หักหลัง, ไร้ความเคารพ, อนาคตไม่มี ! 6 เหตุผลที่ เมสซี่ ตัดสินใจลา บาร์ซ่า

หลังจากที่อยู่รับใช้ บาร์เซโลน่า มานานกว่า 20 ปี และเป็นดั่งสัญลักษณ์ของสโมสร แต่ตอนนี้ ลิโอเนล เมสซี่ กำลังที่จะคิดอำลาถิ่น คัมป์ นู เนื่องจากมองไม่เห็นอนาคตของทีม และเลือกที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่มากกว่าที่จะอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่มีสภาพย่ำแย่แบบนี้

    แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ เมสซี่ ปรารถนา เพราะเขามองว่า บาร์ซ่า เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง แต่การเปลี่ยนแปลงภายในทีมทำให้เจ้าตัวรับไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนอนาคตที่นักเตะมองแล้วว่าบอร์ดบริหารไม่มีความจริงใจในการพัฒนาทีม

    ที่สำคัญความขัดแย้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ทำให้ เมสซี่ มองว่าการอยู่ร่วมกันคงเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ถือเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ พร้อมเก็บเสื้อผ้าอำลายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า

1.  ไม่เหลือเยื่อใยกับบอร์ดบริหารสโมสรอีกต่อไป

 

    วันวานที่เคยหอมหวานสำหรับ เมสซี่ แทบจะไม่เหลืออยู่เลย เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับบอร์ดบริหารชุดนี้ไม่มีอีกแล้ว โดยเฉพาะกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร ที่ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจะเป็นเส้นขนานกันมานาน

    แม้ว่าในวันที่ทั้งสองคนได้พบกันตอนที่ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับโพสท่าถ่ายรูปร่วมกันซึ่งดูเหมือนว่า เมสซี่ กับ บาร์โตเมว จะยิ้มแย้มให้กันและกัน แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ฉากหน้าที่พวกเขาใส่หน้ากากเข้าหากันเท่านั้น

 

    ฉะนั้นตลอดช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ บาร์โตเมว ครองอำนาจในการบริหารยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่านั้น ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับ เมสซี่ เลย แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนักเตะเลือกที่จะอยู่กับสโมสรต่อไปเนื่องจากหัวใจที่รัก "เจ้าบุญทุ่ม" แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมปะทะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค (แพ้ 2-8 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลง

2.  ไม่รักษาสัจจะในการเซ็นสัญญากับนักเตะ-การแต่งตั้งกุนซือที่ไม่เหมาะสม

 

    บาร์เซโลน่า แทบจะไม่ลงทุนคว้านักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยพวกเขาทุ่มเงินในการคว้าตัว อองตวน กรีซมันน์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ แฟรงกี้ เดอ ยอง ซึ่งถือเป็นสตาร์ลูกหนังระดับโลก แน่นอนว่าเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" หวนคือสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    ตลอดช่วงที่ บาร์โตเมว และบอร์ดบริหารชุดนี้บริหารสโมสร พวกเขาตระบัดสัตย์ไม่ทำตามที่เคยลั่นวาจาเอาไว้กับ เมสซี่ เพราะหากมองนักเตะที่พวกเขาดึงมาร่วมทีม ยังถือว่าไม่ถูกต้องโดนใจสำหรับ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ ฉะนั้นนี่จึงทำให้เขารู้สึกว่าอนาคตของทีมช่างหมองหม่นเหลือเกิน

 

    นอกจากนี้แนวคิดในการแต่งตั้งเทรนเนอร์ก็ย่ำแย่สุดๆ เพราะหากจำกันได้ เมสซี่ ทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับโค้ชชั้นยอดตั้งแต่เมื่อปี 2004 ทั้ง แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ตาต้า มาร์ติโน่, ตีโต้ บีลาโนบา, หลุยส์ เอ็นริเก้ (แม้จะมีปัญหาทะเลาะกันบ้างก็ตาม) แม้แต่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ก็เช่นกัน

    ที่สำคัญการที่ บาร์โตเบว สั่งปลด บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่ง สร้างความไม่พอใจให้กับ เมสซี่ มากๆ แถมยิ่งโกรธจัดเป็นทวีคูณเมื่อพวกเขาเลือกแต่งตั้ง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ซึ่งผลงานไม่มีอะไรน่าสนใจเลย งานนี้ทำเอานักเตะได้แต่กระอักกระอ่วมใจ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้แฟนบอลคงได้เห็นมาแล้วจากพฤติกรรมของ เมสซี่ ที่มีต่อ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมา
 
3. ไม่เห็นด้วยกับแผนของสโมสร-ไร้โปรเจกต์คว้าแชมป์

 

    เมสซี่ ไม่ประทับใจกับแผนด้านกีฬาของสโมสรมานานแล้ว เพราะในแต่ละซีซั่นทีมยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะที่น่าผิดหวัง และยังรวมถึงการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ที่สำคัญเม็ดเงินจากการขาย เนย์มาร์ จำนวนกว่า 222 ล้านยูโร (ประมาณ 7,770 ล้านบาท) ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม

    ขณะเดียวกัน ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬาในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ รู้สึกว่าสโมสรกำลังค่อยๆ เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ และการลงทุนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะในแต่ละครั้งก็ย่ำแย่เกินทน

 

    การตัดสินใจเรื่องย้ายทีมเกิดขึ้นในหัวของ เมสซี่ มาได้สักพักใหญ่ แต่เขาพยายามใจเย็นด้วยการรอคอยที่จะพูดคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมแทน เซเตียน อย่างไรก็ตาม นักเตะไม่เชื่อมั่นในแผนงานของ กุนซือร่างบึ้กชาวดัตช์ ซักเท่าไหร่

     ที่สำคัญ เมสซี่ ไม่เคยคิดเลยว่า คูมัน จะสามารถนำ บาร์เซโลน่า ผงาดคว้าแชมป์ได้ และหากเจ้าตัวยังฝืนอยู่กับสโมสรต่อไปก็มีแต่จะยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ฉะนั้นด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป 33 ปีแล้ว เขาคงมีเวลาที่อยู่เป็นยอดแข้งระดับท็อปอีกไม่กี่ปี ด้วยเหตุนี้จึงเลือกที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่กับสโมสรอื่นดีกว่า

4. บาร์ซ่า ปล่อยข่าวที่เข้าพบ คูมัน และพยายามป้ายความผิดให้เขา

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็คือการที่เรื่องที่เขาพูดคุยกับ คูมัน ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน โดยเป็นที่เข้าใจกันว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับนายใหญ่ชาวดัตช์เขาต้องการไปเล่นให้กับสโมสรอื่น มากกว่าที่จะอยู่เล่นให้ บาร์ซ่า อีกต่อไป และกำลังพิจารณาอนาคตของตัวเอง

    สำหรับรายละเอียดในการพูดคุยในตอนนั้นได้ถูกนำมาเปิดเผยกับสื่อ โดยเรื่องนี้ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจมากๆ เนื่องจากมีการบิดเบือนความจริงในสิ่งที่เขาได้พูดกับ คูมัน แต่สำหรับเรื่องจริงที่ชัดเจนก็คือ นักเตะไม่ปลื้มกับการบริหารงานของ บาร์โตเมว

 

    นอกจากนี้ เมสซี่ ยังเชื่อว่าการกระทำของบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าชุดนี้ พยายามที่จะกดดันให้เขาออกจากสโมสรด้วยการใส่ร้ายป้ายสีให้กลายเป็นคนเลวในสายตาทุกๆ คน ด้วยการมองว่าเขาจ้องที่จะทิ้งทีม โดยไม่คิดที่จะอยู่สู้หรือช่วยเหลือต้นสังกัดในช่วงเวลาที่ตกต่ำ
   
5. การปฏิบัติกับซัวเรซที่ไร้ซึ่งความเคารพ

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจอย่างแรงก็คือวิธีการที่ บาร์ซ่า คิดกำจัด หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาออกจากสโมสร ด้วยการออกว่าเขาไม่มีอนาคตกับทีมอีกต่อไป โดยการกระทำแบบนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรตินักเตะที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา ( 4 สมัย) และ แชมเปี้ยนส์ ลีก (1 สมัย)

    เป็นที่ทราบกันดีว่า เมสซี่ กับ ซัวเรซ เป็นคู่หูทั้งในและนอกสนาม และยังเป็นหนึ่งในเพื่อนซี้ย้ำปึ้กของ "ลีโอ" แต่การที่เขาได้เห็นเพื่อนเลิฟโดนปฏิบัติอย่างคนไร้ค่าถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ เพราะ เมสซี่ มองว่า หัวหอกเลือดอุรุกวัย สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้

 

    จากรายงานของสื่อในสเปน อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ ซัวเรซ เพียงแค่นาทีเดียว โดยระบุเหตุผลอย่างชัดเจนว่านักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมในฤดูกาลหน้าอีกต่อไป แม้ว่าจะมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์หน้า แต่การยกเลิกสัญญาจะมีผลทันทีในซัมเมอร์นี้

    ฉะนั้นการที่ เมสซี่ เห็นเพื่อนรักโดนปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติแบบนี้ทำให้เขาหมดความอดทนกับสโมสร และเลือกที่จะเดินออกจากทีมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของบอร์ดบริหาบาร์เซโลน่า และ คูมัน

6. สิทธิพิเศษไม่มีอีกต่อไปแล้ว

 

    สำหรับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ เมสซี่ พอกันทีกับชีวิตในถิ่นคัมป์ นู ก็คือคำพูดที่ทิ่มแทงใจดำของ คูมัน ในช่วงที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างลูกผู้ชาย โดย ตำนานกองหลังเท้าดินระเบิด ได้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนจนทำให้ ดาวยิงเลือดอาร์เจนไตน์ ของขึ้นทันที

    เรื่องนี้ถูกตีแผ่จาก โอเล่  หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา ที่อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์ไปแจ้ง  เมสซี่ ว่าสิทธิพิเศษในทีมของเขาสิ้นสุดลงแล้ว ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือเน้นเรื่องของทีมเท่านั้น แน่นอนว่าการพูดแบบนี้เป็นการจี้ใจดำนักเตะมากๆ

 

    ลองคิดดูก็แล้วกันว่านักเตะที่สร้างความสำเร็จให้กับสโมสรมากมาย และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีม แต่กับมาเจอคำพูดของกุนซือใหม่ที่แม้ว่าจะเป็นตำนานของทีมก็ตาม แต่หากเทียบความยิ่งใหญ่แล้ว เมสซี่ มีภาษีดีกว่าเยอะ ฉะนั้นเมื่อพูดแบบไม่ให้เกียรติกันก็คงอยู่ร่วมงานกันไม่ได้อีกต่อไป

ชัดเจน! “เมสซี่” ลดวันพักผ่อนนัดเปิดอกคุยคูมัน

สื่อดังสเปน ตีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมลดวันหยุดพักผ่อนกับครอบครัว เพื่อเดินทางมาพบกับ โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่หุ่นบึ้ก เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานในอนาคตของ บาร์เซโลน่า และแนวทางในการกอบกู้ความตกต่ำของทัพ "เจ้าบุญทุ่ม"

               ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจที่จะยอมหั่นโปรแกรมวันหยุดพักผ่อน เพื่อที่จะเข้าพบกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ใหม่แกะกล่อง พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับแผนในอนาคตของทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" จากการรายงานของ มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อดังในสเปน

              ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุนย่า ทำผลงานได้สุดสยองเมื่อพ่ายยับไม่นับญาติต่อ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นส่งผลทำให้ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ถูกจารึกว่าไร้แชมป์เป็นฤดูกาลแรกในรอบ 12 ปี

              ช่วงที่ผ่านมามีรายงานหนาหูว่า เมสซี่ กำลังพิจารณาเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากไม่พอใจที่สโมสรไร้แผนที่เหมาะสมสำหรับอนาคต จนกระทั่ง บาร์ซ่า ตัดสินใจสั่งปลด กีเก้ เซเตียน กุนซือ และ  เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬาออกจากตำแหน่ง

              ขณะเดียวกันสโมสรได้ทำการแต่งตั้ง คูมัน เข้ามากุมบังเหียน ทำให้ เมสซี่ ที่พักผ่อนอยู่กับครอบครัวในบ้านพักหรูแถบเทือกเขาไพรีนิส ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือนครบาร์เซโลน่า พร้อมที่จะลดวันหยุดพักผ่อนเพื่อที่จะเดินทางมาจับเข่าคุยกับ นายใหญ่ชาวดัตช์ วัย 57 ปีเกี่ยวกับแผนงานต่างๆ ของสโมสร

               ทั้งนี้ ตำนานกองหลังเท้าดินระเบิด สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาคุม บาร์ซ่า ด้วยระยะเวลา 2 ปี เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผานมา และยอมรับว่างานแรกของเขาก็คือการพยายามกล่อมให้ สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับสโมสรต่อไป

ไร้แผนอนาคต!แฉ “เมสซี่” ร้องขอย้ายหนีบาร์เซโลน่า

สื่อดังแฉสนั่น ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกอาร์เจนไตน์ ร้องขอย้ายหนี บาร์เซโลน่า หลังไม่พอใจที่ทีมไม่มีการวางแผนในอนาคต โดยงานนี้นักเตะไม่รีรอให้หมดสัญญาในปี 2021 สอดคล้องกับ มาร์เซโล่ เบชเลอร์ เหยี่ยวข่าวจอมขุดคุ้ย ที่ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน งานนี้ อินเตอร์ มิลาน และ แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นได้ตัว
               ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู ทันที หลังจากที่สุดผิดหวังที่ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ จากการเปิดเผยของ เอสปอร์เต้ อินเตอเรติโบ สื่อชื่อดังในบราซิล

              ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ มีภาพที่แสดงให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างรุนแรงหลังจบเกมที่โดน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถลุงยับไม่นับญาติ 2-8 ในเกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรป เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวเริ่มคิดถึงอนาคตกับต้นสังกัด

               จากรายงานของ เอสปอร์เต้ อินเตอเรติโบ ระบุว่า เมสซี่ ต้องการที่จะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ทันที เนื่องจากผิดหวังที่สโมสรไม่มีการวางแผนสำหรับอนาคต แม้ว่าเขาจะมีสัญญาเหลืออยู่กับต้นสังกัด 12 เดือน และสามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวล่วงหน้ากับสโมสรไหนก็ได้ในเดือนมกราคมปี 2021 ก็ตาม

               ขณะที่  มาร์เซโล่ เบชเลอร์ นักข่าวจอมขุดคุ้ย ซึ่งเป็นคนแรกที่ปูดข่าวเรื่อง เนย์มาร์ จะย้ายจาก บาร์ซ่า ไปเล่นให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้อ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งที่อยู่ในสโมสรว่า เมสซี่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการย้ายทีมในทันที โดยไม่รอให้หมดสัญญาในปี 2021

               ด้าน อินเตอร์ มิลาน มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ เมสซี่ มาร่วมทีม เช่นเดียวกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้ที่นักเตะจะย้ายไปเล่นด้วย เนื่องจากมี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่กุมบังเหียนในเวลานี้

               ในส่วนของ บาร์เซโลน่า ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมนัดประชุดในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยคาดว่าเรื่องสำคัญคงหนีไม่พ้นการสั่งปลด กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์คนปัจจุบัน และ เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬา

               ช่วงที่ผ่านมาชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ มักจะถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องว่าจะเข้ามาคุมทัพ "เลือดหมูน้ำเงิน" แต่ล่าสุดจากแห่งข่าวหลายสำนักในสเปน แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ จะได้เป็นโค้ชคนใหม่ของทีม