“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

แข้งไทยผลงานเยี่ยมติดมา 7 นำทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่5

หลังจากพักเบรคโควิดไปหลายเดือนในที่สุดฟุตบอลไทยลีกก็ได้กลับมาแข่งขันกันต่อในแมตช์ที่ 5 และนี่คือรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์
ผู้รักษาประตู : พีระพงษ์ เรืองนินท์ (สุโขทัย เอฟซี)

หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ สุโขทัย เอฟซี คว้าชัยชนะในแมตช์รีสตาร์ทต้องยกให้ พีระพงษ์ ที่สามารถป้องกันลูกยิงของ เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้หลายครั้ง และนอกจากนี้ประตูชัยที่ทีมได้ก็มาจากจังหวะที่เจ้าตัวออกบอลเร็วให้ อิ๊บสัน เมโล่ หลุดไปดวลกับเกมรับ กิเลนผยอง ก่อนพังประตูชัยในที่สุด

กองหลัง : นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (สุโขทัย เอฟซี)

ในเกมกับที่พบกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถือได้ว่า นุกูลกิจ คือหัวใจสำคัญในแนวรับของ ค้างคาวไฟ ด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งการตามประกบศูนย์หน้าอย่าง แดร์เลย์ ก็ทำได้ดี นอกจากนี้การยืนตำแหน่งก็ยอดเยี่ยมบล็อกลูกยิงของแนวรับ กิเลนผยองไว้หลายครั้ง และที่จะเห็นได้ชัดคือการเคลียร์บอลจากเส้นประตูจนทำให้ทีมเก็บคลีนชีตไปในที่สุด

กองหลัง : เอเลฟ วิเอรา ซานโตส (สุพรรณบุรี เอฟซี)

สำหรับ ซานโตส ถือว่ามีการยืนปักหลักคุมแผงหลังของสุพรรณบุรีได้อย่างแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยทีมเก็บคลีนชีตในเกมกับ สวาทแคท ได้สำเร็จ แม้ว่าทีมจะเสียปราการหลังกัปตันทีมอย่าง เจ้าเชน จากอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่งก็ตาม

กองหลัง : ทัตซูยะ ซาไก (สมุทรปราการ ซิตี้)

ทัตซูยะ ปราการหลังเลือดซามูไรช่วยทีมให้รอดพ้นจากการเสียประตูเอาไว้ได้หลายครั้ง อีกทั้งยังมีจังหวะเข้าสกัดบอล และทำลายเกมของทีมเยือนอย่าง ระยอง เอฟซี จนสามารถช่วย เขี้ยวสมุทร เก็บคลีนชีต และเป็นชัยชนะนัดแรกในซีซั่นนี้ของ สมุทรปราการ อีกด้วย

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มการเล่นได้โดดเด่นมากๆ สำหรับ โชติภัทร พุ่มแก้ว โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางฝั่งขวา สามารถป่วนแนวรับ ต่อพิฆาต ได้อย่างน่ากลัว แถมเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นผู้โขกประตูชัยช่วย สิงห์ เชียงราย เอาชนะ พีที ประจวบ 1-0 อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ในเกมกับ การท่าเรือ แม้จะมีปัญหาเรื่องไฟสนามดับช่วงท้ายเกม แต่หากพูดถึงภาพรวมตลอดทั้งเกมแล้วนั้นต้องยกให้ เจ้ามิกกี้ คือหนึ่งแข้งที่โดดเด่นมาก แม้จะไม่ได้ทำประตู แต่ก็มีโอกาสสร้างสรรประตูได้หลายครั้ง และเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ ปฐมพล มีพื้นเล่นเจ้าตัวก็จะโชว์ทักษะการเลี้ยงบอลป่วนแนวรับ สิงห์ เจ้าท่า ได้อย่างดุดันสุดๆ

กองกลาง : ปานเดชา เงินประเสริฐ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

โดดเด่นไม่น้อยสำหรับ ปานเดชา เงินประเสริฐ ในเกมกับ นครราชสีมา มาสด้าฯ กับการคุมแดนกลางของ สุพรรณบุรี เล่นทั้งเกมรุกและรับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นคนที่ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำก่อน 1-0 ด้านเกมรับก็โดดเด่นไม่แพ้กันสามารถตัดเกม และทำลายจังหวะเกมรุกของ โคราช ไว้ได้ตลอดทั้งเกมด้วยเช่นกัน

กองกลาง : สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ผลงานเกมนี้ สุริยา ถือว่าเป็นอีกแข้งที่โดดเด่นของ สิงห์ เชียงราย การเติมเกมรุกทางด้านซ้ายถือว่าทำได้ดี มีโอกาสคลอสบอลสวยๆ ให้เพื่อนลุ้นพังประตูอยู่หลายจังหวะ เรื่องเกมรับเมื่อต้องมาเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ก็ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดการขึ้นเกมของ วิลเลี่ยม ไว้อยู่หมัดเลยทีเดียว

กองหน้า : อิ๊บสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)

นอกจากจะเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ สุโขทัย คว้าชัยชนะเหนือ เอสซีจี เมืองทองฯ แล้วนั้น ตลอดทั้งเกม อิ๊บสัน เมโล่ ก็มีจังหวะยิงอยู่หลายครั้ง แถมยังปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนอยู่ตลอดทั้งเกมอีกด้วย

กองหน้า : กษิเดช เวทยาวงศ์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ฟอร์มเด่นเข้าตาไม่น้อยสำหรับ กษิเดช เวทยาวงศ์ กับการมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตูที่สุพรรณบุรีเอาชนะโคราช 2-0 โดยหนึ่งในนั้นคือการแหวกสามแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงประตูปิดเกมสุดสวย และนอกจากนี้ตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อน พร้อมกับมีการหาจังหวะบวกสกอร์เพิ่มให้กับตัวเองอีกหลายจังหวะด้วยกัน

กองหน้า : แฮร์ลิสัน ไคออน (ชลบุรี เอฟซี)

ไคออน สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อมีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่ ฉลามชล ได้ในเกมที่เฉือนเอาชชนะ ตราด เอฟซี 3-2 โดยดาวยิงบราซิลเลี่ยนทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ

ดับฝัน! รัฐบาลอังกฤษ เบรคพรีเมียร์ลีก ยังไม่ให้แฟนบอลชมเกมในสนาม

ความเคลื่อนไหวของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเปิดฤดูกาลใหม่ไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการแข่งขันแบบปิดสนาม เนื่องจากป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ก่อนมีรายงานว่าศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลอังกฤษ อนุญาตให้แฟนบอลได้เข้าไปชมเกมในสนามได้แต่จำกัดจำนวน ตั้งแต่ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ ยังไม่อนุญาตให้แฟนบอลได้เข้าไปชมเกมได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้  เพราะตอนนี้อังกฤษ เริ่มมีสัญญาณเตือนว่า อาจจะพบความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสอง

ซึ่ง บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยังเน้นย้ำในเรื่องกฎข้อบังคับในการเว้นระยะห่างทางสังคม, การล็อกดาวน์ และการตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาดระลอกสอง

รอมานาน!บาร์ซ่าเปิดตัวปานิช-พร้อมเบอร์เสื้อ

มิราเล็ม ปานิช เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ บาร์ซ่า พร้อมได้หมายเลขเสื้อเรียบร้อย หลังต้องล่าช้าไปนานเพราะเจ้าตัวโชคร้ายติดไวรัสโควิด-19

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดตัว มิราเล็ม ปานิช กองกลางประสบการณ์สูงชาวบอสเนีย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น คัมป์ นู อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา หลังตกลงย้ายมาจาก ยูเวนตุส ตั้งแต่ 2 เดือนก่อน

ปานิช วัย 30 ปี ซึ่งจะได้สวมเสื้อเบอร์ 8 ให้กับ บาร์ซ่า นั้น เพิ่งเดินทางมาถึงแดนกระทิงดุ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และร่วมลงซ้อมกับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ครั้งแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้จำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวอยู่ที่บ้าน

ดาวเตะบอสเนีย เซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า เป็นเวลา 4 ปีหรือจนถึงปี 2024 โดยค่าตัวอยู่ที่ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,220 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) พร้อมกับมีการตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 400 ล้านยูโร (ประมาณ 14,800 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ลา ลีกา เปิดฤดูกาล 2020/21 ไปเป็นที่เรียบร้อย แต่บรรดาทีมใหญ่ทั้ง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เซบีย่า และแอตเลติโก มาดริด ไม่ได้ลงเล่นในสัปดาห์แรก เนื่องจากลงเล่นรอบน็อกเอาต์ในเกมฟุตบอลยุโรป เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา โดย "ราชันชุดขาว" จะกลับมาเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ส่วนอีก 3 ทีมจะเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้

 

บาเยิร์นเผยโกมันต้องกักตัวหลังเคยติดต่อกับคนติดโควิด

บาเยิร์น บอกเอง คิงส์เล่ย์ โกมัน ดาวเตะชาวฝรั่งเศสต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเพราะไปติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เขาอาจจะอดลงเล่นในเกมกับ ชาลเก้ วันที่ 18 ก.ย. นี้

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แถลงการณ์ว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศสจำเป็นต้องกักตัวอยู่ในที่พักของตัวเอง หลังจากที่เขาเคยติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ไม่มีการเปิดเผยว่า โกมัน ติดต่อกับคนที่ว่าเมื่อไหร่ โดยที่จริงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยผลตรวจว่าเขาไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในร่างกาย แต่เขาก็จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าระยะอันตรายในการฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ 14 วัน

แถลงการณ์ของ บาเยิร์น ระบุว่า "แนวรุกวัย 24 ปี ได้ติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และตอนนี้เขาก็จำเป็นต้องทำการกักตัวอยู่ที่บ้านโดยปฏิบัติตัวตามนโยบายที่สถาบัน โรเบิร์ต คอช วางเอาไว้ รวมถึงจะประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของนครมิวนิคด้วย โกมัน จะทำให้ตัวเองยังฟิตเต็มที่ในตอนอยู่ที่บ้านด้วยการทำตามมาตรการซ้อมจากทางไกล"

เรื่องในครั้งนี้ทำให้ โกมัน น่าจะอดช่วย บาเยิร์น ในเกม บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดแรกของฤดูกาล 2020-21 ที่ "เสือใต้" มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ ชาลเก้ 04 วันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้ และก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ กับ เซบีย่า วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้ได้หรือไม่

 

แข้งใหม่ตราด!โจนาธาน เฮสถึงไทยกักตัว14วันก่อนสมทบซ้อม

แข้งใหม่ "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี โจนาธาน เฮส เดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมเข้ารับการกักตัว 14 วัน

หลังจากมีข่าวทางนายกวิเชียร ทรัพย์เจริญ ประธานที่ปรึกษาสโมสรตราด เอฟซี  เผยทางสโมสรได้การปิดดีลคว้าตัว โจนาธาน เฮส อดีตดาวเตะที่เคยร่วมเล่นกับเกษตรศาสตร์ เอฟซี ,สุพรรณบุรี เอฟซี ,พีที ประจวบ เอฟซี และบีจี ปทุม ยูไนเต็ด จากสโมสรบูซาน ไอพาร์ค ทีมดังในศึกเคลีก เกาหลีใต้ มาร่วมทัพแล้วนั้น

ล่าสุดทาง โจนาธาน เฮส ได้เดินทางเข้าประเทศไทยมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วันทันที หากไม่มีอาการของการติดเชื้อไวรัส โควิด -19  จะเข้าร่วมฝึกซ้อมและแข่งขันกับทีมต่อไป  ซึ่งจะเป็นเกมวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 63 ซึ่งตราด เอฟซี จะต้องออกไปเยือนสุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

คล็อปป์ตอบเรื่องเสริมทัพ-แอบพาดพิง2ทีมคู่แข่ง

หลังจากมีบางส่วนกังวลกับการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ทำการเสริมทัพมากเท่าไหร่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ตอบว่า "หงส์แดง" ไม่สามารถเทเงินก้อนโตไปกับการซื้อนักเตะได้ เพราะแนวทางของทีมไม่ใช่แบบนั้น รวมถึงยังพาดพิง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี นิดหน่อย พร้อมบอกว่าการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทัพมันไม่ได้แปลว่าคนเหล่านั้นจะเล่นได้ดีในทันที เพราะมันต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นปรับตัวเข้ากับทีมได้ด้วย
   

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตอนนี้ทีมของตนไม่สามารถทุ่มเงินเสริมทัพได้เหมือนกับหลายทีม เพราะ "หงส์แดง" กำหนดแนวทางการทำทีมเอาไว้แล้ว และแนวทางที่ว่าก็ช่วยให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แถมยังพาดพิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี 2 ทีมร่วมลีกนิดๆ ด้วยว่าให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล

จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้นักเตะแบบที่พร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพเพียงคนเดียว นั่นคือ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายชาวกรีซ ซึ่งก็เป็นเพียงการดึงมาให้เป็นอะไหล่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เท่านั้น โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมาทีมของ คล็อปป์ มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหนักเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดดีลได้เลยจนทำให้ "เดอะ ค็อป" บางส่วนกังวลไม่น้อย เพราะพวกเขามองว่าทีมรักควรจะต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอดเพื่อเป็นการสานต่อผลงานในช่วงนี้

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ บีบีซี สื่อชื่อดังว่า "ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายต่อหลายอย่าง (อย่างเช่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สำหรับบางสโมสรแล้วมันดูเหมือนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่าเรา บางสโมสรมีประเทศเป็นเจ้าของทีม (สื่อถึง แมนฯ ซิตี้ ที่มี ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่นำโดยบริษัทของ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน สมาชิกในราชวงศ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าของทีม) บางสโมสรมีผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของทีม (คล็อปป์ ใช้คำว่า oligarch ซึ่งเป็นคำที่บางครั้งคนใช้พาดพิงถึง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี) นั่นเป็นเรื่องจริง แต่เราน่ะเป็นสโมสรที่ต่างออกไป"

"2 ปีก่อนเราไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ส่วนปีก่อนก็ได้แชมป์รายการนั้น และฤดูกาลล่าสุดเราก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เราทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยการเป็นสโมสรอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำอย่างนั้นได้ด้วยการเดินตามแนวทางที่เราได้รับการชี้นำ"

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางในชั่วข้ามคืนแล้วบอกว่า -ตอนนี้เราอยากทำเรื่องต่างๆ ให้เหมือน เชลซี ตอนนี้เราอยากทำเหมือนกับพวกเขา- ได้หรอก ตอนนี้พวกเขาซื้อนักเตะหลายคนมาร่วมทัพ ซึ่งแน่นอนว่านั่นสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นเข้ากับทีมได้โดยเร็วด้วย เรื่องที่สำคัญน่ะไม่ได้มีแค่การดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหรอกนะ"

"คุณไม่สามารถดึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก 11 คนมาร่วมทีมแล้วหวังว่าในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในสนามซ้อม นั่นอาจจะเป็นข้อได้เปรียบของเรา เพราะเราทำงานด้วยกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามีบางคนที่ไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้น่ะนะ"

พรีเมียร์ฯมาสอง!5สโมสรมีหนี้ท่วมหัวเยอะสุด

เปิดรายชื่อ 5 สโมสรฟุตบอลที่มีหนี้เยอะสุด โดยสองทีมใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดโผด้วย

นับเป็นเรื่องธรรมดาที่การทำธุรกิจนั้นจะมีหนี้ติดตัวบ้าง เพราะบางครั้งก็ต้องมีการไปกู้ยืมเงินมาดำเนินธุรกิจ แต่การมีหนี้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ซึ่งในวงการฟุตบอลการมีหนี้ก้อนโตอาจส่งผลเสียหลายอย่างอาทิ การต้องขายนักเตะคนสำคัญของทีม เป็นต้น

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้ทีมฟุตบอลทั่วโลกได้รับผลเสียอย่างมาก เพราะพวกเขาจะขาดรายได้ไปหลายทาง และทำให้หลายทีมมีหนี้เยอะตามไปด้วย ซึ่งวันนี้เรามี 5 อันดับทีมที่มีหนี้ติดตัวมากสุดมาให้ได้ชมกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละทีมมีหนี้มากแค่ไหน

1. แมนฯ ยูไนเต็ด

แม้ว่าบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของตระกูลเกลเซอร์ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด จะยังทำให้ทีมเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ แต่ในขณะเดียวกันบัญชีของ "ปีศาจแดง" ก็ยังน่าเป็นห่วงสุดๆ เพราะมีหนี้ท่วมหัวถึง 568 ล้านยูโร (ประมาณ 21,016 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แน่นอนเรื่องนี้ไม่ได้มาจากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีหนี้มากขนาดนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกเขามีผลงานในสนามที่ไม่ดีเท่าไหร่นักจนทำให้รายได้หลายส่วนหดลงตามไปด้วย ซ้ำร้ายพวกเขายังช็อปไปมากมายก่ายกองอีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีหนี้บางส่วนที่ติดมาจากการที่ตระกูลเกลเซอร์กู้เงินมาเทกโอเวอร์ทีมด้วย แม้ว่าในฤดูกาลใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ไม่น่าจะช่วยลดภาระหนี้ของทีมได้เยอะเท่าไหร่นัก นอกจากว่าพวกเขาจะมีแชมป์รายการใหญ่ๆ ติดมือบ้าง

2. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

83 ล้านยูโร (ประมาณ 17,871 ล้านบาท) คือจำนวนหนี้ที่ สเปอร์ส ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ ซึ่งที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะที่ผ่านมาพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตไปกับการสร้าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าแห่งใหม่ที่หวังว่าจะทำให้ทีมมีออร่าสู้กับบรรดาพี่เบิ้มของลีกได้ โดยว่ากันว่าพวกเขากู้เงินมาถึง 637 ล้านปอนด์เพื่อสร้างสนามแห่งนี้ด้วย

เดิมที สเปอร์ส หวังว่าค่าตั๋วจากสนามแห่งใหม่จะช่วยทำให้หนี้ลดลงได้บ้าง แต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้ฝันนั้นไม่เป็นจริง เพราะส่งผลให้แฟนบอลไม่สามารถเข้ามาเชียร์ในสนามได้ และก็อาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องขายดาวดังบางคนเพื่อผ่อนปรนตัวแดงที่เจออยู่

 3. อินเตอร์ มิลาน

ที่จริง อินเตอร์ มีปัญหาเรื่องหนี้มาตั้งแต่ก่อนที่เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเล่นงานทุกประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำ โดยฤดูกาลก่อนพวกเขายังต้องผ่อนจ่ายเงินกู้ที่กู้ยืมมาอยู่เลย และถึงแม้จะทำอย่างนั้นไปบ้างแล้วพวกเขาก็ยังติดหนี้อยู่ถึง 464 ล้านยูโร (ประมาณ 17,168 ล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่าการกู้ยืมเงินก่อนหน้านี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมา เพราะซีซั่น 2019/20 พวกเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเป็นรองแชมป์ลีกกับรองแชมป์ ยูโรปา ลีก ถ้าเกิดในซีซั่นที่จะถึงนี้ทีมของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังพัฒนาต่อไปจนขึ้นไปเป็นแชมป์ได้ก็น่าจะช่วยลดหนี้ได้เป็นจำนวนมาก

4. แอตเลติโก มาดริด

เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แอต.มาดริด ยอมทำลายสถิติการจ่ายเงินช็อปสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร นั่นคือการทุ่มเงินสูงถึง 126 ล้านยูโร (ประมาณ 4,662 ล้านบาท) เพื่อกระชาก ชูเอา เฟลิกซ์ คนที่ว่ากันว่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ของวงการฟุตบอลโปรตุเกสมาร่วมทัพ

ที่จริงนอกจาก เฟลิกซ์ ทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังควักเงินดึงนักเตะอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ และ มาร์กอส ยอเรนเต้ ไปเสริมแกร่งด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้ทีมมีผลงานที่น่าประทับใจได้ โดยพวกเขาไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือเลย ซึ่งผลกระทบจากเรื่องนั้นก็ทำให้ตอนนี้ทีมมีหนี้ติดตัวถึง 384 ล้านยูโร (ประมาณ 14,208 ล้านบาท) ด้วยกัน

5. ยูเวนตุส

 

แม้ว่า ยูเวนตุส จะครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลีมานานหลายปี และถึงขั้นได้แชมป์ลีกสูงสุด 8 สมัยติดต่อกน แต่พวกเขากลับไม่เคยไปถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สักที ทั้งที่พวกเขาทุ่มเงินไปมากมายก่ายกองตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่นการดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,700 ล้านบาท) เป็นต้น

การไม่ประสบความสำเร็จในรายการระดับนั้นทั้งที่ใช้เงินไปเยอะส่งผลให้ทีมขาดรายได้ที่ควรจะเป็นตามไปด้วย และทำให้ตอนนี้พวกเขามีหนี้ท่วมหัวถึง 372 ล้านยูโร (ประมาณ 13,764 ล้านบาท) ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้พวกเขาจะขอให้บรรดานักเตะชื่อดังของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เปาโล ดีบาล่า ยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อช่วยให้ทีมรอดตายท่ามกลางผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เผยผลตรวจ “อัคบาร์” ปลอดเชื้อโควิด-19 ยังต้องกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

เฟสบุ๊ค ลุงเนวิน โชว์ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลบางประกอก 9 ยืนยันว่า อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางชาวอุซเบกิสถานไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ถูกตรวจพบว่า มีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกาย ส่งผลให้โปรแกรมการแข่งขันรีสตาร์ทไทยลีกมีอันต้องเลื่อนออกไปถึง 3 คู่ โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ฯ เองต้องพลาดเกมบิ๊กแมตซ์ ที่ต้องมาเยือน บีจีปทุมฯเมื่อ อาทิตย์ที่ 12 ก.ย.63 รวมถึง เกมจะเปิดบ้านพบ ระยอง เอฟซี วันที่ 19 ก.ย.63

อย่างไรก็ตามแข้งอุซเบฯ รายนี้ รวมถึงนักเตะคนอื่นๆของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องกักตัวต่อไปให้ครบ 14 วัน ตามมาตรการโดย "ปราสาทสายฟ้า" จะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย.63 ด้วยการ เปิดบ้านพบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

ตรวจซ้ำรอบ2! บุรีรัมย์ยันไม่มีนักเตะและสต๊าฟติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันไม่มีผู้เล่นและทีมงานสต๊าฟโค้ชติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจคัดกรองเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา หลัง อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ แข้งรายเดียวของทีมตรวจเจอเชื้อโควิด-19 ก่อนไทยลีกเตรียมกลับมาแข่งขัน

สำหรับ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ ในโรงพยาบาล ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนนักกีฬาคนอื่นๆ และ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการตรวจซ้ำเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ผลปรากฎว่าไม่มีใครมีเชื้อไวรัสโคโรนา2019 และ ไม่มีใครมีอาการป่วย แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการกักตัว ภายใต้การดูแลของแพทย์ เป็นเวลา 14 วัน

    สำหรับเกมการแข่งขันที่ยุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเลื่อนการแข่งขันประกอบด้วย

    วันที่ 13 กันยายน 2563 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

    วันที่ 19 กันยายน 2563 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ระยอง เอฟซี