แฉสนั่น!ติอาโก้เฝ้ารอลิเวอร์พูลอยากทำงานกับ “คล็อปป์”

ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเฝ้าคอยให้ ลิเวอร์พูล มากระชากตัวไปร่วมทีม เพราะอยากที่จะร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ตอนนี้ติดแค่เรื่องการเซ็นสัญญา เพราะ "เสือใต้" ต้องการค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่ง "หงส์แดง" ยังไม่ยอมจ่าย

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางประสบการณ์สูงชาวสแปนิช ยังคงเฝ้ารอที่จะได้ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าในเวลานี้ "หงส์แดง" ยังไม่สามารถตกลงค่าตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของนักเตะที่อยากได้เม็ดเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยตัวออกไป

"เดอะ เร้ดส์" หมายตา ติอาโก้ ซึ่งเหลือสัญญาอยู่กับ "เสือใต้" เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ บาเยิร์น ต้องการเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ หากสโมสรไหนก็ตามที่อยากได้ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ไปร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบด้านการเงินกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีรายงานว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอในราคาที่ต่ำกว่าที่ยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียต้องการ แต่มีเงื่อนไขพิเศษ และโบนัสที่เกี่ยวพันกับฟอร์มการเล่น กระนั้น บาเยิร์น ได้ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

กระนั้น ติอาโก้ ซึ่งลงเล่นให้ บาเยิร์น 235 เกมนับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 และช่วยทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้ ยังรอคอยที่จะได้ย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โดยเรื่องนี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง เผยว่า "ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังคงรอคอยเพราะเขาอยากย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้มากๆ"

"ลิเวอร์พูล ยังคงติดต่อกับเขา แต่ บาเยิร์น ย้ำชัดเมื่อ 2 วันก่อนว่าพวกเขาจะขายติอาโก้ ในราคา 30 ล้านยูโร (27 ล้านปอนด์)เท่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ มากๆ ฉะนั้นทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับทั้งสองสโมสรในการตกลงกัน" โรมาโน่ ระบุทิ้งท้ายในเว็บไซต์ทวิตเตอร์

 

10 ประตูเด็ดของกวายาเรลล่าในสีเสื้อซามพ์โดเรีย

ฟาบิโอ กวายาเรลล่า กองหน้าวัยเก๋าของ ซามพ์โดเรีย เพิ่งออกมาประกาศว่าจะขอลดค่าแรงของตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระของสโมสร ในช่วงวิกฤติโควิด-19


ฟาบิโอ กวายาเรลล่า วัย 37 ปี ค้าแข้งกับ ซามพ์โดเรีย 2 ช่วง โดยช่วงแรกคือฤดูกาล 2006/17 และช่วงที่ 2 ย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน

นักกีฬาอลป.ยกเลิกงานแต่งหลังเห็นคลิปฉาวเจ้าสาว

นักกีฬามวยปล้ำทีมชาติรัสเซีย ชุดลุยโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น หัวใจสลายเมื่อมีคนส่งคลิปวีดิโอสุดสยิวที่มีภาพของว่าที่ภรรยาของตัวเองอยู่ในนั้น โดยงานนี้เจ้าตัวประกาศยกเลิกงานวิวาห์ทันที ขณะที่พ่อของฝ่ายหญิงถึงกับหัวใจวาย
    เซร์เบ็ค ซิดาคอฟ นักมวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ทีมชาติรัสเซีย ทำร้ายร่างกายเจ้าสาวของตัวเองในช่วงระหว่างปาร์ตี้ฉลองงานวิวาห์ และยกเลิกงานแต่ง หลังจากที่แขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอคลิป พร้อมกับข้อความที่อ้างว่าเธอเคยเป็นสาวขายบริการทางเพศ

    นักมวยปล้ำวัย 24 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนทัพ "หมีขาว" ลุยศึกโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเลื่อนไปแข่งปีหน้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจแต่งงานกับ มาดิน่า ฟลิเยว่า วัย 25 ปีที่นอร์ธ คอเคซัส ทางตอนเหนือของรัสเซีย พร้อมกับแขกที่มาเป็นสักขีพยานในงานสำคัญนี้กว่า 500 คน 
 

    ช่วงเวลาที่แสนชื่นมื่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวสุดช็อก เมื่อแขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอที่มีภาพสุดสยิวของฟลิเยว่า โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของภรรยานักธุรกิจพันล้านจอมเจ้าชู้ที่ไม่พอใจการกระทำของเธอ ที่แอบลักกินขโมยกินสามีชาวบ้าน

    สำหรับคลิปวีดิโอดังกล่าวถูกส่งในช่วงระหว่างที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังโยน ซิดาคอฟ ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งเป็นประเพณีของพวกเขา ขณะที่บรรดาสาวๆ กำลังเฉลิมฉลองรวมทั้งร่วมยินดีกับเจ้าสาวอยู่ที่ห้องใกล้ๆ กัน และหลังจากที่ ซิดาคอฟ ได้เห็นคลิปดังกล่าว เขาถึงกับช็อก ก่อนจะไปหาว่าที่ภรรยา และกระชากผมเธอออกมาจากห้อง

    จากนั้นเขาก็สั่งยกเลิกงานแต่ง และเดินหนีออกไปโดยปล่อยให้เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับพื้น ไม่นานนักเพื่อนๆ และครอบครัวได้รีบนำ ฟลิเยว่า ไปส่งโรงพยาบาล แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้าไปอีกเมื่อพ่อของฝ่ายหญิงถึงกับช็อกหัวใจวายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

    ขณะที่เพื่อนๆ ของฝ่ายเจ้าบ่าวได้นำเขาออกจากงานปาร์ตี้ และเดินทางไปสงบสติอารมณ์ จนกระทั่งเจ้าตัวตั้งสติได้ และยอมรับว่าไม่ควรที่จะทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นแบบนั้น นอกจากนี้หนึ่งในเพื่อนสนิทของเจ้าสาวเผยว่าฝ่ายหญิงเคยทำงานเป็นสาวขายบริการมาก่อน และว่าที่สามีของเธอไม่เคยรู้ชีวิตในอดีตนับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มคบกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

100 ล้านปอนด์อัพ!เปิด 5 แข้งค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้

 

 

พรีเมียร์ลีกไม่มีปัญหาการขาดแคลนผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านปอนด์ มาดูกันใครบ้างนักเตะที่มีค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากมีการย้ายทีมตอนนี้
   
แม้ว่าช่วงเวลาการซื้อขายย้ายทีม เวลานี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากสโมสรต่างๆได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับสภาวะทางการเงิน ทำให้สโมสรต่างๆต้องระมัดระวังมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

    ซึ่งแม้การย้ายทีมของเขาเหล่านี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มีการประเมินคร่าวๆว่า หากแข้งสตาร์ดังเหล่านี้ย้ายทีม ค่าตัวที่ประเมินในตอนนี้ แต่ละคนจะเป็นเท่าไหร่กันบ้าง และนี่คือ5 แข้งที่ได้รับการประเมินค่าตัวแล้ว สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

    5 เควิน เดอ บรอยน์ – 108 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุคนี้ เดอ บรอยน์ สร้างความแตกต่างให้กับทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า มาหลายฤดูกาลแล้ว แข้งชาวเบลเยี่ยมเป็นทุกอย่างให้ทีมได้ยามอยู่ในสนาม

    โดยเควิน เดอ บรอยน์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ในซีซั่นที่ผ่านมา ยิงได้ 13 ประตู และ แอสซิสต์อีก 20 จาก 35 นัดในพรีเมียร์ลีก 
        
    4 แฮร์รี่ เคน – 108 ล้านปอนด์

ตามปกติแล้ว หากเอ่ยลิสต์แข้งจอมถล่มประตูของพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ชื่อของ แฮร์รี่ เคน มักไม่พลาดที่จะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ ในปี 2019/20 ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเขาเอง

    กองหน้า สเปอร์ส ยังคงยิงได้ 18 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 29 นัด ในฤดูกาลที่ทีมของเขาจบอันดับที่ 6 ของตาราง ขณะที่ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยิงได้ถึง 6 ประตูจาก 5 เกม

    แฮร์รี่ เคน ทำลายกำแพง 20 ประตูใน 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2014/15 ถึง 2017/18 โดยเขายิงได้ 21 ประตูในปี 2014/15 และตามมาด้วย 25 ประตูในฤดูกาล 2015/16

    ด้วยวัย 27 ปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดในยุโรป และมีคุณลักษณะทั้งหมดที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของเขาชื่นชมอยู่เสมอ ซึ่งเขาคาดว่าจะมีฤดูกาลที่จะถึงนี้ เจ้าตัวจะเป็นตัวเอกอีกครั้งอย่างแน่นอน

    3 ซาดิโอ มาเน่ – 108 ล้านปอนด์

มาเน่ เป็นหนึ่งในกองหน้าตัวหลักของลิเวอร์พูล ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยผลงาน 18 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จาก 35 นัดในลีก จัดเป็นหนึ่งแข้งคนสำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอยู่ในตอนนี้

    ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ร่วมกับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดเป็นสามประสานสุดอันตรายของยุโรปชั่วโมงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 108 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมสำหรับลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ผลงานที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง หลังแข้งชาวอียิปต์กลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีก

    ซาลาห์ เป็นนักเตะที่คล่องแคล่ว เขาและการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ในบริเวณกรอบเขตโทษ ถือเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังคู่แข่งเป็นอย่างมาก

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ยิง 19 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์จากการลงสนาม 34 นัดในลีกของลิเวอร์พูล

    1 ราฮีม สเตอร์ลิง – 115.2 ล้านปอนด์

ภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า นั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ได้กลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดในยุโรป เขายืนอยู่ทางปีกซ้ายแบบนั้น ทุกครั้งที่เขารับบอลที่ด้านข้างของสนาม กองหลังคู่แข่งก็เริ่มสูญเสียความสงบในทันใด

    นักเตะชาวอังกฤษสามารถทำประตูได้เหนือกว่า ทั้งสองกองหน้าในทีมของเขาในฤดูกาลนี้ และเป็นดาวซัลโวให้กับซิตี้ นับตั้งแต่เขาเข้าร่วมทีมจากลิเวอร์พูลในช่วงฤดูร้อนปี 2015

    เขายิงไป 20 ประตูจากการลงสนาม 33 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิงทำได้ 30 ประตูและ 4 แอสซิสต์จาก 50 นัดในทุกรายการในฤดูกาล นี้และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

เมสซี่ปัดตรวจโควิด งัดข้อคูมันไม่ซ้อมมื้อแรก

 

สื่อในประเทศสเปน รายงานข่าวว่า ลิโอเนล เมสซี่ ไม่มาซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ในวันแรกของช่วงปรี-ซีซั่นในวันอาทิตย์นี้ อีกทั้งยังปฏิเสธเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19
   
ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ แสดงความจำนงขอย้ายทีม จนเกิดข่าวใหญ่ไปทั่วโลกลูกหนัง และจุดหมายปลายทางทีมต่อไปคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตนายเก่าคุมทีมอยู่

ล่าสุด อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุแห่งแคว้นคาตาลัน ระบุว่า เมสซี่ ยืนยันกับทางสโมสรว่าจะไม่เข้าร่วมซ้อมช่วงพรี-ซีซั่น และปฏิเสธเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันอาทิตย์นี้

นอกจากนี้ กาเดน่า แซร์  สื่อเมืองกระทิงดุ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร หรือประมาณ 25,000 ล้านบาท จะไม่มีผลในปีสุดท้ายของสัญญา

เจ๋งไหม..แข้งนอกใหม่แกะกล่องเขย่าไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก1 ฤดูกาล 2020-2021 จะกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ฟาดแข้งกันไปแล้ว 4 เกม แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ลีกต้องถูกระงับการแข่งขันชั่วคราวแบบยาวๆ 5 เดือน นวัตกรรมตะบันแข้งที่ฝ่ายจัดการแข่งขันพยายามค้นคิดหากรรมวิธีมากมายเพื่อให้ฟุตบอลออกมาในสิ่งที่ฝ่ายจัดต้องการให้เป็นจึงเกิดขึ้นโดยเรื่องสำคัญที่น่าสนใจคือเรื่องของตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษ ที่เปิดให้โอนย้ายกันระหว่างวันที่ 25 ส.ค.-7 ก.ย.63 ตลาดรอบนี้ทุกทีมมีสิทธิ์ที่จะเทผู้เล่นออกแบบยกกระบิดึงผู้เล่นเข้าแบบไม่อั้นขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเงินของแต่ละทีม

การย้ายเข้าออกของผู้เล่นส่วนใหญ่รอบนี้จะเป็นการย้ายผู้เล่นในลีก มากกว่าที่จะอิมพอร์ตเข้ามา ซึ่งมาถึงวันนี้มีผู้เล่นที่มาจากลีกนอกประเทศเพียง 7 ราย ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ 4 ราย ,บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1 ราย ,ราชบุรี เอฟซี 1 ราย และ เชียงราย ยูไนเต็ด 1 ราย  ผู้เล่น 6 ใน 7 ราย เป็นสิ่งที่แฟนบอล,สโมสรผู้ว่าจ้างคาดหวังอยากเห็นความแปลกใหม่สร้างความสำเร็จเพราะตลาดรอบนี้เหมือนเป็นตลาดที่เปิดมาช่วยเยียวยาหลายๆด้านทั้งเรื่องของสภาวะทางการเงินทีมกลางๆไปจนถึงเล็กๆ  รวมไปถึงทีมใหญ่ๆที่ผลงานยังไม่เข้าเป้า ตลาดรอบพิเศษที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นเส้นบางๆแห่งความหวัง

หากไม่นับรายของ “จาจ้า”แจ็คสัน โคเอญโญ่ ที่เชียงรายคว้าตัวมาร่วมทีม เพราะเคยโลดแล่นลีกไทยมาแล้ว ทั้งการเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  ไทยลีก ซีซั่นนี้จะมีแข้งนอกหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมถึง 6 คน นี่คือการแกะกล่องความสามารถบนลีกไทยของแข้งหน้าใหม่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่เรื่องราวในสนามแข่งขันในวันที่ 12 ก.ย.63 เป็นต้นไปจะเป็นตัวชี้วัด แต่ก่อนจะแกะกล่องแฟนบอลไทยไปทำความรู้จักกับบรรดาแข้งหน้าใหม่ของ 3 สโมสรกันว่ามีอะไรโดดเด่นถึงกล้าทุ่มมาในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกและวิกฤตโรค พอหอมปากหอมคอ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลือกเปลี่ยนถ่ายตัวผู้เล่นต่างชาติแบบยกล็อต  ในช่วงตลาดพิเศษรอบนี้ พร้อมกับนำเข้ามาใหม่ 4 รายรวด ในทุกตำแหน่ง  เรนาโต เคลิช แข้งวัย 29 ปี จากโครเอเชีย จะก้าวมายืนปักหลักเกมรับแทน อันเดรส ตูเนซ ที่ย้ายไปอยู่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด  ประสบการณ์ถือว่าน่าสนใจผ่านการติดทีมระดับเยาวชนของโครเอเชียมาหลายรุ่น 18,19,20,21 ปี  ย้ายมาจากสโมสร  ซิบาเรีย ในโครเอเชีย ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพ 299 เกม ยิงไป 9 ประตู  นอกจากตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊คที่ถนัดแล้วยังสามารถยืดไปเล่นแบ๊คขวาเคยค้าแข้งกับสโมสรดังสโลวาน  ไลบิเลซ

ส่วนอีก 3 ราย  ประกอบไปด้วย จิดี คานยุค  แข้งอิสราเอล วัย  27 ปี  ที่จะมาบัญชาการในตำแหน่งกลางตัวรุก  อีกทั้งยังมีชื่อของ อัคบาร์  อิสมาตุลราเยฟ  ดาวเตะวัย  29 ปี ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่จะมาซัพพอร์ตแดนกลางแต่จะเป็นตัวปัดกวาดเกมรุกคู่แข่งพร้อมกับตำแหน่งโควตาเอเชีย  และรายสุดท้ายที่น่าสนใจคือ  มาร์โก เซโปวิซ  กองหน้า วัย 29 ปี ชาวเซอร์เบีย  ตำแหน่งที่สโมสรตามหาตั้งขาดหาย ดิโอโก  หลุยส์ ซานโต ไป จะทดแทนได้หรือไม่นับว่าน่าติดตาม แต่ดูจากชื่อชั้นที่ก้าวไปถึงทีมชุดใหญ่ เซอร์เบีย ช่วงปี 2012 รวมไปถึงผ่านการเล่นให้ทีมใหญ่ๆทั้ง เบลเกรด ,โอลิมเปียกอส,มาร์ยอกา ก็น่าจะมีดีพอตัว ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพตลอดชีวิต 279 เกม 102 ประตู ก็จัดว่าคมเอาเรื่องแต่ทุกอย่างหลังจากนี้คือเรื่องของการปรับตัวทั้งเรื่องเคมีกับเพื่อนร่วมทีมรวมไปถึงสภาพแวดล้อมกล่อง 4  ใบนี้ของ บุรีรัมย์ คือความหวังสูงสุดในการเป็นองค์ประกอบใหญ่ไล่ล่าแชมป์

น่านฟ้าเปิดแล้วเจอกันนั่นคือคำมั่นสัญญาของ ประธานสโมสรบีจี ปทุมยูไนเต็ด อย่าง ปวิณ   ภิรมย์ภักดี  เป็นการเอ่ยถึงขุนศึกซามูไรหน้าใหม่ที่จะสอดแทรกเข้ามาสู่ทีมในช่วงของตลาดซื้อขายพิเศษเกิดขึ้น  เพื่อเป็นการเติมเต็มขีดความสามารถของทีมในการสร้างโอกาสลุ้นแชมป์ฤดูกาล 2020-2021  ชื่อของ มิตซุรุ มารุโอกะ ก้องอยู่ในหูแฟนบอลชาวไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  แน่นอนว่าโปไฟล์แบบไหน?ที่ทีมใหญ่อย่างบีจีต้องการสอยเข้ามาสู่ทีม มารุโอกะ มีชื่อจากการไปร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุน  แม้ว่าจะเป็นทีมสำรองและมีโอกาสในชุดใหญ่น้อยแต่ตัวเลขอายุ 24 ปี นี่คือความท้าทายใหม่ๆของแข้งดังจากญี่ปุ่น  ประสบการณ์ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพทั้ง เซนเรโซ โอซากา,ดอร์ทมุน,วีวาเรน นากาซากิ,ยามากูชิ น่าจะพอช่วยให้ความมั่นใจเกิดขึ้นบ้างในกลุ่มแฟนบอล กล่องใหม่ใบนี้ของบีจีรอการเปิดให้วงการฟุตบอลได้ยลซึ่งเมื่อลีกเปิดทุกอย่างคือคำตอบ

กลายเป็นทีมที่มีกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะสำหรับ ราชบุรี เอฟซี  แม้กระทั่งดีลผู้เล่นต่างชาติโควตาอาเซียนล่าสุดในช่วงตลาดพิเศษยังเลือกแข้งวัย 20 ปี อย่าง จัสติน บาส  ดาวเตะกองหลังตัวกลาง ลูกครึ่งดัตซ์-ฟิลิปปินส์  มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ฟิลิปปินส์ และก่อนหน้านี้เคยรับใช้ทีมชาติชุด 15 ปี ของฮอลแลนด์  ซึ่งแข้งรายนี้เกิดที่คูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ไปเติบโตในฮอลแลนด์ เริ่มต้นกับการเป็นเด็กฝึกหัดของ อัคมาร์ ก่อนที่จะขยับตัวเองสู่ทีมสำรอง สำหรับในทีมชาติฟิลิปปินส์  บาส มีชื่อลงเล่นให้กับทีมชาติในรายการฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชียในเกมที่พบกับ ซีเรีย และ กวม นี่คืออีกหนึ่งกล่องสุ่มที่กำลังจะเปิดในวงการฟุตบอลไทย

 

ดื้อเหรอ!เมสซี่มีสิทธิ์โดนลงโทษหนักปรับเงินอาน

มาร์ก้า สื่อดังในสเปน ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะโดนลงโทษรุนแรงจากการกระทำที่ไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อม และตรวจเชื้อโควิด-19 กับ บาร์เซโลน่า หลังนักเตะพยายามที่จะประท้วงเงียบเพราะไม่ต้องการเล่นให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" อีกต่อไป และอยากย้ายหนีถิ่นคัมป์ นู แบบไม่มีค่าตัว

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ มีสิทธิที่จะโดนสั่งแบน และปรับเงินจำนวน 1.1 ล้านปอนด์ (ราว 41.8 ล้านบาท) หลังจากนักเตะไม่ยอมเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ต้นสังกัด โดยมีเป้าหมายที่จะเล่นสงครามเย็นเพื่อให้ทีมปล่อยตัวออกไปแบบฟรีเอเจนต์

หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาปฏิเสธที่จะมารายงานตัวกับต้นสังกัดในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งไม่ยอมเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอาทิตย์ โดย มาร์ก้า สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ เมสซี่ ต้องโดนบทลงโทษอย่างรุนแรง

เมสซี่ ที่คาดหวังจะไม่ได้เล่นกับ บาร์ซ่า อีกต่อไป แต่กระนั้น "เจ้าบุญทุ่ม" ยืนยันชัดเจนว่าเขายังคงเป็นนักเตะของยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู เนื่องจาก ลา ลีกา และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของลีกสเปน ยืนยันชัดเจน สัญญาของนักเตะกับสโมสรยังมีผลอยู่ และจะย้ายสังกัดได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

ขณะเดียวกับ มาร์ก้า ระบุว่า  เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะถูกตัดสินว่ากระทำผิดอย่างรุนแรงจากการละทิ้งหน้าที่ของตัวเองถึง 2 ครั้งโดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธที่จะเดินทางมาตรวจทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อมกับต้นสังกัด

ในกรณีที่ สตาร์ดังเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 6 สมัย ยังคงดื้อแพ่งยังไม่ยอมมาร่วมทีมเป็นครั้งที่สาม จะมีผลทำให้นักเตะโดนริบรายได้เป็นเวลา 11 วัน หรือถูกปรับเงินจำนวน 25 เปอร์เซนต์ของเงินเดือนที่ได้รรับ และยังมีสิทธิ์ที่จะถูกสั่งลงโทษแบนชั่วคราว

ทั้งนี้  เมสซี่ ได้รับเงินจำนวน 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) ต่อปี จาก บาร์เซโลน่า ดังนั้นจำนวนเงินหนึ่งในสี่ของรายได้ที่เขาได้รับต่อเนื่องจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันหากคำนวณรายได้ต่อวันเจ้าตัวรับทรัพย์ประมาณ 148,000 ปอนด์ (ราว 5.62 ล้านบาท) ต่อวัน ดังนั้นเงินค่าปรับ 11 วันก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านปอนด์ (ราว 60.8 ล้านบาท)

 

ฟอร์มเปรี้ยง!เลวานฯสุดมั่นซิวบัลลงดอร์ถ้าหากไม่ยกเลิก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น มั่นใจ ตนควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้ถ้าหากไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล เพราะตนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเชื่อว่าตัวเองควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2020 หากยังมีการมอบรางวัลกันอยู่ โดยบอกว่าถ้าตนมีอำนาจในการตัดสินคนที่จะได้รางวัล ตนก็จะมอบรางวัลให้ตัวเอง

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดมอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันส่งผลกับเรื่องในสนามตามไปด้วยจนทำให้ไม่สามารถตัดสินเรื่องผลงานอย่างแท้จริงได้ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เตะกันไม่จบซีซั่น เป็นต้น

 ทั้งนี้ บางคนมองว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะแทบทุกลีกก็ยังสามารถเล่นกันจนจบได้ อย่างเช่น คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธาน บาเยิร์น ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็มีโอกาสดีที่จะได้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลย ซึ่งล่าสุด เลวานดอฟสกี้ ก็มองว่าตัวเองคู่ควรกับการได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำเหมือนกัน

    หลังจากโดน สปอร์โตเว่ ฟ๊ากตี้ สื่อของโปแลนด์ถามว่าถ้าปีนี้เขามีสิทธิ์มอบรางวัล บัลลง ดอร์ เขาจะมอบรางวัลให้ใครนั้น เลวานดอฟสกี้ ก็ตอบว่า "ให้ผมเองไง ผมได้แชมป์ทุกรายการเท่าที่จะทำด้กับ บาเยิร์น เรากวาดแชมป์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เยอรมัน คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก และผมก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทั้ง 3 รายการนั้นด้วย ผมคิดว่านักเตะที่ทำแบบนั้นได้ก็ควรจะเป็นคนที่ได้ บัลลง ดอร์ ไปครอง"