“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

ลิเวอร์พูลมีเซ็ง!ฟลิคเผยอนาคตติอาโก้-เปริซิช

แฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องไปฟัง ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เปิดใจ ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ดาวิด อลาบา และ อิวาน เปริซิช ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองอยู่หรือไม่ก่อนจะเปิดซีซั่นใหม่

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ดาวิด อลาบา ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองก่อนเปิดฤดูกาล 2020/21 แต่จะปล่อย อิวาน เปริซิช กลับ อินเตอร์ มิลาน หลังหมดสัญญายืมตัว

ติอาโก้ มีข่าวจะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้ และ ฟลิค ก็เคยยอมรับว่า นักเตะคงสวมชุด "เสือใต้" เป็นครั้งสุดท้ายไปแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน อลาบา ก็มีข่าวอาจลาทีมเหมือนกัน หลัง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ฟลิค เผยในงานโชว์ถ้วย 3 แชมป์เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า "สถานการณ์ไม่ง่าย ตราบเท่าที่พวกเขา (ติอาโก้, อลาบา) ยังอยู่ในทีมของเรา ผมก็มีแผนใช้งานพวกเขาทั้งคู่"

ส่วนในรายของ เปริซิช ปีกโครแอต นั้น ฟลิค ยืนยัน "เสือใต้" จะส่งตัวกลับ "งูใหญ่" เช่นเดียวกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ที่กลับ บาร์เซโลน่า และ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็กขวาสแปนิช ที่กลับ เรอัล มาดริด พร้อมเสริมว่า "พวกเรากำลังทำงานเพื่อหานักเตะที่มีคุณภาพมาทดแทนในตำแหน่งเหล่านั้น"

มีแค่เบลที่ย้าย!เผยสาเหตุอัลลี่อดซบมาดริด

อาส สื่อของสเปน ตีข่าว หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ เรอัล มาดริด เปลี่ยนใจไม่เอา เดเล่ อัลลี่ มาเป็นส่วนหนึ่งในดีลการปล่อย แกเร็ธ เบล ไปอยู่กับ สเปอร์ส แบบยืมตัว เป็นเพราะ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมคัดค้านกับเรื่องนี้เอง หลังจากยังแค้นฝังหุ่นกับคำให้สัมภาษณ์ในอดีตของ อัลลี่
    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน คัดค้านการที่สโมสรจะเอา เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเป็นส่วนหนึ่งในดีลการปล่อย แกเร็ธ เบล ไปอยู่กับ "ไก่เดือยทอง" ด้วยสัญญายืมตัว จนทำให้ อัลลี่ จะอดมาเล่นให้ "ราชันชุดขาว" ตามรายงานของ อาส สื่อชื่อดังของแดนกระทิงดุ

    ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าหนึ่งในเงื่อนไขที่ มาดริด ต้องการเพื่อแลกกับการปล่อย เบล ไปอยู่กับ สเปอร์ส ก็คือให้อีกฝ่ายยอมส่ง อัลลี่ มาให้พวกเขาใช้งานด้วยสัญญาเช่าเหมือนกัน ซึ่งตอนแรกมันก็ทำท่าว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเป็นที่เชื่อกันว่า อัลลี่ กำลังมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสในระดับหนึ่ง แถมเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 ที่ สเปอร์ส บุกไปชนะ โลโคโมทีฟ พลอฟดิฟ 2-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมานั้น อัลลี่ ก็ไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำ

    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ซีดาน จะยังสนับสนุนให้บอร์ดบริหารของทีมปล่อย เบล ไปอยู่กับ สเปอร์ส ด้วยสัญญาเช่า แต่เขาก็ไม่อยากได้ อัลลี่ มาร่วมทัพจนทำให้สุดท้ายจะมีเพียง เบล ที่ได้ย้ายทีม ซึ่งสาเหตุที่ ซีดาน คัดค้านกับเรื่องนั้นแบบหัวชนฝาเป็นเพราะไม่พอใจที่ดาวเตะชาวอังกฤษเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองน่าจะทำแฮตทริกได้ด้วยซ้ำในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดที่ สเปอร์ส เอาชนะ มาดริด 3-1 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 หลังจากวันนั้น อัลลี่ ทำได้ 2 ประตู โดยคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้ ซีดาน โมโหมากๆ แถมตำนานมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสก็เชื่อด้วยว่าที่จริง 2 ประตูที่ อัลลี่ ทำได้มันไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย เพราะลูกหนึ่งมันดูเหมือนกับว่าจะเป็นจังหวะล้ำหน้า ส่วนอีกประตูก็มีการแฉลบเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าเรื่องค่าเหนื่อยก็เป็นสิ่งที่ทำให้ มาดริด เปลี่ยนใจไม่เอา อัลลี่ มาอยู่กับทีม หลังจากปัจจุบันเขารับค่าเหนื่อยกับ สเปอร์ส อยู่ที่สัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.10 ล้านบาท) โดยที่ มาดริด ต้องการประหยัดเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะรอล่าตัว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ขัดกับรายงานก่อนหน้านี้ที่บอกว่า มาดริด พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยของ อัลลี่ แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

เพราะอะไร?ตอร์เรสเปิดใจสาเหตุที่ต้องอำลาลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกคนดัง เปิดอก สาเหตุที่ทำให้ตนบอกลา ลิเวอร์พูล ก็เพราะช่วงนั้นอยากได้แชมป์มากๆ และ "หงส์แดง" ก็อยู่ในสภาพที่เหมือนกับว่าต้องทำทีมหลายปีกว่าที่จะมีทีมที่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นแชมป์ พร้อมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกก็เพราะตอนนั้นต้องการคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากๆ

ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ลิเวอร์พุล เมื่อปี 2007 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำประตูให้ทีมไป 72 ประตูตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรกกับทีม ส่งผลให้เขาเป็นขวัญใจของ "เดอะ ค็อป" หลายคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 เขาตกเป็นข่าวว่าอยากบอกลา แอนฟิลด์ สุดๆ และในช่วงเดียวกันนั้น จอร์จ ยิลเล็ตต์ กับ ทอม ฮิคส์ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องขายทีมเหมือนกัน หลังจากที่ตอนนั้นพวกเขามีหนี้ก้อนโต

แม้ว่าเขาจะยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010-11 แต่สุดท้ายแล้ว ตอร์เรส ก็ย้ายไปซบ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่นั่น เพราะทำได้เพียง 45 ประตูจากการลงเล่น 172 นัดในทุกรายการ แต่เขาก็ยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" อย่างละ 1 สมัย ต่างกับตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้แชมป์เลย

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต สื่อรายหนึ่งว่า "ที่จริงตอนนั้นผมมีความสุขกับที่ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่ถ้าคุณจำกันได้น่ะตอนนั้นกำลังจะมีการขายสโมสร และพวกเขาก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาขายนักเตะชั้นยอดทุกคน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไป, ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป, ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย แล้วพวกเขาก็เริ่มเอาบรรดานักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่กับทีม นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะที่ผมบอกลา แอตเลติโก ซึ่งเป็นเหมือนบ้านของผมมันก็เพราะผมอยากได้แชมป์"

"น่าเศร้าที่ตอนนั้นเจ้าของทีมในช่วงนั้นของ ลิเวอร์พูล โกหกหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายแล้วผมก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเอง นั่นก็คือการไปอยู่กับ เชลซี พวกเขาเป็นสโมสรที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้ผมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครองแบบเป็นกอบเป็นกำได้"

ตอร์เรส เสริมว่ามันเป็นความผิดของตนเองที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เพราะตนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ แถมยังโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาอีก "มันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมให้เร็วกว่านี้ได้ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี น่ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำผลงานที่คงเส้นคงวาได้ รวมถึงไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ทุกสัปดาห์แล้วล่ะก็ คนอื่นก็จะเข้ามาและแย่งตำแหน่งของคุณไป"

บาร์ซ่าอยากได้-หงส์ไม่อยากเสีย!เจาะผลงานเด่น ไวจ์นัลดุม เกมยุโรปซีซั่นล่าสุด

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ผ่านมานอกเหนือจากข่าวลือกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่ออกมาไม่หยุดแล้วนั้น อนาคตของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็ถูกพูดถึงอย่างหนักเช่นกัน หลังจากที่เขาเหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่ยังไม่มีการต่อสัญญากันเลย ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่า บาร์เซโลน่า วางแผนที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ เพราะ โรนัลด์ คูมัน อยากร่วมงานกับแข้งรายนี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มองว่า ไวจ์นัลดุม เป็นคนที่มีความสำคัญกับทีมอย่างมากคนหนึ่งจนถึงขั้นลงมาคุยกับดาวเตะชาวดัตช์ด้วยตัวเองเลย ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ทีมเปิดศึกเรื่อง ไวจ์นัลดุม อาจจะเป็นเพราะเขาพัฒนาตัวเองได้ดี โดยเฉพาะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ฤดูกาลก่อนเขาทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่น 2018-19 แม้ว่าซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล จะไปถึงเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม ซึ่งเรามีตัวเลขเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาให้ได้ดูกัน

คล็อปป์ตอบเรื่องเสริมทัพ-แอบพาดพิง2ทีมคู่แข่ง

หลังจากมีบางส่วนกังวลกับการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ทำการเสริมทัพมากเท่าไหร่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ตอบว่า "หงส์แดง" ไม่สามารถเทเงินก้อนโตไปกับการซื้อนักเตะได้ เพราะแนวทางของทีมไม่ใช่แบบนั้น รวมถึงยังพาดพิง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี นิดหน่อย พร้อมบอกว่าการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทัพมันไม่ได้แปลว่าคนเหล่านั้นจะเล่นได้ดีในทันที เพราะมันต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นปรับตัวเข้ากับทีมได้ด้วย
   

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตอนนี้ทีมของตนไม่สามารถทุ่มเงินเสริมทัพได้เหมือนกับหลายทีม เพราะ "หงส์แดง" กำหนดแนวทางการทำทีมเอาไว้แล้ว และแนวทางที่ว่าก็ช่วยให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แถมยังพาดพิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี 2 ทีมร่วมลีกนิดๆ ด้วยว่าให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล

จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้นักเตะแบบที่พร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพเพียงคนเดียว นั่นคือ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายชาวกรีซ ซึ่งก็เป็นเพียงการดึงมาให้เป็นอะไหล่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เท่านั้น โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมาทีมของ คล็อปป์ มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหนักเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดดีลได้เลยจนทำให้ "เดอะ ค็อป" บางส่วนกังวลไม่น้อย เพราะพวกเขามองว่าทีมรักควรจะต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอดเพื่อเป็นการสานต่อผลงานในช่วงนี้

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ บีบีซี สื่อชื่อดังว่า "ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายต่อหลายอย่าง (อย่างเช่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สำหรับบางสโมสรแล้วมันดูเหมือนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่าเรา บางสโมสรมีประเทศเป็นเจ้าของทีม (สื่อถึง แมนฯ ซิตี้ ที่มี ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่นำโดยบริษัทของ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน สมาชิกในราชวงศ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าของทีม) บางสโมสรมีผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของทีม (คล็อปป์ ใช้คำว่า oligarch ซึ่งเป็นคำที่บางครั้งคนใช้พาดพิงถึง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี) นั่นเป็นเรื่องจริง แต่เราน่ะเป็นสโมสรที่ต่างออกไป"

"2 ปีก่อนเราไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ส่วนปีก่อนก็ได้แชมป์รายการนั้น และฤดูกาลล่าสุดเราก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เราทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยการเป็นสโมสรอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำอย่างนั้นได้ด้วยการเดินตามแนวทางที่เราได้รับการชี้นำ"

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางในชั่วข้ามคืนแล้วบอกว่า -ตอนนี้เราอยากทำเรื่องต่างๆ ให้เหมือน เชลซี ตอนนี้เราอยากทำเหมือนกับพวกเขา- ได้หรอก ตอนนี้พวกเขาซื้อนักเตะหลายคนมาร่วมทัพ ซึ่งแน่นอนว่านั่นสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นเข้ากับทีมได้โดยเร็วด้วย เรื่องที่สำคัญน่ะไม่ได้มีแค่การดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหรอกนะ"

"คุณไม่สามารถดึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก 11 คนมาร่วมทีมแล้วหวังว่าในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในสนามซ้อม นั่นอาจจะเป็นข้อได้เปรียบของเรา เพราะเราทำงานด้วยกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามีบางคนที่ไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้น่ะนะ"

ได้โปรด!เรอัลยอมช่วยค่าเหนื่อยทีมที่ซื้อ “เบล”

สื่อเมืองผู้ดี ตีข่าว เรอัล มาดริด กระสันขาย แกเร็ธ เบล ออกจากทีมใจแทบขาดล่าสุดเพิ่มออปชั่นพิเศษยินดีช่วยจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับทีมไหนก็ตามที่ดึง สตาร์ชาวเวลส์ ไปร่วมทีม หลังก่อนหน้านี้ก็เพิ่มประกาศหั่นค่าตัวเหลือแค่ 22 ล้านปอนด์เท่านั้น

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ยินดีไม่มีปัญหาที่จะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้กับสโมสรไหนก็ตามที่ซื้อแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ไปร่วมทีม จากการเปิดเผยของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

เบล กลายเป็นส่วนเกินของ "ราชันชุดขาว" เนื่องจาก ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส ไม่ต้องการเขาอยู่ในแผนการสร้างทีมอีกต่อไป โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานักเตะแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ที่สำคัญเขาได้ลงเล่นแค่ 2 แมตช์นับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งใหม่ แถมยังโดนตัดชื่อออกจากทีมในเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่า เรอัล พร้อมที่จะลดราคาค่าตัว เบล เหลือเพียงแค่ 22 ล้านปอนด์ (ราว 836 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอทาบทามเนื่องจากติดปัญหาที่ค่าเหนื่อยของนักเตะที่ได้รับกับ "โลส บลังโกส" สูงถึง 600,000 ปอนด์ (ราว 22.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า  เรอัล มาดริด ตัดใจเพิ่มออปชั่นพิเศษเข้าไปอีกด้วยการช่วยเหลือเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ส่ง อดีตสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน สามารถตกลงเงื่อนไขกับสโมสรใหม่ได้ซะที

ทั้งนี้ เบล ซึ่งยังเหลือสัญญากับ เรอัล 2 ปี แทบไม่ได้มีส่วนกับทีมเลยโดยเขาได้ลงสนามในเกมลีกแค่ 12 แมตช์เท่านั้นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดมากมายทั้งคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

 

ฟลิคปลื้มบาเยิร์นฟอร์มดุต่อเนื่องหลังกดชาลเก้8ตุง

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค สุดปลื้มกับผลงานลูกทีม หลัง "เสือใต้" เปิดหัวซีซั่นใหม่แบบสุดโหด ด้วยการยำใหญ่ ชาลเก้ 04 8-0 ขณะที่ ลีรอย ซาเน่ พูดถึงต้นสังกัดเก่าได้อย่างน่าสนใจ

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์คนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค กล่าวชื่นชมลูกทีมที่ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และเล่นได้ตามมาตรฐานจากฤดูกาลที่แล้ว หลังจากที่ทัพ "เสือใต้" เปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า ไล่ถล่ม ชาลเก้ 04 แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 8-0 ในเกม บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดเปิดฤดูกาล 2020/21 เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา

 เมื่อปลายเดือนก่อน บาเยิร์น ปิดฉากฤดูกาล 2019/20 อย่างสุดหรู ด้วยการกวาดเรียบทั้งแชมป์ บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถึงแม้ได้พักแข้งเพียงไม่กี่วัน แต่ทัพนักเตะ "เสือใต้" ก็เปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้อย่างดุดันทันที โดยเกมนี้ แซร์จ นาบรี้ กดคนเดียว 3 ตุง ส่วน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โธมัส มุลเลอร์, ลีออน โกเร็ตซ์ก้า, จามัล มูเซียล่า และแข้งใหม่อย่าง ลีรอย ซาเน่ ช่วยทำคนละลูก

"ถือเป็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดมากๆ จากเรา ก่อนเริ่มเกม เราอยากให้เกมนี้เป็นเกมที่ช่วยเราตอกย้ำสถานะของเรา ซึ่งนักเตะของผมทุกคนก็ทำผลงานกันได้ดีมากๆ เราอยากจะแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเราอีกครั้งในฤดูกาลนี้ แต่นี่เพิ่งจะเป็นเกมแรกเท่านั้น ปล่อยให้เราได้เดินไปอย่างช้าๆ แต่แน่นอนว่า มันสำคัญมากๆ ที่เราได้แสดงให้เห็นว่า เรากำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง" ฟลิค กล่าวหลังเกม

ขณะที่ ซาเน่ ยอมรับว่า ตนรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ที่เห็นสังกัดเก่าอย่าง ชาลเก้ แพ้เละเทะประเดิมซีซั่นใหม่ "แน่นอน ผมเคยอยู่กับ ชาลเก้ มานาน ดังนั้นการแพ้แบบนี้ตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล มันเป็นอะไรที่ยากลำบาก ผมอยากจะขอโทษพวกเขาเหมือนกัน"

ทั้งนี้ นอกจากทำ 1 ประตูแล้ว เกมนี้ ซาเน่ ยังมี 2 แอสซิสต์ด้วย

ดราม่า!เซเตียนลั่นสู้คดีกับบอร์ดบาร์ซ่า

กีเก้ เซเตียน ลั่น ตนกับผู้ช่วยจะดำเนินคดีกับบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า หลังจากอีกฝ่ายเพิ่งมาแจ้งเรื่องการปลดพวกตนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่กลับดึง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาคุมทีมแทนตั้งแต่กลางเดือนก่อน

กีเก้ เซเตียน อดีตเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ประกาศว่าตนกับผู้ช่วยอีก 3 คนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ "อาซูลกราน่า" หลังจากเพิ่งได้รับการแจ้งเรื่องการโดนไล่ออกเมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

บาร์เซโลน่า ประกาศผ่านสื่อทุกช่องทางของสโมสรไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เซเตียน กับทีมงานของเขาโดนปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากพาทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ อย่างเช่นการชวดแชมป์ลีกและการแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งในอีก 2 วันหลังจากนั้นยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็แต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามารับงานต่อ และกุนซือชาวดัตช์ก็คุมทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าที่จริงแล้ว บาร์เซโลน่า ยังไม่ได้ดำเนินเอกสารปลด เซเตียน อย่างเป็นทางการเลย รวมถึงยังไม่ได้สะสางเรื่องค่าชดเชยด้วย ทำให้ คูมัน จะยังไม่สามารถคุมทีมลงเล่นเกมแบบเป็นทางการได้จนกว่า บาร์เซโลน่า จะเคลียร์เรื่องต่างๆ ให้เสร็จสิ้นซะก่อน ซึ่งล่าสุด เซเตียน ก็แฉว่าตัวเองกับทีมงานเพิ่งได้รับเอกสารการไล่ออกแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้เขากับทีมงานมองว่า บาร์เซโลน่า อาจจะทำผิดกฎที่เอาคนอื่นมาทำงานแทนทั้งที่ตามสัญญาแล้วมันยังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

แถลงการณ์บนแอคเคาท์ ทวิตเตอร์ ของ เซเตียน ระบุว่า "หลังจากที่มัการเปิดเผยข้อมูลชุดล่าสุดแล้วนั้น พวกเราทุกคนซึ่งประกอบไปด้วย กีเก้ เซเตียน, เอเดร์ ซาราเบีย, ฆอน ปาสกัว และ ฟราน โซโต้ ก็อยากจะขอชี้แจงว่าพวกเราเพิ่งได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ (เรื่องการปลดออกจากตำแหน่ง) เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หลังจากที่บอร์ดบริหารของ เอฟซี บาร์เซโลน่า นิ่งเงียบมาเป็นเวลาราว 1 เดือน โดยเป็นการติดต่อผ่านทางบูโรแฟ็กซ์"

"การติดต่อจากพวกเขาเป็นการเปิดเผยความตั้งใจของบอร์ดบริหารอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ทำตามสัญญาว่าจ้างที่เซ็นกันเมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2020 ในกรณีของผม กีเก้ เซเตียน นั้น สาธารณชนและทุกคนรู้ดีว่าสโมสรกับประธานได้ประกาศปลดผมออกจากตำแหน่งแบบทันทีไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แต่ที่จริงมันเพิ่งมีการส่งเอกสารชี้แจงถึงการปลด (โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชย) มาให้ผมเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หรือก็คือวันที่ 16 กันยายน (1 เดือนหลังจากมีการประกาศเรื่องไล่ออก)"

"ในส่วนของสตาฟฟ์โค้ชคนอื่นๆ นั้น พวกเขาก็เพิ่งได้รับการแจ้งเรื่อง -การปรับเปลี่ยนในอนาคต- ของสโมสรเมื่อวานนี้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องให้ทีมทนายความของเราจัดการกับปัญหาต่างๆ โดยที่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิของเรา และปกป้องข้อตกลงที่เคยทำเอาไว้กับ เอฟซี บาร์เซโลน่า"