แฟนเชลซีฮาแวร์ทซ์-แวร์เนอร์ตามรอย!ย้อนชมเหล่าประตูสุดสวยของบัลลัคกับเชลซี (มีคลิป)

การได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาร่วมทัพทำให้นี่ถือเป็นช่วงที่ เชลซี มีนักเตะชาวเยอรมันอยู่ในทีมเยอะพอตัว โดยตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของพวกเขามีแข้งเลือดเบียร์ 3 คน ได้แก่ ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

แน่นอนว่าหากพูดถึงนักเตะเยอรมันที่ดังที่สุดของ เชลซี ก็คงไม่พ้น มิชาเอล บัลลัค ที่เคยอยู่กับทีมระหว่างปี 2006-10 ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ฮาแวร์ทซ์ และ แวร์เนอร์ จะทำประตูให้กับ เชลซี ได้เยอะเหมือนรุ่นพี่คนนี้รึเปล่า

แมนยูมีหวัง?อูปาเมกาโน่รับคุยเรื่องย้ายทีมอยู่

ภายหลังตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลัง ไลป์ซิก ก็ยอมรับเองว่ากำลังเจรจาเรื่องความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมกับหลายสโมสร พร้อมบอกว่ายังเหลือเวลาให้ตัดสินใจอีกเยอะ

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรแกร่งแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับว่ากำลังเจรจากับทีมอื่นๆ อยู่จริง แม้ว่าเขาจะเพิ่งต่อสัญญากับทีมไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ตาม

อูปาเมกาโน่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไลป์ซิก อย่างมาก จนทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เรอัล มาดริด เป็นต้น แต่พักหลังมานี้ "ปีศาจแดง" คือทีมที่มีข่าวกับแข้งวัย 21 ปีหนักที่สุด ซึ่งตอนแรกหลายคนมองว่ามันน่าจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เพราะปกติแล้วนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญาจะไม่รีบย้ายออกจากทีม

 "ผมขยายสัญญาของตัวเองกับ ไลป์ซิก ไปแล้วก็จริง แต่ผมก็เป้นเป้าหมายของหลายสโมสรด้วย ตอนนี้ผมกำลังคุยกับสโมสรต่างๆ แต่ผมยังเหลือเวลาอีกเยอะ เราจะรอดูกันว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" แข้งวัย 21 ปี ระบุ โดยสัญญาฉบับใหม่ของเขากับ ไลป์ซิก มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 จนทำให้ค่าตัวของเขาน่าจะสูงพอตัวหากจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

สืบทอดตำนาน! “นาบรี้” โยกสวมเสื้อบาเยิร์นเบอร์ 7

แซร์จ นาบรี้ ปีกดาวดัง บาเยิร์น มิวนิค เปลี่ยนหมายเลขเสื้อเป็นเบอร์ 7 เรียบร้อย สำหรับการสู้ศึกฤดูกาลใหม่ เจ้าตัวรับสุดตื่นเต้นที่ได้เดินตามรอยตำนานปีกคนดังเลือดน้ำหอม

 
บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า แซร์จ นาบรี้ ปีกตัวเก่งของทีม ได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 22 เป็น 7 เรียบร้อยแล้ว

การย้ายมาสวมเสื้อเบอร์ 7 ของ นาบรี้ ครั้งนี้ ถือเป็นการเดินตามรอยตำนานปีกของสโมสรอย่าง ฟร้องค์ ริเบรี่ ที่ใช้เบอร์นี้มาตลอดระหว่างเล่นให้ทัพ "เสือใต้" ช่วงระหว่างปี 2007-2019

"ผมกำลังตั้งตารอด้วยความตื่นเต้นที่จะได้สวมเสื้อเบอร์นี้ในอนาคต ฟร้องค์ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลมาตลอด และนั่นยิ่งทำให้ผมมีแรงจูงใจมากขึ้น" อดีตแข้ง อาร์เซน่อล เปิดใจผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ บาเยิร์น 

ทั้งนี้ นาบรี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ภายใต้ยูนิฟอร์ม "เสือใต้" ซึ่งเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมไปแล้วทั้งสิ้น 83 นัด ทำได้ 36 ประตู โดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุดถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วย บาเยิร์น กวาดแชมป์ทั้งสามรายการเป็น "ทริปเปิ้ลแชมป์" ซึ่งประกอบไปด้วย บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

เดอะค็อปขนลุก! “คล็อปป์” ย้ำชัดแผนเดิมพัก1ปี

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ย้ำชัดแผนเดิมว่าจะลาวงการฟุตบอลอย่างน้อย 1 ปีเมื่อหมดสัญญากับ "หงส์แดง" ระบุช่วงเวลาที่ห่างจากเกมลูกหนังจะคิดทบทวนว่ายังต้องการคุมทีมอีกหรือไม่ ถ้าหากคำตอบว่าไม่ ก็ขอโบกมือลาถาวร

               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤา ออกโรงยืนยันเกี่ยวกับแผนการที่จะพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากที่หมดสัญญาปัจจุบันในถิ่นแอนฟิลด์

              นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช สลัดน้ำหมึกขยายสัญญากับ แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ไปจนถึงปี 2024 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าหากหมดสัญญากับ "เดอะ เร้ดส์" แล้วอาจจะหยุดพักจากวงการลูกหนังเพื่อไปพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นการชาร์จพลังไปในตัว

              จากคำถามที่ว่าแผนการที่เขาเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ คล็อปป์ ย้ำชัดอีกรอบว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ผมจะขอพัก 1 ปีจากนั้นผมจะลองถามตัวเองว่าผมยังคิดถึงฟุตบอลหรือไม่ ถ้าผมไม่คิดถึงแล้ว นั่นคงจะเป็นการจบอาชีพโค้ชของเจอร์เก้น คล็อปป์ ถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้เป็นโค้ช มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่คิดถึงเลย นั่นก็คือความตึงเครียดอย่างรุนแรงเฉียบพลันก่อนเกม"

               ส่วนในเรื่องการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2020/2021 คล็อปป์ ยืนยันว่าตนและลูกทีมพร้อมเต็มที่ โดยทุกๆ คนมีแรงกระตุ้นเต็มเกี่ยวที่จะนำ "หงส์แดง" ครองความยิ่งใหญ่ต่อไป "ทุกๆ คนในสโมสรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสำหรับฤดูกาลใหม่ เราอยากที่จะทำให้ดียิ่งกว่านี้ เราไม่ได้คิดเรื่องป้องกันแชมป์ เราอยากได้แชมป์ใหม่ เราเพิ่งจะเริ่มต้นชัยชนะเท่านั้น"

บาเยิร์นยิ้ม! “ปาวาร์” ลงซ้อมได้เรียบร้อย

 

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ได้รับข่าวดีก่อนฟาดแข้งกับ โอลิมปิก ลียง วันพุธนี้ เพราะล่าสุดกองหลังตัวเก่งอย่าง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนามซ้อมเรียบร้อย  
 แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังเฟร้นช์แมนของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ลงซ้อมร่วมกับทีมแบบเบาๆ ได้เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ปรากาหลังทีมชาติฝรั่งเศสวัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บที่เท้าเมื่อราวสามสัปดาห์ก่อน แต่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มลงซ้อมกับเพื่อนๆ ได้แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดว่า เจ้าตัวยังไม่น่าจะพร้อมช่วยทัพ "เสือใต้" ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ กับ โอลิมปิก ลียง วันพุธที่ 19 สิงหาคมนี้ แต่กุนซือ ฮันซี่ ฟลิค อาจจะมอง ปาวาร์ เป็นทางเลือก หากทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเตะในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

     ทั้งนี้ ปาวาร์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน ถือเป็นแข้งกำลังหลักของ บาเยิร์น โดยฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้วรวมทุกรายการ 46 นัด ทำได้ 5 ประตู

 

ดอร์ทมุนด์ถล่มดุ๊ยส์บวร์ก-ก่อนพลาดท่าพ่ายเฟเยนูร์ด ศึกอุ่นเครื่องรายการพิเศษ

โบุรสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงอุ่นเครื่องฟุตบอลรายการพิเศษด้วยการถล่ม ดุ๊ยส์บวร์ก ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 5-1 ก่อนในเกมถัดมาจะพลาดท่าแพ้ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่จากฮอลแลนด์ 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษสองนัด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษ "Cup of Traditions : BVB against Feyenoord and Duisburg" ที่่เมืองดุ๊ยส์บวร์ก ประเทศเยอรมัน โดยแบ่งเป็น 2 เกมแข่งขันกันต่อเนื่อง แบ่งเป็นเกมละ 1 ชั่วโมง เริ่มที่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา เยอรมัน พบ ดุ๊ยส์บวร์ก ทีมจากลีกา 3 เยอรมัน โดย "เสือเหลือง" แบ่งผู้เล่นเป็นสองชุด ซึ่งชุดแรกนำมาโดย เจดอน ซานโช่, ธอร์กาน อาซาร์, จิโอวานนี่ เรย์น่า และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ปรากฏว่าเป็น "เสือเหลือง" ที่เหนือกว่าชัดเจนถล่มไปขาดลอย 5-1 จากการทำประตูของ จิโวานนี่ เรย์น่า นาที 12, ธอร์กาน อาซาร์ นาที 14, เจดอน ซานโช่ นาที 26, อังส์การ์ คนอฟ นาที 49, 60 ส่วน ดุ๊ยส์บวร์ก ได้จาก อาห์เมต เอนกิ้น นาที 28

ส่วนอีกหนึ่งเกม ดอร์ทมุนด์ พบ เฟเยนูร์ด ทีมจากเอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ โดยทีมชุดนี้ของ "เสือเหลือง" ตัวหลักนำมาโดย เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์, ยูเลี่ยน บรันทด์, อั๊กเซล วิตเซล และ ราฟาเอล เกร์เรยโร่

ปรากฏว่าเกมนี้เป็น เฟเยนูร์ด ที่เหนือกว่านำก่อน 3 ประตูจาก นิโคไล ยอร์เกนเซ่น นาที 17, นาที 35, เอริค บอตเทกิน นาที 20 ส่วนทีม "เสือเหลือง" ได้ประตูตีไข่แตกจาก อั๊กเซล วิตเซล ในนาที 52 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

ได้ทีมใหม่รึยัง?ฟลิคเผยเองเรื่องย้ายสโมสรของติอาโก้

หลังจาก ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมก็บอกเองว่า ติอาโก้ ยังไม่ได้เลือกเลยว่าจะไปซบทีมไหน แต่แย้มว่าในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้อาจจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางคนดังของทีมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน

ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง โดยช่วงแรกๆ ลิเวอร์พูล เป็นทีมเดียวที่มีข่าวกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า แต่หลังจากนั้นก็มีทีมที่ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 29 ปีมากขึ้น อย่างเช่น เชลซี และ อาร์เซน่อล เป็นต้น

ฟลิค เริ่มต้นด้วยการพูดแบบขำๆ ว่า "เขาบอกกับผมแล้วว่าเขาจะอยู่กับเราต่อ" ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์แบบจริงจังว่า "ผมเพิ่งขอบคุณเขาสำหรับผลงานที่ทำได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นยังไง เขาเองก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองเหมือนกัน เราต้องรอดูวันในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

 

เรียบร้อยแล้ว!ดาวรุ่งเยอรมันส่งสัญญาณซบลิเวอร์พูล

 

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ มิดฟิลด์อนาคตไกล ส่งสัญญาณว่าซบ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากใส่ชื่อทีมในประวัติของตัวเอง โดยเจ้าตัวเล่นได้โดดเด่นกับทีมเยาวชนของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในช่วงที่ผ่านมา

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ กองกลางดาวรุ่งชาวเยอรมัน เหมือนกับว่าจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเจ้าตัวใส่ชื่อ "หงส์แดง" ในหน้าประวัติส่วนตัวบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตด้วย

ฟรอนดอร์ฟ เคยตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล อย่างหนักเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยในฤดูกาล 2019-20 เขาทำได้ 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 20 นัด

เซ่นเอ็มบั๊ปเป้! ปารีสบี้แซงต์เอเตียน10คนสุดเดือด ซิวเฟร้นช์คัพสมัย13

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผงาดคว้าแชมป์ เฟร้นช์ คัพ สูงสุดเป็นสมัยที่ 13 หลังบดเอาชนะ แซงต์ เอเตียนที่เหลือแค่ 10 คน แบบสุดเดือด 1-0 จากประตูชัยของ เนย์มาร์ ในนัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ แซงต์ เอเตียนต้องเหลือ 10 คน หลัง โลอิก แปร์แร็ง กัปตันทีมโดนใบแดงจากการไปเสียบ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ จนเจ็บหนักเล่นต่อไม่ไหว ต้องลุ้นว่าจะหายทันเกมชปล.ในช่วงเดือนสิงหาคมหรือไม่?

สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์

    ศึกเฟร้นช์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างแชมป์สูงสุด 12 สมัยอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พบกับ แซงต์ เอเตียน แชมป์ 6 สมัย

    โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 46 ปีของเปแอสเช จัดชุดใหญ่หน้าคู่วาง เมาโร อีการ์ดี้ และคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ล่าตาข่ายโดยมีตัวสนับสนุนชั้นยอดอย่าง เนย์มาร์ ส่วนทางฝั่ง  โคล้ด ปูแอล เทรนเนอร์ของ แซงต์ เอเตียน วาง โรแม็ง อามูม่า และเดอนีส์ บวงก้า เป็นทีเด็ด

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก ทั้งคู่เปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างสนุก นาทีที่ 5 แซงต์ เอเตียน เกือบชิงขึ้นนำก่อนหลัง โรแม็ง อามูม่า หัวหอกตัวเก่งพาบอลตะลุยเข้าไปซัดด้วยขวาบอลผ่านมือ เกย์ลอร์ นาวาส ไปแล้วแต่ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    นาที 14 โอกาสเข้าทำหนแรกของ เปแอสเช ก็ขึ้นนำ 1-0 ทันทีจากจังหวะที่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ รับบอลชิ่งจาก ดิ มาเรีย ก่อนหลุดเข้าไปใส่ด้วยขวาติดเซฟของ เชสซี่ มูแล็ง แต่บอลไม่พ้นอันตรายไปเข้าทาง เนย์มาร์ ซ้ำด้วยซ้ายเช็ดใต้คานเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    แซง เอเตียน หลังเสียประตู ก็อยู่ไม่ได้โหมบุกบ้างเพื่อหวังไล่ตีเสมอ นาที 16 ได้ลุ้นเช่นกัน โรแม็ง อามูม่า ไหลบอลให้ เดอนีส์ บวงก้า หลุดเข้าไปกดด้วยขวาแต่ยังไม่ผ่านมือ เกย์ลอร์ นาวาส ที่เซฟไว้ด้อย่างยอดเยี่ยม

    อีก 4 นาทีต่อมา เปแอสเช ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ธีโล เคห์เรอร์ แบ็กขวาบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง โกแล็ง ดั๊กบา ลงเล่นแทน

    แซงต์ เอเตียน ได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง นาที่ 21 พลาดโอกาสไล่ตีเสมออีกหลัง อามูม่า ครอสบอลมาให้ เดอนีส์ บวงก้า เทกตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ยังไม่ผ่านมือ นาวาส อีกหน

    ทว่า "ปารีสฯ" มาแบบเน้นๆกว่า นาที 25 อังเคล ดิ มาเรีย หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไปติดมือ เชสซี่ มูแล็ง เหินปัดออกหลังอีก

    นาที 27 คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลหลุดเข้าไปแต่โดน โลอิก แปร์แร็ง พุ่งมาตัดเข้าเสียบอย่างน่าเกลียดจน เอ็มปั๊ปเป้ ลงไปนอนกับพื้น ซึ่งเป็นชนวนให้เพื่อนร่วมทีม เปแอสเช ไม่พอวิ่งปรี่ไปหาจนเกือบมีเรื่องชุลมุ่นวุ่นวาย ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบลงผู้ตัดสินเดินทางแจกใบเหลืองทั้ง เลอันโดร ปาเรเดส และมิทเชล บัคเคอร์ สองแข้งปารีส กับโรแม็ง อามูม่า ดาวยิงของ แซงต์ เอเตียน รวมถึงต้นเหตุอย่าง โลอิก แปร์แร็ง

    จากนั้นมีสัญญาณจาก VAR ถึงความเป็นไปได้ที่จะเป็นใบแดงของ โลอิก แปร์แร็ง ซึ่งหลัง อาโมรี่ เดอเลอรู ผู้ตัดสินวิ่งไปดูมอนิเตอร์ข้างสนามได้วิ่งมากลับคำตัดสินที่ก่อนจะเอามือควักกระเป๋าหลังเปลี่ยนเป็นแจกใบแดงให้ แปร์แร็ง ในนาที 31 ทำให้แซงต์ เอเตียน เหลือแค่ 10 คน

    แถม โธมัส ทูเคิ่ล ต้องเปลี่ยนเอา คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่เจ็บจนเล่นไม่ไหวแล้วส่ง ปาโบล ซาราเบีย ลงเล่นแทนในนาที 34 ส่วนแซงต์ เอเตียน ต้องแก้เกมถอด  ยานน์ มาครง ตัวรุกออกแล้วส่ง ฮาโรลด์ มูคูดี้ แนวรับไปเล่นแทน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เปแอสเช เกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลังได้ฟรีคิกทางด้านขวา อังเคล ดิ มาเรีย ปั่นข้ามกำแพงจะเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่ เชสซี่ มูแล็ง ยังยอดเยี่ยมปัดออกหลังหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขึ้นนำ แซงต์ เอเตียน 1-0

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง แซงต์ เอเตียน เป็นสองคนรวดเลยส่ง ยาน เนยู เล่นแทน มาห์ดี้ กามาร่า และส่ง วาห์บี คาซรี่ ลงเล่นแทน โรแม็ง อามูม่า

    นาที 47 วาห์บี คาซรี่ ที่เพิ่งลงมาของ แซงต์ เอเตียน ได้ลองทักทายด้วยการยิงไกลกว่า 40 หลาแต่บอลลอยโด่งหลุดเสาออกไปแบบได้เสียว

    นาที 73 เปแอสเช พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างหลัง ดิ มาเรีย แทงบอลให้ ปาโบล ซาราเบีย หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ไม่ผ่านตัว เชสซี่ มูแล็ง

    อีก 3 นาทีถัดมา ยาน เนยู ได้ลองกดด้วยขวานอกกรอบบ้างแต่บอลก็ยังเบาไปเข้ามือ เกย์ลอร์ นาวาส รับไว้ได้ไม่ยาก

    ช่วงท้ายเกม แซงต์ เอเตียน บุกหนักเพื่อทวงประตูเสมอให้ได้ แต่บอลยังไม่ผ่านแนวรับเปแอสเชที่เล่นอย่างเหนียวแน่น จนจบเกม ผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขันเป็นอันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าชัยะเหนือ แซงต์-เอเตียน  1-0 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 13

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม   

        ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-4-2) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล เคห์เรอร์, มาร์กินญอส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), มิทเชล บัคเคอร์ – อังเคล ดิ มาเรีย, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, เลอันโดร ปาเรเดส, เนย์มาร์ – เมาโร อีการ์ดี้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

        แซงต์-เอเตียน : เชสซี่ มูแล็ง – มาติเยอ เดอบูชี่, โลอิก แปร์แร็ง (กัปตันทีม), เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ติโมเต้ โคล็อดเซียจซัค – ยันน์ เอ็มวีล่า, มาห์ดี้ กามาร่า – ยานน์ มาครง, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า – โรแม็ง อามูม่า

    ผู้ตัดสิน : อาโมรี่ เดอเลอรู

 

ทางการ!มิลานต่อสัญญาปิโอลี่ถึง2022

เอซี มิลาน ทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรีย อา ประกาศขยายสัญญากับ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ออกไปจนถึงปี 2022 เป็นที่เรียบร้อย

 "ปีศาจแดง-ดำ" แถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าได้ขยายสัญญากับ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ไปจนถึงซัมเมอร์ 2022 หลังกุนซือวัย 54 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงรีสตาร์ทกลับมาแข่งขันอีกรอบ

 "สโมสร เอซี มิลาน ขอประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงกับ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ในการขยายสัญญาออกไปอีก 2 ปีกับการคุมทีมชุดใหญ่ไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2022" แถลงการณ์ระบุ

 การยืนยันต่อสัญญากับ ปิโอลี่ เกิดขึ้นหลังมีข่าวหลุดออกมาว่า มิลาน ได้ยุติแผนการที่จะดึง ราล์ฟ รังนิก กุนซือชาวเยอรมันเข้ามาคุมทีม

 สำหรับผลงานของ มิลาน ยุคหลังโควิดลงสนามไปแล้ว 9 นัดในลีก เก็บชัยชนะได้ถึง 7 นัดและเสมออีก 2 นัด ไม่แพ้เลย