“กามา”ลาเมืองทองฯคาดไปทรู แบงค็อกฯ-การท่าเรือ

อเล็กซานเดร กามา กุนซือ เอสซีจี เมืองทองฯ ตัดสินใจโบกมือลาไปหาความท้าทายใหม่ คาดอาจจะเป็น ทรู แบงค็อกฯ ทีมในไทยลีกที่อาการไม่สู้ดีนัก หรือจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี ขณะที่บอร์ดบริหาร "กิเลนผยอง" ไฟเขียวเปิดให้ไปได้

หลังจากที่เกิดเป็นกระแสมานานเกี่ยวกับการโบกมือลา ของ อเล็กซานเดร กามา  กุนซือทีมสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ เพื่อไปทำทีมที่ใหญ่กว่า แต่ติดสัญญากับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้
   
ล่าสุด อเล็กซานเดร กามา  ได้ออกข่าวย้ำว่า ตัวเองได้ตัดสินใจโบกมือลาจากเมืองทองฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเกมที่เจอกับ ตราด เอฟซี ที่ผ่านมา ขณะที่ทางบอร์ดบริหารของเอสซีจี เมืองทองฯ ได้ออกข่าวยืนยันว่า ทั้งกามา และเอสซีจี เมืองทองฯ ได้จากกันด้วยดี 
   
ในส่วนของทีมที่อเล็กซานเดร กามา จะไปคุมนั้น โดยข่าวล่าสุด  มีการยืนยันจากวงในว่า กามา จะไปคุมทีมสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในเวลานี้ จนทางผู้ใหญ่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อให้ทีมดีขึ้น และกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง หรืออาจจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ก็ได้

“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020