เบื้องลึกยาสูบ ทีมโนเนมแชมป์ไทยลีก..ห้องแต่งตัวเดือดระอุ

 

แม้ว่าจะหายสาบสูญจากวงการฟุตบอลไทยไปแล้วสำหรับสโมสรฟุตบอล “สิงห์อมควัน”พนักงานยาสูบ แชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยรายการไทยลีก 9 (2004-05) แต่เรื่องราวความสำเร็จความมหัศจรรย์คว้าแชมป์กลายเป็นเรื่องเล่าต่อบอกสรรพคุณการทำงานที่หนักหน่วงของทีมงานทั้งเฮดโค้ชชาวบราซิลเลียนอย่าง โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส และทีมงาน รวมไปถึงนักเตะที่เป็นลูกผสมระหว่างผู้เล่นสูงอายุกับผู้เล่นคลื่นลูกใหม่ที่ก้าวกระโดดจากยุทธจักรลูกหนังขาสั้นสู่ชนชั้นลีกสูงสุด

การคว้าแชมป์ของสโมสรพนักงานยาสูบ มีจุดเปลี่ยนสำคัญมากมายโดยเฉพาะการทำงานของ โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส  ที่นำความเป็นมืออาชีพมาสู่วงการฟุตบอลในยุค 15 ปี ที่แล้ว  กุนซือบราซิลมีทีมงานที่แข็งแกร่งหลายคนไม่ว่าจะเป็น รอยเตอร์ โมไรร่า,แกสดาเมียฯ ที่สำคัญโอกาสในการเป็น 11  ตัวจริงในสนามแข่งขันจะเกิดจากสนามฝึกซ้อม ใครแสดงออกมาเต็มที่จะได้รับโอกาสนั้นในสนามฝึกซ้อมแข้งยาสูบจะรู้ดีว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรเพื่อให้ได้สิทธิ์ของตัวเองในการเป็นตัวจริง

 “แม็กก้าเมืองไทย”พนิพล  เกิดแย้ม หนึ่งในขุนพลชุดแชมป์ไทยลีก 9  เล่าถึงบรรยากาศอีกด้านที่น่าสนใจช่วงของแมตซ์การแข่งขันฤดูกาลแห่งความสำเร็จในช่วงพักครึ่งเวลาคือสิ่งที่บรรดาแข้งยาสูบไม่มีวันลืมเพราะภาพเหล่านี้ยังคงวิ่งมาเคาะประตูความทรงจำเสมอ โดยเจ้าตัวเล่าว่า ถ้าครึ่งแรกแผนที่วางไว้หรือใครคนใดคนหนึ่งที่ได้จ๊อบงานในสนามทำได้ไม่สำเร็จ “โจเซ่”จะกราดด่าเช็ดเป็นรายบุคคลพร้อมกับออกแอคชั่นหลายอิริยาบถทั้งเสียงทุบกระดานที่ดังโครมคราม เสียงสั่งการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ดุดันเชิงโมโหเกรี้ยวกราด บางทีก็จะแสดงอาการโมโหรุนแรงบันดาลโทสะใส่ข้าวของ  จนเราแทบจะลืมความยากลำบากในช่วง 45 นาทีแรกไป เหงื่อที่ไหลโซกในสนามกลายเป็นยาเร่งส่งให้นักเตะที่อยู่ในห้องแต่งตัวแก้เกมตัวเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ห้องนี่เงียบกริบทุกสายตาพุ่งไปที่การแก้เกมของ “โจเซ่” โดยมี อ.แกสดาเมีย  เป็นล่ามแปลภาษาก็ยังเดือดดุดันไม่แพ้กัน

โหดจริงไม่ติงนัง ! บีจีเผยสถิติสุดทึ่ง ‘โค้ชโอ่ง’ ตั้งแต่เข้ามาคุมทีม

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดเผยสถิติกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่อยู่คุมทีมครบ 1 ฤดูกาล สำหรับ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน หลังเฮดโค้ชวัย 50 ปี เข้ามารับงานในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม เมื่อฤดูกาล 2019 กับภารกิจพาทัพ "เดอะ แรบบิท" กลับคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

    โดย "โค้ชโอ่ง" ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการพาต้นสังกัดเดินหน้าเก็บแต้มพร้อมกับคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ได้แบบไร้คู่แข่ง พร้อมกับสร้างสถิติไว้อย่างมากมายในฤดูกาลดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น เก็บคะแนนได้มากที่สุด (78 คะแนน) ยิงประตูได้มากที่สุด (76 ประตู) เสียประตูน้อยที่สุด (27 ประตู)

    นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจคือผลงานการคุมทีมของ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ที่ทำไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2019 จนถึง 4 นัดที่ผ่านมาของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด "โค้ชโอ่ง" คุมทีมไปทั้งสิ้น 45 นัด โดยเป็นผลงานในซีซั่น 2019 ทั้งหมด 41 นัดรวมทุกรายการ และปี 2020 อีก 4 นัด

    สำหรับตลอดทั้ง 45 นัด ในการคุมทัพ "เดอะ แรบบิท" ของ "โค้ชโอ่ง" ชนะ 32 นัด เสมอ 7 และแพ้ไปเพียง 6 นัด เท่านั้น หรือคิดเป็น 71.1 % ยิงประตูได้ 112 ประตู และเสีย 33 ประตู อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่ทีมมักจะทำประตูได้มากที่สุดหรือเรียกว่า "ดุสิตไทม์" คือช่วงเวลาระหว่างนาทีที่ 76-90 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวขุนพล "เดอะ แรบบิท" ทำได้ถึง 26 ประตูเลยทีเดียว

OFFICIAL : เสริมต่อเนื่อง! บีจี ดึง ณัฐวุฒิ ช่วยล่าแชมป์ไทยลีก

เดอะ บลูแมชชีน เสริมทัพต่อเนื่องด้วยการดงดาวรุ่งที่เพิ่งปล่อยให้ พยัคฆ์ล้านนา ใช้งาน กลับคืนรังอีกครั้ง
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้า ณัฐวุฒิ นามทิพย์ กองหน้าจาก เชียงใหม่ เอฟซี ร่วมทัพสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020-2021

ก่อนหน้านี้ เดอะ บลูแมชชีน คว้า สารัช อยู่เย็น และ อันเดรส ตูเญซ มาร่วมทัพ และปล่อย ปิยะชนก ดาฤทธิ์ และ สมยศ พงษ์สุวรรณ์ ให้ ราชประชา เอฟซี ใช้งาน ก่อนล่าสุดจะคว้าหัวหอกวัย 23 ปี เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในแดนหน้า

สำหรับ ณัฐวุฒิ นามทิพย์ เริ่มคว้าแข้งกับ ⁣บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด ในปี 2016 ในไทยลีก 4 พร้อมพาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ก่อนถูก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปลายปีที่แล้ว และถูกปล่อยให้ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนจะดึงกลับมาช่วยทีมล่าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2020-2021

‘ไบรอัน แอล มาร์คา’ บิ๊กบอสโปลิศเทโรฯ หมดแล้วนับพันล้าน เมียเคยถามทำไปเพื่อ?

 ที่ผ่านมามีข่าวมาโดยตลอดหลายต่อหลายครั้งว่าบิ๊กบอสใหญ่ "มังกรโล่เงิน" โปลิศ เทโร เอฟซี ในวันนี้ที่กลับมาคงสถานการณ์เป็นทีมในลีกสูงสุดได้อีกครั้งในฤดูกาล 2020 หลังตกชั้นไปเล่นลีกรอง มา 1 ฤดูกาลจะขายทีมทิ้ง ด้วยมูลค่าถึง 500 ล้านบาท

    ไม่ว่าจะเป็นปี พ.ศ. 2558, 2559, 2561 ดูแล้วท้ายที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของอารมณ์ของ นายใหญ่ผู้นี้ กับผลงานของทีมที่ไม่ได้ดั่งใจ รวมถึงมองว่าทีมเขาไม่ได้รับความยุติธรรม ในเกมแข่งขัน นั่นเอง

    ไบรอัน แอล มาร์คา เคยบอกกับคนข่าวสยามสปอร์ต ว่าเขาทำทีมฟุตบอลมาเป็นระยะเวลาล่วงเข้าสู่ปีที่ 24 นับจากไทยลีกครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมานั้นเจ้าตัวที่เป็นถึงระดับมหาเศรษฐี อีกรายของไทย หมดเงินส่วนตัวไปหลักพันล้านบาท

 

    ชนิดที่ว่า ครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา เคยขอให้เลิกทำทีมฟุตบอลสักที เพราะทำไปก็ไม่ได้อะไร

    แต่สุดท้ายหนุ่มใหญ่ผู้พิสมัย กีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เป็นผู้ที่ทำให้ บีอีซี เทโรศาสน ในวันวานได้รับฉายาว่า "เจ้าบุญทุ่มเมืองไทย" เพราะทุ่มจ้างนักเตะดีกรีทีมชาติไปอยู่ในทีมแทบทั้งทีมมาแล้ว จนเคยได้แชมป์ไทยลีก 2 สมัยติดต่อกัน มาแล้ว ในไทยลีกครั้งที่ 5,6 ไม่รวมถึงแชมป์รายการอื่นๆ

    แม้จะมีข่าวจะขายๆทีมทิ้งมาตลอดแต่สุดท้ายอยากให้สาวก "มังกรโล่เงิน" เชื่อเถอะว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นเพียงแค่อารมณ์น้อยใจ อยากประชดประชัน ของ พ่อพระแห่ง โปลิศ เทโร เอฟซี หรือ บีอีซี เทโรศาสน ในวันวานเท่านั้นเอง

 

    สำหรับ ไบรอัน แอล มาร์คา นอกจากจะเป็นเจ้าของทีม บีอีซี เทโรศาสน หรือ โปลิศ เทโร เอฟซี ในวันนี้เป็นนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เขาร่วมทุนกับ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ผลิตรายการโทรทัศน์ ให้กับ ช่อง 3 รวมถึงสื่อด้านอื่นๆ , ประธานกรรมการ บริษัท ฟอร์เดย์ (ประเทศไทย) ,เจ้าของสถานีโทรทัศน์ หลายอย่าง ในเมียนมาร์ รวมถึงหุ้นส่วนทีมฟุตบอล ยาดานาบอน ทีมดังในลีกพม่า

ฉัตรชัยเซฟ3จุดโทษ! บีจีล้มบุรีรัมย์ คว้าแชมป์ PES LOCKDOWN 2020



ฉัตรชัย บุตรพรม สวมบทฮีโร่เซฟ 3 จุดโทษ พา บีจี ปทุม ชนะลูกโทษ บุรีรัมย์ คว้าแชมป์ TL PES LOCKDOWN 2020 ได้สำเร็จ

เริ่มมาได้ 4 นาที บีจี ปทุม ก็เกือบได้ประตูจากฟรีคิกเยื้องด้านขวาของสุมัญญา ปุริสาย ที่ซัดไปชนคาน

ก่อนที่ 2 นาทีต่อมา ทัพเดอะ แรบบิท จะขึ้นนำ 1-0 จาก สุมัญญา คนเดิม ที่ปั่นฟรีคิกในระยะ 20 หลา เข้าไปอย่างสวยงาม

แต่อีก 3 นาที บุรีรัมย์ก็ตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จากฟรีคิกบริเวณหัวกระโหลก ซึ่ง เควิน อินเกรโซ่ ยิงเข้าไปไม่พลาด

ส่วนช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก บุรีรัมย์ได้ลุ้นอีก 2 จังหวะ จากริคาร์โด บูเอโน่ แต่ก็ยิงไม่ผ่านมือฉัตรชัย บุตรพรหม และหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ขณะที่ครึ่งหลัง บุรีรัมย์ครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ทั้งสองทีมก็แทบไม่ได้จบสกอร์กันเลย จึงจบ 90 นาที ด้วยผล 1-1 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 108 ทางรองแชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุด ได้ลุ้นเน้นๆ จาก แบร์นาร์โด กูเอสต้า ที่ได้ยิงตรงเส้นกรอบเขตโทษ ทว่า ฉัตรชัย บุตรพรม ก็ปฏิเสธลูกยิงลูกนี้ ซึ่งเป็นโอกาสลุ้นครั้งสุดท้ายของเกมก่อนสิ้นเสียงนกหวีด ทำให้คู่นี้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ซึ่งผลการดวลจุดโทษมีดังนี้

บีจี ปทุม : จักรกฤษ(เข้า), โตติ(ไม่เข้า), ทาร์เดลี่(เข้า), สหรัฐ(ไม่เข้า), สันติภาพ(เข้า)

บุรีรัมย์ : ศุภณัฎฐ์(เข้า), อินเกรโซ่(ไม่เข้า), สุภโชค(เข้า), กูเอสต้า(ไม่เข้า), แจ ยอง(ไม่เข้า)