ป็อกบาสำรอง? คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูเกมฟัดสเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังจะได้นักเตะกลับมาฟิตเต็มถังแบบฟูลทีมในเกมประเดิมรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีกของพวกเขา โดย "ผีแดง" เตรียมต้อนรับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์คนสำคัญกลับมาสู่ทีมอย่างเป็นทางการในการปะทะ สเปอร์ส วันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตามคำถามคือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะจับมิดฟิลด์เฟร้นช์แมนรายนี้ลงเล่นใน 11 ตัวจริงหรือไม่?

    ก่อนเบรกการแข่งขัน “ปีศาจแดง” ที่ไร้ ปอล ป็อกบา กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและพวกเขาก็กลับมาลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง กลายเป็นเรื่องให้ โซลชา ครุ่นคิดอย่างหนักกับการจัดทีมลงแข่งขัน

    เราได้เห็นสื่อโซเชี่ยลต่างๆตื่นเต้นกับการประสานงานระหว่าง ปอล ป็อกบา และบรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมอุ่นเครื่องแบบสนามปิดกับ เวสต์บรอม หากโซลชาตัดสินใจใช้คู่นี้จริงๆ เราน่าจะได้เห็นระบบ 4-4-2 แบบไดม่อน หรือ 4-2-3-1 ตามแผนถนัดของ “ผีแดง”

11 ตัวจริงหากใช้ บรูโน่ คู่ ป็อกบา ระบบ 4-4-2 / 4-2-3-1

แผนการเล่นด้านบนเราจะเห็น เฟร็ด เป็นกองกลางตัวต่ำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยืนเป็นตัวรุก ขนาบข้างด้วย ปอล ป็อกบา ทางซ้าย และแดเนียล เจมส์ ทางขวา ทว่าข้อเสียขของแผนการเล่นนี้คือการต้องทิ้ง เฟร็ด ไว้เป็นกองกลางตัวรับคนเดียว ซึ่งปกติแล้วเจ้าตัวจะมีคู่กลางคอยช่วยเก็บกวาดอีกหนึ่งคน แน่นอนว่างานหนักอาจตกไปอยู่ดับคู่กองหลัง แม็กไกวร์ และลินเดอเลิฟ เนื่องจากมีมีตัวหยุดแนวรุกสเปอร์สน้อยเกินไป

    อย่างไรก็ตามการเยือน สเปอร์ส และต่อสู้กับทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่า นั้นเชื่อว่า โซลชาคงเลือกไม่เสี่ยงเล่นเกมรุกมากมาย ดังนั้นพวกเราน่าจะได้เห็นเกมรับในแดนกลางมากขึ้นซึ่งหมายความว่า ปอล ป็อกบา อาจนั่งสำรองไปก่อนเพื่อความสมดุลของทีม

สื่อ “เดอะ ซัน” ก็คาดการณ์ว่า โซลชา จะกลับมาใช้แผน 3-5-2 ซึ่งเป็นระบบการเล่นที่ใช้เอาชนะ แมนฯซิตี้ ในนัดก่อนเบรกการแข่งขัน

กองหลัง – ใช้ระบบเซนเตอร์แบ็ก 3 ตัวเพื่อเน้นเกมรับเป็นหลักโดยมีสองเซนเตอร์ตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และวิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงสนามพร้อมขยับ ลุค ชอว์ มาเป็นเซนเตอร์อีกหนึ่งคนซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีในตำแหน่งนี้ทั้งเกมกับ แมนฯซิตี้ และเชลซี ขณะที่ วิงแบ็ก จะเน้นเป็นนักเตะที่เกมรับดีเป็นหลักโดยฝั่งซ้ายใช้เป็น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และฝั่งขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ประจำการ

กองกลาง – ในแดนกลาง 3 คนจะเลือกใช้ เฟร็ด จับคู่ เนมานย่า มาติช ซึ่งถือเป็นคู่กลางที่ค่อนข้างแน่นทีเดียว โดย เฟร็ด จะเป็นนักเตะที่วิ่งแท็กเกิ้ลและเขาไล่แย่งบอลคู่ต่อสู้ ขณะที่ มาติช รอดักจังหวะบอลก่อนถึงกองหลัง ด้านกองกลางตัวรุกใช้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นเหมือนตัว "ฟรีแมน" มีอิสระในการวิ่งไปเชื่อเกมกับเพื่อนร่วมทีม

กองหน้า – กองหน้าคู่ในนัดที่ปราบ แมนฯซิตี้ นั้นคือ แดเนียล เจมส์ และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่เนื่องด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด หายเจ็บกลับมาก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะมาแทนที่ของ แดเนียล เจมส์

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะใช้ในเกมพบ สเปอร์ส

ให้ได้หรือเปล่า?เฮนเดอร์สันขออะไรกับแมนยูแลกต่อสัญญา

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ ระบุ ดีน เฮนเดอร์สัน ยื่นคำขาดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าจะต่อสัญญาก็ต่อเมื่อรับปากแล้วว่าตัวเองจะได้เป็นมือ 1 คนใหม่ของทีม ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ สเปอร์ส กำลังแอบเหล่เจ้าตัวอยู่
    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปล่อยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานอยู่นั้น ตั้งเงื่อนไขกับ "ปีศาจแดง" ว่าจะยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรับปากว่าเขาจะได้เป็นมือ 1 ของทีม ตามรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    ฤดูกาลก่อน เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ จนทำให้ "ดาบคู่" ทำสัญญายืมเขาต่อ และซีซั่นนี้นายด่านวัย 23 ปีก็ยังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนทำให้ทีมมีลุ้นได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป จนทำให้เริ่มมีการตั้งประเด็นกันแล้วว่าในฤดูกาลหน้าเขาควรจะได้เป็นมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ ดาบิด เด เคอา รึเปล่า

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่าที่จริงตอนนี้ เฮนเดอร์สัน ก็ได้รับข้อเสนอจากหลายทีมแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ อย่างไรก็ตาม นายด่านชาวอังกฤษก็เชื่อว่าสโมสรจะไม่ขายเขา เพราะเขามีโอกาสที่จะเป็นมือ 1 ได้ในซีซั่นหน้า แต่เขาก็ต้องการคำสัญญาจากสโมสรเช่นกันว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 ขณะที่ถึงแม้มันจะมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอ็อปชั่นนั้นจะถูกใช้งานแน่นอน โดยที่มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยเรื่องต่อสัญญากับ เฮนเดอร์สัน ไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็ไม่อยากเจอชะตากรรมเดียวกับ แซม จอห์นสโตน อดีตนายด่านของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจาก จอห์นสโตน ทำผลงานได้ดีในระดับเยาวชนจนได้ต่อสัญญากับทีมหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบบถาวรในปี 2018 ในสภาพที่ไม่เคยได้เฝ้าเสาให้กับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว

 

เจาะ 5 ประเด็นแมนยู 2 ชุดอุ่น “ชนะ-แพ้” เวสต์บรอมฯ

ป็อกบา-บรูโน่คู่กัน, แรชฟอร์ดฟอร์มหรู, เปเรยร่าซัดสวย ! ผ่า 5 ข้อแมนยู 2 ชุดอุ่นสนุก เวสต์บรอมฯ

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ลงอุ่นเครื่องรับมือ "เดอะ แบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จำนวน 2 แมตช์ (แมตช์ละ 60 นาที) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยทัพ "ปีศาจแดง" ได้ผลการแข่งขันทั้งแพ้ และชนะ

    สำหรับแมตช์แรก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เลือกใช้ 11 ตัวจริง โดนเน้นนักเตะเกมรุกเป็นหลักพร้อมทั้งมี ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นพร้อมกัน กอปรกับ 3 ประสานความเร็วสูง แต่ผลการแข่งขันดันพลาดท่าแพ้ 1-2 ในขณะที่แมตช์หลังสามารถแก้แค้น "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะ 3-1 

 

    ในส่วนของ "ผีแดง" ชุดสองดูเหมือน "น้าลูกอม" เน้นผู้เล่นเกมรับ และนายทวารตัวจริง โดยผลงานค่อนข้างเหนียวแน่น รวมทั้งใช้สองมิดฟิลด์ทีเด็ดอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเน่ย์ ยืนคู่กับ เฟร็ด ทำให้แดนกลางเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น แถม อันเดรียส เปเรยร่า ที่ดูเหมือนจะหมดอนาคต แต่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นซัด 2 ประตู โดยหนึ่งในสองประตูเจ้าตัวยิงสวยซะด้วย

    ตอนนี้คาดว่า โซลชา คงมี 11 ผู้เล่นตัวจริงที่จะนำไปใช้ดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.เอาไว้แล้ว แต่เจ้าตัวคงต้องการเก็บแผนเด็ดเอาไว้ เพื่อหวังจะบุกคว่ำ "ไก่เดือยทอง" ของกุนซือโชเช่ มูรินโญ่ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับการลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์

 

1. ป็อกบา-บรูโน่ เล่นร่วมครั้งแรก
    หนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอคอยมากๆ นั่นก็คือการได้เห็น ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงสนามร่วมกัน และในเกมอุ่นเครื่องรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งสองคนได้ลงสนามเคียงข้างกันครั้งแรกให้กับทัพ "ผีแดง" ชุดแรก

    สำหรับเกมนี้ ป็อกบา ดูเหมือนจะมีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์แล้ว และทำผลงานได้ค่อนข้างดี ในขณะที่ แฟร์นันด์ส ยังคงรักษามาตรฐานชั้นยอดของเขาเอาไว้ได้เหมือนเดิม ที่สำคัญเจ้าตัวยังมีชื่อเป็นคนทำประตูจาการยิงจุดโทษลูกแรก แต่น่าเสียดายที่พลาดบวกสกอร์เพิ่ม เพราะดันซัดจุดโทษลูกที่สองพลาด

 

    ในส่วนของแดนหน้าดูเหมือน โซลชา อยากลองใช้ 3 ประสานแห่งอนาคตได้แก่ เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เล่นตัวจริงร่วมกัน โดยพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ช่วยทำให้เกมบุกของ "ปีศาจแดง" มีสีสัน และอันตรายพอสมควร

    แม้ว่าแมตช์นี้ทีมชุดแรกจะเสียฟอร์มเล็กน้อย เพราะแพ้ให้กับ เวสต์บรอม 1-2 ก็ตาม แต่การที่ได้เห็น ป็อกบา จับคู่กับ แฟร์นันด์ส และการใช้ 3 ประสานความเร็วสูงเล่นร่วมกัน น่าจะทำให้ โซลชา ปิ๊งไอเดียในการจะทัพ "เร้ด เดวิลส์" เยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้

 

 

2. แรชฟอร์ด ฟิตลงสนาม
    ถ้าหากบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ดีใจกับการได้เห็น ป็อกบา กลับมาลงสนามอีกครั้ง พวกเขาคงจะต้องยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมมากกว่ายิ่งนี้ เพราะการได้เห็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟิตสมบูรณ์ ทำให้ทีมมีโอกาสที่จะฝากผีฝากไข้ในการทำประตูได้มากยิ่งขึ้น

    หัวหอกวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้ แต่น่าเสียดายที่ดันได้รับบาดเจ็บหนักที่แผ่นหลังในเกมเอฟเอ คัพ ที่พบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถลงสนามช่วยต้นสังกัดได้เลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

    สำหรับผลงานในการลงเล่นให้กับทีมชุดแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกว่าน่าประทับใจพอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะแพ้ให้กับ เวสต์บรอมฯ ก็ตาม แต่การได้เห็น แรชฟอร์ด เล่นได้เต็มที่ พร้อมทั้งโชว์ลีลาเด็ดๆ น่าจะทำให้เกมรุกของ "ปีศาจแดง" อันตรายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

    ที่สำคัญหาก แรชฟอร์ด สามารถเรียกฟอร์มเก่งของเขากลับมาได้เหมือนกับที่แสดงให้เห็นก่อนจะได้รับบาดเจ็บ และเล่นได้สุดยอดจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ แมนฯ ยูฯ จะทำอันดับขึ้นไปติดท็อปโฟร์ คว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้
 

3. เปเรยร่า-ชอง ผลงานโดนใจ
    หลายคนอาจจะมองว่า อันเดรียส เปเรยร่า น่าจะหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ไปแล้ว แต่ โซลชา ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะคนนี้ และพร้อมให้โอกาส ดาวเตะบราซิเลียน ได้พิสูจน์คุณค่าของเขา ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็พร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสเหล่านี้เอาไว้

    เปเรยร่า ได้ลงเล่นให้กับ "ผีแดง" ชุดสอง" ที่มีแนวรับอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ โดย ดาบิด เด เคอา ทำหน้าที่เฝ้าเสา งานนี้เขาไม่ทำให้ "น้าลูกอม" ต้องผิดหวัง เมื่อจัดการซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมเอาชนะ "เดอะ แบ็กกี้ส์" 3-1

 

    ขณะเดียวกันแมตช์นี้ โซลชา ยังให้โอกาส ทาฮิธ ชอง ได้ลงเล่นด้วย โดยนักเตะถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม และทำผลงานได้ดี พร้อมทั้งเป็นคนทำประตูให้ทีมด้วย โดยงานนี้ถือว่า ดาวเตะเลือดดัตช์ สร้างความประทับใจให้กับกุนซือชาวนอร์เวย์มากพอสมควร

    แม้ว่าในเวลานี้ขุมกำลังในแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อนข้างแน่นปึ้ก และโอกาสที่ เปเรยร่า กับ ชอง จะได้ลงเล่นตัวจริงในเกมทางการค่อนข้างน้อย แต่กระนั้นทั้งสองคนก็ยังถือเป็นกำลังเสริมที่ดี และสามารถลงสนามเพื่อสร้างความแตกต่างในเกมได้
 

4.  แม็คโทมิเนย์จับคู่เฟร็ด แดนกลางปึ้ก
    สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดสอง ดูเหมือน โซลชา อยากจะทดสอบเรื่องเกมรับ และกองกลาง โดยในแผงแบ็กโฟร์มีความเป็นไปได้สูงที่ วาน-บิสซาก้า,  แม็กไกวร์, ลินเดอเลิฟ และ ชอว์ น่าจะยืนเป็นตัวหลักในช่วง 9 แมตช์สุดท้ายของฤดูกาลนี้

 

    ในส่วนของแผงมิดฟิลด์ "น้าลูกอม" อาจจะตัดสินใจใช้งาน สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ยืนคู่กัน เพราะทั้งสองคนสามารถช่วยคุมแดนกลางให้กับทัพ "ผีแดง" ได้ดีเยี่ยม และสามารถป้องกันเกมบุกของ เวสต์บรอมฯ ไม่ให้ผ่าด่านเข้าไปจนถึงเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับเกมนี้ เฟร็ด ทำผลงานได้ดีเยี่ยม และเป็นคนแอสซิสต์ให้ เปเรยร่า ซัดหนึ่งในสองประตูที่เขายิงได้ด้วย ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมว่า ดาวเตะชาวบราซิเลียน สามารถรักษาฟอร์มเก่งก่อนที่เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 
5. พร้อมบุกหักคอ "ไก่"
    โซลชา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาพยายามที่จะปกปิดแผนการเล่นที่จะนำมาใช้ในแมตช์เยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสปอร์ ซึ่งเป็นเกมแรกของทัพ "ปีศาจแดง" หลังจากที่พรีเมียร์ลีก จะกลับมาแข่งกันต่อ เพื่อให้ฤดูกาล 2019/2020 จบอย่างสมบูรณ์แบบ

    แน่นอนว่าหลายๆ คน รวมทั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ "ไก่เดือยทอง" คงคาดหวังจะได้เห็น "น้าลูกอม" หลุดแผนบางอย่างออกมา แต่สุดท้าย โซลชา เลือกที่จะใช้ทีม 2 ชุดในเกมอุ่นเครื่องรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งงานนี้คงทำให้ "เฮียมู" ยากจะคาดเดา 11 ตัวจริงของ "ผีแดง" เพื่อวางแผนรับมือกับพวกเขา

 

    กระนั้นหากวิเคราะห์แบบคร่าวๆ จะเห็นได้ว่า 11 ตัวจริงในทีมชุดแรก ดูเหมือน โซลชา จะเน้นผู้เล่นเกมบุกเป็นหลัก ขณะที่แข้งตัวจริงชุดสอง แผงแบ็กโฟร์ กับผู้รักษาประตู น่าจะเป็นตัวหลักที่ กุนซือชาวนอร์เวย์ จะนำไปใช้เพื่อเยือนถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

    ทั้งนี้ โซลชา คงจะมี 11 ผู้เล่นตัวจริงที่เขาเลือกเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว แต่ทุกอย่างยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเจ้าตัวคงจะใช้เวลาในช่วงฝึกซ้อมในสัปดาห์หน้าเพื่อที่จะจับตาฟอร์มการเล่นของนักเตะทุกคน จากนั้นค่อยตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเลือกใครลงตัวจริงในแมตช์รีสตาร์ท วันศุกร์นี้

ถึงเวลาสาลิกาดงผงาด! “เดอะซัน” คาดการณ์11ตัวจริงนิวคาสเซิ่ลซีซั่นหน้า



"สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะกลายเป็นสโมสรที่มีอำนาจด้านการเงินทันที ถ้าหากได้กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ที่นำโดย มกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแทน ไมค์ แอชลี่ย์ ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้ก็ใกล้เคียงมากๆ แล้ว เพราะฉะนั้นเราอาจจะได้เห็น นิวคาสเซิ่ล พลิกโฉมกลายเป็นสโมสรระดับหัวแถว เหมือนกับที่ เชลซี ได้ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เข้ามาชุบชีวิตเมื่อปี 2003

ล่าสุด "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ถือโอกาสคาดการณ์ทีม 11 ตัวจริงของ "สาลิกาดง" ประจำฤดูกาล 2020/21 ในกรณีที่พวกเขาสามารถดึงนักเตะที่มีข่าวด้วย มาร่วมทัพได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในรายของ เอดินสัน คาวานี่, แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์ รวมถึงเด็กเก่าอย่าง โซโลมอน รอนดอน โดยจะมาในระบบการเล่น 4-4-2

– ผู้รักษาประตู : มาร์ติน ดูบราฟก้า
ตำแหน่งนายทวารไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เนื่องจาก ดูบราฟก้า ทำผลงานได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟมากสุดในศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ (117 ครั้ง)

– กองหลัง : ฆาเบียร์ มานกีโย่, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส
คู่เซนเตอร์แบ็กยังคงเป็นกัปตันทีม ลาสเซลล์ส กับ เฟร์นานเดซ เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ มานกีโย่ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายนั้น แดนนี่ โรส น่าจะถูกซื้อขาดมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจบซีซั่นนี้

– กองกลาง : แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง
แดนกลางแทบยกชุดเลยทีเดียว เหลือเพียงแค่ แซงต์-มักซิแม็ง ที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้น่าประทับใจเท่านั้น ส่วนอีกสามรายประกอบไปด้วย เบล, วิดาล และ แม็คกินน์ โดยเฉพาะในรายของ วิดาล นั้น ถือว่ามีโอกาสสูงมาก เพราะ บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อยตัวอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในรายของ แม็คกินน์ ที่มีข่าวว่า พวกเขาพร้อมทุ่มเงินซื้อจาก แอสตัน วิลล่า ในราคา 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท)

– กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่, ซาโลมอน รอนดอน
คาวานี่ ถูกมองว่าจะเป็นสตาร์รายแรกๆ ที่ถูกดึงเข้ามายังถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นทำให้ นิวคาสเซิ่ล สามารถดึงเจ้าตัวมาร่วมก๊วนได้แบบฟรีๆ พร้อมอัดฉีดค่าเหนื่อยแบบงามๆ ให้

ส่วนในรายของ รอนดอน (ปัจจุบันค้าแข้งที่จีนกับ ต้าเหลียน อี้ฟาง) เคยมาเล่นให้ "สาลิกาดง" แบบสัญญายืมตัวจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อฤดูกาล 2018/19 ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี (ลงเล่น 33 นัด, 12 ประตู) จนกลายเป็นที่รักของเหล่าสาวก "ทูน อาร์มี่" ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปกใจ หากเจ้าตัวได้กลับมาสวมยูนิฟอร์มสีขาว-ดำอีกครั้ง 

ตำนานทั้งนั้น! เกิดอะไรขึ้นบ้างกับ 26 แข้งแมนยูที่ “ฟาน กัล” เขี่ยพ้นทีม

"หลุยส์ ฟาน กัล" เข้ามาใช้เงินมหาศาลในการเสริมทัพเพื่อพา แมนฯ​ยูไนเต็ด ลุ้นแชมป์ แม้เขาจะช่วยให้ทีมคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ หลังจากเข้ามาแทนที่ เดวิด มอยส์ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารักษาเก้าอี้กุนซือที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไว้ได้ ในทางกลับกันตลอดสองปีกับ "ปีศาจแดง" นายใหญ่ชาวฮอลแลนด์ปฏิบัติการเขี่ยผู้เล่นทิ้งสโมสรมาแล้วมากมายถึง 26 คน ดังนั้นเราดูกันว่าหลังจากพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้สวมเสื้อผีแดงแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง
อังเคล ดิ มาเรีย – เคยเป็นนักเตะค่าตัวสถิติสโมสรในราคา 59.7 ล้านปอนด์จาก เรอัล มาดริด แถมปีกชาวอาร์เจนไตน์สวมเสื้อหมายเลข 7 ด้วยแต่สุดท้ายโชว์ฟอร์มไม่ออกและปรับตัวกับทีมไม่ได้จนถูกขายให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในราคา 44.3 ล้านปอนด์ทั้งที่เพิ่งมาแค่ซีซั่นเดียว

แดนนี่ เวลเบ็ค – เด็กปั้นจากอคาเดมี่ของผีแดงเอง เคยยิงประตูสำคัญให้แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่บ้างแต่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยเลยถูกขายให้คูแข่งร่วมลีกอย่าง อาร์เซน่อล ในราคา 16 ล้านปอนด์ ทว่าอดีตกองหน้าปีศาจแดงยังบาดเจ็บต่อเนื่องจึงได้ลงสนามน้อยจนเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วถูกขายให้ วัตฟอร์ด แบบฟรี

ฮาเวียร์  เอร์นานเดซ – ถือเป็นขวัญใจแฟนผีแดงคนหนึ่ง เขาถูกปล่อยยืมตัวไป เรอัล มาดริด ก่อนขายขาดให้ เลเวอร์คูเซ่น ในฤดูกาลถัดมา กระทั่งปี 2017 เขากลับมายังพรีเมียร์ลีกโดยเล่นให้กับ เวสต์แฮม และย้ายไปค้าแข้งกับเซบีย่าหนึ่งฤดูกาลเมื่อปีที่แล้วก่อนช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมาจะบินไกลไปเมเจอร์ลีกซบ แอลเอ กาแล็กซี่

จอนนี่ อีแวนส์ – อดีตกองหลังผีแดงย้ายออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 เพื่อไปอยู่กับ เวสต์บรอม เป็นเวลา 3 ซีซั่นพร้อมกับทำผลงานดีจน เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อมาในราคาเพียง 3.5 ล้านปอนด์ และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่พา “จิ้งจอกสยาม” คว้าแชมป์

ชินจิ คากาวะ – ทำผลงานเด่นกับดอร์ทมุนด์จนได้ย้ายมาผีแดงในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ ทว่าในยุคของนายใหญ่ฮอลแลนด์เขาไม่ได้รับโอกาสมากนักจึงโดนขายกลับไป “เสือเหลือง” ในปี 2014  แต่เจ้าตัวก็ยังเค้นฟอร์มไม่ออกจนถูกปล่อยยืมไปให้ เบซิคตัส ก่อน เรอัล ซาราโกซ่า จะสอยตัวไปเมื่อปีที่แล้ว

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ – หลังจากยิงประตูถล่มทลายพาผีแดงคว้าแชมป์ปี 2013 “อาร์วีพี” ซัลโวตาข่าย 28 ประตูช่วงสองซีซั่นถัดมากระทั่ง ฟาน กัล ขายเขาให้ เฟเนร์บาห์เช่ ก่อนย้ายกลับไปยังทีมที่ปั้นเขามาอย่าง เฟเยนูร์ด และแขวนสตั๊ดในปี 2019

นานี่ – หลังจาก ฟานกัล เข้ามารับตำแหน่ง นานี่ ก็ถูกปล่อยยืมตัวไป สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในทันทีก่อนถูกขายแบบถาวรให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ และพเนจรไปอยู่ทั้ง บาเลนเซีย, ลาซิโอ และสปอร์ติ้ง ลิสบอน ปัจจุบันเขาค้าแข้งในเมเจอร์ลีกกับ ออร์แลนโด้ ซิตี้

อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ – เมื่อไม่ได้รับโอกาสมากเท่าไหร่นัก บุตต์เนอร์ ก็ย้ายออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด สวนทางกับ หลุยส์ ฟานกัล ที่เพิ่งเข้ามาคุมผีแดง โดยไปค้าแข้งกับ ดินาโม มอสโก หลังจากนั้นก็ย้ายไปทั้ง อันเดอร์เลชท์, วิเทสส์ และเพิ่งจะเก็บกระเป๋าไปอยู่กับ นิว อิงแลนด์ เรฟโวลูชั่น ในเมเจอร์ลีกเมื่อตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา

วิลฟรีด ซาฮา – เป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ป๋า “เฟอร์กี้” ซื้อเข้ามาในทีม แต่การค้าแข้งที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นไปด้วยความยากลำบาก เขาจึงย้ายกลับไปอยู่กับ คริสตัล พาเลซ ​แบบถาวรเมื่อปี 2015 หลังจากก่อนหน้านี้เคยถูกปล่อยยืมตัวมาแล้ว

ราฟาเอล – หลังจากค้าแข้งมา 7 ปีกับสโมสร เขาก็ย้ายออกไปอยู่กับ โอลิมปิก ลียง ในปี 2015 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาจนถึงปัจจุบัน

เบเบ้ – หนึ่งในความล้มเหลวของประวัติศาสตร์การซื้อตัวของผีแดง เบเบ้ ย้ายออกจากทีมถาวรไปอยู่กับ เบนฟิก้า ในปี 2014 และค้าแข้งกับทั้ง กอร์โดบา (ยืมตัว), ราโย บาเยกาโน่ (ยืมตัว), เออิบาร์ ก่อน  ราโย บาเยกาโน่ จะซื้อขาดในปี 2018

ไมเคิ่ล คีน – ลงเล่นในทีมชุดใหญ่แค่นัดเดียวเท่านั้นก่อนจะย้ายไป เบิร์นลีย์ และทำผลงานยอดเยี่ยมจน เอฟเวอร์ตัน สอยมาด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์

ปาทริซ เอวร่า – ตำนานของสโมสรที่ค้าแข้งมา 8 ปีก่อน ฟานกัล จะขายเขาไปอยู่ ยูเวนตุส ปี 2014 ต่อมาก็ย้ายไปลุยลีกเอิงกที่ โอลิมปิก มาร์กเซย อยู่สักพักก่อนจะกลับมาพรีเมียร์ลีกกับ เวสต์แฮม และแขวนสตั๊ดปี 2018

อันเจโล่ เอ็นริเกซ – อีกนักเตะที่สอดแทรกในทีมชุดใหญ่ไม่ได้ โดนปล่อยยืมมาทั้ง วีแกน, เรอัล ซาราโกซ่า และดินาโม ซาเกร็บ ก่อนทีมหลังสุดนี้จะซื้อขาด กระทั่งเขาย้ายกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดชิลี

รีซ เจมส์ – ดาวรุ่งของทีมโดนขายให้กับ วีแกน ปี 2015 ก่อนย้ายไปอยู่กับ ซันเดอร์แลนด์ หนึ่งซ๊ซั่น ปัจจุบันเขาค้าแข้งกับ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ ในลีกวัน

เนมานย่า วีดิช – อีกหนึ่งตำนานที่ค้าแข้งมา 9 ปีที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กระทั่งปี 2014 เขาถูกขายไป อินเตอร์ มิลาน และแขวนสตั๊ดเดือนมกราคม ปี2016

ริโอ เฟอร์ดินาน – ตำนานกองหลังของทีมย้ายไปค้าแข้งกับ ควีนส์ปาร์ค หนึ่งฤดูกาลก่อนแขวนสตั๊ดเมื่อทีมตกชั้นไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ

ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ – หลังหายจากอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง เฟล็ทเชอร์ ก็ย้ายไปค้าแข้งกับ เวสต์บรอม 3 ฤดูกาลก่อนรีไทร์กับทีม สโต๊ค ซิตี้

แอนเดอร์สัน – ถูกปล่อยตัวออกจากทีมปี 2015 และกลับไปยังค้าแข้งในบ้านเกิดอย่าง บราซิล ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดหลังย้ายมาเล่นในลีกตุรกีกับ อดาน่า เดมิร์สปอร์

อันเดอร์ส ลินเดการ์ด – ไม่สามารถยึดมือหนึ่งในปีศาจแดงได้ทำให้ถูกขายไป เวสต์บรอม หลังจากนั้นก็ย้ายไป เปรสตัน, เบิร์นลีย์ และเฮลซิงบอร์ก

ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ – กองกลางผีแดงโดนปล่อยไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2015 และยังค้าแข้งกับ วัตฟอร์ด จนถึงปัจจุบัน

เฟเดริโก้ มาเคด้า – เปิดตัวสวยแต่สุดท้ายไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ จึงถูกขายให้ คาร์ดิฟฟ์ ในปี 2014 ที่ตอนนั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทัพอยู่ ก่อนย้ายไปอยู่ โนวาร่า ในอิตาลี และปัจจุบันค้าแข้งกับ พานาธิไนกอส

เบน อามอส – โดนปล่อยยืมมาถึง 6 สโมสรในช่วงที่ค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อน ฟานกัล จะขายทิ้งให้ โบลตัน แต่ก็ยังโดนยืมตัวไปทั้ง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, ชาร์ลตัน, มิลล์วอลล์ และสุดท้ายถูกขายขาดให้ ชาร์ลตัน ปี 2019

ทอม ธอร์ป – กองหลังที่เคยเป็นดาวรุ่งของผีแดง โดนขายให้ ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด แต่ก็ถูกขายต่อให้ แอตเลติโก โกลกาตา ในลีกอินเดีย ตอนนี้เป็นนักเตะฟรีเอเจ้นท์หลังหมดสัญญาปี 2018

ดาวิเด เปตรุซซี่ – อดีตมิดฟิลด์ผีแดงถูกปล่อยตัวไปอยู่ ซีเอฟอาร์ คลูจ์ และถูกขายต่อให้ เคย์เคอร์ ริเซสปอร์ ปัจจุบันอยู่กับ อัสโคลี่ ทีมในเซเรีย บี อิตาลี

วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช – นายด่านซึ่งเป็นน้องชายของ เซอร์เก้ มิลินโควิช-ซาวิช โดยขายให้ เลเชีย กอเดนซ์ ในลีกโปแลนด์ก่อน โตริโน่ ซื้อขาดมา ปัจจุบันโดนปล่อยยืมตัวมาอยู่ สตองดาร์ ลีแอช

น้ามูสู้โซลชาภาคสอง! 5 ประเด็นเด็ดก่อนสเปอร์สฟัดแมนยู

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทคืนนี้เตรียมมันส์กับบิ๊กแมตช์ที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อ "ไก่เดือยทอง" มีโปรแกรมต้อนรับการมาเยือนของคู่แข่งลุ้นท็อปโฟร์อย่าง "ปีศาจแดง" ซึ่งถือเป็นภาคที่สองของการปะทะกันระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก่อนเราจะไปพบกับความสนุกในคืนนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมมาให้อ่านกัน

1.บรูโน่-ป็อกบามามั้ย?
    บรรดาสื่อและสาวก “ปีศาจแดง” ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นการประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และปอล ป็อกบา ทั้งสองคนยังไม่ได้เล่นร่วมกันในแมตช์ทางการเลยแต่ลงเล่นแค่เกมอุ่นเครื่องกับ เวสต์บรอม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานปีศาจแดงก็ออกโรงมาชี้แนวทางให้ โซลชา ส่งทั้งคู่ลงพร้อมกันเพียงแต่ต้องให้กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ยืนอยู่สูงกว่า และได้เล่นอย่างมีอิสระกับบทบาทหมายเลข 10 โดยไม่ต้องสนใจกับการลงไปเล่นเกมรับ

    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแม้ทีมจะไร้ ป็อกบา ก็ตาม พวกเขาใช้คู่กลางอย่าง เฟร็ด และเนมานย่า มาติช ที่เน้นเกมรับเป็นหลักและกำลังทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย น่าสนใจว่าเกมใหญ่แบบนี้ โซลชา จะเสี่ยงทดลองใช้ บรูโน่ และป็อกบา ครั้งแรกไหมหรือจะเลือกใช้กองกลางคู่เดิม

2.สองกำลังหลักมาแล้ว
     ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สเปอร์ส ฟอร์มตกอย่างหนักในช่วงก่อนเบรกการแข่งขันคือนักเตะสำคัญบาดเจ็บ นอกจากพวกเขาจะเสีย แฮร์รี่ เคน ไปในเดือนมกราคมแล้ว หนำซ้ำ ซน ฮึน-มิน ซึ่งกำลังฟอร์มฮอตยิง 5 ประตูติดต่อกันในทุกรายการก็ดันมาได้รับบาดเจ็บที่แขนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

    ตอนแรกหลายคนก็คาดว่าทั้งคู่จะอดลงสนามในฤดูกาลนี้แล้ว ทว่าเมื่อลีกหยุดการแข่งขันก็ทำให้ทั้งสองมีเวลาพักฟื้นร่างกายและฟิตซ้อมอย่างเต็มที่ มูรินโญ่ ยืนยันก่อนเกมแล้วว่า ซน และเคน พร้อมใช้งานในคืนนี้แต่ในรายของกองหน้าทีมชาติอังกฤษนั้นอาจจะไม่ได้ลงเล่นเต็มแมตช์

    หลังจากหายเจ็บกลับมาแล้ว แฮร์รี่ เคน ก็เจอกับแมตช์ที่ท้าทายตั้งแต่เกมแรกเนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งจะยิง 2 ประตูจาก 11 นัดที่ลงเล่นเจอกับ “ปีศาจแดง” คิดเป็นค่าเฉลี่ย 457 นาทีต่อ 1 ประตูซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่แย่ที่สุดของเขาเมื่อเจอกับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก มารอดูกันว่าเขาจะเจาะตาข่าย แมนฯยูไนเต็ด ได้หรือไม่

3.ไก่ระวังแรช!
    นอกจาก แมนฯยูไนเต็ด จะได้ ปอล ป็อกบา กลับมาฟิตเต็มถังแล้ว พวกเขาก็ยังมี มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมใช้งานอีกด้วยหลังจากไม่ได้ลงสนามช่วยต้นสังกัดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แน่นอนว่า สเปอร์ส คงต้องระวังนักเตะคนนี้ให้ดีเพราะเขามักเป็นตัวแสบในช่วงหลังที่เจอกัน

    ฤดูกาลที่แล้ว มาร์คัส แรชฟอร์ด โชว์ความคมด้วยการยิงประตูชัยให้ “ปีศาจแดง” ในการเยือนสนาม เวมบลีย์ สตเดี้ยม ขณะที่ฤดูกาลนี้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กองหน้าวัย 22 ปีก็เป็นคนยิงประตูขึ้นนำแถมยังมาเรียกจุดโทษและซัดประตูที่สองให้กับตัวเองอีกด้วย “ไก่เดือยทอง” คงต้องวางแผนหยุดแนวรุกคนนี้ให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเป็นคนทำให้สเปอร์สน้ำตาตกอีกครั้ง

4.ฟอร์มต่างราวฟ้าเหว
    สเปอร์ส ของ โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะถือว่าโชคดีก็ว่าได้ที่ลีกมีการหยุดการแข่งขันเพราะนอกจากจะเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บแล้ว ฟอร์มของทีมก็ย่ำแย่อย่างหนักโดยพวกเขาไม่ชนะใครเลยใน 6 เกมหลังสุดทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 4) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอาชีพกุนซือของเขา สำหรับเกมล่าสุดพวกเขาปราชัยต่อไลป์ซิกแบบหมดสภาพ 3-0 ถือเป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสของน้ามูเหลือเกินแต่การรีสตาร์ทลีกวันนี้อาจทำให้เขาพลิกชะตาตัวเองก็เป็นได้

   

ส่วน “ผีแดง” นั้นอาจจะต้องเสียดายเหมือนกันที่ฟอร์มของทีมกำลังดีแต่ต้องมาสะดุดเพราะลีกหยุดการแข่งขัน โซลชา พาทีมไม่แพ้ใคร 11 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะถึง 8 นัดและยิงประตุมากมายถึง 29 ลูกพร้อมเก็บคลีนชีทอีก 9 นัด ซึ่งต้องขอบคุณการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้นมาทันตาเห็น มารอดูว่า โซลชา จะสานต่อฟอร์มร้อนแรงแบบนี้ได้หรือไม่

5.เกมสำคัญลุ้นท็อปโฟร์
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล สองทีมที่มีลุ้นตั๋วโควต้า ชปล. ต่างพลาดท่าในเกมตกค้างเมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้ง สเปอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเกมคืนนี้สามแต้มถือว่าสำคัญมากเพราะหาก “ไก่เดือยทอง” คว้าชัยชนะจะลดช่องว่างจากท็อปโฟร์เหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้นเพื่อกดดัน เชลซี ที่จะลงเล่นกับ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้

    แต่ถ้าหาก “ปีศาจแดง” เก็บสามแต้มได้สำเร็จนอกจากพวกเขาจะแซงเชลซียึดท็อปโฟร์ด้วยลูกได้-เสียที่ดีกว่าแล้ว ยังทำแต้มห่าง สเปอร์ส ถึง 7 แต้มและทีมของน้ามูมีสิทธิ์ถูกเชลซีทิ้งห่างเป็น 10 แต้มเลยทีเดียวในสุดสัปดาห์นี้ซึ่งแม้ในทางทฤษฎีจะยังมีโอกาสแต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ถือว่าตัดสเปอร์สออกจากทีมลุ้นท็อปโฟร์ได้เลย