เลิกล่าซานโช่!อดีตผู้ช่วยป๋าชี้เป้าแข้งที่แมนยูควรซิวร่วมทีม

 

สตีฟ แม็คคลาเรน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกจริงจังในภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ดของ ดอร์ทมุนด์ แล้วไปเอา เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมของ ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ ชี้ ตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังขาดกองหน้าตัวเป้าที่จบสกอร์เก่งๆ และ ฮาแลนด์ ก็เหมาะกับบทบาทนั้น

สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือว่างงานชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะพยายามคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ซะอีก

 "ปีศาจแดง" มีข่าวกับ ซานโช่ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขายังต้องการทำให้เกมริมเส้นมีความดุดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหมดหวังในการล่าตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากที่ผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21

 แม็คคลาเรน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่า "4 แนวรุกของพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต่างก็เป็นคนที่เร็วมากๆ พวกเขามีฝีเท้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้หลายอย่าง มาร์กซิยาล เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เวลาถึงเกมใหญ่ๆ แล้วนั้นเขากลับไม่เคยสวมบทจอมทำประตูที่แท้จริงได้เลยในจังหวะที่ถือว่าสำคัญต่อเกมมากๆ พวกเขาต้องการนักเตะชั้นยอดในตำแหน่งนั้น (กองหน้าตัวเป้า)"

"ผมไม่คิดว่า (โรเมลู) ลูกากู เหมาะกับแนวทางการเล่นในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว (ตอบโต้เรื่องที่คนบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดผิดที่ขาย ลูกากู) เพราะตอนนี้พวกเขาเล่นแบบวิ่งไล่กดดันสูง และผมคิดว่าพวกเขาควรจะต้องเล่นแบบนั้นให้ได้"

 "ผู้จัดการทีมจะทำอะไรไม่ได้เลยหากสโมสรไม่หนุนหลังเขาและไม่ดึงนักเตะอย่าง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับทีมอย่างสมบูรณ์แบบ ผมได้เห็นฟอร์มของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียง 20 ปี ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นยังไง มันจะลงล็อกเลยล่ะ"

    "ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ห่างชั้นจากทีมอื่นๆ แบบไกลคนละโลก แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินกับการเสริมทัพและดึงนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีม ผมเห็น เจดอน ซานโช่ เล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มาแล้วหลายนัด จริงอยู่ว่าเขาเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เขามีสไตล์คล้ายกับ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด นิดหน่อย มันทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต้องการนักเตะแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ?"

    "เขา (ซานโช่) ไม่ใช่นักเตะประเภทกองหน้าตัวเป้าหมายเลข 9 มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ก็ไม่ใช่นักเตะแบบนั้นเหมือนกัน คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ, พวกที่จบสกอร์เก่งแบบนักเตะหมายเลข 9 และพวกเขาก็จำเป็นต้องหานักเตะแบบนั้นให้เจอโดยเร็วด้วย"

    "ใช่ ซานโช่ จะทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดีขึ้นได้ แต่การที่จะชนะเกมใหญ่ๆ และได้แชมป์มาครองน่ะ คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทหมายเลข 9 อยู่ในทีม และต้องมีเซนเตอร์แบ็กที่เก่งๆ 2 คนด้วย ฮาแลนด์ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่อายุยังน้อย, เป็นนักเตะประเภทหมายเลข 9 ที่รับมือกับแรงกดดันได้ นักเตะแบบนี้น่ะหาได้ยากมากๆ ส่วนรายของ แฮร์รี่ เคน นั้น คำถามคือพวกเขาจะดึงเขามาจาก ท็อตแน่ม ได้รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่พวกเขาต้องการนักเตะประเภทนั้นอย่างมาก"

บ่อนเปิดราคาแชมป์พรีเมียร์ฯหลังได้ครบ20ทีม

ร้านพูลเมืองผู้ดีชู แมนฯ ซิตี้ เต็งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังได้ครบทั้ง 20 ทีมแล้ว ขณะที่ ลิเวอร์พูล เต็ง 2 ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี
     ฟูแล่ม หวนกลับสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง หลังจากที่เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที หลังจากเสมอกันในเวลา 90 นาที 0-0 ในเกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

    "เจ้าสัวน้อย" ได้เลื่อนชั้น ตาม ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ส่งผลให้ได้ครบทั้ง 20 ทีมที่จะเล่น พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เรียบร้อยแล้ว

    ขณะที่ สกายเบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ได้ออกราคาแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ โดยยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 ที่อัตราต่อรอง 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) ขณะที่ ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ฤดูกาลล่าสุด เป็นเต็ง 2 ที่ราคา 13/8 (แทง 8 จ่าย 13 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้    1/1
2. ลิเวอร์พูล    13/8
3. แมนฯ ยูไนเต็ด     15/2
4. เชลซี        14/1
5. อาร์เซน่อล    50/1
6. สเปอร์ส        66/1
7. เลสเตอร์    100/1
7. วูล์ฟส์        100/1
9. เอฟเวอร์ตัน    150/1
10. ลีดส์         200/1
11. นิวคาสเซิ่ล    250/1
11. เวสต์แฮม    250/1
13. แอสตัน วิลล่า    500/1
14. เชฟฯ ยูไนเต็ด    750/1
14. เซาธ์แฮมป์ตัน    750/1
14. ไบรท์ตัน    750/1
17. เบิร์นลี่ย์    1,000/1
17. คริสตัล พาเลซ    1,000/1
17. เวสต์บรอมวิช    1,000/1
17. ฟูแล่ม        1,000/1

เลสค็อตต์ชี้เดอบรอยน์ยังไม่เทียบชั้นยาย่า

โจลีออน เลสค็อตต์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ว่าผลงานของ เควิน เดอ บรอยน์ ในฤดูกาลนี้ยังไม่เทียบซีซั่นที่พีคที่สุดของ ยาย่า ตูเร่ เมื่อปี 2013/14

 เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีม 33 ลูกในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นการทำประตู 13 ลูกและแอสซิสต์อีก 20 หน ในการลงเล่น 35 เกมในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 แต่ทาง เลสค็อตต์ มองว่ายังเทียบไม่ได้กับความยอดเยี่ยมของ ตูเร่

 "ยัง, เขาต้องทำมันให้ยาวนานมากกว่านี้อีกหน่อย" เลสค็อตต์ กล่าวเมื่อถูกถามว่า เดอ บรอยน์ เทียบได้กับ ตูเร่ หรือยัง

 "ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ ยาย่า นั้นยอดเยี่ยมมากกว่า เขาทำ 20 ประตูในซีซั่นนี้, ปี 2013/14"

 นอกจากนี้ เลสค็อตต์ ยังกระตุ้น เดอ บรอยน์ ให้รักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจารึกชื่อเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก

 "สิ่งที่เขาทำและผลในแต่ละเกมนั้นน่าทึ่งมาก เขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่"

 "ยุคของ เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด – ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมบางคนในพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ เควิน ทำก็สุดยอดมาก ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้แบบนี้อีกสัก 3-4 ปี เขาจะอยู่ในการพูดถึง (ว่าคือยอดนักเตะของพรีเมียร์ลีก)"

งามหยดชดช้อย! “อาซน” คว้าประตูยอดเยี่ยมพรีเมียร์ฯ

ซน ฮึง-มิน หัวหอกสเปอร์ส ยิ้มหน้าบานหลังจากคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ ในแมตช์ที่เจ้าตัวโชว์ความสุดยอดโซโล่เดี่ยวกว่า 70 หลาส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายในแมตช์ปะทะเบิร์นลี่ย์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ซน ฮึง-มิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/2020 หลังจากที่โชว์ลีลาเลี้ยงบอลทะลุทะลวงในแมตช์ที่ช่วยทัพ "ไก่เดือยทอง" ถล่ม เบิร์นลี่ย์ ในเกมลีกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับจังหวะดังกล่าว หัวหอกจากแดนโสมขาว ได้บอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษทีมตัวเอง จากนั้นก็โชว์การโซโล่เดี่ยวโดยเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นเบิร์นลี่ย์ จนกระทั่งหลุดเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูและส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยสดงดงามให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ 2-0 ก่อนเกมนี้จะจบลงด้วยสกอร์ 5-0

ลีลาการลากเลื้อยของ "อาซน" ที่ซัดไป 18 ประตูซึ่ง 11 ประตูเกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีก จากการเล่นให้กับ "ไก่เดือยทอง" จำนวน 41 แมตช์ในทุกรายการประจำซีซั่นนี้ คำนวณแล้วมีระยะทางประมาณกว่า 70 หลาโดยใช้เวลาประมาณ 11 วินาทีเท่านั้นในการโซโล่เดี่ยวเข้าไปยิงประตู

ทั้งนี้ อดีตดาวเตะ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สามารถเอาชนะคู่แข่งสำคัญมากมายซึ่งก็รวมทั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงประตูช่วยทีมชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ 2 ประตูของ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมปะทะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ นอริช ซิตี้

เกือบเพอร์เฟกต์! “คล็อปป์” เปิดใจนำลิเวอร์พูลสอย99แต้ม

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ปลื้มปิติยินดีที่ลูกทีมทำผลงานได้สุดยอด พร้อมระบุพวกเขาต้องเล่นให้ดีที่สุดเพื่อที่จะอยู่เหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และก็ทำได้สำเร็จในซีซั่นนี้ พร้อมระบุแข้ง "หงส์แดง" สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมแม้บางครั้งจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่เพอร์เฟกต์ก็ตาม
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กล่าวยกย่องลูกทีมที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดและเกือบสมบูรณ์แบบ หลังเก็บแต้มได้สูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร ในแมตช์ที่ไล่ถลุง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    เกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ด ทัพ "เดอะ เร้ดส์" ได้สามประตูจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, ดิว็อค โอริกี้ และ ซาดิโอ มาเน่ โดยเป็นชัยชนะในแมตช์ที่ 32 ของซีซั่น เทียบเท่ากับ ที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ในฤดูกาล 2017/2018 และ 2018/2019

    ที่สำคัญการได้ 3 แต้มในแมตช์นี้ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บไปถึง 99 คะแนนทุกสถิติเดิม 97 คะแนนในซีซั่นที่ผ่านมา และเป็นสถิติเก็บแต้มได้สูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร โดย คล็อปป์ เปิดใจว่า "มันยอดเยี่ยมมากๆ การเก็บได้ 99 คะแนน คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ, คลับ เวิลด์ คัพ, พรีเมียร์ลีก และ 99 คะแนน หลังจากทำได้ 97 แต้มซีซั่นที่ผ่านมา"

    "เราโชคไม่ดีนิดหน่อยในปีที่แล้วที่ได้ 97 คะแนน แต่เห็นได้ชัดว่าการเอาชนะในการสู้กับทีมแบบนี้ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) และอยู่เหนือกว่าพวกเขา คุณจำเป็นต้องเล่นให้เกือบเพอร์เฟกต์ และนักเตะก็ทำผลงานได้เกือบสมบูรณ์แบบจริงๆ  แน่นอนว่าสำหรับผมสิ่งนี้จะเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษมากๆ"

    "วันนี้เราต้องมีการกระตุ้นให้ตื่นตัว (นิวคาสเซิ่ล ยิงประตูนำตั้งแต่ 24 วินาทีแรกของเกม) จากจุดนั้นนักเตะพยายามทำงานอย่างหนักในการสู้กับทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นอย่าง นิวคาสเซิ่ล เราไม่ใช่แค่เก็บชัยชนะในวันที่ทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่นักเตะยังพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ในวันที่เราไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่สมบูรณ์แบบด้วย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมชื่นชอบ" คล็อปป์ ระบุ

เตรียมหยั่งเชิง!เผยตัวเลขแมนยูยื่นประเดิมล่าซานโช่

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเปิดฉากล่า เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ ดอร์ทมุนด์ ด้วยการให้ข้อเสนอที่จะจ่ายทันที 55 ล้านปอนด์ พร้อมกับมีค่าเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจจะทำให้ดีลพุ่งไปในระดับเกิน 80 ล้านปอนด์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นครั้งแรก ด้วยการให้ค่าตัวทันทีราว 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    ซานโช่ คือหนึ่งในคนที่ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์อยากให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความอันตรายมากกว่านี้ โดยเชื่อกันว่าอดีตลูกหม้อของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สนใจที่จะไปซบ "ปีศาจแดง" เช่นกัน"

    นอกจากจะให้ค่าตัวทันทีราว 55 ล้านปอนด์แล้วนั้น ข้อเสนอของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีอ็อปชั่นที่พวกเขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้หาก ซานโช่ ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ด้วย ซึ่งหากนับรวมอ็อปชั่นทั้งหมดแล้วค่าตัวของดาวเตะทีมชาติอังกฤษก็จะเพิ่มเป็นเกิน 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท)

    เป็นที่เชื่อกันว่า ดอร์ทมุนด์ พร้อมที่จะขาย ซานโช่ หลังจบฤดูกาลนี้เช่นกัน เพราะเชื่อว่านี่เป็นเวลาที่จะสามารถขายเขาได้ในราคาที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็น้อยกว่าที่ "เสือเหลือง" ต้องการ หลังจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า ดอร์ทมุนด์ ต้องการเงินอย่างต่ำ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการปล่อยแข้งคนสำคัญ

อริตัวจริง!มิลเนอร์ไม่พลาดเหน็บแมนยูตอนฉลองแชมป์

เจมส์ มิลเนอร์ พาดพิง แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างพิธีรับถ้วยแชมป์ ทำเอา "เดอะ ค็อป" ถูกใจกันมากๆ ส่วนฝั่งสาวก "ปีศาจแดง" ก็เหน็บแนมกลับไปเหมือนกัน
    เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล พาดพิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตัวฉกาจของ "หงส์แดง" ในระหว่างพิธีฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

“It’s always been United in red before…wankers”

James Milner must be protected at all costs https://t.co/PVlOpeSrBJ

— Ross Williams (@RossWilliams_) July 22, 2020
    ในพิธีฉลองแชมป์นั้น บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล ต้องไปยืนบนโพเดียมที่เตรียมเอาไว้บนอัฒจันทร์ฝั่ง ค็อป เอ็นด์ แล้วรอให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายเพื่อหยิบถ้วยแชมป์มาฉลองร่วมกับทุกคน ซึ่งในระหว่างนั้นเหล่าพ่อค้าแข้งของ ลิเวอร์พูล ก็คุยกันอย่างร่าเริงและสนุกไปกับบรรยากาศอย่างเต็มที่

Milner calling United wankers while on the podium hahahaha MY vice captain

— Jonny (@Firtinho) July 22, 2020
    ทั้งนี้ ในตอนที่กำลังอยู่บนแท่นพิธีร่วมกับคนอื่นๆ นั้น มิลเนอร์ พูดขึ้นมาว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากให้ริบบิ้นมันเป็นสีแดงเลยว่ะ ก่อนหน้านี้มัน (ริบบิ้นสีแดง) สื่อถึง ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเลย พวกมันน่ารังเกียจจริงๆ" ซึ่งนักเตะ ลิเวอร์พูล บางส่วนก็หัวเราะให้กับเรื่องนั้น

    คำพูดของ มิลเนอร์ ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางคนถูกใจสุดๆ อย่างเช่น "การที่ เจมส์ มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจคือสิ่งที่ทำให้เขาสมควรได้รับการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี", "เราต้องปกป้อง เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" และ "มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจในขณะที่อยู่บนโพเดียม ฮ่าๆๆ นี่แหละรองกัปตันทีมของฉัน" เป็นต้น

WE ARE ALL F*CKING W*NKERS!!!

Yep, instead of celebrating your teams 1st title* in 30 years, James Milner decides to say #MUFC are f*cking w*nkers!

Even in a celebration, they still have #MUFC on their minds

— Manchester United (@NewManUtdNews) July 23, 2020
    ขณะที่ฝั่งสาวก แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน อย่างเช่น "เราทุกคนมันน่ารังเกียจ!!! ใช่ แทนที่แกควรจะฉลองแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปีของแก เจมส์ มิลเนอร์ กลับตัดสินใจที่จะพูดว่า #MUFC เป็นพวกน่ารังเกียจ ขนาดตอนฉลองแชมป์พวกแกยังคิดถึง #MUFC อยู่เลย" และ "เจมส์ มิลเนอร์ พูดถึงเราระหว่างพิธีด้วย ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ใหญ่จริงๆ"

James Milner talking about us during the ceremony. United are gargantuan https://t.co/YivMvA5J3L

— Joel (@SuperLindelof3) July 23, 2020
    สำหรับ มิลเนอร์ นั้น เคยอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อน ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็เป็นคู่อริของ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล

เป๊ปชี้ชัดๆ แมนซิตี้ชวดแชมป์เพราะด้อยกว่าลิเวอร์พูลตรงไหน?

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ระบุ จุดแตกต่างอย่างมากระหว่างทีมของตนกับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้คืออีกฝ่ายมีความมุ่งมั่นในการเล่นเกมลีกที่สูงมากๆ ชี้ ที่จริงแนวทางการเล่นมันไม่ได้แย่เลย
    โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าฤดูกาลนี้ทีมของตนไม่ได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยความมุ่งมั่นมากเท่าที่ควร ซึ่งต่างกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก

    2 ฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้แชมป์ลีกไปครองทั้ง 2 หน รวมถึงเก็บคะแนนรวมได้ 198 คะแนน อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้พวกเขาทำแต้มหล่นเองหลายนัด สวนทางกับ ลิเวอร์พูล ที่เล่นในลีกได้ดุดันตลอดทั้งซีซั่น จนทำให้ "หงส์แดง" ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

    กวาร์ดิโอล่า เผยว่า "ผมคิดว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม และผมก็อยากจะแสดงความยินดีกับพวกเขา เราไม่มีความคงเส้นคงวาเหมือนเมื่อฤดูกาลก่อนๆ ที่เราเล่นเหมือนเครื่องจักรได้ในทุกวัน ซีซั่นนี้เราแพ้หลายเกม และเมื่อคุณแพ้หลายนัดในการลุ้นแชมป์แข่งกับคู่ต่อสู้แบบนี้แล้วน่ะ มันก็เป็นไปไม่ได้เลย (ที่จะได้แชมป์) แต่ที่จริงถ้าดูเฉพาะแนวทางการเล่นก็ถือว่าเราทำได้ดีแล้ว ผมไม่นึกเสียใจกับแนวทางการเล่นที่เราทำได้เลย"

    "ลิเวอร์พูล ลงเล่นทุกนัดจนเหมือนกับว่ามันเป็นเกมสุดท้ายของพวกเขา ในขณะที่เราไม่ได้ลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบว่า -ถ้าเราไม่ชนะเกมนี้แล้วล่ะก็ เราก็จะเสียแชมป์ลีก- พวกเขา (ลิเวอร์พูล) ลงเล่นทุกเกมในสภาพที่เหมือนกับว่าพวกเขาไม่สามารถแพ้ได้แม้กระทั่งเกมเดียว ส่วนเราไม่ได้ทำอย่างนั้น"

บ่อนเปิดราคาทีมใหม่คูลิบาลี่หลังเตรียมลานาโปลี

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคาต้นสังกัดใหม่ของ คาลิดู คูลิบาลี่ หลังมีโอกาสชิ่งหนี นาโปลี ยกทีมดังใน พรีเมียร์ลีก เป็นเต็ง 1 ที่จะได้มาเสริมแนวรับ
     คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังทีมชาติเซเนกัล ส่อแววอำลา นาโปลี สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลัง ออเรลิโอ เด เลาเรนติส ประธานใหญ่แห่งถิ่น ซาน เปาโล แย้มเป็นนัยว่า เตรียมที่จะตัดสินใจขายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    เด เลาเรนติส เผยผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย ว่า "คาลิดู เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ คนหนึ่ง และแน่นอนว่า มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะเสียเขาไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเวลา ซึ่งมันก็ต้องถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน แต่ที่พูดไปนั้น ตอนนี้เรายังไม่มีข้อเสนอระดับ 90 ล้านยูโร วางบนโต๊ะเลยนะ"

    คูลิบาลี่ วัย 29 ปี มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้กองหลังคนใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เล็งๆ อยู่เหมือนกัน

    ขณะที่ เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ยกให้ "เรือใบสีฟ้า" เป็นเต็ง 1 ที่จะได้ลายเซ็นของ คูลิบาลี่ โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย "ปีศาจแดง" ที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ คูลิบาลี่

1. แมนฯ ซิตี้        5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด        6/1
3. ลิเวอร์พูล        10/1
4. เปแอสเช        11/1
5. บาร์เซโลน่า        17/1
5. เรอัล มาดริด        17/1

เมอร์สันฟันธงแชมป์พรีเมียร์ฯซีซั่นหน้า

ไม่ต้องกลัวหน้าแตก! พอล เมอร์สัน กูรูลูกหนังเมืองผู้ดี ฟันธงแล้วแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าจะตกเป็นของ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี
     พอล เมอร์สัน อดีตกองกลาง อาร์เซน่อล ที่เวลานี้ผันตัวมาทำหน้าที่ผู้วิเคราะห์เกมให้กับสื่อในอังกฤษ มั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก เอาไว้ได้สำเร็จในฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะได้ถึง 31 จาก 37 เกม

    ในซีซั่นหน้า พรีเมียร์ลีก จะเปิดฉากวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ และเชื่อว่า การลุ้นแชมป์จะยังคงมีความดุเดือด โดยนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่มีโอกาสป้องกันแชมป์แล้วยังมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พร้อมกลับมาทวงบัลลงก์, เชลซี ที่เสริมทัพได้น่ากลัว และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

    เมอร์สัน แสดงความเห็นผ่าน สตาร์สปอร์ต ว่า "ผมคงจะประหลาดใจถ้าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) ไม่ได้แชมป์ฤดูกาลหน้า แม้ แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และสามารถถล่มคู่แข่งกระจุยในวันของพวกเขา แต่ ลิเวอร์พูล มีความคงเส้นคงวามากกว่า พวกเขาสามารถเอาชนะในเวลาที่เล่นไม่ดี ส่วน แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถทำแบบนั้นเพราะแนวรับของพวกเขาไม่ดี"

    พร้อมกันนี้ อดีตมิดฟิลด์ "ปืนใหญ่" ยังแสดงความรู้สึกเห็นใจ "หงส์แดง" ที่ไม่ได้ฉลองการรับแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง หลังมีพิธีมอบถ้วยอย่างเป็นทางการหลังจบเกมที่ชนะ เชลซี 5-3 ที่ สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

    "มันน่าเศร้าที่ ลิเวอร์พูล ได้ชูถ้วยแชมป์ในสนามว่างเปล่าที่แอนฟิลด์ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า แฟนบอลของพวกเขาจะได้โอกาสมาฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนในอนาคต เนื่องจากนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์" เมอร์สัน ทิ้งท้าย