คนที่สอง!เมสซี่ฟันรายได้ตลอดชีวิตเกิน1พันล้านฯ

ฟอร์บส์ สื่อด้านการเงินชื่อก้อง ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอก บาร์เซโลน่า ฟันรายได้ตลอดอาชีพการเล่นทะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้เขาเป็นนักเตะคนที่สองต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำเงินได้เยอะขนาดนั้น

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน สามารถทำรายได้ก่อนหักภาษีรวมตลอดอาชีพการเล่นได้เกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 31,000 ล้านบาท) แล้ว ตามรายงานของ ฟอร์บส์ สื่อด้านการเงินชื่อดัง

เมสซี่ ทำเงินได้มากมายตลอดอาชีพการเล่น โดยถ้านับเฉพาะในปี 2020 เขาก็ฟันรายได้ไปรวมแล้ว 126 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,906 ล้านบาท) แบ่งเป็นรายได้จากค่าเหนื่อยที่รับกับ บาร์เซโลน่า 92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,852 ล้านบาท) และรายได้จากสปอนเซอร์ต่างๆ 34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,054 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ถือเป็นนักฟุตบอลคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้ตลอดอาชีพการเล่นได้ทะลุหลัก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วย โดยคนแรกคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส นอกจากนี้ การทำรายได้ไป 126 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปีนี้ยังทำให้ เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลที่มีรายได้สูงที่สุดในปี 2020 ด้วย ซึ่งอันดับสองก็คือ โรนัลโด้ ที่ภายในปีนี้ทำรายได้ไป 117 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,627 ล้านบาท) แบ่งเป็นค่าเหนื่อย 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,170 ล้านบาท) กับรายได้ด้านสปอนเซอร์ 47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,457 ล้านบาท)

สำหรับนักฟุตบอลที่ทำรายได้ประจำปี 2020 ได้เยอะที่สุดเป็นอันดับ 3 คือ เนย์มาร์ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ทำไป 96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,976 ล้านบาท) ส่วน คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เพื่อนร่วมทีมของ เนย์มาร์ อยู่ที่ 4 ด้วยรายได้ 42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,302 ล้านบาท) โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีก ลิเวอร์พูล ตามมาเป็นที่ 5 จากการทำรายได้ไป 37 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,147 ล้านบาท)

เผยมี1ทีมยื่นซื้อโอบาเมยองก่อนต่อสัญญาอาร์เซน่อล

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงของอังกฤษ ตีข่าว ก่อนหน้าที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบเามยอง จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล นั้น บาร์เซโลน่า เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วย ส่วน อินเตอร์ ก็แอบเหล่ดาวเตะชาวกาบองเช่นกัน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าคนดังของ อาร์เซน่อล ในช่วงก่อนที่เขาจะต่อสัญญากับ "ไอ้ปืนใหญ่" ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

โอบาเมยอง เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก หลังจากตอนแรกเขาจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลงฉบับใหม่ได้สักที โดยช่วงนั้นเขาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ก่อนที่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าดาวเตะชาวกาบองเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอบาเมยอง คือเป้าหมายที่บอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า อยากได้มากกว่า เมมฟิส เดอปาย นักเตะที่เป็นเป้าหมายของ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่า โอบาเมยอง ตกลงที่จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล แล้วนั้น พวกเขาก็หันไปไล่ล่า เดอปาย อย่างเต็มที่แทน โดย สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า อินเตอร์ มิลาน ก็ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีเช่นกัน แต่ไม่ได้ยื่นซื้อเขาแบบเป็นรูปธรรม

ไม่แพ้มา20เกม!เปแอสเชกับการเฮต่อเนื่องในเลอคลาสสิก (มีคลิป)

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้จะมีเกมใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส นั่นคือเกมที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเปิดรัง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เจอกับ โอลิมปิก มาร์กเซย โดยที่มันมีชื่อเล่นว่า "เลอ คลาสสิก"

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พักหลัง "เปแอสเช" ทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพหลายรายทำให้พวกเขาไม่แพ้เกม เลอ คลาสสิก มาตั้งแต่ปี 2012 หรือถ้านับเป็นจำนวนนัดก็อยู่ที่ 20 เกมด้วยกัน และคลิปนี้คือตัวอย่างของผลงาน ปารีสฯ ในเกมกับ มาร์กเซย ในช่วงนั้น

ไม่ขอโทษ!เนย์มาร์ลั่นอยากชกหน้าแข้งเหยียดผิว

เนย์มาร์ ดาวเตะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่คิดที่จะขอโทษกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าอยากอัดหน้า อัลบาโร่ กอนซาเลซ ด้วยซ้ำ พร้อมยืนกรานว่าโดนแข้ง มาร์กเซย เหยียดผิวจริงๆ

เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กล่าวว่าที่จริงตนอยากชกหน้า อัลบาโร่ กอนซาเลซ ปราการหลัง โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยซ้ำ หลังจากที่ เนย์มาร์ กล่าวหาว่าอีกฝ่ายเหยียดผิวตนระหว่างเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัด เลอ คลาสสิก ที่ทัพ "เปแอสเช" แพ้ "โอแอ็ม" 0-1 คารัง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

นัดดังกล่าวได้รับการจับตามองจากหลายฝ่ายเพราะมันถือเป็นเกมใหญ่ของลีกแดนน้ำหอม แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมนี้คือเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง โดยที่มีนักเตะโดนไล่ออกจากสนามถึง 5 คน แบ่งเป็น 2 คนของ มาร์กเซย และของ ปารีสฯ 3 ราย

สำหรับ เนย์มาร์ นั้น เป็นหนึ่งในนักเตะของเจ้าถิ่นที่โดนไล่ออก โดยตอนแรกเขาไปตบด้านหลังศีรษะ อัลบาเรซ ที่ตอนนั้นกำลังมีปากเสียงกับ เลอันโดร ปาเรเดส เพื่อนร่วมทีมของ เนย์มาร์ จนทำให้แข้งชาวสแปนิชโมโหสุดๆ และหันมาพูดบางอย่างกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า ด้วยความเดือดดาล ซึ่งดาวเตะทีมชาติบราซิลก็ตวาดกลับไปเช่นกัน

ที่จริงตอนแรกกรรมการไม่เห็นชอตที่ เนย์มาร์ ตบหัวอีกฝ่าย แต่พอมาเช็กกับกล้องข้างสนามและทีมงานวีเออาร์แล้วนั้นเชิ้ตดำก็ชักใบแดงไล่ เนย์มาร์ ทันที ซึ่งในตอนที่เดินออกจากสนาม เนย์มาร์ ก็ไปบอกกับหนึ่งในทีมงานผู้ตัดสินว่าเขาโดน กอนซาเลซ เหยียดผิวใส่

ทั้งนี้ หลังจากจบเกมไปแล้วนั้น เนย์มาร์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขอโทษอีกฝ่าย โดยกล่าวบน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังว่า "สิ่งเดียวที่ทำให้ผมเสียใจคือการไม่ได้ชกหน้าไอ้เวรตะไลนั่น"

นอกจากนี้ เนย์มาร์ ยังโพสต์เพิ่มด้วยว่าเขาโดน อัลบาเรซ เหยียดผิวจริงๆ "วีเออาร์ จับจังหวะที่ผมแสดง -ความก้าวร้าว- ได้อย่างง่ายดาย เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็อยากจะเห็นภาพที่ไอัคนเหยียดผิวเรียกผมว่า -โมโน ฮิโต้ เดอ ปูต้า" (ภาษาสเปน แปลว่าไอ้ลิงจ๋อหน้าตัวเมีย) เหมือนกัน ผมอยากเห็นชอตนั้น!"

ขณะเดียวกัน ผู้บรรยายเกมการแข่งขันของ เทเลฟุต สื่อชื่อดังของฝรั่งเศสก็บอกเช่นกันว่า กอนซาเลซ เหยียดผิว เนย์มาร์ จริงๆ โดยอ้างว่า กอนซาเลซ ใช้คำว่า "ไอ้ลิงจ๋อโสโครก" อย่างไรก็ตาม กอนซาเลซ โพสต์ทาง ทวิตเตอร์ ว่าไม่ได้เหยียดผิวอีกฝ่ายเลย โดยบอกว่า "มันไม่มีที่ว่างให้กับการเหยียผิว ผมมีอาชีพการค้าแข้งที่ใสสะอาดทุกวันร่วมกับเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนๆ หลายคน บางครั้งคุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะแพ้ และยอมรับมันในสนาม วันนี้เป็นการได้ 3 แต้มที่ยอดเยี่ยม

เอ็มบั๊ปเป้ขอลาเปแอสเช-2ยักษ์พรีเมียร์ฯมีลุ้น

สื่อเมืองผู้ดีตีข่าว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แจ้งกับ เปแอสเช ต้องการลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ ส่งผลให้สองยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก มีลุ้นได้ตัวไปเสริมทัพ

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส บอกกับบอร์ดบริหารสโมสรแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายสังกัดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ตามรายงานจาก เดอะ ไทม์ส สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี ต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ และยกระดับในอาชีพค้าแข้ง โดยหวังที่จะโยกไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลา ลีกา สเปน หลังย้ายจาก โมนาโก มาอยู่กับ เปแอสเช ตั้งแต่ปี 2017

 นอกจากนั้น รายงานยังระบุว่า ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ เอ็มบั๊ปเป้ อยากไปเล่นด้วยคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ "หงส์แดง" เพราะชื่นชอบ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนทีมใน ลา ลีกา ที่มีโอกาสได้ตัวคือ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด

ก่อนหน้านี้ เอ็มบั๊ปเป้ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับ เตเลฟุต สื่อวงการลูกหนังของฝรั่งเศส เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อยากให้ เปแอสเช ทำการเสริมทัพอีกในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อที่จะได้มีลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากซีซั่นก่อนพลาดท่าแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ ไปอย่างน่าเสียดาย

"แน่นอน ผมมีความเชื่อว่าเราจะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ เราต้องมีความเชื่อแบบนั้น เพราะถ้าเราไม่มีความเชื่อมั่นแบบนั้นมันก็จะไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเราเลย ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้ และคุณต้องลืมความผิดหวังไปให้ได้ มีหลายทีมที่แพ้นัดชิงชนะเลิศแต่ก็ได้แชมป์ในฤดูกาลต่อมา"

"เปแอสเช เติบโตขึ้นจากการเล่นนัดชิงชนะเลิศหนนี้ ก่อนหน้านี้เราเคยไปไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ตอนนี้เราทำลายกำแพงที่ว่าได้แล้ว คุณต้องทำการเสริมทัพให้ดี คุณต้องซื้อนักเตะมาร่วมทีม เราหวังว่าจะทำการเสริมทัพได้ดี และสามารถเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการตั้งเป้าที่จะทำให้ดีขึ้นได้" เอ็มบั๊ปเป้ ทิ้งท้าย

แมนยูว่าไง?ปอร์โต้ยอมลดค่าตัวเตลเลส

อา โบล่า สื่อของโปรตุเกส ระบุ ปอร์โต้ ลดค่าหัวของ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือ 18.5 ล้านปอนด์ หลังจากเคยอยากได้เงิน 27.7 ล้านปอนด์ด้วยกัน

เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรดังของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ลดค่าตัวของ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนเหลือ 18.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 758.5 ล้านบาท) ตามรายงานของ อา โบล่า สื่อชื่อดังของแดนฝอยทอง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเรื่องการเสริมทัพในตำแหน่งแบ็กซ้ายหนักพอตัวในช่วงหลัง เพราะว่ากันว่าเขาอยากหาคนมาแย่งตำแหน่งกับ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวจริงคนปัจจุบัน แม้ว่าแล้วฤดูกาลก่อน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งจะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่งก็ตาม

ที่จริงช่วงที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด มีข่าวกับ เซร์คิโอ เรกีล่อน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด อย่างหนัก หลังจากซีซั่นก่อน เรกีล่อน เล่นได้โดดเด่นกับ เซบีย่า จนถึงขั้นได้รับเลือกให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด หันไปหา เตลเลส เป็นตัวเลือกสำรอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าเอเยนต์ของแข้งชาวบราซิเลียนได้เดินทางไปที่สหราชอาณาจักรเพื่อคุยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมกับตัวแทนของ "ปีศาจแดง" เช่นกัน

ทั้งนี้ เดิมที ปอร์โต้ ตั้งค่าหัวของ เตลเลส เอาไว้ที่ 27.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,135.7 ล้านบาท) แต่ล่าสุดก็ยอมลดค่าตัวแล้ว เพราะแข้งวัย 27 ปีเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น และ ปอร์โต้ ก็ไม่อยากเสียเขาไปแบบฟรีๆ อย่างไรก็ตาม นอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น มันก็ยังมีอีกหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับ เตลเลส อย่างเช่น เชลซี, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นต้น

ฉาว!เนย์มาร์1ใน5แข้งใบแดงเกมปารีสปะทะมาร์กเซย (มีคลิป)

เนย์มาร์ หัวหอกแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อ้าวโดนเหยียดผิวขณะกำลังเดินออกจากสนามหลังโดนใบแดงในแมตช์สุดฉาวที่ "เปแอสเช" เปิดบ้านแพ้ โอลิมปิก มาร์กเซย 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้มีใบแดงถึง 5 ใบเป็นฝั่งเจ้าบ้าน 3 ใบและทีมเยือน 2 ใบ

เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกชาวบราซิเลียน ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นหนึ่งในห้านักเตะที่โดนใบแดงไล่ออกในเกมสุดฉาวที่ "เปแอสเช" แพ้ "โอแอม" โอลิมปิก มาร์กเซย 0-1 ศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ มาร์กเซย ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 31  จากฟรีคิกกว่า 40 หลา ดิมิทรี ปาเยต์ เปิดข้ามแนวรับเข้าไปในกรอบเขตโทษ ฟลอริยอง โตแว็ง กัปตันทีมของโอแอมสอดเข้ามายิงด้วยซ้ายเสาแรกเข้าไป โดยผู้ตัดสินเช็กสัญญาณจาก "วีเออาร์" เกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าเป็นลูกล้ำหน้าหรือไม่ ก่อนยืนยันให้ประตูแก่ทีมเยือน

หลังจากนั้นเกมก็ออกแนวเข้มข้นและมีการกระทบกระทั่งกันตลอด จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ฉาวในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเปิดฉากตะลุมบอนกันอย่างไม่เกรงใจ จนนำไปสู่การโดนใบเหลืองใบแดงปลิวว่อนเต็มสนาม

เนย์มาร์ ซึ่งโดนแดงโดยตรง หลังถูก วีเออาร์ จับได้ว่าชกที่ด้านหลักศีรษะของ อัลบาโร่ กอนซาเลซ ผู้เล่น มาร์กเซย เดินออกจากสนามพปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ พร้อมเขาบอกกับผู้ตัดสินที่ 4 ว่าตนตกเป็นเป้าการเหยียดสีผิว ขณะที่อันเดร วิลลาช-โบอาช เทรนเนอร์ไฟแรงชาวโปรตุกีส เผยว่าตนไม่ขอยืนยันเกี่ยวกับสิ่งที่ สตาร์ลูกหนังเลือดแซมบ้า กล่าวอ้าง "การเหยียดผิวไม่เป็นที่ยอมรับในวงการฟุตบอล"

ขณะที่ ฟลอริยอง โตแว็ง ปีกกัปตันทีมมาร์กเซย ไม่พอใจอย่างมากกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ "มีเด็กๆ เยอะมากที่ชมเกมในคืนนี้ เราทุกคนต้องเป็นตัวอย่าง" ด้าน เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬา แซงต์-แชร์กแมง ออกโรงตำหนิผู้ตัดสินในเกมนี้ว่า "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแมตช์แบบนี้ถึงใช้ผู้ตัดสินคนนี้ (เฌโรม บรีซาร์) เขาไม่มีประสบการณ์ แค่เคยตัดสินเกมยูโรปา ลีก แมตช์เดียว"

ตัวเลือกเดียว!เผยเอ็มบั๊ปเป้กระสันซบทีมไหนช่วงซัมเมอร์หน้า

โจเซป เปเดรโรล นักข่าวชาวสแปนิชของ เอล ชิรินกีโต้ สื่อของสเปน อ้างว่า คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แจ้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่าทีมเดียวที่อยากย้ายไปอยู่ด้วยในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าคือ เรอัล มาดริด โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะใฝ่ฝันที่จะเล่นให้ "ราชันชุดขาว" มากๆ
    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการ ลีก เอิง ฝรั่งเศส แจ้งกับต้นสังกัดว่า เรอัล มาดริด คือทีมเดียวที่เขาอยากย้ายไปเล่นให้ในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ตามการอ้างอิงของ โจเซป เปเดรโรล นักข่าวชาวสแปนิชของ เอล ชิรินกีโต้ สื่อของประเทศสเปน

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดของวงการฟุตบอลในยุคปัจจุบัน หลังจากที่เขาสามารถทำประตูให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมบ่อยๆ และไม่นานมานี้ก็ถึงขั้นมีข่าวลือว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสบอกกับ ปารีสฯ ไปแล้วว่าต้องการย้ายทีมพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

    ทั้งนี้ ทีมที่มีข่าวกับ เอ็มบั๊ปเป้ มีทั้ง มาดริด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น แต่ เปเดรโรล อ้างว่าดาวเตะวัย 21 ปีเปิดใจกับ ปารีสฯ เองว่าเขาต้องการไปเล่นให้ "ราชันชุดขาว" เท่านั้น เพราะเขามีความใฝ่ฝันที่จะได้เล่นให้ มาดริด มานานแล้ว และเชื่อว่าการย้ายไปอยู่กับที่นั่นจะทำให้ตัวเองมีโอกาสได้รางวัล บัลลง ดอร์ มากขึ้น

    นอกจากนี้ การที่ปัจจุบัน มาดริด มี ซีเนดีน ซีดาน ตำนานกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเป็นคนคุมทีม รวมถึงมีนักเตะชาวฝรั่งเศสอยู่ในทีมหลายคนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอ็มบั๊ปเป้ อยากย้ายไปอยู่กับที่นั่นเช่นกัน โดยที่ เอ็มบั๊ปเป้ ชื่นชอบ ซีดาน เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ซึ่งพอจบฤดูกาล 2020-21 แล้วนั้น ปารีสฯ ก็อาจจะจำเป็นต้องขายเขา เพราะอดีตแข้ง อาแอส โมนาโก เหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 เท่านั้น และตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสัญญากันเลย

 

เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น

วิกฤติแล้ว!ปารีสพบแข้งติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก3คน

 

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เจอวิกฤติหนักเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากการตรวจล่าสุดพบว่ามีพ่อค้าแข้งติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รายทำให้ตอนนี้ยอดสะสมนักเตะภายในทีมติดไวรัสมรณะไปแล้วถึง 6 รายเลยทีเดียว

ปารีส แซงต์-แชร์แมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส แถลงการณ์ยืนยันว่ามีนักเตะทัพ "เปแอสเช" อีก 3 รายมีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้พวกเขามีนักเตะที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวจากโรคนี้รวมเบ็ดเสร็จ 6 รายเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ แซงต์-แชร์กแมง มีนักเตะติดเชื้อไวรัสมรณะ 3 รายได้แก่ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล, อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา และ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางเลือดฟ้า-ขาว โดยทั้ง 3 คน ต่างเพิ่งกลับมาจากการไปพักร้อนในเกาะอิบิซ่า ประเทศสเปน

ล่าสุด "เปแอสเช" ยังคงต้องพบกับวิกฤติเพิ่มขึ้นเมื่อมีการยืนยันว่านักเตะของพวกเขาอีก 3 รายถูกตรวจพบว่าติดเชื้อร้ายด้วย โดยแถลงการณ์ของรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นล่าสุด ระบุว่า "จากการตรวจหาเชื้อโควิดครั้งล่าสุดของเจ้าหน้าที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยืนยันว่า มีอีก 3 รายที่มีผลการตรวจเป็นบวก"

แม้ว่า แซงต์-แชร์กแมง จะได้ได้ระบุว่านักเตะที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นใคร แต่ เลกิ๊ป สื่อดังในดินแดนน้ำหอม รายงานว่าทั้ง 3 คนได้แก่ มาร์กินญอส กองหลังเลือดแซมบ้า, เมาโร่ อิการ์ดี้ หัวหอกอาร์เจนไตน์ และ เคย์เลอร์ นาบาส นายทวารมากประสบการณ์ชาวคอสตาริกา