เปลืองค่าเหนื่อย! 7 แข้งเชลซีส่อถูกเขี่ยทิ้งเปิดทางนักเตะใหม่

ตลาดซัมเมอร์ปีนี้นับว่า เชลซี ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการคว้าตัวผู้เล่นเป้าหมาย โดยพวกเขาเซ็นสัญญานักเตะมาแล้วถึง 6 คนด้วยกัน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถลุงเงินไปทั้งสิ้น 231 ล้านปอนด์และคาดว่าพวกเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ในทางกลับกันเมื่อมีนักเตะเข้ามาเยอะคงต้องมีผู้เล่นจำนวนหนึ่งเดินออกจากสโมสรไป แข้งส่วนเกินเชลซีในลิสต์เหล่านี้มีค่าเหนื่อยรวมกันมากถึง 559,000 ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว พวกเขาจำเป็นต้องถูกเขี่ยพ้นทีมไม่อย่างนั้นจะเสียเงินโดยสูญเปล่า

1.มิชี่ บาตชูอายี่

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 90,000 ต่อสัปดาห์

เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีศักยภาพมากที่สุดในบรรดาลิสต์ที่จะโดนขายทิ้ง บาตชูอายี่ ยิงประตูทั้งหมด 6 ลูกในฤดูกาลที่ผ่านมาและปัจจุบันเขารับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 90,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่การมาของ ติโม แวร์เนอร์ ทำให้กองหน้าในทีมค่อนข้างล้นทีเดียว ลำพังแค่ แทมมี่ อับราฮัม และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็เบียดตัวจริงยากแล้ว

เขาเคยถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ, บาเลนเซีย และ ดอร์ทมุนด์ คาดว่าซัมเมอร์นี้จะถึงเวลาที่เขาได้ออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบถาวรและมันจะเป็นการเซฟค่าเหนื่อยของทีมไปอีกราวเกือบแสนปอนด์เลยทีเดียว

2.มาร์โก ฟาน กิงเคล

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 28,000 ต่อสัปดาห์

ไม่น่าเชื่อว่า ฟาน กิงเคล ยังคงมีสัญญาอยู่กับ เชลซี หลังจากย้ายจาก วิเทสส์ มาร่วมทีมเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ความจริงแล้วมิดฟิลด์วัย 27 ปีถูกคาดหมายว่าจะโดนขายในซัมเมอร์นี้เนื่องจากไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เลยแต่กลายเป็นเขาต่อสัญญากับทีมออกไปอีกหนึ่งปีแบบเหนือความคาดหมาย

นับตั้งแต่เขาจรดปากกาเซ็นสัญญากับทีมเมื่อ 7 ปีก่อน ฟาน กิงเคล ใช้เวลาค้าแข้งทีมอื่นมากกว่าต้นสังกัดแม่เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นกับ เอซี มิลาน (2014-15), สโต๊ค ซิตี้ (2015-16) หรือ พีเอสวี (2016-2018) อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของเขาคืออาการบาเดเจ็บที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นทำให้แทบจะไม่มีชื่อทีมที่สนใจมาซื้อต่อเลยในซัมเมอร์นี้ ดังนั้นมีโอกาสที่เขาจะถูกปล่อยยืมตัวมากกว่า

3.วิคเตอร์ โมเซส

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 75,000 ต่อสัปดาห์

วิคเตอร์ โมเซส เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016-17 และอันโตนิโอ คอนเต้ ก็มองว่าเขาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในตำแหน่งวิ่งแบ็กในแผนของกุนซือรายนี้ เมื่อ คอนเต้ ออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาก็ตามไปเล่นกับนายใหญ่คู่ใจที่อินเตอร์ มิลานในฤดูกาลที่ผ่านมา

เขายังคงเป็นนักเตะของเชลซีอยู่แต่ แลมพาร์ด ไม่ได้สนใจใช้งานมากนักเนื่องจากตำแหน่งมี เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่เป็นตัวจริงรวมถึง รีซ เจมส์ ที่ก้าวขึ้นมาทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว เชื่อว่าดาวเตะไนจีเรียวัย 29 ปีมีโอกาสสูงที่จะถูกขายดีกว่าเดินไปเดินมาเฉยๆอีกหนึ่งฤดูกาล

4.ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 70,000 ต่อสัปดาห์

แบ็กขวาวัย 28 ปีย้ายมา เชลซี ในปี 2017 แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงได้ ดังนั้นทางออกจึงไม่ต่างจาก โมเซส มากนัก ฤดูกาลที่แล้วเขาย้ายไปร่วมทัพ โรม่า แบบยืมตัวแต่ได้รับบาดเจ็บช่วงเดือนตุลาคมจึงทำให้เขาไม่ได้ทำผลงานอะไรที่อิตาลีเลยโดยลงเล่นแค่ 7 นัดเท่านั้น

แต่เชื่อว่ายังมีทีมในอิตาลีน่าจะสนใจเขาอยู่โดยเฉพาะ อตาลันต้า ที่เป็นข่าว เชลซี คงต้องใช้พลังการโน้มน้าวใจกุนซือกาสเปรินี่ให้รีบมาซื้อ ซัปปาคอสต้า ออกจากทีมไปให้ได้ในซัมเมอร์นี้

5.ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 110,000 ต่อสัปดาห์

กองกลางวัย 26 ปีเดินเข้ามาสวมเสื้อ “สิงห์บลูส์” ในปี 2017 ด้วยค่าตัวมากถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียวแต่ผลงานของเขากลับทำแฟนเชลซีผิดหวังจนสองซีซั่นหลังสุดถูกปล่อยให้ไปเล่นกับ เอซี มิลาน และ โมนาโก

ในสถานการณ์แบบนี้ เชลซี คงต้องจำใจขาย บากาโยโก้ แบบขาดทุนเพื่อเขี่ยนักเตะให้พ้นทีมออกไป ซึ่งล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชื่อดัง คอนเฟอร์มว่า เอซี มิลาน ใกล้บรรลุข้อตกลงกับทางเชลซีแล้วแต่เป็นการยืมตัวอีกครั้งโดยมีค่ายืมทั้งหมด 3 ล้านปอนด์พร้อมอ็อปชั่นซื้อขาด 30 ล้านยูโร น่าจะเป็นนักเตะคนแรกในลิสต์นี้ที่จะออกจากทีม

6.แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 100,000 ต่อสัปดาห์

ดริ๊งค์วอเตอร์ ถือเป็นส่วนเกินของทีมตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ 3 ปีที่แล้วด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เขาลงเล่นให้กับทีมทั้งหมด 19 นัดก่อนจะถูกปล่อยยืมไปให้กับ เบิร์นลี่ย์ และ แอสตัน วิลล่า

แทนที่จะทำผลงานให้ดีเพื่อได้ลงเล่นมากขึ้นในช่วงยืมตัว ดริ๊งค์วอเตอร์ กลับไปทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีมแอสตัน วิลล่าจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลยทีเดียว สุดท้ายมิดฟิลด์วัย 30 ปีกลับมายังเชลซีและตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าทีมไหนสนใจซื้อเลยแถมเขากินค่าเหนื่อยเป็นแสนปอนด์ด้วย การเหลือสัญญาอีก 2 ปีก็ดูยากที่จะได้ราคาถูก ดังนั้นการปล่อยยืมตัวอีกครั้งอาจจะเป็นคำตอบ

7.บาบ้า ราห์มาน

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 86,000 ต่อสัปดาห์

อีกหนึ่งนักเตะที่เหลือสัญญากับเชลซีอีก 2 ปีแต่คาดว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เขาถูกปล่อยยืมตัวไปถึง 3 สโมสร ได้แก่ ชาลเก้, แร็งส์ และมายอร์ก้า แต่เจ้าตัวเพิ่งเข้าผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเมื่อเดือนมกราคมทำให้การยืมตัวกับ มายอร์ก้า ไปราบรื่นเท่าไหร่นัก

การมาของ เบน ชิลเวลล์ ทำให้แบ็กซ้ายแทบจะหมดโอกาสชิงพื้นที่จึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะอยู่กับทีมต่อไป อาชีพของเขาเหมือนหยุดอยู่กับที่นับตั้งแต่ย้ายมาเชลซีปี 2015 สโมสรคงต้องหาทางให้เขาเดินออกจากสโมสรไป

ชอบตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว! ฮาแวร์ตซ์ยกแลมพาร์ดมีส่วนเลือกซบเชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ป้ายแดง เชลซี ชี้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีส่วนไม่น้อย กับการเลือกซบ "สิงห์บลูส์" มั่นใจตนจะเก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ภายใต้การทำทีมของ "แลมพ์ส"

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเลือดผู้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเลือกมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งนี้  "สิงห์บลูส์" เพิ่งประกาศคว้าตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันแบบยาวๆ ถึงปี 2025

"เขามีส่วนอย่างมากเลยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมชอบเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักเตะแล้ว และผมก็ดูเขาเล่นบ่อยมาก ผมคิดว่า ตอนนี้ผมสามารถเรียนรู้จากเขาในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างมากมาย เขาเป็นคนถ่อมตัวและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขาและได้เรียนรู้จากเขา"

 "เขาเป็นคนที่ชอบเกมรุกและทำประตูมากๆ เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า เขาจะช่วยผมได้อย่างมหาศาลแน่นอน กับการเล่นในตำแหน่งของผม และก็อาจจะรวมถึงการเล่นในด้านอื่นๆ ที่ผมสามารถพัฒนาได้อีกด้วย" ฮาแวร์ตซ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

จับตา!เชลซีจ่อได้ “ชิลเวลล์” ร่วมก๊วน

"สิงห์บลูส์" เชลซี จ่อได้แข้งดาวดังอีกคนแล้ว โดยล่าสุดมีข่าวใกล้ที่จะปิดดีลในรายของ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เผยค่าตัวถูกกว่าที่ตั้งไว้ตอนแรกเยอะมาก
     เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงกับ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก ได้แล้ว สำหรับการขอซื้อตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ชิลเวลล์ ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" มาอย่างยาวนาน โดยที่ตอนแรก เลสเตอร์ ตั้งค่าหัวนักเตะไว้ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,280 ล้านบาท) ทว่าล่าสุด ดิ แอธเลติก ระบุว่า ทั้งสองสโมสรจ่อที่จะตกลงกันได้แล้ว ซึ่งค่าตัวของ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี น่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 45-50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845-2,050 ล้านบาท)

     ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชิลเวลล์ ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายแล้ว และถ้าหากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เจ้าตัวก็จะกลายเป็นแข้งใหม่ของ เชลซี รายที่สามในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก ฮาคิม ซิเยค และ ติโม แวร์เนอร์ พร้อมกับจะทำให้ "สิงห์บลูส์" ใช้เงินเสริมทัพไปแล้วมากกว่า 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,510 ล้านบาท)

สิงห์ยังมีงบให้เสริมทัพอีก200ล้านปอนด์

แดนนี่ ฮิ๊กกิ้นบ็อทแธม อดีตเด็กเก่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าทีมจะต้องเก็บตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เอาไว้กับทีมต่อไปให้ได้เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า เชลซี ยังมีงบให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เสริมทีมอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างน่าสนใจด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดด้วยค่าตัวรวมกันร่วม 90 ล้านปอนด์ แต่ยังมีนักเตะที่ยังต้องเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง

 เชลซี ยังมีนักเตะอีกอย่างน้อย 3 คนที่ต้องการตัวมาร่วมทีมและเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ของ เลเวอร์คูเซ่น, เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ซึ่งอาจจะรวมถึงผู้รักษาประตูอีกตำแน่งด้วย

 ล่าสุดสื่อแดนผู้ดีเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมที่จะทุ่มเงินอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อดึงเป้าหมายของกุนซือมาร่วมทีม ซึ่งโดยรวมแล้วสามเป้าหมายค่าตัวรวมถึงก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์อยู่แล้ว

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่

เลสค็อตต์ชี้เดอบรอยน์ยังไม่เทียบชั้นยาย่า

โจลีออน เลสค็อตต์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ว่าผลงานของ เควิน เดอ บรอยน์ ในฤดูกาลนี้ยังไม่เทียบซีซั่นที่พีคที่สุดของ ยาย่า ตูเร่ เมื่อปี 2013/14

 เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีม 33 ลูกในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นการทำประตู 13 ลูกและแอสซิสต์อีก 20 หน ในการลงเล่น 35 เกมในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 แต่ทาง เลสค็อตต์ มองว่ายังเทียบไม่ได้กับความยอดเยี่ยมของ ตูเร่

 "ยัง, เขาต้องทำมันให้ยาวนานมากกว่านี้อีกหน่อย" เลสค็อตต์ กล่าวเมื่อถูกถามว่า เดอ บรอยน์ เทียบได้กับ ตูเร่ หรือยัง

 "ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ ยาย่า นั้นยอดเยี่ยมมากกว่า เขาทำ 20 ประตูในซีซั่นนี้, ปี 2013/14"

 นอกจากนี้ เลสค็อตต์ ยังกระตุ้น เดอ บรอยน์ ให้รักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจารึกชื่อเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก

 "สิ่งที่เขาทำและผลในแต่ละเกมนั้นน่าทึ่งมาก เขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่"

 "ยุคของ เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด – ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมบางคนในพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ เควิน ทำก็สุดยอดมาก ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้แบบนี้อีกสัก 3-4 ปี เขาจะอยู่ในการพูดถึง (ว่าคือยอดนักเตะของพรีเมียร์ลีก)"

หมีปลอดภัยเรื่องโอบลัคหากสิงห์ล่าฮาเวิร์ตซ์สำเร็จ

แอตเลติโก มาดริด จะอุ่นใจเรื่องการรั้ง ยาน โอบลัค ให้อยู่กับทีมต่อไป หากว่า เชลซี สามารถบรรลุข้อตกลงดึง ไค ฮาเวิร์ตซ์ ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สำเร็จ

 ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่ามือกาวชาวสโลวิเนียกลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกการเสริมทีมของ สิงโตน้ำเงินคราม หลังจาก แฟร้งค์ แลทพาร์ด ไม่พอใจผลงานของ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ประตูมือ 1 ที่ผลงานย่ำแย่อย่างมาก

 แม้ว่าทาง โอบลัค จะมีสัญญากับ ตราหมี ไปจนถึง 2023 และมีค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร กระนั้นเรื่องดังกล่าวไม่ได้ลดความสนใจจากทาง เชลซี ได้เลย

 ล่าสุด อาส สื่อดังของสเปนรายงานว่า ตราหมี อาจจะอุ่นใจได้มากขึ้นในการรั้งตัว โอบลัค ไว้กับทีมต่อไป โดยมีปัจจัยขึ้นอยู่กับว่า เชลซี จะสามารถคว้า ฮาแวร์ตซ์ ได้หรือไม่

 สำหรับแนวรุกทีมชาติเยอรมันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกโยงกับทีมดังของลอนดอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ห้างยา ก็ตั้งราคาไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร เพราะแข้งรายนี้คือสมบัติล้ำค่าของสโมสร

 โดยทาง เชลซี กำลังทุ่มเงินอย่างหนักในการเสริมทีมให้ แลมพาร์ด ไว้สู้ศึกในฤดูกาลต่อไปต่อไปหลังจากทีมต้องโดนโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่นในฤดูกาลที่ผ่านมา เชื่อว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูและแนวรุกคือเป้าหมายสำคัญของ สิงโตน้ำเงินคราม รวมไปถึงแนวรับที่ตอนนี้ เดอะ บลูส์กำลังควานหานักเตะอย่างหนัก

 ทั้งนี้ โอบลัค ทำผลงานกับ ตราหมี ได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสถิติไม่เสียประตูไว้มากมายใน ลา ลีกา ซึ่งชัดเจนว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ต้องการที่จะเสียประตูมือ 1 ของทีมรายนี้ออกไปในทุกกรณี และหาก เชลซี ได้ ฮาเวิร์ตซ์ ไปร่วมทีมก็น่าจะสร้างความอุ่นใจให้ ตราหมี เพราะทีมดังของลอนดอนคงไม่บ้าเลือดทุ่มเงินก้อนโตกว่า 200 ล้านยูโรในการล่าสองนักเตะในหน้าร้อนนี้ เพราะอาจจะเป็นการทำผิดกฎการเงิน หลังจากพวกเขาได้ตัว ฮาคิม ซีเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ ไปครองก่อนหน้านี้

 

แลมพาร์ดหัวเสียทำไมไม่ใช้วีเออาร์?!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ตั้งคำถามถึงการใช้ วีเออาร์ หลังจากที่เจ้าตัวมองว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจนถูกไล่ออกนั้น ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนหนุ่มของ เชลซี ไม่พอใจที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินในจังหวะที่ควรจะต้องใช้ ซึ่งทำให้เกิดจุดเปลี่ยนต่อทีมของตัวเอง

    "สิงห์บลูส์" เริ่มต้นได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็อง

    จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น และสถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

    แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต และตำหนิไปยังเรื่องการใช้ วีเออาร์ โดยเฉพาะจังหวะที่ โควาซิช ถูกใบเหลืองที่สอง เนื่องจากตนมองว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาคา นั้น ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่

    "นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดที่คุณไม่สามารถเรียกร้องใบเหลืองที่สองได้ บางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยืนยันความคิดของตัวเอง"

    "ถ้าเรามี วีเออาร์ มันคงเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม"

    "ช่วงท้ายเกมเรากดดันพวกเขาได้บ้าง ผมไม่สามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดของลูกทีม แต่จังหวะนั้นไม่สมควรเป็นใบแดง พูดอีกครั้งนะ ผมพยายามกลับมามองที่เราเสมอ และเราก็ทำได้ไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดชิงฯ"

ไม่โทษใคร! “แลมพาร์ด” รับเชลซีไม่ดีพอเอง

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ "สิงห์บลูส์" ไม่ดีพอจริงๆ หลังพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงฯ พร้อมจวกลูกทีมที่ไม่ยอมสานต่อฟอร์มดีๆ ในช่วงต้นเกม

     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนเล่นกันไม่ได้เรื่องเอง หลังจากที่ทัพ "สิงห์บลูส์" พลิกพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชลซี ทำท่าว่าจะไปได้สวย หลังออกสตาร์ทได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง

     จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากลูกยิงสุดเหนือชั้นของ โอบาเมยอง เจ้าเก่า และสถานการณ์ของ "สิงห์บลูส์" ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

         "เราทำได้ดีช่วง 15 นาทีแรก ซึ่งเราทำประตูได้ และสร้างโอกาสได้เพียบ แต่เราคงทำได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสานต่อ เกม เอฟเอ คัพ นัดชิงฯ มันไม่ใช่เกมที่เราจะมาเดินเล่น เราปล่อยให้พวกเขากลับมาสู่เกม ซึ่งเมื่อคุณทำแบบนี้ มันก็ยากที่คุณจะกลับมาสู่เกม เราเล่นกันไม่ดีพอที่จะคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงฯ ครั้งนี้" กุนซือวัย 42 ปี เปิดใจหลังเกม