เรือ,ผี,ไก่,ปืนใหญ่,หมาป่า! เจาะทีมดังพรีเมียร์ลีก เปิดม่านฤดูกาล 2020/21 ภาคจบ

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เตรียมเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งแต่ละทีมจะมีความพร้อมอย่างไร ได้ผู้เล่นคนไหนเข้าสู่ทีมบ้าง ในสกู๊ปนี้เราจะพาแฟนๆ ไปเช็กข้อมูลกัน เพื่อเรียกความพร้อมก่อนศึกใหญ่ปีนี้จะเริ่มขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ยุทธการทวงคืนบัลลังก์แชมป์

ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา แม้เป็นทีมที่มีเกมรุกสุดดุดัน กดไปถึง 102 ประตูในลีก แต่ด้วยการที่ขาดความคงเส้นคงวาในเรื่องของการเก็บผลการแข่งขัน และพลาดท่าแพ้ในเกมที่ไม่น่าแพ้หลายครั้ง นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เสียตำแหน่งแชมป์ และจบแค่อันดับสอง ด้วยการมีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ ถึง 19 แต้ม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขากระหายอย่างมาก ที่จะกลับมาทวงโทรฟี่แชมป์ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่มีตัวเก๋าอย่าง ดาบิด ซิลบา รวมถึงตัวจี๊ดอย่าง ลีรอย ซาเน่ แล้วก็ตาม

– การเสริมทัพ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิช รู้ดีว่า แมนฯ ซิตี้ มีจุดอ่อนตรงไหน และต้องเสริมในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า การย้ายออกไปของ ซิลบา และ ซาเน่ ทำให้พวกเขามีช่องโหว่ในแนวรุก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาประเคนเงิน 20.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 850.75ล้านบาท) ไปให้ บาเลนเซีย เพื่อสู่ขอ เฟร์ราน ตอร์เรส มาสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียว พวกเขาก็จัด นาธาน อาเค่ กองหลังสารพัดประโยชน์ชาวดัตช์ (จาก บอร์นมัธ) มาเสริมแนวรับ ในราคา 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ซึ่งในรายของ อาเค่ น่าจะโดนใจ เป๊ป เพราะเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ (9 ก.ย.) พวกเขาคงเดินหน้าเสริมทัพต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ที่พวกเขายังต้องการตัวท็อปๆ มาช่วยทีม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่เพียงพอต่อการลุ้นความสำเร็จในระยะยาว

– ดาราใหม่น่าจับตา

ทั้ง อาเค่ และ เฟร์ราน ต่างเป็นนักเตะพลังหนุ่มที่น่าจับตามอง แต่อยากจะโฟกัสไปที่รายหลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่เนื้อหอมอย่างมากในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะก่อนที่จะลงเอยกับ "เรือใบสีฟ้า" เขามีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส รวมถึง เรอัล มาดริด

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไร หากคุณได้เห็นฟอร์มอันจัดจ้านของ ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ ทั้งสองเกมที่เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมชาติสเปน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ดูแล้ว เฟร์ราน น่าจะเป็นนักเตะที่ตรงสเปค เป๊ป ไม่น้อย เพราะนอกจากมีความเร็วแล้ว ยังพาบอลทะลุทะลวงได้เก่ง แถมมีลูกเปิดเข้ากลางที่อันตราย เหมาะกับสไตล์การเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ดีเหลือเกิน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่า เฟร์ราน จะไปได้สวย และสามารถประสบความสำเร็จ ตามรอยแข้งสแปนิชรุ่นพี่อย่าง ดาบิด ซิลบา ได้หรือไม่

– คีย์แมน

หาก เซร์คิโอ อเกวโร่ คือสุดยอดเครื่องจักรทำประตู เควิน เดอ บรอยน์ ก็คือน้ำมันเครื่องชั้นดีนั่นเอง ดังนั้นคีย์แมนของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ยังไงก็คงเป็น เดอ บรอยน์ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีม เป็นคนที่มีพิษสงรอบตัว เพราะนอกจากจะเป็นตัวเปิดป้อนระดับเวิลด์คลาส ที่พร้อมส่งบอลให้เพื่อนจบสกอร์ได้ทุกรูปแบบแล้ว เขายังเป็นจอมทัพที่ยิงบอลได้รุนแรงและเฉียบคมอีกด้วย

แถมแน่นอนมากๆ ทั้งลูกยิงจุดโทษ รวมถึงฟรีคิก… ตราบใดที่มี ยอดดาวเตะชาวเบลเยียมวัย 29 ปีคนนี้ อยู่ในสนาม แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะกระซวกตาข่ายทีมคู่แข่งได้ทุกเมื่อ สมกับที่ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ประจำฤดูกาลที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด : ขอใกล้เคียงที่สุดเพื่อเบียดท็อป 2

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพ "ปีศาจแดง" จบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้คว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ รวมทั้งยังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ และ ยูโรปา ลีก ด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บไปได้ 66 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา น้อยกว่า ลิเวอร์พูล ถึง 33 แต้ม ส่วนใน ยูโรปา ลีก แพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนรอบตัดเชือก คาราบาว คัพ แพ้ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-3

ขณะที่ในฤดูกาล 2020/21 นั้น บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 4 ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี

– การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน) แมนฯ ยูไนเต็ด  เพิ่งได้นักเตะใหม่มาเสริมทัพแค่คนเดียวคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 23 ปี ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 
ส่วนที่ปล่อยออกไปก็มี อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร, ทาฮิธ ชอง ไปเล่นให้ แวร์เดอร์ เบรเมน แบบยืมตัว และ โจแอล เปเรยร่า ที่ส่งไปให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ยืมใช้งาน

– นักเตะน่าจับตามอง

นักเตะที่น่าจับตามองของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลใหม่คือ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่กลับมาอยู่กับทีม หลังไปทำผลงานเยี่ยมให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

เฮนเดอร์สัน จะต้องเข้ามาแย่งตำแหน่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน ที่ฤดูกาลก่อนเล่นพลาดให้เห็นหลายนัด และช่วงแรก โซลชา คงให้โอกาสกับโกลเลือดกระทิงก่อน แต่ถ้ามีความผิดพลาดก็จะเป็นหน้าที่ของ เฮนเดอร์สัน ที่ได้ลงเฝ้าเสาแทน

– คีย์แมน

แน่นอนว่า นักเตะสำคัญสุดของ "ปีศาจแดง" ในเวลานี้คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส หลังเข้ามาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันทีตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

บรูโน่ ซัดไป 12 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์" ตลอดทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และจุดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนต้องยกย่องนักเตะก็คือความเป็นยอดเพชฌฆาตสังหารจุดโทษเมื่อมีสถิติซัดจุดโทษเข้า 8 ประตู

โซลชา ชื่นชมมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสที่สังหารจุดโทษได้อย่างเด็ดขาดว่า เป็นคนที่เดาใจได้ยากเวลารับหน้าที่ยิงจุดโทษ โดยมีทั้งเลือกที่จะก้าวเข้าไปยิงทันที หรือกระโดดหนึ่งครั้งก่อนยิง

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : ฤดูกาลที่อาจชี้ชะตาทีม (และ มูรินโญ่)

2019-20 ถือเป็นฤดูกาลแรกในรอบหลายซีซั่นที่ผ่านมาที่ สเปอร์ส ทำผลงานได้เลวร้ายสุดๆ พวกเขาได้เพียงอันดับ 6 ในลีก, ไปถึงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, จอดป้ายเพียงรอบ 5 ในศึก เอฟเอ คัพ และหยุดที่รอบ 3 ของ คาราบาว คัพ ผลงานที่ว่านี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับซีซั่น 2018-19 ที่พวกเขาไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นอันดับ 4 ในลีก

แม้ว่าฤดูกาลก่อน สเปอร์ส จะยอมปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคู่บุญที่ทำผลงานให้ทีมได้ยอดเยี่ยมหลายฤดูกาลมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ถึงขั้นดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จนทำให้หลายคนบอกด้วยซ้ำว่า มูรินโญ่ ไม่เก่งเหมือนเก่า อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลก่อน สเปอร์ส มีผลงานแย่เป็นเพราะ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมเจ็บหนักจนเคยต้องพักไปนาน และสุดท้ายก็ได้เล่นในลีกไปแค่ 29 นัด

ด้วยเหตุนี้ ซีซั่น 2020-21 จึงเป็นโอกาสอันดีของทั้ง สเปอร์ส และ มูรินโญ่ ที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยสำหรับ สเปอร์ส นี่ถือเป็นฤดูกาลที่อาจจะตัดสินอนาคตระยะยาวของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะลือกันว่าถ้าหากซีซั่นนี้่ทีมยังไม่ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ อีกแล้วล่ะก็ เคน ก็อาจจะย้ายออกจากทีม หลังจากเจ้าตัวยังไม่เคยได้แชมป์รายการไหนเลยทั้งที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ตลอด ซึ่งการเสียยอดกองหน้าระดับนี้ไปก็อาจจะส่งผลเสียกับพวกเขาไปอีกหลายปีเลย

ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าการได้คุม สเปอร์ส แบบเต็มตัวซีซั่นแรกของเขาจะออกมาดีจนเป็นการลบล้างคำสบประมาททั้งหลาย และทำให้เขากลับมาเป็นกุนซือที่ทุกคนในโลกลูกหนังต้องหวาดกลัวอีกครั้ง

 – การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันที่ 8 กันยายน) สเปอร์ส ได้นักเตะหน้าใหม่มาร่วมทีม 4 คน ประกอบด้วย อัลฟี่ เดวิน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจ ฮาร์ท และ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ซึ่งมีแค่ 3 คนหลังเท่านั้นที่เป็นการเสริมทัพแบบพร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันที ส่วนกลุ่มที่โดนปล่อยออกไปก็ไม่มีใครที่เป็นกำลังหลักของทีมเลย

– ดาราใหม่น่าจับตา

 ในกลุ่ม 3 แข้งหน้าใหม่ที่ดีพอเป็นขุมกำลังให้ทีมชุดใหญ่นั้น ฮอยเบิร์ก คือคนที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะฤดูกาลก่อนกองกลางตัวรับชาวเดนมาร์กมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 2.3 ครั้งต่อนัด และอ่านเกมขาดจนตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1.4 ครั้งต่อเกม

ส่วนรายของ โดเฮอร์ตี้ ฤดูกาลก่อนเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะทำไป 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 36 เกมแล้วนั้น เขายังสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่ ฮาร์ท คงเป็นเพียงอะไหล่ของ อูโก้ โยริส เท่านั้น

– คีย์แม

แน่นอนว่าอันดับ 1 คงหนีไม่พ้น เคน ถ้าจะบอกว่าเขาคือคนที่แบก สเปอร์ส มากที่สุดตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ผิดนัก ด้วยสถิติ 188 ประตูจากการลงเล่นให้ สเปอร์ส 287 นัดในทุกรายการทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดของยุโรปในตอนนี้ ขอแค่ไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เคน ก็พร้อมที่จะทำประตูให้กับทีมของ มูรินโญ่ อยู่เสมอ

อาร์เซน่อล : ปีแรกเต็มตัวของ อาร์เตต้าน

ต้องยอมรับว่าฤดูกาล 2019/20 เป็นปีแห่งความวุ่นวายของ อาร์เซน่อล เลยก็ว่าได้ แม้จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยสองนัดรวดในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมก็กระท่อนกระแท่น แถมกุนซือชาวสแปนิชยังโดนข้อครหาจากการให้ กรานิต ชาก้า สวมปลอกแขนกัปตันทีม ก่อนที่ดาวเตะชาวสวิตจะสร้างเรื่องฉาวด้วยการทำท่าเยาะเย้ยแฟนบอลของทีมตัวเอง ระหว่างเกมที่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปีก่อน หลังจากถูกแฟนบอลโห่ใส่อย่างหนัก

แน่นอนจากสองปัญหาที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นพายุที่ถาโถมเข้ามาใส่ เอเมรี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังพาทีมไม่ชนะใคร 5 นัดรวด พร้อมกับแต่งตั้ง เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ขึ้นมานั่งเก้าอี้กุนซือชั่วคราว และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นผลงานของทีมก็ยังไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้

อย่างไรก็ตามทีมมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่คนใหม่ ทีม "ปืนใหญ่" ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ผู้เล่นหลายคนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากขึ้น เล่นได้ตามแท็คติกที่วางเอาไว้ จนผลงานของทีมดีขึ้นทันตาเห็น ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการจบอันดับที่ 8 ของตาราง

เท่านั้นไม่พอ อาร์เตต้า ยังสร้างผลงานผลงานมาสเตอร์พีซด้วยการพาทีมผงาดคว้าแชมป์เอฟ เอ คัพ มาครองได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งมาคุมทีมเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น พร้อมกับตีตั๋วลุยฟุตบอลยูโรปาลีกซีซั่นหน้า

สำหรับฤดูกาลหน้าถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของกุนซือชาวสแปนิชว่าจะพาทีมกลับมาจบท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วกลับไปสู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งได้หรือไม่ 
 
– การเสริมทัพ

ช่วงซัมเมอร์นี้ดูเหมือน มิเกล อาร์เตต้า จะเน้นไปที่การเสริมผู้เล่นแนวรับมากที่สุด จนถึงตอนนี้ อาร์เซน่อล ได้แข้งใหม่มาเสริมทัพแล้ว 4 รายด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ วิลเลียม ซาลิบา กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมเป็นฤดูกาลแรก หลังจากถูกปล่อยให้ แซงต์ เอเตียน อดีตต้นสังกัดยืมใช้งานในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา

เท่านั้นไม่พอพวกเขายังจัดการดึงตัว กาเบรียล มากัลเญส เซ็นเตอร์ชาวบราซิลมาจาก ลีลล์ อีกหนึ่งราย ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) เท่ากับว่าในเวลานี้ "ปืนใหญ่" มีนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางถึง 8 คน หากรวมแข้งหน้าเก่าอย่าง ดาวิด ลุยซ์, ปาโบล มารี, ร็อบ โฮลดิ้ง, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ชโคดราน มุสตาฟี่ และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส แต่ 3 รายหลังสุดคาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะที่แนวรุก อาร์เซน่อล ก็จัดการดึงตัว วิลเลียน มาจาก เชลซี และ ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวมาใช้งานต่ออีก 1 ฤดูกาล หลังจากเจ้าตัวหมดสัญญาเช่า และเดินทางกลับไปยัง เรอัล มาดริด แล้ว ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมเพราะ เซบายอส เป็นแข้งคนสำคัญของ อาร์เตต้า มาโดยตลอด และที่สำคัญแทบไม่ต้องมาใช้เวลาปรับตัวใหม่

– ดาราใหม่น่าจับตา

สำหรับบิ๊กดีลที่น่าสนใจคงต้องยกให้กับ วิลเลียน ที่ดึงตัวมาจาก เชลซี แบบไร้ค่าตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่คุ้มค่า เนื่องจากปีกชาวบราซิลมีประสบการณ์โชกโชนเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ "สิงห์บลูส์" มาตลอดหลายฤดูกาล และจะมาเบียดแย่งตำแหน่งโดยตรงกับ นิโกล่าส์ เปเป้ ทางฝั่งขวา แถมยังรับบทเป็นเพลเมกเกอร์ได้อีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับ อาร์เตต้า มากยิ่งขึ้น

– คีย์แมน

แน่นอนว่าคีย์แมนคนสำคัญจะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจาก ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ดาวยิงชาวกาบอง ที่เป็นตัวความหวังของทีมมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากผลงาน 71 ประตูจาก 110 เกมทุกรายการ ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวกระหน่ำไป 22 คว้ารองดาวซัลโวร่วมกับ แดนนี่ อิงส์ จาก เซาธ์แฮมป์ตัน

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส : โปรตุกีส คอนเนคชั่น!

ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นปีที่ วูล์ฟส์ เจอศึกหนักตลอดทั้งซีซั่น เนื่องจากช่วงต้นพวกเขาต้องลงเล่นศึก ยูโรปา ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือก จนกรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในลีกก็ถือว่าน่าพอใจเมื่อรั้งอันดับ 7 ของตาราง ทว่าพลาดตั๋วถ้วยเล็กยุโรปไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง

ด้วยระแบบการเล่น 3-5-2 อันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นทุกคนต่างรู้หน้าที่การเล่นของตัวเองเป็นอย่างดี จุดแข็งของ วูล์ฟส์ คือเล่นเกมรับเหนียวแน่น และอาศัยโจมตีด้วยความเร็ว โดยมี ราอูล ฮิเมเนซ คอยจบสกอร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่ขุมกำลังเชิงลึกของ วูล์ฟส์ ยังไม่มีมากพอ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่ส่วนใหญ่มักใช้งาน รูเบน เนเวส และ ชูเอา มูตินโญ่ เป็นหลัก อีกทั้งตรงริมเส้นฝั่งขวาที่เป็นตำแหน่งวิงแบ็กนั้น พวกเขาเสีย แมตต์ โดเฮอร์ตี้ ไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ขุมกำลังส่วนใหญ่ของ วูล์ฟส์ เต็มไปด้วยนักเตะโปรตุเกส ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ, รูเบน วินาเกร, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ดิโอโก โชต้า, เปโดร เนโต้ และล่าสุดก็เพิ่งคว้ายอดดาวรุ่งอย่าง ฟาบิโอ ซิลวา เข้ามาร่วมทีม รวมถึง วิตินญ่า มิดฟิลด์ตัวรุกที่เพิ่งยืมตัวจาก ปอร์โต้ มาหมาดๆ

– การเสริมทัพ

วูล์ฟส์ สร้างความฮือฮาด้วยการคว้า ฟาบิโอ ซิลวา แข้งวัย 18 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ขณะที่ อีกหนึ่งรายเป็น มาร์ชาล วิงแบ็กฝั่งซ้ายชาวแซมบ้าที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และล่าสุดก็ปิดดีลยืมตัว วิตินญ่า มิดฟิลด์โปรตุกีสวัย 20 ปี มาร่วมทีม

– ดาราใหม่น่าจับตา

แน่นอนว่าต้องเป็น ฟาบิโอ ซิลวา เด็กรายนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศโปรตุเกส เขาเป็นเคยปั้นของ ปอร์โต้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ เบนฟิก้า สั้นๆ ก่อนจะกลับมา ปอร์โต้ อีกครั้ง และเพิ่งได้โอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อปีที่แล้ว

จุดเด่นของ ฟาบิโอ ซิลวา คือเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งผลงานไล่ตั้งแต่ทีมชุดเด็กในนามทีมชาติโปรตุเกสก็ถือว่ายอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่ ยู-15 (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู), ยู-16 (ลงเล่น 8 ยิง 6 ประตู), ยู-17  (ลงเล่น 19 ยิง 5 ประตู) และ ยู-19  (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู)

– คีย์แมน

 แม้จะมีข่าวย้ายทีมต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ ราอูล ฮิเมเนซ ก็ยังอยู่กับทีมและจะเป็นกำลังหลักของ นูโน่ ซานโต้ ต่อไป

ผลงานเมื่อฤดูกาลก่อน ฮิเมเนซ ซัดไป 17 ประตูในลีก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนประตูที่ วูล์ฟส์ ทำได้(52 ประตู) โดยจุดเด่นของหัวหอกเม็กซิกันคือ การจบสกอร์ได้ดีไม่ว่าจะด้วยลูกยิงหรือลูกกลางอากาศ

ได้โปรด!เรอัลยอมช่วยค่าเหนื่อยทีมที่ซื้อ “เบล”

สื่อเมืองผู้ดี ตีข่าว เรอัล มาดริด กระสันขาย แกเร็ธ เบล ออกจากทีมใจแทบขาดล่าสุดเพิ่มออปชั่นพิเศษยินดีช่วยจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับทีมไหนก็ตามที่ดึง สตาร์ชาวเวลส์ ไปร่วมทีม หลังก่อนหน้านี้ก็เพิ่มประกาศหั่นค่าตัวเหลือแค่ 22 ล้านปอนด์เท่านั้น

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ยินดีไม่มีปัญหาที่จะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้กับสโมสรไหนก็ตามที่ซื้อแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ไปร่วมทีม จากการเปิดเผยของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

เบล กลายเป็นส่วนเกินของ "ราชันชุดขาว" เนื่องจาก ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส ไม่ต้องการเขาอยู่ในแผนการสร้างทีมอีกต่อไป โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานักเตะแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ที่สำคัญเขาได้ลงเล่นแค่ 2 แมตช์นับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งใหม่ แถมยังโดนตัดชื่อออกจากทีมในเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่า เรอัล พร้อมที่จะลดราคาค่าตัว เบล เหลือเพียงแค่ 22 ล้านปอนด์ (ราว 836 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอทาบทามเนื่องจากติดปัญหาที่ค่าเหนื่อยของนักเตะที่ได้รับกับ "โลส บลังโกส" สูงถึง 600,000 ปอนด์ (ราว 22.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า  เรอัล มาดริด ตัดใจเพิ่มออปชั่นพิเศษเข้าไปอีกด้วยการช่วยเหลือเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ส่ง อดีตสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน สามารถตกลงเงื่อนไขกับสโมสรใหม่ได้ซะที

ทั้งนี้ เบล ซึ่งยังเหลือสัญญากับ เรอัล 2 ปี แทบไม่ได้มีส่วนกับทีมเลยโดยเขาได้ลงสนามในเกมลีกแค่ 12 แมตช์เท่านั้นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดมากมายทั้งคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

 

แฟนผีไม่ถูกใจสิ่งนี้! “ซานโช” ลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ครบ100นัด

ซัมเมอร์นี้คงไม่ย้ายไปไหน… เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงเล่นให้ทัพ "เสือเหลือง" ครบ 100 นัดเรียบร้อย หลังได้โชว์เพลงแข้งในเกม เดเอฟเบ-โพคาล เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ลงสนามให้ต้นสังกัดเป็นนัดที่ 100 หลังลงช่วยทีมในเกม เดเอฟเบ-โพคาล รอบแรก ที่ทัพ "เสือเหลือง" บุกกระซวก เอ็มเอสเฟา ดุ๊ยส์บวร์ก 5-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

  นอกจากลงเล่นนัดที่ 100 แล้ว เกมนี้ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ซึ่งย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2017 ยังเป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 (ลูกจุดโทษ นาทีที่ 14) ให้กับ ดอร์ทมุนด์ ด้วย ส่วนอีกสี่ประตูมาจาก จู๊ด เบลลิงแฮม นาทีที่ 30, ธอร์กกาน อาซาร์ นาทีที่ 39, โจวานนี่ เรย์น่า นาทีที่ 50 และ มาร์โค รอยส์ นาทีที่ 58

ทั้งนี้ ซานโช ซึ่งกดไปแล้ว 35 ประตู ในสีเสื้อ "เสือเหลือง" มีแนวโน้มที่จะไม่ย้ายไปไหนในช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้มีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอด โดยก่อนเกม ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือ ดอร์ทมุนด์ ยืนยันชัดเจนว่า ซานโช เป็นนักเตะกำลังหลักในแผนการทำทีมของตนสำหรับฤดูกาล 2020/21

 

ไม่อยากไปฟรี! “อลาบา” เล็งชิ่งบาเยิร์นซัมเมอร์นี้

สื่อดังปูด ดาวิด อลาบา กองหลังดาวดัง บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจแล้วที่จะอำลาทีมภายในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะไม่อยากให้ "เสือใต้" เสียตนไปแบบฟรีๆ ในปีหน้า

ดาวิด อลาบา กองหลังตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ต้องการที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า ช่วงซัมเมอร์นี้ และหวังให้ต้นสังกัดรับพิจารณาข้อเสนอจากบรรดาสโมสรที่ให้ความสนใจตน ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา

 ปัจจุบัน อลาบา เหลือสัญญากับ บาเยิร์น แค่ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า และสามารถเจรจากับสโมสรอื่นได้อย่างมีอิสระเมื่อถึงเดือนมกราคม เพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาล 2020/21

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บิลด์ ระบุว่า ดาวเตะทีมชาติออสเตรียวัย 28 ปี ไม่อยากย้ายออกไปในแบบที่ บาเยิร์น ไม่ได้อะไรกลับมา และต้องการให้ "เสือใต้" ยอมเจรจากับบรรดาสโมสรที่อยากเซ็นสัญญากับตน เพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบมีค่าตัวก่อนปิดตลาดซัมเมอร์นี้

ทั้งนี้ อลาบา ซึ่งเคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นให้ บาเยิร์น ไปแล้วทั้งสิ้น 386 นัด ทำได้ 31 ประตู นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2010 และฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วย "เสือใต้" คว้าทริปเปิ้ลแชมป์

เหมือนสัตว์ร้าย?เฮอเนสจวกเอเยนต์อลาบาเป็นพวกโลภมาก

อูลี่ เฮอเนส อดีตบิ๊กบอส บาเยิร์น จวก ปินี่ ซาฮาวี่ นายหน้าของ ดาวิด อลาบา แนวรับคนเก่งของทีมว่าเป็นเหมือนปลาปิรันย่า โดยเสริมว่า อลาบา น่าจะต่อสัญญากับทีมไปตั้งนานแล้วถ้าไม่ใช่เพราะโดน ซาฮาวี่ กล่อมให้คล้อยตาม

อูลี่ เฮอเนส อดีตประธานของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน ตำหนิ ปินิ ซาฮาวี่ เอเยนต์ของ ดาวิด อลาบา แนวรับคนเก่งของทีมว่าเป็นพวกโลภมากจนเหมือนกับปลาปิรันย่า

อลาบา มาอยู่กับอะคาเดมี่ของ บาเยิร์น ตั้งแต่ปี 2008 และติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2010 ซึ่งเขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด โดยหลังจากเคยเป็นแบ็กซ้ายอยู่เกือบทุกฤดูกาลเขาก็โยกมาเป็นเซนเตอร์แบ็กอยู่บ้างในพักหลัง และแข้งวัย 28 ปีก็ทำผลงานได้น่าประทับใจกับบทบาทดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม อลาบา ก็เหลือสัญญากับ บาเยิร์น จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น และจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กันทีมสักที โดยมีข่าวลืออย่างหนาหูว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจในตัวเขาอยู่

เฮอเนส เผยว่า "เขามีเอเยนต์ที่เป็นเหมือนกับปลาปิรันย่า เขา (อลาบา) ปล่อยให้เอเยนต์มีอิทธิพลกับตัวเองมากเกินไป ตอนนี้เรื่องสำคัญกลายเป็นเรื่องเงินแล้ว ที่จริงปัจจุบันเขาก็อยู่กับสโมสรที่ดีที่สุดของโลกอยู่แล้วนะ เขาจะย้ายไปที่ไหนได้อีกล่ะ ? ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเรานัดดื่มกาแฟกันหลายครั้ง แต่เราก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลยซึ่งมันเป็นเพราะ ซาฮาวี่ ล้วนๆ"

 

ทางการ!อินเตอร์คว้าโคลารอฟจากโรม่าค่าตัวไม่แพง

อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ชีพจรลงเท้าอีกแล้ว หลังเซ็นสัญญาย้ายจาก โรม่า ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เรียบร้อย ด้วยค่าตัวแค่ราวๆ 55 ล้านบาทเท่านั้น

อินเตอร์ มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยันคว้าตัว อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ แบ็กซ้ายประสบการณ์สูงชาวเซอร์เบีย มาจาก อาแอส โรม่า คู่แข่งร่วมลีก อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

โคลารอฟ วัย 34 ปี ซึ่งเป็นฟูลแบ็กที่ยิงฟรีคิกได้เยี่ยม เซ็นสัญญากับ "งูใหญ่" เป็นเวลา 1 ปี และมีเงื่อนไขสามารถขยายออกไปได้อีก 1 ปี ขณะที่ค่าตัวอยู่ที่แค่ราว 1.5 ล้านยูโร (ประมาณ 55.5 ล้านบาท) เท่านั้น

ในฤดูกาล 2020/21 อินเตอร์ จะมีฟูลแบ็กคนใหม่ทั้งสองฝั่ง หลังก่อนหน้านี้ไปดึง อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาชาวโมร็อกกัน มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสที่ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

สำหรับ โคลารอฟ นับเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์อย่างมาก โดยนอกจากเคยเล่นใน เซเรีย อา กับ ลาซิโอ และ โรม่า แล้วนั้น ยังเคยไปค้าแข้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใน พรีเมียร์ลีก ด้วย ส่วนกับทีมชาติเซอร์เบีย ลงเล่นไป 92 นัด ทำได้ 11 ประตู

 

คหสต.!แกรี่ชี้ชัดซีซั่นหน้าแมนยูหรือลิเวอร์พูล ใครจะจบอันดับดีกว่ากัน?!

แกรี่ เนวิลล์ ให้ความเห็นว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบซีซั่นด้วยอันดับเหนือกว่า ‘แชมป์เก่า’ ลิเวอร์พูล พร้อมฟันธงว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020/21

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่าต้องการเห็นสโมสรเก่า ทำผลงานให้ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วที่จบอันดับ 3 ของตารางคะแนน และเชื่อว่า ‘ปีศาจแดง’ มีลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า

ถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จบฤดูกาล 2019/20 ด้วยการมีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ถึง 33 คะแนน อย่างไรก็ตาม เนวิลล์ผู้พี่ เชื่อมั่นว่าทีมเก่าของตัวเองจะลดช่องว่างได้จากพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง

"ผมคิดว่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เชลซี แต่มันก็เป็นการทำนายจากความหวังนิดๆ มากกว่าการใช้หลักเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์นะ"

"การจบอันดับ 3 เมื่อฤดูกาลก่อน เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า"

"ผมคิดว่าเขา(โซลชา) จะทำอันดับดีขึ้นมาติดหนึ่งในสอง หรือเข้าใกล้ทีมสองอันดับแรก และเข้าใกล้แชมป์มากขึ้น"

"การขยับเข้าใกล้ 2 อันดับแรกและคว้าถ้วยสักใบ บางทีอาจเป็นแชมป์บอลถ้วยก็น่าพอใจแล้วล่ะ เขาควรต้องเข้าใกล้แชมป์ลีกภายใน 3 ปีที่เขาคุมทีม"

"แฟนๆ อยากเห็นพัฒนาการ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จำเป็นต้องพัฒนาผลงานให้ต่อเนื่อง"

ตัวละครสำคัญมาแล้ว!พ่อเผยอนาคตเมสซี่กับบาร์ซ่า

คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ เปิดใจถึงอนาคตลูกชายตัวเองกับ บาร์ซ่า หลังไม่ต้องเล่นให้ทีมอีกแล้ว และมีข่าว แมนฯ ซิตี้ สนดึงไปเสริมทัพ

ฮอร์เก้ เมสซี่ บิดาและเอเยนต์ของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ยอมรับหลังจากที่เดินทางมาถึงสเปน เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ลูกชายของตัวเองคงจะไม่อยู่เล่นในถิ่น คัมป์ นู ต่อไป แต่ยืนยันยังไม่ได้คุยกับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเรื่องการไปเล่นให้ "เรือใบสีฟ้า" แต่อย่างใด

อนาคตของ เมสซี่ วัย 33 ปี เป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าตัวแจ้งกับสโมสรว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้  แต่ผู้บริหารของ บาร์เซโลน่า บอกว่าหากอยากย้ายสังกัดก็ต้องมีทีมที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาซึ่งอยู่ที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) สถานเดียว

ฮอร์เก้ เผยผ่าน เอล ชรินิงกีโต้ สื่อสเปน ถึงสถานการณ์ของลูกชายหลังจากที่ตัวเองบินมาถึงกาตาลันว่า "อนาคตกับ บาร์เซโลน่า น่ะเหรอ? มันเป็นเรื่องลำบาก มันคงยากที่จะอยู่ต่อไป"

ส่วนเรื่องความสนใจจาก แมนฯ ซิตี้ นั้น คุณพ่อของยอดดาวเตะอาร์เจนไตน์ ให้คำตอบว่า "ผมยังไม่เคยคุยกับ เป็ป มันยังไม่มีอะไรกับ แมนฯ ซิตี้"

เมสซี่แถลงอยู่เล่นให้บาร์ซ่าอีกปี-รับไม่มีความสุขพร้อมจวกปธ.ยับ

จบข่าวแยกย้ายกันได้! ลิโอเนล เมสซี่ ประกาศแล้ว เลือกอยู่กับ บาร์ซ่า อีก 1 ปี หลังตอนแรกมีความต้องการที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้ แต่รับไม่มีความสุข พร้อมจวกยับท่านประธาน โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว แบบไม่มีชิ้นดี

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน แถลงยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมาว่า จะอยู่เล่นให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ต่อไปอีก 1 ปีจนหมดสัญญา ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เล็งดึงไปเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ต้องพบกับความผิดหวังไปตามระเบียบ

ก่อนหน้านี้ เมสซี่ วัย 33 ปี ได้แจ้งกับสโมสรว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และไม่ยอมมาร่วมฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่น แต่ผู้บริหารของ บาร์เซโลน่า บอกว่าหากอยากย้ายสังกัดก็ต้องมีทีมที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาซึ่งอยู่ที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) สถานเดียว เนื่องจากยังเหลือสัญญาอีก 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์ของดาวเตะอาร์เจนไตน์ มีความชัดเจนแล้ว แม้ ฮอร์เก้ เมสซี่ บิดาที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ด้วยนั้น ได้เดินทางมาจากบ้านเกิด และยืนยันค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโรของลูกชายตัวเองไม่มีผลตั้งแต่จบฤดูกาล 2019/20 แล้วก็ตาม ก่อนที่ ลา ลีกา จะโต้กลับทันควันว่าเวลานี้ยังมีผลอยู่

เมสซี่ แถลงอย่างเป็นทางการว่า ตัวเองจะอยู่เล่นให้ บาร์เซโลน่า ต่อในฤดูกาล 2020/21 เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับทุกฝ่าย หลังสโมสรปฎิเสธที่จะปล่อยตัวเองออกไปถ้าไม่ได้ค่าตัว 700 ล้านยูโร

"ผมไม่มีความสุขเลย และผมก็อยากจะย้ายออกจากที่นี่ แต่ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแบบนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ผมจึงตัดสินใจอยู่กับสโมสรต่อ เพื่อที่จะไม่มีข้อพิพาททางกฎหมาย การจัดการของสโมสรภายใต้ (โจเซป มาเรีย) บาร์โตเมว คือหายนะ ผมไม่เคยอยากจะมีสงครามกับสโมสรที่เป็นเหมือนชีวิตของผม นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมเลือกอยู่ต่อ"

"บาร์โตเมว บอกกับผมว่า หนทางเดียวที่ผมจะย้ายออกจากที่นี่คือ ต้องมีการจ่ายตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร ซึ่งนั่นมันเป็นไปไม่ได้เลย แต่เมื่อตอนจบซีซั่น บาร์โตเมว คนเดิมบอกว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม… คือเขาเป็นคนที่ไม่รักษาคำพูดเลย " ความในใจบางส่วนจากปากของ เมสซี่ 

 

เรื่องนี้อีกยาว! พ่อเมสซี่กับบาร์โตเมวคุยยังไม่ลงตัว

คงอีกนานกว่าจะได้บทสรุปเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า เพราะล่าสุดยังคงหาทางออกร่วมกันไม่ได้ จากการประชุมระหว่างคุณพ่อและ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร
 การประชุมกันระหว่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า และ ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ เมื่อคืนวันพุธที่ 2 ก.ย. ได้เสร็จสิ้นลงในแบบที่ยังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด ตามรายงานจาก สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ

 เป็นที่ทราบกันดีว่า เมสซี่ ต้องการที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ บาร์เซโลน่า ไม่ยินยอมที่จะให้นักเตะใช้เงื่อนไขยกเลิกสัญญา เพื่อย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว โดยยืนยันที่จะขายตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งคาดกันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสโมสรเป้าหมายหลักที่ เมสซี่ อยากร่วมงานด้วย

 ล่าสุดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา บาร์โตเมว และ ฮอร์เก้ เมสซี่ ได้มีการประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็คาดหวังที่จะได้บทสรุปเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของ เมสซี่ ทว่าตามรายงานจาก สปอร์ต ระบุว่า การพูดคุยกันครั้งนี้ที่กินเวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เปล่าประโยชน์ และยังไม่มีการตกลงใดๆ เนื่องจาก ฮอร์เก้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ลูกชายได้ย้ายทีมแบบฟรีๆ ส่วน บาร์โตเมว ยืนกรานที่จะปล่อย เมสซี่ ตามค่าฉีกสัญญา

 สำหรับการประชุมครั้งนี้ นอกจาก บาร์โตเมว และ ฮอร์เก้ แล้ว ฝั่ง บาร์ซ่า ยังมี ฆาเบียร์ บอร์ดาส ผู้อำนวยการสโมสร ร่วมโต๊ะเจรจาด้วย ส่วนทางด้าน ฮอร์เก้ มี โรดริโก้ ลูกชายอีกคน (พี่ชายของ เมสซี่) และ ฮอร์เก้ เปกูร์ ทนายความส่วนตัว ช่วยเจรจา