แมนยูช้ำแพ้คาบ้าน! ซาฮาแสบนำพาเลซบุกคว้าชัย-ฟาน เดอ เบ็คซัดเปิดซิง

"ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังประเดิมสนามซีซั่นใหม่ด้วยการพ่ายคาบ้านให้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เกมนี้แม้ว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะซัดประเดิมเกมแรกให้ต้นสังกัดแต่ทีมต้องปราชัย วิลฟรีด ซาฮา อดีตเด็กเก่าทำแสบเหมาสองเม็ดนำ "ดิ อีเกิ้ลส์" บุกซิวสามแต้ม คว้าชัยสองเกมติด มี 6 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมนัดแรกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังได้สิทธิพักไม่ต้องเล่นเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ที่เกมแรกเบียดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ก่อนที่เกมกลางสัปดาห์จะตกรอบ คาราบาว คัพ รอบแรก หลังพ่ายจุดโทษให้ บอร์นมัธ

    โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนจับคู่ปอล ป็อกบา ขณะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ห้องเครื่องตัวใหม่มีรายชื่อเป็นสำรอง เช่นเดียวกับ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะที่ แนวรุกวาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ปั้นเกมรุกร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ,แดเนียล เจมส์ และให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นหน้าเป้า 

    ขณะที่ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือพาเลซ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่งจากเกมที่แล้ว แต่แนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ วิลฟรีด ซาฮา และจอร์แดน อายิว
   
     ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 6 นาทีแรก ดาบิด เด เคอา ทำเหวอหลังจ่ายบอลหน้าบ้านตัวเองพลาด ก่อนที่แนวรับจะช่วยกันแก้สกัดออกไปพ้นอันตราย

    ทว่านาทีถัดมา "ดิ อีเกิ้ลส์" มาทำช็อกจนได้ เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเซ็ตบอลขึ้นทางซ้าย  ไทริค มิตเชลล์ เปิดบอลขนานเส้นให้ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ก่อนจะปาดเลียดไปเสาไกลให้ แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ เติมมาซัดด้วยขวาติดปลายมือ เด เคอา ก่อนเบียดเสาสองเข้าไป

    โอกาสแรกของ "ผีแดง" ต้องรอถึง นาที 13 หลังบรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลบอลให้ ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งไปติดบล็อค ชลุปป์ ออกหลัง

    เกมรับของปีศาจแดงค่อนข้างมีปัญหา ถัดมานาทีเดียว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เกือบทำพลาดหลังโขกคืนหลังสั้นไป วิลฟรีด ซาฮา พยายามวิ่งตามไปฉกบอลแต่ยังดีที่ไปติด เด เคอา ที่สกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด
   
     เกมรุกเจ้าบ้านเริ่มดีขึ้น นาที 20 ปอล ป็อกบา ซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งไปเสาแรก แต่ยังไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่ล้มตัวรับไว้ได้

    อีก 2 นาทีต่อมา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ปั่นด้วยขวานอกกรอบบอลไปแฉลบ ชีกู กูยาเต้ ถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

    นาที 26 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เก็บบอลได้หน้ากรอบก่อนจะซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปแฉลบ กูยาเต้ อีกครั้งก่อนพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    นาที 40 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบให้เจ้าบ้านได้ แม้ว่าจะมีการเช็ก VAR ถึงความเป็นไปได้ในการได้จุดโทษหลัง ปอล ป็อกบา โดนเบียดล้มในกรอบ ทว่า ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ยืนยันเป่าให้แค่ฟรีคิก ก่อนที่ บรูโน่ จะปั่นกว่า 23 หลาไปแฉลบกำแพงออกหลัง

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าบ้านเกือบมาเสียเม็ดที่สอง หลัง จอร์แดน อายิว ได้บอลทางซ้ายก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษหนี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนจะเอี่ยวตัวซัดด้วยขวาไปติดเซฟของ ดาบิด เด เคอา ออกหลังเป็นเตะมุม

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1

    ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวถอดเอา แดเนี่ยล เจมส์ ออกแล้วส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงไปเล่นแทน

    นาที 49 จอร์แดน อายิว ได้ซัดนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เด เคอา อีก 2 นาทีต่อมา เป็นโอกาสของ ปอล ป็อกบา บ้างแต่ยังยิงไม่ดีพอ บอลพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    เกมรุกแลกกันสนุก นาที 54 ซาฮา เกือบได้โอกาสยิงแต่ดันไปลื่น บอลมาเข้าทาง แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ซัดด้วยซ้ายเต็มเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปติดป็อกบาออกหลัง

    เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นตีเสมอ บอลขึ้นทางขวา ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ เปิดไปเสาไกลให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนโล่งโขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 67 โซลชา เปลี่ยนตัวคนที่สองส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน ปอล ป็อกบา

    นาที 70 "ปีศาจแดง" มาเสียลูกที่จุดโทษหลัง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบ ซึ่งผู้ตัดสินวิ่งไปเช็กจากภาพ VAR ข้างสนามแล้วยืนยันให้จุดโทษ ซึ่งแม้ว่า ดาบิด เด เคอา จะเซฟลูกยิงของ จอร์แดน อายิว ได้แล้วแต่ไม่ถึงนาที VAR จับภาพได้ว่า นายด่านของผีแดงขยับเท้าออกมานอกเส้นก่อน ทำให้ต้องยิงจุดโทษใหม่ ซึ่งคราวนี้ ทีมเยือนเปลี่ยนคนยิงเป็น วิลฟรีด ซาฮา ก่อนที่อดีตแข้งผีจะซัดเข้าไปไม่พลาดให้ "ดิ อีเกิ้ลส์" นำห่างเจ้าถิ่น 2-0

    กระนั้น นาที 80 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตามไปซ้ำด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูแรกประเดิมสนาม ช่วยให้ แมนยู ไล่พาเลซมาเป็น 1-2

    แต่แล้ว นาที 85 วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ทำพลาดอีกหลังโดน วิลฟรีด ซาฮา กระชากบอลหนีก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบเสาแรก ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมองอย่างสุดเซ็ง พาเลซ บุกมานำ ปีศาจแดง 3-1

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดหัวพ่ายให้ คริสตัล พาเลซ 1-3

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (โอเดียน อิกาโล่ น.81), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.67), สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – แดเนียล เจมส์ (เมสัน กรีนวู้ด น.46), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรซฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.88), เจฟฟรีย์ ชลุปป์ (เอเบเรชี่ เอเซ่ น.75) – วิลฟรีด ซาฮา, จอร์แดน อายิว (มิชี่ บาตชูอายี่ น.81)

เสริมทัพช้า!ริโอเฉ่งบอร์ดแมนยูเต่ากัดยางเทียบไม่ได้กับอีกทีม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังคนดัง เฉ่งบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ดำเนินเรื่องเสริมทัพได้ล่าช้า ไม่เหมือนกับ เชลซี ที่ปิดดีลได้เร็วสุดๆ ยกตัวอย่างเช่น เจดอน ซานโช่ ที่ลากยาวมาหลายเดือนแต่ยังปิดดีลไม่ได้สักที

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ที่ดำเนินเรื่องการเสริมทัพได้ล่าช้า ต่างกับ เชลซี ที่เดินเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพจนได้นักเตะมาร่วมทัพหลายราย

ในช่วงซัมเมอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตา หลังจากพวกเขาต้องการสานต่อจากซีซั่นก่อนที่ได้อันดับ 3 ในลีก แต่จนถึงตอนนี้ "ปีศาจแดง" กลับได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพด้วยค่าตัวรวม 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งที่เคยมีข่าวกับแข้งอย่าง เจดอน ซานโช่ และ คาลิดู คูลิบาลี่ ด้วย แถมตอนนี้ก็กำลังจะแห้ว เซร์คิโอ เรกีลอน กับ แกเร็ธ เบล อีก หลังจาก 2 คนดังกล่าวจ่อซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เต็มทีแล้ว

ในทางกลับกัน ตอนนี้ เชลซี ใช้เงินเสริมทัพกับการสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 ไปแล้วเกือบ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) จนทำให้ได้นักเตะมาร่วมทัพหลายราย อย่างเช่น ฮาคิม ซีเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ แถมยังมีแข้งที่ดึงมาร่วมทัพแบบฟรีๆ อย่าง ติอาโก้ ซิลวา กับ มาล็อง ซาร์ อีก จนทำให้บางคนมองว่าพวกเขาอาจจะเป็นม้ามืดในการลุ้นแชมป์ลีกได้เลย

เฟอร์ดินานด์ เผยว่า "แฟร้งค์ (แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี) ทำการเสริมทัพได้เยอะจนเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ เขาทำได้ง่ายมากๆ จนเหมือนกับไม่มีผลกระทบอะไรเลย เชลซี ทำธุรกิจของพวกเขาในแนวทางที่ต่างจาก เอ่อ ยกตัวอย่างเช่น แมนฯยูไนเต็ด ของผมแล้วกัน กรณีของ เชลซี มันไม่มีการพูดอะไรเลย ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น สิ่งที่คุณเห็นมีแค่ บู้ม ปิดดีล มันมีการคุยกันนิดหน่อยแล้วก็ บู้ม ปิดดีล และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกับแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทุกคนหงุดหงิดกันสุดๆ"

"มันมีการพูดเกี่ยวกับการย้ายทีมของ ซานโช่ ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้มันกลับยังไม่เสร็จสิ้นสักที มันน่าหงุดหงิดมากๆ คือผมไม่ได้จะบอกว่าการปิดดีลน่ะมันทำได้ง่ายหรอกนะ แต่ เชลซี กำลังแสดงให้เห็นว่ามันสามารถปิดดีลได้ถ้าคุณจ่ายเงินครบถ้วน และพวกเขาก็ทำมันในแนวทางที่ถูกต้อง"

มาแน่แข้งใหม่?แฟนแมนยูตั้งข้อสงสัยหลังกรีนวู้ดกดฟอลโลว์นักเตะสเปน

แฟนๆ "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด ต่างพากันตั้งข้อสงสัย ว่าในไม่ช้านี้ ทีมอาจจะได้รับข่าวดี เซ็นแข้งใหม่ร่วมทีมเร็วๆนี้ หลังตั้งข้อสังเกต เจ้าหนู เมสัน กรีนวู้ด ไปกดติดตาม เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด ในโซเชียลมีเดีย

กองเชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ พรรีเมียร์ลีก อังกฤษ จับตาดูกิจกรรมของทั้งสโมสร และ ผู้เล่นปีศาจแดงอย่างใกล้ชิด ในขณะที่หน้าต่างการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ยังเปิดอยู่ โดยล่าสุดต่างพากันมั่นใจว่าทีมมีลุ้นได้เห็นแข้งใหม่แน่ หลังมีกิจกรรมในโลกออนไลน์จาก เมสัน กรีนวู้ด ที่ไปกดติดตาม เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด หลังตกเป็นข่าวกับทีมก่อนหน้านี้

แฟน ๆ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า เมสัน กรีนวู้ด อาจยืนยันการเซ็นสัญญาครั้งต่อไปของสโมสรโดยไม่ได้ตั้งใจ กับกิจกรรมโซเชียลมีเดียของเขา

โดยก่อนหน้านี้กองเชียร์ปีศาจแดง รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการย้ายทีมของ ดอนนี่ ฟานเดอเบ็ค เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและ ตอนนี้พวกเขาหันมาสนใจ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด

เซร์คิโอ เรกีลอน ฤดูกาลก่อนโดนปล่อยไปเล่นกับ เซบีย่า ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะได้รับการโหวตให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 ก่อนกองหลังผู้นี้ได้กลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของทีมและแฟน ๆ ของยูไนเต็ด กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  และจากเหตุการณ์ที่แฟนๆหลายคนไปพบว่า เมสัน กรีนวู้ด และ  เซร์คิโอ เรกีลอน ต่างเริ่มติดตามกันและกันบนททวิตเตอร์ แม้ว่าจะไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ว่าทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนี้ แต่ก็ทำให้แฟนๆเชื่อว่าทีมน่าจะเซ็นแข้งวัย 23 ปีผู้นี้ในไม่ช้า

แฟนคนหนึ่งตั้งคำถามว่า "เป็นเรื่องแปลกมากที่ที่ทำไม เมสัน ถึงไปกดที่ติดตาม เซร์คิโอ โดยที่ไม่มีเหตุให้สงสัยว่าจะมีการย้ายทีม"

จากนั้นก็มีแฟนๆมากมายให้ความเห็นแสดงควมมั่นจตามมามากมายอย่างเช่น "มันน่ากำลังจะเกิดขึ้นแน่เลย" หรือความเห็นอย่าง "หมายความว่าเขาจะมาเร็ว ๆ นี้แน่"

โดยเรื่องดังกล่าวยิ่งตอกย้ำข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแบ็คซ้ายคนใหม่ ก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มขึ้นในสุดสัปดาห์หน้า ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ออกแถลงหลังกรีนวู้ด-โฟเด้นโดนทีมชาติตะเพิด

2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ด พร้อมใจออกโรงแถลงการณ์ หลัง2แข้งดาวรุ่งในสังกัดอย่าง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด โดนเด้งกลับบ้าน ไม่ได้เดินทางไปเล่นในเกมกับ เดนมาร์ก หลังตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรม

แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ 2ทีมดังพรีเมียร์ลีก ออกโรงแถลงการณ์หลัง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด 2แข้งดังของตัวเอง ถูกส่งกลับไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมชาติอังกฤษ ในเกมเนชั่นส์ลีก กับ ทีมชาติเดนมาร์ก หลังแข้งทั้งสองราย ตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรมในไอซ์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย.63

โดยนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษอย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่าทั้งคู่จะไม่เดินทางจากไอซ์แลนด์ ไป เดนมาร์ก กับพี่ๆสิงโตคำราม ที่มีโปรแกรมการแข่งขัน เนชั่นส์ลีก  ในวันอังคารกับทีมชาติเดนมาร์ก “น่าเสียดายที่เมื่อเช้านี้ ผมทราบว่าเด็กทั้งสองได้ละเมิดหลักเกณฑ์การระวังป้องกันความปลอดภัยจาก โควิด-19 ของเรา – ทำให้เราต้องตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถร่วมทีมกับคนอื่น ๆ ในทีมได้”

"เมื่อพิจารณาถึงขั้นตอนที่เราต้องปฏิบัติ พวกเขาจะต้องเดินทางกลับบ้าน"

นอกจากต้นสังกัดของ ฟิล โฟเด้น อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาขานรับพร้อมกล่าวว่าการกระทำของลูกทีมตัวเอง  "ไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

โดยแถลงการณ์จากทีมเรือใบกล่าวว่า “สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้จากแคมป์ทีมชาติอังกฤษ เกี่ยวกับพฤติกรรมของฟิล โฟเด้น ซึ่งเราได้เห็นพ้องกับเห็นจากผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการกระทำของ ฟิล นั้นไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

"พฤติกรรมของเขาไม่เพียง แต่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดที่เกี่ยวข้องกับโควิด -19 เท่านั้น แต่ยังถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สโมสรให้การสนับสนุนเอฟเอ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสโมสรกำลังติดต่อเกี่ยวกับการบังคับให้ฟิลกลับอังกฤษก่อนกำหนด”

ทางด้าน ปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด กล่าวว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังติดต่อประสานงานกับสมาคมฟุตบอล และผิดหวังกับการกระทำของ เมสัน กรีนวู้ด ในสถานการณ์นี้”

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่านักเตะทั้งสองจะต้องถูกกักตัว เมื่อเดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยว่า สโมสรจะดำเนินการทางวินัยกับนักเตะของตนเองหรือไม่

 

จับตาดีลช็อกโลก! เปิด 7 ทีมเต็งลุ้นคว้า “เมสซี่” ร่วมทัพ

กลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาเมื่อสื่อหลายสำนักพร้อมใจกันลงข่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ แจ้งความประสงค์ต่อบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าว่าต้องการขอย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้และต้องการที่จะเจรจาขอยกเลิกสัญญาตอนนี้เลย งานนี้ทำเอาสโมสรต้องมีการประชุมด่วนกันทันที หากเป็นตามนี้จริงๆน่าสนใจว่าสถานีต่อไปของสตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 33 ปีจะเป็นที่ใด เรามาดู 7 ตัวเต็งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

    แน่นอนว่าเต็งหนึ่งตอนนี้คงหนีไม่พ้น แมนฯ ซิตี้ ซึ่งมี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตนายใหญ่ของ เมสซี่ คุมทัพอยู่ ทั้งสองยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและหลายคนก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับหนึ่งของ เมสซี่ ก็ต้องเป็นทีมนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19จะส่งผลกระทบต่อการเงินหลายทีมแต่เมื่อเป็น “เรือใบสีฟ้า” เรื่องเงินคงไม่ใช่ปัญหา

    การเซ็นสัญญา “เมสซี่” จะทำให้ยกระดับทีมมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ยิ่งขึ้นไปอีกรวมถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรารถนามานาน ความจริง แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้จำเป็นต้องมี เมสซี่ ในทีมตอนนี้แต่คุณคงไม่ได้ซื้อ เมสซี่ เพราะเขาเข้ากับทีมคุณหรอก คุณต้องการซื้อเขาเพราะเขาคือ “เมสซี่” นี่แหละและนี่จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้ “เรือใบ” ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป

อัตราต่อรอง: 6/4 (แทง 4 จ่าย 6)

2.ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

    อีกหนึ่งทีมที่น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่มากทีเดียวคือ เปแอสเช  ยิ่งปีนี้พวกเขาอกหักพลาด ชปล. ไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งทำให้ทีมต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยด่วน การเซ็นสัญญา เมสซี่ อาจจะทำให้ทีมกลับมามีบรรยากาศกลับมาดีขึ้น รวมถึงอาจทำให้ทีมการันตีเข้ารอบฟุตบอลยุโรปลึกๆเลยด้วย

    ลองจิตนาการแนวรุก เนย์มาร์-เอ็มบั๊ปเป้-เมสซี่ คงจะโหดไม่แพ้ตำนาน MSN เนย์มาร์-ซัวเรซ-เมสซี่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของ เมสซี่ และ เนย์มาร์ ไม่ได้ดีมาตั้งแต่อยู่บาร์ซ่า และเนย์มาร์ เองก็เคยมีข่าวว่าอยากกลับสเปนมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปปีที่แล้ว มีโอกาสที่ เนย์มาร์ จะเดินออกจากทีมไปเพื่อเปิดทางให้กับ เมสซี่ อยู่เหมือนกัน ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ลีกเอิง จะเป็นลีกที่เมสซี่อยากมาหรือไม่?

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

3.อินเตอร์ มิลาน

 

    ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมที่มีข่าวกับ เมสซี่ มากที่สุด ขนาดที่สื่ออิตาลีเล่นข่าวว่าพ่อของเมสซี่ซื้อบ้านในย่านปอร์ต้า โนวา ที่เมืองมิลานเพื่อเตรียมให้ลูกชายมาอยู่แล้วด้วย ด้าน มาสซิมิเลียโน่ มิราเบลลี่ อดีตผู้อำนวยการกีฬาอินเตอร์ ออกมยอมรับว่าสโมสรวางแผนที่จะนำเข้า เมสซี่ มาหลายปีซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสโมสรระบุตั้งแต่ครั้งแรกที่ประชุม

    หนึ่งในตัวแปรที่น่าสนใจคือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นเป้าหมายของ บาร์เซโลน่า มานานและตัวนักเตะดูจะแสดงออกว่าต้องการย้ายไปค้าแข้งกับทีมเจ้าบุญทุ่ม ดังนั้นไม่มีเหตุลที่จะต้องเก็บไว้ การแลกตัวกับ เมสซี่ ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด

    ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จบซีซั่นด้วยการตามหลัง ยูเวนตุส แต้มเดียว ส่วนยูโรปา ลีกก็พลาดท่าอีก หาก เมสซี่ ย้ายมาจริงเชื่อว่าพวกเขาสามารถยกระดับมาต่อกรกับ “ม้าลาย” ได้เลย

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

4.ยูเวนตุส

 

    ยูเวนตุส เคยสร้างดีลช็อกโลกด้วยการคว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จาก เรอัล มาดริด มาแล้ว ถ้ามีโอกาสเซ็นสัญญาอีกหนึ่งนักเตะระดับโลกทำไมพวกเขาจะไม่สนใจล่ะ? แม้ว่าทัพ “ม้าลาย” จะไม่ได้เป็นตัวเต็งลำดับต้นๆแต่พวกเขาเคยโชว์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าการปิดดีลระดับบิ๊กๆต้องทำอย่างไร

    หลายคนคงอยากเห็นสองแข้งที่ดีที่สุดในโลกมาอยู่ทีมเดียวกันและเชื่อว่า เมสซี่ ก็คงไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้จับคู่กับคู่ปรับตลอดกาล ดังนั้นประตูสำหรับยูเวนตุสยงคงเปิดกว้างอยู่เสมอ

อัตราต่อรอง: 4/1 (แทง 1 จ่าย 4)

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

    ทีมที่มูลค่าอันดับสามของโลกก็ต้องมีชื่อเข้ามาติดในนี้เช่นกัน ซัมเมอร์นี้พวกเขาตัดสินใจแน่วแน่มากว่าจะล่าตัว เจดอน ซานโช่ มาให้ได้แต่ปรากฎว่าทางดอร์มมุนด์ตั้งค่าตัวไว้มากจนจ่ายไม่ไหว แล้วทำไมไม่ลองหันมาทางเมสซี่บ้าง? เจ้าตัวมีสปอนเซอร์เป็นอดิดาสเหมือนกับเสื้อแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากการย้ายตัวเกิดขึ้น อดิดาส ก็น่าจะมีส่วนสำคัญทีเดียว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พูดถึงการลดช่องว่างระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล การซื้อ เมสซี่ นี่แหละคือคำตอบอย่างแท้จริง แม้จะดูเป็นไปได้ยากตามอัตราต่อรองที่ออกมา ยิ่ง โซลชา มีนโยบายซื้อนักเตะดาวรุ่งเข้าทีมยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ตอนนี้แฟนบอลผีแดงกำลังไม่พอใจบอร์ดบริหารโดยเฉพาะ เฮ้ด วู้ดเวิร์ด และตระกูล เกลเซอร์ อย่างหนักหลังจากซัมเมอร์นี้ยังไม่มีใครเดินเข้ามาในทีมเลย “เมสซี่” จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นหมดไป

อัตราต่อรอง: 13/2 (แทง 2 จ่าย 13)

6.ทีมในเมเจอร์ลีก และลีกจีน

 

    แล้วถ้าเป็นนอกยุโรปล่ะ? เมเจอร์ลีก ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเตะที่อยู่ช่วงบั้นปลายอาชีพนิยมมากัน หากเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปแดนลุงแซมจริงๆจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอเมริกาอย่างแท้จริง

    ตัวลีกอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักมากนัก แต่เป็นเรื่องเงินและคุณภาพชีวิตในอเมริกาที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่โน้มน้าวให้ เมสซี่ มาค้าแข้งที่นี่ ทีมอย่าง อินเตอร์ ไมอามี่ ซึ่งมีเจ้าของคือ เดวิด เบ็คแฮม คงไม่ปิดโอกาสที่จะคว้าตัวเมสซี่มาแน่นอน

อัตราต่อรอง: 12/1 (แทง 1 จ่าย 12)

7.นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

 

    นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ เป็นสโมสรในอาร์เจนติน่าที่ปลุกปั้นเขามาในช่วงระหว่างปี 1994-2000 ก่อนจะย้ายไปอคาเดมี่ของบาร์ซ่า หาก เมสซี่ เลือกที่จะวางมือจะการเล่นในยุโรปและกลับมาสโมสรบ้านเกิดถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันซึ่งเขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยาจะกลับไปค้าแข้งที่ นีเวลส์ สักครั้งก่อนแขวนสตั๊ด

อัตราต่อรอง: 20/1 (แทง 1 จ่าย 20)

มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก

 "งูใหญ่" ทะยานเข้าชิงดำได้สำเร็จหลังไล่ถล่มเอาชนะ  ชัคตาร์ โดเนตส์ค แบบเละเทะ 5-0 เกมนี้ โรเมลู ลูกากู ควงรุ่นน้อง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงคนละสองเม็ด ก่อนพา อินเตอร์ มิลาน ทะยานเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นหนแรกในรอบ 22 ปี ของรายการนี้ โดยจะเข้าไปพบ เซบีย่า วันศุกร์นี้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า, ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

    เกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่าน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 เข้ามาพบกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครน ซึ่งคว้าชัยเหนือ บาเซิ่ล มาแบบไม่ยาก 4-1 โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับ เซบีย่า ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    อันโตนิโอ คอนเต้  เกมนี้ยังใช้แข้งชุดเก่งวางหน้าคู่เป็น  โรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ โดยมี แอสชลี่ย์ ยัง ขับเคลื่อนริมเส้นร่วมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และโรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ขณะที่ อดีตแชมป์ปี 2009 จากยูเครน ที่มี หลุยส์ กาสโตร คุมทัพยังฝากความหวังไว้ที่แข้ง บราซิเลี่ยน ทั้ง มาร์ลอส, อลัน แพทริค และ ไทซอน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก นาที 19 โอกาสยิงหนแรกของเกมกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่ได้โอกาสแล้วส่งบอลซุกก้นตาข่ายทันที หลังฉกความผิดพลาดของ อังเดร เปียตอฟ ผู้รักษาประตูของชัคตาร์ฯ ที่ออกบอลพลาด กลายเป็นจ่ายเลียดเข้ากลางก่อนโดน นิโกโล่ บาเรลล่า ตัดบอลขึ้นมาด้านขวา แล้วครอสมาในกรอบสุดแม่นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    นาที 26 อินเตอร์ฯ เกือบได้เสียวอีก หลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ พุ่งชาร์จไม่ตรงกรอบบอลเลยไปเสาไกล แม้ว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะพุ่งมาตามซ้ำแต่ซัดไปเข้าข้างตาข่าย ก่อนผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ มาร์ติเนซ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    กลายเป็น "งูใหญ่" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เสียมากกว่า นาที 34 ได้โอกาสส่องเข้ากรอบอีกหลัง ลูกากู โขกเช็ดต่อให้ นิโกโล่ บาเรลล่า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาบอลพุ่งติดไซด์จน อังเดร เปียตอฟ นายด่านดีกรีทีมชาติยูเครนต้องปัดออกหลังไป

    นาที 43 ชัคตาห์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์กอส อันโตนิโอ รับบอลจาก มาร์ลอส ก่อนหวดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเฉียดคานออกไป

    จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ขึ้นนำ ชัคตาห์ โดเนตส์ค 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "งูใหญ่" พลาดได้เม็ดที่สองอย่างน่าเสียดายหลัง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ฉกบอลจากแนวรับชัคตาห์ฯ ก่อนพยายามกระดกบอลกว่า 30 หลา ข้ามหัว อังเดร เปียตอฟ ทว่านายด่านของชัคตาห์ยังเหินปัดปลายนิ้วออกหลังไปได้หวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา แอชลี่ย์ ยัง จ่ายให้ ลูกากู ก่อนที่อดีตดาวยิง "ผีแดง" จะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 62 ชัคตาห์ฯ พลาดโอกาสทองในการตีเสมอ หลัง มิโกล่า มัตวิเยนโก้ ครอสบอลมาให้ จูเนียร์ โมราเอส ได้โขกโล่งๆหน้ากรอบแต่บอลยังไปตรงตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูได้

    เมื่อทำไม่ได้ นาที 64 มาเสียประตูที่สองให้ "งูใหญ่" หลัง มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาไกลให้ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ โขกย้อนหนีมือ อังเดร เปียตอฟ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ อินเตอร์ มิลาน นำห่าง 2-0

    รูปเกมยังเป็นลูกทีมของ คอนเต้ ที่โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 72 เกือบได้เม็ดสาม หลัง มาร์ติเนซ จ่ายให้ ลูกากู หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปตรงตัวนายด่านชัคตาห์

    ทว่า นาที 74 ทัพเนรัสซูรี่ มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 จนได้ หลัง โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน เปียตอฟ เข้าไปไม่เหลือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "งูใหญ่" มาพังประตูที่สี่จากการประสานงานของสองหัวหอกเหมือนเดิม คราวนี้ มาร์ติเนซ จ่ายออกขวาให้ โรเมลู ลูกากู แปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 83 ทัพงูใหญ่มาได้ประตูนำห่าง 5-0 คราวนี้ สเตฟาน เดอ ฟราย จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู พลิกบอลก่อนควบเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อังเดร เปียตอฟ เข้าไปเป็นประตูที่สองของอดีตดาวยิงปีศาจแดง

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน ไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค เละเทะ 5-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ เซบีย่า ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.81), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.85), โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง (คริสเตียโน่ บิรากี้ น.66) – โรเมลู ลูกากู (เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต้ น.85), เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.81) 

    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

     ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, ดาวิต โคชาโลว่า, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส (เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า น.75), อลัน แพทริค (มาเนอร์ โซโลแมน น.59), ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

    เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

    ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

อาถรรพ์ตัดเชือก! แมนยูร่วง-เซบีย่าแซงคว้าชัย ลิ่วชิงยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" เจออาถรรพ์รอบตัดเชือกอีกแล้ว หลังต้องฝันสลายชวดโอกาสเข้าไปชิงฯอีกสมัย หลังเจอทีเด็ดของ ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยให้ เซบีย่า แซงเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมพาทีมเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่แล้วต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าจะบดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 จากประตูชัยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ เซบีย่า ที่ทุบ วูล์ฟแฮมป์ตัน มาหวุดหวิด 1-0 ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็น 2 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วโดยส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ และส่ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงแทนเอริค ไบยี่ แนวรุกยังเหมือนเดิม  อองโตนี่ มาร์กซิยาล หน้าเป้า ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ เซบีย่า ใช้ เอเวร์ บาเนก้า เพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที  "ปีศาจแดง" ได้ทักทายทันทีหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ไหลบอลสุดเนียนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดติดมือ ยาสซีน บูนู แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะตามซ้ำช้า แต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินชาววเยอรมัน เป่ามาให้จุดโทษแก่แมนฯยูไนเต็ด หลัง ดีเอโก้ การ์ลอส ไปเข้าช้าเสียบข้อเท้าแรชฟอร์ด ก่อน นาทีที่ 9 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงไม่พลาดซัดเข้ามุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    นาที 14 ลูกสวนกลับของผีแดงเกือบได้ลุ้นเม็ดสองทันที หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ เฟร็ด หลุดเข้าไปก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ การ์ลอส แล้วซัดด้วยขวาเสียบข้างตาข่ายเสาแรกแบบได้เสียว

    อีกสองนาทีถัดมา เซบีย่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ลูกัส โอกัมโปส กระชากเข้าไปซัดมุมแคบ บอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดมือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 26 เซบีย่า มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ บอลเซ็ตจากหลังขึ้นมาถึง ลูกัส โอกัมโปส แทงตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะครอสเลียดมาเสาไกลให้ ซูโซ่ ที่ไร้ตัวประกบวิ่งมาอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปจนปัญหาที่ เด เคอา จะเซฟช่วยไว้ได้

    นาที 33 ลูกทีมของ โซลชา เกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้ง ปอล ป็อกบา ได้บอลในกรอบก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 39 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากระยะกว่า 35 หลา หลังปอล ป็อกบาโดน บาเนก้า อัดด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะวิ่งมาอัดฟรีคิกด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลพุ่งจน ยาสซีน บูนู ต้องผวาทุบออกไป

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 แรชฟอร์ด ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยขวาหน้ากรอบ บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไป จากนั้น ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์กลางประตูบอลพุ่งแรงจน ยาสซีน บูนู ต้องพุ่งทุบออกไป

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง และแค่นาที 46 แมนฯยูไนเต็ด เกือบแซงขึ้นนำอีก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    "ผีแดง" ยังโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 50 บรูโน่ จ่ายไปเสาไกลบอลหลุดมาถึง มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาเน้นๆแต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู เซฟอีกหน แม้แรชฟอร์ดจะตามซ้ำแต่ยังไปติดบล็อค แฟร์นันโด

    อีกนาทีต่อมา มาร์กซิยาล โชว์สเต็ปลากเลื้อยถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางมาถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อคแนวรับ เซบีย่า อีก

    นาที 53 เอเวร์ บาเนก้า เล่นยากโดน มาร์กซิยาล ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะชิ่งกับ แรชฟอร์ด ถึง มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู อีก เป็นเซฟที่ 7 ของนายด่านวัย 29 ปีวันนี้

    นาที 72 เซบีย่า มาได้ฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลาทางมุมธงซ้าย ซูโซ่ วิ่งมาอัดบอลพุ่งไปโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แม้ว่าแข้งเซบีย่าจะพยายามประท้วงผู้ตัดสินว่าบอลพุ่งไปโดนแขน บรูโน่ แต่เชิ้ตดำชาวเยอรมันไม่ว่าอะไร

    นาที 78 กลายเป็น เซบีย่า มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยกหลบวิลเลี่ยมส์ก่อนครอสบอลโค้งหนี ลินเดอเลฟ ให้ ลุค เดอ ยอง ตัวสำรองที่ยืนโล่งๆคนเดียวแปด้วยซ้ายเข้าไปชนิดไม่ล้ำหน้า

    ท้ายเกม โซลชา เพิ่งเปลี่ยนตัวสำรองลงมาในสนามโดยส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงมาเล่นแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และส่ง ดาเนี่ยล เจมส์ ลงมาเล่นแทน แรชฟอร์ด

    กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เซบีย่า แซงคว้าชัยเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศสมัยที่ 6 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

    สำรอง : ฆาเบียร์ ดิอาซ, ฟรังโก้ บาซเกซ, เซร์จี้ โกเมซ, ลุค เดอ ยอง, เซร์จิโอ้ เอสกูเดโร่, เนมานย่า กูเดลจ์, โทมัส วาซลิก, โอลิเบร์ ตอร์เรส, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้, โฆเซ่ อลอนโซ่ ,เจนาโร่ โรดริเกซ, ปาโบล รีโก้

    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

    สำรอง : เซร์คิโอ โรเมโร่, ฆวน มาต้า, โอเดียน อิกาโล่, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ลี แกรนท์, ดาเนี่ยล เจมส์, อันเดรียส เปเรยร่า, เอริค ไบยี่, ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เทเดน เมงจี้

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

120ล้านคุ้มหรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญรวมหัววิเคราะห์ค่าตัวของ “ซานโช”

การเจรจาดีล เจดอน ซานโช ยังคงดำเนินต่อไปและต้นสังกัดอย่าง ดอร์ทมุนด์ ต้องการค่าตัวนักเตะถึง 108 ล้านปอนด์ หรือ 120 ล้านยูโร ทว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่คิดว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลนักทำให้ดีลนี้ชะงักลงชั่วครู่ น่าคิดเหลือเกินว่า นักเตะคนนี้กับค่าตัวมหาศาลนี้คุ้มค่าหรือไม่ สื่อชื่อดังอย่าง สกาย สปอร์ต จึงจับผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมานั่งถกกันเรื่องค่าตัวของ ซานโช

    ถ้าคุณต้องการรู้ว่าสิ่งนี้คุ้มค่าหรือไม่คุณก็ต้องถามผู้เชี่ยวชาญ ถูกต้องไหม?

    แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเซ็นสัญญา เจดอน ซานโช่ แนวรุกของ ดอร์ทมุนด์ แต่ทั้งสองสโมสรมีความเห็นต่างกันเมื่อพูดถึงเรื่องค่าตัว

    ทัพ “เสือเหลือง” คิดว่า ซานโช มีมูลค่า 120 ล้านปอนด์ (108 ล้านปอนด์) ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เห็นด้วยที่จะจ่ายเงินมากขนาดนั้นเพื่อนักเตะคนเดียวในสถานการณ์ที่ตัวสโมสรกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินหลังจากวิกฤตไวรัสโคโรน่าระบาด

    แล้วใครเป็นฝ่ายถูกต้อง? ค่าตัวของ ซานโช ควรเป็นเท่าไหร่? ใครจะเป็นฝ่ายยอมถอยหลัง? ในโลกการเจรจาธุรกิจ ดีลจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อราคาเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย

    เพื่อที่จะรู้ว่าดีลนี้ควรเป็นอย่างไร สื่อชื่อดัง สกาย สปอร์ต จึงติดต่อพูดคุยกับคน 5 คนผู้ซึ่งรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับการเงินของตลาดยุโรป โดยถามพวกเขาว่าแต่ละคนคิดว่า ซานโช มีมูลค่าเท่าไหร่ในตลาดและพวกเขาคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาร่วมทัพหรือไม่

    ค่าตัว ซานโช ที่ต่ำที่สุดในบรรดา 5 คนนี้คือ 60 ล้านปอนด์ และสูงที่สุดคือ 120 ล้านปอนด์ ส่วนค่าเฉลี่ยราคาจาก 5 คนดังกล่าวอยู่ที่ 85 ล้านปอนด์

1.นักเตะพรีเมียร์ลีก: คิดว่า 100 ล้านปอนด์

    “ไม่มีใครสงสัยความสามารถที่สุดยอดของ เจดอน ซานโช ผมดูฟุตบอลเยอรมันเมื่อผมว่างและเขาก็มีทุกอย่างตามที่บอก ผมเข้าใจทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องค่าตัว 100 ล้านปอนด์อาจเป็นตัวเลขที่มากเมื่อพิจารณาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่ผมคิดว่ามูลค่าของเขาจะมากขึ้นไปอีกในอนาคต”

    “เจดอน เป็นนักเตะที่ครบเครื่องมากกว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ในตอนที่มีอายุเท่ากันเสียอีกและเขากำลังเก่งขึ้นและเก่งขึ้นไปอีก นั่นเป็นความยอดเยี่ยมที่เขามี”

     “อย่าเข้าใจผมผิดนะ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่อยากจ่ายค่าตัวเกินความจำเป็นแต่ ซานโช เป็นนักเตะที่พิเศษและพวกเขาควรจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คว้าตัวมา”

    “เขาสามารถยิงประตูและสร้างสรรค์โอกาสซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ในทีมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ยืนอยู่กองหน้า”

    “ถ้าผมเป็น แมนฯ ​ยูไนเต็ด ผมจะยอมจ่ายเงิน 100 ล้านปอนด์ เขาเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้นและเขาจะแสดงให้เห็นว่าเงินมันคุ้มค่าตัวแน่นอนในเพียงไม่กี่ปี”

2.เจ้าของสโมสรพรีเมียร์ลีก: คิดว่า 60 ล้านปอนด์

    “ผมคงประหลาดใจมากถ้าสโมสรใดควักเงินเพื่อซื้อนักเตะในราคา 100 ล้านปอนด์ในตลาดซัมเมอร์นี้ มันไม่ควรจะมากขนาดนั้น”

    “ผู้คนควรจะต้องตื่นได้แล้ว ผมเข้าใจดีว่าแฟนบอลต้องการเซ็นสัญญานักเตะและสื่อต่างๆก็เขียนถึงดีลมูลค่ามหาศาลแต่เงินนั่นมันจะมาจากที่ไหนล่ะ?”

     “คนที่จะจ่ายขนาดนั้นได้ตอนนี้มีแค่ อเมซอน (Amazon), เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือคนที่สร้างรถยนต์ไฟฟ้า ผมจะอธิบายให้ฟังนะ พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่หนักหน่วงที่สุดที่เคยเจอมา แมนฯ​ ยูไนเต็ด ก็รู้ถึงเรื่องนี้เหมือนกับที่พวกเรารู้”

    “ส่วนหนึ่งของผมยังประหลาดใจเลยว่า ดอร์ทมุนด์ ต้องเงินมากขนาดนั้นเพื่อ ซานโช โมเดลธุรกิจของพวกเขาคือการซื้อนักเตะดาวรุ่ง, พัฒนานักเตะเหล่านี้ และ ขายออกไป ดอร์ทมุนด์ ต้องคิดถึงความเป็นจริง ทุกธุรกิจตอนนี้เจอวิกฤตและพวกเขาก็ไม่ต่างกัน”

    “ผมไม่รู้ว่าสัญญาของ ซานโช เหลืออีกนานแค่ไหนแต่มันถือว่าไม่นานมากนัก (สัญญาหมดปี 2022) พวกเขาก็คงตกลงขายในอีกไม่ช้า ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องต่อสัญญานักเตะ”

    “ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่ขายนักเตะได้มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำถูกต้องแล้ว ถ้าผมเป็นพวกเขา ผมจะยื่นข้อเสนอ 60 ล้านปอนด์บวกกับอ็อปชั่นเสริมต่างๆ และถอยกลับมา”

3.เอเจ้นท์: คิดว่า 75 ล้านปอนด์

    “สถานการณ์มันขึ้นอยู่คุณเป็นคนซื้อหรือเป็นคนขาย สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน มันส่งผลกระทบถึงเราเหมือนกับที่ส่งผลถึงทุกคนๆ แต่ในกรณีนี้ ไม่มีใครรู้สึกเสียใจกับเราหรอก”

    “ลองดูในมุมมองของ ดอร์ทมุนด์ สิ พวกเขามีหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก และพวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องได้เงิน 100 ล้านปอนด์ ยังจำกันได้ไหมพวกเขาได้เงินมหาศาลมากจากการขาย อุสมาน เดมเบเล่ ไปให้กับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ซานโช ถือเป็นนักเตะที่ดีกว่าอีก”

    “สิ่งที่ผมได้ยินมาคือ ซานโช ไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะพยายามหรือบีบบังคับให้การย้ายทีมเกิดขึ้น มันไม่ใช่จุดจบของโลกเสียหน่อยถ้าเขาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล มันจะมีสโมสรมากขึ้นแน่นอนที่พร้อมจะเซ็นสัญญาเขาในซัมเมอร์หน้า”

    “สำหรับผมแล้ว ซานโช เป็นนักเตะที่ดีแต่ผมคิดว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ เก่งกว่าและไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เรียกค่าตัวเขาแค่ 75 ล้านปอนด์”

4.คนกลาง: คิดว่า 120 ล้านปอนด์

    “พวกคุณทุกคนคงต้องใจเย็นๆ ตลาดนักเตะเพิ่งจะเปิดเพียงแค่สัปดาห์เดียวและพวกคุณก็พูดถึง ซานโช เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเบื้องหลังนั้นเป็นอย่างไร ทำไมใครสักคนจะต้องให้คุณรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”

    “เจดอน เพิ่งอายุ 20 ปีและเขากำลังเล่นอยู่หนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก คุณจะมองว่าค่าตัวของเขาเท่าไหร่หรือสิ่งที่ใครก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องมอง มันไม่สำคัญเลย ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการจ่ายเงินตามมูลค่าของเขา นั่นไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวทีมอื่นๆก็จะจ่ายเอง”

5.ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล: คิดว่า 70 ล้านปอนด์

    “เมื่อเห็นตัวเลขแล้ว ผมยังมองไม่ออกเลยว่า แมนฯยูไนเต็ด จะสามารถจ่ายเงิน 100 ล้านปอนด์กับผู้เล่นคนเดียวได้อย่างไรในตอนนี้ ที่แน่ๆคือไม่ใช่เงินก้อนเดียว”

    “ทุกๆคนที่ผมพูดคุยด้วยและติดต่อด้วยกำลังค่อนข้างระมัดระวังกับสถานการณ์ตอนนี้ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น มันอาจจะเป็นการส่งสาส์นที่ผิดถ้าคุณจะจ่ายเงินมากขนาดนั้นในสถานการณ์ที่หลายๆคนกำลังตกงาน”

    “ผมไม่ได้กูรูด้านฟุตบอล แต่แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องซื้อ ซานโช ขนาดนั้นเลยหรือ? พวกเขาดูมีนักเตะที่ดีมากในแนวรุกอยู่แล้ว และพวกเขาเพิ่งเซ็นสัญญา บรูโน่ ในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาเอง”   

    “เว้นแต่ ดอร์ทมุนด์ เริ่มมองความจริงมากขึ้น ผมจะแนะนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เดินหนีจากดีลนี้และกลับมาใหม่อีกครั้งในช่วงมกราคมหรือซัมเมอร์ปีหน้า ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะผมไม่คิดว่าคนที่ทำงานกับยูไนเต็ดต้องการคำแนะนำของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ”

 

มาร์กซัดชัย! ลินการ์ดก็ยิง-แมนยูแซงแอลเอเอสเค รวมลิ่ว8ทีมยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เล่นแบบไม่เน้นเท่าไหร่หลังเกมแรกตุนสกอร์ไว้เพียบ กระนั้นแข้งผีแดงหลังโดนนำไปก่อนมารัวสองประตูจาก เจสซี่ ลินการ์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พาทีมแซงเอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ จากออสเตรีย 2-1 รวมสองนัดเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในศึกยูโรปาลีก รอบ16ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอกาสเข้ารอบสดใสหลังนัดแรกบุกไปถล่ม แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 ทำให้เกมนี้กลับมาเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไม่กดดัน โดยผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปพบ เอฟซี โคเปนเฮเกน ซึ่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ แบบมินิทัวร์นาเมนท์ แบบน็อคเอาท์ ที่ประเทศเยอรมัน 

   โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเกือบยกทีมจากเกมลีกล่าสุด โดยมีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมและ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ คุมเกมรับ แนวรุกวาง ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด และแดเนียล เจมส์ สนับสนุน โอเดียน อิกาโล่ ที่เป็นหน้าเป้า ส่วน แอลเอเอสเค ลินซ์ ฝากความหวังไว้ที่

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก นาทีที่ 4 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนเลยหลัง ฆวน มาต้า เปิดเตะมุมเข้ามาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวโขกข้ามคานไป

    นาที 10 แอลเอเอสเค เกือบชิงขึ้นนำก่อนหลัง อันเดรส อันดราเด้ โขกบอลไปชนคาน ก่อนจังหวะต่อมา ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ จะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังแบบได้เสียว

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นหนที่สองจากจังหวะเตะมุมอีกครั้ง และเป็น ม้าต้า ที่เปิดมาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งหลุดกรอบออกไป

    ถัดมาอีกนาที ทีมเยือนได้ส่องเข้ากรอบเป็นครั้งแรก เจมส์ ฮอลแลนด์ แทงขึ้นหน้าให้ มาร์โก รากุซ ตะบันด้วยขวาแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เซร์คิโอ โรเมโร่

    นาที 33 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดายหลัง เจสซี่ ลินการ์ด ดีดบอลเร็วให้  โอเดียน อิกาโล่ หลุดเข้าไปในกรอบแต่จังหวะสุดท้ายโดนเบียดทำให้บอลทะลักไปเข้ามือ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังทำอะไร แอลเอเอสเค ลินซ์ ไม่ได้เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 50 "ผีแดง" ได้ส่องเข้ากรอบเป็นหนแรก หลัง ฆวน มาต้า แทงบอลเข้ากลางให้ โอเดียน อิกาโล่ พลิกตัวยิงแต่หลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือนายด่านทีมเยือน

    นาที 55 "ผีแดง" ต้องเป็นฝ่ายตามหลังก่อน หลัง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ สกัดบอลจากลูกคอนเนอร์ไม่ดีไปเข้าทาง ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ แนวรับทีมเยือนตั้งป้อมปั่นบอลด้วยขวาบอลพุ่งโค้งๆ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปชนิดที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ หมดสิทธิ์ป้องกันให้ แอลเอเอสเค ลินซ์ บุกมานำ 1-0 สกอร์รวมไล่มาห่าง 1-5

    กระนั้น ทีมเยือนดีใจได้แค่ 2 นาที คราวนี้ ฆวน มาต้า ออกบอลเร็วจากกลางสนามให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ เข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอทันควัน 1-1

    จากนั้น นาที 62 เจ้าบ้านเกือบแซงขึ้นนำหลัง ลินการ์ด จ่ายต่อให้ ฆวน มาต้า ซัดไปติดเซฟของนายด่านทีมเยือน บอลทะลักมาเข้าทาง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

    นาที 63 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนสองคนรวดถอดเอา เจสซี่ ลินการ์ด และเฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา และอันเดรียส เปเรยร่า ลงเล่นแทน

    นาที 72 โดมินิค ไรเตอร์ สำรองของแอลเอเอสเคเกือบส่องประตูให้ทีมเยือนหนีห่างอีกครั้งเมื่อหลุดเข้าไปซัดเต็มแรง ทว่าบอลพุ่งไปติดขา เซร์คิโอ โรเมโร่ ออกหลังไป

    นาที 88 เจ้าบ้าน "ผีแดง" มาแซงขึ้นนำ 2-1 ฆวน มาต้า จ่ายสั้นๆให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ลงมาสำรองหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ แบบเด็ดขาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด แซงเอาชนะแอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 รวมสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในวันที่ 10 สิงหาคม นี้ โดยจะจัดการแข่งแบบ มินิทัวร์นาเมนท์ ที่ประเทศเยอรมัน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ , เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ – โอเดียน อิกาโล่

        เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

        แอลเอเอสเค ลินซ์ (3-4-2-1) : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ – ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์, เกอร์โนต์ เทราเนอร์, อันเดรส อันดราเด้ – ไรน์โฮลด์ รานฟ์เทิ่ล, เจมส์ ฮอลแลนด์, ปีเตอร์ มิโชรล, เรเน่ เรนเนอร์ – โดมินิค ไฟรเซอร์, มาร์โก รากุซ, ฮูเซียน บาลิช

        เทรนเนอร์ : โดมินิค ธัลฮัมเมอร์

        ผู้ตัดสิน : ทาซอส ซิดิโรปูลอส (กรีซ)

 

บรูโน่ซัดโทษ! แมนยูต่อเวลาฯเฉือนโคเปนเฮเก้น ทะลุตัดเชือกยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" ต้องเล่นถึง 120 นาที กว่าจะปราบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมดังจากเดนมาร์กไปได้แบบหืดจับ 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษฯ พาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง), โคโลญจน์ ประเทศเยอรมัน

    ศึกยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะแข่งขันกันที่ประเทศเยอรมัน ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 21 สิงหาคม นี้ เกมนี้เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ พบกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ยอดทีมจากเดนมาร์ก โดยผู้ชนะจะเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน หรือเซบีย่า

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยน 6 ตำแหน่งจากเกมที่เอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ ในเกมล่าสุด แนวรุกให้ ปอล ป็อกบา ปั้นเกมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สนับสนุน เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขณะที่ สตาเล่ โซลบัคเค่น ของโคเปนเฮเก้นฝากความหวังล่าตาข่ายไว้ที่ โยนาส วินด์ และราสมุส ฟัลค์

    เริ่มเกมมา นาทีที่ 9 "ผีแดง" ทักทายก่อนเลยหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เรียกฟรีคิกนอกกรอบให้กับทีมได้ ทว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ตะบันด้วยขวาผ่านกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ไม่ถึงนาทีต่อมา กรีนวู้ด ได้หลุดไปจิ้มด้วยขวาแต่หลักไม่ดีบอลไปเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน นายด่านโคเปนเฮเก้น

    นาที 15 ทีมจากแดนโคนมต้องเปลี่ยนตัวเร็วคนแรกหลัง นิโคลาย โบเลเซ่น ห้องเครื่องตัวเก่งบาดเจ็บก่อนจะส่ง ปิแอร์ เบงก์สสัน ลงเล่นแทน

    กลายเป็น โคเปนเฮเก้น กดดันได้ดีกว่าและเกือบได้ลุ้นขึ้นนำ นาที 16 ราสมุส ฟัลค์ เปิดบอลมาให้ โมฮาเหม็ด ดารามี ซํดด้วยขวาออกข้างไป อีกนาทีถัดมา เยนส์ สเตจ ซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อค ไบยี่ ช่วยสกัดบอลออกหวุดหวิด

    นาที 20 ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษให้ แมนฯยูไนเต็ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนพลักล้มในกรอบ ทว่าหลังดูจาก วีเออาร์ แล้วกลับคำตัดสินไม่ให้จุดโทษ เนื่องจากก่อนหน้านั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

    นาที 28 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบกว่า 25 หลา แต่คราวนี้แม้จะเปลี่ยนเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่ก็ยังยิงข้ามกำแพงเหินโด่งออกไปไกล

    อีก 5 นาทีถัดมา วาน-บิสซาก้า ไหลบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด อัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งไปแฉลบ อันเดรียส บีเยลลันด์ ออกหลังเป็นเตะมุม

    นาที 45 มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ซัดเต็มข้อเน้นๆนอกกรอบ บอลพุ่งอย่างได้ลุ้นแต่ไปตรงตัว คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน แม้จะรับไม่อยู่แต่ยังเคลียร์พ้นหน้าปากประตูไปได้

    ถัดมาอีกนาทีในช่วงทดเจ็บ เมสัน กรีนวู้ด ตะบันด้วยขวาเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างเฉียบขาดแล้ว แต่ผู้ตัดสินหลังเช็กจากสัญญาณ VAR ปฎิเสธไม่ให้ประตูแก่ "ผีแดง" เนื่องจาก กรีนวู้ด อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเสมอกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 55 แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ไหลสั้นเข้ากลางให้ เฟร็ด วิ่งมายิงแบบไม่จับด้วยซ้ายแต่บอลเบาไปก่อนพุ่งเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน

    อีกสองนาทีถัดมา มาร์คัส แรชฟอร์ด ชิ่งให้ให้ เมสัน กรีนวู้ด อัดด้วยขวาเน้นๆบอลพุ่งเลียดผ่านนายด่านโคเปนเฮเก้นไปแล้วแต่ไปชนเสาออกมา แม้ แรชฟอร์ด จะตามซ้ำเข้าไปแต่เป็นลูกล้ำหน้าอย่างน่าเสียดาย

    โคเปนเฮเก้น นานๆ จะได้ลุ้นที นาที 61 ไบรอัน โอเบียโด้ ที่เพิ่งลงมาไหลเข้ากลางให้ โยนาส วินด์ ยิงด้วยซ้ายแต่บอลไม่ห่างตัว โรเมโร่ ล้มตัวรับไว้ได้

    นาที 63 "ผีแดง" น่าจะได้ประตูขึ้นนำ หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตั้งป้อมยิงไกลนอกกรอบบอลพุ่งผ่านมือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน ไปแล้วแต่ไปชนเสาประตูอย่างน่าเสียดาย

    ลูกทีมของ โซลชา โหมกระหน่ำบุกมาอย่างต่อเนื่อง นาที 68 บรูโน่ แฟร์นันด์ส อัดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งติดไซด์ก้อยจนนายด่านโคเปนเฮเก้นต้องปัดออกมา ก่อนจังหวะต่อมา ปอล ป็อกบา จะปั่นนอกกรอบแต่บอลไม่แรงพอไปเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน

    นาที 84 อีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" ต้องพลาดโอกาสขึ้นนำ คราวนี้เป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลนอกกรอบก่อนปั่นด้วยขวากำลังจะเลี้ยวเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน นายด่านโคเปนเฮเก้นพุ่งปัดออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 โคเปนเฮเก้น ตอบโต้บ้างคราวนี้เป็น เยนส์ สเตจ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งเหินคานออกไปไกล ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม แมนฯยูไนเต็ด ยังเสมอกับ โคเปนเฮเก้น 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

    โดยช่วงต่อเวลาฯ โซลชา ส่ง ฆวน มาต้า ลงไปปั้นเกมแทน เมสัน กรีนวู้ด
   
    นาที 92  อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล  เกือบยิงให้ทีมขึ้นนำหลังวิ่งไปซัดบอลมุมแคบไปติดเซฟของ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน ออกหลังไป

    อีกนาทีถัดมา มาร์กซิยาล พลิกบอลหลุดเข้าไปยิงด้วยขวาอีกที แต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโคเปนเฮเก้นที่เซฟได้หวุดหวิด

    กระนั้น นาที 93 "ปีศาจแดง" มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง มาร์กซิยาล โดน อันเดรียส บีเยลลันด์ ทำฟาวล์ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันทีก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดผ่านมือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน เข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    ทีมดังจากเดนมาร์กรุกไม่ขึ้นเลยกลายเป็นโดน แมนฯยูไนเต็ด โหมกระหน่ำรุกใส่ตลอด นาที 98 "ผีแดง" เกือบได้เม็ดที่สองเพิ่มหลัง มาร์กซิยาล โชว์โซโล่เดี่ยวเลี้ยงบอลแหวกแนวรับโคเปนเฮเก้นเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายยิงไม่ได้ ตอกส้นคืนหลังให้ ฆวน มาต้า ซัดไปติดบล็อค

    ทดเจ็บของต่อเวลาฯครึ่งแรก นาที 105+3 "ปีศาจแดง" เกือบได้เม็ดสองอีก คราวนี้บอลไหลมาเข้าทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส หวดเต็มแรงบอลพุ่งไปติดเซฟของ ยอห์นส์สัน

    ถัดมาอีกนาที นายด่านของโคเปนเฮเก้นโชว์หนึบอีก หลัง ฆวน มาต้า ซัดด้วยซ้ายในกรอบแต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไปติดขาของ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน อีกรอบ

     ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของต่อเวลาฯครึ่งหลัง โคเปนเฮเก้น โหมบุกอย่างหนักแต่ยังไม่สามารถทวงประตูตีเสมอได้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เบียดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ไปแบบหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก โดยจะพบกับผู้ชนะระหว่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน หรือเซบีย่า

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ น.71), แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เฟร็ด (เนมานย่า มาติช น.70) – เมสัน กรีนวู้ด (ฆวน มาต้า น.91), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.113) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

        เอฟซี โคเปนเฮเกน (4-3-3) : คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน – กีเยร์โม่ วาเรล่า (คาร์โล บาร์โตเล็ค น.105), อันเดรียส บีเยลลันด์, วิคเตอร์ เนลส์สัน, นิโคลาย โบเลเซ่น (ปิแอร์ เบงก์สสัน น.15) – เป๊ป บรีล (ไบรอัน โอเบียโด้ น.58), เยนส์ สเตจ (โรเบิร์ต มูดราซิย่า น.105), เซก้า – โมฮาเหม็ด ดารามี (มิคเคล เคาฟ์มันน์ น.57) ,โยนาส วินด์, ราสมุส ฟัลค์ (วิลเลี่ยม วิค น.111)

        เทรนเนอร์ : สตาเล่ โซลบัคเค่น