เฟร์รานตามรอยตำนาน!แมนซิตี้ประกาศเบอร์เสื้อ2แข้งใหม่

 "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คอนเฟิร์มเบอร์เสื้อให้กับสองแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส และ นาธาน อาเค่ เรียบร้อย โดยรายแรกได้สวมเสื้อเบอร์เดียวกับตำนานสโมสรที่เพิ่งอำลาทีมไป
     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เฟร์ราน ตอร์เรส และ นาธาน อาเค่ สองผู้เล่นใหม่ของทีม จะได้สวมเสื้อหมายเลข 21 และ 6 ตามลำดับ สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

     เฟร์ราน ที่ย้ายมาจาก บาเลนเซีย เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ได้เสื้อเบอร์ 21 แทนที่ตำนานสโมสรอย่าง ดาบิด ซิลบา ที่หมดสัญญาและเพิ่งอำลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาลล่าสุด ก่อนย้ายซบ เรอัล โซเซียดาด เมื่อเร็วๆ นี้

     "เมื่อโอกาสได้สวมเสื้อเบอร์ 21 มาถึง ผมปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ดาบิด คือตำนานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดังนั้นการมีโอกาสได้เดินตามรอยเขา ถือเป็นเกียรติอย่างมากสำหรับผม และเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมาก" ดาวเตะชาวสแปนิชวัย 20 ปี เปิดใจ

     ขณะที่ อาเค่ ที่ย้ายมาจาก บอร์นมัธ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,681 ล้านบาท) ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ได้เบอร์ 6 ซึ่งเคยเป็นของยอดมิดฟิลด์สโมสรยุค 70 อย่าง โคลิน เบลล์ และถูกเว้นว่างไว้ตั้งนานนับตั้งแต่ แฟร์นานโด มิดฟิลด์เลือดแซมบ้า อำลาทีมไปในปี 2017

     "ผมดีใจมากที่ได้เบอร์ 6 ซึ่งถือเป็นเบอร์ระดับตำนานของวงการฟุตบอล และที่ผ่านๆ มาก็มีผู้เล่นกองหลังเจ๋งๆ หลายคนเคยใช้เบอร์นี้ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมตื่นเต้นมากๆ กับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง" อาเค่ กล่าว

 

ชูเสื้อแล้ว! “เปโดร” เซ็นซบโรม่าเรียบร้อย

เปโดร โรดริเกซ อดีตสตาร์ เชลซี เปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของ อาแอส โรม่า อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเปิดใจตื่นเต้นสุดๆ กับความท้าทายครั้งใหม่ 


 อาแอส โรม่า สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศคว้าตัว เปโดร โรดริเกซ กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสแปนิช อดีตแข้ง เชลซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี

 อดีตดาวเตะ บาร์เซโลน่า วัย 33 ปี ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก แบบไร้ค่าตัว เนื่องจากเพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ตื่นเต้นมากๆ กับความท้าทายครั้งใหม่ในเวที เซเรีย อา

 "ผมดีใจมากๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่ที่ โรม่า" เปโดร เปิดใจผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร "ผมตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้ และหวังที่จะช่วยสโมสรทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ผมอยากจะขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี ซึ่งผมก็หวังที่จะทำให้พวกเขามีความสุขเช่นกัน"

เด็กผีลุ้นระทึก!ไรโอล่ายันเรื่องอนาคต “ป็อกบา”

 มิโน่ ไรโอล่า ตัวแทน ปอล ป็อกบา ประกาศชัดเจนลูกค้าของเขาจะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งงานเป็นการจบข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับอนาคตของนักเตะกับทัพ "ปีศาจแดง" แถมยังเปรยกำลังเตรียมเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วย
    มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์คู่ใจ ปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลก ออกโรงยืนยันนักเตะในความดูแลของเขาจะอยู่ค้าแข้งกับทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปแน่นอน หลังจากที่มีข่าวออกมาตลอดว่า สตาร์ดังเลือดเฟร้นช์ จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องอนาคตในการเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ที่เขาอาจจะเลือกเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ในช่วงเวลานั้นมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด และ "ม้าลาย" ยูเวนตุส แสดงความสนใจอย่างชัดเจนว่าอยากได้ ป็อกบา ซึ่งเหลือสัญญาไม่ถึงปีกับทัพ "ปีศาจแดง" ไปร่วมทีม ก่อนที่ทุกอย่างจะต้องหยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ล่าสุด ไรโอล่า จัดการเคลียร์ประเด็นนี้เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวได้ยืนยันผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อดังในอิตาลี ว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะไม่อำลา "โรงละครแห่งความฝัน" ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเตรียมที่จะขยายสัญญาฉบับใหม่ด้วย "ปอล ป็อกบา จะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป"

    "ป็อกบา เป็นนักเตะสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขามีโปรเจกต์ที่สำคัญมากๆ และมีเขารวมอยู่ด้วย 100 เปอร์เซนต์  แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ ในการขาย ป็อกบา ซัมเมอร์นี้ ที่สำคัญเราจะมีการพูดคุยเรื่องสัญญาใหม่ในเร็วๆ นี้ ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน" ไรโอล่า ระบุ

เชลซี เข้าสู่การเจรจาขั้นสุดท้ายกับ “ชิลเวลล์” แล้ว

 

มิคกี้ อดัมส์ อดีตผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า เบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายวัยรุ่นเตรียมย้ายออกจากถิ่นคิงพาวเวอร์ไปอยู่กับ เชลซี ตามข่าวลือเต็มตัวแล้ว เหลือแค่เจรจาเรื่องเงินกันให้จบเท่านั้นเอง

"ผมเชื่อว่าดีลนี้มีความคืบหน้าเร็วมากและที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ เบน ชิลเวลล์ เองแล้วว่าจะเอายังไง เพราะยุคสมัยนี้ถ้านักเตะอยากย้าย ใครก็ห้ามไม่อยู่" อดัมส์ กล่าวกับ Daily Star

"และถ้าใจของเขาไปอยู่กับ เชลซี หมดแล้วจริง ๆ ตามที่ผมได้ยินมา ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ เจรจาค่าตัว, ค่าเหนื่อยและผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้จบ จากนั้นคือรอชูเสื้ออย่างเดียว"

"อย่าลืมนะว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ถึงแม้จะเคยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อหลายปีก่อน แต่พวกเขายังไม่ใช่ทีมใหญ่ ฉะนั้นหากมีใครยื่นซื้อผู้เล่นสำคัญด้วยค่าตัวที่สูงมากพอ ยังไงก็ต้องยอมปล่อยร้อยเปอร์เซ็นต์"

บ้าน รถ รองดาวซัลโวลีกเพื่อนบ้าน มาเพราะเกมอุ่นเครื่องนัดเดียว

ชีวิตของ “เจ้าต้น”พิพัฒน์ ต้นกันยา เมื่อครั้งยังวัยละอ่อน ได้ร่วมทัพยูคอม ราชประชา และถูกส่งไปฝึกฟุตบอลที่ ฮอง อันห์ ยาลาย ซึ่งเป็นพันธมิตร โดยไปร่วมกับเพื่อนร่วมทีมราชประชา 5 คน และได้ฝึกกับเล่นที่ฮอง อันห์ ยาลายทีม บี
    “เจ้าต้น”เล่าว่า ครั้งหนึ่งได้อุ่นเครื่องกับทีมในวีลีก อย่าง บิน ดินห์ ในช่วงปรีซีซั่น ตนกดไปคนเดียว 3 ลูกให้ฮอง อันห์ฯ ทีมบี ชนะ แต่หลังจากนั้นก็ได้กลับเมืองไทย เพราะฮอง อันห์ ยาลาย ไม่คิดจะเซ็นสัญญากับพวกที่ไปรวมทั้งตนเองด้วย ก็รู้สึกผิดหวังเพราะคิดว่าจะได้เซ็น
 
    “ผมกลับมาไทย 2-3 เดือน ทางผู้ใหญ่ราชประชาเรียกไปว่า มีทีมเวียดนามสนใจและได้เซ็นสัญญาไปแล้ว ผมก็ดีใจที่ฮอง อันห์ ยาลาย ชอบฝีเท้าของผม รุ่งขึ้นบินไปที่ฮอง อันห์ ยาลายก่อน แต่กลายเป็นมี ผจก.ทีม บิน ดินห์ มายืนรอรับจากฮอง อันห์ฯ ไปบิน ดินห์ ที่อยู่ไม่ไกลกัน ทำเอาผมงงเพราะไม่คิดว่าจะเป็น บิน ดินห์ ที่เซ็นกับผม”


 

    “เหตุผลที่บิน ดินห์ เซ็นพิพัฒน์ เข้ามา เพราะในทีมซึ่งมีอิศวะ สิงห์ทอง เป็นดาราอยู่ จะเซ็นไพฑูรย์ เทียบมา ไปเล่น และตกลงกันเรียบร้อย เสื้อมีปักหมายเลขและชื่อไพฑูรย์ ไปแล้ว แต่เขาติดปัญหาก่อนเดินทางเลยไม่มา เวลาใกล้จะเปิดลีกแล้ว ทางโค้ชบิน ดินห์ ก็นึกถึงผมขึ้นมาเพราะเคยไปยิงเขา 3 ลูกในเกมอุ่นเครื่อง เลยรีบติดต่อมา มันรีบซะจนทำเสื้อไม่ทัน ต้องเอาชื่อผมแปะทับชื่อไพฑูรย์ โดยใช้เบอร์ 10 เหมือนกัน”
 
    แม้จะเป็นมวยแทน แต่ พิพัฒน์ กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นดาวซัลโวของทีมบิน ดินห์ และเป็นรองดาวซัลโววีลีก ยิงไปทั้งหมด 12 ประตู พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ถือเป็นการเปิดตัวที่สุดสวย

 
    “ปีแรกฟอร์มดี ที่นั่นผมเดินไปไหนมีแฟนบอลมาขอลายเซ็น ขอถ่ายรูป กันเยอะมาก แต่พอปี 2 ผมโดนประกบติดตลอด ยิงไป 3 ลูกในลีก 3 ลูกในบอลถ้วยเอฟเอคัพ และ 3 ลูกใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งทางบิน ดินห์ ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ และจะดึง “โจ้ 5 หลา”ศรายุทธ ชัยคำดี มากระตุ้นผมแต่ยังไม่ทันไร ทีมด่อง ทับ ก็มาติดต่อผม เลยตัดสินใจย้าย เพราะอยู่ที่บิน ดินห์ ไม่มีตัวป้อน เลยย้ายดีกว่า”
 
    ชีวิตที่ด่อง ทับ เล่นไม่ทันจบเลคแรก ก็เจอปัญหาทีมคาดหวังไว้สูง และพยายามกดดันให้โชว์ฟอร์ม “เจ้าต้น”เลยตัดสินใจย้ายในเลคสองไปอยู่กับทีม อันแจง ในดิวิชั่น 1 แทน
 
    “ผมยอมรับว่าตัวเองก็มีอีโก้สูงเหมือนกัน แต่ก็เล่นไม่ดีเท่าไหร่ อยู่ที่เวียดนามผมยืนพื้นที่เงินเดือน 8 หมื่นมาตลอด เทียบเรตทีมชาติที่เตะในเมืองไทยได้เดือนละ 45,000 เท่านั้น เล่นเวียดนาม 3 ปีกลับมาก็เอาเงินทั้งหมดมาซื้อทาวน์เฮ้าส์ และซื้อรถ ถือว่าแมตช์อุ่นเครื่องกับบิน ดินห์ แมตช์เดียวเปลี่ยนชีวิตผมจนมีบ้าน รถ มันคือโอกาสที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ”

แฟนปารีสเสียว! เนย์มาร์อาจชวดนัดชิงชปล.

เนย์มาร์ หัวหอกเลือดแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะพลาดลงสนามช่วยต้นสังกัดนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากดันทะลึ่งฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังจบเกมที่ถล่ม ไลป์ซิก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

     เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีสิทธิ์อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำเรื่องผิดกฎสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

    หัวหอกทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์ที่ "เปแอสเช" ไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจบเกมดันเกิดประเด็นดราม่า เมื่อ เนย์มาร์ แหกกฎยูฟ่า ด้วยการแลกเสื้อกับ มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก

    ตามระเบียบการในการกลับมาแข่งขันกันต่อหลังเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่าไม่อนุญาตให้นักเตะทำการแลกเสื้อแข่ง และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดอาจจะนำไปสู่การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการด้านระเบียบวินัยของยูฟ่า

 

    สอดคล้องกับรายงานที่อ้างเอาไว้ก่อนที่เกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปจะกลับมาแข่งขันกันต่อหลังต้องล็อกดาวน์จากเชื้อไวรัสมรณะว่าการแลกเสื้อระหว่างนักเตะในช่วงที่มีการจัดแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มีผลทำให้ผู้เล่นต้องทำการกักตัว 12 วัน อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระเบียบการนี้อย่างเป็นทางการ 

    ทั้งนี้เกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 5 วัน ฉะนั้นหาก ยูฟ่า มีบทลงโทษในกรณีนี้ และนักเตะต้องเข้ารับการกักตัว จะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทัพ "เปแอสเช" ในการชิงถ้วยใบโตยุโรปครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

แชมป์แต่เศร้า! “มินามิโนะ” รับผิดหวังฟอร์มตัวเอง

ทาคูมิ มินามิโนะ มิดฟิลด์ดินแดนอาทิตย์อุทัยของ ลิเวอร์พูล เปิดอกยอมรับผิดหวังกับฟอร์มของตัวเองที่ไม่ค่อยได้ช่วย "หงส์แดง" มากนักแม้ต้นสังกัดจะคว้าแชมป์ลีกก็ตาม แต่ยืนยันมีความสุขในสีเสื้อ "เดอะ เร้ดส์" และได้รับประสบการณ์ที่งดงามที่นี่
    ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางทีมชาติญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับตนยังรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ แม้ว่า "หงส์แดง" จะผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี  เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

    มิดฟิลด์เลือดซามูไร ย้ายจาก เรดบูลล์ส ซัลซ์บวร์ก มาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดเหตุเกมลูกหนังต้องหยุดพักชั่วคราวเมื่อเดือนมีนาคม เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนักเตะต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัวในการเล่นลีกอังกฤษ

    มินามิโนะ ไม่สามารถยิงประตูหรือแอสซิสต์ได้เลยตลอดช่วง 10 เกมลีก แถมยังได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 8 แมตช์ โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ค่อยได้ช่วยเหลือ "หงส์แดง" มากนัก แม้ว่าสโมสรจะทำผลงานได้อย่างสุดยอดก็ตาม

    "เราคว้าแชมป์ลีก และผมมีความสุขมากๆ กับประสบการณ์นี้ อย่างไรก็ตามผมอยากที่จะยิงประตู หรือแอสซิสต์ให้ได้ ผมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการเล่นให้กับพวกเขา ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่ผมทำไม่สำเร็จ" ดาวเตะวัย 25 ปี กล่าวทิ้งท้าย

เผยแมนยูประเคนค่าเหนื่อยให้ซานโช่เท่าไหร่

แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับภารกิจล่าตัว เจดอน ซานโช่ จนถึงขั้นยอมให้ค่าเหนื่อยเขา 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และเจ้าตัวก็จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ด้วย ตามรายงานของ สื่อของอังกฤษ
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะให้ค่าเหนื่อย เจดอน ซานโช่ ปีกดาวดังของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเงินจำนวนสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท)

    กระแสข่าวระหว่าง ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงขึ้นในพักหลังจนตอนนี้ดูมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่อดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมาซบ "ปีศาจแดง" โดยก่อนหน้านี้ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงเปิดเผยว่าแข้งวัย 20 ปีใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แล้ว พร้อมบอกว่าจะมีการเซ็นสัญญากัน 5 ปี แต่ไม่มีการชี้แจงเรื่องค่าเหนื่อย

    ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นเฉพาะค่าเหนื่อยในเบื้องต้น หรือนับรวมค่าโบนัสอื่นๆ ตามผลงานที่ ซานโช่ จะทำได้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเขาได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์จริงๆ มันก็จะทำให้เขาเป็นคนที่ได้ค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากไม่นับรวม อเล็กซิส ซานเชซ ที่โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ มิลาน โดยคนที่จะได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเขาในกรณีที่นับรวมโบนัสต่างๆ เข้าไปด้วยแล้วนั้นมี ดาบิด เด เคอา (375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 15 ล้านบาท), ปอล ปอกบา (290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 11.60 ล้านบาท) และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท)

    เดอะ ซัน เสริมว่าที่จริงสัญญาของ ซานโช่ จะมีระยะเวลาเบื้องต้น 4 ปี แต่มีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาไป 1 ปี นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมยังบอกว่า ซานโช่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ด้วย

ทางการ! สเปอร์สซิว “ฮอยเบิร์ก” จากนักบุญร่วมก๊วน

 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้แข้งใหม่เป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว หลังปิดดีลกระชากตัว ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก มิดฟิลด์เลือดโคนม มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวแบบสุดถูก พร้อมกับปล่อย ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ย้ายสลับฝั่งไปร่วมทัพ "นักบุญ"
    
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กองกลางทีมชาติเดนมาร์ก มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน อย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี

     สำหรับค่าตัวของ อดีตแข้ง บาเยิร์น มิวนิค วัย 25 ปี อยู่ที่ 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 615 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส แบ็กขวาเลือดผู้ดี ก็ย้ายสลับฝั่งจาก สเปอร์ส ไปร่วมทัพ "นักบุญ" ด้วยสัญญา 5 ปี เช่นกัน ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 492 ล้านบาท)

     ทั้งนี้ ฮอยเบิร์ก ซึ่งจะได้สวมเสื้อ สเปอร์ส หมายเลข 5 เดิมทีเคยมีข่าวได้รับความสนใจจาก เอฟเวอร์ตัน ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายไปค้าแข้งที่กรุงลอนดอนกับ "ไก่เดือยทอง" และถือเป็นการเสริมทัพรายแรกของ สเปอร์ส ภายใต้การนำทัพของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย
 

ขัดคำสั่งแม่เพื่อสานต่อพรสวรรค์

มาเซโอ, ประเทศบราซิล ติดท็อป 10 ในแง่เมืองอันตรายมากสุดของโลก เหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นสูงถึง 135 ครั้งต่อประชากร 1 แสนคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากคนเป็นแม่ไม่อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาเจออะไรแบบนี้ แต่ด้วยสถานะครอบครัวยากลำบาก สิ่งแวดล้อมรอบกายบังคับให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ที่เกิดมา ไม่เป็นเหมือนคนทั่วไปในเมืองนี้
    มาเรียน่า คุณแม่ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายไม่ออกไปเจอสังคมเลวร้ายรอบ ๆ บ้าน

    ทุกตารางนิ้วบนถนนในเมืองมาเซโอ เต็มไปด้วยความอันตราย เธอเกรงว่า ฟีร์มีโน่ จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม และสิ่งเดียวที่เธอคิดว่าจะเป็นเกราะป้องกันดีที่สุดคือการไม่ให้ ฟีร์มีโน่ ออกจากบ้าน

    "ฉันไม่อยากให้ โรแบร์โต้ ออกไปเล่นข้างนอกเลย บนถนนมันเต็มไปด้วยความอันตรายมาก ๆ" มาเรียน่า ระบุ

    โอกาสเดียวที่ ฟีร์มีโน่ จะได้ออกนอกบ้านคือการไปช่วยคุณพ่อที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ เก็บขวดบนท้องถนนมาขาย ซึ่งเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพ่อหามาได้ ก็นำมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว

    อย่างไรก็ตาม เด็กชายฟีร์มีโน่ หลงใหลฟุตบอลเป็นพิเศษจากการที่ได้ซึบซับบรรยากาศลูกหนังตามสนามบอลที่ตัวเองติดสอยหอยตามคุณพ่อ แต่ปัญหาใหญ่ที่เขาต้องเจอคือกำแพงเหล็กของคุณแม่ที่ทำทุกวิถีทางไม่ให้ลูกชายออกไปไหน

    ถึงกระนั้นในความพยายามของคุณแม่ ก็ยังมีความพยายามของคุณลูกเช่นเดียวกัน

    เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ใช้กุญแจพิเศษเพื่อไขประตูสู่โลกภายนอก โดยการแอบปีนออกจากบ้านในช่วงที่คุณแม่ยังไม่ตื่นนอน โดยใช้บันไดพาดกำแพงปีนข้ามไป

    "ขณะที่ฉันยังหลังอยู่น่ะ เขาตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปเตะฟุตบอล โดยทำการย่องเบา ๆ ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และก็กระโดดข้ามกำแพงมันไปเลย" คุณแม่ บ็อบบี้ เผย

    ว่ากันตรง ๆ ฟีร์มีโน่ เจอความยากลำบากตั้งแต่เกิด และพอเขาอายุได้แค่ราว ๆ 8 ขวบ ฟีร์มีโน่ ก็รู้ตัวเองแล้วว่าจะดิ้นรนอย่างไรเพื่อให้พ้นจากความยากจนนี้ไปให้ได้

    ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ เรื่องฟุตบอล

    …

    ครอบครัวของฟีร์มีโน่ เริ่มเปิดใจและเข้าใจแล้วว่าการจับลูกชายให้อยู่แต่กับบ้านมีแต่ตัดทอนโอกาสให้ ฟีร์มีโน่ ประสบความสำเร็จ   

    ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านหลายคนที่เข้ามาบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าลูกชายของทั้งคู่มีพรสวรรค์เรื่องการเล่นฟุตบอล

    "ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเกิดมาพร้อมกับพรสรรค์ ความสำเร็จของเขาคือโอกาสที่จะพาให้เราพ้นจากความจนและความทุกข์ยาก" เพื่อนบ้าน ระบุ

    ซึ่งทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระให้ออกไปเตะฟุตบอลตามท้องถนน และทุกครั้งหลังเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นฟุตบอล คุณแม่เล่าว่า ฟีร์มีโน่ จะนอนหลับปุ๋ยพร้อมกอดลูกบอลไว้แนบแน่น

    ตอนอายุได้ 14 ปี คือช่วงที่ ฟีร์มีโน่ เริ่มได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง

    ฟีร์มีโน่ เรียนรู้เรื่องชีวิตด้วยวิธีที่ยากลำบาก ถึงขั้นต้องยืมเงินคนอื่นเพียงเพื่อจะออกไปซ้อม

    "ครอบครัวของ ฟีร์มีโน่ ยากจนมาก ๆ แต่ก็สมถะสุด ๆ ด้วย" ลุยซ์ โค้ชท้องถิ่นเล่าถึงลูกศิษย์คนโปรด

    "เขาพร้อมลงเล่นในสภาพไม่ใส่รองเท้า ตอนที่้เขามาอยู่กับทีมใหม่ ๆ ตอนนั้นคุณพ่อของเขาไม่มีงานทำด้วย คุณพ่อของเขาทำแค่ธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ดังนั้นผมเลยช่วยออกค่าเดินทางกับค่าใช้จ่ายให้กับเขา, ช่วยเรื่องชุดแข่งของเขา และพาเขาไปชมการแข่งขัน"

    "ตอนนั้นเขาตัวผอม ๆ และสูงเก้งก้าง เป็นคนเงียบ ๆ แต่ก็เอาตัวรอดได้ด้วยวิธีที่ดี ผมเคยเห็นเยาวชนหลายคนที่หันไปค้ายาและปล้นรถ แต่ผมรู้ดีว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย"


    …

    ฟีร์มีโน่ วัย 16 ปีเซ็นสัญญากับ ทอมเบนเซ่ ที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดถึง 1,600 ไมล์ แล้วจากนั้นก็ไปอยู่ ฟิกูเรนเซ่ ทีมระดับดิวิชั่น 2 ที่ตั้งอยู่ทางใต้ออกไปประมาณ 1,000 ไมล์

    การอยู่ห่างไกลบ้านขนาดนี้ ไม่แปลกที่เขาจะคิดถึงบ้าน และแน่นอนว่าเมื่อลูกชายไม่สบายใจมันก็ทำให้คนในครอบครัวต่างพาเป็นกังวัลกันสุด ๆ

    ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การที่พวกเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะเดินทางไปเยี่ยม ฟีร์มีโน่ ได้

     "มีหลายครั้งที่เขาโทรศัพท์หาฉันเพื่อบอกว่าเขาอยากกลับบ้านมาก เขาบอกว่า -แม่ครับ มารับผมที ผมทนไม่ไหวแล้ว- ทุกคนในครอบครัวร้องไห้กันอย่างหนัก เขาเองก็ร้องไห้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือเราไม่มีเงินมากพอที่จะเอาเขากลับบ้านได้"

    "ฟีร์มีโน่ ทำได้เพียงต้องรอนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้มากเพื่อกลับมาที่บ้าน เขาใช้เงินกับเรื่องที่พักและค่าอาหารไปน้อยมาก" คุณแม่เปิดใจ

    ขณะเดียวกัน ฟีร์มีโน่ ก็รู้ดีว่าคนที่เป็นห่วงเขามากที่สุดคือ มาเรีย ผู้เป็นแม่

    "มันยากจริง ๆ นะที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัว และผมก็รู้ดีเลยว่าคุณแม่ของผมร้องไห้ทุกวันตอนที่ผมจากมา"

    ตลอด 2 ปีที่ ฟิกูเรนเซ่ ฟีร์มีโน่ คือหัวใจสำคัญของทีม ซึ่งวาสนาก็พาให้เขาไปเข้าตาแมวมองคนเยอรมัน และถูกดึงไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ บุนเดสลีกา ในอีก 3 ปีต่อมา

    การเดินทางครั้งนี้ของ ฟีร์มีโน่ วัย 20 ปีเขาให้คำมั่นไว้ว่าครอบครัวของเขาจะต้องสุขสบาย ไม่ต้องกลับไปทำงานหลังขดหลังแข็งอีกต่อไป

    "ครอบครัวของผมจะต้องไม่กลับไปทำงานอีก"

    …

    ฟีร์มีโน่ พูดเสมอว่าการติดทีมชาติบราซิล คือความฝันตั้งแต่วัยเด็ก และเขาก็ถูก ดุงก้า เฮดโค้ชในเรียกติดทัพเซเลเซา ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2014

    ความภูมิใจครั้งนี้ ไม่มีใครเกินไปกว่าคุณแม่ของ ฟีร์มีโน่..

    เธอบอกว่า ในวันอาทิตย์เธอจะตื่นมาตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ เพื่อไปโบสถ์ในสภาพสวมเสื้อที่ ฟีร์มีโน่ ใส่ในตอนที่ลูกชายตัวเองประเดิมสนามกับทีมชาติ

    "ตอนฉันไปโบสถ์ ทุกคนจ้องมาที่ฉันกันหมดจากการที่ฉันใส่เสื้อตัวนั้นไปโบสถ์"

    "ฉันสวดภาวนาให้เขาในช่วงก่อนที่เขาจะลงเล่นเกมทีมชาติทุกนัด พอจบพิธีกรรมที่โบสถ์ ฉันก็จะรีบกลับมาที่บ้านเพื่อดูเขาทางทีวี"

    "ตอนที่ลูกชายลงมาเล่นในช่วงครึ่งหลังแล้วทำประตูได้ ฉันดีใจจนแทบจะหัวใจวายตายเลยในตอนที่ได้เห็นประตูกับท่าดีใจของเขา หลังจบเกมกับ ฝรั่งเศส (เดือนมีนาคม ปี2015) ฉันได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์ เขาถามฉันว่า -เป็นอะไรครับ แม่ ?- ซึ่งฉันก็ตอบไปว่า -ลูกทำให้แม่ดีใจมากเลย-"

    …

    รอยสักบนแขนขวาของ ฟีร์มีโน่ มีชื่อคุณแม่กับคุณพ่ออยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับบนหน้าอกที่มีข้อความภาษาเยอรมันที่แปลว่า -ครอบครัวไม่เคยที่จะหมดรัก-

    "คุณพ่อคุณแม่ ท่านยอมเสียสละหลายอย่างเพื่อผมในตอนที่ผมโตมาเป็นผู้ใหญ่"

    "เราอาศัยอยู่ในย่านยากจน แถวนั้นมีพวกแก๊งอันธพาลเต็มไปหมด และแม้ว่าคุณแม่ของผมท่านจะทำให้มั่นใจว่าผมจะได้รับการศึกษาที่ดีที่โรงเรียน แต่พวกเขาก็ยังอนุญาตให้ผมได้เล่นฟุตบอลตามความฝันของผมเช่นกัน" ฟีร์มีโน่ เปิดใจตอนช่วงปีแรกที่ย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล

    และหนึ่งในวันที่สำคัญสุดในชีวิต ก็คือวันแต่งงาน

    ฟีร์มีโน่ เดินเข้าพิธีโดยมีคุณแม่เป็นคนส่งเขาไปยังแท่นบูชาในโบสถ์ศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นอันส่งต่อชีวิตของลูกชายให้ไปสร้างครอบครัวใหม่เต็มตัวกับ ลาลิสซ่า เปเรยร่า ภรรยาคู่ชีวิตที่ตอนนี้มีลูกสาวสองคนเป็นสักขีพยานรัก

    ทุกวันนี้ "โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่" ลูกชายของ มาเรียน่า โด่งดังสุด ๆ บนเวทีลูกหนังโลก ประสบความสำเร็จมากมายกับ ลิเวอร์พูล รวมถึงแชมป์ระดับทวีปในนามทีมชาติบราซิล

    ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ครอบครัวนี้คงไม่เชื่อหรอกว่า โรแบร์โต้ จะมาได้ไกลถึงเพียงนี้..

    …

    ความหวังดีของพ่อ, แม่ บางอย่าง ก็เป็นเรื่องยากที่ลูก ๆ จะเข้าใจ

    บางคนพ่อ, แม่ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวไหน

    บางคนถูกบังคับให้อยู่ในกรอบหรือให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำ

    ถามว่ากำแพงเหล่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นเกิดจากอะไร? ถ้าไม่ใช่จากความหวังดี หรือไม่อยากให้ลูกตัวเองเจออะไรที่แย่ ๆ

    แต่หากใครอยากจะข้ามกำแพงนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้รักหรือไปอกกตัญญูต่อท่าน

    คนทุกคนมีความปรารถนาสิ่งที่อยากทำ ขอเพียงไม่ไปทำเรื่องผิดกฎหมายหรือทำอะไรให้ใครเดือดร้อน อาจจะขุ่นเคืองกับท่านเล็กน้อย ก็ต้องอาศัยการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน

    และสุดท้าย ถึงคุณจะไปทำอะไรในแบบฉบับของตัวเอง คนที่จะคอยหนุนหลังและให้กำลังใจอยู่เสมอก็คือท่านทั้งสองนั่นแหละ…