แนวรุกโหดไปนะ!สื่อดังจัดทีมตัวจริง “แมนซิตี้” ที่มี”เมสซี่”นำทัพ

ช่วงค่ำคืนของวันอังคารที่ผ่านมา ในวงการฟุตบอลคงไม่มีข่าวไหนที่ฮือฮาและสร้างแรงกระเพื่อมมากไปกว่าข่าวที่ ลิโอเนล เมสซี่ ตัดสินใจที่จะขอยกเลิกสัญญากับ บาร์เซโลน่า อีกแล้ว ซึ่งถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องจริง เพราะหลายสื่อดังต่างรายงานข่าวตรงกัน ดังนั้นต่อไปนี้ประเด็นที่ต้องจับตามองคือ เมสซี่ จะย้ายไปไหน? และสโมสรใดมีโอกาสได้ตัวมากที่สุด?

        ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีหลายสโมสรระดับท็อปถูกดึงเข้ามามีเอี่ยว แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูมีโอกาสมากกว่าใครเพื่อน เพราะนอกจากกำลังเม็ดเงินที่มีอย่างมหาศาลแล้ว พวกเขายังมีกุนซือคนสนิทของ เมสซี่ ที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพด้วย และถ้าหาก เมสซี่ ตัดสินใจมาร่วมงานกับ เป๊ป ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม จริงล่ะก็ พวกเขาจะเป็นทีมที่น่าดูอย่างมากสำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 และล่าสุดเว็บไซต์ talksport.com ได้มีการจัดทีมตัวจริง "เรือใบสีฟ้า" ที่มี เมสซี่ นำทัพ รวมถึง คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง นาโปลี ที่มีข่าวกำลังจะย้ายมาร่วมทีม ยืนคุมแดนหลังในแผนการเล่นระบบ 4-3-3

 

          เริ่มต้นกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู ยังไงมือหนึ่งก็หนีไม่พ้น เอแดร์ซอน นายด่านชาวบราซิเลียน ถึงแม้ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวมีเล่นพลาดให้เห็นหลายหนก็ตาม ส่วนแนวรับสี่คนนั้น นาธาน อาเค่ ที่เพิ่งย้ายมาจาก บอร์นมัธ จะประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามเดิม ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กถือว่าแข็งแกร่งสุดๆ กับการที่จะได้ คูลิบาลี่ มาประสานงานกับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ปราการหลังชาวฝรั่งเศส

 

        มาที่แดนกลางสามคนจะประกอบไปด้วย โรดรี้ ที่ยืนทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับเช่นเคย โดยที่มี เควิน เดอ บรอยน์ ยืนปั้นเกมรุกร่วมกับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ฟิล โฟเด้น ที่น่าจะถูก เป๊ป ดันขึ้นมาเป็นตัวหลักในฤดูกาลใหม่ หลังจากที่ ดาบิด ซิลบา อำลาทีม (ย้ายไป เรอัล โซเซียดาด) ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

        สำหรับสามประสานแนวรุก "เรือใบสีฟ้า" ชุดนี้ บอกได้เลยว่า "อย่างโหด" กับการที่จะได้ เมสซี่ มาเล่นร่วมกับเพื่อนซี้ในทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ โดยที่มีปีกจอมถล่มประตูอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง เล่นทางฝั่งซ้าย ซึ่งหากเป็นไปตามนี้จริง แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นยาวๆ แน่นอน สำหรับการทวงตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก จาก ลิเวอร์พูล รวมถึงการลุ้นแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

        … แน่นอนว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาการันตีว่า เมสซี่ จะย้ายมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่อย่างน้อยมันก็ "มีโอกาส" และถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงล่ะก็ บอกเลยว่า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง น่าดูอย่างแรง!!! 

100 ล้านปอนด์อัพ!เปิด 5 แข้งค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้

 

 

พรีเมียร์ลีกไม่มีปัญหาการขาดแคลนผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านปอนด์ มาดูกันใครบ้างนักเตะที่มีค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากมีการย้ายทีมตอนนี้
   
แม้ว่าช่วงเวลาการซื้อขายย้ายทีม เวลานี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากสโมสรต่างๆได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับสภาวะทางการเงิน ทำให้สโมสรต่างๆต้องระมัดระวังมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

    ซึ่งแม้การย้ายทีมของเขาเหล่านี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มีการประเมินคร่าวๆว่า หากแข้งสตาร์ดังเหล่านี้ย้ายทีม ค่าตัวที่ประเมินในตอนนี้ แต่ละคนจะเป็นเท่าไหร่กันบ้าง และนี่คือ5 แข้งที่ได้รับการประเมินค่าตัวแล้ว สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

    5 เควิน เดอ บรอยน์ – 108 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุคนี้ เดอ บรอยน์ สร้างความแตกต่างให้กับทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า มาหลายฤดูกาลแล้ว แข้งชาวเบลเยี่ยมเป็นทุกอย่างให้ทีมได้ยามอยู่ในสนาม

    โดยเควิน เดอ บรอยน์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ในซีซั่นที่ผ่านมา ยิงได้ 13 ประตู และ แอสซิสต์อีก 20 จาก 35 นัดในพรีเมียร์ลีก 
        
    4 แฮร์รี่ เคน – 108 ล้านปอนด์

ตามปกติแล้ว หากเอ่ยลิสต์แข้งจอมถล่มประตูของพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ชื่อของ แฮร์รี่ เคน มักไม่พลาดที่จะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ ในปี 2019/20 ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเขาเอง

    กองหน้า สเปอร์ส ยังคงยิงได้ 18 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 29 นัด ในฤดูกาลที่ทีมของเขาจบอันดับที่ 6 ของตาราง ขณะที่ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยิงได้ถึง 6 ประตูจาก 5 เกม

    แฮร์รี่ เคน ทำลายกำแพง 20 ประตูใน 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2014/15 ถึง 2017/18 โดยเขายิงได้ 21 ประตูในปี 2014/15 และตามมาด้วย 25 ประตูในฤดูกาล 2015/16

    ด้วยวัย 27 ปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดในยุโรป และมีคุณลักษณะทั้งหมดที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของเขาชื่นชมอยู่เสมอ ซึ่งเขาคาดว่าจะมีฤดูกาลที่จะถึงนี้ เจ้าตัวจะเป็นตัวเอกอีกครั้งอย่างแน่นอน

    3 ซาดิโอ มาเน่ – 108 ล้านปอนด์

มาเน่ เป็นหนึ่งในกองหน้าตัวหลักของลิเวอร์พูล ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยผลงาน 18 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จาก 35 นัดในลีก จัดเป็นหนึ่งแข้งคนสำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอยู่ในตอนนี้

    ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ร่วมกับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดเป็นสามประสานสุดอันตรายของยุโรปชั่วโมงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 108 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมสำหรับลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ผลงานที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง หลังแข้งชาวอียิปต์กลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีก

    ซาลาห์ เป็นนักเตะที่คล่องแคล่ว เขาและการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ในบริเวณกรอบเขตโทษ ถือเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังคู่แข่งเป็นอย่างมาก

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ยิง 19 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์จากการลงสนาม 34 นัดในลีกของลิเวอร์พูล

    1 ราฮีม สเตอร์ลิง – 115.2 ล้านปอนด์

ภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า นั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ได้กลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดในยุโรป เขายืนอยู่ทางปีกซ้ายแบบนั้น ทุกครั้งที่เขารับบอลที่ด้านข้างของสนาม กองหลังคู่แข่งก็เริ่มสูญเสียความสงบในทันใด

    นักเตะชาวอังกฤษสามารถทำประตูได้เหนือกว่า ทั้งสองกองหน้าในทีมของเขาในฤดูกาลนี้ และเป็นดาวซัลโวให้กับซิตี้ นับตั้งแต่เขาเข้าร่วมทีมจากลิเวอร์พูลในช่วงฤดูร้อนปี 2015

    เขายิงไป 20 ประตูจากการลงสนาม 33 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิงทำได้ 30 ประตูและ 4 แอสซิสต์จาก 50 นัดในทุกรายการในฤดูกาล นี้และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

โกรธก้นกระเพื่อม!มิสก้นงามหนุนเมสซี่ลาบาร์เซโลน่า

 

ซูซี่ คอร์เตซ อดีตนางงามก้นสะบึมเลือดแซมบ้า ประกาศก้องให้โลกรู้เลิกเชียร์ บาร์เซโลน่า แน่นอนหาก โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว นั่งเก้าอี้ประธาน พร้อมหนุน ลิโอเนล เมสซี่ อำลาสโมสร ที่สำคัญตอนนี้หันไปเชียร์ แมนฯ ซิตี้ ว่าที่ทีมใหม่ของขวัญใจเธอ
   
ซูซี่ คอร์เตซ อดีตนางงามก้นสวยชาวบราซิล ออกโรงหนุน ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ หลังนักเตะเรียกร้องที่จะอำลา บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี พร้อมจวก "เจ้าบุญทุ่ม" ปฏิบัติกับฮีโร่ของสโมสรราวกับคนไร้ค่า ทั้งๆ ที่นำความสำเร็จมาสู่ถิ่นคัมป์ นู มากมายมหาศาล

เมสซี่ ตกเป็นข่าวใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังนักเตะไม่พอใจกับอนาคตของทีมและต้องการเก็บเสื้อผ้าจากสโมสรที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเยาวชน โดยจุดหมายปลายทางมีความเป็นไปได้ว่าจะไปเล่นให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือคู่ใจ ที่กุมบังเหียน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เพราะมีการเปิดเผยว่า ลา ลีกา สเปน ยืนยันชัดเจน สัญญาของ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา กับ บาร์ซ่า ยังมีผลอยู่ และจะย้ายสังกัดได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

เจ้าของมงกุฎมิสบัมบัม 2015 เป็นแฟนตัวยงของ เมสซี่ ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของ เมสซี่ ว่า "ตราบใดที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ยังเป็นประธานบาร์เซโลน่า ฉันจะไม่สวมเสื้อ หรือฉลองชัยชนะ หรือการคว้าแชมป์ของพวกเขาแน่นอน ตอนนี้ฉันเป็นแฟนตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว"

"เมสซี่ ทำทุกอย่างเพื่อบาร์เซโลน่า หากไม่มี เมสซี่ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเราคงไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฉันสนับสนุนการตัดสินใจย้ายทีมของเขาเต็มร้อย นักเตะที่เก่งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ถูก บาร์เซโลน่า ปฏิบัติราวกับเป็นขยะ ฉันเสียใจมากๆ กับ เมสซี่ และ ซัวเรซ ที่โดนปฏิบัติแบบนั้น ฉันรัก บาร์เซโลน่า แต่ฉันตัดสินใจไม่เชียร์ทีมหาก บาร์โตเมว เป็นประธาน" คอร์เตซ ระบุ

 

 

 

ปูด!ลิเวอร์พูลใกล้ซิว “ติอาโก้” ร่วมทัพอีกไม่กี่สัปดาห์

ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะจ่ายเงินค่าตัวตามที่ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการเพื่อที่จะดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์เชิงสูงมาปั้นเกมแดนกลางให้กับทัพ "หงส์แดง" โดยงานนี้คาดว่านักเตะจะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับทีมในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้
    ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เตรียมที่จะเปิดฉากการเจรจาขั้นสุดท้ายกับ บาเยิร์น มิวนิค เรื่องการดึงตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางมากประสบการณ์ชาวสแปนิช โดยคาดว่า "หงส์แดง" ใกล้จะนำนักเตะมาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ในเร็วๆ นี้

    ดาวเตะวัย 29 ปี ซึ่งเหลือสัญญากับ "เสือใต้" เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แสดงความต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่หลังจากประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะซีซั่น 2019/2020 เขามีส่วนช่วย บาเยิร์น ผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์ (บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    ขณะที่ฝ่าย บาเยิร์น ยอมรับสภาพว่าต้องเสีย ติอาโก้ ออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า แน่นอนแล้ว แต่กระนั้นพวกเขาก็อยากจะได้ค่าตัวที่สูงสุดในการปล่อยนักเตะออกไป ซึ่งสื่อหลายสำนักในอังกฤษ รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่าจุดหมายปลายทางของ ติอาโก้ มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะไปร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" 

    ทั้งนี้สื่อในเมืองผู้ดียังได้ระบุเพิ่มว่า บาเยิร์น มิวนิค พร้อมที่จะยอมรับข้อเสนอจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) เพื่อปล่อยตัว ติอาโก้ ออกไป และทางฝั่ง "เดอะ เร้ดส์" ก็ยินดีที่จะจ่ายเงินในจำนวนดังกล่าว พร้อมทั้งจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

ปีร์โล่ตอบแล้วดีบาล่ายังมีอนาคตกับทีมหรือไม่

หลังจากเคยมีข่าวลือว่า เปาโล ดีบาล่า จะโดน ยูเวนตุส ปล่อยออกจากทีมแล้วนั้น ล่าสุด อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ของทีมก็บอกเองว่า ดีบาล่า ยังมีอนาคตกับ "เบียงโคเนรี่" แต่รายของ กอนซาโล่ อิกวาอิน อดไปกับทีมต่อแน่นอนแล้ว
   

อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่า เปาโล ดีบาล่า กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะยังเป็นส่วนหนึ่งในทีมของตน

ในฤดูกาล 2019-20 ดีบาล่า ทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการทำไป 17 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 นัดในทุกรายการ จนทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ของ เซเรีย อา อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันก่อนมีข่าวลือว่า ยูเวนตุส พร้อมที่จะขายแข้งวัย 26 ปี เนื่องจาก ปีร์โล่ เล็งที่จะผ่าตัด "เบียงโคเนรี่" ครั้งใหญ่เพื่อทำให้ทีมกลับมาดุดันอีกครั้ง หลังจากในซีซั่นล่าสุดพวกเขาได้แชมป์ลีกเพียงรายการเดียว รวมถึงตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตำนานกองกลางชาวอิตาเลียนเผยว่า "เขาไม่เคยเป็นนักเตะที่จะโดนขายเลย พวกคุณ (สื่อ) ต่างหากที่กุข่าวลือพวกนี้กันขึ้นมาเอง สำหรับผมแล้วเขาเป็นคนที่มีความสำคัญมากพอๆ กับคนอื่น ทันทีที่เขากลับมา (จากการพักร้อน) เขาก็จะเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ทันที"

อย่างไรก็ตาม ปีร์โล่ ยืนยันว่า กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าประสบการณ์สูงจะต้องย้ายออกจากทีมในเร็วๆ นี้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่า อิกวาอิน กับ ซามี่ เคดิร่า จะโดนยกเลิกสัญญากับทีม แม้ว่าสัญญาของทั้งคู่จะยังเหลืออีก 1 ปีก็ตาม "ผมได้คุยกับ อิกวาอิน แล้ว เขาเป็นคนที่ผมนับถือมากๆ เขามีวัฏจักรที่สำคัญกับที่นี่ เขาเป็นนักเตะชั้นยอด แต่ตอนที่ได้คุยกับเขาน่ะเราก็ตัดสินใจกันว่าเราต้องแยกทางกันแล้ว เขาเป็นแชมเปี้ยนที่ยิ่งใหญ่ แต่วัฏจักรมันจบลงแล้ว เขาไม่ได่เป็นกำลังหลักของทีม แต่เราก็ได้คุยกันเพื่อที่จะทำการตัดสินใจในเรื่องนี้"

 

บอกเลยผีโหดแน่! 5 เหตุผลที่ แมนยู ควรเซ็นสัญญา ฟาน เดอ เบค

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้จะได้นักเตะตัวใหม่และเป็นผู้เล่นคนแรกในการเสริมทัพของพวกเขาช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางชาวดัตช์ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และเป็นผู้เล่นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" อยากได้มาร่วมทีมมากๆ

     ต้องบอกเลยว่า ฟาน เดอ เบค เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแผงมิดฟิลด์ "เร้ด เดวิลส์" ได้อย่างลงตัว เพราะ โซลชา พยายามที่จะหาผู้เล่นที่สามารถมีอิทธิพลกับทีม, ทำงานหนัก และยังสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง รวมทั้งช่วยเติมเกมรุกของทีมให้อันตรายมากยิ่งขึ้น 

     ความสามารถในการปรับตัวเล่นได้หลากตำแหน่งในแผงกองกลางช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากนี้นักเตะยังมีดีในเรื่องการยิงประตู และแอสซิสต์ รวมทั้งอีกหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นนี่เป็น 5 เหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม "ปีศาจแดง" จึงควรเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบค มาร่วมทัพ
   
1. สามารถปรับตัวในการเล่นตำแหน่งที่แตกต่างได้เร็ว

 โดยปกติแล้ว ฟาน เดอ เบค มักจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ และบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ แต่เขายังสามารถปรับเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งอื่นๆ บริเวณแผงมิดฟิลด์ได้ด้วยหากจำเป็นต้องถูกจับไปเล่น นอกจากนี้เขายังสามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ก็ได้ และยังเคยทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับ อาแจ็กซ์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

    ต้องยอมรับว่านักเตะเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ทำให้ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะปรับการเล่นของตัวเองให้เหมาะสมกับเกมที่แตกต่างกันตามที่โค้ชสั่งได้อย่างดีเยี่ยม และผลงานของเขาก็โดดเด่นไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนก็ตามในแนวรุก

อย่างไรก็ตามนักเตะยังมีความสามารถในการเล่นเกมรับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน, เล่นลูกกลางอากาศก็ใช้ได้ หรือจะขยับดันเกมบุกเพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมก็ดีไม่มีที่ติ แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังขาดกองกลางที่มีคุณสมบัติชั้นยอดแบบนี้ ดังนั้นการมาของ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะยกระดับพลังขับเคลื่อนในแผงกองกลางของ "ผีแดง" ได้เป็นอย่างดี

2.  คู่แข่งรับมือยาก

สตาร์ลูกหนังชาวดัตช์กำลังจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมรุ่นที่ออกไปดังกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า) และ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ (ยูเวนตุส) รวมไปถึง ฮาคิม ซิเย็ค ที่เพิ่งจะไปเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการกับสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ช่วงซัมเมอร์นี้

    ก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบค ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเพื่อนๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะชั้นยอดเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ย้ายไปได้ดีบได้ดีกับทีมชั้นยอด ฉะนั้นนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะได้ทำผลงานให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

การได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องขอบคุณความสามารถที่หลากหลายของเขาในการเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุก โดยศักยภาพของเขาสามารถช่วยในเรื่องการครองบอล, ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุก หรือยืนเป็นหน้าต่ำ แน่นอนว่านี่คือกองกลางที่แนวรับคู่แข่งยากจะคาดเดา และรับมือได้ยากลำบากจริงๆ
 
3. อยู่ในช่วงก้าวสู่จุดพีค

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ประสบความสำเร็จกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาได้ครอบครองโทรฟี่แชมป์ร่วมกับทีมหลายรายการ และยังมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในแข้งสำคัญนำสโมสรทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/2019

    อย่างไรก็ตามฟอร์มที่ทุกๆ คนได้เห็นยังไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขา ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี นักเตะยังมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นไปสู่จุดพีคในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์อย่างสูงจากการที่ได้เขาไปร่วมทีมในช่วงเวลานี้

ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ทำผลงานในเกมรุกได้อย่างโดดเด่น และยังมีไหวพริบเฉียบคมกับการเล่นบริเวณพื้นที่สุด โดยเขาสามารถขยับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่เก่งที่สุดในยุโรปในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ "ผีแดง" ในยุคเน้นผู้เล่นพลังหนุ่ม มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรีดศักยภาพของ ฟาน เดอ เบค ออกมา

    แน่นอนว่า กองกลางวัย 23 ปี จะเป็นผู้เล่นที่สร้างเกมรุกให้กับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งหากได้ประสางานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ 3 ประสานความเร็วสูงได้แก่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด บอกเลยว่ากองหลังคู่แข่งได้ขาสั่นชัวร์
 
4. ยิงประตูได้ดีเยี่ยม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปในฤดูกาลล่าสุดก็คือการยิงประตูจากแผงกองกลาง แน่นอนว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสยดสยองจาก 3 แนวรุกความเร็วสูง มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ที่ตะบันตาข่ายคู่แข่งรวมกันแล้วได้  61  ประตูตลอดการแข่งขันทุกรายการ

    สำหรับในแผงกองกลาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีโอกาสได้ยิงประตูให้กับทีมพอสมควรนับตั้งแต่ที่ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา (เจ็บหนักในซีซั่นล่าสุด), เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ก็มีโอกาสทำประตูบ้างประปราย

ฉะนั้นหาก "ปีศาจแดง" ได้ ฟาน เดอ เบค มาเสริมแกร่ง จะทำให้ทีมสามารถขู่คู่แข่งจากการยิงประตูบริเวณแผงกองกลางได้มากยิ่งขึ้น โดยนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทชอบขึ้นไปช่วยเกมรุกเสมอ และพยายามไล่บี้กดดันกองหลังคู่แข่ง รวมทั้งยังวิ่งเข้าไปหาพื้นที่เพื่อทำประตู

     กองกลางชาวดัตช์ มีทั้งความคล่องแคล้วว่องไว และยังยิงประตูได้ดีซะด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งที่จะช่วยกำจัดจุดอ่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไป โดย ฟาน เดอ เบค ซัดไป 10 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่น 2019/2020 และนักเตะน่าจะทำได้แบบเดียวกันเมื่อมาเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์"

5. เล่นเกมใหญ่ได้ดีเสมอ

ฟาน เดอ เบค เป็นนักเตะที่มักจะทำผลงานได้ดีมากๆ เมื่อเวลาลงเล่นกับทีมใหญ่ๆ โดยเขาพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากการช่วย อาแจ็กซ์ ในการเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป เมื่อซีซั่น 2018/2019 เมื่อเขาสวมบทฮีโร่ด้วยการซัดประตูในเกมพบ ยูเวนตุส และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ ฟาน เดอ เบค ยังมีส่วนในการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมในแมตช์ปะทะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยรวมแล้วผลงานของเขาโดดเด่นมากๆ ในการเล่นกับทีมใหญ่ ที่สำคัญนักเตะยังเปรียบเสมือนหัวใจในแดนกลาง และพร้อมที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมรุกให้กับทีมอยู่เสมอ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็คือการเล่นที่หลากหลายซึ่งกองหลังคู่แข่งยากจะคาดเดาได้ นอกจากนี้นักเตะยังเป็นพวกที่กระหายความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์จากจุดนี้ของ ฟาน เดอ เบค มากๆ

    ทั้งความสามารถในการขับเคลื่อนเกม, การยิงประตู และสไตล์การเล่นที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาของผู้ตัดสินจะดังขึ้นมา ต้องบอกเลยนี่คือคุณสมบัติที่เข้ากับปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด

คล็อปป์เผยต้องเปลี่ยนแผนพักร้อนตอนลิเวอร์พูลทาบคุมทีม

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนที่ "หงส์แดง" ติดต่อมาให้ตนไปเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมนั้น ตนต้องเปลี่ยนแผนการพักร้อนทันที เพราะอยากไปรับงานกับ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่เสริมว่าต้องปรึกษากับครอบครัวก่อนเช่นกัน เพราะตอนแรกกะว่าจะพักผ่อนสัก 1 ปี
   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตนต้องเปลี่ยนแผนการพักผ่อนเมื่อตอนปี 2015 อย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ "หงส์แดง" ทาบไปเป็นกุนซือของทีม

คล็อปป์ ตัดสินใจบอกลา ดอร์ทมุนด์ หลังจบฤดูกาล 2014-15 ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่าอยากพักจากการทีมสัก 1 ปี แต่พอถึงช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 เขาก็กลับมารับงานคุมทีมอย่างรวดเร็วกับ ลิเวอร์พูล และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ จนถึงขั้นพาทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างละ 1 สมัย

กุนซือชาวเยอรมันเผยในสารคดีของ บีบีซี ที่ชื่อ -ลิเวอร์พูล เอฟซี : เดอะ 30 เยียร์ เวท- ว่า "ตอนนั้นเรากำลังพักผ่อนกันอยู่ที่กรุงลิสบอน และผมก็ได้รับการติดต่อจากเอเยนต์ของผม เขาบอกผมว่า ลิเวอร์พูล สนใจในตัวผม และมันก็ทำให้แผนของเราในตอนนั้นต่างไปจากที่วางเอาไว้ในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะเดิมทีเราอยากจะพักผ่อนกันให้มากกว่านี้!"

"ผมเล่าให้ครอบครัวของผมฟัง ลูกๆ ของผมน่ะตอบว่า -ไชโย!- ทันที แต่พอผมมองเข้าไปในดวงตาของ อุลล่า (ภรรยาของ คล็อปป์) แล้วนั้น เธอก็อารมณ์ประมาณว่า -เอ่อ จะเริ่มทำงานเมื่อไหร่เหรอ ?- คือเมื่อคุณให้สัญญาเรื่องใหญ่โตว่าจะให้เวลากับคนในครอบครัวของเราเอง 1 ปี อย่างที่ผมเคยพูดในตอนที่ออกจาก ดอร์ทมุนด์ แต่กลับมาเปลี่ยนแผนหลังจากผ่านไปได้เพียง 4 เดือนแล้วน่ะ มันก็ทำให้อย่างน้อยคุณจำเป็นต้องถามคนในครอบครัวซะก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่ตอนแรกที่รู้เรื่องนี้เลย พวกเขาไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวผม (ว่าให้รับงานคุม ลิเวอร์พูล) เลยสักนิด"

ทางการ!เซบีย่าคว้าราคิติชจากบาร์ซ่า

อิวาน ราคิติช หวนซบ เซบีย่า อีกรอบเรียบร้อย หลังไปเล่นให้ บาร์ซ่า มานาน 6 ปี และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมาย

เซบีย่า ประกาศยืนยันคว้าตัว อิวาน ราคิติช กองกลางประสบการณ์สูงของ บาร์เซโลน่า คู่แข่งร่วมศึก ลา ลีกา สเปน กลับมาร่วมงานอีกรอบเมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น รามอน ซานเชซ-ปิซฆวน จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2024

ราคิติช วัย 32 ปี เคยอยู่กับ เซบีย่า ระหว่างปี 2011-2014 ก่อนย้ายไปอยู่กับ บาร์ซ่า และประสบความสำเร็จได้แชมป์มากมายอาทิ ลา ลีกา สเปน 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 4 สมัย, สโมสรโลก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย เป็นต้น

สำหรับค่าตัวในการย้ายทีมของ ราคิติช ครั้งนี้อยู่ที่แค่ 1.5 ล้านยูโร (ประมาณ 55.5 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ เซบีย่า อาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก 9 ล้านยูโร (ประมาณ 333 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

ทั้งนี้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหม่ของ บาร์ซ่า กำลังพยายามสร้างทีมขึ้นมาใหม่ โดยจะโละนักเตะออกไปหลายราย และคนต่อไปน่าจะเป็น อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางตัวเก๋าชาวชิลี ที่เตรียมย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ทีมดังใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

คำพูดคุ้นหู! “มาติช” ลั่นแมนยูมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นใหม่

 

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์จอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นฤดูกาลหน้าต้นสังกัดต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ระบุนักเตะทัพ "ปีศาจแดง" กระหายที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แบบแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอีกต่อไป
   
เนมานย่า มาติช กองกลางมากประสบการณ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องให้โลกรู้ทัพ "ปีศาจแดง" พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 แถมเตือนบรรดาทีมคู่แข่งตอนนี้ต้นสังกัดมีขุมกำลังที่ลงตัวมากๆ

"เร้ด เดวิลส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งขันกันต่อ หลังต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีก และเก็บแต้มเป็นว่าเล่นจนคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่สุดยอดของทีมในช่วงท้ายซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มาติช มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้ "ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้ว เราต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราต้องสู้เพื่อคว้าแชมป์ เพราะผมรู้สึกว่าปีนี้เราทำแต้มหลุดมือง่ายๆ เยอะมาก"

แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 33 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 ถึง 15 แต้ม เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา "เราปล่อยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก ผมไม่รู้นะ อาจจะ 10 เกมก่อนซีซั่นปิด พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้อีก"

"เราต้องสู้จนกระทั่งจบซีซั่น เราต้องเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเล่นด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนตัวของผมก็คือการคว้าแชมป์ลีก และผมมั่นใจว่าทุกคนก็ต้องการทำให้ได้เหมือนกัน เราต้องสัญญากับแฟนบอลของเราว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด เราทำได้มาแล้วหลังจากล็อกดาวน์เมื่อเราเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้ง นั่นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาติช ระบุ