โกเซนส์มาแล้ว!เลิฟแบโผ22แข้งทีมชาติเยอรมนีเตะเนชั่นส์ลีก

โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี เปิดโผขุนพล "อินทรีเหล็ก" ที่จะใช้ลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ โรบิน โกเซนส์ ฟูลแบ็กดาวดัง อตาลันต้า มีชื่อติดทัพเป็นครั้งแรก

     โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ประกาศรายชื่อ 22 ผู้เล่น ชุดที่จะใช้ลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020/21 จำนวน 2 นัด ที่มีคิวเปิดบ้านเจอ สเปน วันที่ 3 กันยายน และบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 6 กันยายน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     แข้งดาวดังอย่าง โทนี่ โครส ห้องเครื่อง เรอัล มาดริด, ลีรอย ซาเน่ ปีกตัวใหม่ บาเยิร์น มิวนิค, ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกป้ายแดง เชลซี ต่างมีชื่อติดโผกันอย่างพร้อมหน้

     อย่างไรก็ตาม บรรดาแข้งตัวหลักจากค่าย "เสือใต้" อย่าง มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ นาบรี้ และ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ไม่มีชื่อติดทีม เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พัก หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
     สำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวติดทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นครั้งแรกมี 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย โรบิน โกเซนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง อตาลันต้า, โฟลเรียน นอยเฮาส์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์ นายทวารฝีมือดีจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์

สรุปรายชื่อ 22 ผู้เล่นทีมชาติเยอรมนี

     ผู้รักษาประตู : เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), แบร์นด์ เลโน่ (อาร์เซน่อล / อังกฤษ), โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

     กองหลัง : ธีโล เคห์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โรบิน โกเซนส์ (อตาลันต้า / อิตาลี), มัทธีอัส กินเทอร์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโค่ ชูลซ์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), นิคลาส ซือเล่ (บาเยิร์น มิวนิค), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี / อังกฤษ), โรบิน ค็อค (ไฟร์บวร์ก)

     กองกลาง : โฟลเรียน นอยเฮาส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด / สเปน), ยูเลี่ยน บรันด์ท (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ไค ฮาแวร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), ลีรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค), ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้ 04), อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), เอ็มเร่ ชาน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี / อังกฤษ), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (เบนฟิก้า / โปรตุเกส)

เมสซี่ส่อไปซิตี้,แมนยูยังเน้นซานโช! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

การตัดสินใจที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำเอาตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ลุกเป็นไฟเลยเลยทีเดียว และล่าสุดดูเหมือนว่า เวที พรีเมียร์ลีก น่าจะเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเจ้าตัว ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะยังคงมุ่งมั่นอยู่กับแข้งเป้าหมายหลัก ขณะที่ เชลซี ซึ่งเดินหน้าเสริมทัพแบบไม่เกรงใจใคร ก็จ่อที่จะได้แข้งดังเพิ่มอีกราย นอกเหนือจาก เบน ชิลเวลล์ ส่วนทางฝั่งยักษ์ใหญ่อิตาลีอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เรามาหาคำตอบกัน

    – (Official) เชลซี ปิดดีลคว้า เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) โดยตัวนักเตะเซ็นสัญญายาว 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.79 ล้านบาท)

    – (Official) บาร์เซโลน่า เปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา กองหน้าดาวรุ่งชาวโปรตุกีส อย่างเป็นทางการ หลังปิดดีลคว้าตัว ดาวเตะวัย 20 ปี มาจาก บราก้า ตั้งแต่เดือนมกราคม (ก่อนปล่อยให้นักเตะอยู่เล่นกับ บราก้า จนจบซีซั่น 2019/20) ด้วยค่าตัว 31 ล้านยูโร (ประมาณ 1,147 ล้านบาท) โดย ตรินเกา เซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวถึงปี 2025

 

    – บาร์เซโลน่า พร้อมพิจารณาขาย ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ ที่ราคา 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) หลังตัวนักเตะเรียกร้องขอย้ายทีม และกำลังพยายามหาทางฉีกสัญญากับต้นสังกัด เพื่อที่จะได้ย้ายสังกัดแบบไร้ค่าตัว โดยเชื่อกันตอนนี้ ดาวเตะวัย 33 ปี กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึงสโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (AS)

    – ล่าสุด ฮอร์เก้ คุณพ่อของ เมสซี่ ได้เดินทางถึงเมืองแมนเชสเตอร์ เรียบร้อย เพื่อเข้าเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะย้ายร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสัญญา 2 ปี (RAC1 และ TYC Sports)

 

    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่พร้อมที่จะล่าตัว เมสซี่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะสู้ไม่ไหวกับค่าเหนื่อยของตัวนักเตะที่รับอยู่ปีละ 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,624 ล้านบาท) (L Equipe)

    – ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียนของ บาร์เซโลน่า ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เชลซี ต้องการที่จะคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากกว่าอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ถึงแม้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ พร้อมให้โอกาสพิสูจน์ฝีเท้าก็ตาม (Marca)

 

    – ติอาโก้ ซิลวา อดีตปราการหลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่อเต็มทีกับการย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี โดยเจ้าตัวเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายในวันนี้ (Sky Sports)
   
    – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมอง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแข้งเป้าหมายหลักในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้มีโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม (Express)

 

    – อย่างไรก็ตาม อาแอส โมนาโก ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงิน 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นเข้ามาเพื่อขอซื้อตัว เบอนัวต์ บาเดียชิล เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งจอมแกร่ง เรียบร้อย (RMC Sport)

    – อาร์เซน่อล มีแผนการที่จะประกาศคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียนของ ลีลล์ อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ โดยได้มีการเซ็นสัญญาร่วมงานกันถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2025 เรียบร้อย (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ไอ้ปืนใหญ่" พร้อมที่จะล้มแผนล่าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางจอมแกร่ง แอตเลติโก มาดริด หลังจากที่ "ตราหมี" ยืนยันที่จะขายในราคา 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่ง อาร์เซน่อล ไม่พร้อมจ่าย (Express)

    – ในทางกลับกัน แอตเลติโก มาดริด หวังเพิ่้มโอกาสในการล่าตัว อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ หัวหอกเฟร้นช์แมนของ อาร์เซน่อล มาเสริมทัพ โดยได้มีการเปิดทางให้ "ไอ้ปืนใหญ่" เลือกนักเตะคนใดคนหนึ่งในทีมเป็นของแถม ระหว่าง โตมาส์ เลอมาร์, อังเคล กอร์เรอา และ บิโตโล่ (Marca)

 

    – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หวังสอย แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็กขวาตัวเก่ง วูล์ฟแฮป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมก๊วน โดย "หมาป่า" ตั้งค่าหัว ดาวเตะชาวไอริชวัย 28 ปี ไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" อยากให้ราคาถูกลงอีกหน่อย (Independent)

    – ยูเวนตุส ใกล้ที่จะได้ตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกันของ ชาลเก้ 04 มาร่วมทีม โดยจะเป็นในรูปแบบยืมตัวมาใช้งานก่อนที่ราคา 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) พ่วงออปชั่นซื้อขาด 18 ล้านยูโร (ประมาณ 666 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ม้าลาย" กำลังเจรจาอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อขอซื้อตัว เลอันโดร ปาเรเดส มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ มาเสริมทัพ โดยเชื่อว่า อดีตแข้ง อาแอส โรม่า วัย 26 ปี เป็นนักเตะที่กุนซือ อันเดรีย ปีร์โล่ อยากได้มาเสริมแดนกลาง (Corriere dello Sport)

    – อินเตอร์ มิลาน ได้เปิดโต๊ะเจรจากับ บาร์เซโลน่า อีกครั้ง เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางทีมชาติชิลี มาร่วมก๊วน (Gianluca Di Marzio)

 

    – นอกจากนี้ "งูใหญ่" พร้อมที่จะพยายามอีกรอบในการคว้าตัว ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กองกลางเลือดน้ำหอมของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (RMC Sport)

    – เอซี มิลาน เป็นอีกหนึ่งสโมสรในเวที เซเรีย อา นอกเหนือจาก อตาลันต้า และน้องใหม่อย่าง เบเนเวนโต้ ที่กำลังให้ความสนใจคว้าตัว มาร์โก กรูยิช กองกลางเลือดเซิร์บของ ลิเวอร์พูล (Tuttomercatoweb)

 

    – มุสซ่า เดมเบเล่ หัวหอกตัวเก่ง โอลิมปิก ลียง กลายเป็นอีกหนึ่งแข้งทางเลือกที่ บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวมาแทนที่ หลุยซ์ ซัวเรซ ดาวยิงจอมเก๋าชาวอุรุกวัย (Gianluca Di Marzio)

เรื่องเงินไม่ลงตัว!แมนยูพร้อมเลิกล่าซานโช่ซัมเมอร์นี้



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมเลิกภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากยังคุยเรื่องค่าใช้จ่ายกับทุกฝ่ายไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วยังไม่อยากเสียเงินก้อนโตไปกับการล่าปีกทีมชาติอังกฤษ
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะระงับแผนการล่าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถต่อรองเรื่องค่าใช้จ่ายได้ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผุ้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งเคยมีข่าวว่าพวกเขาใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แล้วด้วย แต่ติดปัญหาที่ ดอร์ทมุนด์ ประกาศว่าต้องการค่าตัวในระดับ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) สถานเดียว

    กระทั่งล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ ก็แฉว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมถอนตัวจากดีลนี้เป็นการชั่วคราวจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ถ้าหากทุกฝ่ายยังคุยเรื่องเงินกันไม่ลงตัว เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังคิดว่าค่าตัว 108 ล้านปอนด์มันไม่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การจะให้ค่าเหนื่อย ซานโช่ ในระดับเกือบสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12 ล้านบาท) ตามที่เจ้าตัวต้องการก็อาจจะทำให้โครงสร้างเรื่องค่าเหนื่อยของสโมสรในตอนนี้มีปัญหาด้วย

สนไหม?ทีมเอเยนต์คอสต้าเจรจาแมนยูเสนอย้ายซบ

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับการติดต่อจากทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า โดยทีมงานดังกล่าวเสนอปล่อย คอสต้า ให้กับ "ปีศาจแดง" ขณะที่ "เบียงโคเนรี่" ก็ต้องการโละเขาอยู่แล้ว

    ทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ปีก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเสนอปล่อยนักเตะในความดูแลของพวกเขาให้อีกฝ่าย ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

    เป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งปีก ซึ่งเดิมทีเป้าหมายเบอร์ 1 ของเขาคือ เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้โอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แข้งชาวอังกฤษมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้มันน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวของ ซานโช่ ในระดับเดียวกับที่ "เสือเหลือง" ต้องการ ซึ่งว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ถึง 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

    "They talked to Manchester United, they will think about this player" @DiMarzio on Douglas Costa’s future at Juventus pic.twitter.com/2sDZElV4Ay
    — Football Daily (@footballdaily) August 17, 2020

    เรื่องดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับปีกคนอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำรองแล้ว และล่าสุด ดิ มาร์ซิโอ ก็เผยว่าทีมเอเยนต์ของ คอสต้า เสนอปล่อยนักเตะของพวกเขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณา หลังจากที่แข้งวัย 29 ปี มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตจนทำให้ไม่ได้กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของทีม โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2019-20 คอสต้า จะได้ลงเล่นในลีก 23 นัด แต่มันก็เป็นในฐานะตัวจริงแค่ 7 เกมเท่านั้น

    ดิ มาร์ซิโอ เผยว่า "ยูเวนตุส อยากปล่อยเขาออกจากทีม บรรดาทีมเอเยนต์ของเขากำลังเดินเรื่องเพื่อหาทางออกอยู่ พวกเขาได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัว ดั๊กลาส คอสต้า รึเปล่า ดังนั้น ยูไนเต็ด จะพิจารณาเกี่ยวกับนักเตะคนนี้ ปัญหาก็คือ ดั๊กลาส คอสต้า เป็นนักเตะที่เจ็บบ่อยมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาสำหรับสโมสรที่อยากซื้อ ดั๊กลาส คอสต้า แต่แน่นอนว่าทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็เสนอเรื่องที่จะให้เขาย้ายไปเล่นกับที่นั่น

แดงเดือดนอกรอบ!แมนยูชนลิเวอร์พูลล่าตัวบรู๊คส์ร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อประจำเมืองแมนเชสเตอร์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเดินแผนล่า เดวิด บรู๊คส์ ดาวเตะ บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ให้ความสนใจในตัว บรู๊คส์ อยู่เหมือนกัน

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อ เดวิด บรู๊คส์ ปีก บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ แมนเชเสตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นชื่อดังประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    บรู๊คส์ เป็นเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บอร์นมัธ เมื่อฤดูกาลก่อนด้วยการทำไป 7 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 30 นัด โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแข้งวัย 23 ปีก็เคยมีข่าวกับ "ปีศาจแดง" เหมือนกัน ก่อนที่กระแสข่าวจะเงียบลงไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ บรู๊คส์ อาจจะมีค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ซึ่งมันก็มีโอกาสสูงที่ บอร์นมัธ จะขายเขา หลังจากทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้นไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2020-21 จนทำให้พวกเขาจะเจอกับปัญหาด้านการเงินในระดับหนึ่ง

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่ามันยังไม่ชัวร์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้ บรู๊คส์ เป็นแผนสำรองในกรณีอดได้ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รึเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว ซานโช่ มาร่วมทีมให้ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะล่าตัว บรู๊คส์ จริงๆ พวกเขาก็ต้องแข่งกับ ลิเวอร์พูล ที่แอบเหล่ดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่เหมือนกัน

โคลเผยผลเสียที่อาจตามมาหากแมนยูซิวซานโช่

แอนดี้ โคล ระบุ ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อ เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันก็อาจจะส่งผสเสียกับการพัฒนาฝีเท้าของ เมสัน กรีนวู้ด ได้เลย ชี้ ที่จริงตอนนี้ "ปีศาจแดง" ไม่ควรจะทำอะไรก็ตามที่จะชะลอพัฒนาการของ กรีนวู้ด

    แอนดี้ โคล อดีตยอดกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตือน "ปีศาจแดง" ว่าการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมตามไปด้วย

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขาต้องการทำให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความอันตรายมากกว่านี้ โดยถึงแม้ว่าผู้บริหารของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า ซานโช่ จะอยู่ช่วยทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21 แต่ก็มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ตัดใจจากการล่า ซานโช่ แต่อย่างใด

    ถึงกระนั้น หลายคนก็ตั้งประเด็นว่าการเอา ซานโช่ มาร่วมทัพมันเป็นภารกิจที่สำคัญมากที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้จริงๆ รึเปล่า หลังจาก 3 แนวรุกตัวจริงของพวกเขาอย่าง กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด กำลังทำผลงานได้โดดเด่นพอตัว โดยเฉพาะ กรีนวู้ด ที่เพิ่งมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น จนดูมีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าได้อีก

    โคล เผยว่า "เมสัน เป็นคนที่เก่งจนน่ากลัว เขาน่ากลัวมากๆ ถ้าเกิดเด็กคนนี้พัฒนาได้ตามศักยภาพของเขาแล้วล่ะก็ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่เก่งอยู่ในมือของพวกเขาอยู่แล้ว มันน่ากลัวมากๆ และมันอาจจะต้องใช้เวลานานอีกสักพัก (หมายถึงใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ กรีนวู้ด จะพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้)"

    "เขาอาจจะต้องเดินหน้าเล่นให้ได้แบบนี้ต่อไป, ทำประตูต่อไปเรื่อยๆ และสร้างความกดดันในแดนหน้าให้ได้ต่อไป เมื่อเขาโตขึ้นและเรียนรู้เกมการเล่นได้มากกว่านี้แล้วน่ะ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่ทำได้ทุกอย่างอยู่ในทีม เขาสามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแบบพวกนักเตะหมายเลข 9 ได้ และสามารถโยกไปยืนเป็นตัวริมเส้นในแผนที่ใช้กองหน้า 3 คนได้ด้วย มันน่าสนใจมากๆ ที่จะได้ดูกันว่า ยูไนเต็ด คิดว่าตำแหน่งไหนที่เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา รวมถึงเรื่องที่ว่าพวกเขามองว่าเขาเป็นนักเตะแบบไหน"

    "สำหรับผมแล้วนักเตะแบบหมายเลข 9 ที่เก่งที่สุดในโลกคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่ตอนนี้มันไม่มีนักเตะแบบ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในโลกนี้มากเท่าไหร่นัก ถ้าเกิดพวกเขาเอา เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ มันก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะคุณไม่อยากชะลอพัฒนาการของเขา (กรีนวู้ด) หรอก อย่าเข้าใจผิดนะ ยูไนเต็ด ยังจำเป็นต้องเสริมทัพให้ได้ เพราะคุณต้องพัฒนาทีมให้ดีขึ้นในทุกๆ ฤดูกาล แต่ประเด็นก็คือมันต้องหาสมดุลที่ดีให้ได้ด้วย ถ้าเกิดคุณมีนักเตะอย่าง เมสัน กรีนวู้ด อยู่ในทีมแล้วล่ะก็ คุณก็ไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเขา"

ได้ครบแล้ว! เช็คผลงาน4สโมสรลุยรอบตัดเชือกชปล.2019/20

หลังจากที่ โอลิมปิก ลียง พลิกล็อกโค่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เราได้ครบทั้ง 4 สโมสรเรียบร้อย สำหรับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96 เลยทีเดียว ที่ไม่มีสโมสรจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ลา ลีกา สเปน หลงเหลือในรอบตัดเชือก เพราะ 4 สโมสรที่หลุดเข้ามาเที่ยวนี้เป็นสองตัวแทนจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ แอร์เบ ไลป์ซิก และสองตัวแทนจากเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับ โอลิมปิก ลียง ว่าแล้วเรามาเช็คฟอร์มของทั้งสี่สโมสรกันเลยดีกว่าว่า ตลอดเส้นทาง 9 นัดที่ผ่านมานั้น พวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง และทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

* ปารีส แซงต์-แชร์กแมง *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 7
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 22 เสีย 5
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม เอ, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สกอร์รวมสองนัด 3-2 (แพ้ 1-2 เกมเยือน, ชนะ 2-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ อตาลันต้า 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมาโร อีการ์ดี้ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (5 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 1994/95 และ 2019/20)   

ทีมของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ที่ซีซั่นนี้กวาดเรียบทั้งสามแชมป์ในประเทศ มุ่งมั่นอย่างมากที่จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกให้ได้ ซึ่งพวกเขาก็มาดีเลยทีเดียว หลังผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่มี เรอัล มาดริด เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาก็ฝ่าด่าน ดอร์ทมุนด์ ได้แบบสนุก หลังพ่ายก่อนในเลกแรก ขณะที่รอบที่แล้ว เปแอสเช ทำท่าว่าจะโดน อตาลันต้า เขี่ยตกรอบ ทว่ากลับมาเป็นฝ่ายคว้าชัยได้แบบสุดดราม่า จากสองประตูช่วงท้ายเกมของ มาร์กินญอส และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง
        
* แอร์เบ ไลป์ซิก *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 32
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 17 เสีย 9
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สกอร์รวมสองนัด 4-0 (ชนะ 1-0 เกมเยือน, ชนะ 3-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : ติโม แวร์เนอร์ (ย้ายไป เชลซี แล้ว) และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (4 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบแบ่งกลุ่ม (ยูฟ่า ยูโรปา ลีก)
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2019/20) 

เซอร์ไพรส์มากๆ สำหรับ ไลป์ซิก ที่มาไกลจนถึงรอบตัดเชือก โดยนอกจากจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการซิวแชมป์กลุ่ม จี แล้ว พวกเขายังผ่านคู่แข่งในรอบ 16 ทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทัพ ได้อย่างง่ายดายด้วย และรอบก่อนรองฯ ถือเป็นไฮไลต์เลย เพราะสามารถโค่นทีมแกร่งอย่าง แอต. มาดริด ทั้งที่ไม่มีดาวยิงตัวเก่งอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งถือว่าน่าจับตามองเหลือเกินว่า ทีมของกุนซือหนุ่มไฟแรงอย่าง ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ จะไปไกลจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขันได้หรือไม่

* บาเยิร์น มิวนิค *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 2
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 9 เสมอ 0 แพ้ 0 ยิงได้ 39 เสีย 8
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม บี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ เชลซี สกอร์รวมสองนัด 7-1 (ชนะ 3-0 เกมเยือน, ชนะ 4-1 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2
        – ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (14 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบก่อนรองฯ
        – ผลงานดีสุดในชปล. : แชมป์ 5 สมัย (ได้ครั้งล่าสุดในซีซั่น 2012/13)   

เดินหน้าลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจสำหรับทัพ "เสือใต้" โดยผลงานในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ของพวกเขา ถือว่าโหดมากๆ เพราะคว้าชัยรวดมาตลอดเส้นทาง แถมกระซวกประตูคู่แข่งถึง 39 ลูก!!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรอบก่อนรองฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่ประวัติศาสตร์วงการลูกหนังต้องจารึกเลยทีเดียว หลังจากที่พวกเขารวมพลังกันไล่ขยี้ บาร์เซโลน่า แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 8-2 ดูแล้วฟอร์มแบบนี้ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค คงเริ่มฝันถึงแชมป์สมัยที่ 6 กันแล้ว  

* โอลิมปิก ลียง *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 17
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 3 ยิงได้ 14 เสีย 11
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : รองแชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่าน ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 (ชนะ 1-0 เกมเหย้า, แพ้ 1-2 เกมเยือน), รอบก่อนรองฯ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมมฟิส เดอปาย (6 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2009/10 และ 2019/20)   

นอกจาก ไลป์ซิก แล้ว ลียง ถือเป็นอีกทีมที่ทะลุเข้ามาถึงรอบตัดเชือกได้แบบเหนือความคาดหมาย โดยเริ่มตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ที่พวกเขาเบียดคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ได้แบบฉิวเฉียดในฐานะรองแชมป์กลุ่ม (แชมป์กลุ่มคือ ไลป์ซิก) พอมาถึงรอบ 16 ทีม ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า ลียง จะผ่าน ยูเวนตุส ได้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ แถมล่าสุดหักปากกาเซียน ฝ่าด่าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งในรอบก่อนรองฯ ได้อีก มาถึงจุดนี้แล้ว ทีมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย คงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถึงแม้รอบตัดเชือกต้องเจอกับ บาเยิร์น ก็ตาม

     * โปรแกรมการแข่งขันเกมรอบตัดเชือก *

– วันอังคารที่ 18 สิงหาคม : แอร์เบ ไลป์ซิก VS ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ 
– วันพุธที่ 19 สิงหาคม : โอลิมปิก ลียง VS บาเยิร์น มิวนิค, สนาม เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด

ชปล.ฤดูกาลหน้าอาจมีกลุ่มสุดโหดหลายกลุ่ม

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า อาจจะมีกลุ่มสุดโหดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" หลายกลุ่ม หลังจากที่ เซบีย่า ได้เลื่อนมาอยู่ในโถ 1 อย่างเช่นการที่ ลิเวอร์พูล อาจจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ กลัดบัค เป็นต้น
    สถานการณ์สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีความชัดเจนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ล่าสุด เซบีย่า ถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่ในโถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20

    เดิมที โถ 1 จะเว้นให้เฉพาะทีมที่เป็นแชมป์จากลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด 8 อันดับแรกตามการให้คะแนนของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น แต่ถ้าเกิดทีมไหนไม่ได้เป็นแชมป์ลีกในประเทศ แล้วไปได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ใน 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น ทีมที่ว่าก็จะได้อยู่ในโถ 1 ทันที

 

    ทั้งนี้ บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คู่ชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ต่างก็เป็นแชมป์ลีกในประเทศจนจะทำให้อยู่ใน โถ 1 สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ เซบีย่า ซึ่งได้ที่ 4 ใน ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 ได้เลื่อนจากโถ 2 มาอยู่ โถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ไปครอง

    เรื่องในครั้งนี้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกลุ่มที่เต็มไปด้วยทีมชั้นยอดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ในฤดูกาลหน้าได้เลย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล จาก โถ 1 ที่อาจจะโดนจับไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมในโถ 2 อย่าง บาร์เซโลน่า, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ แอตเลติโก มาดริด นอกจากนี้ ทีมจาก โถ 3 ที่ "หงส์แดง" อาจต้องเจอก็มีทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน หรือ ลาซิโอ รออยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากทีมในรอบคัดเลือกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสามารถมาถึงรอบแบ่งกลุ่มได้แล้วล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้ทีมอย่าง อตาลันต้า หรือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ต้องไปอยู่ในโถ 4 เช่นกัน โดยหากเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจไปเจอ 2 ทีมนั้นได้ ในกรณีที่พวกเขาไม่เจอทีมจาก อิตาลี หรือ เยอรมนี ในโถ 2 กับ โถ 3

    ทั้งนี้ มันยังมีโอกาสที่จะมี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" มากกว่า 1 กลุ่มด้วย ยกตัวอย่างเช่นนอกเหนือจากกลุ่มในด้านบนแล้วก็จะมีกลุ่มที่ประกอบไปด้วย เรอัล มาดริด จากโถ 1, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากโถ 2, ลาซิโอ จาก โถ 3 และ โอลิมปิก มาร์กเซย จากโถ 4 ในกรณีที่ "โอแอ็ม" ต้องอยู่ในโถสุดท้าย เป็นต้น

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ในปัจจุบัน
    ทีมที่อยู่โถ 1 แน่นอนแล้ว

    เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), บาเยิร์น (เยอรมนี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

    ทีมที่อยู่โถ 2 แน่นอนแล้ว
    บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 2 หรือ โถ 3 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์)

    ทีมที่อยู่ในโถ 3 แน่นอนแล้ว
    แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), ลาซิโอ (อิตาลี)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 3 หรือ โถ 4 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อตาลันต้า (อิตาลี), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี)

    ทีมที่อยู่ในโถ 4 แน่นอนแล้ว
    อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

    * ตัวอย่างกลุ่มสุดโหดที่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกันในซีซั่นหน้า
    – ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
    – เรอัล มาดริด, แมนฯ ซิตี้, ลาซิโอ, มาร์กเซย
    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนฯ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน, แรนส์

ดอร์ทมุนด์ถล่มดุ๊ยส์บวร์ก-ก่อนพลาดท่าพ่ายเฟเยนูร์ด ศึกอุ่นเครื่องรายการพิเศษ

โบุรสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงอุ่นเครื่องฟุตบอลรายการพิเศษด้วยการถล่ม ดุ๊ยส์บวร์ก ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 5-1 ก่อนในเกมถัดมาจะพลาดท่าแพ้ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่จากฮอลแลนด์ 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษสองนัด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษ "Cup of Traditions : BVB against Feyenoord and Duisburg" ที่่เมืองดุ๊ยส์บวร์ก ประเทศเยอรมัน โดยแบ่งเป็น 2 เกมแข่งขันกันต่อเนื่อง แบ่งเป็นเกมละ 1 ชั่วโมง เริ่มที่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา เยอรมัน พบ ดุ๊ยส์บวร์ก ทีมจากลีกา 3 เยอรมัน โดย "เสือเหลือง" แบ่งผู้เล่นเป็นสองชุด ซึ่งชุดแรกนำมาโดย เจดอน ซานโช่, ธอร์กาน อาซาร์, จิโอวานนี่ เรย์น่า และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ปรากฏว่าเป็น "เสือเหลือง" ที่เหนือกว่าชัดเจนถล่มไปขาดลอย 5-1 จากการทำประตูของ จิโวานนี่ เรย์น่า นาที 12, ธอร์กาน อาซาร์ นาที 14, เจดอน ซานโช่ นาที 26, อังส์การ์ คนอฟ นาที 49, 60 ส่วน ดุ๊ยส์บวร์ก ได้จาก อาห์เมต เอนกิ้น นาที 28

ส่วนอีกหนึ่งเกม ดอร์ทมุนด์ พบ เฟเยนูร์ด ทีมจากเอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ โดยทีมชุดนี้ของ "เสือเหลือง" ตัวหลักนำมาโดย เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์, ยูเลี่ยน บรันทด์, อั๊กเซล วิตเซล และ ราฟาเอล เกร์เรยโร่

ปรากฏว่าเกมนี้เป็น เฟเยนูร์ด ที่เหนือกว่านำก่อน 3 ประตูจาก นิโคไล ยอร์เกนเซ่น นาที 17, นาที 35, เอริค บอตเทกิน นาที 20 ส่วนทีม "เสือเหลือง" ได้ประตูตีไข่แตกจาก อั๊กเซล วิตเซล ในนาที 52 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

ดาวรุ่งอีกแล้ว! ดอร์ทมุนด์ประกาศยืมนิวกาก้าจากเรอัล มาดริด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จัดการเสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอีกหนึ่งราย หลังประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ชาวบราซิลของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวอย่างเป็นทางการ

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ดาวเตะวัย 18 ปี ถูก "ราชันชุดขาว" ดึงตัวจาก ฟลาเม็งโก้ มาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,020 ล้านบาท) แต่ได้ลงเล่นให้กับทีมกาสตีย่าเท่านั้น โดยได้ลงเล่น 3 นัดยิงได้ 2 ประตู

    ก่อนที่ล่าสุดทีมของ ซีเนดีน ซีดาน จะตัดสินใจปล่อยนักเตะออกไปหาประสบการณ์กับ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นทีมที่ให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาดาวรุ่งที่ย้ายมาแจ้งเกิดได้กับ "เสือเหลือง" มาแล้ว ก่อนจะถูกขายให้กับ อินเตอร์ มิลาน

 

        ด้าน มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า "เรเนียร์ ถือเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างมาก และสามารถที่จะเปลี่ยนสไตล์ให้เข้ากับการโจมตีที่หลากหลายได้, เราได้เฝ้าติดตามเจ้าหนูรายนี้มานานกว่าสองปีที่นอกจากจะมีเทคนิคที่โดดเด่นแล้ว เขายังมีร่างกายที่แข็งแกร่ง"

    สำหรับ เรเนียร์ เพิ่งจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ ฟลาเม็งโก้ เมื่อปี 2019 โดยมีสถิติยิง 6 ประตูจาก 15 เกม โดยเป็นมิดฟิลด์จอมทักษะมีเทคนิคที่แพรวพราวจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ริคาร์โด้ กาก้า ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน