เป๊ปช้ำ-แมนซิตี้สะดุดอีก! โรดริโก้แสบซัดพาลีดส์ไล่เจ๊าสุดมันส์

ราฮีม สเตอร์ลิง แม้จะซัดประตูให้ "เรือใบสีฟ้า" ขึ้นนำไปก่อนทว่าในครึ่งหลังเจอทีเด็ดของ โรดริโก้ โมเรโน่ หัวหอกทีมชาติสเปนซัดจ่อๆพา ลีดส์ ยูไนเต็ด ไล่เจ๊า 1-1 แบ่งแต้มกันไป ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

รสนาม : เอลแลนด์ โร้ด

    พรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ชนะมา 2 เกมติด ล่าสุดบุกเฉือนชนะ เชฟฯยูไนเต็ด 1-0 เกมนี้รับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ ทีมอันดับ 12 ที่ลงเล่นเป็นนัดที่ 3 หลัง2เกมแรกชนะและแพ้มา ซึ่งฟอร์มล่าสุดพ่ายคาบ้านให้ เลสเตอร์ ซิตี้ สุดเละเทะ 2-5

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ใช้ แพทริค แบมฟอร์ด เป็นหน้าเป้า โดยมีตัวสนับสนุนอย่าง เอลแดร์ กอสต้า และไทเลอร์ โรเบิร์ต ส่วนฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ประเดิมใช้ รูเบน ดิอาส เซ็นเตอร์แบ็กตัวใหม่ที่ซื้อมาด้วยคาตัว 62 ล้านปอนด์ ขณะที่แนวรุกยังใช้ 3ประสานทั้ง เฟร์ราน ตอร์เรส, ราฮีม สเตอร์ลิง และริยาด มาห์เรซ

    เริ่มเกมมาไม่ถึง 3 นาที "เรือใบสีฟ้า" เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน เควิน เดอ บรอยน์ ตะบันฟรีคิกกว่า 35 หลาบอลพุ่งชนเสาแรกอย่างน่าเสียดาย แม้ ราฮีม สเตอร์ลิง จะพุ่งมาซ้ำแต่บอลชนหน้าแข้งออกหลังไป

    ทีมเยือนยังเปิดเกมรุกโจมตีอย่างหนัก นาที 11 เควิน เดอ บรอยน์ ลากมาซัดกลางประตูไปติด โรบิน ค็อช ก่อนอีก 2 นาทีถัดมา เฟร์ราน ตอร์เรส ได้หลุดไปทางขวาก่อนจะหวดไปติดแนวรับยูงทองเช่นกัน

    นาที 15 ลูกทีมของเป๊ปชวดได้ประตูอีก คราวนี้ สเตอร์ลิง โชว์สเต็ปสับขาก่อนล็อคหนี ลุค อายลิ่ง แล้วปาดไปเสาไกลให้ ตอร์เรส วิ่งมาอัดด้วยซ้ายบอลน่าจะเข้า แต่ก็ยังไปติดบล็อค สจ๊วร์ต ดัลลัส

    นาที 18 หลังบดอยู่นาน แมนฯซิตี้ มาพังตาข่ายนำเจ้าถิ่น 1-0 สำเร็จ เป็นความยอดเยี่ยมของ ราฮีม สเตอร์ลิง กระชากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนซัดด้วยขวาไม่ถึง 18 หลาส่งบอลพุ่งเสียบมุมตาข่าย

    นาที 24 เจ้าบ้าน "ยูงทอง" มีโอกาสลุ้นเช่นกัน เอลแดร์ กอสต้า จ่ายสั้นๆให้ แพทริค แบมฟอร์ด กดด้วยซ้ายพุ่งข้ามคานแบบได้เสียว

    นาที 37 ลูกทีมของ บิเอลซ่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ ไทเลอร์ โรเบิร์ต ไหลสั้นให้ สจ๊วร์ต ดัลลัส หลุดเข้าไปซัดมุมแคบในกรอบ 6 หลาแต่บอลยังไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน ที่ออกมาบล็อคลูกได้ทัน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูอีกครั้ง หลัง ลุค อายลิ่ง ฉกความผิดพลาดของ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ก่อนลากเข้าไปล็อกหนี เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ แต่จังหวะซัดด้วยซ้ายดันไปติดปลายมือของ เอแดร์ซอน ที่เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ

   จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนฯซิตี้ 0-1

    ครึ่งหลัง มาร์เซโล่ บิเอลซ่า เปลี่ยนตัวถอดเอา  เอซกาน อลิโอสกี้ ที่ไม่มีส่วนร่วมกับเกมเท่าไหร่ออกแล้วส่ง เอียน โปเวด้า-โอกัมโป้ ลงเล่นแทน

    แค่ นาที 46 เจ้าบ้านได้ลุ้นตีเสมออีก คราวนี้ โปเวด้า-โอกัมโป้ ไหลบอลต่อให้ แพทริค แบมฟอร์โ ซัดด้วยซ้าย ทว่ายังไปติดบล็อคของ รูเบน ดิอาซ ที่ช่วยเซฟสกัดไม่ให้ทีมเยือนเสียประตู

     นาที 56 "ยูงทอง" เปลี่ยนตัวอีกส่ง โรดรีโก้ โมเรโน่ หัวหอกทีมชาติสเปนลงมาเล่นแทน ไทเลอร์ โรเบิร์ต

    แค่ 2 นาทีที่อยู่ในสนาม โรดรีโก้ เกือบแผลงฤทธิ์หลังกระชากเข้าไปในกรอบแล้วหวดด้วยซ้ายมุมแคบบอลไปแฉลบแนวรับก่อนพุ่งชนสามเหลี่ยนมออกหลัง

    นาที 59 จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เจ้าบ้านมาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ คัลวิน ฟิลลิปส์ เปิดคอนเนอร์มากลางประตู ทว่า เอแดร์ซอน นายด่านของซิตี้ออกมาตัดบอลพลาดทำหลุดมือไปชน เบนฌาแม็ง เมนดี้ ก่อนมาเข้าทาง  โรดรีโก้ โมเรโน่ ซัดจ่อๆด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูของเจ้าตัวในพรีเมียร์ลีกนับแต่ย้ายมาร่วมทีม

    เป๊ป ต้องแก้เกมบ้าง ถอดเอา เฟร์ราน ตอร์เรส ออกแล้วส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่หายเจ็บกลายมาเล่นแทน

    นาที 68 เจ้าบ้านเกือบพลิกแซงขึ้นนำ บอลจากฟรีคิกทางซ้ายเปิดมาในกรอบ เลียม คูเปอร์ เทกตัวโขกไปแฉลบหัว โรดรี้ ก่อนไปติดปลายมือ เอแดร์ซอน ปัดชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    ทัพ "ยูงทอง" โหมกดดันบุกใส่อย่างหนัก คราวนี้ ลุค อายลิ่ง ครอสจากขวามาเสาแรก แพทริค แบมฟอร์ด โขกเช็ดเช็ดกลางให้ โรดรีโก้ โมเรโน่ โหม่งย้อนไปเสาแรก บอลกำลังจะย้อยเข้าอยู่แล้วแต่ เอแดร์ซอน ยังเหินปัดไปชนคานออกหลังหวุด
หวิด

    นาที 72 "เรือใบสีฟ้า" พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย หลัง สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ อิลล็อง เมสลิเย่ร์ แต่จังหวะสุดท้ายพยายามจะเลี้ยงหลบเลยโดนนายด่านยูงทองตะครุบบอลไว้ได้

    นาที 74 เอแดร์ซอน ต้องออกแรงเซฟอีก หลัง โรดริโก้ ไหลบอลต่อให้ แพทริค แบมฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้าย ยังดีนายด่านทีมชาติบราซิลช่วยชีวิต "ซิตี้" ไว้ได้

    ท้ายเกม ลูกทีมของ เป๊ป ไม่สามารถเจาะแนวรับยูงทองเพิ่มได้ จบเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด เสมอกับ แมนฯซิตี้ 1-1 แบ่งแต้มกันไป
   
    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน คอช, เลียม คูเปอร์, สจ๊วร์ต ดัลลัส – คัลวิน ฟิลลิปส์ – เอลแดร์ กอสต้า, ไทเลอร์ โรเบิร์ต, มาเตอุสซ์ คลิช, เอซกาน อลิโอสกี้ – แพทริค แบมฟอร์ด

        ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า

        แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์,  เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, รูเบน ดิอาส, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น – เฟร์ราน ตอร์เรส, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ

    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

 

ชิลเวลล์ประเดิมยิง1จ่าย1! เชลซีถล่มพาเลซยับแซงขึ้นท็อปโฟร์-จอร์จินโญ่เบิ้ลโทษ

เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้ายป้ายแดงประเดิมเกมลีกนัดแรกด้วยฟอร์มสุดฮอตทำ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ส่วน จอร์จินโญ่ ซัด 2 จุดโทษ ช่วยให้ เชลซี เปิดรังถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ขยับขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ส่วน "ปราสาทเรือนแก้ว" แพ้ 2 นัดรวดหล่นมารั้งที่ 8 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2563 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป้นการพบกันระหว่าง เชลซี พบ คริสตัล พาเลซ

    เชลซี ของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เกมนี้ส่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูรายใหม่ลงประเดิมเฝ้าเสาเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมลีก เช่นเดียวกับ เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้ายรายใหม่ได้ลงเป็นตัวจริงเช่นกัน ขณะที่แนวรุกดร็อป เมสัน เมาท์น เป็นเพียงสำรองแล้วส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์ คอนทำเกมรุกสนับสนุนคู่หน้าอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ แทมมี่ อบราฮัม

   ส่วน คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน จัพทัพเต็มสูบนำโดย แอนดรอส ทาวน์เซนด์ คอยทำเกมสนับสนุนคู่หน้าอย่าง จอร์แดน อายิว และ วิลฟรีด ซาฮา

    ครึ่งแรกเกมดำเนินมาถึง นาที 14 เชลซี มีโอกาสลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รับบอลจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ แล้วปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานไปไกล

    จากนั้นยังเป็นโอกาสของเจ้าถิ่น ใน นาที 19 จากจังหวะสวนกลับ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลมาทางซ้ายให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าเขตโทษแล้วเอี้ยวตัวยิงด้วยขวา แต่บอลยังไปตรงตัวของ บิเซนเต้ ไกวต้า รับเข้าซองสบาย

    พาเลซ ยังเน้นเล่นเกมรับตามสไตล์และหวังใช้จังหวะสวนกลับเล่นงาน เชลซี จน นาที 42 แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดโค้งด้วยซ้ายจากริมเส้นฝัางขวาบอลไปเข้าหัวของ มามาดู ซาโก้ ที่เติมขึ้นมาขึ้นโขกแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    ช่วงที่เหลือแม้ เชลซี จะเป็นขึงเกมบุกใส่มากกว่าแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

    ครึ่งหลังเล่นมาได้เพียง 5 นาที เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะชุลมุนหน้าปากประตู ชีกู กูยาเต้ โหม่งสกัดไม่ขาดบอลมาเข้าทางปืนของ เบล ชิลเวลล์ เติมขึ้นมาหวดเต็มข้อด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    พาเลซ มีโอกาสเปิดเกมบุกใส่บ้าง นาที 63 จอร์แดน อายิว หลุดมาซัดด้วยขวาในเขตโทษคราวนี้ไปติดเซฟของ เอดูอาร์ เมนดี้ พุ่งปัดไว้ได้

    อย่างไรก็ตามการบุกของ เชลซี ได้น้ำได้เนื้อมากกว่า และมาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลจากซ้ายให้ เคิร์ท ซูม่า ขึ้นโขกเน้นๆไม่เหลือ

    หลังจากนั้น นาที 75 "สิงห์บลูส์" เกือบได้ประตูที่สาม คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาให้ แทมมี่ อบราฮัม โขกเน้นๆบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    อย่างไรก็ตาม นาที 76 ไทริค มิตเชลล์ ไปสกัด แทมมี่ อบราฮัม ล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น จอร์จินโญ่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ เชลซี นำห่างเป็น 3-0

    เท่านั้นไม่พอ นาที 82 มามาดู ซาโก้ ไปทำฟาวล์ใส่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษอีกครั้ง แล้วเป็น จอร์จินโญ่ คนเดิม สังหารเข้าไปไม่เหลือให้สกอร์ไหลเป็น 4-0 พร้อมเป็นประตูที่สองของมิดฟิลด์ทีมาชติอิตาลีในเกมนี้

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เชลซี ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ขยับขึ้นไปรั้งที่ 4 ของตารางชั่วคราว
   
   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (มัตเตโอ โควาซิช น.83), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย (คริสเตียน พูลิซิช น.83), ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อบราฮัม

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ ไกวต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.67), เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เอเซ่ – จอร์แดน อายิว, วิลฟรีด ซาฮา

 

เมืองทองฯยันเฮแบร์ตี้ไม่สามารถลงบู๊เกม4ต.ค.นี้ได้

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ยัน เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ลงเล่นไม่ได้ นัดวันที่ 4 ต.ค.เหตุ เนื่องจากเป็นสัญญาการยืมตัว ไม่ใช่การซื้อขาด อีกทั้งเป็นเรื่องของกติกา มารยาท การยืมตัวที่ทั่วโลกเขาทำกัน ขณะที่สาวก กิเลนผยอง ออกมาร้องถามบอร์ดบริหาร ทำทีมฟุตบอล เพื่อชัยชนะ หรือเพี่อความสนุก หลังจากที่เห็นข่าวเฮแบร์ตี้ เตรียมลงสนามเจอ เอสซีจี เมืองทองฯ ในวันที่ 4 ต.ค.นี้

สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ออกมาชี้แจงข่าวหลัง มีข่าวว่าเฮแบร์ตี้  ที่ถูกยืมตัวไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี เตรียมลงสนาม ในเกมเจอกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ว่า เฮแบร์ตี้ ลงสนามในนัดดังกล่าวไม่ได้ เนื่องจากการไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี ในครั้งนี้เป็นการยืมตัวเท่านั้นไม่ใช่การซื้อขาดแต่อย่างใด อีกทั้ง เป็นเรื่องของกติกา มารยาท ที่ทั่วโลก เขาปฏิบัติกันด้วยในกรณีที่มีการยืมตัวนั้น นักเตะที่จะเจอกับต้นสังกัดเก่า เขาจะไม่ลงสนามมาเจอกัน

ขณะที่ สาวกของ เอสซีจีเมืองทองฯ ออกมาร้องถามฝ่ายบอร์ดบริหารของทีมว่า ทุกวันนี้ ผู้บริหารเอสซีจี เมืองทองฯ ทำทีมฟุตบอลด้วยจุดประสงค์อะไร เพื่อความสนุก หรือต้องการชัยชนะ ที่สำคัญ ทุกวันนี้ เอสซีจี เมืองทอง ประสิทธิภาพของทีม ไม่ได้ดีกว่าทีมอื่นๆ ยังจะให้นักเตะที่ให้ทีมอื่นยืมตัวไปลงเล่นเจอกับทีมตัวเองอีกเหรอ

 

เลสเตอร์หวังยึดฝูงคืน! “วาร์ดี้” ประจำการลั่นไกรับเวสต์แฮม PPTV ยิงสด

"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ หากคว้าชัยมีโอกาสแซงกลับขึ้นไปนำจ่าฝูงอีกครั้งโดย เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งยังคงลงตัวจริงล่าสกอร์เหมือนเดิม เกมรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้   –   เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด
 :  PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)


สนาม : คิง เพาเออร์ สเตเดี้ยม

    เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ออกสตาร์ตด้วยการชนะ 3 เกมรวด โดยเกมล่าสุดพวกเขาบุกไปถล่ม แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 5-2 โดยเกมนั้น เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเก่ง สามารถทำแฮตทริก ใส่ทัพเรือใบสีฟ้าอีกด้วย 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทัพจิ้งจอกสยามจะยังไม่สามารถใช้งาน ริคาร์โด้ เปเรยร่า, วิลเฟรด เอ็นดิดี้ และ ฟิลิป เบนโควิช ที่ยังเดี้ยงอยู่ ส่วนในรายของ จอนนี่ อีแวนส์ เจ็บน่อง, เดนนิส ปราต เจ็บเข่า, เดมาไร เกรย์ มีอาการป่วย และ เจมี่ วาร์ดี้ เจ็บสะโพก นั้นต้องรอเช็กสภาพความฟิตว่าจะพร้อมสำหรับเกมพรุ่งนี้ไหม ส่วนแข้งใหม่ล่าสุดอย่าง เวสเล่ย์ โฟฟาน่า กองหลังที่เพิ่งมาจากแซงต์-เอเตียน เมื่อวันศุกร์ ก็พร้อมประเดิมเช่นกัน 

    การจัดทัพ บีร็อดน่าจะมาในระบบ (4-1-4-1) โดยมี แคเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนเฝ้าเสา คู่เซนเตอร์ใช้งานทาง จอนนี่ อีแวนส์ จับคู่กับทาง คักลาร์ โซยุนชู แบ็กขวาเป็นทาง ติโมธี คาสตานเญ่ แบ็กซ้ายใช้งาน เจมส์ จัสติน ขยับมาที่แดนกลาง ใช้ น็อมปาลิส เมนดี้ เป็นตัวตัดเกม โดยมี ยูริ ตีเลอมันส์ และ เจมส์ แมดดิสัน เป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง ริมเส้นฝั่งขวาใช้ เดนนิส ปราต ริมเส้นฝั่งซ้ายใช้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ เป็นหัวหอกตัวเป้า

    ด้านเวสต์แฮมที่ตอนนี้ใช้ อลัน เออร์ไวน์ เป็นคนดูแลข้างสนามแทน เดวิด มอยส์ ที่ติดโควิด-19 เพิ่งพาทีมถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนโดนเอฟเวอร์ตันถล่มเละ 4-1 ในลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทีมขุนค้อนจะขาด อิสซ่า ดิย็อป และ จอช คัลเลน 2 แข้งที่ติดโควิดพร้อมกับมอยส์ ส่วนผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บมีเพียงเเค่ ไรอัน เฟรเดอริคส์ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ขณะที่ วลาดิเมียร์ ซูฟัล แบ็กขวาตัวใหม่ที่ย้ายมาจากสลาเวีย ปราก มีลุ้นประเดิมลงสนามให้ต้นสังกัดใหม่เช่นกัน 

    การจัดทัพ เวสต์แฮมน่าจะมาในระบบ 5-4-1 มี ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังมี ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า และ อารอน เครสส์เวลล์ เป็นสามเซนเตอร์ แบ็กขวาใช้ทาง เบนจามิน จอห์นสัน ทางซ้ายเป็น อาร์กตูร์ มาซูอากู แดนกลางใช้ โทมัส ซูเช็ค กัล เดแคลน ไรซ์ ยืมคุมเกม ส่วนตัวริมเส้นทำเกมฝั่งขวา-ซ้ายใช้ จาร์ร็อด โบเว่น กับ ปาโบล ฟอร์นัลส์ โดยมี มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้า


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เจมส์ จัสติน-น็อมปาลิส เมนดี้-เดนนิส ปราต, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์-เจมี่ วาร์ดี้ 
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส     

    เวสต์แฮม (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้-เบนจามิน จอห์นสัน, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู-จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ 
    ผู้จัดการทีม : อลัน เออร์ไวน์ (รักษาการ)
 
    ผู้ตัดสิน : แอนดี้ แมดลี่ย์ 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

23/01/20    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 4 – 1 เวสต์แฮม 
29/12/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 1 – 2 เลสเตอร์
20/04/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 2 – 2 เลสเตอร์
27/10/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 1 – 1 เวสต์แฮม 
05/05/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 0 – 2 เวสต์แฮม 


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์

27/09/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) ลีก คัพ 
21/09/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
13/09/20 ชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ แบล็คเบิร์น 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 

เวสต์แฮม
30/09/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-4 (เยือน) ลีก คัพ
27/09/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23/09/20 ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 5-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
20/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
16/09/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) ลีก คัพ 

แฟนเรือรอเฮ!แมนซิตี้ใกล้ได้ดิอาสเสริมหลังบ้าน

แฟนๆ "เรือใบสีฟ้า" รอรับข่าวดีกันได้เลย เพราะล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อเต็มทีกับการได้ตัว รูเบน ดิอาส ปราการหลังจอมแกร่ง เบนฟิก้า มาร่วมก๊วน แต่ดีลนี้ต้องเสียแข้งดังหนึ่งรายด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ เบนฟิก้า ยอดสโมสรลูกหนังแดนฝอยทอง สำหรับการคว้าตัว รูเบน ดิอาส เซนเตอร์แบ็กทีมชาติโปรตุเกส มาเสริมแนวรับ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวกีฬาชื่อดังและกูรูด้านตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

เป็นที่ทราบกันดีว่า แมนฯ ซิตี้ ได้หันมารุกหนักในการคว้าตัว ดิอาส และล่าสุดดูเหมือนใกล้ที่จะได้ตัวนักเตะแล้ว โดย โรมาโน่ อัพเดตความเคลื่อนไหวดีลนี้ลงใน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่า "เรือใบสีฟ้า" กับ "เหยี่ยวลิสบอน" กำลังอยู่ในช่วงการเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้าย ซึ่งค่าตัวของ ดิอาส น่าจะอยู่ที่ราว 55 ล้านยูโร (ประมาณ 2,035 ล้านบาท) โดยที่ แมนฯ ซิตี้ จะใส่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ปราการหลังทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นส่วนหนึ่งในดีลนี้ด้วย

นอกจากนี้ โรมาโน่ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสองสโมสรน่าจะตกลงกันได้ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ ปราการหลังวัย 23 ปี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้มีการตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกับ แมนฯ ซิตี้ เรียบร้อย

ทั้งนี้ ดิอาส ลงเล่นให้ เบนฟิก้า ไปแล้ว 134 นัด ทำได้ 11 ประตู นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสรเมื่อปี 2017

รับผิดชอบผลงาน!”พยงค์”ประกาศลาเก้าอี้กุนซือตราด

"พยงค์ ขุนเณร" ขอรับผิดชอบผลงาน พร้อมพิจารณาตัวเองจากตำแหน่งกุนซือตราด เอฟซี รอบอร์ดบริหารสรุปอีกครั้ง

ภายหลังจากที่ ตราด เอฟซี เปิดบ้านพ่าย การท่าเรือ เอฟซี 2-3 ในศึกไทยลีก2020-21 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.63 โดยถือเป็นการพ่ายแพ้ 7 นัดรวด ยังไม่มีแต้ม

ล่าสุด พยงค์ ขุนเณร กุนซือตราด เอฟซี ให้สัมภาษณ์ว่า "ส่วนตัวค่อนข้างจะซีเรียสกับผลการแข่งขัน ในเมื่อเป็นแบบนี้ขอรับผิดชอบผลงานที่เกิดขึ้น ขอพิจารณาตัวเองเพื่อให้บอร์ดบริหารตัดสินใจต่อไป"

ตารางบอลวันนี้! เจลีกน่าดู บอลไทยน่าเชียร์ ลุ้นแมนยูกู้หน้า เช็กโปรแกรมบอลวันนี้+ช่องถ่ายทอดสด

วันนี้ศึกเจลีก ญี่ปุ่นเชียร์ทีมแข้งไทย ชิมิสึ เอส-พัลส์ และ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลงบู๊ ขณะที่พรีเมียร์ลีกลุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดเก็บชัยกู้ชื่อ นอกจากนี้ยังมีกัลโช่ เซเรีย อา, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา และ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ให้ตามเชียร์ เรามีโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุตบอลมาฝากแฟนบอลที่ต้องการดูบอลสด
    โปรแกรมเจ ลีก ญี่ปุ่น

    12:00 น. นาโกย่า แกรมปัส พบ ชิมิสึ เอส-พัลส์ >>> YouTube Siamsport
    16:00 น. อูราวะ เรด ไดมอนส์ พบ โยโกฮาม่า เอฟซี
    17:00 น. วิสเซล โกเบ พบ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร >>> ช่อง 9 MCOT

    โปรแกรมไทยลีก 1

    17:45 น. เอสซีจี เมืองทองฯ พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี >>> True4U
    18:00 น. โปลิศ เทโร เอฟซี พบ ชลบุรี เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต เอชดี 3
    19:00 น. ตราด เอฟซี พบ การท่าเรือ เอฟซี >>> ทรูวิชั่นส์ 357
    20:00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สุพรรณบุรี เอฟซี >>> True4U

    โปรแกรมไทยลีก 2

    17:45 น. ลำปาง เอฟซี พบ ขอนแก่น เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต 6
    18:00 น. ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี >>> ทรูวิชั่นส์ 358
    19:00 น. ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด >>> ทรูสปอร์ต 7
    19:00 น. อุทัยธานี เอฟซี พบ เชียงราย ยูไนเต็ด >>> ทรูสปอร์ต 5
    20:00 น. เกษตรศาสตร์ เอฟซี พบ ราชนาวี เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต 6

    โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
   
    18:30 น. ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด >>> PPTV HD, TPF HD 1 (600)
    21:00 น. คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน >>> TPF HD 1 (600)
    23:30 น. เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี >>> TPF HD 1 (600)
    02:00 น. เบิร์นลี่ย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน >>> TPF HD 1 (600)

แมนยูห่างไม่เห็นฝุ่น! ลิเวอร์พูล เบอร์ 1 ทีมมูลค่านักเตะรวมสูงที่สุดในโลก

สำหรับตอนนี้ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่มีมูลค่าขุมกำลังนักเตะมากสุดในวงการลูกหนังโลก หลังจากที่พวกเขาเสริมทัพไม่มากแต่เต็มไปด้วยคุณภาพ ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลังทัพ "หงส์แดง" และ เชลซี
    "เดอะ เร้ดส์" เพิ่งจะกระชากตัว ดีโอโก้ โชต้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ มีมูลค่าในการเสริมนักเตะเพิ่มมากขึ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังแพงที่สุดเกือบ 1,000 ล้านปอนด์ (ราว 38,000 ล้านบาท) จากการเปิดเผยของ ทรานเฟอร์สมาร์ค transfermarkt.com เว็บไซต์แนวประเมินผลงานและค่าตัวของนักฟุตบอลทั่วโลก

    ที่น่าเหลือเชื่อก็คือขุมกำลังของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้มีมูลค่าสูงกว่าขุมกำลัง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) โดยสองสตาร์ของ ลิเวอร์พูล อย่าง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีอัตราค่าตัวพุ่งไปถึงคนละ 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท)

    ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมแอสซิสต์ ถูกประเมินว่ามีค่าตัวพุ่งไปถึง 99 ล้านปอนด์ (ราว 3,762 ล้านบาท) นอกจากนี้พวกเขายังมีนักเตะมากกว่า 5 รายที่มีค่าตัวพุ่งขึ้นในระดับสูงประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท)

    ในส่วนของ แมนฯ ซิตี้ ขุมกำลังรวมของพวกเขาตอนนี้มีมูลค่าประมาณ 933.1 ล้านปอนด์ (ราว 35,457.8 ล้านบาท) เหนือกว่า "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ที่มีมูลค่านักเตะรวมอยู่ที่ประมาณ 910.3 ล้านปอนด์ (ราว 34,591.4 ล้านบาท) ทำให้พวกเขารั้งอยู่ในอันดับ 3

    เมื่อมองไปที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ปัจจุบันติดอยู่ในอันดับ 4 โดยขุมกำลังทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด มีมูลค่าอยู่ที่ 825.9 ล้านปอนด์ (ราว  31,384.2 ล้านบาท) หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงินคว้าตัวแข้งใหม่มาเสริมทัพถึง 7 คนในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งรวมทั้งไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์ และ เบน ชิลเวลล์

    สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขารั้งอยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่านักเตะรวมประมาณ 719.5 ล้านปอนด์ (ราว 27,341 ล้านบาท) ซึ่งต้องยอมรับว่าในเวลานี้พวกเขาอยู่ห่างชั้นกับ ลิเวอร์พูล คู่อริตลอดกาลทั้งเรื่องผลงานในสนามและมูลค่านักเตะโดย "ปีศาจแดง" ตามหลัง "เดอะ เร้ดส์" เกือบ 300 ล้านปอนด์ (ราว 11,400 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังมีอันดับต่ำกว่า "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ที่มีมูลค่านักเตะอยู่ที่ประมาณ 789.5 ล้านปอนด์ (ราว 30,001  ล้านบาท) และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของทริปเบิ้ลแชมป์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา จำนวน 754.2 ล้านปอนด์ (ราว 28,659.6 ล้านบาท)

    ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีชื่อติดท็อปเทนจำนวนเงินมูลค่านักเตะรวม 697 ล้านปอนด์ (ราว 26,486 ล้านบาท) ตามหลัง "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มียอดเงินอยู่ที่ 706.4 ล้านปอนด์ (ราว 26,843.2  ล้านบาท)  และ แอตเลติโก มาดริด จำนวนมูลค่านักเตะรวม 702 ล้านปอนด์ (ราว 26,676 ล้านบาท)

     ส่วนสโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีมูลค่านักเตะรวมติดท็อป 20 ได้แก่ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล จำนวน 582.5 ล้านปอนด์ (ราว 22,135 ล้านบาท) รั้งอันดับ 13, "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน มูลค่านักเตะรวม 442 ล้านปอนด์ (ราว 16,796 ล้านบาท) อันดับ 16 และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จำนวน 415.2 ล้านปอนด์ (ราว  15,777.6 ล้านบาท)  ติดอันดับ 18

20 อันดับสโมสรที่มีมูลค่านักเตะรวมมากสุดในโลก
อันดับ    สโมสร                มูลค่านักเตะรวม
1    ลิเวอร์พูล                986.7 ล้านปอนด์ (ราว 37,494.36 ล้านบาท)
2    แมนฯ ซิตี้                933.1 ล้านปอนด์ (ราว 35,457.8 ล้านบาท)
3    บาร์เซโลน่า                910.3 ล้านปอนด์ (ราว 34,591.4 ล้านบาท)
4.    เชลซี                825.9 ล้านปอนด์ (ราว  31,384.2 ล้านบาท)
5.    เรอัล มาดริด            789.5 ล้านปอนด์ (ราว 30,001  ล้านบาท)
6.    บาเยิร์น มิวนิค            754.2 ล้านปอนด์ (ราว 28,659.6 ล้านบาท)
7.    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด            719.5 ล้านปอนด์ (ราว  27,341 ล้านบาท)
8.     ปารีส แซงต์-แชร์กแมง            706.4 ล้านปอนด์ (ราว 26,843.2  ล้านบาท)
9.    แอตเลติโก มาดริด            702 ล้านปอนด์ (ราว  26,676 ล้านบาท)
10    สเปอร์ส                697.1 ล้านปอนด์ (ราว  26,489.8 ล้านบาท)
11    อินเตอร์ มิลาน            660.7 ล้านปอนด์ (ราว 25,106.6  ล้านบาท)
12    ยูเวนตุส                594.6 ล้านปอนด์ (ราว 22,594.8  ล้านบาท)
13    อาร์เซน่อล                582.5 ล้านปอนด์ (ราว 22,135 ล้านบาท)
14    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์            543.4 ล้านปอนด์ (ราว 20,649.2  ล้านบาท)
15    นาโปลี                531.2 ล้านปอนด์ (ราว 20,185.6 ล้านบาท)
16    เอฟเวอร์ตัน                442 ล้านปอนด์ (ราว  16,796 ล้านบาท)
17    แอร์เบ ไลป์ซิก            441.6 ล้านปอนด์ (ราว  16,780.8 ล้านบาท)
18    เลสเตอร์ ซิตี้            415.2 ล้านปอนด์ (ราว  15,777.6 ล้านบาท)
19    เอซี มิลาน                384.9 ล้านปอนด์ (ราว 14,626.2  ล้านบาท)
20    เบนฟิก้า                343.1 ล้านปอนด์ (ราว 13,037.8  ล้านบาท)

 

 

รอชูเสื้อ!เบนฟิก้าเผยตกลงขายดิอาสให้แมนซิตี้

เบนฟิก้า บอกเอง ตกลงปล่อย รูเบน ดิอาส ไปซบ แมนฯ ซิตี้ แล้ว ด้วยค่าตัวรวม 65 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันพวกเขาก็บรรลุข้อตกลงการดึง นิโกลัส โอตาเมนดี้ มาร่วมทัพได้แล้วเช่นกัน โดย 2 ดีลนี้แยกเป็นคนละดีลกัน

เบนฟิก้า สโมสรดังแห่งศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส แถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมาว่าพวกเขาบรรลุข้อตกลงขาย รูเบน ดิอาส กองหลังชาวโปรตุกีสให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดิอาส ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ซิตี้ อย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่ "เรือใบสีฟ้า" ต้องการเสริมตัวเลือกในเกมรับ โดยก่อนหน้านี้แข้งวัย 23 ปีก็สวมกอดกับเพื่อนร่วมทีมไปเป็นที่เรียร้อยจนส่อแววว่าจะได้ย้ายทีมเป็นที่แน่นอน

สำหรับค่าตัวของ ดิอาส นั้น จะอยู่ที่รวม 65 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,600 ล้านบาท) แบ่งเป็นการจ่ายทันที 62 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท) ส่วนอีก 3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 120 ล้านบาท) จะเป็นค่าโบนัสหาก ดิอาส ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ โดย เบนฟิก้า เสริมว่าตอนนี้เหลือเพียงรอให้สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวให้ได้เท่านั้น

ในแถลงการณ์เดียวกันนี้ เบนฟิก้า ยังบอกด้วยว่าพวกเขาบรรลุข้อตกลงที่จะดึง นิโกลัส โอตาเมนดี้ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์มาร่วมทัพเช่นกัน โดยค่าตัวของ โอตาเมนดี้ อยู่ที่ 13.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 544 ล้านบาท) และตอนนี้เหลือเพียงการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวให้ได้เช่นกัน

 

 

เผยแผนเด็ดลิเวอร์พูลหวังดึงคูลิบาลี่เสริมแกร่ง

เลอ ปารีเซียง สื่อของฝรั่งเศส ตีข่าว ลิเวอร์พูล ต้องการได้ คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลัง นาโปลี มาร่วมทัพจนให้ ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของทีมที่เป็นคนชาติเดียวกันช่วยเกลี้ยกล่อม อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้ว คูลิบาลี่ อยากย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ มากๆ แถมตกลงเงื่อนไขบางส่วนกับ "เรือใบสีฟ้า" ได้แล้วด้วย
    ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของทีมช่วยเกลี้ยกล่อมให้ คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลัง นาโปลี ย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากทั้งคู่เป็นคนเซเนกัลเหมือนกัน ตามรายงานของ เลอ ปารีเซียง สื่อชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส

    คูลิบาลี่ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กฝีเท้าดีคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งทีมที่ตกเป็นข่าวกับเขาบ่อยพอตัวในพักหลังคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เลอ ปารีเซียง แฉว่าตอนนี้ "เปแอสเช" ถอนตัวจากการล่า คูลิบาลี่ แล้ว เพราะพวกเขาไม่มีงบมากพอสำหรับการล่ากองหลังรายดังกล่าว หลังจาก นาโปลี ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ที่ 70-80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590-2,960 ล้านบาท) ทำให้เหลือเพียง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ที่ยังไล่ล่าตัวแข้งวัย 29 ปีอยู่ ซึ่งสื่อเจ้าเดิมก็เสริมว่า "หงส์แดง" ขอให้ มาเน่ เป็นคนช่วยพูดโน้มน้าวใจ คูลิบาลี่ เพื่อที่จะให้ดีลนี้เกิดขึ้นให้ได้ โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น มาเน่ ก็เคยบอกเองว่า คูลิบาลี่ เป็นหนึ่งในกองหลังที่เก่งที่สุดของโลก พร้อมระบุว่าอยากร่วมงานกับเขาในระดับสโมสรมากๆ เหมือนกัน

    ถึงกระนั้น เลอ ปารีเซียง ก็ระบุด้วยว่า กองหลังชาวเซเนกัลอยากย้ายไปอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" มากๆ และเขาก็บรรลุเงื่อนไขหลักๆ กับทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ได้แล้วด้วย เพียงแต่ตอนนี้มันติดปัญหาเรื่องการเจรจากันระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ นาโปลี จนทำให้ดีลยังไม่มีความคืบหน้ามากเท่าที่ควร