รอไม่ไหวแล้ว!เนดเวดสุดตื่นเต้นโด้ดวลเมสซี่ในชปล.

พาเวล เนดเวด รองปธ. ยูเวนตุส ออกอาการเนื้อเต้นกับการที่จะได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง "ม้าลาย" วัดคมกับ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม พร้อมเตือน ยูเว่ ห้ามประมาท ดินาโม เคียฟ และ เฟเรนซ์วารอส

พาเวล เนดเวด รองประธาน ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เชื่อว่า จะเป็นเกมที่น่าสนใจอย่างมากกับการที่จะได้เห็น "ม้าลาย" ดวลกับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งถือเป็นการพบกันของสองนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกยุคนี้อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วย

"การเจอกับ บาร์เซโลน่า ถือเป็นการเจอกันที่น่าสนใจ และแน่นอนว่า มันคือเกมใหญ่ เพราะสำหรับผมแล้ว เราจะได้เห็นสองนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่าง โรนัลโด้ และ เมสซี่ เจอกัน นอกจากนี้เรายังจะได้เห็น มิราเล็ม ปานิช และ อาร์ตูร์ เจอกันด้วย ซึ่งถือเป็นอีกคู่ที่น่าสนใจในแมตช์นี้" รองประธาน ยูเวนตุส กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

ยูเวนตุส และ บาร์เซโลน่า ถูกจับสลากอยู่ร่วมกลุ่ม จี เช่นเดียวกับ ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) และ เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี) ซึ่งถึงแม้หลายๆ ฝ่ายมองว่า ยูเว่ และ บาร์ซ่า น่าจะควงแขนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ไม่ยาก แต่ เนดเวด มองว่า อีกสองสโมสรต่างก็เป็นคู่แข่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้

"ดินาโม เคียฟ เป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก แถมมีโค้ชประสบการณ์สูงอย่าง มีร์เชีย ลูเชสคู ผู้ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และถ้าเราต้องไปเตะที่ ยูเครน ช่วงหน้าหนาว มันก็ยิ่งเป็นงานที่ยากขึ้นไปอีกสำหรับเรา" 

"ส่วนสโมสรจากฮังการี ถือเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้จักมาก่อน เป็นคู่แข่งที่เราไม่ได้เห็นบ่อยๆ ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่าที่รู้มาเกี่ยวกับฟุตบอลฮังกาเรียน ผมไม่สงสัยเลยว่า พวกเขาจะเป็นทีมที่มีความสามารถสูง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีสมาธิในทุกๆ เกม เพราะนี่คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมันหมายความว่า ทุกทีมสามารถสร้างปัญหาให้กันและกันได้" ตำนานแข้ง ยูเวนตุส วัย 48 ปี ระบุ

 

เชลซีคอนเฟิร์มเบอร์10คนใหม่-5นักเตะป้ายแดง

"สิงห์บลูส์" เชลซี ประกาศชื่อคนใส่เบอร์ 10 แทน วิลเลี่ยน และหมายเลขของนักเตะใหม่ทั้ง 5 รายที่จะใส่ลงเล่นในซีซั่นหน้า

เชลซี ประกาศยืนยันผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกัน จะเปลี่ยนจากใส่เบอร์ 22 ไปเป็นหมายเลข 10 ในฤดูกาล 2020/21 หลังจาก วิลเลี่ยน เจ้าของคนเดิมอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปเล่นให้กับ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน

ส่วนนักเตะที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ "สิงห์บลูส์" ในซัมเมอร์นี้อย่าง ฮาคิม ซิเย็ค จะใส่เบอร์ 22 แทน พูลิซิช ขณะที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน จะใส่เบอร์ 11 แทน เปโดร โรดริเกซ ที่ย้ายไปอยู่กับ โรม่า ด้าน ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะใส่เบอร์ 29 

ขณะที่สองกองหลังคนใหม่ เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา ได้เบอร์ 21 และ 6 ตามลำดับ นอกจากนั้นก็มี ฟิคาโย่ โทโมริ ที่เปลี่ยนจากเบอร์ 29 ไปใส่หมายเลข 14 แทน

ทั้งนี้ เชลซี มีโปรแกรมลงเล่น พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลใหม่ ด้วยการบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

ดอนนี่ลงโชว์,แนวรุกฟูลทีม!คาดการณ์11ตัวจริงแมนยูเกมเปิดซีซั่นฉะพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมรูดม่านเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21 อย่างเป็นทางการในค่ำคืนวันเสาร์นี้ โดยจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่เปิดหัวซีซั่นได้แจ่มไม่น้อย ด้วยการสอย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะต้องเช็คความฟิตนักเตะหลายคน แต่ก็น่าจะจัดทีมที่แข็งแกร่งลงฟัดกับ "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้ เพื่อลุ้นเก็บ 3 คะแนนประเดิมซีซั่นใหม่ และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับเกมคืนวันนี้ ซึ่งคาดการณ์โดยเว็บไซต์ theunitedstand.com (ระบบ 4-2-3-1)

– ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
ยังไงตำแหน่งโกลตัวจริงก็หนีไม่พ้น เด เคอา ถึงแม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มได้สุดยอดระหว่างยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อซีซั่นก่อนก็ตาม

– แบ็กขวา : อารอน วาน-บิสซาก้า
หากไม่เดี้ยงหนัก หรือมีปัญหาอะไรกวนใจ แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงไปเลยสำหรับ วาน-บิสซาก้า

– เซนเตอร์แบ็ก : วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ
ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังๆ ดูไม่ค่อยดี แถมล้ามาจากการกลับไปเล่นให้ทีมชาติสวีเดน แต่ ลินเดอเลิฟ ก็น่าจะพร้อมลงเป็นตัวจริงในเกมเปิดซีซั่นคืนนี้

– เซนเตอร์แบ็ก : แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ยังคงเป็นกำลังสำคัญในแนวรับที่ทีมขาดไม่ได้ และคืนนี้ถึงเวลาที่กัปตัน แม็กไกวร์ ต้องเรียกศรัทธาจากแฟนบอล หลังไปก่อเรื่องฉาวที่ประเทศกรีซ
 – แบ็กซ้าย : ลุค ชอว์
ฟิตสมบูรณ์ พร้อมสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้ายแน่นอน

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : เนมานย่า มาติช
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต และน่าจะครองตำแหน่งตัวจริงในเกมนี้ หลังมีผลงานดีตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค
ด้วยการที่ ปอล ป็อกบา ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ทำให้มีโอกาสสูงมากๆ ที่แข้งใหม่อย่าง ฟาน เดอ เบ็ค จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงให้บรรดาสาวก "ปีศาจแดง" ได้ยลฝีเท้า
 
 – มิดฟิลด์ตัวรุก : บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ได้ลงปั้นเกมรุกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน สำหรับ "เดอะ แบก" ชาวโปรตุกีส 
 
 – ปีกขวา : เมสัน กรีนวู้ด
ถึงแม้ไม่ใช้ปีกขวาโดยธรรมชาติ แต่ กรีนวู้ด น่าจะยังคงถูกเลือกเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้มากกว่า แดเนี่ยล เจมส์ หลังทำผลงานได้ดีในซีซั่นก่อน

 – ปีกซ้าย : มาร์คัส แรชฟอร์ด
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงชัวร์ สำหรับ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี

 – กองหน้าตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
อาจจะต้องเช็คความฟิต แต่ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ดาวยิงเฟร้นช์แมนวัย 24 ปี ที่กระทุ้งไป 23 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 
   

ใครบ้าง?เคนเผย4เซนเตอร์แบ็กเอาชนะยากสุด

แฮร์รี่ เคน ดาวยิง สเปอร์ส ระบุ สำหรับตนแล้วนั้น 4 เซนเตอร์แบ็กที่โหดหินที่สุดคือ จอห์น เทอร์รี่, เซร์คิโอ รามอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่วนฟูลแบ็กที่เข้าข่ายนั้นคือ มาร์เซโล่ กับ ดาเนี่ยล อัลเวส

แฮร์รี่ เคน หัวหอกคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า จอห์น เทอร์รี่, เซร์คิโอ รามอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คือเซนเตอร์แบ็กที่ทำให้ตนเจองานยากมากที่สุด

เคน ถือเป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของทวีปยุโรปตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากที่เขาทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างซีซั่นก่อนก็ยังทำประตูได้ 24 ลูกจากการลงเล่น 34 นัดในทุกรายการ ทั้งที่เขาเคยมีอาการบาดเจ็บตรงต้นขา ซึ่งมันก็ทำให้หลายคนเปรียบเทียบว่าเขาเป็นฝันร้ายของบรรดากองหลัง

ทั้งนี้ เคน เพิ่งไปร่วมให้สัมภาษณ์กับ สปอร์ตไบเบิ่ล เว็บไซต์ข่าวสารวงการกีฬารายหนึ่ง โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดที่เขาเคยดวลด้วยคือใคร และเจ้าตัวก็ตอบว่า "คนหนึ่งคือ จอห์น เทอร์รี่ ผมเคยดวลกับเขา 2 ปี เขาเป็นกองหลังที่ฉลาดมากๆ เขายืนตำแหน่งได้ดี, ใช้ร่างกายของตัวเองได้ดี และไม่ปล่อยให้คุณวิ่งผ่านไปเลย"

"เซร์คิโอ รามอส เองก็เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ เขาเป็นคนที่ครบเครื่อง ที่จริงก่อนหน้านี้ผมยังเคยบอกด้วยว่า จอร์โจ้ คิเอลลินี่ อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ผมเคยดวลกับ คิเอลลินี่ ทั้งตอนที่เขาเล่นให้ อิตาลี และ ยูเวนตุส แล้วในตอนนี้ผมคิดว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็เป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดเหมือนกัน"

ดาวเตะวัย 27 ปีเสริมว่าในตำแหน่งฟูลแบ็กนั้น มาร์เซโลน่า กับ ดาเนี่ยล อัลเวส คือคนที่ทำให้ตนเจองานยากมากที่สุด "ในตำแหน่งนั้น (ฟูลแบ็ก) ก็มี มาร์เซโลน่า ของ เรอัล มาดริด เขาเป็นแบ็กซ้ายชั้นยอด การเล่นกับบอลของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ เขาเป็นนักเตะที่พิเศษสุดๆ ส่วนแบ็กขวาน่ะเหรอ ? คือผมเคยดวลกับ ดานี่ อัลเวส ในช่วงปรี-ซีซั่น ครั้งหนึ่ง และเขาก็เก่งมากๆ"

ธีรศิลป์ยิงได้! เช็คคะแนนแข้งไทยจากสื่อญี่ปุ่น

เว็บไซต์ ชื่อดัง soccerdigestweb ให้คะแนนของผู้เล่นไทยในศึกเจลีกในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแข้งไทยได้รับโอกาสลงสนามทั้ง3 คน แต่ต้นสังกัดของทุกคนไร้แต้มติดมือ

"มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาที 76 ในเกมพ่าย คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 1-2 โดยเจ้าตัวยิงประตูหลังจากลงสนามได้เพียง 3 นาที ได้ 6.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "สามนาทีหลังจากลงสนาม เขาทำประตูด้วยสัมผัสแรกที่ชำนาญและยิงเข้ามุม เป็นเวลานานแล้วที่เขายิงไม่ได้ แต่เขาใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีค่อนข้างจำกัด และทำประตูได้"

"เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวจริงในรอบ3เกมให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 64 ในเกมเปิดบ้านพ่าย อูราวะ เรดส์ ไดมอนส์ 3-4  ได้ 6 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "จะพูดได้ว่า มีการพัฒนาขึ้นหลังจากพักรักษาตัวเอง และการพาบอลแทรกผ่านผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำได้ดี แต่เป็นเกมที่ทีมพ่ายแพ้"

"อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และเล่นเต็มเกมในนัดโดน เซเรโซ โอซาก้า บุกยิงคาบ้าน 2-1 ได้  5.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "มีทำเกมบุกโจมตีคู่แข่งอยู่เรื่อยๆแต่ตอนท้ายเกมไม่สามารถสกัดการบุกของซากาโมโตะได้ จนนำมาสู่การเสียประตู"

มาแน่!ลิเวอร์พูลรอต้อนรับแข้งใหม่รายที่2ได้เลย

บรรดา "เดอะ ค็อป" เตรียมรอรับแข้งใหม่ได้เลย หลังโกลอนาคตไกลแดนกาแฟ อำลาสโมสรต้นสังกัดและเพื่อนๆ เพื่อมาเมืองผู้ดีแล้ว

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะได้นักเตะใหม่รายที่ 2 มาเสริมทัพอย่างเป็นทางการในซัมเมอร์นี้ หลัง มาร์เซโล่ ปิตาลูก้า ผู้รักษาประตูดาวรุ่ง ฟลูมิเนนเซ่ ทีมดังในลีกประเทศบราซิล ประกาศอำลาและขอบคุณต้นสังกัดแล้ว ก่อนที่จะย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล กับ ฟลูมิเนนเซ่ ตกลงค่าตัวรวมโบนัสของนายด่านวัย 17 ปีเรียบร้อย โดยอยู่ที่ราว 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 73.8 ล้านปอนด์) และจะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้จะเป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ

ปิตาลูก้า เผยผ่านเว็บไซต์สโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ว่า "ผมซาบซึ้ง ฟลูมิเนนเซ่ เป็นเวลา 10 ปีที่ผมอยู่กับสโมสรตั้งแต่ระดับฟุตซอลจนมาถึงฟุตบอลอาชีพ ผมได้รับการปฎิบัติอย่างดีมาตลอด และได้รับการช่วยเหลือทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาทั้งส่วนตัวและในฐานะนักกีฬา โอกาสนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับตัวผมเนื่องจากผมมีพาสปอร์ตยุโรปอยู่แล้ว"

ทั้งนี้ ปิตาลูก้า เป็นโกลมือ 4 ของ ฟลูมิเนนเซ่ โดยมือ 1 ของทีมคือ มูเรียล เบ็คเกอร์ พี่ชายของ อลีสซง นายทวารคนเก่งของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง

 

 

สื่อญี่ปุ่นตัดเกรด!เช็คคะแนนแข้งไทยนัดกลางสัปดาห์

เว็บไซต์ ชื่อดังอย่าง soccerdigestweb ได้มีการออกมาให้คะแนนของผู้เล่นไทยในศึกเจลีกในนัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะไทยได้รับโอกาสลงสนามสองคน
    "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที75 เกมบุกเยือน โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ก่อนพ่ายไป 0-3 ได้ 5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "ในเกมแดนหน้า เป็นเรื่องยากที่จะทำประตูได้หลังมีการสร้างเกมบุกได้เป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง"

    ขณะที่ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร นัดบุกชนะ ซางัน โทสุ 2-0 เกมนี้ ชนาธิป เล่นได้เพียง45 นาทีแรกเท่านั้น ได้ 6 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "แสดงพลังขับเคลื่อนบอลไปด้านหน้าและเข้าโจมตีทีมคู่ต่อสู้ ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บขาในช่วงกลางครึ่งแรก ดังนั้นเขาจึงมีส่วนร่วมในครึ่งแรกเท่านั้น"

 

3กูรูฟันธงแชมป์-ท็อปโฟร์-ทีมตกชั้นพรีเมียร์ลีก

3 กูรูสื่อดังเมืองผู้ดี วิเคราะห์ทีมไหนจะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ มีทั้งให้ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ขณะที่นักเตะยอดเยี่ยมมอง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นด้วย

โจ ทาวน์เซนด์, พอล ฮิกแฮม และ จอร์จ พิตต์ส 3 นักวิเคราะห์เกมคนดังของ สปอร์ติ้งไลฟ์ เว็บไซต์กีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ ออกโรงฟันธงว่า ทีมไหนจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก, 4 อันดับแรก, ทีมตกชั้น, ดาวซัลโว และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ก่อนที่จะเปิดฤดูกาล 2020/21 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

ทรรศนะ ทาวน์เซนด์

แชมป์ – แมนฯ ซิตี้
ท็อป 4 – แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส
ตกชั้น – เบิร์นลี่ย์, ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช
ดาวซัลโว – แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี – เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)

ทรรศนะ ฮิกแฮม

แชมป์ – ลิเวอร์พูล
ท็อป 4 – ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด
ตกชั้น – ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช, คริสตัล พาเลซ
ดาวซัลโว – เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี – บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ทรรศนะ พิตต์ส

แชมป์ – แมนฯ ซิตี้
ท็อป 4 –  แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, อาร์เซน่อล
ตกชั้น – เบิร์นลี่ย์, เวสต์บรอมวิช, ฟูแล่ม
ดาวซัลโว – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (อาร์เซน่อล)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี –  เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)
 

ดีจริงไหม ? ดูสถิติ เรกีลอน นักเตะที่ มาดริด เสนอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืมใช้งาน

หลายคนมองว่าที่ฤดูกาล 2020-21 ยังไม่เริ่มขึ้นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังจำเป็นต้องทำการเสริมทัพอีกหลายตำแหน่ง แม้ว่าจะปิดดีลกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ได้แล้วก็ตาม เพราะขุมกำลังในหลายๆ ตำแหน่งของพวกเขายังดูไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร

หนึ่งในคนที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมาเป็น เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด แต่มันไม่ใช่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเดินเครื่องไล่ล่าเขา เพราะที่จริง เรอัล มาดริด เป็นคนเสนอปล่อยแข้งวัย 23 ปีให้กับ "ปีศาจแดง" ยืมตัวไปใช้งาน หลังจากที่ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ "ราชันชุดขาว" ยังไม่คิดที่จะให้เขาเป็นตัวหลักของทีม

ทั้งนี้ เรกีลอน มีดีกรีที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะฤดูกาลก่อนเขาโดนปล่อยไปเล่นกับ เซบีย่า ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะได้รับการโหวตให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 คำถามคือเขาเป็นนักเตะที่เก่งขนาดนั้นจริงๆ รึเปล่า ? และวันนี้เราจะมาดูสถิติของเจ้าตัวกัน โดยที่จะอ้างอิงจาก whoscored  เว็บไซต์แนวบันทึกผลงานชื่อดัง

 – การผ่านบอล
คนเป็นฟูลแบ็กจำเป็นต้องผ่านบอลให้ดี เพราะเขาจะมีส่วนร่วมกับการเล่นเกมรุกด้วย ซึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน เรกีลอน ถือเป็นแบ็กซ้ายที่มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะสั้นเข้าเป้าสูงเป็นอันดับ 1 ของ ลา ลีกา หากนับเฉพาะคนที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ด้วยค่าเฉลี่ย 38.6 ครั้งต่อนัด เหนือกว่า ลูกัส โอลาซ่า ดาวเตะ เซลต้า บีโก้ ที่ทำไป 32.3 ครั้งต่อเกม ในระดับหนึ่ง

ขณะที่การผ่านบอลระยะไกลนั้น เรกีลอน ก็ทำได้ดีสูงเป็นอันดับ 3 ของลีกสำหรับพวกแบ็กซ้าย ด้วยค่าเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเกม แถมเขายังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญสูงเป็นอันดับ 1 ของตำแหน่งเดียวกันด้วย จากค่าเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อนัด และมันก็มีส่วนให้เขาทำไป 4 แอสซิสต์ในซีซั่นก่อน สูงเป็นอันดับ 2 ของลีกเฉพาะคนในตำแหน่งเดียวกัน

 – การเลี้ยงบอล
อย่างที่รู้กันดีว่าคนเป็นฟูลแบ็กจำเป็นต้องกระชากบอลขึ้นหน้าในหลายๆ จังหวะ ซึ่งนั่นก็ทำให้การเลี้ยงบอลเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ และซีซั่นก่อน เรกีลอน ก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 1.6 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 1 ของลีกหากนับเฉพาะแบ็กซ้ายที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ร่วมกับ เปร์วิส เอสตูปินัน แบ็กซ้าย โอซาซูน่า

ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เขาจะมีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านเท่ากับ เอสตูปินัน แต่ที่จริงแล้ว เรกีลอน มีจังหวะเลี้ยงบอลทั้งหมด 2.2 ครั้งต่อนัด ตรงกันข้ามกับ เอสตูปินัน ที่มีจังหวะเลี้ยงบอล 3.2 ครั้งต่อเกม หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือถ้าเทียบเป็นส่วนต่างระหว่างจังหวะเลี้ยงบอล กับจังหวะที่เลี้ยงบอลผ่านจริงๆ แล้วนั้น เรกีลอน ทำได้ดีกว่าเยอะ

นอกจากนี้ เรกีลอน ยังเป็นแบ็กซ้ายที่เรียกฟาวล์ได้เป็นอันดับ 1 ร่วมของ ลา ลีกา หากนับเฉพาะคนที่ลงเล่นอย่างต่ำ 25 เกมด้วย จากค่าเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อนัด โดยเขาครองอันดับนี้ร่วมกับ ยูรี่ ของ แอธเลติก บิลเบา และ การ์ลอส เนว่า ของ กรานาด้า

 – เกมรับ
นอกจากจะมีเกมรุกที่โดดเด่นแล้วแข้งวัย 23 ปี ยังมีเกมรับที่แข็งแกร่งพอตัวด้วย เขาสกัดโดนบอลเฉลี่ยแล้ว 1.8 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 6 ของแบ็กซ้ายทั้งหมดใน ลา ลีกา เมื่อซีซั่นก่อน หากนับเฉพาะคนที่เล่นอย่างต่ำ 25 เกม แถมยังตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 8 ของลีกด้วย

ถ้าจะมีจุดด้อยของ เรกีลอน ในด้านเกมรับก็คือการที่เขาเสียฟาวล์บ่อย ด้วยค่าเฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 1 ของลีก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเขามีชอตพุ่งเสียบเยอะ แต่การเสียบเยอะแล้วเสียฟาวล์บ่อยตามไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก

ชอบตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว! ฮาแวร์ตซ์ยกแลมพาร์ดมีส่วนเลือกซบเชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ป้ายแดง เชลซี ชี้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีส่วนไม่น้อย กับการเลือกซบ "สิงห์บลูส์" มั่นใจตนจะเก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ภายใต้การทำทีมของ "แลมพ์ส"

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเลือดผู้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเลือกมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งนี้  "สิงห์บลูส์" เพิ่งประกาศคว้าตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันแบบยาวๆ ถึงปี 2025

"เขามีส่วนอย่างมากเลยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมชอบเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักเตะแล้ว และผมก็ดูเขาเล่นบ่อยมาก ผมคิดว่า ตอนนี้ผมสามารถเรียนรู้จากเขาในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างมากมาย เขาเป็นคนถ่อมตัวและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขาและได้เรียนรู้จากเขา"

 "เขาเป็นคนที่ชอบเกมรุกและทำประตูมากๆ เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า เขาจะช่วยผมได้อย่างมหาศาลแน่นอน กับการเล่นในตำแหน่งของผม และก็อาจจะรวมถึงการเล่นในด้านอื่นๆ ที่ผมสามารถพัฒนาได้อีกด้วย" ฮาแวร์ตซ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร