโดดเด่นในด้านนี้ก็หายไป เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขายิงลูกฟรีคิกเป็นประตูได้อีกเพียง 3 หนเท่านั้น

 

 – มิราเล็ม ปานิช : 26 ประตู
 การที่ก่อนหน้านี้ ปานิช อยู่กับ ยูเวนตุส ทำให้เขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกในการได้เป็นคนยิงลูกฟรีคิก เพราะมันมีคนอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เปาโล ดีบาล่า ขวางหน้าอยู่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีโอกาสได้ยิงน้อย แต่เขาก็ยังสามารถผลิตสกอร์จากลูกฟรีคิกได้เท่ากับ ชัลฮาโนกลู เลย

ทั้งนี้ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ ปานิช พัฒนาการเล่นลูกฟรีคิกขึ้นมาได้อย่างผิดหูผิดตา เพราะ 68 เปอร์เซ็นต์ของประตูจากลูกฟรีคิกทั้งหมดของเขามันเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีหลังสุด ทำให้แม้ว่าตอนนี้เขาอาจจะต้องแบ่งเล่นลูกฟรีคิกกับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า แต่เขาก็น่าจะได้รับโอกาสยิงลูกฟรีคิกบ่อยพอตัว

 

 – ลิโอเนล เมสซี่ : 53 ประตู
 เดิมทีตอนแรกๆ เมสซี่ ไม่ได้มีจุดเด่นในด้านการยิงลูกฟรีคิกเท่าไหร่ แต่เขาก็พัฒนาด้านนั้นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมในพักหลังจนตอนนี้คู่แข่งทุกคนไม่สามารถประมาทได้อีกแล้วเมื่อเห็นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มายืนรอเล่นลูกฟรีคิกเวลาที่ทีมได้ฟาวล์

ทั้งนี้ ถ้านับเฉพาะฤดูกาล 2018-19 แล้วนั้น เมสซี่ สามารถทำประตูจากลูกฟรีคิกให้กับ บาร์เซโลน่า ได้ถึง 8 ลูกด้วยกัน แถมในซีซั่นนั้นถ้าวันไหนเขาทำประตูจากลูกฟรีคิกได้แล้วล่ะก็ บาร์เซโลน่า ก็ไม่แพ้เลยด้วย แบ่งเป็นชนะ 6 นัด กับเสมอ 1 เกม ขณะที่ถ้าเป็นซีซั่นที่แล้วเขาก็ผลิตสกอร์จากลูกนิ่งได้ 5 หนด้วยกัน

 

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : 57 ประตู
ในด้านนี้ โรนัลโด้ เหนือกว่าคู่อริตลอดกาลนิดหน่อย ถึงแม้พักหลังดาวเตะวัย 35 ปีจะทำประตูจากลูกฟรีคิกได้น้อยลงไป อย่างเช่นฤดูกาล 2019-20 ที่ทำประตูจากลูกฟรีคิกให้กับ ยูเวนตุส ได้เพียงลูกเดียว แต่ผลงานในหลายฤดูกาลก่อนหน้านั้นก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เขาครองบัลลังก์ "ราชาฟรีคิก" ในบรรดานักเตะที่ยังค้าแข้งอยู่ได้

ทั้งนี้ ฤดูกาลที่ โรนัลโด้ ทำประตูจากลูกฟรีคิกได้มากที่สุดหากนับเฉพาะเกมระดับสโมสรคือซีซั่น 2008-09 กับ แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด และฤดูกาล 2009-10 กับ เรอัล มาดริด หลังจากใน 2 ซีซั่นนั้นเขาทำประตูจากลูกฟรีคิกได้ฤดูกาลละ 6 ลูกด้วยกัน

เสร็จแมนยู!เวนเกอร์เผยแห้วใครทำเสียดายสุด

อาร์แซน เวนเกอร์ เปิดอก คนที่ตนเสียดายมากที่สุดที่ดึงมาร่วมทัพไม่สำเร็จตอนคุม อาร์เซน่อล ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยบอกว่าตอนนั้น โรนัลโด้ ถึงขั้นได้เสื้อ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปแล้วด้วย
    อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพในตอนที่ โรนัลโด้ ยังอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน คือการชวดแข้งเป้าหมายที่ทำให้ตนรู้สึกเสียดายมากที่สุดจนถึงตอนนี้

    โรนัลโด้ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองตอนอยู่กับ สปอร์ติ้ง ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพในปี 2003 ซึ่งหลังจากใช้เวลาปรับตัวอยู่พักหนึ่งแข้งวัย 35 ปีก็ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดกับ "ปีศาจแดง" ได้ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ตามลำดับ แถมตอนนี้ถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลกด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดเผยว่าก่อนที่ โรนัลโด้ จะไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เวนเกอร์ ก็เคยคิดที่จะเอาแข้งชาวโปรตุกีสไปร่วมงานด้วยกันที่ อาร์เซน่อล เหมือนกัน

    ทั้งนี้ ล่าสุด เวนเกอร์ ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆ กับ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อดังของอังกฤษ โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่านักเตะคนไหนที่เขารู้สึกเสียดายมากที่สุดที่คว้ามาร่วมทัพไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "อุ๊ฟ! ผมคงไม่บอกว่ามันมีคนที่เข้าข่ายนั้นแค่คนเดียวหรอกนะ เพราะมันมีตั้ง 50 คนที่ผมรู้สึกเสียดาย! แต่อีกมุมหนึ่งนั้นคนที่อาจจะใกล้เคียงกับคำว่าเสียดายมากที่สุดก็คงจะเป็นการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนที่เขาเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด"

    "ตอนนั้นเราทำข้อตกลงกับ สปอร์ติ้ง ได้แล้ว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอา คาร์ลอส เคยรอซ ไปเป็นผู้ช่วยโค้ชของพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะให้ข้อเสนอสูงกว่าเราแล้วได้ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพ ที่จริงเราบรรลุข้อตกลงเรื่องหลักๆ กับเขาได้แล้ว เขาได้เสื้อของ อาร์เซน่อล ไปรอใส่แล้วด้วยซ้ำ แถมเรายังเคยกินมื้อเที่ยงกับเขาและคุณแม่ของเขาที่สนามซ้อมอีกต่างหาก! นั่นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง แต่ที่จริงมีหลายคนที่ผมเสียดาย สโมสรใหญ่ๆ น่ะจะพลาดนักเตะชั้นยอดไปหลายคนได้เป็นธรรมดา!"

ตามรอยตำนาน!แมนยูประกาศเบอร์เสื้อคาวานี่เรียบร้อย

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คอนเฟิร์มเรียบร้อย สำหรับหมายเลขเสื้อของ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงคนใหม่ ซึ่งถือเป็นเบอร์เดียวกับตำนานผู้ยิ่งใหญ่หลายรายในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังคนใหม่ของทีม จะได้สวมเสื้อหมายเลข 7
 
     หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยวัย 33 ปี ซึ่งหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน เพิ่งปิดดีลย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไร้ค่าตัว ในวันปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     ล่าสุด "ปีศาจแดง" คอนเฟิร์มแล้วว่า คาวานี่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามรอยตำนานของสโมสรอย่าง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริก คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

     ทั้งนี้ เบอร์ 7 ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ คาวานี่ เพราะเจ้าตัวเคยใช้เบอร์นี้มาแล้วสมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี ส่วนตอนอยู่กับ เปแอสเช สวมเบอร์ 9

แฉโด้,รามอสไม่คุยกันตั้งแต่โมดริชได้บอลทองคำ

สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช ได้บอลทองคำเมื่อปี 2018 โดยเหตุผลสำคัญเพราะ กัปตันเรอัล มาดริด ไม่พอใจปฏิกิริยาของ "เฮียโด้" ตอนที่ สตาร์ชาวโครแอต ได้บัลลง ดอร์ ไปครอบครอง
               คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ กับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังจอมแกร่ง ซึ่งคว้าแชมป์ร่วมกับ 15 รายการในช่วงที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดคุยกันมานาน  2 ปีนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในประเทศสเปน
              อดีตเพื่อนร่วมสังกัด "โลส บลังโกส" มีโอกาสจะได้พบกันอีกครั้งในแมตช์ที่ โปรตุเกส ปะทะ กับ สเปน ในเกมอุ่นเครื่องวันพุธที่ 7 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานนับตั้งแต่ที่ โมดริช คว้ารางวัลบอลทองคำเมื่อปี 2018

              "มาร์ก้า" รายงานว่า รามอส และเพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ไม่สนใจ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกเลยหลังจากที่ "ซีอาร์ 7" แสดงปฏิกิริยาเย็นชาจากการที่ตนเองต้องพลาดได้รางวัลทรงเกียรติซึ่งตกเป็นของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย

              ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดที่พลาดได้บัลลง ดอร์ ในปีนั้นว่า "แน่นอน ผมผิดหวัง…เวลาอยู่ในสนามผมทำทุกอย่างเพื่อคว้าบัลลง ดอร์ แต่ผมไม่ค่อยแฮปปี้ถ้าผมไม่ได้รางวัล ผมมีเพื่อนและครอบครัวที่แสนดี ผมเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ (เรอัล มาดริด)"

              "ขอแสดงความยินดีกับ โมดริช ซึ่งได้รับรางวัลนี้ แต่ในปีหน้าเราจะต้องเจอกันอีกครั้ง และผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อที่จะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านแล้วร้องไห้ไหมละ ?" อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ

โปรตุเกสแถลงโรนัลโด้ติดเชื้อโควิด-19

ซีอาร์เซเว่นต้องถอนตัวออกจากทีมชาติโปรตุเกส หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19
สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเปิดเผยเรื่องที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

ดาวเตะวัย 35 ปี มีผลตรวจโควิด-19 ครั้งล่าสุดออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องถอนตัวจากทีมชาติโปรตุเกสชุดเตรียมลงเล่นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พบกับสวีเดนในคืนวันพุธนี้ทันที

ขณะที่ผลตรวจของนักเตะโปรตุเกสรายอื่น ๆ นั้นออกมาเป็นลบทั้งหมด ทำให้สามารถลงฝึกซ้อมในวันนี้ (อังคารที่ 13 ตุลาคม) ได้ตามปกติ ส่วนทาง โรนัลโด้ ก็ถูกแยกไปกักตัวแล้ว ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ โปรตุเกส จะสามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ 4 ของลีก A กลุ่ม 3 ด้วยการเปิดสนามโชเซ อัลวาลาด ในเมืองหลวงกรุงลิสบอน ต้อนรับการมาเยือนของ สวีเดน คืนวันพุธที่ 14 ตุลาคม คิกออฟ 1.45 น. ตามเวลาไทย

คนที่ใช่?คันโตน่าว่ายังไงหลังคาวานี่รับสืบทอดเบอร์7

หลังจาก เอดินสัน คาวานี่ ได้เป็นเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 คนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ล่าสุด เอริก คันโตน่า ก็โพสต์เชิงเห็นดีเห็นงามด้วย โดยถึงขั้นบอกเลยว่าเป็นเบอร์ที่เหมาะกับจอมทำประตูระดับ 5 ดาว
   
เอริก คันโตน่า ตำนานดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นเชิงเห็นด้วยที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าคนใหม่ของ "ปีศาจแดง" ได้สวมเสื้อเบอร์ 7

แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็นสัญญากับ คาวานี่ แบบไร้ค่าตัวในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพ ซึ่งพวกเขาก็ตัดสินใจมอบเบอร์ 7 ใหเกับดาวเตะชาวอุรุกวัยทันที โดยเบอร์ดังกล่าวถือเป็นเบอร์ที่มีความสำคัญอย่างมากของยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเคยมีคนดังๆ สวมเบอร์ยนั้นหลายคน อย่างเช่น คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นต้น

  "เป็นเบอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับจอมทำประตูชั้นยอด! ขอให้โชคดีนะสหาย!" คันโตน่า โพสต์บน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยที่จริง คาวานี่ เคยสวมเบอร์ 7 สมัยที่อยู่กับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี มาแล้วเหมือนกัน