นักกีฬาอลป.ยกเลิกงานแต่งหลังเห็นคลิปฉาวเจ้าสาว

นักกีฬามวยปล้ำทีมชาติรัสเซีย ชุดลุยโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น หัวใจสลายเมื่อมีคนส่งคลิปวีดิโอสุดสยิวที่มีภาพของว่าที่ภรรยาของตัวเองอยู่ในนั้น โดยงานนี้เจ้าตัวประกาศยกเลิกงานวิวาห์ทันที ขณะที่พ่อของฝ่ายหญิงถึงกับหัวใจวาย
    เซร์เบ็ค ซิดาคอฟ นักมวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ทีมชาติรัสเซีย ทำร้ายร่างกายเจ้าสาวของตัวเองในช่วงระหว่างปาร์ตี้ฉลองงานวิวาห์ และยกเลิกงานแต่ง หลังจากที่แขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอคลิป พร้อมกับข้อความที่อ้างว่าเธอเคยเป็นสาวขายบริการทางเพศ

    นักมวยปล้ำวัย 24 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนทัพ "หมีขาว" ลุยศึกโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเลื่อนไปแข่งปีหน้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจแต่งงานกับ มาดิน่า ฟลิเยว่า วัย 25 ปีที่นอร์ธ คอเคซัส ทางตอนเหนือของรัสเซีย พร้อมกับแขกที่มาเป็นสักขีพยานในงานสำคัญนี้กว่า 500 คน 
 

    ช่วงเวลาที่แสนชื่นมื่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวสุดช็อก เมื่อแขกที่มาร่วมงานได้รับวีดิโอที่มีภาพสุดสยิวของฟลิเยว่า โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของภรรยานักธุรกิจพันล้านจอมเจ้าชู้ที่ไม่พอใจการกระทำของเธอ ที่แอบลักกินขโมยกินสามีชาวบ้าน

    สำหรับคลิปวีดิโอดังกล่าวถูกส่งในช่วงระหว่างที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังโยน ซิดาคอฟ ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งเป็นประเพณีของพวกเขา ขณะที่บรรดาสาวๆ กำลังเฉลิมฉลองรวมทั้งร่วมยินดีกับเจ้าสาวอยู่ที่ห้องใกล้ๆ กัน และหลังจากที่ ซิดาคอฟ ได้เห็นคลิปดังกล่าว เขาถึงกับช็อก ก่อนจะไปหาว่าที่ภรรยา และกระชากผมเธอออกมาจากห้อง

    จากนั้นเขาก็สั่งยกเลิกงานแต่ง และเดินหนีออกไปโดยปล่อยให้เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับพื้น ไม่นานนักเพื่อนๆ และครอบครัวได้รีบนำ ฟลิเยว่า ไปส่งโรงพยาบาล แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้าไปอีกเมื่อพ่อของฝ่ายหญิงถึงกับช็อกหัวใจวายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

    ขณะที่เพื่อนๆ ของฝ่ายเจ้าบ่าวได้นำเขาออกจากงานปาร์ตี้ และเดินทางไปสงบสติอารมณ์ จนกระทั่งเจ้าตัวตั้งสติได้ และยอมรับว่าไม่ควรที่จะทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นแบบนั้น นอกจากนี้หนึ่งในเพื่อนสนิทของเจ้าสาวเผยว่าฝ่ายหญิงเคยทำงานเป็นสาวขายบริการมาก่อน และว่าที่สามีของเธอไม่เคยรู้ชีวิตในอดีตนับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มคบกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

100 ล้านปอนด์อัพ!เปิด 5 แข้งค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้

 

 

พรีเมียร์ลีกไม่มีปัญหาการขาดแคลนผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านปอนด์ มาดูกันใครบ้างนักเตะที่มีค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากมีการย้ายทีมตอนนี้
   
แม้ว่าช่วงเวลาการซื้อขายย้ายทีม เวลานี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากสโมสรต่างๆได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับสภาวะทางการเงิน ทำให้สโมสรต่างๆต้องระมัดระวังมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

    ซึ่งแม้การย้ายทีมของเขาเหล่านี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มีการประเมินคร่าวๆว่า หากแข้งสตาร์ดังเหล่านี้ย้ายทีม ค่าตัวที่ประเมินในตอนนี้ แต่ละคนจะเป็นเท่าไหร่กันบ้าง และนี่คือ5 แข้งที่ได้รับการประเมินค่าตัวแล้ว สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

    5 เควิน เดอ บรอยน์ – 108 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุคนี้ เดอ บรอยน์ สร้างความแตกต่างให้กับทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า มาหลายฤดูกาลแล้ว แข้งชาวเบลเยี่ยมเป็นทุกอย่างให้ทีมได้ยามอยู่ในสนาม

    โดยเควิน เดอ บรอยน์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ในซีซั่นที่ผ่านมา ยิงได้ 13 ประตู และ แอสซิสต์อีก 20 จาก 35 นัดในพรีเมียร์ลีก 
        
    4 แฮร์รี่ เคน – 108 ล้านปอนด์

ตามปกติแล้ว หากเอ่ยลิสต์แข้งจอมถล่มประตูของพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ชื่อของ แฮร์รี่ เคน มักไม่พลาดที่จะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ ในปี 2019/20 ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเขาเอง

    กองหน้า สเปอร์ส ยังคงยิงได้ 18 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 29 นัด ในฤดูกาลที่ทีมของเขาจบอันดับที่ 6 ของตาราง ขณะที่ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยิงได้ถึง 6 ประตูจาก 5 เกม

    แฮร์รี่ เคน ทำลายกำแพง 20 ประตูใน 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2014/15 ถึง 2017/18 โดยเขายิงได้ 21 ประตูในปี 2014/15 และตามมาด้วย 25 ประตูในฤดูกาล 2015/16

    ด้วยวัย 27 ปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดในยุโรป และมีคุณลักษณะทั้งหมดที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของเขาชื่นชมอยู่เสมอ ซึ่งเขาคาดว่าจะมีฤดูกาลที่จะถึงนี้ เจ้าตัวจะเป็นตัวเอกอีกครั้งอย่างแน่นอน

    3 ซาดิโอ มาเน่ – 108 ล้านปอนด์

มาเน่ เป็นหนึ่งในกองหน้าตัวหลักของลิเวอร์พูล ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยผลงาน 18 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จาก 35 นัดในลีก จัดเป็นหนึ่งแข้งคนสำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอยู่ในตอนนี้

    ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ร่วมกับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดเป็นสามประสานสุดอันตรายของยุโรปชั่วโมงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 108 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมสำหรับลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ผลงานที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง หลังแข้งชาวอียิปต์กลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีก

    ซาลาห์ เป็นนักเตะที่คล่องแคล่ว เขาและการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ในบริเวณกรอบเขตโทษ ถือเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังคู่แข่งเป็นอย่างมาก

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ยิง 19 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์จากการลงสนาม 34 นัดในลีกของลิเวอร์พูล

    1 ราฮีม สเตอร์ลิง – 115.2 ล้านปอนด์

ภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า นั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ได้กลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดในยุโรป เขายืนอยู่ทางปีกซ้ายแบบนั้น ทุกครั้งที่เขารับบอลที่ด้านข้างของสนาม กองหลังคู่แข่งก็เริ่มสูญเสียความสงบในทันใด

    นักเตะชาวอังกฤษสามารถทำประตูได้เหนือกว่า ทั้งสองกองหน้าในทีมของเขาในฤดูกาลนี้ และเป็นดาวซัลโวให้กับซิตี้ นับตั้งแต่เขาเข้าร่วมทีมจากลิเวอร์พูลในช่วงฤดูร้อนปี 2015

    เขายิงไป 20 ประตูจากการลงสนาม 33 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิงทำได้ 30 ประตูและ 4 แอสซิสต์จาก 50 นัดในทุกรายการในฤดูกาล นี้และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

เมสซี่ปัดตรวจโควิด งัดข้อคูมันไม่ซ้อมมื้อแรก

 

สื่อในประเทศสเปน รายงานข่าวว่า ลิโอเนล เมสซี่ ไม่มาซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ในวันแรกของช่วงปรี-ซีซั่นในวันอาทิตย์นี้ อีกทั้งยังปฏิเสธเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19
   
ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ แสดงความจำนงขอย้ายทีม จนเกิดข่าวใหญ่ไปทั่วโลกลูกหนัง และจุดหมายปลายทางทีมต่อไปคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตนายเก่าคุมทีมอยู่

ล่าสุด อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุแห่งแคว้นคาตาลัน ระบุว่า เมสซี่ ยืนยันกับทางสโมสรว่าจะไม่เข้าร่วมซ้อมช่วงพรี-ซีซั่น และปฏิเสธเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันอาทิตย์นี้

นอกจากนี้ กาเดน่า แซร์  สื่อเมืองกระทิงดุ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร หรือประมาณ 25,000 ล้านบาท จะไม่มีผลในปีสุดท้ายของสัญญา

ดื้อเหรอ!เมสซี่มีสิทธิ์โดนลงโทษหนักปรับเงินอาน

มาร์ก้า สื่อดังในสเปน ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะโดนลงโทษรุนแรงจากการกระทำที่ไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อม และตรวจเชื้อโควิด-19 กับ บาร์เซโลน่า หลังนักเตะพยายามที่จะประท้วงเงียบเพราะไม่ต้องการเล่นให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" อีกต่อไป และอยากย้ายหนีถิ่นคัมป์ นู แบบไม่มีค่าตัว

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ มีสิทธิที่จะโดนสั่งแบน และปรับเงินจำนวน 1.1 ล้านปอนด์ (ราว 41.8 ล้านบาท) หลังจากนักเตะไม่ยอมเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ต้นสังกัด โดยมีเป้าหมายที่จะเล่นสงครามเย็นเพื่อให้ทีมปล่อยตัวออกไปแบบฟรีเอเจนต์

หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาปฏิเสธที่จะมารายงานตัวกับต้นสังกัดในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งไม่ยอมเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอาทิตย์ โดย มาร์ก้า สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ เมสซี่ ต้องโดนบทลงโทษอย่างรุนแรง

เมสซี่ ที่คาดหวังจะไม่ได้เล่นกับ บาร์ซ่า อีกต่อไป แต่กระนั้น "เจ้าบุญทุ่ม" ยืนยันชัดเจนว่าเขายังคงเป็นนักเตะของยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู เนื่องจาก ลา ลีกา และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของลีกสเปน ยืนยันชัดเจน สัญญาของนักเตะกับสโมสรยังมีผลอยู่ และจะย้ายสังกัดได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

ขณะเดียวกับ มาร์ก้า ระบุว่า  เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะถูกตัดสินว่ากระทำผิดอย่างรุนแรงจากการละทิ้งหน้าที่ของตัวเองถึง 2 ครั้งโดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธที่จะเดินทางมาตรวจทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อมกับต้นสังกัด

ในกรณีที่ สตาร์ดังเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 6 สมัย ยังคงดื้อแพ่งยังไม่ยอมมาร่วมทีมเป็นครั้งที่สาม จะมีผลทำให้นักเตะโดนริบรายได้เป็นเวลา 11 วัน หรือถูกปรับเงินจำนวน 25 เปอร์เซนต์ของเงินเดือนที่ได้รรับ และยังมีสิทธิ์ที่จะถูกสั่งลงโทษแบนชั่วคราว

ทั้งนี้  เมสซี่ ได้รับเงินจำนวน 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) ต่อปี จาก บาร์เซโลน่า ดังนั้นจำนวนเงินหนึ่งในสี่ของรายได้ที่เขาได้รับต่อเนื่องจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันหากคำนวณรายได้ต่อวันเจ้าตัวรับทรัพย์ประมาณ 148,000 ปอนด์ (ราว 5.62 ล้านบาท) ต่อวัน ดังนั้นเงินค่าปรับ 11 วันก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านปอนด์ (ราว 60.8 ล้านบาท)

 

ฟอร์มเปรี้ยง!เลวานฯสุดมั่นซิวบัลลงดอร์ถ้าหากไม่ยกเลิก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น มั่นใจ ตนควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้ถ้าหากไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล เพราะตนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเชื่อว่าตัวเองควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2020 หากยังมีการมอบรางวัลกันอยู่ โดยบอกว่าถ้าตนมีอำนาจในการตัดสินคนที่จะได้รางวัล ตนก็จะมอบรางวัลให้ตัวเอง

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดมอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันส่งผลกับเรื่องในสนามตามไปด้วยจนทำให้ไม่สามารถตัดสินเรื่องผลงานอย่างแท้จริงได้ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เตะกันไม่จบซีซั่น เป็นต้น

 ทั้งนี้ บางคนมองว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะแทบทุกลีกก็ยังสามารถเล่นกันจนจบได้ อย่างเช่น คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธาน บาเยิร์น ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็มีโอกาสดีที่จะได้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลย ซึ่งล่าสุด เลวานดอฟสกี้ ก็มองว่าตัวเองคู่ควรกับการได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำเหมือนกัน

    หลังจากโดน สปอร์โตเว่ ฟ๊ากตี้ สื่อของโปแลนด์ถามว่าถ้าปีนี้เขามีสิทธิ์มอบรางวัล บัลลง ดอร์ เขาจะมอบรางวัลให้ใครนั้น เลวานดอฟสกี้ ก็ตอบว่า "ให้ผมเองไง ผมได้แชมป์ทุกรายการเท่าที่จะทำด้กับ บาเยิร์น เรากวาดแชมป์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เยอรมัน คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก และผมก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทั้ง 3 รายการนั้นด้วย ผมคิดว่านักเตะที่ทำแบบนั้นได้ก็ควรจะเป็นคนที่ได้ บัลลง ดอร์ ไปครอง"

 

คำพูดคุ้นหู! “มาติช” ลั่นแมนยูมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นใหม่

 

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์จอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นฤดูกาลหน้าต้นสังกัดต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ระบุนักเตะทัพ "ปีศาจแดง" กระหายที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แบบแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอีกต่อไป
   
เนมานย่า มาติช กองกลางมากประสบการณ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องให้โลกรู้ทัพ "ปีศาจแดง" พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 แถมเตือนบรรดาทีมคู่แข่งตอนนี้ต้นสังกัดมีขุมกำลังที่ลงตัวมากๆ

"เร้ด เดวิลส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งขันกันต่อ หลังต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีก และเก็บแต้มเป็นว่าเล่นจนคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่สุดยอดของทีมในช่วงท้ายซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มาติช มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้ "ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้ว เราต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราต้องสู้เพื่อคว้าแชมป์ เพราะผมรู้สึกว่าปีนี้เราทำแต้มหลุดมือง่ายๆ เยอะมาก"

แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 33 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 ถึง 15 แต้ม เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา "เราปล่อยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก ผมไม่รู้นะ อาจจะ 10 เกมก่อนซีซั่นปิด พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้อีก"

"เราต้องสู้จนกระทั่งจบซีซั่น เราต้องเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเล่นด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนตัวของผมก็คือการคว้าแชมป์ลีก และผมมั่นใจว่าทุกคนก็ต้องการทำให้ได้เหมือนกัน เราต้องสัญญากับแฟนบอลของเราว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด เราทำได้มาแล้วหลังจากล็อกดาวน์เมื่อเราเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้ง นั่นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาติช ระบุ

เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

เปิดปุ๊บติดปั๊บ!โซเซียดาดยันซิลบาติดโควิด-19

ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์จอมเก๋าของ เรอัล โซเซียดาด ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยสโมสรระบุนักเตะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยเลย และได้เข้ารับการกักตัวเรียบร้อยแล้ว

เรอัล โซเซียดาด สโมสรดังแห่งศึกลา ลีกา สเปน แถลงการณ์ยืนยัน ดาบิด ซิลบา กองกลางมากประสบการณ์ มีผลการตรวจเป็นบวก จากการหาเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เพิ่งทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับต้นสังกัดเมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา

จอมทัพวัย 34 ปี หมดสัญญากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา และตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งในลีกบ้านเกิดเมืองนอนร่วมกับ โซเซียดาด โดยนักเตะได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ต้องเข้ารับการตรวจ "พีซีอาร์" ที่กิปุซโกอา โปลีคลินิก

ล่าสุด เรอัล โซเซียดาด ออกโรงระบุอย่างชัดเจนว่า ซิลบา มีผลเป็นลบจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่กราน คานาเรีย ในบ้านเกิด อย่างไรก็ตามจากการตรวจครั้งที่สอง ระบุว่า ตำนานกองกลางทีมชาติสเปน มีผลการตรวจเป็นบวก

จากรายงานของสโมสรยืนยันว่า ซิลบา ไม่ได้แสดงอาการป่วยใดๆ ทั้งสิ้น และได้ทำการกักตัวเพื่อดูแลสุขภาพเป็นที่เรียบร้อย โดยที่นักเตะยังไม่ได้มีโอกาสได้พบปะกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมใหม่แม้แต่คนเดียว
 
"เรอัล โซเซียดาด ขอแจ้งข่าวว่า @21LVA มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการตรวจที่โปลีคลินิก กิปุซโกอา นักเตะไม่มีการแสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น และได้เข้ารับการกักตัวเรียบร้อยแล้ว" แถลงการณ์ของสโมสร ยืนยัน