คิวเตะซีซั่นใหม่มาแล้ว! ลิเวอร์พูลอ่วม จั่วลีดส์ต่อด้วยเชลซี-อาร์เซน่อล

โปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020-21 ออกมาแล้ว โดยหนึ่งในคู่ที่น่าสนใจของนัดเปิดสนามคือเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของ พรีเมียร์ลีก จะเปิดบ้านเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์จาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

   โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21

    เตะวันที่ 12 กันยายน 2020

    เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด*
    คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    ฟูแล่ม พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า*
    ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
    เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

    เตะวันที่ 14 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ เวสต์แฮม
    แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
    เอฟเวอร์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ ฟูแล่ม
    เลสเตอร์ พบ เบิร์นลีย์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
    นิวคาสเซิล พบ ไบรท์ตัน
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้

    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เบิร์นลีย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน
    ฟูแล่ม พบ แอสตัน วิลล่า
    ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล
    แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
    สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิล
    เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี
    เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แอสตัน วิลล่า พบ ลิเวอร์พูล
    เชลซี พบ คริสตัล พาเลซ
    เอฟเวอร์ตัน พบ ไบรท์ตัน
    ลีดส์ พบ แมนฯ ซิตี้
    เลสเตอร์ พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
    นิวคาสเซิล พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020

    เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ ไบรท์ตัน
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
    ลีดส์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    เลสเตอร์ พบ แอสตัน วิลล่า
    แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
    สเปอร์ส พบ เวสต์แฮม
    เวสต์บรอมวิช พบ เบิร์นลีย์

    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์
    แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์
    ไบรท์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    เบิร์นลีย์ พบ สเปอร์ส
    ฟูแล่ม พบ คริสตัล พาเลซ
    ลิเวอร์พูล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์แฮม พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล

    วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ เชลซี
    ฟูแล่ม พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ เลสเตอร์
    ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
    สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

    วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ แอสตัน วิลล่า
    ไบรท์ตัน พบ เบิร์นลีย์
    เชลซี พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    คริสตัล พาเลซ พบ ลีดส์
    เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เลสเตอร์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พุล
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
    เวสต์บรอมวิช พบ สเปอร์ส
    เวสต์แฮม พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ ไบรท์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ คริสตัล พาเลซ
    ฟูแล่ม พบ เอฟเวอร์ตัน
    ลีดส์ พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พุล พบ เลสเตอร์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
    นิวคาสเซิ่ล พบ เชลซี
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
    สเปอร์ส พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    ไบรท์ตัน พบ ลิเวอร์พุล
    เชลซี พบ สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ พบ นิวคาสเซิ่ล
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลีดส์
    เลสเตอร์ พบ ฟูแล่ม
    แมนฯ ซิตี้ พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เวสต์บรอมวิช พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  5 ธันวาคม 2020

แอสตัน วิลล่า พบ นิวคาสเซิ่ล
ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชลซี พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ อาร์เซน่อล
เวสต์บรอมวิช พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  12 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล
ลีดส์ พบ เวสต์แฮม
เลสเตอร์ พบ ไบรท์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า

วันอังคารที่  15 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ ไบรท์ตัน
ลีดส์ พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชลซี

วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2020

ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์บรอมวิช

วันเสาร์ที่  19 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชลซี พบ เวสต์แฮม
คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
นิวคาสเซิ่ล พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  26 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เชลซี
แอสตัน วิลล่า พบ คริสตัล พาเลซ
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิ่ล
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เชลซี พบ แอสตัน วิลล่า
คริสตัล พาเลซ พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
สเปอร์ส พบ ฟูแล่ม
เวสต์บรอมวิช พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  2 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้
คริสตัล พาเลซ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
นิวคาสเซิ่ล พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ ลีดส์
เวสต์บรอมวิช พบ อาร์เซน่อล

วันอังคารที่  12 มกราคม 2021*

อาร์เซน่อล พบ คริสตัล พาเลซ
แอสตัน วิลล่า พบ สเปอร์ส
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 13 มกราคม 2021 *

ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน

*แมตช์ที่ 18 ที่จะแข่งในวันที่ 12-13 มกราคม อาจปรับเป็นแข่ง 12-13 มกราคม และ 20 มกราคม  2021ตามโปรแกรมถ่ายทอดสดของเดือนมกราคม

วันเสาร์ที่  16 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ นิวคาสเซิ่ล
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ เชลซี
ลีดส์ พบ ไบรท์ตัน
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ซิตี้ พบ คริสตัล พาเลซ
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช

วันอังคารที่  26 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ซิตี้

วันพุธที่ 27 มกราคม 2021

เชลซี พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ ลิเวอร์พูล
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  30 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ไบรท์ตัน พบ สเปอร์ส
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ ลีดส์
แมนฯ ซิตี้ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ ฟูแล่ม
เวสต์แฮม พบ ลิเวอร์พูล

วันอังคารที่  2 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
ฟูแล่ม พบ เลสเตอร์
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021

นิวคาสเซิ่ล พบ คริสตัล พาเลซ
สเปอร์ส พบ เชลซี
ลิเวอร์พูล พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
ฟูแล่ม พบ เวสต์แฮม
ลีดส์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
สเปอร์ส พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  13 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ ลีดส์
ไบรท์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เชลซี พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เลสเตอร์ พบ ลิเวอร์พูล
แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  20 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ซิตี้
แอสตัน วิลล่า พบ เลสเตอร์
ไบรท์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
เวสต์แฮม พบ สเปอร์ส
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  27 กุมภาพันธ์ 2021

เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
คริสตัล พาเลซ พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ แอสตัน วิลล่า
เลสเตอร์ พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 มีนาคม 2021

แอสตัน วิลล่า พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ไบรท์ตัน พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม
แมนฯ ซิตี้ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
สเปอร์ส พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์บรอมวิช พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  13 มีนาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ สเปอร์ส
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ซิตี้
ลีดส์ พบ เชลซี
เลสเตอร์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล

วันเสาร์ที่  20 มีนาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ เชลซี
แมนฯ ซิตี้ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล

วันเสาร์ที่  3 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ลิเวอร์พูล
แอสตัน วิลล่า พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
ลีดส์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  10 เมษายน 2021

ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ซิตี้ พบ ลีดส์
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  17 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ฟูแล่ม
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ซิตี้
เชลซี พบ ไบรท์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ ลิเวอร์พูล
เลสเตอร์ พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  24 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
เวสต์แฮม พบ เชลซี
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  1 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
เชลซี พบ ฟูแล่ม
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
นิวคาสเซิ่ล พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  8 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ เวสต์บรอมวิช
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ สเปอร์ส
เลสเตอร์ พบ นิวคาสเซิ่ล
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน

วันอังคารที่  11 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2021

เชลซี พบ อาร์เซน่อล
นิวคาสเซิ่ล พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
สเปอร์ส พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  15 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
เชลซี พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
นิวคาสเซิ่ล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
สเปอร์ส พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ เวสต์แฮม

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ ไบรท์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ นิวคาสเซิ่ล
ลีดส์ พบ เวสต์บรอมวิช
เลสเตอร์ พบ สเปอร์ส
ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

หมายเหตุ : ทีมที่อยู่ข้างหน้าคือทีมที่จะได้เป็นเจ้าบ้าน

หมายเหตุ 2 : คู่ระหว่าง เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า โดนเลื่อนเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งผ่านเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปมา

ร้านพูลเปิดราคากุนซือพรีเมียร์ฯใครจะโดนเด้งคนแรก

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคากุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในซีซั่นหน้า ยก สตีฟ บรูซ เต็ง 1 ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูแล้วเก้าอี้เหนียวสุด

    เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 1 กุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในฤดูกาล 2020/21 โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์เก่า เป็นกุนซือที่มีโอกาสโดนไล่ออกน้อยสุดตามสายตาของร้านพูลเมืองผู้ดี โดยมีราคาอยู่ที่ 67/1 (แทง 1 จ่าย 67 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ที่จะโดนไล่ออกคนแรก

1. สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล)  6/1
2. ดีน สมิธ (แอสตัน วิลล่า)  8/1
3. ฌอน ไดช์ (เบิร์นลี่ย์)  9/1
4. รอย ฮ็อดจ์สัน (คริสตัล พาเลซ)  10/1
5. เดวิด มอยส์ (เวสต์แฮม)  11/1
6. สกอตต์ พาร์คเกอร์ (ฟูแล่ม)  12/1
7. เกรแฮม พ็อตเตอร์ (ไบรท์ตัน)  13/1
7. โชเซ่ มูรินโญ่ (สเปอร์ส)  13/1
9. เป็ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้)  15/1
9. สลาเวน บิลิช (เวสต์บรอมวิช)  15/1
11. มาร์เซโล่ บิเอลซ่า (ลีดส์)  17/1
12. นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (วูล์ฟส์) 19/1
13. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) 21/1
13. คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน) 21/1
13. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)   21/1
16. ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล (เซาธ์แฮมป์ตัน) 23/1
17. มิเกล อาร์เตต้า (อาร์เซน่อล)  26/1
17. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 26/1
19. คริส ไวลด์เดอร์ (เชฟฯ ยูไนเต็ด) 34/1
20. เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)  67/1
– ไม่มีใครโดนไล่ออก   501/1

บ่อนเปิดราคาแชมป์พรีเมียร์ฯหลังได้ครบ20ทีม

ร้านพูลเมืองผู้ดีชู แมนฯ ซิตี้ เต็งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังได้ครบทั้ง 20 ทีมแล้ว ขณะที่ ลิเวอร์พูล เต็ง 2 ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี
     ฟูแล่ม หวนกลับสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง หลังจากที่เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที หลังจากเสมอกันในเวลา 90 นาที 0-0 ในเกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

    "เจ้าสัวน้อย" ได้เลื่อนชั้น ตาม ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ส่งผลให้ได้ครบทั้ง 20 ทีมที่จะเล่น พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เรียบร้อยแล้ว

    ขณะที่ สกายเบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ได้ออกราคาแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ โดยยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 ที่อัตราต่อรอง 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) ขณะที่ ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ฤดูกาลล่าสุด เป็นเต็ง 2 ที่ราคา 13/8 (แทง 8 จ่าย 13 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้    1/1
2. ลิเวอร์พูล    13/8
3. แมนฯ ยูไนเต็ด     15/2
4. เชลซี        14/1
5. อาร์เซน่อล    50/1
6. สเปอร์ส        66/1
7. เลสเตอร์    100/1
7. วูล์ฟส์        100/1
9. เอฟเวอร์ตัน    150/1
10. ลีดส์         200/1
11. นิวคาสเซิ่ล    250/1
11. เวสต์แฮม    250/1
13. แอสตัน วิลล่า    500/1
14. เชฟฯ ยูไนเต็ด    750/1
14. เซาธ์แฮมป์ตัน    750/1
14. ไบรท์ตัน    750/1
17. เบิร์นลี่ย์    1,000/1
17. คริสตัล พาเลซ    1,000/1
17. เวสต์บรอมวิช    1,000/1
17. ฟูแล่ม        1,000/1

แบ็กกี้ส์มาแล้ว!เวสต์บรอมฯคัมแบ็กพรีเมียร์ลีก

"เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าตั๋วคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก สำเร็จ แม้เกมปิดซีซั่นทำได้แค่เจ๊า ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ทีมดังอย่าง ฟูแล่ม กับ สวอนซี ซิตี้ ไปลุ้นคว้าตั๋วจากการเตะเพลย์ออฟ
             เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าอันดับสองในศึก แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ พร้อมซิวตั๋วเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ถึงแม้เกมสุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

             "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ตามหลังทีมแชมป์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็ต้องขอบคุณ เบรนท์ฟอร์ด คู่แข่งสำคัญด้วย ที่พลาดท่าแพ้ บาร์นส์ลี่ย์ คาบ้าน 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือ สลาเวน บิลิช ได้กลับมาลุยลีกสูงสุดของประเทศ หลังตกชั้นลงมาในฤดูกาล 2017/18

             สำหรับสามทีมที่ตกชั้นลงไปเล่น ลีก วัน ฤดูกาลหน้า ประกอบไปด้วย ชาร์ลตัน แอธเลติก, วีแกน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ทีมอันดับ 3-6 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้ ได้ไปเตะเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น
   
    *ประกบคู่เตะเพลย์ออฟ* (เตะ 2 เกม เหย้า-เยือน)
       
    เลกเรก
        – 26 ก.ค. : สวอนซี ซิตี้ (6) พบ เบรนท์ฟอร์ด (3)
        – 27 ก.ค. : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5) พบ ฟูแล่ม (4)
   
    เลกสอง
        – 29 ก.ค. : เบรนท์ฟอร์ด (3) พบ สวอนซี ซิตี้ (6)
        – 30 ก.ค. : ฟูแล่ม (4) พบ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5)

    ทั้งนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศฟาดแข้งกันที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันที่ 4 สิงหาคม

 

บทสรุปพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2019/2020

    "ฟ้าถล่ม ดินทลาย สงคราม เชื้อโรคระบาด" ก็หยุดไม่อยู่ ! ลิเวอร์พูล ปลดแอก 30 ปีแห่งการรอคอยได้สำเร็จ หลังจากที่พวกเขาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยแรก และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยที่ 19 พร้อมกับทำคะแนนทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 18 แต้ม

    "หงส์แดง" ปลดปล่อยความเจ็บช้ำหลังพลาดแชมป์ลีกซีซั่นที่แล้ว ให้กับ แมนฯ ซิตี้ เพียงแต้มเดียว ด้วยการระเบิดฟอร์มชนิดที่โลกทั้งใบต้องตกตะลึงเมื่อเก็บชัยชนะเป็นว่าเล่นจนกระทั่งมีแต้มทิ้งขาด "เรือใบสีฟ้า" ด้วยคะแนนแบบไม่เห็นฝุ่น

    ความสำเร็จที่เหล่าพลพรรค์ "เดอะ ค็อป" เฝ้ารอมานานถึง 3 ทศวรรษได้สร้างสถิติที่น่าสนใจทั้งการได้แชมป์ลีกเร็วที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ตั้งแต่นัดที่ 31 ของฤดูกาล ทั้งๆ ที่ยังเหลือโปรแกรมอีก 7 นัด และยังเป็นการทุบสถิติของคู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยทำได้เมื่อปี 2000/2001 ในตอนที่เหลืออีก 5 เกม

    นอกจากนี้ชัยชนะในเกมบุกสอย "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" เก็บเพิ่มเป็น 99 คะแนน ทำให้พวกเขาทำลายสถิติ 97 คะแนนในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาสอยคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

 


 

    ที่สำคัญ เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างทีมที่สุดแข็งแกร่งด้วยการเก็บชัยชนะ 32 เสมอ 3  แพ้ 3 แมตช์ ทำให้ "หงส์แดง" ทำสถิติเก็บชัยชนะในลีกมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ชนะ 32 เกมในฤดูกาล 2017/2018 และ 2018/2019)

    สำหรับโควตาสโมสรที่ได้ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2020/2021 เป็นของ แมนฯ ซิตี้ รองแชมป์ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องลุ้นจนนัดสุดท้ายด้วยการบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ยึดอันดับ 3 ได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 4 เป็นของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โดยท็อปโฟร์ของลีกอังกฤษ ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มทันที

    ในขณะนี้  เลสเตอร์ ต้องอกหักในช่วงโค้งสุดท้ายหล่นไปอยู่อันดับ 5  ส่งผลให้ต้องหล่นไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีก สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องลุ้นหนักในเกมสุดท้ายทำได้เพียงเสมอ คริสตัล พาเลซ แต่โชคดีที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ เชลซี ส่งผลให้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มเท่ากับ วูล์ฟส์ 59 คะแนน แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่า แซงรั้งอันดับ 6 เข้าไปเล่นถ้วยใบเล็กยุโรปในรอบคัดเลือกรอบสอง

 

 
     ส่วนของสามสโมสรที่ต้องบ๊ายบายพรีเมียร์ลีกได้แก่ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด, "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ และ บอร์นมัธ ซึ่งถือเป็นการตกชั้นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกด้วย หลังจากที่อยู่โลดแล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมานานถึง 5 ฤดูกาล
 
    ด้านสโมสรที่เลื่อนชั้นในซีซั่นหน้า ก็ต้องขอต้อนรับ ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับสู่พรีเมียร์ลีก ในฐานะแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ตามด้วย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน อันดับ 2 ซึ่งทั้งสองทีมได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ส่วนทีมสุดท้ายที่จะได้ตั๋วไปเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต้องไปลุ้นเพลย์ออฟได้แก่ เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้

 


 

    ขณะที่ดาวซัลโวสูงสุดในฤดูกาลนี้เป็นการครองตำแหน่งได้แก่ เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกจอมเก๋าจากเลสเตอร์ ที่ซัดไป 23 ประตู และทำให้เป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดที่ได้ครอบครองรองเท้าทองคำ (Golden Boot ) ในวัย 33 ปี แซงหน้า ดีดิเยร์ ดร็อกบา ตำนานกองหน้า เชลซี ที่ครองรางวัลนี้ในซีซั่น 2009/2010 ด้วยวัย 32 ปี

    ส่วนท็อปแอสซิสต์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้เป็นของ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์แมนฯ ซิตี้ ที่ผ่านบอลให้เพื่อนไป 20 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าชาวฝรั่งเศสตอนที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในซีซั่น 2002/2003 โดยอันดับสองเป็นของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จาก ลิเวอร์พูล  ทำไป 13 ครั้ง และอันดับ 3 เป็นของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย "หงส์แดง" ทำไป 12  ครั้ง

 


 

    ด้าน เอแดร์ซอน  ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ แมนฯ ซิตี้ คว้าผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หลังเก็บคลีนชีพในลีกซีซั่นนี้ไป 16 เกม ส่วนอันดับ 2 เป็นของ นิค โป๊ป  นายด่านของทีม เบิร์นลี่ย์ ที่เก็บคลีนชีตได้ 15 เกม ส่วน อลีสซง เบ็คเกอร์ เจ้าของตำแหน่งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ทำได้ 13 เกม หล่นไปอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ ดาบิด เด เคอา (แมนยู), ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด), รุย ปาทริซิโอ(วูล์ฟส์)  และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์)


 

        ขณะที่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาลนี้ ต้องเลื่อนการประกาศผลออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำซีซั่นของสมาคมนักข่าว (เอฟดับเบิ้ลยูเอ) และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของอังกฤษ ประจำปี 2019 ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ)

 


 

     *หมายเหตุ :  อาร์เซน่อล ยังมีลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก หาก "เดอะ กันเนอร์ส" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ขณะที่ วูล์ฟส์ ต้องลุ้นให้ เชลซี ชนะ อาร์เซน่อล ในศึกเอฟเอ คัพ เพื่อตั๋ว ยูโรปา ลีก แต่ทัพ "หมาป่า" ยังมีลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก หากพวกเขาได้แชมป์ยูโรปา ลีก ในซีซั่นนี้

ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

สิ้นสุดการรอคอย! ลีดส์ คืนเวทีพรีเมียร์ลีกเรียบร้อย

"ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาวาดลวดลายในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังล่าสุดคอนเฟิร์มการได้เลื่อนชั้นเรียบร้อย หลังจากที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบกับความปราชัยเมื่อคืนวันศุกร์

     ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งสโมสรดังระดับตำนานของอังกฤษ การันตีการได้เลื่อนชั้นจากเวทีแชมเปี้ยนชิพ กลับสู่ลีกสูงสุดของประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก เรียบร้อย หลังจากที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมอันดับสอง พลาดท่าบุกไปแพ้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1-2 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     ถือเป็นการคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 16 ปี สำหรับ ลีดส์ หลังจากที่พวกเขาตกชั้นลงไปเล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2004 ซึ่งนั่นทำให้ทัพนักเตะ "ยูงทอง" ลงเตะกับ ดาร์บี้ เค้าน์ตี้ ที่สนาม ไพรด์ พาร์ค วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ ได้อย่างสบายใจและไร้ความกดดัน 
 
     ยิ่งไปกว่านั้น ลีดส์ ภายใต้การนำทัพของกุนซือ มาร์เซลโล่ บิเอลซ่า อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินา (ปี 1998-2004) จะได้รับการคอนเฟิร์มคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/20 ด้วย ถ้าหากวันเสาร์นี้ เบรนท์ฟอร์ด ทีมอันดับสาม ไม่สามารถบุกไปคว้าชัยเหนือ สโต๊ค ซิตี้ ได้

     ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศนั้น ลีดส์ เคยตกต่ำหนักถึงขั้นร่วงลงไปเล่นในระดับ ลีก วัน ถึง 3 ฤดูกาลเลยทีเดียว (ซีซั่น 2007/08 ถึง 2009/10)

เดอ บรอยน์-ราฮีมซัด! แมนซิตี้บุกทุบสาลิกา ลิ่วชนปืนตัดเชือกเอฟเอ คัพ

แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" เจองานไม่ยากหลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ อาร์เซน่อล ที่เวมบลี่ย์ช่วงกลางเดือนหน้า ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    ศึกลูกหนังน็อคเอาท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ปราบ เวสต์บรอมวิช จากรอบที่แล้วมา พบกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เบียดเอาชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ จากรอบ 16 ทีมสุดท้าย

    เกมนี้ สตีฟ บรู๊ซ นายใหญ่ของสาลิกาดงส่ง แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นหน้าเป้า โดยมี ฌอน ลองสตาฟฟ์ และอัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง คอยปั้นเกมรุกสนับสนุน ส่วนทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามแนวรุกส่ง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนหลัง ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เทกตัวขึ้นโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของสาลิกาต้องถึง นาที 14 จากจังหวะที่ คาร์ล ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเปิดบอลยาวมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะพลิกตัวซัดด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ เคลาดิโอ บราโว่

    อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลไปโดนเท้า กาเบรียล เชซุส จังหวะสุดท้ายถากเสาสองออกไป

    นาที 23 ทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ อีก 3 นาทีต่อมา สเตอร์ลิง ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายเสาแรกอีกแต่บอลยังโดนนายด่านเจ้าถิ่นปฎิเสธทุบบอลออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าพักคูลลิ่งเบรค

    นาที 36 "สาลิกาดง" มาพลาดเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ไคล์ วอร์คเกอร์ ครอสไปหน้าปากประตู ฟาเบียน ชาร์ ไม่เล่นบอลเจตนาพลัก กาเบรียล เชซุส จนผู้ตัดสินเห็นแล้วเป่าให้จุดโทษฝั่งเรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 100 ในชีวิตการค้าแข้ง ช่วยให้ แชมป์เก่าบุกมานำ 1-0

     จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 53 "เรือใบสีฟ้า" ได้เสียวได้ลุ้นอีก จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 66 "สาลิกาดง" พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง หลุดเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ ดไวท์ เกย์ล ซัดโล่งๆเหินคานออกไป

    กระนั้น นาที 68 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจากแดนหลังก่อนมาถึง ฟิล โฟเด้น กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบแล้วยิงด้วยขวาหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบมุมเข้าไป

    ลูกทีมของ เป๊ป เล่นกันแบบสบาย ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 76 เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ ฟิล โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
   
    ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนฯซิตี้ ฟอร์มเฉียบบุกไปทุบเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ – ฮาเวียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลเลส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส – มิเกล อัลมิรอน, อิซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – แอนดี้ แคร์โรลล์

    ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรู๊ซ   

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า    

 

ป็อกบาสำรอง? คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูเกมฟัดสเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังจะได้นักเตะกลับมาฟิตเต็มถังแบบฟูลทีมในเกมประเดิมรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีกของพวกเขา โดย "ผีแดง" เตรียมต้อนรับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์คนสำคัญกลับมาสู่ทีมอย่างเป็นทางการในการปะทะ สเปอร์ส วันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตามคำถามคือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะจับมิดฟิลด์เฟร้นช์แมนรายนี้ลงเล่นใน 11 ตัวจริงหรือไม่?

    ก่อนเบรกการแข่งขัน “ปีศาจแดง” ที่ไร้ ปอล ป็อกบา กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและพวกเขาก็กลับมาลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง กลายเป็นเรื่องให้ โซลชา ครุ่นคิดอย่างหนักกับการจัดทีมลงแข่งขัน

    เราได้เห็นสื่อโซเชี่ยลต่างๆตื่นเต้นกับการประสานงานระหว่าง ปอล ป็อกบา และบรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมอุ่นเครื่องแบบสนามปิดกับ เวสต์บรอม หากโซลชาตัดสินใจใช้คู่นี้จริงๆ เราน่าจะได้เห็นระบบ 4-4-2 แบบไดม่อน หรือ 4-2-3-1 ตามแผนถนัดของ “ผีแดง”

11 ตัวจริงหากใช้ บรูโน่ คู่ ป็อกบา ระบบ 4-4-2 / 4-2-3-1

แผนการเล่นด้านบนเราจะเห็น เฟร็ด เป็นกองกลางตัวต่ำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยืนเป็นตัวรุก ขนาบข้างด้วย ปอล ป็อกบา ทางซ้าย และแดเนียล เจมส์ ทางขวา ทว่าข้อเสียขของแผนการเล่นนี้คือการต้องทิ้ง เฟร็ด ไว้เป็นกองกลางตัวรับคนเดียว ซึ่งปกติแล้วเจ้าตัวจะมีคู่กลางคอยช่วยเก็บกวาดอีกหนึ่งคน แน่นอนว่างานหนักอาจตกไปอยู่ดับคู่กองหลัง แม็กไกวร์ และลินเดอเลิฟ เนื่องจากมีมีตัวหยุดแนวรุกสเปอร์สน้อยเกินไป

    อย่างไรก็ตามการเยือน สเปอร์ส และต่อสู้กับทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่า นั้นเชื่อว่า โซลชาคงเลือกไม่เสี่ยงเล่นเกมรุกมากมาย ดังนั้นพวกเราน่าจะได้เห็นเกมรับในแดนกลางมากขึ้นซึ่งหมายความว่า ปอล ป็อกบา อาจนั่งสำรองไปก่อนเพื่อความสมดุลของทีม

สื่อ “เดอะ ซัน” ก็คาดการณ์ว่า โซลชา จะกลับมาใช้แผน 3-5-2 ซึ่งเป็นระบบการเล่นที่ใช้เอาชนะ แมนฯซิตี้ ในนัดก่อนเบรกการแข่งขัน

กองหลัง – ใช้ระบบเซนเตอร์แบ็ก 3 ตัวเพื่อเน้นเกมรับเป็นหลักโดยมีสองเซนเตอร์ตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และวิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงสนามพร้อมขยับ ลุค ชอว์ มาเป็นเซนเตอร์อีกหนึ่งคนซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีในตำแหน่งนี้ทั้งเกมกับ แมนฯซิตี้ และเชลซี ขณะที่ วิงแบ็ก จะเน้นเป็นนักเตะที่เกมรับดีเป็นหลักโดยฝั่งซ้ายใช้เป็น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และฝั่งขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ประจำการ

กองกลาง – ในแดนกลาง 3 คนจะเลือกใช้ เฟร็ด จับคู่ เนมานย่า มาติช ซึ่งถือเป็นคู่กลางที่ค่อนข้างแน่นทีเดียว โดย เฟร็ด จะเป็นนักเตะที่วิ่งแท็กเกิ้ลและเขาไล่แย่งบอลคู่ต่อสู้ ขณะที่ มาติช รอดักจังหวะบอลก่อนถึงกองหลัง ด้านกองกลางตัวรุกใช้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นเหมือนตัว "ฟรีแมน" มีอิสระในการวิ่งไปเชื่อเกมกับเพื่อนร่วมทีม

กองหน้า – กองหน้าคู่ในนัดที่ปราบ แมนฯซิตี้ นั้นคือ แดเนียล เจมส์ และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่เนื่องด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด หายเจ็บกลับมาก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะมาแทนที่ของ แดเนียล เจมส์

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะใช้ในเกมพบ สเปอร์ส

ให้ได้หรือเปล่า?เฮนเดอร์สันขออะไรกับแมนยูแลกต่อสัญญา

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ ระบุ ดีน เฮนเดอร์สัน ยื่นคำขาดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าจะต่อสัญญาก็ต่อเมื่อรับปากแล้วว่าตัวเองจะได้เป็นมือ 1 คนใหม่ของทีม ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ สเปอร์ส กำลังแอบเหล่เจ้าตัวอยู่
    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปล่อยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานอยู่นั้น ตั้งเงื่อนไขกับ "ปีศาจแดง" ว่าจะยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรับปากว่าเขาจะได้เป็นมือ 1 ของทีม ตามรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    ฤดูกาลก่อน เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ จนทำให้ "ดาบคู่" ทำสัญญายืมเขาต่อ และซีซั่นนี้นายด่านวัย 23 ปีก็ยังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนทำให้ทีมมีลุ้นได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป จนทำให้เริ่มมีการตั้งประเด็นกันแล้วว่าในฤดูกาลหน้าเขาควรจะได้เป็นมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ ดาบิด เด เคอา รึเปล่า

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่าที่จริงตอนนี้ เฮนเดอร์สัน ก็ได้รับข้อเสนอจากหลายทีมแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ อย่างไรก็ตาม นายด่านชาวอังกฤษก็เชื่อว่าสโมสรจะไม่ขายเขา เพราะเขามีโอกาสที่จะเป็นมือ 1 ได้ในซีซั่นหน้า แต่เขาก็ต้องการคำสัญญาจากสโมสรเช่นกันว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 ขณะที่ถึงแม้มันจะมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอ็อปชั่นนั้นจะถูกใช้งานแน่นอน โดยที่มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยเรื่องต่อสัญญากับ เฮนเดอร์สัน ไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็ไม่อยากเจอชะตากรรมเดียวกับ แซม จอห์นสโตน อดีตนายด่านของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจาก จอห์นสโตน ทำผลงานได้ดีในระดับเยาวชนจนได้ต่อสัญญากับทีมหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบบถาวรในปี 2018 ในสภาพที่ไม่เคยได้เฝ้าเสาให้กับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว