ถึงเวลาราชัน! เรอัลมาดริดเน้นเพื่อจ่าฝูงมี “เบนเซม่า” บุกดับซ่าเอสปันญ่อล

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" ต้องเน้นเต็มที่ในเกมนี้หลัง บาร์ซ่า ที่ลงสนามไปก่อนนั้นเก็บได้เพียงแต้มเดียวความพร้อมจะขาด ลูก้า โมดริช ติดโทษแบนแดนหน้าไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ส่วนทาง เอสปันญ่อล เจ้าถิ่นของกุนซือ อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ ทีมบ๊วยของตารางมี โฆนาตาน กาเยรี่ ลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เอสปันญ่อล (20) – เรอัล มาดริด (2)
เวลา : 03.00 น.

สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ เทรนเนอร์เอสปันญ่อล เตรียมกลับใช้ชุดใหญ่ลงสนามอีกครั้งหลังพักไปหลายคนในเกมพ่ายเบติส เกมรับได้ เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า กับ เลอันโดร กาเบรอา พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกันอีกครั้ง

    ส่วนแบ็กขวา ฆาบี โลเปซ ซ้ายเป็น ดีดัค บีล่า ที่ผ่านความฟิตกลับมา แดนกลาง มาร์ค โรก้า เดินเกมร่วมกับ ดาบิด โลเปซ, ริมเส้นฝั่งซ้าย ดาเนียล เอ็มบาร์บ้า ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ส่วนฝั่งขวาใช้ ออสการ์ เมเลนโด้ ด้านกองหน้า โฆนาตาน กาเยรี่ ยืนล่าตาข่ายกับ อู่ เล่ย

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะได้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่จะไม่มี ลูก้า โมดริช กับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่ติดโทษแบนสวนทางกัน แบ็กซ้ายจะเป็นโอกาสของ มาร์เซโล่ ได้ลงตัวจริง ส่วนแบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล จะลงเล่นต่อไป โดยมี เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ราฟาแอล วาราน

    แดนกลาง โทนี่ โครส กลับมาเป็นตัวจริงคุมจังหวะกับ อีสโก้ และ กาเซมีโร่ ตัวรุก 3 คนใช้ วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า และ เอแด็น อาซาร์ ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ กับ ลูก้า โยวิช, ลูกัส บาซเกซ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – ฆาบี โลเปซ, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า – ออสการ์ เมเลนโด้, มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ, ดาเนียล เอ็มบาร์บา – อู่ เล่ย, โฆนาตาน กาเยรี่
 
    เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – มาร์เซโล่, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล – อีสโก้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เอสปันญ่อล

26/06/20    แพ้ เรอัล เบติส 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
20/06/20    แพ้ เลบันเต้ 1-3 (เหย้า)    ลา ลีกา
17/06/20    เสมอ เคตาเฟ่ 1-1 (เยือน)    ลา ลีกา
13/06/20    ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ โอซาซูน่า 0-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
   
เรอัล มาดริด

25/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เรอัล โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา

มีเสียวครึ่งหลัง! เรอัลมาดริดไม่พลาดรีสตาร์ทอัดเออิบาร์ จี้บาร์ซ่า 2 แต้ม

"ราชันชุดขาว" มีแผ่วให้เห็นในครึ่งหลังแต่ยังคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ ไปได้อย่างสนุก 3-1 ซิวสามแต้มยึดรองฝูง มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน จี้จ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เออิบาร์ ยึดที่ 16 หนีตายต่อหลังมีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่สองคะแนน ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ สเตเดี้ยม (มาดริด)

    รีสตาร์ท ลา ลีกา นัดที่ 28 "ราชันชุดขาว" รองจ่าฝูง เกมนี้ต้องมาเล่นที่สนามของทีมสำรอง รับการมาเยือนของ เออิบาร์ ทีมอันดับ 16 โดยก่อนเกม เรอัล มาดริด โดนจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ทิ้งห่างเป็น 5 คะแนน ทำให้แมตช์นี้ต้องคว้าชัยเพื่อลดช่องว่างให้เหลือแค่ 2 แต้มเหมือนเดิม

    เริ่มเกมมาได้แค่ 4 นาทีแรก เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า พยายามเลี้ยงบอลแหวกเข้าไป แต่โดน เซร์คิโอ อัลบาเรซ สกัดบอลออกมาเข้าทาง โทนี่ โครส แปด้วยขวาเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

    นาที 12 เออิบาร์ เกือบทวงประตูตีเสมอ หลัง โรแบร์โต้ คอร์เรอา ผ่านบอลเข้ากลางมาให้ เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่ อัดด้วย

    นาที 30 สกอร์ของเจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 หลัง เซร์คิโอ รามอส ตัดบอลได้แล้วพาขึ้นมาเอง ก่อนออกบอลให้ คาริม เบนเซม่า เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วจ่ายให้ โรดรีโก้ หลุดเข้าไปดวลก่อนจะถวายพานจ่ายให้ รามอส ที่เติมมากลางประตูยิงโล่งๆเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 6 ใน ลา ลีกา ของแนวรับวัย 34 ปี

    เกมรุกของเจ้าบ้านจัดจ้านจริงๆ นาที 37 เรอัล มาดริด มาพังประตูนำโด่งเป็น 3-0 อาซาร์ เล่นกับ เบนเซม่า ก่อนที่จะจ่ายตัดแนวรับให้ อาซาร์ หลุดเข้าไปซัดเสาแรกติดเซฟของ ดมิโตรวิช แนวรับทีมเยือนสกัดไม่พ้นมาเข้าทาง มาร์เซโล่ ตะบันด้วยซ้ายติดไซด์ก้อยพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 มาร์เซโล่ ครอสบอลมาเสาสองให้ โรดรีโก้ ยิงด้วยซ้ายมุมแคบแต่บอลยังไปติดเซฟของ มาร์โก ดมิโตรวิช

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำห่าง เออิบาร์ 3-0

    ครึ่งหลัง นาที 49 ติโบต์ กูร์กตัวส์ ทำเสียวหลังออกบอลด้วยเท้าพลาดไปติด ฟาเบียน โอเรยาน่า ก่อนบอลมาเข้าทาง  เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ซัดเร็วนอกกรอบ แต่ กูร์กตัวส์ ยังแก้ตัวเซฟออกไปแบบหวุดหวิด

     ทีมเยือนบุกมาเป็นชุด นาที 57 เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ตะบันไกลด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งจะเสียบมุม แต่กูร์กตัวส์ยังไวบินปัดมือเดียวออกหลังไป

    ถัดมาอีกนาทีเดียว จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง เออิบาร์ ชวดได้ประตูตีไข่แตก หลัง เปโดร เลออน เปิดมาเสาแรกให้ ปาโบล เด บลาซิส โขกเสาแรกไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 60 เออิบาร์ มาได้ประตูไล่คืนมาเป็น 1-3 จนได้ บอลจากลูกคอนเนอร์เปิดเข้ามา แนวรับชุดขาวเคลียร์กันไม่ได้ เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ อัดด้วยขวาไปแฉลบ เปโดร บิกาส เปลี่ยนทางไปชน กูร์กตัวส์ ปลิ้นเข้าประตูไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีจังหวะล้ำหน้า ก่อนจะให้ประตูแก่ทีมเยือนและเป็นเครดิตการทำประตูของ เปโดร บิกาส

    นาที 61 ซีดาน เปลี่ยนรวดเดียว 3 คน เอแดร์ มิลิเตา, แกเร็ธ เบล และวินิซิอุส จูเนียร์ ลงเล่นแทน เซร์คิโอ รามอส, โรดรีโก้ และเอแด็น อาซาร์

    โอกาสได้ลุ้นยังเป็นทีมเยือนที่มีเสียวกว่า คราวนี้ นาที 74 บอลจากลูกเซ็ตเพลย์ เปโดร เลออน เปิดมาให้ เปาโล โอลิเวยร่า เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโขกหลุดกรอบออกไป

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด กลับมารีสตาร์ทคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ 3-1 คว้าสามแต้มยึดรองจ่าฝูงต่อไป มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้ม ส่วน เออิบาร์ ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อหลังอยู่อันดับ 16 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนน

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล (แฟร์กล็องด์ เมนดี้ น.46), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (เอแดร์ มิลิเตา น.61),มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช (เฟเด้ บัลเบร์เด้ น.84), เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.61), คาริม เบนเซม่า, โรดรีโก้ (แกเร็ธ เบล น.61)

        เออิบาร์ (4-2-3-1) มาร์โก ดมิโตรวิช – โรแบร์โต้ คอร์เรอา, เปาโล โอลิเวร่า, ราฟา ซัวอาเรซ (เปโดร บิกาส น.57), อานาอิตซ์ อาร์บีย่า (เอสเตบัน เบอร์โกส น.84) – เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่, เซร์คิโอ อัลบาเรซ – ฟาเบียน โอเรยาน่า (เปโดร เลออน น.57), เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, ปาโบล เด บลาซิส (ทาเคชิ อินูอิ น.78) – กีเก้ (เซร์จี้ เอ็นริช น.57)

 

ราชันเฮขึ้นฝูง! มาดริดเน้นเต็มพิกัดจัด “เบนเซม่า” บุกซัดโซเซียดาด

โอกาสมาแล้วสำหรับ "ราชันชุดขาว" หลังบาร์ซ่าที่เก็บได้เพียง 1 คะแนนทำให้หากเกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน คว้าชัยจะทะยานขึ้นจ่าฝูงด้วย ”เฮดทูเฮด” ที่ดีกว่าความพร้อมมี คาริม เบนเซม่า นำทัพ ทางด้าน อีมานอล อัลกวาซิล นายใหญ่ เรอัล โซเซียดาด ผลงานไม่สู้ดีวาง อัดนาน ยานูไซ ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563
เรอัล โซเซียดาด – เรอัล มาดริด
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    อีมานอล อัลกวาซิล เตรียมเปลี่ยนผู้เล่น 5-6 ตำแหน่งจากเกมพ่าย อลาเบส 0-2 แบ็กขวาไม่มี โยเซบา ซัลดูอา ที่ติดโทษแบน ก็จะใช้งาน อันโดนี่ โกโรซาเบล ยืนแทน

    ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะปรับมาเป็น อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ยืนกับ โรแบง เลอ นอร์มังด์ และแบ็กซ้ายเปลี่ยนจาก ไอเอน มูนญอซ กลับมาเป็น นาโช่ มอนเรอัล

    แดนกลางได้ มิเกล เมรีโน่ พ้นโทษแบนกลับมาเล่นร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อีกอร์ ซูเบลเดีย ทำให้ ดาบิด ซูรูตูซ่า จะกลับไปสำรอง ส่วน 3 ประสานในเกมรุก อัดนาน ยานูไซ จะนั่งแล้วให้ กริ
สเตียน ปอร์ตู ลงตัวจริงฝั่งขวา, ฝั่งซ้ายเป็น มิเกล โอยาซาบัล ส่วนกองหน้าตัวเป้า อเล็กซานเดอร์ อีซัค ลงยืนแทน วิลเลี่ยน โชเซ่

    ซีเนดีน ซีดาน อาจจะเปลี่ยนทีมแค่ตำแหน่งเดียวคือ แบ็กซ้ายที่ มาร์เซโล่ น่าจะลงมาเล่นแทน แฟร์กล็องด์ เมนดี้

    ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมดคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส
และ ลูก้า โมดริช  คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ลูกัส บาสเกซ และ อิสโก้ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) อเล็กซ์ เรมีโร่-โยเซบา ซัลดูอา, อาริตซ์ เอลูสตอนโด้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล-มาร์ติน โอเดการ์ด, ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้, อีกอร์ ซูเบลเดีย-อัดนาน ยานูไซ, อเล็กซานเดอร์ อีซัค, มิเกล โอยาซาบัล

ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผู้จัดการทีม : ซีเนดีน ซีดาน

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

07/02/20    โกปา เดล เรย์    เรอัล มาดริด        3-4    เรอัล โซเซียดาด
24/11/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด         3-1    เรอัล โซเซียดาด   
12/05/19    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    3-1    เรอัล มาดริด
07/01/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        0-2    เรอัล โซเซียดาด
11/02/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        5-2    เรอัล โซเซียดาด
18/09/17    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    1-3    เรอัล มาดริด
30/01/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        3-0    เรอัล โซเซียดาด   
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล โซเซียดาด

19/06/20    แพ้ อลาเบส 0-2 (เยือน)     ลา ลีกา
15/06/20    เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา   
11/03/20 ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
05/03/20    ชนะ มิรันเดส 1-0 (เยือน)    โกปา เดล เรย์
 
เรอัล มาดริด

19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.

เบนซ์ยิงงามหยด! เรอัลมาดริดถล่มบาเลนเซียกดดันบาร์ซ่าเหลือ2แต้ม

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่พลาดโอกาสทอง หลังได้ คาริม เบนเซม่า จัดคนเดียวสองลูกก่อนทีมชนะ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด มุ่งหวังสามคะแนนเต็มเท่านั้น เพื่อบีบช่องว่างกับจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ให้เหลือแค่สองแต้มก่อน บาร์ซ่า มีคิวเต็มวันศุกร์นี้ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสขนผู้เล่นทัพใหญ่นำโดย "เอแดน อาซาร์-คาริม เบนเซม่า" ส่วน แกเร็ธ เบล มีชื่อสำรอง ขณะที่ อัลเบิร์ต เซลาเดส กุนซือทีมเยือน "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย ตั้งใจมีคะแนนติดมือกลับออกไปแมตช์นี้ ยิ่งถ้าชนะได้จะทำแต้มทาบพื้นที่ยูโรปาลีกอันดับ 5-6 ทันที วาง "ดาเนี่ยล ปาเรโฆ" ทำเกมสนับสนุน "โรดรีโก้ โมเรโน่" พังตาข่าย

     เริ่มครึ่งแรกราชันลุยก่อนนาทีที่ 4 เอแดน อาซาร์ ได้บอลอยู่บริเวณริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจ่ายตบไหลคืนเข้ากลางสนามหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลาให้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ วางเท้าส่องไกลบอลพุ่งตรงเข้าหาประตูแต่นายทวารทีมเยือนรับไว้ได้

     เรอัล มาดริดสร้างโอกาสนาทีที่ 11 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ หยอดบอลจากวงกลมกลางสนามออกข้างสนามด้านซ้ายไปที่ คาริม เบนเซม่า โยกมารับบอลกรัชากเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งเดียวกัน ปาดคืนมาให้ โทนี่ โครส ปรี่มาหวดทีเดียวบอลทิศทางเข้ากรอบแต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังไม่พลาดรับอยู่มือ

     นาทีถัดมา คาริม เบนเซม่า สกิดบอลเร็วหน้ากรอบเขตโทษต่อให้ เอแดน อาซาร์ แตะบอลเข้าไปยิงในเขตโทษแต่นายด่านทีมเยือนเอาตัวบล็อกไว้ทัน ก่อนจังหวะต่อเนื่อง โทนี่ โครส สบจังหวะซัดไกลนอกกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา บอลยังเข้ามือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซียเช่นเดิม

     ไอ้ค้างคาวเกือบนำนาทีที่ 14 มักซี่ โกเมซ ถอยต่ำลงไปล้วงบอลก่อนตวัดบอลตัดหลัง ราฟาแอล วาราน ที่ดันเช็คล้ำหน้าไปให้ โรดรีโก้ โมเรโน่ สปีดฉีกมาเก็บบอลกระชากเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษทางขวา ยิงบอลผ่านตัว ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารชุดขาวที่ออกมาปิดมุมแต่โชคไม่ดีบอลชนเสาอย่างจังกระดอนออกมาชวดขึ้นนำน่าเสียดาย

     บาเลนเซียเซ็งหนักนาทีที่ 21 การ์โลส โซเลร์ ป้ายบอลฝากไว้ที่ โฆเซ่ กาย่า แบ็กขวาทีมเยือนตบคืนกลับมาที่ การ์โลส โซเลร์ ที่ยืนจ่ายบอลยัดกลางสนาม 20 หลาเยื้องมาทางซ้ายเข้ากลางเขตโทษ บอลไปโดน มักซี่ โกเมซ กองหน้าไอ้ค้างคาวที่อยู่ตำแหน่งล้ำหน้าเปลี่ยนทางเล็กน้อย โรดรีโก้ โมเรโน่ วิ่งสอดมาตามแปบอลเข้าไปตุงตาข่าย กรรมการให้ประตูก่อนดูวีเออาร์ ริบสกอร์คืน

     เรอัล มาดริดเดินเกมนาทีที่ 29 ดานี่ การ์บาฆาล ตะลุยเดี่ยวลากบอลเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา จิ้มบอลหนีดาวเตะบาเลนเซีย เข้าดวลเดี่ยว เอเลียควิม ม็องกาล่า กองหลังทีมเยือนในเขตโทษ แตะหลบหนึ่งครั้งแล้วซัดบริเวณกรอบ 6 หลา แต่ว่า เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ปิดมุมเสาแรกได้ดีสกัดทิ้งได้อย่างหวุดหวิด

     ทีมเยือนทักทายอีกหนนาทีที่ 44 จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย รับบอลจากเพื่อนทางด้านข้างส่งเข้ากลางสนามระยะเกือบ 30 หลา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสส่องไกลก่อน เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ จะเข้ามาขวาง บอลพุ่งโค้งจะเสียบเสาสองทว่า ติโบล กูร์กตัวส์ เหยียดสุดตัวปัดพ้นกรอบประตูอย่างสวยงาม จบ 45 นาทีแรกเสมอกัน 0-0

     เริ่มครึ่งหลังเจ้าถิ่นเปิดเกมนาทีที่ 58 ดาเนี่ยล วาส ฟูลแบ็กทีมเยือนออกบอลไม่ดีถูก เซร์คิโอ รามอส ขึ้นมาสูงมาฉกบอลบริเวณกลางสนามจ่ายสั้นให้ เอแดน อาซาร์ ไหลคืนกลับมาที่กัปตันราชันชุดขาวดีดบอลคืนจากวงกลมเขตโทษให้ เฟเด บัลเบร์เด้ รับบอลยิงทันทีแต่ว่าบอลไร้น้ำหนักเข้ามือ

     เรอัลมาดริดสำเร็จผลนาทีที่ 61 เอแดน อาซาร์ ถอยต่ำไปแดนตนเองครองบอล ก่อนกระชากกินมากลางสนามเบี่ยงมาทางซ้ายระยะ 30 หลา จ่ายเข้ากลางมี ลูก้า โมดริช รอบอลตบคืนไปที่ เอแดน อาซาร์ ที่สปีดตีมาพร้อมกองหลังบาเลนเซียตรงเส้นกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ไหลบอลเร็วให้ คาริม เบนเซม่า วิ่งตีคู่ยืนโล่งอยู่ด้านข้างฝั่งขวาซัดเข้าประตูไปเป็นลูกที่ 15 ของดาวยิงเมืองน้ำหอม

     ราชันชวดทิ้งห่างนาทีที่ 65 ลูก้า โมดริช ได้บอลบริเวณกลางสนามเยื้องมาด้านขวา ก่อนมิดฟิลด์โครแอตหมุนตัวหนีผู้เล่นไอ้ค้างคาว หวดไกลระยะ 20 หลาด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งโค้งแต่ไม่ดีพอหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารทีมเยือน

     เจ้าบ้านทิ้งห่างนาทีที่ 74 โทนี่ โครส โยนลุกเตะมุมทางด้านขวาเข้ากลางเขตโทษ เซร์คิโอ รามอส กระโดดโหม่งจังหวะแรกโดนไม่เต็ม บอลกระดอนมาเข้าทาง แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลากบอลจี้โยกหนี ดาเนี่ยล วาส มาทางเขตโทษด้านซ้าย เกือบถึงเส้นหลัง ส่งบอลย้อนเข้ากลางให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่เพิ่งลงมาไม่ถึงนาทีเอนตัววอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายสัมผัสบอลครั้งแรกเลี้ยวหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายด่านทีมเยือนเข้าไปอย่างแม่นยำ ราชันชุดขาวนำ 2-0

     ราชันชุดขาวเกือบบวกสกอร์เพิ่มนาทีที่ 85 โทนี่ โครส ปั่นลูกฟรีคิกระยะ 20 หลากรอบเขตโทษเอนมาทางซ้าย บอลเลี้ยงข้ามกำแพงผู้เล่นทีมเยือนแต่ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซีย โชว์ความเหนียวเซฟได้อีกครั้ง

     แต่แล้วช่วงท้ายเกม โทนี่ โครส เปิดบอลโด่งจากกลางสนามให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่วิ่งหลุดแนวรับทีมเยือนมาคนเดียวทางสนามฝั่งขวา เจ้าตัวเลี้ยงขึ้นมาถึงกรอบเขตโทษ แล้วหยอดบอลเข้ากลางเขตโทษไปให้ คาริม เบนเซม่า ใช้สุดยอดทักษะกระดกหลบเกมรับไอ้ค้างคาวด้วยเท้าขวาและยิงตามน้ำด้วยซ้าย บอลเหินเสียบเข้าตุงตาข่ายแบบงามหยด ก่อนที่นาทีที่ 89 อี คัง อิน หัวหอกโสมขาวตัวสำรองของทีมเยือนไปเตะนอกเกมใส่ เซร์คิโอ รามอส ถูกใบแดงไล่ออกไป จบเกม เรอัล มาดริด ถล่มครึ่งหลังใส่ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,โทนี่ โครส,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเด บัลเบร์เด้ (มาร์โก อเซนซิโอ น.74),ลูก้า โมดริช,คาริม เบนเซม่า,เอแดน อาซาร์ (วิเนซิอุส จูเนี่ยร์ น.82)

บาเลนเซีย (4-2-2): เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น,ดาเนี่ยล วาส,ฮูโก้ กิยามองต์,เอเลียควิม ม็องกาล่า,โฆเซ่ กาย่า,เฟร์ราน ตอร์เรส (กอนคาโล่ กูเอเดส น.59),ดาเนี่ยล ปาเรโฆ (ฟร็องซิส โกเกแล็ง น.69),จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย,การ์โลส โซเลร์ (เดนิส เชริเชฟ น.69),โรดรีโก้ โมเรโน่ (อี คัง อิน น.76),มักซี่ โกเมซ (เควิน กาไมโร่ น.59)

 

เบนเซม่าซัด! เรอัลมาดริดบุกเชือดโซเซียดาด แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูง

   

เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยเหนือ เรอัล โซเซียดาด ได้สำเร็จ 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญส่งผลให้มีแต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า 65 คะแนน แต่ "ราชันชุดขาว" เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้รั้งเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    ศึก ลา ลีกา สเปน นัดที่ 30 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด อันดับ 6 เปิดรังรับการมาเยือนของรองจ่าฝูง เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หากลูกทีมของ ซีดาน คว้าสามแต้มได้จะมี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า ทว่าเฮดทูเฮดดีกว่าจะแซงนำเป็นจ่าฝูงทันที

    อีมานอล อัลกวาซิล เทรนเนอร์เจ้าถิ่นส่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ยืมมาจาก "ราชันชุดขาว" ลงปั้นเกมโดยมี มิเกล โอยาซาบัล  และอเล็กซานเดอร์ อีซัค ล่าตาข่าย ส่วน เรอัล มาดริด ของซีเนดีน ซีดาน ส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ประสานงานร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "ราชันชุดขาว" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อนเลย หลัง เฟเด บัลเบร์เด้ หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงด้วยขวาหลุดกรอบไป

    นาที 15 มาร์ติน โอเดการ์ด แข้งตัวยืมของชุดขาวได้ลุ้นบ้างเหมือนกัน หลังตะบันนอกกรอบแต่บอลยังหลุดกรอบออกไป

    นาที 33 เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ เรอัล มาดริด คราวนี้ เฟเด บัลเบร์เด้ ไหลให้ คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางซ้ายก่อนโยกหลอกแล้วอัดเต็มแรงพุ่งไปติด อเล็กซ์ เรมีโร่ รับไม่อยู่ก่อนโดนกองหลังเคลียร์ออกมาได้

    ชุดขาวยังบุกอย่างหนัก อีก 2 นาทีถัดมา ได้ลุ้นอีกจาก คาเซมีโร่ หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโซเซียดาด

    นาที 42 วินิซิอุส จูเนียร์ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโยกหลบผู้เล่นเจ้าบ้านสองคนแล้วกดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งไปติดเซฟของ เรมีโร่

    จบครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด ยังเสมอกับ เรอัล มาดริด 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 48 มาร์เชโล่ แทงบอลทะลุช่องให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับโซเซียดาด ก่อนจังหวะสุดท้ายที่กำลังจะยิงไปโดน ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ขัดขาจากด้านหลัง ผุ้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ ก่อนจะยืนยันให้จุดโทษ และเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด บุกมานำ 1-0

    นาที 60 ซีดาน ต้องเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง เอแดร์ มิลิเตา ลงไปคุมหลังแทน เซร์คิโอ รามอส ที่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

    นาที 68 โซเซียดาดชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง อัดนาน ยานาไซ สับไกเบียดเสาแรกเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก มิเกล เมรีโน่ ที่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปบังการป้องกันของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ถือมีส่วนร่วมกับเกม

    อีกสองนาทีถัดมา กลายเป็น เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 เฟเด บัลเบร์เด้ ครอสบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า ใช้ไหล่พักบอลก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป แข้งเจ้าถิ่นฟ้องว่าเป็นแฮนด์บอลแต่หลังจากเช็กจาก วีเออาร์ แล้วผู้ตัดสินยืนยันให้ประตูมองว่าบอลโดนไหล่ไม่แฮนด์บอล

      นาที 83 เรอัล โซเซียดาด มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จนได้ จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โลเปซ วางบอลไปไกลถึง มิเกล เมรีโน่ จับบอลลงก่อนจะอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    จบเกม เรอัล โซเซียดาด พ่ายให้ เรอัล มาดริด 1-2 ทำให้ "ราชันชุดขาว" มี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้แซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล โซเซียดาด (4-2-3-1) อเล็กซ์ เรมีโร่ – อันโดนี โกโรซาเบล, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล – อีกอร์ ซูเบลเดีย, มิเกล เมรีโน่ – ปอร์ตู, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล โอยาซาบัล – อเล็กซานเดอร์ อีซัค

    ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดริเกซ – คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

 

อาซาร์พร้อมเลื้อย! เรอัลมาดริดต้องเฮลุยบาเลนเซียหวังแต้มจี้บาร์ซ่า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ได้โอกาสดีสำหรับการทำคะแนนไล่จี้ บาร์ซ่า เหลือสองแต้ม เอแดน อาซาร์ ฟิตพร้อมกระชากป่วนแนวรับทีมเยือน "ไอ้ค้างค้าว" บาเลนเซีย ที่ยังมีหวังแย่งโควตาบอลยุโรปถ้วยเล็ก ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563
เรอัล มาดริด (2) – บาเลนเซีย (8)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
   

     ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ราชันชุดขาวไม่มี นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ที่บาดเจ็บ ส่วนรายของ ดานี่ การ์บาฆาล กับ มาเรียโน่ ดิอ๊าซ ต้องเช็กความฟิต

    ทำให้ตำแหน่งแบ็กขวา ถ้า การ์บาฆาล ไม่ไหว เอแดร์ มิลิเตา จะลงเล่นแทน ส่วนแบ็กซ้ายจะสลับมาเป็น แฟร์ล็องด์ เมนดี้, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส และ อิสโก้  และพัก ลูก้า โมดริช ไว้ที่ข้างสนาม คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแดน อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วน อัลเบิร์ต เซลาเดส กุนซือไอ้ค้างคาวต้องปรับทัพหลายตำแหน่ง แนวรับ กาเบรียล เปาลิสต้า มีอาการเจ็บรบกวน ถ้าไม่ไหวอาจต้องถอย ฟร็องซิส โกเกแล็ง ลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อูโก้ กุยยามอน แล้วดร็อป มูคตาร์ เดียกาบี้ ที่ฟอร์มห่วยไว้ข้างสนาม

    ส่วนแบ็กซ้ายต้องเช็กฟิต โฆเซ่ กาย่า ถ้าไม่เต็ม 100 เยาเม่ กอสต้า จะเล่นแทน แบ็กขวาสลับมาใช้ ดาเนี่ยล วาส แทน ฟลอเรนซี่ แดนกลาง จอฟเฟร ก็องด็อกเบีย พ้นโทษแบนกลับมายืนกับ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ ตามเดิม

    ริมเส้น ฝั่งขวาเป็น เฟร์ราน ตอร์เรส ฝั่งซ้าย การ์ลอส โซเลร์ คู่หน้า  โรดริโก้ โมเรโน่  ยืนกับ มักซี่ โกเมซ ส่วนในรายของ เอเซเกล การาย กับ กริสเตียโน่ ปิชชีนี่ 

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล (เอแดร์ มิลิเตา), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, อิสโก้, โทนี่ โครส-เอแดน อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

    บาเลนเซีย (4-4-2) เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น-ดาเนี่ยล วาส, อูโก้ กุยยามอน, ฟร็องซิส โกเกแล็ง (กาเบรียล เปาลิสต้า),โฆเซ่ กาย่า(เยาเม่ กอสต้า)-เฟร์ราน ตอร์เรส, ดาเนี่ยล ปาเรโฆ, จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย, การ์โลส โซเลร์-มักซี่ โกเมซ, โรดรีโก้ โมเรโน่

ราชันห้ามพลาด! “อาซาร์” คัมแบ็กนำมาดริดฟัดเออิบาร์ รีสตาร์ทลาลีกา

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" รองจ่าฝูง จะพาทีมรีสตาร์ทลาลีกา ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ เออิบาร์ ทีมอันดับ 16 ความพร้อมได้ เอแด็น อาซาร์ หายเจ็บบัญชาทัพคู่ คาริม เบนเซม่า โดยต้องเก็บ 3 แต้มเท่านั้นหลัง บาร์ซ่าคว้าชัยทิ้งห่างออกไป 5 คะแนนแล้ว ในศึกรีสตาร์ทฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอลลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563    
เรอัล มาดริด (2) – เออิบาร์ (16)       
เวลา : 00.30 น. 

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว    

     ซีเนดีน ซีดาน กุนซือชุดขาว จะไม่มี นาโช่ เฟร์นานเดซ กับ ลูก้า โยวิช ที่บาดเจ็บ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหา ทุกคนพร้อมลงสนาม โดยจะยึดระบบ 4-4-2 ไดมอนด์

    แผงหลัง มาร์เซโล่ ลงยืนแบ็กซ้าย แบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตามเดิม ใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน

    แดนกลาง อีสโก้ คุมเกมรุกตรงกลาง ร่วมกับ เฟเด บัลเบร์เด้,โครส และ คาเซมีโร่ โดยมี ลูก้า โมดริช เป็นตัวสอดแทรก คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ด้าน โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ กุนซือทีมเยือนจะชวดใช้งาน กอนซาโล่ เอสกาลันเต้ มิดฟิลด์ตัวกลางที่ติดโทษแบน ทำให้ ปาเป้ ดิย็อป จะลงตัดเกมร่วมกับ เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่

    ส่วนริมเส้น มี เปโดร เลออน ลงทำเกมฝั่งขวา, ฟาเบียน โอเรยาน่า ยืนด้านซ้าย คู่หัวหอกวาง ชาร์เลส ดิอาซ กองหน้าบราซิลยืนกับ เซร์จี้ เอ็นริช

    แผงหลัง เปโดร บีกัส จะยืนเซนเตอร์คู่กับ เปาโล โอลิเวยร่า แบ็กขวาใช้ อานาอิตซ์ อาร์บีย่า ส่วนแบ็กซ้ายเป็น โฆเซ่ อังเคล ‘โกเต้’ ตามปกติ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้,เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่,อีสโก้,โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์,คาริม เบนเซม่า

    เออิบาร์ (4-4-2) มาร์โก ดมิโตรวิช-อานาอิตซ์ อาร์บีย่า,เปาโล โอลิเวร่า,เปโดร บีกัส,โฆเซ่ อังเคล ‘โกเต้’-เปโดร เลออน,เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่,ปาเป้ ดิย็อป,ฟาเบียน โอเรยาน่า-ชาร์เลส ดิอาซ,เซร์จี้ เอ็นริช

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
10/11/19    ลา ลีกา    เออิบาร์    0-4    เรอัล มาดริด
06/04/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    2-1    เออิบาร์
24/11/18    ลา ลีกา    เออิบาร์    3-0    เรอัล มาดริด
10/03/18    ลา ลีกา    เออิบาร์    1-2    เรอัล มาดริด
23/10/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-0    เออิบาร์
 
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด

09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.
23/02/20    แพ้ เลบันเต้ 0-1 (เยือน)        ลา ลีกา
17/02/20    เสมอ เซลต้า บีโก้ 2-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
   
เออิบาร์

11/03/20    แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
07/03/20    แพ้ เรอัล มายอร์ก้า 1-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
29/02/20    ชนะ เลบันเต้ 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
22/02/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-5 (เยือน)    ลา  ลีกา
08/02/20    แพ้ อลาเบส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา

ของแถมเกรดพรีเมียม? เจาะผลงานเด่น มาร์ติน โอเดการ์ด ในซีซั่นนี้

ตอนปี 2014 ชื่อของ มาร์ติน โอเดการ์ด ถูกพูดถึงอย่างมากจากการที่ตอนนั้นว่ากันว่าดาวเตะชาวนอร์เวย์เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีฝีเท้าโดดเด่นมากที่สุด โดยตอนนั้นเขาเล่นให้ สตรอมก็อดเซ็ต ทีมเล็กๆ ในบ้านเกิด และเขาก็ตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป อย่างเช่น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

    สุดท้ายแล้วก็เป็น มาดริด ที่ได้ตัวเขาไปครองในปี 2015 แต่ดาวเตะชาวนอร์เวย์ก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ มาดริด มากนัก ขณะที่ตอนอยู่กับ เรอัล มาดริด กาสตีย่า ซึ่งเป็นทีมสำรองของ มาดริด เขาก็ทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร จนทำให้ที่ผ่านมาเขาต้องไปเล่นแบบยืมตัวกับ ฮีเรนวีน และ วิเทสส์ อาร์เน่ม โดยมันทำให้หลายคนมองว่าเขาคิดผิดที่ตัดสินใจไปซบ มาดริด

    อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นนี้เขาไปเล่นกับ เรอัล โซเซียดาด แบบยืมตัว และทำผลงานได้โดดเด่นในระดับหนึ่งจนทำให้ได้รับคำชมมากพอตัว ซึ่งไม่นานมานี้มีข่าวว่า มาดริด อาจจะเอา โอเดการ์ด มาเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอในการขอซื้อ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนี่อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของ "ปีศาจแดง" ก็ได้ และวันนี้เราจะไปเจาะลึกผลงานของเขาในซีซั่นนี้กันว่าทำไมเขาถึงดูเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด

    – การเลี้ยงบอล
    แม้ว่าหลักๆ แล้วในซีซั่น 2019-20 โอเดการ์ด จะโดน โซเซียดาด ใช้งานในฐานะกองกลางตัวรุก แต่เขาก็สามารถเลี้ยงบอลได้โดดเด่นในระดับหนึ่งจนทำให้สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เฉลี่ยแล้ว 2.4 ครั้งต่อนัดกับการลงเล่นในลีกประจำซีซั่นนี้ และมีส่วนทำให้เกมรุกของ โซเซียดาด โดดเด่นพอตัว

 

    แม้ว่าจะโดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อเกม แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็สามารถเรียกฟาวล์ให้ทีมได้เฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อนัดเช่นกัน ขณะเดียวกันเขาก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลติดคู่แข่ง 1.5 ครั้งต่อนัด ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่แย่เกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่เขาเลี้ยงบอลสำเร็จ

    – การผ่านบอล
    ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับ โซเซียดัด ดาวเตะวัย 21 ปีทำผลงานในด้านการผ่านบอลได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก อย่างฤดูกาลก่อนที่อยู่กับ วิเทสส์ เขาก็มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้าเพียงแค่ 79.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากการผ่านบอลเฉลี่ย 39.7 ครั้งต่อนัด

 

    อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้เขาแก้ไขด้านนั้นได้น่าประทับใจ เพราะสามารถผ่านบอลเข้าเป้าได้ 84.7 เปอร์เซ็นต์ จากการผ่านบอลเฉลี่ย 53.1 ครั้งต่อนัด แถมยังสามารถผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเฉลี่ย 2 หนต่อเกมด้วย ทำให้ถ้านับเฉพาะมิดฟิลด์ที่ลงเล่นใน ลา ลีกา ไปอย่างน้อย 20 นัดของซีซั่นนี้แล้วนั้น เขาถือเป็นคนที่มีค่าเฉลี่ยผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าสูงเป็นอันดับ 11 ร่วม

 

    ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเจาะลึกลงไปดูถึงการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญแล้วล่ะก็ โอเดการ์ด ก็สามารถทำได้ถึงเฉลี่ยแล้ว 2.4 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 1 ของ ลา ลีกา สำหรับมิดฟิลด์ที่ลงเล่นในลีกอย่างน้อย 20 เกมด้วย เหนือกว่าแม้กระทั่ง โทนี่ โครส มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ที่ทำได้ 2.1 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ

    – การยิง
    ในเกมลีกตลอดทั้งซีซั่นนี้นั้น โอเดการ์ด มีจังหวะลองสับไกทำประตู 41 ครั้ง โดยในจำนวนนั้นเป็นการยิงตรงกรอบ 15 ครั้ง ทำให้ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะก็ เขาก็สามารถยิงตรงกรอบได้ 36.6 เปอร์เซ็นต์

 

    ทั้งนี้ ในบรรดามิดฟิลด์ตัวกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบันนั้น มีเพียงคนเดียวที่มีเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบสูงกว่าเขา นั่นคือ อันเดรียส เปเรยร่า ที่จำนวน 37.8 เปอร์เซ็นต์ โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานด้านนี้กับ "ปีศาจแดง" อยู่ที่ 33.3 เปอร์เซ็นต์

 

 

    นอกจากนี้ ฤดูกาลนี้ โอเดการ์ด ก็ทำประตูในลีกไปได้แล้ว 4 ลูก ทำให้ค่าเฉลี่ยด้านประตูต่อการยิงตรงกรอบของเขาอยู่ที่ 0.27 และมิดฟิลด์ตัวกลางตามธรรมชาติของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีตัวเลขด้านนี้ดีกว่าเขาก็มีแค่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.44 เพียงคนเดียวเท่านั้น

ใคร?สโคลส์ชี้2แข้งยุคปัจจุบันที่สไตล์การเล่นคล้ายตน

พอล สโคลส์ ระบุ นักเตะยุคปัจจุบันที่คล้ายกับตนคือ โทนี่ โครส กับ ลูก้า โมดริช แต่ถ้าต้องเลือกคนใดคนหนึ่งคงจะเป็น โครส
   
พอล สโคลส์ ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า โทนี่ โครส กับ ลูก้า โมดริช คือนักเตะยุคปัจจุบันที่มีสไตล์การเล่นคล้ายกับตน

    สโคลส์ เคยทำผลงานได้สุดยอดตอนที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งว่ากันว่า "ปีศาจแดง" ขาดนักเตะแบบเขามานานนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวแขวนสตั๊ดไป ก่อนที่ตอนนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เหมือนจะมารับบทบาทนั้นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แล้ว

    สโคลส์ กล่าวระหว่างไปออกรายการพ็อดแคสต์ของ ร็อบบี้ ซาเวจ อดีตกองกลางขาโหด และอดีตเพื่อนร่วมรุ่นอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "ฉันอยากคิดว่าฉันเล่นเหมือน ลูก้า โมดริช นิดหน่อย เขาต่างจากฉันในตรงที่เขาเร็วกว่าฉัน, สามารถเอาชนะตัวประกบของเขาได้ แต่ผมคิดว่าคุณสมบัติบางอย่างของเขามันเหมือนกับฉัน อย่างเช่นการคุมเกม"

    "ตอนที่ฉันได้ดู 2 คนนั้นเล่นให้ เรอัล มาดริด ชุดที่ได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ น่ะ ฉันก็มองว่าพวกเขาทั้ง 2 คนเหมือนกับฉัน ฉันอาจจะคล้ายกับ โทนี่ โครส มากกว่า (เมื่อเทียบกับ โมดริช) จากการที่เราต่างก็เป็นคนประเภทจอมผ่านบอล และชอบคุมเกมมากกว่า เขาไม่ค่อยเข้าปะทะแบบรุนแรงกับคุ่แข่งเท่าไหร่ และทำประตูได้จากทุกที่ด้วย ฉันคิดว่าถ้าต้องเลือกคนใดคนหนึ่งแล้วล่ะก็ ฉันก็คิดว่าตัวเองเหมือนกับ โครส มากกว่า โมดริช"

‘เจิด’เลือกทีมในฝันไร้’โด้’-มีแข้งหงส์รายเดียว



สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางตำนานของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ เลือก 11 ผู้เล่นในฝันโดยที่ไม่มีดาวดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และมีแข้ง "หงส์แดง" เพียงรายเดียว

 เจอร์ราร์ด รับคำท้าจากเพื่อนซี้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ให้จัดผู้เล่น 11 คนในฝันที่เล่นในช่วงเวลาค้าแข้งของตัวเองโดยที่มีกฎสามารถเลือกผู้เล่นจากชาติเดียวกันหรือสโมสรเดียวกันได้ไม่เกิน 2 คน

 สำหรับ 11 ผู้เล่นในฝันของ เจอร์ราร์ด ที่จัดออกมามีนักเตะจาก ลิเวอร์พูล เพียงคนเดียวเท่านั้นคือ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในตำแหน่งแบ็กซ้าย และไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะ ยูเวนตุส และอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในทีม

 ส่วนตำแหน่งอื่นประกอบด้วย ผู้รักษาประตูเป็น ยาน โอบลัค (สโลวีเนีย) กองหลังอีก 3 คนคือ คาฟู (บราซิล), แว็งซ็องต์ ก็องปานี (เบลเยียม) และ คาลิดู คูลิบาลี่ (เซเนกัล)

 ขณะที่แดนกลางนำโดย รอย คีน อดีตกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จับคู่กับ โทนี่ โครส กองกลางทีมชาติเยอรมันของ เรอัล มาดริด โดยมี ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาของ บาร์เซโลน่า ทำเกมรุกร่วมกับ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ตำนานแข้ง ยูเวนตุส และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ดาวยิงความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศสของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 ส่วนหน้าเป้าเป็น ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา อดีตกองหน้า เชลซี และทีมชาติไอวอรี่ โคสต์