กุลลิทเชียร์ผีรีบคว้าอูปาเมกาโน่เสริมทัพ

รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์เชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้รีบคว้าตัว ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวเก่งของ ไลป์ซิก มาร่วมทีมโดยด่วน

 แข้งวัย 21 ปีเล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ทีมเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ไปครองในขณะที่ทาง "ปีศาจแดง" ก็มีข่าวว่าต้องการเสริมทัพในตำแหน่งเซนเตอร์เพื่อมาจับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

 ทาง กุลลิท มั่นใจว่าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว อูปาเมกาโน่ ร่วมทีมได้สำเร็จ จะสร้างผลกระทบในแบบเดียวกับที่ตอน ลิเวอร์พูล ได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมเลย

 "สิ่งแรกที่ คล็อปป์ ทำกับ ลิเวอร์พูล คืออะไรล่ะ? เขาซื้อกองหลังชั้นดี, เขาซื้อผู้รักษาประตูฝีมือดีและกองหลังที่ดีเพราะทุกๆอย่างมันเริ่มต้นจากจุดนั้น" กุลลิท กล่าวผ่านบีอิน สปอร์ต

 "และผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเริ่มจากจุดนั้นเช่นกัน ผมมองเห็นบางอย่างที่มหัศจรรย์กับ ไลป์ซิก และ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ เขาโดดเด่นมาก (ในเกมกับ แอต.มาดริด)"

 "เขาเล่นกับบอลได้ เขาเข้าสกัดหนักหน่วง กองหลังคือจุดที่ผมจะเริ่มทำทีมหากผมเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด"

ตัดเชือก UCL ไร้ทีมสเปน-อังกฤษครั้งแรกรอบ 24 ปี

รอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีทีมจากสเปนและอังกฤษเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ไม่มีทีมจากลีกสเปนหรืออังกฤษ ผ่านเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

บรรดายอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลาลีกาสเปน มักได้รับการยกเป็นสองลีกที่จะมีทีมเต็งคว้าแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นประจำทุกปี ซึ่งบรรดาสโมสรระดับท็อปจากสองลีกนี้มักจะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นบนเวทียุโรป

ทว่าในฤดูกาลน้ีรอบตัดเชือก UCL เหลือ 4 ทีมจาก 2 ประเทศอย่างฝรั่งเศสและเยอรมัน หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะ อตาลันต้า 2-1 และ แอร์เบ ไลป์ซิก เอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด 2-1

ขณะที่ในสองคืนที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม บาร์เซโลนา 8-2 ตามด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา โอลิมปิก ลียง เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีหรือตั้งแต่ฤดูกาล 1994-95 ที่ไม่มีทีมจากสเปนหรืออังกฤษผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกฯ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่มีทีมจากฝรั่งเศสและเยอรมันผ่านเข้ารอบรองฯทั้งคู่

งานงอก! “ตราหมี” ยันตรวจเจอโควิด 2 รายก่อนปะทะ ไลป์ซิก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แอตเลติโก มาดริด แจ้งข่าวมีสมาชิกในทีม 2 รายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้าเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันพฤหัสบดีนี้

“ตราหมี” ของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กำลังเตรียมความพร้อมก่อนลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศพบ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอข่าวไม่สู้ดีเมื่อมีผู้เล่นในทีม 2 รายที่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ ติดเชื้อโควิด-19 หลังเข้ารับการตรวจตามมาตรการของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า

ด้วยเหตุนี้ทำให้ 2 คนดังกล่าวต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อรักษาอาการทันที และจะมีการตรวจสมาชิกคนอื่นที่เหลือในทีมอีกรอบ เช่นเดียวกับคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับ 2 คนที่ติดเชื้อ

สถิติโลก!เชลซีจ่อปิดดีลคว้า “ชิลเวลล์” ร่วมก๊วน

สื่อดังอังกฤษปูด "สิงห์บลูส์" เชลซี จ่อได้ตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจอมบุก เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทัพ คาดงานนี้อาจมีการทำลายสถิติโลก

เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะปิดดีลคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายตัวเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก เดอะ ไทม์ส สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ชิลเวลล์ ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" มานาน และล่าสุด เดอะ ไทม์ส ระบุว่า เชลซี มีแนวโน้มที่จะปิดดีลได้สำเร็จ หลังจากที่การเจรจาเรื่องค่าตัวกับ เลสเตอร์ มีความคืบหน้าไปมาก

เป็นที่เข้าใจกันว่า เลสเตอร์ ตั้งค่าหัว ชิลเวลล์ ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,280 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเรตเดียวกับตอนที่พวกเขาขาย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เชลซี ไม่สามารถจ่ายเงินระดับนี้ในการเซ็นสัญญากับผู้เล่นแบ็กซ้าย ซึ่งตอนนี้ก็มีแนวโน้มที่ดีในการเจรจาต่อรองกับ "จิ้งจอกสยาม" ในการขอลดค่าตัว ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี ซึ่งถึงแม้อาจไม่ต้องซื้อในราคาสูงถึง 80 ล้านปอนด์ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ ชิลเวลล์ จะกลายเป็นผู้เล่นแบ็กซ้ายที่มีค่าตัวแพงสุดในโลก เนื่องจากเจ้าของสถิติคนปัจจุบันคือ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ กองหลังชาวฝรั่งเศสของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 68 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,788 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

 

หมีปลอดภัยเรื่องโอบลัคหากสิงห์ล่าฮาเวิร์ตซ์สำเร็จ

แอตเลติโก มาดริด จะอุ่นใจเรื่องการรั้ง ยาน โอบลัค ให้อยู่กับทีมต่อไป หากว่า เชลซี สามารถบรรลุข้อตกลงดึง ไค ฮาเวิร์ตซ์ ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สำเร็จ

 ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่ามือกาวชาวสโลวิเนียกลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกการเสริมทีมของ สิงโตน้ำเงินคราม หลังจาก แฟร้งค์ แลทพาร์ด ไม่พอใจผลงานของ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ประตูมือ 1 ที่ผลงานย่ำแย่อย่างมาก

 แม้ว่าทาง โอบลัค จะมีสัญญากับ ตราหมี ไปจนถึง 2023 และมีค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร กระนั้นเรื่องดังกล่าวไม่ได้ลดความสนใจจากทาง เชลซี ได้เลย

 ล่าสุด อาส สื่อดังของสเปนรายงานว่า ตราหมี อาจจะอุ่นใจได้มากขึ้นในการรั้งตัว โอบลัค ไว้กับทีมต่อไป โดยมีปัจจัยขึ้นอยู่กับว่า เชลซี จะสามารถคว้า ฮาแวร์ตซ์ ได้หรือไม่

 สำหรับแนวรุกทีมชาติเยอรมันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกโยงกับทีมดังของลอนดอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ห้างยา ก็ตั้งราคาไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร เพราะแข้งรายนี้คือสมบัติล้ำค่าของสโมสร

 โดยทาง เชลซี กำลังทุ่มเงินอย่างหนักในการเสริมทีมให้ แลมพาร์ด ไว้สู้ศึกในฤดูกาลต่อไปต่อไปหลังจากทีมต้องโดนโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่นในฤดูกาลที่ผ่านมา เชื่อว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูและแนวรุกคือเป้าหมายสำคัญของ สิงโตน้ำเงินคราม รวมไปถึงแนวรับที่ตอนนี้ เดอะ บลูส์กำลังควานหานักเตะอย่างหนัก

 ทั้งนี้ โอบลัค ทำผลงานกับ ตราหมี ได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสถิติไม่เสียประตูไว้มากมายใน ลา ลีกา ซึ่งชัดเจนว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ต้องการที่จะเสียประตูมือ 1 ของทีมรายนี้ออกไปในทุกกรณี และหาก เชลซี ได้ ฮาเวิร์ตซ์ ไปร่วมทีมก็น่าจะสร้างความอุ่นใจให้ ตราหมี เพราะทีมดังของลอนดอนคงไม่บ้าเลือดทุ่มเงินก้อนโตกว่า 200 ล้านยูโรในการล่าสองนักเตะในหน้าร้อนนี้ เพราะอาจจะเป็นการทำผิดกฎการเงิน หลังจากพวกเขาได้ตัว ฮาคิม ซีเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ ไปครองก่อนหน้านี้

 

ท่านประธานลั่นเอง! “เซเรโซ” ยืนยันไม่ปล่อย “โอบลัค” ให้สิงห์บลูส์แน่

เอ็นริเก เซเรโซ ประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริด ยืนยันด้วยตัวเองว่าจะไม่ยอมปล่อย แยน โอบลัค นายทวารทีมชาติสโลเวเนีย วัย 27 ปี ให้กับเชลซี หรือทีมใดก็ตามที่ตกเป็นข่าวด้วยแน่นอน

"ผมพูดออกสื่อบ่อยมากจนเกินพอแล้วว่า โอบลัคยังมีสัญญาอยู่กับแอตฯ มาดริด และเขาก็คือผู้รักษาประตูที่เก่งสุดในโลก ณ เวลานี้ ฉะนั้นผมไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีมแน่แม้จะได้รับข้อเสนอสุดงามจากทีมใหญ่อื่นๆมากมาย" เถ้าแก่ใหญ่กล่าวกับ Marca

"นอกจากโอบลัคแล้ว สโมสรเราก็ยังอัดแน่นไปด้วยนักเตะระดับท็อปของโลกมากมาย ฉะนั้น เขาย่อมมีความสุขที่ได้เล่นฟุตบอลและเป็นคนสำคัญของทีมแน่นอน"

"การที่เด็กของเราตกเป็นข่าวลือร่วมกับทีมอื่นเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะเขาคือผู้รักษาประตูที่ทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่องหลายปีและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครเหนือกว่าจริงๆ"

ผีเล็งแบ็กปอร์โต้,ติอาโก้เลือกหงส์?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวในตลาดอีกครั้ง โดยล่าสุดมีข่าวเล็งดึง ปราการหลัง เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ แถมมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับในรายของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ด้วย ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล็อกเป้าไปที่ ฟูลแบ็กจอมบุก ปอร์โต้ และยังมีข่าวกับ อดีตแข้งดัง เอฟเวอร์ตัน ด้วย แต่จะเป็นใครนั้น เรามาหาคำตอบกันจากข้างล่างนี้ได้เลย

 – นาโปลี เตรียมประกาศคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกดาวดัง ลีลล์ ภายในวันนี้ โดยคาดว่านักเตะจะเซ็นสัญญาร่วมทีมยาวถึงปี 2025 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางทักษะสูงของ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้ พร้อมกับมอง ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรตัวเลือกแรก ถึงแม้ได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกันก็ตาม (Abendzeitung)

 – อย่างไรก็ตาม บาเยิร์น จะไม่ยอมปล่อย ติอาโก้ ออกไปในราคาถูกๆ ถึงแม้นักเตะร้องขอย้ายทีมก็ตาม (Metro)
 
 – ขณะเดียวกัน "หงส์แดง" กำลังพิจารณาที่จะออกล่าตัว ไอส์ซ่า ม็องดี้ เซนเตอร์แบ็ก เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ เพื่อทดแทน เดยัน ลอฟเรน ที่เตรียมอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่้นนี้ โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียวัย 28 ปี เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ อาร์เซน่อล (Estadio Deportivo)

 – เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกนอกสังเวียนแข้งในการชิงตัว โฮเซ่ ฮิเมเนซ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ แอตเลติโก มาดริด มาเสริมแนวรับ (Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว อาเดรียง ราบิโอต์ กองกลางเฟร้นช์แมนของ ยูเวนตุส ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ต่างก็กำลังเล็ง มิดฟิลด์วัย 25 ปี อยู่เช่นกัน (Calciomercato)
 
 – นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพยายามที่จะคว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายดาวเด่นของ ปอร์โต้ โดยเชื่อกันว่า ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 27 ปี มีค่าหัวเพียง 25 ล้านยูโร (ประมาณ 900 ล้านบาท) เท่านั้น เนื่องจากเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกแค่ปีเดียว (Record)

 – ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หวังเสริมแกร่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ พร้อมกับเล็งเด็กเก่า เอฟเวอร์ตัน อย่าง อิดริสซ่า เกย์ ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นเป้าหมายหลัก (Le 10 Sport)

 – ปอร์โต้ พร้อมพิจารณาขาย ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ที่กำลังได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล ในราคาเพียงแค่ 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,440 ล้านบาท) ถึงแม้นักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) ก็ตาม (Jornal de Noticias)

 – แอตเลติโก มาดริด ยืนยันที่จะขาย ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูคนเก่ง ตามค่าฉีกสัญญา 109 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,360 ล้านบาท) เท่านั้น หลัง ยอดนายทวารทีมชาติสโลวีเนียวัย 27 ปี กำลังเป็นที่หมายปองของทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Daily Mail)

 – บาร์เซโลน่า กำลังมองหาช่องทางที่จะคว้าตัว เอริค การ์เซีย เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งเลือดกระทิงดุของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้ (Sport)

 – นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังหวังปาดหน้าทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชิงตัว เปา ตอร์เรส เซนเตอร์แบ็ก บียาร์เรอัล มาเสริมแนวรับ โดยเชื่อกันว่า ตอร์เรส มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) (RAC1)

 – บาเลนเซีย มีแผนที่จะคว้าสองแข้งดังในเวที พรีเมียร์ลีก อย่าง เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตู เชลซี และ ดาบิด ซิลบา กองกลางจอมเก๋า ที่กำลังจะหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม (90min)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ นิโคโล่ ซานิโอโล่ กองกลางดาวดัง อาแอส โรม่า โดยอาจจะมีการออกล่าตัวมาร่วมทีมในอนาคต (Guardian)

 – เซาธ์แฮมป์ตัน หวังที่จะดึง อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์จอมเทคนิค กลับมาร่วมทีม โดย ดาวเตะวัย 32 ปี กำลังจะหมดสัญญาและแยกทางกับ ลิเวอร์พูล หลังจบซีซั่นนี้ (Daily Express)

 

 – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีแผนการที่จะเจรจากับ เรอัล มาดริด เพื่อขอยืมตัว ลูก้า โยวิช กองหน้าเลือดเซิร์บ มาใช้งานในฤดูกาลหน้า (Shields Gazette)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" ยังเล็ง คัลลั่ม วิลสัน หัวหอก บอร์นมัธ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หาก "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้น (Express)

 – เบนฟิก้า ล้มแผนล่าตัว เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกดาวดังชาวอุรุกวัย หลังจากที่ อดีตดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขอค่าเหนื่อยสูงถึงปีละ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 720 ล้านบาท) (A Bola)

เขาคือใคร?มูคิเอเลกองหลังที่ลิเวอร์พูลสนใจ

ทำความรู้จัก นอร์ดี มูคิเอเล กองหลัง ไลป์ซิก หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล ตามให้ความสนใจ
   ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า พร้อมจะเปิดศึกนอกสนามกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ในการไล่ล่า นอร์ดี มูคิเอเล กองหลังดาวรุ่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก

    เลอ10 สปอร์ต สื่อเมืองน้ำหอม รายงานว่า "หงส์แดง" อยากได้ มูคิเอเล วัย 22 ปี มาเป็นตัวสำรองของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ

    วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ มูคิเอเล กันให้มากขึ้นว่า มีประวัติความเป็นมาอย่างไร และทำไม ลิเวอร์พูล ถึงให้ความสนใจ

    1. เติบโตมาจากอคาเดมี่ในฝรั่งเศส

 

    มูคิเอเล เกิดที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ปี 1997 ก่อนเข้าไปอยู่กับสถาบันฝึกสอนลูกหนังของสโมสร ปารีส เอฟซี เมื่อปี 2004

    จากนั้น มูคิเอเล ก็ไปอยู่กับอคาเดมี่ของ ลาวาล สโมสรใน ลีก เดอซ์ เมื่อปี 2013 และได้มีโอกาสลงเล่นนัดแรกเมื่อปี 2014 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

    2. ย้ายจากบ้านเกิดมาเล่นที่เยอรมัน

    หลังทำผลงานได้ดีกับ ลาวาล ส่งผลให้ มงต์เปลลิเย่ร์ สโมสรใน ลีก เอิง ดึงไปร่วมทีมในปี 2017 โดยได้ลงสนามในลีกไปทั้งหมด 50 เกมตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่อยู่กับทีม

    จากนั้น มูคิเอเล ก็ย้ายมาอยู่กับ ไลป์ซิก ปี 2018 ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร (ประมาณ 560 ล้านบาท) และได้โอกาสลงเล่นใน บุนเดสลีกา ไปแล้ว 44 เกม ทำได้ 4 ประตู

    3. ใช้เวลาปรับตัวกับ ไลป์ซิก

 

    ฤดูกาลแรกของกองหลังชาวฝรั่งเศส กับ ไลป์ซิก ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าตัวหวังไว้ โดยได้ลงเล่นตัวจริง 5 จาก 8 เกมแรกของซีซั่น 2018/19 ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรกในเกมพบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2018

    จากนั้น มูคิเอเล ก็ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงใน บุนเดสลีกา จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 ก่อนกลับมาแย่งตัวจริง และเป็นตัวหลักของทีมในฤดูกาลนี้

    4. เล่นได้หลายตำแหน่ง

    ยูเลี่ยน นาเกลส์มัน กุนซือ ไลป์ซิก ปรับให้ มูคิเอเล เล่นได้หลายตำแหน่งทั้ง แบ็กขวา และ เซนเตอร์แบ็ก รวมทั้งบางนัดยังถูกดันขึ้นไปเล่นเป็นวิงแบ็กฝั่งขวาด้วย

    กองหลังวัย 22 ปี ลงเล่นไปทั้งหมด 35 เกมในทุกรายการตลอดซีซั่น 2019/20 โดยขึ้นไปยิงได้ 3 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 3 ครั้ง

    5. หลายสโมสรตามสนใจ

 

    นอกจากมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล และ เปแอสเช แล้วนั้น ยังมีอีกหลายสโมสรที่ตามให้ความสนใจ มูคิเอเล อย่างเช่น แอตเลติโก มาดริด กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นต้น

    มูคิเอเล ถูกยกให้เป็นกองหลังดาวรุ่งที่น่าจะมีอนาคตไกล และมีโอกาสก้าวขึ้นไปติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดใหญ่ในอีกไม่นานนี้ หลังติดทีมชุดเด็กมาแล้วทุกรุ่นตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18, 19, 20 และ 21 ปี

ถึงเวลาเปลี่ยน? เปิดตัวเลือกน่าสนใจเหมาะมาเป็นตัวแทน”เด เคอา”ที่แมนยู

ถึงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้รักษาแล้วหรือยัง? เป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถามเป็นอย่างมากในระยะหลัง เนื่องจาก ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช ก่อความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลนี้จนเป็นส่วนให้ทีมเสียประตูให้คู่แข่งได้ง่ายๆ
    เกมเมื่อคืนนี้อดีตนายทวารแอตเลติโก มาดริด ก็ก่อความผิดพลาดจนเสียประตูส่งผลให้ "ปีศาจแดง" แพ้ เชลซี 1-3 ในรอบรองชนะเลิศของศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งแน่นอนว่าจากความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้มีกระแสจากแฟนบอลบางส่วนเรียกร้องให้ทีมรักของพวกเขาถอดนายด่านทีมชาติสเปนพ้นจากการเป็นตัวจริงของทีมเลยทีเดียว ส่วนอีกกระแสก็เชื่อว่า ควรให้โอกาส เด เคอา เป็นมือ 1 ต่อไป

    แต่หากต้องมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ นี่คือ 3 นายทวารทางเลือกที่เหมาะสมในการเข้ามาเป็นมือ 1 คนใหม่ในโรงละครแห่งความฝันซีซั่นหน้า

3.อ็องเดร โอนาน่า (อาแจ็กซ์)

    โอนาน่า คือหนึ่งในนายทวารที่ได้รับการจับตามองสุดๆในเวลานี้ หลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมกับ อาแจ็กซ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้เขามีเปอร์เซ็นต์การเก็บตคลีนชีทได้สูงถึง 33.3 เปอร์เซ็นต์

    นายด่านวัย 24 ปี เคยเป็นเด็กจากชุดเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ อาแจ็กซ์ ในปี 2015 และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนมีข่าวว่า บาร์ซ่า อยากได้ตัวกลับไปร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ รวมถึง เชลซี ที่กำลังมองหานายทวารคนใหม่

    ล่าสุด นายด่านทีมชาติแคเมอรูนก็คอนเฟิร์มชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่ตนจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึง เอริค เทน ฮาก เฮดโค้ช ก็พร้อมเปิดโอกาสให้ย้ายทีมได้เช่นกัน ทำให้เป็นโอกาสดีหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการได้ตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีมจริงๆ แต่ไม่ใช่ในราคาถูก แน่นอน

2.นิค โป๊ป (เบิร์นลีย์)

    ฤดูกาลนี้ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ นิค โป๊ป ที่โชว์เซฟอุตลุตจนได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อดูจากผลงานแล้วเขาไม่ได้เป็นรองบรรดาสตาร์ดังอย่าง อลีสซง เบ็ค เกอร์ ของ ลิเวอร์พูล หรือ เอแดร์ซอน จาก แมนฯ ซิตี้ เลยแม้แต่น้อย หลังจากเจ้าตัวกำลังเป็นเจ้าของสถิติเก็บคลีนชีตมากสุดในลีกที่จำนวน 15 เกม ถือเป็นตัวเต็งที่จะได้รางวัลถุงทือทองคำในฤดูกาลนี้

    ดาวเตะวัย 28 ปี มีประสบการณ์ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้วลายปี และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตสำคัญในการขึ้นไปแย่งมือ 1 ทีมชาติอังกฤษในอนาคตอีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากทั้งประสบการณ์และฝีไม้ลายมือแล้ว ถือเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมเลยทีเดียว

1.ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

    สำหรับรายของ เฮนเดอร์สัน นั้นเป็นตัวเลือกที่น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดแล้วที่จะเข้ามาเป็นมือ 1 คนใหม่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเจ้าตัวย้ายไปทำผลงานสุดยอดกับ เชฟฟิดล์ ยูไนเต็ด ตลอดสองฤดูกาล

    ความยอดเยี่ยมของดาวเตะวัย 23 ปี ช่วยให้ทีม "ดาบคู่" มีแนวรับที่เหนียวแน่นโชว์เซฟลูกมหัศจรรย์ได้หลายต่อหลายครั้ง โดยซีซั่นนี้เจ้าตัวมีวถิติเก็บคลีนชีตได้ถึง 13 เกมมากสุดเป็นอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกเป็นรองเพียง เอแดร์ซฮน (แมนฯ ซิตี้) และ นิค โป๊ป (เบิร์นลีย์)

    แม้หลายคนอาจจะเชื่อว่า เฮนเดอร์สัน อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กับ "ปีศาจแดง" และปล่อยให้เจ้าตัวเก็บเลเวลสะสมประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกกับทีมดาบคู่ไปก่อนอีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาลก็ตาม

อุตส่าห์ปั้นมา!อดีตโค้ชโกลแมนยูจวกเดเคอาทรยศตน

เอมิลิโอ อัลบาเรซ โค้ชนายทวารที่มีบุญคุณกับ ดาบิด เด เคอา อย่างมากนั้น ออกโรงเฉ่ง เด เคอา ว่าทรยศตนหน้าตาเฉยในตอนที่ต่อสัญญากับทีมเมื่อช่วงเดือนกันยายน ปีก่อน พร้อมบอกว่าการกระทำของ เด เคอา เป็นสิ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจออกจาก "ปีศาจแดง" ทั้งที่จริงๆ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้ตนอยู่กับทีมต่อ
    เอมิลิโอ อัลบาเรซ โค้ชผู้รักษาประตูคนดังที่เคยทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตำหนิ ดาบิด เด เคอา นายด่านมือ 1 ของ "ปีศาจแดง" ว่าทรยศตน จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจว่าจะไม่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป

    อัลบาเรซ ถือเป็นผู้มีพระคุณกับ เด เคอา มากเป็นลำดับต้นๆ หลังจากที่เคยฝึกนายด่านชาวสแปนิชเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยที่ เด เคอา ยังอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด จนทำให้ เด เคอา เป็นนายทวารดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก ก่อนที่จะได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2011

    ในอีกราว 5 ปีหลังจากนั้น อัลบาเรซ ก็ได้ตามมาร่วมงานกับ เด เคอา อีกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่มี โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีม และหลังจากนั้น เด เคอา กับ อัลบาเรซ ก็มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันหลายครั้ง จนเป็นการตอกย้ำว่าทั้งคู่สนิทกันมากๆ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2019 แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศว่า อัลบาเรซ จะไม่ได้อยู่กับทีมอีกต่อไป ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เด เคอา เพิ่งต่อสัญญากับทีมยาวไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ซึ่งในตอนนั้นมันก็มีกระแสข่าวว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายตัดสินใจไล่เขาออกจากตำแหน่ง

    อัลบาเรซ ให้สัมภาษณ์กับ อาส สื่อชื่อดังของสเปนว่า "ข่าวที่บอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดผมนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ที่จริงทันทีที่ เด เคอา ต่อสัญญาแล้วน่ะ ยูไนเต็ด ก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ผมทันทีด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมขอเข้าพบกับสโมสรเพื่อที่จะบอกกับพวกเขาด้วยตัวเองว่าผมอยากออกจากทีม การนัดพบกันในครั้งนั้นเป็นตอนที่พวกเขาขอให้ผมต่อสัญญากับทีม แต่ผมบอกกับพวกเขาไปว่าผมจะออกจากทีม ที่ผมตัดสินใจแบบนั้นมันไม่ใช่เพราะว่าผมอยากย้ายออกจาก ยูไนเต็ด แต่เป็นเพราะผมไม่อยากโค้ช เด เคอา อีกต่อไปแล้ว"

    "นอกจากตอนที่เป็นครูฝึกให้เขาที่ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเป็นตอนที่ผมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่แล้วนั้น ผมยังเป็นคนที่โน้มน้าวใจให้เขาย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ด้วย ผมเป็นมือขวาของเขาตอนอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ผมได้มาอยู่กับ ยูไนเต็ด ก็เพราะการทำงานที่ยอดเยี่ยมของ จอร์จ เมนเดส และเพราะ มูรินโญ่ อยากเซ็นสัญญากับผมเพื่อให้มาช่วยพัฒนาฝีมือของ ดาบิด รวมถึงเพื่อเป็นการทำให้เขายังอยู่กับทีมต่อไป ตอนนั้นเขาอยากย้ายออกจาก ยูไนเต็ด สุดๆ"

    "หลังจากทำงานหลายอย่างเป็นเวลาเกือบ 3 ปี และการนัดหารือกับ ยูไนเต็ด เพื่อทำการต่อสัญญาที่จะทำให้เขาได้เงินเยอะจนถึงขั้นเป็นคนที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ผมก็มารู้ว่าเขาแอบต่อสัญญาโดยที่ไม่บอกให้ผมรู้ก่อน พูดกันตามตรงนะ มันรู้สึกเหมือนเป็นการขาดความซื่อสัตย์ต่อกันเลย ในระหว่างการเจรจาเรื่องต่อสัญญาน่ะเขายังทะเลาะกับคนที่อุตส่าห์ช่วยจัดแจงทุกการเจรจาที่ทำให้เขาได้เงินเยอะเหมือนอย่างในทุกวันนี้ด้วย ในช่วงนาทีสุดท้ายมันมีคนอื่นเข้ามายุ่งกับการเจรจา"

    "ผมยืนยันว่าผมไม่ชอบการกระทำแบบนั้นเลย เพราะมันดูเหมือนเป็นการทรยศกันหน้าด้านๆ ผมถาม ดาบิด ว่าทำไมเขาถึงไม่บอกอะไรกับผมเลย และเขาก็ตอบกลับมาว่าเขาโดนสั่งว่าห้ามพูดอะไรกับใครทั้งนั้น สิ่งนั้นมีผลกระทบกับผมมากๆ มุมมองที่ผมมีต่ออาชีพของตัวเองก็คือคุณจะไม่สามารถพัฒนาใครได้เลยถ้าหากคุณไม่เชื่อมั่นในตัวพวกเขาอย่างเต็มที่ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจออกจาก ยูไนเต็ด"