เกิดอะไรขึ้น-ทำไมแมนยูยังไม่ใช้งาน “ฟาน เดอ เบ็ค”

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ ย้ายมาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่นักเตะเจ้าของค่าตัว 40 ล้านปอนด์ยังต้องรอคอยโอกาสในซุ้มม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ที่น่าแปลกใจคือเจ้าตัวยังไม่มีโอกาสได้ลงตัวจริงในลีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะเดียวกันเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากขึ้นเรื่อยๆกับการเมินใช้นักเตะรายนี้
เกิดอะไรขึ้น?

    นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ “ผีแดง” มิดฟิลด์วัย 23 ปีได้ออกสตาร์ทตัวจริงเพียงแค่สองเกมเท่านั้นซึ่งเป็นเกมในฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ ดูเหมือน​โซลชาไม่ได้เต็มใจใช้งานเขาลงเล่นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกหรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    เขายังลงเล่นน้อยกว่า 90 นาทีในทั้งสองรายการดังกล่าวหรือทั้งหมด 5 นัดซึ่งรวมถึงเกมที่ไม่ได้ถูกใช้งานในฐานะตัวสำรองเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย เกมดังกล่าว สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ออกสตาร์ทตัวจริงในมิดฟิลด์พร้อม บรูโน่, แดเนี่ยล เจมส์ และ ฆวน มาต้า ขณะที่ครึ่งหลัง โซลชา เปลี่ยนตัว ปอล ป็อกบา ลงสนามมา และปล่อยให้ ฟาน เดอ เบ็ค นั่งสำรองบนอัฒจันทร์ต่อไป

    ช่วงปลายเดือนกันยายน ซยาค ซวาร์ต ที่ปรึกษาของนักเตะหรือตำนานอาแจ็กซ์ ได้ออกมาสัมภาษณ์กับ โฟตบอลพริเมอร์ สื่อของฮอลแลนด์ว่า

    "ผมไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนตัวอย่างนั้นเลย ถ้าเป็นผมน่ะผมคงไม่ทำหรอก ส่งเขาลงไปเล่นในตอนที่เหลืออีกแค่ 4 นาทีเนี่ยนะ ถ้าทำอย่างนั้นสู้ให้ผมนั่งไปจนจบเกมยังดีซะกว่า ผมต้องบอกเลยว่าวันนั้นเขาทำได้ดี 3 อย่าง ที่จริงลูกจุดโทษซึ่งเป็นประตูชัยเองมันก็มาจากเขาเช่นกัน แต่ถ้าดูตามรูปเกมปกติแล้วน่ะวันนั้นพวกเขาควรจะแพ้สัก 1-7 ด้วยซ้ำ วันนั้น ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานไปตั้ง 5 ครั้ง พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) มีทีมที่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นมันไม่ควรจะเกิดกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

    กุยโด อัลเบอร์ส เอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะก็รีบโร่ออกตอบโต้ข่าวโดยบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค ไม่มีปัญหาอะไรและยังมีความสุขดีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทว่าผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ฟาน เดอ เบ็ค ยังได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างน้อยอยู่เหมือนเดิม

    โดย แกรี่ เนวิลล์ หนึ่งในคอมเม้นเตเตอร์นัดที่เสมอกับ เชลซี ก็ได้กล่าวไว้ในรายการว่า “สิ่งที่เป็นคำถามมากเลยคือการใช้งาน ฟาน เดอ เบ็ค ตั้งแต่เขาเซ็นสัญญามาด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ เขาไม่ได้เป็นตัวหลักในแผนการเล่นของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทุกๆนัด ยิ่งเขาไม่ได้ออกสตาร์ทตัวจริง ยิ่งเขาไม่ได้ลงเล่น มันยิ่งทำให้คุณคิดว่า…นักเตะค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ปกติต้องอยู่ในตัวหลักแล้ว เขาคงกำลังคิดว่า…ผมมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” เนวิลล์ กล่าว

เอวร่าออกมาพูดอะไรบ้าง?

    ปาทริซ เอวร่า ตำนาน “ปีศาจแดง” ที่เมื่อเดือนที่แล้วออกมาแฉเบื้องหลังการทำงานซื้อขายที่ผิดพลาดของสโมสรแบบร้อนระอุ มาคราวนี้เขาเป็นกูรูให้กับ สกาย สปอร์ต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและเขาก็เอ่ยถึงมุมมองของเขาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

    “พวกเรากำลังพูดถึง ฟาน เดอ เบ็ค กันอยู่ ผมไม่ได้อคติกับเจ้าหนูคนนี้นะ แต่ทำไมเราถึงซื้อเขามา? เขานั่งดูเกมจากอัฒจันทร์ทุกๆนัดเพราะว่าเราไม่ได้ต้องการเขา นั่นคือความจริง แต่ผู้คนไม่พูดมันออกมา” เอวร่า กล่าว

    ส่วน จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ตำนานยอดกองหน้าของ เชลซี ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอวร่า ก็เห็นด้วยกับอดีตแบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศส “เมื่อคุณมองดูแล้ว ฟาน เดอ เบ็ค ถือเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก จุดแข็งของเขาคือการเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษและปิดบัญชีด้วยการยิงหรือสร้างโอกาสแบบ บรูโน่ ถ้าเขาต้อิงแย่งตำแหน่งกับ บรูโน่ มันเป็นคำถามว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นเลยหรือ?” ฮัสเซลเบงค์ กล่าว

มุมมองของน้าโอเล่

    สกาย สปอร์ต ยิงคำถามใส่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะต้องทำอย่างไรถึงจะได้มีส่วนร่วมกับทีม ซึ่งกุนซือ “ปีศาจแดง” ยืนกรานว่าอีกไม่นานมิดฟิลด์ฮอลแลนด์รายนี้จะได้พิสูจน์ตัวเองและยังยืนยันว่านักเตะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำทีมในระยะยาว

    “ผมไม่ห่วงเรื่องนี้เลย เขาจะมีเกมให้ลงเล่นแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก มันง่ายที่จะบอกว่าใครควรได้ลงเล่นและมันยากมากที่จะบอกว่าใครไม่สมควรได้ลง” โซลชา กล่าว

    อย่างไรก็ตามสิ่งเป็นคำถามอยู่คือ นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้กล่าว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะลงตรงไหนในทีมตัวจริง ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่พอสำหรับเขาเลย

ตำแหน่งไหนที่ ฟาน เดอ เบ็ค ควรลงเล่น?

    หากย้อนไปดูสมัย อาแจ็กซ์ ฟาน เดอ เบ็ค เหมาะสมกับการลงเล่นในแผนที่มีมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คน เขาถือเป็นจ้าวแห่งการหาตำแหน่งโดยเฉพาะการสอดขึ้นไปในกรอบเขตโทษ

    อย่างไรก็ตาม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของ โซลชา ในตำแหน่งหมายเลข 10 ซึ่งเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสโชว์ฟอร์มน่าประทับใจมาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาในทีม

    คำถามคือเราจะจับ ฟาน เดอ เบ็ค ลงเล่นตรงไหน? แต่ข้อดีของเขาคือมีความยืดหยุ่นในตำแหน่งพอสมควร สมัยอยู่กับ อาแจกซ์ เขาเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหมายเลข 6, บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ หรือแม้กระทั่งริมเส้น

    ที่แน่นอนคือ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่จับเขาลงเล่นริมเส้น แต่การที่ทีมไม่ได้เซ็น เจดอน ซานโช่ เข้ามา เราอาจจะได้เห็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ขยับไปเล่นตัวรุกด้านข้างเหมือนกับเกมที่เจอกับ เชลซี ในช่วงครึ่งหลังซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสของ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ลงเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 หรือเขาอาจจะได้ลงเล่นมิดฟิลด์คู่กับ ป็อกบา ก็เป็นได้

ต้องทำยังไงต่อ?

    แฟนผีที่อยากเห็น ฟาน เดอ เบ็ค ลงเล่นก็คงต้องอดทนรอต่อไปและดูว่า โซลชา จะปรับแผนการเล่นเพื่อให้เหมาะสมกับเขาอย่างไร

    “ผีแดง” อยู่ในช่วงที่มีโปรแกรมค่อนข้างชุกหลังจากมีฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เข้ามา กลางสัปดาห์นี้พวกเขาก็มีคิวเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของจ่าฝูงบุนเดสลีกาอย่าง ไลป์ซิก มันจะเป็นเกมที่น่าดูหาก ฟาน เดอ เบ็ค ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมที่เจอกับทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศ ชปล.

    โซลชา น่าจะมีการเปลี่ยนแผงมิดฟิลด์หลังจากใช้ เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มา 3 นัดติดต่อกันแล้ว เชื่อว่าอาจจะมีคนใดคนหนึ่งได้พักหรืออาจจะพักทั้งสองคนก็เป็นได้ ซึ่ง ป็อกบา น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่มิดฟิลด์ชาวดัตช์จะได้จับคุ่แผงกองกลางกับ ป็อกบา หรือไม่?

    นัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล ในสุดสัปดาห์นี้ก็เช่นกันก่อนจะต้องบุกเยือน อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ แล้วต่อด้วย เอฟเวอร์ตัน การโรเตชั่นจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงสนาม

    ถ้าเขายังพลาดลงเล่นในเกมดังกล่าวอีก เราก็คงต้องตั้งคำถามไปถึงตัวกุนซือและบอร์ดบริหารของ “ผีแดง”

คาวานี่ต้องมา!ส่อง2แผนเด็ดแมนยูรับมือเชลซี

คาด 2 แผนเด็ดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้รับมือ เชลซี ในเกม พรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้ หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกไปอัด เปแอสเช ในถ้วยยุโรป
     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังมีลุ้นพา "ปีศาจแดง" เก็บชัยชนะ 3 นัดติดในทุกรายการ หลังจากสองเกมที่ผ่านมาบุกไปถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-1 ใน พรีเมียร์ลีก และออกไปเฉือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมนัดต่อไปด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี ใน พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ โดยที่ โซลชา จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อองโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ที่ยังติดโทษแบน แต่ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงคนใหม่พร้อมลงสนามแล้ว

    ส่วนนักเตะรายอื่นๆ ที่ยังไม่พร้อมลงสนามคือ เอริกไบยี่ และ เจสซี่ ลินการ์ด ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งคู่ และเกมนี้สื่ออังกฤษคาดว่า โซลชา จะใช้ 2 แท็กติกนี้ลงบู๊กับ เชลซี

    1. ระบบ 3-4-1-2

    โซลชา ใช้แผนนี้ได้ผลในเกมบุกไปชนะ เปแอสเช โดยเฉพาะ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถรับมือกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ได้อยู่หมัด

    ส่วนอีก 2 รายในระบบกองหลัง 3 คนน่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ โดยมี ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสา

    ส่วนแผงกลาง 4 คนให้ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ อเล็กซ์ เตลลิส ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนคู่กลางใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ ปอล ป็อกบา

    ด้านแนวรุกให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส คอยทำเกมอยู่หลังคู่กองหน้า คาวานี่ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด

    2. ระบบ 4-2-3-1

    แผนนี้จะกลับมาใช้ระบบกองหลัง 4 คน โดยให้ ตวนเซเบ้ ลงมาเป็นตัวจริงแทน แม็กไกวร์ คู่กับ ลินเดอเลิฟ ขณะที่ วาน-บิสซาก้า ทำหน้าที่แบ็กขวา และ ลุค ชอว์ ประจำการแบ็กซ้าย

    ส่วนมิดฟิลด์คู่กลางใช้ เนมานย่า มาติช ประสานงานกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ขณะที่ 3 แนวรุกให้ แดเนียล เจมส์ ยืนฝั่งขวา และ แรชฟอร์ด เล่นทางด้านซ้าย

    ด้าน บรูโน่ ยืนสูงคอยทำเกม อยู่หลัง คาวานี่ ที่จะทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า

ฟาบินโญ่ติดโผ,ไร้แข้งแมนยู!เว็บดังจัดทีมยอดเยี่ยมชปล.วีกแรก

 

การแข่งขันศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สัปดาห์แรก ประจำฤดูกาล 2020/21 ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารและพุธที่ผ่านมา ซึ่งสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า รวมถึงแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ต่างสามารถเก็บชัยชนะกันได้อย่างพร้อมหน้า และก็มีนักเตะหลายคนเลยทีเดียว ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และนี่คือโฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมจากวีกแรก ที่จัดทัพโดยเว็บไซต์ดังอย่าง whoscored.com (ระบบ 4-4-2)
 – ผู้รักษาประตู : มัตเวย์ ซาโฟนอฟ (เอฟซี คราสโนดาร์, เรตติ้ง 7.67)
  เป็นนายทวารที่เรตติ้งดีสุดในวีกแรก โดยนายด่านวัย 21 ปี ออกแรงเซฟถึง 6 ครั้งในเกมที่ช่วยต้นสังกัดบุกไปเสมอ แรนส์ 1-1 เมื่อคืนวันอังคาร

 – แบ็กขวา : ฮวน กวาดราโด้ (ยูเวนตุส, เรตติ้ง 7.76)
  ฟูลแบ็กชาวโคลอมเบียวัย 32 ปี โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในเกมที่ ยูเว่ บุกสอย ดินาโม เคียฟ 2-0 เมื่อวันอังคาร โดยเป็นคนแอสซิสต์ให้ อัลบาโร่ โมราต้า ทำประตูปิดท้ายในนาทีที่ 84

 – เซนเตอร์แบ็ก : ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล, เรตติ้ง 8.71)
  โชว์ฟอร์มได้สุดยอดมากๆ กับการยืนเซนเตอร์แบ็กจำเป็นแทน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่พักยาว โดยเกมเมื่อคืนวันพุธที่ "หงส์แดง" บุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 นั้น แข้งเลือดแซมบ้าวัย 26 ปี มีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันได้ถึง 8 ครั้ง แถมเคลียร์บอลทิ้งถึง 9 หน ซึ่งก็รวมถึงจังหวะเคลียร์บอลจากเส้นประตูช่วงท้ายครึ่งแรก ที่เจ้าตัวได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

 – เซนเตอร์แบ็ก : คริสเตียน โรเมโร่ (อตาลันต้า, เรตติ้ง 8.52)
  แนวรับชาวอาร์เจนไตน์วัย 22 ปี คุมแนวรับได้แข็งแกร่งสุดๆ ในเกมที่ช่วยต้นสังกัดบุกยำ มิดทิลแลนด์ 4-0 เมื่อคืนวันพุธ โดยชนะดวลลูกกลางอากาศถึง 5 หน แถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ ดูวาน ซาปาต้า ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ด้วย

 – แบ็กซ้าย : ดานิโล่ (ยูเวนตุส, เรตติ้ง 8.27)
  ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งของ ยูเวนตุส ต่างมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของ whoscored.com โดย ดานิโล่ เล่นได้แจ่มทั้งรับและรุกในเกมที่ "ม้าลาย" บุกพิชิต ดินาโม เคียฟ 2-0 ซึ่งเจ้าตัวมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันถึง 6 ครั้ง แถมเลี้ยงบอลได้พลิ้วสุดๆ ด้วยสถิติพาบอลผ่านนักเตะคู่แข่งได้ 5 หน

 – กองกลาง : โยซัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 8.36)
  เป็นอีกหนึ่งแข้ง "เสือใต้" ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหน โดยเกมเมื่อคืนวันพุธที่ บาเยิร์น เปิดบ้านกระซวก แอตเลติโก มาดริด 4-0 นั้น คิมมิช เล่นได้โดดเด่นสุดๆ ในแผงมิดฟิลด์ เพราะนอกจากมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันได้ถึง 5 ครั้งแล้ว ยังเป็นคนแอสซิสต์สุดแม่นให้ คิงส์ลี่ย์ โกมัน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ด้วย

 – กองกลาง : ลีออน โกเร็ตซ์ก้า (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 8.16)
  เล่นได้โดดเด่นเคียงข้างกับ คิมมิช โดยเกมที่ บาเยิร์น ไล่ทุบ "ตราหมี" 4-0 นั้น นอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว โกเร็ตซ์ก้า ยังมีเปอร์เซนต์ผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 95.7% แถมมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกัน 3 ครั้ง


 

 – ปีกขวา : เตเต้ (ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, เรตติ้ง 8.54)
  แข้งเลือดแซมบ้าวัย 20 ปี เล่นได้เข้าตามากๆ ในเกมที่ช่วย ชัคตาร์ บุกไปพลิกล็อกเอาชนะ เรอัล มาดริด 3-2 เมื่อคืนวันพุธ โดยนอกจากทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ แล้ว ยังโชว์พลิ้วพาบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งได้ถึง 3 หน

 – ปีกซ้าย : คิงส์ลี่ย์ โกมัน (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 9.57)
  เป็นแข้ง "เสือใต้" รายที่สามที่มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม โดยเกมเมื่้อคืนวันพุธ โกมัน ซึ่งเป็นฮีโร่นัดชิงฯ ซีซั่นที่แล้ว โชว์ฟอร์มได้สุดยอดมากๆ เพราะนอกจากทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์แล้ว เจ้าตัวยังสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูรวมกันได้ถึง 4 หน

 – กองหน้า : ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า, เรตติ้ง 10)
  แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี เล่นได้โดดเด่นเหลือเกินในเกมเมื่อวันอังคารที่ บาร์ซ่า เปิดบ้านยำ เฟเรนซ์วารอส 5-1 เพราะนอกจากทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์แล้ว เจ้าตัวยังมีสถิติเด่นๆ อีกเพียบ เช่น สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมลุ้นทำประตู 4 หน และเลี้ยงบอลผ่านนักเตะคู่แข่งถึง 7 ครั้ง
 
 – กองหน้า : ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า, เรตติ้ง 8.60)
  เป็นอีกหนึ่งแข้ง อตาลันต้า ที่เล่นได้ดีมากๆ ในเกมบุกต้อน มิดทิลแลนด์ 4-0 โดย หัวหอกร่างยักษ์ทีมชาติโคลอมเบียวัย 29 ปี ทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ซึ่งทั้งเกมเจ้าตัวมีโอกาสลุ้นทำประตูถึง 5 หน และเป็นการส่องตรงกรอบ 3 ครั้ง

ชวดดวลเมสซี่! โรนัลโด้ผลตรวจโควิด-19ยังเป็นบวก

แฟนบอลส่อพลาดโอกาสที่จะได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงดวลกับ ลิโอเนล เมสซี่ หลังผลกการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของดาวเตะชาวโปรตุกีสยังมีผลเป็นบวกทำให้เขาต้องใช้เวลากักตัวเพิ่ม ซึ่งไม่ทันลงเล่นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดต่อไปกับ บาร์เซโลน่า

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสของ ยูเวนตุส ยังมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก ซึ่งทำให้เขากลับมาไม่ทันลงเล่นในเกมที่ทีม "ม้าลาย" จะพบ บาร์เซโลน่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี นัดสอง วันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้ ตามรายงานจาก มาร์ก้า สื่อชื่อดังของสเปน เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

สตาร์วัย 35 ปี ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างอยู่ในภารกิจรับใช้ทีมชาติโปรตุเกส ก่อนที่ล่าสุดเจ้าตัวจะเข้ารับการตรวจหาเชื้ออีกครั้งปรากฏว่ายังมีผลเป็นบวก

ซึ่งตามมาตรการของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ระบุว่า นักเตะคนใดก็ตามที่ติดเชื้อ "โควิด-19" จำเป็นต้องมีผลตรวจรอบใหม่ออกมาเป็นลบอย่างน้อย 7 วัน ถึงจะกลับมาลงเตะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ได้ นั่นทำให้เขาจะพลาดลงช่วยทีม "ม้าลาย" พบ บาร์เซโลน่า ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี นัดสอง วันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้แน่นอนแล้ว

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ยูเวนตุส จะขออนุญาติยูฟ่าเพื่อให้นักเตะตรวจหาเชื้ออีกครั้งภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเกมดังกล่าวเพื่อให้เขามีโอกาสลงเล่นกับ บาร์เซโลน่า ได้ทันเวลา

หนักหรือไม่?คล็อปป์เผยอาการบาดเจ็บของมาเน่

หลังจากที่ ซาดิโอ มาเน่ ปีก ลิเวอร์พูล มีชอตเอาถุงน้ำแข็งประคบขาจนทำให้สาวก "หงส์แดง" กลัวว่าเขาจะเจ็บหนักนั้น ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็บอกเองว่าช่วงที่ผ่านมา มาเน่ มีอาการฟกช้ำนิดหน่อย และไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง พร้อมบอกว่าที่เปลี่ยน เคอร์ติส โจนส์ ออกจากสนามในช่วงพักครึ่งมันเป็นแผนที่เตรียมเอาไว้อยู่แล้ว
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของทีมไม่ได้มีอาการบาดเจ็บร้ายแรงแต่อย่างใด

    ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น กล้องจับภาพได้ว่า มาเน่ เอาถุงน้ำแข็งมาประคบตรงขาหลังจากที่โดนเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 60 ซึ่งมันก็ทำให้ "เดอะ ค็อป" หลายคนกลัวว่าแข้งชาวเซเนกัลจะได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพักนาน

    "ซาดิโอ มีอาการฟกช้ำต้นขานิดหน่อยมาพักหนึ่งแล้ว และก็กำลังรักษาตรงจุดนั้นอยู่ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังปวดอยู่ แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเลย ตอนที่เขาไม่ได้เล่นเขาก็จะเอาน้ำแข็งมาประคบเป็นธรรมดา" คล็อปป์ ระบุ

    กุนซือชาวเยอรมันเสริมว่าที่เปลี่ยน เคอร์ติส โจนส์ ปีกดาวรุ่งกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในตอนพักครึ่งมันเป็นแผนที่วางเอาไว้อยู่แล้ว เพราะคิดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นว่าจะให้ เฮนเดอร์สัน ลงเล่นในครึ่งหลัง "กรณีของ เคอร์ติส มันเป็นการทำตามแท็กติก ทีมแพทย์บอกกับเราว่า เฮนโด้ ลงเป็นตัวจริงไม่ไหว และน่าจะพอเล่นได้ 45 นาที นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ เฮนโด้ ถูกเปลี่ยนลงไปเล่น เราอยากได้นักเตะที่มีประสบการณ์ลงไปช่วยทีม รวมถึงอยากได้แผงกลางเป็นชุดที่เคยเล่นร่วมกันมาบ้าง มันเป็นสิ่งที่ช่วยในเกมแบบนี้ได้เป็นอย่างดี"

เด็กเทพมะกันใฝ่ฝันอยากเล่นให้ลิเวอร์พูล

เบรนเดน อารอนสัน มิดฟิลด์อนาคตไกลของสหรัฐอเมริกา ระบุ ตนชื่นชอบ ลิเวอร์พูล มากๆ พร้อมอยากเล่นใน พรีเมียร์ลีก สุดๆ ด้วย
    เบรนเดน อารอนสัน กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกัน เปิดเผยว่าตนเป็นแฟนบอลตัวยงของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    แข้งวัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของวงการลูกหนังแดนลุงแซม โดยเขาเพิ่งได้ลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ แถมเขาก็เตรียมที่จะย้ายจาก ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ทีมในบ้านเกิดไปอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรแกร่งของออสเตรียในชาวงเดือนมกราคมนี้ด้วย ซึ่งว่ากันว่าค่าตัวโดยรวมของเขาจะอยู่ที่ 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 279 ล้านบาท) และจะทำให้เขาเป็นนักเตะเยาวชนชาวอเมริกันที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงที่สุดเลย

    อารอนสัน เผยว่า "คุณพ่อของผมทำให้ผมรู้จักเกมฟุตบอลตั้งแต่ตอนที่ผมยังอายุน้อย เพราะท่านเคยเล่นฟุตบอลในะดับวิทยาลัยที่อเมริกามาก่อน ท่านยังพาผมมานั่งดูเกมหน้าจอทีวีในบางครั้งด้วย และผมก็ได้ดูเกมของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เท่าที่ผมจำได้น่ะผมก็เป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล มาตลอดชีวิต ผมมีโปสเตอร์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส แปะอยู่ในห้องของผม ทั้งคู่เป็นไอดอลของผม ผมยังมีรูปตอน ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แปะอยู่เหนือเตียงของผมด้วย"

    "ตอนที่พวกเขาได้แชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อนถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับผม แน่นอนว่าถ้าลองนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ เจอร์ราร์ด ลื่นแล้วนั้นมันก็เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด แต่การที่พวกเขาเล่นได้เหนือชั้นกว่าคนอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก มันถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ และผมก็ดีใจสุดๆ กับเรื่องนั้นด้วย"

    แข้งอนาคตไกลเสริมว่าตนมีความฝันที่จะได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เช่นกัน โดยเขาอยากเล่นในลีกนั้นมากๆ จนพร้อมเล่นให้ทุกทีมด้วย "ผมคิดว่า พรีเมียร์ลีก เป็นลีกในันของผม มันเป็นลีกที่ยอดเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ และยังยกระดับตัวเองได้เรือยๆ บรรดานักเตะของที่นั่นเก่งขึ้นเรื่อยๆ เลย และสำหรับผมแล้วมันคือลีกในฝันของผม ผมอยากมีส่วนร่วมกับลีกนั้นไม่ว่าจะเล่นกับทีมไหนก็ตาม!"

ไม่เหลือหลังแล้ว?เผยภาพ “มาติป” เข้าโรงหมอสแกนเจ็บ

สื่อดังรายงาน โฌแอล มาติป กองหลังลิเวอร์พูล เข้ารับการตรวจหาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้้ต้องลุ้นว่านักเตะจะฟิตทันช่วยทีมในแมตช์ดวล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หรือไม่
   
โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กชาวแคเมอรูนของ ลิเวอร์พูล ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บหลังจบเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์เสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่สนามกูดิสัน พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังในประเทศอังกฤษ

"หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติเกมรับอย่างหนักเมื่อพวกเขาจะไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในแผงแบ็กโฟร์เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวเข่าหลังจากได้รับบาดเจ็บหนักในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือนเลยทีเดียว

กรณีของ ฟาน ไดค์ ยังไม่ทันหาย ลิเวอร์พูล ต้องมาเจอความเซ็งเข้ามาแทรกอีกเมื่อ มาติป ซึ่งเพิ่งจะกลับลงสนามในเกมล่าสุด ก็มีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีคลิปวีดิโอว่อนไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า กองหลังวัย 29 ปี เข้าไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังจบแมตช์กับเพื่อนบ้านสุดที่รัก ซึ่ง ฟาน ไดค์ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็เข้ารับการสแกนที่นั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม "เดอะ ไทม์ส" รายงานว่า มาติป เข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" น่าจะสบายใจอยู่ได้บ้างเนื่องจากทีมแพทย์ระบุว่าไม่พบปัญหาบาดเจ็บที่รุนแรงอะไร แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะตัดสินใจเสี่ยงส่ง มาติป ลงสนามในเกมพบ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่

ทั้งนี้หาก มาติป ไม่สามารถลงสนามได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ฟาบินโญ่ จะถูกเลือกให้ลงมาทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็นคู่กับ โจ โกเมซ แต่ คล็อปป์ ยังมีทางเลือกอื่นด้วยการส่ง นาธานเนี่ยล ฟิลลิปส์, ไรส์ วิลเลี่ยมส์, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ บิลลี่ คูเมติโอ ลงสนามก็เป็นได้

 

โรนัลโด้ติดโควิดอาจสะเทือนถึงหัวใจแมนยู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ติดโควิดสะเทือนมาถึง พรีเมียร์ลีก เหตุอาจทำให้สตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องอดลงเล่น ขณะที่ วูล์ฟส์ ลุ้นหนักมีไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสถึง 5 คน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่ง ถึง 4 นัดหากต้องใช้เวลากักตัวเอง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    กองหน้าซูเปอร์สตาร์จาก ยูเวนตุส ต้องกักตัวเองส่งผลให้จะอดลงช่วยทีมชาติโปรตุเกส ลงเตะกับ สวีเดน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3 ลีก เอ วันพุธที่ 14 ต.ค. นี้ หลังจากที่เพิ่งเล่นให้ทัพฝอยทองในเกมบุกไปเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    แม้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมชาติโปรตุเกส จะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ แต่ อา โบล่า สื่อแดนฝอยทอง รายงานว่า ตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ คนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเตะทีมชาติโปรตุเกส จะได้รับการยกเว้นหรือไม่

    หาก บรูโน่ ต้องใช้เวลากักตัวเองก็จะส่งผลให้พลาดลงช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (แชมเปี้ยนส์ ลีก), เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก (แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    นอกจาก บรูโน่ แล้วนั้น ยังมีนักเตะใน พรีเมียร์ลีก อีกหลายรายที่ติดทีมชาติโปรตุเกส และมีความใกล้ชิดกับ โรนัลโด้ โดยเฉพาะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่มีถึง 5 คน (รุย ปาทริซิโอ, เนลซอน เซเมโด้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ และ แดเนียล โพเดนซ์), แมนฯ ซิตี้ 3 คน (ชูเอา กันเซโล่, รูเบน ดิอาส และ แบร์นาโด้ ซิลวา) และ ลิเวอร์พูล 1 คน (ดิโอโก้ โชต้า)

“อิมโมบิเล่” นำทัพลาซิโอรับมือดอร์ทมุนด์ที่มี “ฮาแลนด์” ตะบัน ศึกชปล.

 "อินทรีฟ้า-ขาว" ลาซิโอ แม้ผลงานในลีกจะไม่ดีเท่าไหร่นักแต่เกมแรกในการคัมแบ็กเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ยอมแน่แม้จะเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สามแต้มประเดิมสนามจะเป็นของฝั่งไหน ติดตามได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดแรก คืนวันอังคารนี้

ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม เอฟ
ลาซิโอ (อิตาลี) – ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน)
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม  2563  เวลา : 02.00 น.
สนาม : โอลิมปิโก 

สภาพทีมโดยทั่วไป 

    ลาซิโอ

    ซิโมเน่ อินซากี้ เทรนเนอร์ลาซิโอ พาทีมแพ้ซามพ์โดเรียยับ 0-3 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว 

    ความพร้อมเกมนี้ อินซากี้ จะไม่มีทั้ง เซนัด ลูลิช, อันเดรียส เปเรยร่า, ซิลวิโอ โปรโต้ และ สเตฟาน ราดู ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งหมด 

    ส่วน บาสโตส, ลุยซ์ เฟลิเป้ และ มานูเอล ลาซซารี่ ที่ไม่สมบูรณ์ ยังต้องรอทดสอบความฟิต แต่ข่าวดีคือจะได้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวยิงกัปตันทีมคนสำคัญ พ้นโทษแบนในลีกกลับมา 

    ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, เวสลี่ย์ ฮูดท์, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, ลูคัส เลวา, หลุยส์ อัลเบร์โต้ และ ฮัวกิน กอร์เรอา ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    ดอร์ทมุนด์   

    ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์ พาทีมชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด 

    สภาพทีมล่าสุด ฟาฟร์ ยังไม่มี มาร์เซล ชเมลเซอร์, นิโก้ ชูลซ์ และ ดาน-อักเซล ซากาดู ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้วทั้งหมด

    ส่วน ลูคัสซ์ พิซเซ็ค ที่เดี้ยงเพิ่มมาจากเกมล่าสุด ต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ ธอร์กกาน อาซาร์ ที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อรบกวน 

    บรรดาแกนหลักหลายรายที่ได้พักเมื่อสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นโรมัน บือร์กี้, มานูเอล อคานจี, จู๊ด เบลลิงแฮม, ราฟาแอล เกร์เรยโร่ และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ก็พร้อมคัมแบ็กทั้งหมด

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม    

    ลาซิโอ (3-5-2) : โธมัส สตราโคช่า – ปาตริก, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, เวสลี่ย์ ฮูดท์ – มาร์โก ปาโรโล่, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, ลูคัส เลวา, หลุยส์ อัลเบร์โต้, อดัม มูราซิช – ชิโร่ อิมโมบิเล่, ฮัวกิน กอร์เรอา

    เทรนเนอร์ : ซิโมเน่ อิซากี้ 

    ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1) : โรมัน บือร์กี้ – เอ็มเร่ ชาน, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – โธมัส เมอนิเย่ร์, จู๊ด เบลลิงแฮม, อักเซล วิตเซล, ราฟาแอล เกร์เรยโร่ – เจดอน ซานโช่, โจวานนี่ เรย์น่า – เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์

    เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์     

    ผู้ตัดสิน : กเลมงต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส) 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

12/08/18    กระชับมิตร (สนามกลาง)     ดอร์ทมุนด์ 1-0 ลาซิโอ 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลาซิโอ

17/10/20 แพ้ ซามพ์โดเรีย 0-3 (เยือน) เซเรีย อา 
04/10/20 เสมอ อินเตอร์ มิลาน 1-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/10/20 แพ้ อตาลันต้า 1-4 (เหย้า) เซเรีย อา
26/09/20 ชนะ กายารี่ 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
19/09/20 เสมอ เบเนเวนโต้ 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร


    ดอร์ทมุนด์
17/10/20 ชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
03/10/20    ชนะ ไฟร์บวร์ก 4-0 (เหย้า) บุนเดสลีกา
01/10/20    แพ้ บาเยิร์น 2-3 (เยือน) ซูเปอร์ คัพ
26/09/20    แพ้ เอาก์สบวร์ก 0-2 (เยือน) บุนเดสลีกา
19/09/20    ชนะ มึนเช่นกลัดบัค 3-0 (เหย้า) บุนเดสลีกา

มอยส์เผยเคยกาหัวเบลเป้าหมายเบอร์1สมัยคุมแมนยู

เดวิด มอยส์ กุนซือ เวสต์แฮม ระบุ ตอนคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ตนเคยอยากได้ แกเร็ธ เบล จนถึงขั้นกาหัวเขาเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 พร้อมบอกว่าที่จริงตอนนั้น "ปีศาจแดง" ทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะปิดดีลกับ เบล ให้ได้ แต่ตัวนักเตะมีใจให้กับ เรอัล มาดริด ไปก่อนแล้ว

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่าตนเคยอยากได้ แกเร็ธ เบล ไปร่วมทัพในตอนที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริงๆ แถมถึงขั้นกาหัวปีกชาวเวลส์เป็นเป้าหมายการเสริมทัพรายแรกด้วยซ้ำ

ในช่วงแรกๆ ที่ มอยส์ เข้าไปกุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2013 เขาตกเป็นข่าวกับนักเตะชื่อดังหลายราย อย่างเช่น เบล, เชส ฟาเบรกาส และ โทนี่ โครส เป็นต้น แต่สุดท้ายในตอนนั้นก็ได้เพียง มารูยาน เฟลไลนี่ มาร่วมทัพแค่คนเดียว โดยที่หลายคนตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ด้วยว่าไม่ทุ่มเทกับการล่าแข้งที่เป็นเป้าหมายของ มอยส์ มากเท่าที่ควร

มอยส์ ซึ่งอาจต้องเจอกับ เบล ในเกมลีกที่ เวสต์แฮม มีคิวดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้ เผยว่า "แกเร็ธ เบล อาจจะเป็นชื่อแรกที่ผมิคดถึงในตอนที่ผมเข้าไปรับงานกับที่นั่น ผมคิดว่า แกเร็ธ เบล เป็นนักเตะตามแบบฉบับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคือคนที่เหมาะสม ยูไนเต็ด เคยมีปีกเก่งๆ หลายราย ไล่ตั้งแต่ จอร์จ เบสต์ ไปจนถึง ไรอัน กิ๊กส์ ระหว่างยุคของ 2 คนนั้นพวกเขาก็มีปีกชั้นยอดอีกหลายคน"

"ผมอยากได้ แกเร็ธ เบล ไปเสริมทัพเป็นรายแรกในตอนที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ตอนนั้นมันเหมือนกับว่าเขาก้าวขาไปทาง เรอัล มาดริด นิดๆ แล้ว ผมพยายามที่จะปาดหน้าพวกเขาให้ได้ ผมพยายามที่จะดึงเขามาร่วมทีมให้ได้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เงินมากกว่าที่ เรอัล มาดริด ยื่นให้เขา พวกเขายอมให้เงินมากกว่าแล้ว เราทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะพยายามเอาเขาไปร่วมทีมให้ได้ เราถึงขั้นเตรียมเฮลิคอปเตอร์เอาไว้ที่สนามซ้อมเพื่อที่จะไปรับเขากลับมาด้วยซ้ำ เราเคยคิดว่าเรามีโอกาสที่จะได้เขาไปร่วมทีม แต่แล้วเขาก็เลือก เรอัล มาดริด ซึ่งมันก็เป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม เพราะเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 4 สมัยกับที่นั่น เขามีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมสุดๆ"