เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

จับตา!เชลซีจ่อได้ “ชิลเวลล์” ร่วมก๊วน

"สิงห์บลูส์" เชลซี จ่อได้แข้งดาวดังอีกคนแล้ว โดยล่าสุดมีข่าวใกล้ที่จะปิดดีลในรายของ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เผยค่าตัวถูกกว่าที่ตั้งไว้ตอนแรกเยอะมาก
     เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงกับ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก ได้แล้ว สำหรับการขอซื้อตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ชิลเวลล์ ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" มาอย่างยาวนาน โดยที่ตอนแรก เลสเตอร์ ตั้งค่าหัวนักเตะไว้ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,280 ล้านบาท) ทว่าล่าสุด ดิ แอธเลติก ระบุว่า ทั้งสองสโมสรจ่อที่จะตกลงกันได้แล้ว ซึ่งค่าตัวของ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี น่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 45-50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845-2,050 ล้านบาท)

     ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชิลเวลล์ ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายแล้ว และถ้าหากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เจ้าตัวก็จะกลายเป็นแข้งใหม่ของ เชลซี รายที่สามในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก ฮาคิม ซิเยค และ ติโม แวร์เนอร์ พร้อมกับจะทำให้ "สิงห์บลูส์" ใช้เงินเสริมทัพไปแล้วมากกว่า 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,510 ล้านบาท)

สิงห์ยังมีงบให้เสริมทัพอีก200ล้านปอนด์

แดนนี่ ฮิ๊กกิ้นบ็อทแธม อดีตเด็กเก่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าทีมจะต้องเก็บตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เอาไว้กับทีมต่อไปให้ได้เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า เชลซี ยังมีงบให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เสริมทีมอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างน่าสนใจด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดด้วยค่าตัวรวมกันร่วม 90 ล้านปอนด์ แต่ยังมีนักเตะที่ยังต้องเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง

 เชลซี ยังมีนักเตะอีกอย่างน้อย 3 คนที่ต้องการตัวมาร่วมทีมและเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ของ เลเวอร์คูเซ่น, เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ซึ่งอาจจะรวมถึงผู้รักษาประตูอีกตำแน่งด้วย

 ล่าสุดสื่อแดนผู้ดีเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมที่จะทุ่มเงินอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อดึงเป้าหมายของกุนซือมาร่วมทีม ซึ่งโดยรวมแล้วสามเป้าหมายค่าตัวรวมถึงก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์อยู่แล้ว

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่

เลสค็อตต์ชี้เดอบรอยน์ยังไม่เทียบชั้นยาย่า

โจลีออน เลสค็อตต์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ว่าผลงานของ เควิน เดอ บรอยน์ ในฤดูกาลนี้ยังไม่เทียบซีซั่นที่พีคที่สุดของ ยาย่า ตูเร่ เมื่อปี 2013/14

 เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีม 33 ลูกในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นการทำประตู 13 ลูกและแอสซิสต์อีก 20 หน ในการลงเล่น 35 เกมในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 แต่ทาง เลสค็อตต์ มองว่ายังเทียบไม่ได้กับความยอดเยี่ยมของ ตูเร่

 "ยัง, เขาต้องทำมันให้ยาวนานมากกว่านี้อีกหน่อย" เลสค็อตต์ กล่าวเมื่อถูกถามว่า เดอ บรอยน์ เทียบได้กับ ตูเร่ หรือยัง

 "ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ ยาย่า นั้นยอดเยี่ยมมากกว่า เขาทำ 20 ประตูในซีซั่นนี้, ปี 2013/14"

 นอกจากนี้ เลสค็อตต์ ยังกระตุ้น เดอ บรอยน์ ให้รักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจารึกชื่อเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก

 "สิ่งที่เขาทำและผลในแต่ละเกมนั้นน่าทึ่งมาก เขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่"

 "ยุคของ เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด – ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมบางคนในพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ เควิน ทำก็สุดยอดมาก ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้แบบนี้อีกสัก 3-4 ปี เขาจะอยู่ในการพูดถึง (ว่าคือยอดนักเตะของพรีเมียร์ลีก)"

หมีปลอดภัยเรื่องโอบลัคหากสิงห์ล่าฮาเวิร์ตซ์สำเร็จ

แอตเลติโก มาดริด จะอุ่นใจเรื่องการรั้ง ยาน โอบลัค ให้อยู่กับทีมต่อไป หากว่า เชลซี สามารถบรรลุข้อตกลงดึง ไค ฮาเวิร์ตซ์ ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สำเร็จ

 ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่ามือกาวชาวสโลวิเนียกลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกการเสริมทีมของ สิงโตน้ำเงินคราม หลังจาก แฟร้งค์ แลทพาร์ด ไม่พอใจผลงานของ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ประตูมือ 1 ที่ผลงานย่ำแย่อย่างมาก

 แม้ว่าทาง โอบลัค จะมีสัญญากับ ตราหมี ไปจนถึง 2023 และมีค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร กระนั้นเรื่องดังกล่าวไม่ได้ลดความสนใจจากทาง เชลซี ได้เลย

 ล่าสุด อาส สื่อดังของสเปนรายงานว่า ตราหมี อาจจะอุ่นใจได้มากขึ้นในการรั้งตัว โอบลัค ไว้กับทีมต่อไป โดยมีปัจจัยขึ้นอยู่กับว่า เชลซี จะสามารถคว้า ฮาแวร์ตซ์ ได้หรือไม่

 สำหรับแนวรุกทีมชาติเยอรมันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกโยงกับทีมดังของลอนดอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ห้างยา ก็ตั้งราคาไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร เพราะแข้งรายนี้คือสมบัติล้ำค่าของสโมสร

 โดยทาง เชลซี กำลังทุ่มเงินอย่างหนักในการเสริมทีมให้ แลมพาร์ด ไว้สู้ศึกในฤดูกาลต่อไปต่อไปหลังจากทีมต้องโดนโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่นในฤดูกาลที่ผ่านมา เชื่อว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูและแนวรุกคือเป้าหมายสำคัญของ สิงโตน้ำเงินคราม รวมไปถึงแนวรับที่ตอนนี้ เดอะ บลูส์กำลังควานหานักเตะอย่างหนัก

 ทั้งนี้ โอบลัค ทำผลงานกับ ตราหมี ได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสถิติไม่เสียประตูไว้มากมายใน ลา ลีกา ซึ่งชัดเจนว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ต้องการที่จะเสียประตูมือ 1 ของทีมรายนี้ออกไปในทุกกรณี และหาก เชลซี ได้ ฮาเวิร์ตซ์ ไปร่วมทีมก็น่าจะสร้างความอุ่นใจให้ ตราหมี เพราะทีมดังของลอนดอนคงไม่บ้าเลือดทุ่มเงินก้อนโตกว่า 200 ล้านยูโรในการล่าสองนักเตะในหน้าร้อนนี้ เพราะอาจจะเป็นการทำผิดกฎการเงิน หลังจากพวกเขาได้ตัว ฮาคิม ซีเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ ไปครองก่อนหน้านี้

 

แลมพาร์ดหัวเสียทำไมไม่ใช้วีเออาร์?!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ตั้งคำถามถึงการใช้ วีเออาร์ หลังจากที่เจ้าตัวมองว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจนถูกไล่ออกนั้น ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนหนุ่มของ เชลซี ไม่พอใจที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินในจังหวะที่ควรจะต้องใช้ ซึ่งทำให้เกิดจุดเปลี่ยนต่อทีมของตัวเอง

    "สิงห์บลูส์" เริ่มต้นได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็อง

    จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น และสถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

    แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต และตำหนิไปยังเรื่องการใช้ วีเออาร์ โดยเฉพาะจังหวะที่ โควาซิช ถูกใบเหลืองที่สอง เนื่องจากตนมองว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาคา นั้น ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่

    "นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดที่คุณไม่สามารถเรียกร้องใบเหลืองที่สองได้ บางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยืนยันความคิดของตัวเอง"

    "ถ้าเรามี วีเออาร์ มันคงเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม"

    "ช่วงท้ายเกมเรากดดันพวกเขาได้บ้าง ผมไม่สามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดของลูกทีม แต่จังหวะนั้นไม่สมควรเป็นใบแดง พูดอีกครั้งนะ ผมพยายามกลับมามองที่เราเสมอ และเราก็ทำได้ไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดชิงฯ"

ไม่โทษใคร! “แลมพาร์ด” รับเชลซีไม่ดีพอเอง

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ "สิงห์บลูส์" ไม่ดีพอจริงๆ หลังพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงฯ พร้อมจวกลูกทีมที่ไม่ยอมสานต่อฟอร์มดีๆ ในช่วงต้นเกม

     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนเล่นกันไม่ได้เรื่องเอง หลังจากที่ทัพ "สิงห์บลูส์" พลิกพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชลซี ทำท่าว่าจะไปได้สวย หลังออกสตาร์ทได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง

     จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากลูกยิงสุดเหนือชั้นของ โอบาเมยอง เจ้าเก่า และสถานการณ์ของ "สิงห์บลูส์" ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

         "เราทำได้ดีช่วง 15 นาทีแรก ซึ่งเราทำประตูได้ และสร้างโอกาสได้เพียบ แต่เราคงทำได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสานต่อ เกม เอฟเอ คัพ นัดชิงฯ มันไม่ใช่เกมที่เราจะมาเดินเล่น เราปล่อยให้พวกเขากลับมาสู่เกม ซึ่งเมื่อคุณทำแบบนี้ มันก็ยากที่คุณจะกลับมาสู่เกม เราเล่นกันไม่ดีพอที่จะคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงฯ ครั้งนี้" กุนซือวัย 42 ปี เปิดใจหลังเกม

เกปา,ก็องเต้สำรอง?คาดการณ์11ตัวจริงเชลซีฟัดอาร์เซน่อลศึกเอฟเอคัพรอบชิงฯ

ถึงแม้ "สิงห์บลูส์" เชลซี ยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า โอกาสที่พวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองฯ นั้น มีเหลือน้อยเต็มที ดังนั้นกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด และลูกทีมคงจะใส่เต็มร้อยแน่นอน สำหรับเกมรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่จะดวลกับ อาร์เซน่อล ณ สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ค่้ำคืนนี้ และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นของ เชลซี ที่คาดว่าน่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง โดยอ้างอิงจาก Evening Standard สื่อดังของอังกฤษ (ระบบ 3-4-3)

– ผู้รักษาประตู : วิลลี่ กาบาเยโร่
  แลมพาร์ด ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งนายทวาร แต่คาดว่าตัวสำรองอย่าง กาบาเยโร่ น่าจะได้รับโอกาสก่อน เกปา อาร์ริซาบาลาก้า นายประตูมือหนึ่ง ที่ "แลมพ์ส" เริ่มหมดความไว้วางใจ

 

 – แนวรับ : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
  แนวรับสามตัวไม่น่าจะหนีพ้น อัซปิลิกวยต้า, ซูม่า และ รือดิเกอร์ ซึ่งถือเป็นชุดเดิมจากเกมลีกนัดปิดซีซั่นที่เปิดบ้านสอย วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

 – แดนกลาง : รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่
  ถือเป็นข่าวดีสำหรับ เชลซี ที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ฟิตกลับมาเรียบร้อย แต่ แลมพาร์ด อาจจะมองว่า ก็องเต้ ยังไม่พร้อมสำหรับการสตาร์ทเป็นตัวจริง ดังนั้นคู่ตรงกลางคงจะเป็น โควาซิช กับ จอร์จินโญ่ ส่วน เจมส์ กับ อลอนโซ่ เล่นเป็นตัวริมเส้น

 – แนวรุก : เมสัน เมาท์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, คริสเตียน พูลิซิช
  ชิรูด์ ถูกโฉลกกับการเล่นที่ เวมบลีย์ แถมฟอร์มกำลังดี ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับการสตาร์ทเป็นตัวจริง ขณะที่ตัวรุกฝั่งซ้ายเป็น พูลิซิช ที่ล่าสุดกลับมาฟิตสมบูรณ์เรียบร้อย ส่วนทางขวาน่าจะเป็นโอกาสของ เมาท์ ถึงแม้ วิลเลี่ยน หายเดี้ยงแล้วก็ตาม

ไคพยศซ้อมห้างยาบีบขายสิงห์เร็ววัน

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางเนื้อหอมของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำผู้บริหารปวดหัวต่อเนื่องเมื่อปฏิเสธรายงานตัวซ้อมกับต้นสังกัด เพื่อบีบให้ยอมขายออกไปซบ เชลซี ตลาดซัมเมอร์ด้วยมูลค่ารวม 90 ล้านปอนด์

 รายงานจาก ‘สปอร์ต บิลด์’ ว่า มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติเยอรมันกดดัน ‘ห้างขายยา’ ต่อเนื่องจากแสดงจุดยืนต้องการย้ายออก ล่าสุดปัดร่วมซ้อมปรี-ซีซั่น 2020 ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค.นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงบาดเจ็บ

 "ความคืบหน้าเกี่ยวกับสโมสร เชลซี และ ไค ฮาแวร์ตซ์ : เมื่อการนัดซ้อมเริ่มอีกครั้งพฤหัสบดีนี้ ทางนักเตะอยากเปิดใจคุยกับต้นสังกัด โดยข้อเรียกร้องของเขาคือย้ายซบ เชลซี" ทวิตเตอร์บัญชี @cfbayern ของ คริสเตียน โฟล์ค บรรณาธิการอาวุโส ‘สปอร์ต บิลด์’ ว่าไว้

คาดว่า เลเวอร์คูเซ่น เรียกร้องค่าหัวดาวเตะวัย 21 ปีที่ 63 ล้านปอนด์ ส่วนอีก 27 ล้านปอนด์ เป็นเงื่อนไขตามผลงานลงสนามและความสำเร็จในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้มูลค่ารวม 90 ล้านปอนด์

 นักเตะมีโอกาสพูดคุยแผนงานกับผจก.ทีม แฟร้งค์ แลมพาร์ด เรียบร้อย ส่วนเรื่องสัญญาส่วนตัวไม่น่ามีปัญหา ซึ่งหากลุล่วงเท่ากับ ฮาแวร์ตซ์ คือหน้าใหม่ลำดับสามทีมต่อจาก ฮาคิม ซิเย็ค และ ติโม แวร์เนอร์