เต็งหนึ่ง! สื่อเผย เชลซี จ่อคว้า “ติอาโก้ ซิลวา” เสริมแกร่งแนวรับแบบฟรีๆ

"สิงห์บลูส์" เชลซี สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทัพแบบฟรีๆ จากการรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อดังของเกาะอังกฤษ

โดยสื่อเจ้าดังเผยว่า ทีมดังจากกรุงลอนดอน ใกล้ที่จะได้ตัวของแข้งวัย 35 ปี มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว หลังสัญญาของเจ้าตัวกับ เปแอสเช ทีมแชมป์ลีกเอิง จะหมดลงในวันที่ 31 สิงหาคม นี้

แม้ก่อนหน้านี้ ปราการหลังแซมบ้าจะตกเป็นข่าวโยงกับ ฟิออเรนติน่า ทีมดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แต่ล่าสุดเจ้าตัวออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวว่า "ผมยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอจากสโมสรใด ข่าวที่บอกว่าผมเซ็นสัญญากับ ฟิออเรนติน่า แล้วไม่เป็นความจริง"

"เอเยนต์ส่วนตัวของผมกำลังเจรจากับ ฟิออเรนติน่า รวมถึงกับสโมสรอื่นๆ อีกหลายทีม ซึ่งผมจะตัดสินใจเรื่องของอนาคตร่วมกับครอบครัวภายในไม่อีกไม่กี่วันต่อจากนี้" แข้งจอมเก๋าเปิดใจ

ทั้งนี้ สกายสปอร์ตส์ ยังเผยต่อว่า เชลซี ได้ยื่นสัญญาค้าแข้งให้กับ ติอาโก้ ซิลวา เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจเพราะจะได้ลงเล่นในเกมระดับสูง รวมถึงยังได้ลงแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่เจ้าตัวเพิ่งพลาดแชมป์มาหมาดๆ อีกด้วย

เนย์มาร์ซูฮกลิเวอร์พูลเจ๋งสุดในยุโรปชั่วโมงนี้

เนย์มาร์ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กล่าวชม ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่เล่นได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปในตอนนี้ พร้อมเชื่อว่าซีซั่นหน้า "หงส์แดง" ก็จะยังเล่นได้แกร่งสุดๆ เหมือนเดิม
    เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ยกย่อง ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปในตอนนี้

    "หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาล 2018-19 พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ซีซั่นนี้ก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยที่มีคะแนนมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นรองแชมป์ถึง 18 คะแนนด้วย

    ดาวเตะชาวบราซิเลียนเผยว่า "ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ลิเวอร์พูล คือทีมที่เล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปเลย ฤดูกาลก่อนพวกเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และซีซั่นนี้ก็มาได้แชมป์ลีกอีก มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพราะพวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบที่ทิ้งห่างทีมอื่นๆ เยอะสุดๆ โค้ชของพวกเขา (เจอร์เก้น คล็อปป์) สร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ และผมมั่นใจว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาจะเป็นทีมที่เล่นได้แข็งแกร่งมากๆ อีกครั้ง"

    ทั้งนี้ เนย์มาร์ เตรียมที่จะช่วยทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ กับ บาเยิร์น มิวนิค ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้มีสมาธิอย่างเต็มที่กับนัดดังกล่าว "รอบรองชนะเลิศเราเล่นได้ดีมากๆ ก็จริง แต่ไม่มีใครมานั่งจำหรอกว่าใครที่ชนะรอบรองชนะเลิศ มันเป็นอดีตไปแล้ว บาเยิร์น จะเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสสุดๆ และเราก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม"

    "พวกเขามีนักเตะที่เก่งๆ อยู่ในทีมหลายคน แต่เราเองก็กำลังเล่นได้ดีมากๆ เหมือนกัน และผมก็รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเล่นได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่มาอยู่กับ ปารีสฯ เลย นี่เป็นจุดที่เราอยากมาถึงให้ได้ เจ้าของทีมของเรามีโปรเจกต์ขนาดใหญ่ และส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ที่ว่าก็คือการทำให้ทีมได้รับการพิจารณาว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในทวีปยุโรป ตอนนี้มันถือว่าเราเข้าใกล้กับการทำโปรเจกต์นั้นได้มากที่สุดแล้ว แต่เรายังต้องมีสมาธิกันอย่างเต็มที่"

เอ็มบัปเป้วัดเดวิส! จับตา 5 คีย์แมนตัดสินเกมชิงดำชปล. บาเยิร์น-เปแอสเช



ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศจะปะทะแข้งกันในคืนนี้ แค่ชื่อทีมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค ก็น่าดูเป็นอย่างยิ่งแล้ว ด้านทีมยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศสถือเป็นทีมที่ประกอบด้วยแนวรุกชั้นนำของยุโรป ขณะที่ “เสือใต้” ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งที่สุด แน่นอนว่านัดนี้จะเป็นการดวลกันของแข้งฝีเท้าระดับโลกและนี่คือ 5 จุดปะทะสำคัญที่อาจเป็นตัวตัดสินเกมนี้
1.โธมัส มุลเลอร์ vs มาร์กินญอส

    นอกจาก มุลเลอร์ จะทุบสถิติแอสซิสต์สูงสุดของบุนเดสลีกาแล้ว (21 แอสซิสต์) เจ้าตัวยังต่อยอดฟอร์มเจ๋งมาใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค เขารับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและยังเคลื่อนอย่างอิสระเพื่อสร้างสรรค์เกม

    เกมกับ บาร์เซโลน่า ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ มุลเลอร์ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมที่สุดในการค้าแข้งหลังทำ 2 ประตูและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมากมาย เขาถือเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีความเฉลียวฉลาดที่สุดในโลกและการเคลื่อนที่ของเขาจะสร้างปัญหาให้กับแดนกลาง เปแอสเช แน่นอน

    มาร์กินญอส คงต้องเรียกฟอร์มที่ดีที่สุดของเพื่อต่อกรกับ มุลเลอร์ ให้ได้ กองกลางชาวบราซิลเลี่ยนทำผลงานได้ดีทั้งในรอบ 8 ทีม และรอบรองฯ หลังทำประตูสำคัญและช่วยเก็บบอลในแดนกลางให้ทีมครองบอลอย่างต่อเนื่อง การปะทะกับ มุลเลอร์ คืนนี้จะส่งผลกับเกมแแดนกลางเป็นอย่างมาก

2.แซร์ช นาบรี้ vs ฆวน เบร์นาต

    ก่อนหน้านี้แฟนบาเยิร์นคงกังวลว่าเมื่อหมดยุคของ อาร์เยน ร็อบเบน ไปแล้วจะมีใครมาสานต่อได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าตอนนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วเพราะ นาบรี้ คนนี้รับไม้ต่อเรียบร้อย สถิติการยิง 23 ประตูกับ 14 แอสซิสต์ในทุกรายการฤดูกาลนี้ถือว่าสุดยอดมากๆ

    ขณะที่ใน ชปล. ก็ทำแฮตทริกใส่ สเปอร์ส, อัด 2 ประตูใส่ เชลซี, ยิง 1 จ่าย 1 ในเกมพบ บาร์ซ่า ก่อนจะเหมา 2 ประตูในรอบรองชนะเลิศกับ ลียง พูดได้คำเดียวว่า “ไร้ที่ติ” แต่นัดชิงชนะเลิศนั้นตามตำแหน่งเขาจะต้องเจอกับ ฆวน เบร์นาต ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแบ็กซ้ายชาวสแปนิชแน่นอน หากพลาดท่าต่ออดีตตัวรุกอาร์เซน่อล ก็อาจจะมีน้ำตาตกได้เลย

3.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ vs ติอาโก้ ซิลวา

    น่าเสียดายที่ไม่มีการแจกรางวัล บัลลงดอร์ ในปีนี้ไม่อย่างนั้น เลวานดอฟสกี้ คงคว้ามันมาง่ายๆไม่ว่าจะได้ถ้วย ยูฟ่า แชเมปี้ยนส์ ลีก หรือไม่ก็ตาม เขาซัดประตูมากถึง 55 ประตูในทุกรายการฤดูกาลนี้ ส่วนใน ชปล. ก็นำเป็นดาวซัลโวที่ 15 ประตูและเขายิงทุกนัดที่ลงเล่นมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    ด้วยมาตรฐานการเล่นสูงขนาดนี้ เลวานดอฟสกี้ อาจจะผิดหวังหากไม่มีชื่อชื่อทำประตูในนัดชิงชนะเลิศ ด้าน โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คงรู้ดีว่าเขาอันตรายมากแค่ไหน นี่จะเป็นบททดสอบสำคัญของแนวรับเปแอสเชแน่นอน

    ติอาโก้ ซิลวา กองหลังตัวเก๋า 36 ปีจะลงเล่นเป็นเกมสุดท้ายให้กับทีมและเขาคงอยากจะอำลาด้วยการโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมและคว้าแชมป์ แต่ก็คงต้องใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหยุดกองหน้าคนนี้ให้ได้

4.คีลิยัน เอ็มบัปเป้ vs อัลฟอนโซ่ เดวิส

    หาก เอ็มบั๊ปเป้ ท็อปฟอร์มขึ้นมาคงไม่มีอะไรหยุดเขาได้ สตาร์เปแอสเชรายนี้สามารถออกสตาร์ทตัวจริงได้ทั้งตัวรุกฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ฉีกแนวรับเป็นชิ้นมานักต่อนัก และถ้าหากคืนนี้เขาลงเล่นเป็นฝั่งขวาแล้ว เขาจะต้องเจอกับ อัลฟอนโซ่ เดวิส ดาวรุ่งพุ่งแรงของยุคนี้

    แบ็กซ้ายวัย 19 ปีของ “เสือใต้” มีความเร็วทะลุนรกไม่แพ้ เอ็มบั๊ปเป้ และเขาใช้ข้อนี้ในการวิ่งขึ้นวิ่งลงเพื่อทำเกมรุกและป้องกันเกมรับ เราได้เห็นเขาโชว์ทักษะการเลี้ยงบอลที่สุดยอดในเกมกับ บาร์เซโลน่า มาแล้ว

    อย่างไรก็ตามการมี เอ็มบั๊ปเป้ อยู่ในสนาม เดวิส คงไม่สามารถเติมเกมรุกแบบอิสระอีกต่อไป เขาคงต้องตระหนักถึงเรื่องเกมรับเป็นอย่างแรก การดวลกันของทั้งสองคงเป็นสิ่งที่หลายจับตามองมากเพราะน่าจะเป็นคู่ต่อกรสูสีใกล้เคียงกัน

5.เนย์มาร์ vs ดาวิด อลาบา

    หลายคนวิจารณ์ เนย์มาร์ เมื่อเขาตัดสินใจเดินออกจากทัพ บาร์เซโลน่า เพื่อมา เปแอเช ในปี 2017 ซึ่งเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรปอีกเลยนับตั้งแต่ย้ายทีมมา จนกระทั่งฤดูกาลนี้มันอาจจะเป็นจริงแล้ว

    เนย์มาร์ ถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญของ เปแอสเช และถ้าหากคืนนี้ทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ขึ้นมา ก็คงมีหลายคนยกย่องเขาแน่นอน แม้ว่าตั้งแต่นัดอตาลันต้าจนถึงไลป์ซิก เขาจะมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ แต่ เนย์มาร์ ยังช่วยแบกทีมและมีส่วนร่วมกับเกมรุกตลอด ทว่าเกมนี้เขาต้องเจอกับแนวรับที่แข็งแกร่งอย่าง ดาวิด อลาบา

    เราได้เห็น เนย์มาร์ แหวกแนวรับทั้งอตาลันต้าและไลป์ซิกมาแล้ว คืนนี้เขาจะสามารถฝ่าแนวรับ “เสือใต้” ไปได้หรือไม่ สิ่งเดียวที่กั้นขวางเขากับถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นี้คือ อลาบา นี่เอง

หงส์ช้าระวังแห้ว!อาร์เซน่อลขอร่วมวงล่าติอาโก้ร่วมทัพ



อาร์เซน่อล กลายเป็นอีกหนึ่งทีมนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่ให้ความสนใจคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันทาร่า เข้ามาร่วมทัพ ตามรายงานข่าวจาก เดลี่ เมล์ สื่อชื่อดังจากประเทศอังกฤษ
    ติอาโก้ อันกันตาร่า มิดฟิลด์สแปนิช ของ บาเยิร์น มิวนิก กับ ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล มีข่าวเชื่อมโยงกันมาโดยตลอด ทว่า ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ไม่ยินดีที่จ่ายค่าตัวนักเตะตามที่ บาเยิร์น มิวนิก ตั้งเอาไว้ที่ 23 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 950 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าด้วยอายุเข้าใกล้ 30 (29ปี) อีกทั้งสัญญาเหลืออีกแค่ปีเดียว พวกเขาจึงมองว่าเงินจำนวนนี้สูงเกินไป

    นอกจากนี้ ทาง เดลี่ เมล์ สื่อดังจากแดนผู้ดี ระบุว่า อาร์เซน่อล ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ให้ความสนใจตัว ติอาโก้ เช่นเดียวกัน แต่ทาง ‘เดอะ กันเนอร์ส’ ยังหวังให้ ‘เสือใต้’ ยอมลดค่าตัวลงมาอีก ซึ่งทางสโมสรเองก็พยายามที่จะปล่อยตัว ลูกัส ตอร์เรยร่า และ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ออกจากทีมในซัมเมอร์นี้

    สำหรับ ติอาโก้ มีคิวลงช่วย บาเยิร์น มิวนิก ทำศึกชิงดำ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในคืนวันอาทิตย์นี้ โดยจะพบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งหลังจากจบเกมนี้ ความคืบหน้าเรื่องย้ายทีมจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ฮีโร่ของบาเยิร์น!ชมลีลาเด็ดโกมันที่ทำไว้กับเสือใต้

กลายเป็นหนึ่งในฮีโร่ของ บาเยิร์น มิวนิค สำหรับ คิงส์ลี่ย์ โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศส หลังจากเขาเป็นคนทำประตูชัยช่วยให่ทีมเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ทว่าในช่วงก่อนหน้านี้ โกมัน ก็เคยทำผลงานที่โดดเด่นกับ บาเยิร์น มาแล้วไม่น้อยเหมือนกัน เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นคงเส้นคงวาเท่าไหร่ และวันนี้เราก็มีคลิปลีลาเด็ดๆ ของเขามาให้ได้ชมกัน

3เหตุผลลิเวอร์พูลต้องดึงติอาโก้มาร่วมทีมให้ได้

ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว! เปิด 3 เหตุผลทำไม ลิเวอร์พูล ถึงควรต้องเดินหน้าคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้ได้
     บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมัน ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ บุนเดสลีกา อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการขอซื้อตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิค มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    ในเวลานี้ กองกลางสแปนิช วัย 29 ปี เหลือสัญญากับ "เสือใต้" อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และได้แจ้งความประสงค์ต่อต้นสังกัดแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายทีม เพราะอยากเจอกับความท้าทายใหม่ๆ

    ด้าน โมฮาเหม็ด บูฮาฟซี่ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ อาร์เอ็มซี สปอร์ต สื่อฝรั่งเศส รายงานว่า ติอาโก้ ตกลงสัญญา 4 ปี กับ "หงส์แดง" เป็นที่เรียบร้อย และยังมาหาบ้านในแถบเมอร์ซี่ไซด์ รวมทั้งบอกลาเพื่อนร่วมสังกัดแล้วด้วย

    ขณะที่ "เสือใต้" ตั้งค่าตัวของ ติอาโก้ ไว้ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) และนี่คือ 3 เหตุผลที่ว่า ทำไม ลิเวอร์พูล ควรจะต้องเดินหน้าคว้านักเตะรายนี้มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้จงได้

    1. ต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอด เพราะการป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์

    ในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษนั้น เขาไม่เคยหยุดเสริมทัพ โดยจะต้องดึงซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีมทุกปี แม้ก่อนหน้านั้นทีมจะคว้าแชมป์ก็ตาม

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรก และเชื่อว่า ในฤดูกาลหน้าจะต้องเจองานหนักแน่ เพราะการป้องกันแชมป์จะยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์เสียอีก

    ในเวลานี้ "หงส์แดง" เพิ่งได้ คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ เข้ามาเสริมทัพแค่คนเดียวเท่านั้น และยังไม่ใช่ประเภทบิ๊กเนม ดังนั้นพวกเขาควรจะดึงนักเตะมาเสริมอีก

    ติอาโก้ เป็นกองกลางที่มีเทคนิคดี และผ่านบอลได้เยี่ยม ทำให้จะเข้ามาช่วยเพิ่มมิติการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล มากขึ้น และพร้อมหมุนเวียนสลับลงเล่นหลังทีมมีโปรแกรมหลายรายการในซีซั่นหน้า

    2. สถานการณ์ ไวจ์นัลดุม ไม่แน่นอน

    จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางชาวดัตช์ เหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และการเจรจาระหว่างนักเตะกับสโมสรก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

    ไวจ์นัลดุม กลายเป็นกำลังหลักของทีมหลังย้ายมาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2016 ดังนั้นถ้า "หงส์แดง" เสียเขาไปก็จะทำให้ทีมอ่อนลงไปแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม หาก ลิเวอร์พูล ดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมไว้ก่อนก็จะช่วยทำให้แดนกลางไม่ยวบหากสุดท้ายต้องเสีย ไวจ์นัลดุม ไปจริงๆ

    3. ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

    บิลด์ สื่อเมืองเบียร์ รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ไปร่วมทัพ ขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็มองๆ อยู่เหมือนกัน

    ติอาโก้ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" หลังทั้งคู่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ที่ บาร์เซโลน่า จนมาถึง บาเยิร์น ทำให้ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ เอาจริงก็คงคุยกันไม่ยาก  

    หากปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ ติอาโก้ ไป อาจส่งผลร้ายต่อการป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล เพราะขุมกำลังของ "เรือใบสีฟ้า" จะแข็งแกร่งขึ้น และซีซั่นหน้า เป็ป คงหวังกลับมาล้างแค้นเต็มที่

    ดังนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะไปดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมให้ได้ เพราะจะทำให้ทีมแกร่งขึ้น และตัดกำลังคู่แข่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน เรียกว่า  ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยทีเดียว

พี่เสือทริปเปิ้ลแชมป์! “โกมัน” ฮีโร่บาเยิร์นทุบเปแอสเช ผงาดจ้าวยุโรปสมัยที่ 6

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ผงาดครองแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จ หลังเบียดชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 จากประตูชัยของ คิงสลี่ย์ โกมัน ซิวทริปเปิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้และครองถ้วยหูกางเป็นสมัยที่ 6 ของสโมสร ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ทางด้าน ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    3 นาทีผ่านเป็น "เสือใต้" ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกทางซ้ายของ โยชัว คิมมิช ปั่นด้วยขวาโค้งเข้าเขตโทษแต่บอลลึกไปตกใส่หัว เลอันโดร ปาเรเดส โขกทิ้งออกมาได้

    นาทีที่ 10 เปแอสเช ตอบโต้บ้างเป็นลูกสูตรฟรีคิก เนย์มาร์ หยอดลึกมาเสาไกลเกือบถึง อันเดร์ เอร์เรร่า แต่ต้องชม อัลฟอนโซ่ เดวิส สอดมาโหม่งเคลียร์ทิ้งหวุดหวิด

    อีก 3 นาทีต่อมา เปแอสเช ได้เสียวอีกครั้งเป็นจังหวะวางยาวให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หลุดเข้าเขตโทษก่อนไขว้จ่ายต่อให้ ฆวน เบร์นาต สอดมาเก็บบอลแต่เปิดไปติดบล็อคโชคดีเด้งมาเข้าทาง เอ็มบั๊ปเป้ อัดเต็มแรงไปติดตัว เลออน โกเร็ทซ์ก้า

    นาทีที่ 18 เปแอสเช พลาดโอกาสทอง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งซ้ายก่อนจ่ายต่อให้ เนย์มาร์ หลุดเข้าไปตวัดด้วยซ้ายติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ เด้งมาเข้าเท้า เนย์มาร์ พยายามจ่ายเข้าในแต่ นอยเออร์ โชว์เหนือใช้ขาบล็อคไว้ได้

    ต่อมาอีก 4 นาที "เสือใต้" แลกหมัดบ้างเป็น อัลฟอนโซ่ เดวิส เติมมาครอสเข้าเขตโทษบอลแรงเลย โธมัส มุลเลอร์ มาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หมุนตัวอัดด้วยขวาไปติดปลายมือ เกย์ลอร์ นาวาส เปลี่ยนทางไปชนเสา

    นาทีต่อมา เนย์มาร์ ไม่ยอมน้อยหน้าใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลแหวกมาเกือบครึ่งสนามก่อนป้ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำชิ่งกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดไปซัดด้วยขวาข้ามคานนิดเดียว

    ครึ่งทางผ่าน  บาเยิร์น มิวนิค ต้องมาเสีย เยโรม บัวเต็ง แนวรับคนสำคัญมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยน นิคลาส ซูเล่ ลงสนามแทน

    เกมสนุกแลกกันตลอด นาทีที่ 28 เปแอสเช เริ่มเครื่องติด เนย์มาร์ เปิดฟรีคิกทางมุมฝั่งขวาบอลไปติดแนวรับ "เสือใต้" มาเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรร่า ตะบันหน้าหัวกะโหลกบอลพุ่งแรงตรงกรอบแต่ไปติด เลออน โกเร็ทซ์ก้า เปลี่ยนทางออกหลังไป

    3 นาทีต่อมา โธมัส มุลเลอร์ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งขวาก่อนครอสเข้าในไปแฉลบหัว เพรสเนล คิมเพมเบ้ เลยมาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทิ้งตัวโขกเต็มหัวโชคไม่ดีไปตรงตัว เกย์ลอร์ นาวาส ผวาปัดเอาไว้ได้

    ช่วงท้ายนาที 44 เปแอสเช พลาดโอกาสขึ้นนำเหลือเชื่อ ดาวิด อลาบา จ่ายบอลหน้าประตูตัวเองไม่ดีไปเข้าทาง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ทำชิ่งเร็วให้ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดเข้าไปหักย้อนให้ เอ็มบั๊ปเป้ ยิงโล่งๆระยะ 5 หลาไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์

    พอทำไม่ได้เกือบเสีย นาทีที่ 45+1 คิงสลี่ย์ โกมัน แหวกเข้ากรอบเขตโทษก่อนโดน ธีโล่ เคห์เรอร์ ตามมาเหนี่ยวล้มลงไปโชคดี ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ ไม่ตัดสินให้เป็นจุดโทษ

    หมดครึ่งเวลาแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0 บาเยิร์น มิวนิค 0

    แต่แล้วนาทีที่ 59 "เสือใต้" มาได้ประตูขึ้นนำเป็นบอลทางฝั่งขวาของ แซร์จ นาบรี้ สอดมาสุดเส้นหักเข้าในไปติดบล็อคไหลมาเข้าทาง โยชัว คิมมิช ตักหยอดไปเสาไกลข้ามหัว  ธีโล่ เคห์เรอร์ มาถึง คิงสลี่ย์ โกมัน โขกย้อนทาง เกย์ลอร์ นาวาส ตุงตาข่ายสุดสวย

    ต่อมานาทีที่ 66 เปแอสเช ต้องเดินหน้าลุย อังเคล ดิ มาเรีย เก็บบอลทางฝั่งขวาก่อนครอสเข้าในให้  คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ โฉบตัดหน้า นิคลาส ซูเล่ แต่ไม่ถึงบอลเลยไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์

    3 นาทีต่อมาเป็นจังหวะเล่นเร็วของ มาร์โก แวร์รัตติ เปิดยาวให้ อังเคล ดิ มาเรีย หลุดขึ้นมาตวัดลอดขา ดาวิด อลาบา และเป็น มาร์กินญอส สอดมาซัดด้วยขวาไปติดเท้า มานูเอล นอยเออร์ เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    20 นาทีสุดท้ายเกมเป็นของ "เสือใต้" ครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวแต่ไม่มีจังหวะปิดกล่อง ส่วนทาง เปแอสเช เมาหมัดขาดความเฉียบคมและต้องชม มานูเอล นอยเออร์ เหนียวหนึบเหลือเกิน

    ช่วงทดเจ็บ เปแอสเช มาได้ลุ้นส่งท้ายจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ เนย์มาร์ สอดมาป้ายเข้าในแต่ เอริค ชูโป-โมติง เข้าไม่ถึงปล่อยบอลเลยออกหลังไป

    หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0 บาเยิร์น มิวนิค 1 ลูกทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ผงาดครองแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 6 และซิว "ทริปเปิ้ลแชมป์" ในซีซั่นนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต (เลย์แว็ง คูร์ซาว่า น.80) – อันเดร์ เอร์เรร่า (ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ น.72), มาร์กินญอส, เลอันโดร ปาเรเดส (มาร์โก แวร์รัตติ น.65) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอริค ชูโป-โมติง น.80), เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.25), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.86) – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.68), โธมัส มุลเลอร์, คิงสลี่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.68) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

ชัดเลย! บิ๊กบาร์เซโลน่าตอบแล้วเรื่อง เนย์มาร์ รีเทิร์น

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า ออกมาเคลียร์ชัดๆ อีกรอบ เกี่ยวกับเรื่องล่าตัว เนย์มาร์ กลับสู่ถิ่น คัมป์ นู พร้อมระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีจุดยืนชัดเจนกับดาวยิงเลือดแซมบ้า

     โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนยันอีกครั้งว่า มันเป็นไปไม่ได้กับการคว้าตัว เนย์มาร์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิเลียน กลับมาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ช่วงซัมเมอร์นี้

     เนย์มาร์ ย้ายจาก บาร์ซ่า ไปร่วนก๊วน เปแอสเช ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 222 ล้านยูโร (ประมาณ 8,214 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ซึ่งถึงแม้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับยอดทีมแห่งกรุงปารีส แต่เจ้าตัวก็มีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องรีเทิร์นถิ่น คัมป์ นู มาตลอด

     อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์โตเมว เคลียร์ชัดแล้วว่า ซัมเมอร์นี้ บาร์ซ่า จะไม่ออกล่าตัว เนย์มาร์ แน่นอน ขณะที่ เปแอสเช ก็ไม่มีแผนที่จะขาย ดาวยิงทีมชาติบราซิลวัย 28 ปี ด้วย

         "การจะออกล่าตัวนักเตะที่สโมสรเขาไม่อยากจะขายนั้น มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราเคยพยายามในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้เราเจอปัญหาจากเรื่องไวรัสระบาด ขณะที่สโมสรของเขาก็ไม่ได้ใส่ชื่อเขาในตลาดด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพราะบรรดาสโมสรใหญ่ต่างก็อยากจะเก็บนักเตะเก่งๆ ไว้กับทีม" บอสใหญ่ บาร์ซ่า กล่าว

     ทั้งนี้ เนย์มาร์ ลงเล่นให้ เปแอสเช ไปแล้วทั้งสิ้น 84 นัด ทำได้ 70 ประตู

                                               เนย์มาร์ ย้ายมาร่วมทัพ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013

“ดิมาเรีย” สุดแฮปปี้เปแอสเชชิงชปล.หนแรก

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจอมพลิ้ว ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รับแฮปปี้สุดๆ หลังช่วยสโมสรลิ่วเข้าสู่รอบชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรก ลั่นทุกคนในทีมพร้อมทำความฝันให้เป็นจริง

    อังเคล ดิ มาเรีย ปีกคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอมรับว่า ตนและบรรดาเพื่อนร่วมทีมต่างมีความสุขเป็นอย่างมาก ที่ช่วยสโมสรทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เกมนี้ ดิ มาเรีย คว้ารางวัล "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" หลังทำ 1 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ซึ่ง เปแอสเช มีคิวลงเตะเกมรอบชิงฯ วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ โดยรอพบกับผู้ชนะของคู่ระหว่าง โอลิมปิก ลียง กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่จะเตะกันในค่ำคืนวันนี้

       
        "เรามีความสุขมากๆ เพราะนี่คือครั้งแรกของสโมสรเลยที่เข้าชิง เราทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งเกม และก็เล่นกันได้ดี เราต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร เราทำได้สำเร็จในคืนนี้ ซึ่งเราก็ต้องทำให้ได้แบบนี้อีก เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง"

        "หลังจากนี้ไปจนกว่าจะถึงรอบชิงฯ เราคงนอนไม่หลับ เราแสดงให้เห็นแล้วว่า เราคู่ควรจริงๆ กับการมาถึงจุดนี้ มันไม่สำคัญหรอกว่า เราจะเจอกับ บาเยิร์น หรือ ลียง เพราะยังไงเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด" อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เปิดใจหลังเกม

สื่อระบุซิลวาเลือกซบทีมดังเซเรียอา

คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ระบุ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตกลงซบ ฟิออเรนติน่า แล้ว แม้ว่า เชลซี จะแอบเหล่เขาอยู่ก็ตาม โดยเจ้าตัวเริ่มหาซื้อบ้านในเมืองฟลอเรนซ์แล้วด้วย

ติอาโก้ ซิลวา กองหลังประสบการณ์สูงของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส บรรลุข้อตกลงที่จะย้ายไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า แบบไร้ค่าตัวแล้ว ตามรายงานของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศอิตาลี

ซิลวา จะบอกลา ปารีสฯ หลังจบศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศกับ บาเยิร์น มิวนิค ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ เนื่องจาก "เปแอสเช" ตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับเขา ซึ่งที่จริงก่อนหน้านี้ เชลซี ถูกยกให้เป็นทีมที่มีโอกาสได้แข้งวัย 35 ปีมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต แฉว่าตอนนี้ ซิลวา ตอบตกลงที่จะไปซบ ฟิออเรนติน่า แล้ว โดยเขาจะได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) แถมสื่อเจ้าเดิมเสริมว่าเขาถึงขั้นเริ่มหาซื้อบ้านภายในเมืองฟลอเรนซ์แล้วด้วย

ถ้าหาก ซิลวา ย้ายไปซบ ฟิออเรนติน่า จริงๆ มันก็จะทำให้เขาได้กลับไปค้าแข้งในประเทศอิตาลีอีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวเคยย้ายจาก ฟลูมิเนนเซ่ ไปอยู่กับ เอซี มิลาน ในปี 2009 และสร้างชื่อได้เป็นอย่างดีจน ปารีสฯ คว้าตัวไปร่วมทัพเมื่อปี 2012 โดยมันจะถือว่าเขาได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าตอนอยู่กับ "เปแอสเช" เยอะมากๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมาเขาได้เงินจาก ปารีสฯ รวมแล้วสัปดาห์ละราว 325,000 ปอนด์ (ประมาณ 13 ล้านบาท)