ลุ้นเป็นจริง!แฉ “พ่อเมสซี่” บุกอังกฤษเจรจาแมนซิตี้

สองสื่อดังในแดนกระทิงดุ รายงาน ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อเปิดการเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรื่องการย้ายไปเล่นในทัพ "เรือใบสีฟ้า" โดยงานนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะต้องจ่ายค่าตัวของนักเตะให้กับ บาร์เซโลน่า เท่าไหร่

               ฮอร์เก้ บิดาบังเกิดเกล้าของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า จัดการเปิดการเจรจากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกี่ยวกับเรื่องการที่ลูกชายสุดที่รักจะย้ายไปเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม จากการเปิดเผยของ 2 สื่อชั้นนำในประเทศสเปน

               สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ได้แจ้งความจำนงในการขออำลาถิ่นคัมป์ นู เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม หลังจากที่เจ้าตัวอยู่รับใช้สโมสรนี้ตั้งแต่เป็นเด็กปั้น จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่แห่งทัพ "เลือดหมูน้ำเงิน" ในช่วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

               หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตสังกัดใหม่ของ ดาวเตะวัย 33 ปี ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่กุมบังเหียน กลายเป็นทีมเต็งหนึ่งในการคว้านักเตะรายนี้ไปร่วมทีม เพราะสโมสรแห่งนี้มีทั้งสถานะการเงินที่มั่นคง และมีกุนซือที่ เมสซี่ อยากร่วมงานด้วยเสมอ

              ล่าสุดเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงเมื่อ RAC1และ TyC Sports สองสื่อดังในดินแดนกระทิงดุ รายงานว่า ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของนักเตะได้เดินทางไปยัง อังกฤษ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ในการที่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา จะย้ายไปค้าแข้งด้วย

              อย่างไรก็ตามยังไม่มีความแน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้ว่า แมนฯ ซิตี้ ต้องจ่ายเงินให้ บาร์ซ่า เท่าไหร่ โดย เมสซี่ จะหมดสัญญาในปี 2021 และมีเงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล ขณะที่ บาร์เซโลน่า ได้สวนกลับไปว่า เงื่อนไขนี้หมดอายุไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติจะเป็นเวลา 10 วันหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  (30 พ.ค.)

              ขณะที่ทีมกฎหมายของ เมสซี่ สวนกลับไปว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติเนื่องจากเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมลูกหนังต้องขยายระยะเวลาการแข่งขันออกไป โดยนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กระนั้น บาร์ซ่า ยังคงยืนกรานว่า เมสซี่ จะย้ายทีมได้ก็ต้องมีสโมสรกล้าจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ราว 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

โกเซนส์มาแล้ว!เลิฟแบโผ22แข้งทีมชาติเยอรมนีเตะเนชั่นส์ลีก

โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี เปิดโผขุนพล "อินทรีเหล็ก" ที่จะใช้ลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ โรบิน โกเซนส์ ฟูลแบ็กดาวดัง อตาลันต้า มีชื่อติดทัพเป็นครั้งแรก

     โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ประกาศรายชื่อ 22 ผู้เล่น ชุดที่จะใช้ลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020/21 จำนวน 2 นัด ที่มีคิวเปิดบ้านเจอ สเปน วันที่ 3 กันยายน และบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 6 กันยายน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     แข้งดาวดังอย่าง โทนี่ โครส ห้องเครื่อง เรอัล มาดริด, ลีรอย ซาเน่ ปีกตัวใหม่ บาเยิร์น มิวนิค, ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกป้ายแดง เชลซี ต่างมีชื่อติดโผกันอย่างพร้อมหน้

     อย่างไรก็ตาม บรรดาแข้งตัวหลักจากค่าย "เสือใต้" อย่าง มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ นาบรี้ และ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ไม่มีชื่อติดทีม เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พัก หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
     สำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวติดทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นครั้งแรกมี 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย โรบิน โกเซนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง อตาลันต้า, โฟลเรียน นอยเฮาส์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์ นายทวารฝีมือดีจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์

สรุปรายชื่อ 22 ผู้เล่นทีมชาติเยอรมนี

     ผู้รักษาประตู : เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), แบร์นด์ เลโน่ (อาร์เซน่อล / อังกฤษ), โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

     กองหลัง : ธีโล เคห์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โรบิน โกเซนส์ (อตาลันต้า / อิตาลี), มัทธีอัส กินเทอร์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโค่ ชูลซ์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), นิคลาส ซือเล่ (บาเยิร์น มิวนิค), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี / อังกฤษ), โรบิน ค็อค (ไฟร์บวร์ก)

     กองกลาง : โฟลเรียน นอยเฮาส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด / สเปน), ยูเลี่ยน บรันด์ท (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ไค ฮาแวร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), ลีรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค), ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้ 04), อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), เอ็มเร่ ชาน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี / อังกฤษ), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (เบนฟิก้า / โปรตุเกส)

ใช้เงินตั้งเยอะ!ยาย่าชี้เป๊ปล้มเหลวกับแมนซิตี้

ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ชาวไอวอรี่ โคสต์ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ล้มเหลวกับทีมอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเอาถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาให้ทีมได้สักที ชี้ เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณการทำทีมแล้วนั้น กวาร์ดิโอล่า ก็ควรจะต้องทำให้ทีมได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้แล้ว

   ยาย่า ตูเร่ กองกลางไร้สังกัดคนดัง กล่าวว่าจนถึงตอนนี้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าทำผลงานได้ล้มเหลวและน่าผิดหวัง หลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เลย

    แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจดึง กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมในปี 2016 ด้วยเป้าหมายว่าเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยได้แชมป์รายการดังกล่าวกับ บาร์เซดลน่า ในฐานะกุนซือ 2 สมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านมา 4 ฤดูกาล กวาร์ดิโอล่า ก็ยังไม่สามารถนำถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้เลย และที่จริงเขายังไม่เคยพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ด้วยซ้ำ อย่างในฤดูกาล 2019-20 แมนฯ ซิตี้ ก็มาถึงเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากการแพ้ โอลิมปิก ลียง แบบสุดช็อก 1-3

    ตูเร่ คนน้อง ซึ่งเคยมีปัญหาบาดหมางกับ กวาร์ดิโอล่า ในช่วงหนึ่งนั้น เผยว่า "ผู้จัดการทีมถูกดึงมาก็เพื่อการนั้น เขาถูกจ้างมาเพื่อให้เอาถ้วยแชมป์นี้มาครองให้ได้ เมื่อคุณได้เห็นว่า ลิเวอร์พูล และบางทีมสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้ทั้งที่ไม่ต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่างมากแล้วน่ะ มันก็ถือว่าค่อนข้างแปลกและน่าผิดหวังเลย"

    "แน่นอน เขาถูกดึงมาอยู่กับทีมเพื่อเป้าหมายว่าต้องคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองให้ได้ และตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำตามแบบที่พวกเขาต้องการได้ ทุกคนรู้ดีว่า เป๊ป เป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมากๆ แต่ตอนนี้หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามแบบที่พวกเขาต้องการ บางครั้งมันก็อาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานของพวกเขาน่ะนะ เรามารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไง"

    "ถ้านี่เป็น บาร์เซโลน่า หรืออาจจะรวมถึง เรอัล มาดริด แล้วล่ะก็ เขาก็จะเจอปัญหาอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารและเรื่องที่ว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำยังไงกับเขา สำหรับผมแล้วเขาอยู่ในระดับเดียวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ซีเนดีน ซีดาน แต่มันขึ้นอยู่กับสโมสรด้วยว่าจะทำยังไง ผมรู้จัก ซิตี้ ดี พวกเขาสามารถเอากุนซือทุกคนที่พวกเขาต้องการมาทำงานให้กับพวกเขาได้แบบสบายๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าพวกเขามีเงินมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้"

    "หลายคนพยายามหาข้ออ้างว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ก็เท่านั้น แต่คุณไม่สามารถโกหกเกี่ยวกับเรื่องนั้น (การต้องคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองให้ได้สถานเดียว) ได้หรอก เพราะเมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่สโมสรมอบให้เขาแต่ละปีแล้วน่ะ มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องทำให้ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น"

นาบรี้จัดเบิ้ล! บาเยิร์นมาตามนัดอัดลียงชิงชปล.ลุ้นแชมป์สมัยที่6

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ได้สองประตูของ แซร์ช นาบรี้ นำทีมอัด โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศส อย่างสบาย 2-0 ตีตั๋วเข้าชิงถ้วยบิ๊กเอียร์ลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร โดยจะปะทะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

     ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค รอบก่อนโชว์ฟอร์มโหดถล่ม บาร์เซโลน่า 8 เม็ดฉลุยเข้ารอบมา ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์แชมป์ลีกเยอรมัน จัดผู้เล่นแบบไม่มีกั๊กใส่แนวรุกทั้ง "มุลเลอร์-เลวานดอฟสกี้" ทะลวงเกมรับ โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศสที่พลิกล็อกช็อกโลกเขี่ยเต็งแชมป์อย่าง แมนซิตี้ รูดี้ การ์เซีย โค้ชคนเก่งขอสร้างผลงานโบว์แดงทะลุชิงดำให้ได้ ใส่ดาวเตะ "เมมฟิส เดอปาย" เป็นตัวเดินเกม ใครชนะจะดวล เปแอสเช นัดชิงในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมศกนี้

     ลียงทักทายนาทีที่ 4 มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดักบอลได้กลางสนามแดนตนเองจ่ายเรียดพื้นขึ้นหน้าให้ เมมฟิส เดอปาย รับบอลกระชากหนีทั้ง มานูเอล นอยเออร์ นายด่านและสองแนวรับเสือใต้เข้าเขตโทษด้านขวาแต่ทว่ายิงไม่ตรงกรอบชนข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

     เสือใต้บุกนาทีที่ 11 เลออน โกเร็ทซ์ก้า แปะบอลหน้ากรอบเขตโทษทำชิ่งกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เข้าในเขตโทษก่อนเป็นมิดฟิลด์เสือใต้หลุดไปยิงคนเดียวแต่ไม่เต็มเท้าบอลกระดอนมาหากรอบประตูจะกลิ้งเข้าไปแต่ว่า แอนโธนี่ โลเปส นายทวารลียงตามมาปัดพ้นออกหลังทันเวลา

     ทีมดังฝรั่งเศสเกือบนำนาทีที่ 17 เลโอ ดูบัวส์ ทิ่มบอลขนานเส้นให้ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี วิ่งมารับบอลเลี้ยงมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาแตะบอลไปติดตัว อัลฟอนโซ่ เดวิส กนะเด้งกลับมาหาศูนย์หน้าลียงแตะเข้าเหลี่ยมยิงไปถูกเสาแรกกระดอนกลับมาที่ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี อีกครั้งแต่ซัดซ้ำอีกจังหวะบอลไม่ตรงกรอบก่อนถูกเคลียร์ออกมา

     กลายเป็นบาเยิร์นนำนาทีที่ 18 โยชัว คิมมิช หยอดบอลโด่งทิ้งมาที่ แซร์ช นาบรี้ เกี่ยวบอลลงลากจากริมสนามทางขวามาตรงเส้นหน้ากรอบเขตโทษแล้วบรรจงปั่นบอลลอยผ่านมือนายทวารลียงเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม

     แชมป์บุนเดสชวดทิ้งห่างนาทีที่ 25 อิวาน เปริชิช วางบอลยาวข้ามฟากเข้ากลางเขตโทษ แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังลียงโหม่งสกัดไม่ขาดบอลมาเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนโล่งไร้ตัวประกอบจับบอลแต่งหนึ่งครั้งแล้วหวดทันทีบอลพุ่งถูกนายด่านคู่แข่งล้มตัวทุบออกไปได้

     พี่เสือออกนำอีกนาทีที่ 33 แซร์ช นาบรี้ ฉกบอลจากความผิดพลาดของผู้เล่นลียงเลี้ยงบอลก่อนแทงต่อให้ อิวาน เปริชิช เขตโทษทางซ้ายจ่ายปาดมาหน้าปากประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สไลด์ยิงจังหวะแรกบอลยังไม่เข้าถูกนายทวารลียงหยุดไว้ได้แต่กลายเป็น แซร์ช นาบรี้ ตามมาซ้ำบอลระยะเผาขนเข้าไปเป็นลูกที่สองของเจ้าตัวเกมนี้

     เสือใต้เล่นดุดันนาทีที่ 38 โยชัว คิมมิช ส่งบอลออกข้างไปที่ แซร์ช นาบรี้ เปิดบอลกึ่งยิงทางเขตโทษด้านขวา บอลโค้งผ่าน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่พยายามแหย่ขาชาร์จออกข้างเสาสองไปแบบได้ลุ้นเม็ดที่สามอย่างมาก จบ 45 นาทีแรก บาเยิร์น นำอยู่ 2-0

     ยังเป็นบาเยิร์นเกือบได้อีกนาทีที่ 51 อิวาน เปริชิช สปีดมารับบอลจากเพื่อน ก่อนกระชากหลุดมาทางเขตโทษด้านซ้าย ก่อนซัดบอลเรียดพื้นเข้ามือ แอนโธนี่ โลเปส ผู้รักษาประตูลียงล้มตัวรับอยู่มือ

     ลียงสร้างโอกาสนาทีที่ 56 เมมฟิส เดอปาย เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลโด่งมาตกบริเวณกลางเขตโทษ มาร์เซโล่ กองหลังเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาโขกเต็มศีรษะแต่บอลไม่ห่างตัวนายทวารเสือใต้รับไว้ได้สบาย

     ต่อมานาทีที่ 58 แฟร์นานโด มาร์ซาล โยนบอลโด่งจากแดนหลังมาถูก นิคลาส ซูเล่ ครองบอลได้ทว่าแนวรับสำรองเสือใต้ไปเตะติดตัว มุสซ่า เดมเบเล่ จ่ายสั้นให้ อูสเซ็ม อาอูอาร์ ลากบอลมาทางเขตโทษด้านซ้ายไหลบอลมาที่อีกฝั่งก่อนเป็น คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ได้โอกาสซัดคนเดียวแต่ยังติดขา มานูเอล นอยเออร์ ที่ออกมาบล็อกทันช่วยทีมไว้

     เสือใต้ชวดได้อีกลูกนาทีที่ 80 โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลจากนอกกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเข้ามาถูกเท้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยื่นมาสะกิดบอลเล็กน้อยก่อนเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สปีดมาเกี่ยวบอลแล้วจิ้มเข้าประตูไป แต่ว่ากรรมการเป่าเป็นลุกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

     ยังไม่พอนาทีที่ 88 โยชัว คิมมิช หยอดลูกฟรีคิกเกือบถึงเส้นหลังด้านขวามาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดโถมตัวโหม่งเต็มแรงไร้ตัวประกบบอลเสียบเข้าประตุเข้าไปอย่างแม่นยำ จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 ผ่านเข้าไปชิงดำชปล.กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล (มาติส ไรอัน แชร์กี น.73),เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.67),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาไรช์ (ติอาโก้ เมนเดส น.46),อูสเซ็ม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์เน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซ่า เดมเบเล่ น.58),คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67)

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,โยชัว คิมมิช,เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.46),ดาวิด อลาบา,อัลฟอนโซ่ เดวิส,ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.82),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ น.82),อิวาน เปริชิช (คิงสเล่ย์ โกมัน น.63),โธมัส มุลเลอร์,แซร์ช นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

คูตินโญ่ รับ ยังไม่รู้อนาคต แต่ตอนนี้ต้องกลับ บาร์เซโลนา แล้ว

        ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยอมรับว่า เรื่องอนาคตของเขานั้น ตอนนี้ยังคงไม่แน่นอน แต่ยังไงก็ตามต้องเดินทางกลับไป บาร์เซโลนา เสียก่อน เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง และเตรียมพร้อมกับการทำงานในฤดูกาลใหม่ จากรายงานของ goal.com เมื่อ 24 สิงหาคม 2563

        หลังจากที่ เพิ่งช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เป็นสมัยที่ 6 ทางด้าน คูตินโญ่ ก็ได้ออกมายอมรับว่า อนาคตของเขายังไม่แน่นอน แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ต้องกลับไปยัง บาร์เซโลนา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ตารางบอล ในฤดูกาลใหม่

        คูตินโญ่ เปิดใจว่า "ผมยังไม่ได้คิดเรื่องอนาคตเลย คือทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ที่แน่ ๆ ผมต้องกลับไป บาร์เซโลนา แล้ว ผมอยากมีฤดูกาลใหม่ที่ดีนะ"

        "ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าจะได้เล่นให้บาร์ซ่าหรือสโมสรไหน แต่ผมก็จะพยายามทำงานหนักต่อไป ผมอยากมีผลงานที่ดี และประสบความสำเร็จ"

        ทั้งนี้ ก่อนหน้ามีรายงานออกมาว่า โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่คนใหม่ของบาร์ซ่า พร้อมที่จะให้โอกาสแก่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้พิสูจน์ตัวเอง

บาร์ซ่า ไม่ทน!!! สั่งปลด “เซเตียน” พ้นกุนซือ คาด “คูมัน” โดดเสียบแทน

 

บาร์เซโลนา แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเรื่องการแยกทางกับกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน หลังล้มเหลวทุกภารกิจในฤดูกาลล่าสุด

ถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรดังจากกาตาลัน หลังมีข่าวลือหนาหูในช่วงที่ผ่านมาว่าทีมกำลังพิจารณาเกี่ยวกับอนาคตของกุนซือวัย 61 ปีที่พาทีมตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเละเทะด้วยการพ่ายแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อาซูลกราน่า ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าได้สั่งปลด เซเตียน ออกจากการทำหน้าที่เทรนเนอร์ใหญ่ของทีม แม้ว่าเพิ่งจะเข้ามารับงานกุนซือไปเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาก็ตาม

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ เจ้าบุญทุ่ม ยังได้เผยต่อไปว่าตอนนี้สโมสรกำลังพิจารณาและหารือถึงการเลือกตัวกุนซือคนใหม่ และน่าจะมีการประกาศในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้

สำหรับสถิติของ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมาเขาพาทีมลงเล่นไปทั้งหมด 25 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งออกเป็นชนะ 16 เสมอ 4 และแพ้ 5 นัด แต่สาเหตุสำคัญของการโดนปลดคือการพาทีมพลาดแชมป์ทุกรายการ โดยเฉพาะในลา ลีกา ที่โดน เรอัล มาดริด แซงเข้าวิน และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แพ้คู่แข่งแบบเละเทะ

ทั้งนี้ คนที่จะเข้าเป็นกุนซือคนใหม่ สื่อต่างประเทศคาดว่าคงหนีไม่พ้น โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังว่างเนื่องจากไม่มีโปรแกรมทีมชาติลงแข่งขัน และเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะในถิ่นคัมป์นูมาแล้วช่วงปี 1989-1995 ซึ่งการประกาศตัวกุนซือคนใหม่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าตามที่สโมสรแถลงการณ์

หงส์เล็กไป! “ชาบี” ลั่นคุมเฉพาะทีมใหญ่ในพรีเมียร์ฯ

ชาบี เอร์นานเดซ กุนซือ อัลซาดด์ เปิดใจหากมีโอกาสได้เลือกกุมบังเหียนสโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี งานนี้เจ้าตัวลั่นจะขอคุมทีมยักษ์ใหญ่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล หรือ เชลซี เป็นต้น แต่ไร้ชื่อ ลิเวอร์พูล แชมป์ลีกซีซั่นปัจจุบัน
               ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานห้องเครื่อง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ซึ่งปัจจุบันกุมบังเหียน อัล ซาดด์  ทีมดังในลีกกาตาร์ เปิดเผยถึงสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่อยากไปคุมทัพ โดยงานนี้ไม่มีแม้แต่เงาของทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อยู่ในความคิดของเจ้าตัวเลย

              อดีตแข้งดังชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จมากมายกับ บาร์ซ่า และทีมชาติสเปน ตกเป็นข่าวว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีโอกาสจะนั่งเก้าอี้นายใหญ่ยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู ที่ล่าสุดเพิ่งจะเจ็บช้ำระกำใจจากการแพ้ยับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นปัจจุบัน

              ส่วนในกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าหากจะมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเขาอยากที่จะคุมทัพสโมสรไหน งานนี้ ชาบี ให้ความเห็นที่น่าสนใจมากๆ ว่า "แน่นอนว่าถ้าผมต้องเลือก ผมจะเลือกทีมยักษ์ใหญ่ อย่าง ซิตี้ หรือ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล หรือท็อตแน่ม ทั้ง (เจอร์เก้น) คล็อปป์ และ (เมาริซิโอ) โปเช็ตติโน่ และ อูไน เอเมรี่ แล้วก็อีกหลายๆคนที่เคยไปทำงานที่นั่น (ประเทศอังกฤษ) ก็สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้"

              ขณะเดียวกัน ชาบี ยังได้กล่าวยกย่อง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือรุ่นพี่ที่สร้างผลงานชั้นยอดเอาไว้กับหลายๆ สโมสรที่ไปคุมทัพ โดยล่าสุดรั้งบังเหียน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก และผมแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น การเปรียบเทียบอาจจะทำได้สมัยเป็นนักเตะ แต่ตอนนี้เราไม่ควรเปรียบเทียบกัน"

              "ผมรักสไตล์การเล่นฟุตบอลในแบบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุณสามารถเอาชนะการเล่นฟุตบอลในแนวทางที่แตกต่าง แต่ผมชื่นชอบการเล่นของ ซิตี้ และ กวาร์ดิโอล่า มากๆ ผมเฝ้าติดตามศึกพรีเมียร์ลีก บ่อยมาก และผมก็ชอบมันจริงๆ" ตำนานทีมชาติสเปน ระบุ

 

เนย์มาร์ซูฮกลิเวอร์พูลเจ๋งสุดในยุโรปชั่วโมงนี้

เนย์มาร์ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กล่าวชม ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่เล่นได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปในตอนนี้ พร้อมเชื่อว่าซีซั่นหน้า "หงส์แดง" ก็จะยังเล่นได้แกร่งสุดๆ เหมือนเดิม
    เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ยกย่อง ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปในตอนนี้

    "หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาล 2018-19 พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ซีซั่นนี้ก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยที่มีคะแนนมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นรองแชมป์ถึง 18 คะแนนด้วย

    ดาวเตะชาวบราซิเลียนเผยว่า "ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ลิเวอร์พูล คือทีมที่เล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดของทวีปยุโรปเลย ฤดูกาลก่อนพวกเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และซีซั่นนี้ก็มาได้แชมป์ลีกอีก มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพราะพวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบที่ทิ้งห่างทีมอื่นๆ เยอะสุดๆ โค้ชของพวกเขา (เจอร์เก้น คล็อปป์) สร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ และผมมั่นใจว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาจะเป็นทีมที่เล่นได้แข็งแกร่งมากๆ อีกครั้ง"

    ทั้งนี้ เนย์มาร์ เตรียมที่จะช่วยทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ กับ บาเยิร์น มิวนิค ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้มีสมาธิอย่างเต็มที่กับนัดดังกล่าว "รอบรองชนะเลิศเราเล่นได้ดีมากๆ ก็จริง แต่ไม่มีใครมานั่งจำหรอกว่าใครที่ชนะรอบรองชนะเลิศ มันเป็นอดีตไปแล้ว บาเยิร์น จะเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสสุดๆ และเราก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม"

    "พวกเขามีนักเตะที่เก่งๆ อยู่ในทีมหลายคน แต่เราเองก็กำลังเล่นได้ดีมากๆ เหมือนกัน และผมก็รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเล่นได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่มาอยู่กับ ปารีสฯ เลย นี่เป็นจุดที่เราอยากมาถึงให้ได้ เจ้าของทีมของเรามีโปรเจกต์ขนาดใหญ่ และส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ที่ว่าก็คือการทำให้ทีมได้รับการพิจารณาว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในทวีปยุโรป ตอนนี้มันถือว่าเราเข้าใกล้กับการทำโปรเจกต์นั้นได้มากที่สุดแล้ว แต่เรายังต้องมีสมาธิกันอย่างเต็มที่"

แห้วหมด!ฟานกัลเผย10แข้งที่อยากได้ตอนคุมแมนยู

 

หลุยส์ ฟาน กัล เปิดเผยลิสต์นักเตะ 10 คนที่เคยอยากได้แต่กลับต้องแห้วทั้งหมดในสมัยที่คุม แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมบอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ได้แข้งเหล่านั้นแม้แต่คนเดียว
   

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือคนดัง เปิดเผยว่าตนเคยพยายามที่จะดึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, กอนซาโล่ อิกวาอิน, เนย์มาร์, ซาดิโอ มาเน่, ริยาด มาห์เรซ, โธมัส มุลเลอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ รามอส และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ มาร่วมทัพในสมัยที่เป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใครแม้แต่คนเดียว

ในฤดูกาล 2014-15 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของ ฟาน กัล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาพาทีมได้อันดับ 4 ในลีก จนได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นถัดไป และพอถึงฤดูกาล 2015-16 เขาก็พาทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ในลีกได้เพียงอันดับ 5 เท่านั้น จนสุดท้าย ฟาน กัล ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอดีตกุนซือชาวดัตช์ก็มักจะให้สัมภาษณ์แนวตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีมซึ่งมีหน้าที่ประสานงานกับ ฟาน กัล โดยตรง

ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์กับ โฟร์โฟร์ทู นิตยสารด้านฟุตบอลชื่อดังว่า "ผมอยากได้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่พอได้รู้ว่ามันเป็นดีลที่ยากเกินไปแล้วนั้นผมก็พยายามจะไปคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาร่วมทัพแทน นอกจากนี้ ก่อนที่ผมจะเข้าไปทำงานกับทีมอย่างเป็นทางการน่ะผมยังได้คุยกับบอร์ดบริหารเกี่ยวเรื่อง เนย์มาร์ ด้วย"

"คือถ้าคุณอยู่กับทีมระดับ ยูไนเต็ด แล้วล่ะก็ คุณก็จำเป็นต้องคิดให้มันใหญ่ๆ เข้าไว้สิ (หมายถึงถ้าอยู่กับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ควรจะต้องคิดว่าสามารถเซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกได้) มันยังเป็นดีลที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในแง่ของการที่จะขายชุดแข่งได้มากมายก่ายกองด้วย นอกจากนี้ผมก็อยากได้ปีกที่มีความเร็วสูงมาร่วมทีมเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยพยายามจะคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ และ ริยาด มาห์เรซ มาร่วมทัพ"

"โธมัส มุลเลอร์ ก็อยู่ในลิสต์นักเตะที่ผมอยากได้เหมือนกัน และในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางผมก็อยากได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาร่วมทัพ ผมถึงขั้นพยายามที่จะเซ็นสัญญากับ เจมส์ มิลเนอร์ ด้วย จริงอยู่ว่าตอนนั้นเขาอายุเยอะแล้ว แต่เขาก็ยังเล่นในหลายตำแหน่งได้ดี และมีความเป็นผู้นำอีกต่างหาก ส่วนในแนวรับนั้นผมอยากได้ เซร์คิโอ รามอส กับ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เพราะตอนนั้นการขึ้นเกมจากแนวรับของเราทำได้ไม่ดีเลย"

"นักเตะเหล่านั้นเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของผม แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใครมาร่วมทัพเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น เพราะในฐานะผู้จัดการทีมแล้วนั้นผมไม่มีส่วนร่วมกับการเจรจาใดๆ ทั้งนั้น และพอผมออกจากทีมมาแล้วน่ะ นักเตะอย่าง มาห์เรซ กับ ก็องเต้ ก็ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ตามลำดับ ขณะที่ ยูไนเต็ด ไม่สามารถดึงพวกเขามาร่วมทัพได้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ"

 ทั้งนี้ ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ ฟาน กัล กุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาใช้เงินเสริมทัพราว 276.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 11,056 ล้านบาท) และได้นักเตะประเภทที่พร้อมเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันทีมาเสริมทัพราว 13 คน โดยในจำนวนนั้นมี 2 คนที่เป็นการเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัว ได้แก่ บิคตอร์ บัลเดส กับ เซร์คิโอ โรเมโร่ ส่วนอีก 11 คนที่ต้องจ่ายค่าตัวไปนั้นมีอย่างเช่น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, เมมฟิส เดอปาย, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อันเดร์ เอร์เรร่า และ ดาเล่ย์ บลินด์ เป็นต้น

5นักเตะส่อแววต้องอำลาลิเวอร์พูลซัมเมอร์นี้

เปิดรายชื่อ 5 นักเตะที่อาจต้องอำลา ลิเวอร์พูล ตาม นาธาเนียล ไคลน์, อดัม ลัลลาน่า และ เดยัน ลอฟเรน ในซัมเมอร์นี้
   
ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 กำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดซีซั่นใหม่ที่มีโปรแกรมลงสนามนัดแรกด้วยการเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรน้องใหม่ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

    "หงส์แดง" ปล่อยนักเตะอย่าง นาธาเนียล ไคลน์, อดัม ลัลลาน่า และ เดยัน ลอฟเรน ออกไปจากทีมแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าน่าจะต้องมีย้ายตามออกไปอีก โดยคงอยู่ใน 5 รายชื่อนี้

    1. แฮร์รี่ วิลสัน

    วิลสัน ไปทำผลงานดีให้กับ บอร์นมัธ ในการเล่นแบบยืมตัวซีซั่นที่ผ่านมา โดยิงไป 7 ประตู และมีทีเด็ดที่เท้าซ้าย รวมทั้งความแม่นยำในการยิงฟรีคิก

    กองกลางวัย 23 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล หลังเข้ามาอยู่กับสโมสรตั้งแต่อายุ 8 ขวบ แต่ยังไม่สามารถสอดแทรกเข้าไปอยู่ในทีมตัวจริง โดยได้โอกาสลงเล่นไปแค่นัดเดียวในเกม เอฟเอ คัพ

    หากมีทีมไหนที่ให้ราคาดีก็เชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะเปิดไฟเขียวให้ วิลสัน ย้ายขาดแน่นอน

    2. เซอร์ดาน ชากีรี่

    ชากีรี่ ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาตลอดในซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้โอกาสลงสนามค่อนข้างจำกัด และดูเหมือนว่าอาจจะหมดเวลาในถิ่นแอนฟิลด์ แล้ว

    ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ วัย 28 ปี ย้ายมาจาก สโต๊ค เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 526.5 ล้านบาท) โดยช่วงแรกทำผลงานได้ดี และเคยยิงใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย

    อย่างไรก็ตาม ชากีรี่ มีปัญหาบาดเจ็บบ่อย รวมทั้งยากที่จะแย่งตำแหน่งในแดนหน้าจาก 3 ประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องอำลาถิ่น แอนฟิลด์

    3. ดิว็อค โอริกี้

    โอริกี้ อาจเป็นขวัญใจของบรรดา เดอะ ค็อป หลังเป็นกองหน้าซูเปอร์ซับลงสำรองมาเป็นฮีโร่ซัดประตูสำคัญหลายต่อหลายนัด โดยเฉพาะในเส้นทางที่ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/19

    โอริกี้ ยังไม่สามารถแย่งตำแหน่งจาก 3 ประสาน ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ  มาเน่  รวมทั้งด้วยวัย 25 ปีในเวลานี้คงทำให้เจ้าตัวอยากจะได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง

    ในเวลานี้ ดาวยิงดีกรีทีมชาติเบลเยียม กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ ลีดส์ ยูไนเต็ด และหากย้ายซบ "ยูงทอง" ก็มีโอกาสได้เป็นตัวจริงต่อเนื่องอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

    4. จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

    ลิเวอร์พูล ดึงกองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก นิวคาสเซิ่ล ด้วยค่าตัว 23 ล้านปอนด์ (ประมาณ 897 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 และตลอดช่วง 4 ปีก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว

    ไวจ์นัลดุม วัย 29 ปี พลาดลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 15 นัดเท่านั้นตลอด 4 ซีซั่นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สัญญาของเจ้าตัวเหลืออีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และการเจรจาก็ยังไม่มีความคืบหน้า

    ดังนั้นถ้านักเตะไม่ยอมต่อสัญญาก็คงทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องยอมตัดใจขายตั้งแต่ซัมเมอร์นี้ ดีกว่าต้องเสียไปแบบฟรีๆ ในปีหน้า และเวลานี้ก็มีข่าวกับ บาร์เซโลน่า หลัง โรนัลด์ คูมัน เพิ่งอำลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ไปทำงานในถิ่น คัมป์ นู

    5. ริอาน บรูว์สเตอร์

    หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี ถูกปล่อยให้ สวอนซี ซิตี้ ยืมตัวใช้งานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และดูเหมือน คล็อปป์ จะให้โอกาสเข้ามามีบทบาทกับทีมมากขึ้นในซีซั่นหน้า

    บรูว์สเตอร์ เพิ่งทำประตูปิดท้ายในเกมอุ่นเครื่องที่ ลิเวอร์พูล ชนะ สตุ๊ตการ์ท 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา และแฟนบอลหลายรายก็เชียร์ให้ คล็อปป์ ส่งใช้งานเยอะๆ ในฤดูกาลใหม่

    อย่างไรก็ตาม คงยากที่ บรูว์สเตอร์ จะเบียดตัวจริงจาก 3 ประสานแดนหน้า แถมยังมี โอริกี้ เป็นคู่แข่งอีกด้วย ทำให้คงจะดีกว่ากับการปล่อยให้สโมสรอื่นยืมเขาไปใช้งานอีก 1 ปี เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และได้โอกาสลงสนามต่อเนื่อง