บาร์โตเมวชี้รั้งเมสซี่เพื่อทีม-ประกาศชัดไม่ลาออก

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บิ๊กบอส บาร์เซโลน่า ระบุ ทำเพื่อทีมล้วนๆ ที่รั้งตัว ลิโอเนล เมสซี่ เอาไว้กับ "อาซูลกราน่า" พร้อมเผย จะไม่ลาออกชัวร์

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมให้ ลิโอเนล เมสซี่ ได้ย้ายออกจากทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เป็นการทำด้วยการมองถึงผลประโยชน์ของทีมเป็นหลัก

ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาอนาคตของ เมสซี่ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของโลกลูกหนัง หลังจากที่เขายื่นเรื่องขอย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ทั้งที่เจ้าตัวมาอยู่กับทีมตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ในปี 2001 โดยสาเหตุเป็นเพราะเขามีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับบอร์ดบริหารชุดนี้ที่อยู่ภายใต้การนำของ บาร์โตเมว อย่างเช่นความเห็นไม่ตรงกันเรื่องนโยบายการทำทีม เป็นต้น

ทั้งนี้ เมสซี่ ตั้งใจจะย้ายทีมด้วยการใช้เงื่อนไขในสัญญาที่บอกว่าเขาสามารถยกเลิกสัญญากับทีมได้ทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ของแต่ละปี อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า บอกว่าเงื่อนไขดังกล่าวมันเลยเส้นตายที่กำหนดเอาไว้แล้ว ทำให้ทางเดียวที่ เมสซี่ จะย้ายทีมได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็คือต้องมีทีมยอมทุ่มเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาเท่านั้น ซึ่งจำนวนเงินที่ว่าก็สูงถึง 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

ท้ายที่สุดแล้ว เมสซี่ ก็ยอมอยู่กับทีมต่อไป อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ตำหนิบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า ว่าตัดสินใจผิดในเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้แข้งวัย 33 ปีเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ทำให้เขามีโอกาสที่จะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และบางฝ่ายยังถึงขั้นมองอีกว่า เมสซี่ อาจจะไม่ทุ่มเทให้ทีมมากเท่ากับแต่ก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอส บาร์เซโลน่า บอกว่าตนทำทั้งหมดไปก็เพื่อทีมล้วนๆ

บาร์โตเมว เผยว่า "สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือการให้ เมสซี่ เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ใหม่ของเรา ดังนั้นผมเลยตัดสินใจคัดค้านการที่จะเริ่มเจรจาเรื่องการย้ายทีมของเขา ผมโดนใส่ร้ายว่าผมบีบให้เขาย้ายทีมเพื่อที่จะทำให้บัญชีของเรามีความสมดุล แต่เปล่าเลย เราให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสโมสรเป็นอันดับแรก และไม่อยากทำให้คู่แข่งโดยตรงของเราแข็งแกร่งขึ้น เราตัดสินใจรั้งตัวเขาทั้งที่รู้ดีว่าการทำแบบนี้มันจะทำให้เราโดนด่า"

"ผมเข้าใจจุดยืนของทุกคนดี ความเห็นอกเห็นใจกันนับเป็นสิ่งที่สำคัญ ในกรณีของ เลโอ น่ะ มันเป็นเรื่องดีที่จะมีการรู้สึกโกรธกันบ้าง เพราะการยอมรับความพ่ายแพ้มันไม่เคยเป็นเรื่องดี และเราต่างก็โกรธกันทั้งนั้น แต่มันมีการกำหนดเส้นตายเอาไว้อยู่แล้วว่าเขาสามารถประกาศเรื่องที่อยากย้ายทีมรึเปล่าได้จนถึงเมื่อไหร่ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำตามเส้นตายที่กำหนดเอาไว้ เราต่างก็อยากให้เขาแขวนสตั๊ดที่ บาร์ซ่า กันทั้งนั้น โปรเจกต์ของเราเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจมากๆ ด้วยการที่มีทั้งนักเตะดาวรุ่งและวัยเก๋า อย่างเช่น เมสซี่ อยู่ในทีม ซึ่งผมก็เชื่อว่าเขาจะช่วยทำให้เราได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้"

บาร์โตเมว ยืนกรานว่าตนจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน หลังจากที่ผ่านมามีหลายฝ่ายตำหนิเขาอย่างหนักและเรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่งก่อนที่จะหมดวาระการเป็นประธานของทีมในปีหน้า "มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องลาออกเลย นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่ผมจะมายื่นขอลาออก และมันก็จะไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนผมได้ด้วยว่าผมควรจะลาออกรึเปล่า ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับการลาออกเลย"

 

คูมันรับไม่ได้โดนแข้งเคตาเฟ่เหยียด

โรนัลด์ คูมัน กล่าวโจมตี อัลลัน นียอม หลังโดนกล่าวด้วยคำพูดน่าเกลียดใส่ในเกมที่ บาร์เซโลน่า บุกพ่ายต่อ เคตาเฟ่ 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งหลังถูก อัลลัน นียอม ผู้เล่นของ เคตาเฟ่ กล่าวคำพูดเชิงเหยียดหยามใส่ในเกมที่ ‘เจ้าบุญทุ่ม’ แพ้ 0-1 ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้เกมแรกในศึก ลา ลีกา ในฤดูกาลนี้

กุนซือชาวดัตช์วัย 57 ปี รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก และได้เข้าไปพูดคุยกับ โฆเซ่ บอร์ดาลาส นายใหญ่ของ เคตาเฟ่ หลังจบเกม ซึ่งทาง คูมัน เผยภายหลังว่า ฟูลแบ็กของเจ้าถิ่นตั้งใจที่จะพูดจาเชิงลบใส่ตน

"ผมบอกเขา(บอร์ดาลาส) ไปว่า นียอม แสดงไม่เคารพต่อผม ผมไม่อยากจะรื้อฟื้นกับสิ่งที่เขาพูด แต่นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับ บอร์ดาลาส"

"นียอม พูดจาดูถูกใส่ผม เขาทำให้เห็นถึงความไม่เคารพต่อกัน ซึ่งผมรับไม่ได้ เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นใส่เกมฟุตบอลสมัยใหม่ มันเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมากๆ ผมจะไม่พูดซ้ำอีก ไม่เลย"

ทั้งนี้ นียอม ซึ่งเป็นอดีตแข้ง วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช ได้เล่นลูกหนักตลอดทั้งเกม และทำฟาวล์หลายต่อหลายครั้ง รวมถึงจังหวะที่ไปศอกเข้าใส่ ลิโอเนล เมสซี่ ทว่าเจ้าตัวกลับได้รับเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น

12 แข้งเซ่นสังเวย บาร์เซโลน่า ถ่ายเลือดใหม่เพื่อฟื้นคืนชีพ

บาร์เซโลน่า เตรียมเดินเครื่องปรับขบวนทัพแบบยกแผง หลังจากความล้มเหลวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการถ่ายเลือดใหม่ และนั่นหมายความว่าสโมสรต้องตัดเนื้อส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งว่ากันว่ามีถึง 12 รายที่จะต้องเตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่นคัมป์ นู

นับตั้งแต่ที่ บาร์ซ่า ตัดสินใจแต่งตัว โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ เข้ามาทำงานแทนที่ กีเก้ เซเตียน ซึ่งโดนปลดออกจากตำแหน่งหลังทำเรื่องงามหน้าด้วยการนำต้นสังกัดแพ้ยับไม่นับญาติ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ร่วงตกรอง 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คูมัน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจะนำ บาร์ซ่า คืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่ายเลือดเสียออกไป และเติมเต็มเลือดใหม่เพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แม้แนวคิดนี้จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม

เนื่องจากมีผู้เล่นบางคนที่ต้องโดนเฉดหัวทิ้งมีความสนิทสนมกับเมสซี่ ทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยปลื้มกับวิธีของ คูมันน์ กอปรกับเรื่องบริหารงานของบอร์ดบริหารสโมสรที่ดูเหมือนไร้อนาคตทำให้เจ้าตัวประกาศก้องต้องการย้ายหนี บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตามบทสรุปสุดท้าย เมสซี่ จำใจต้องอยู่เล่นกับทีมต่อไปอย่างน้อย 1 ฤดูกาล แต่กระนั้น คูมัน ก็ยังคงเดินหน้าที่จะผ่าตัดทีมครั้งใหญ่เพราะสถานการณ์ของสโมสรเหมือนกับผู้ป่วยนอนพะงาบๆ อยู่ในห้องไอซียู และขืนทู่ซี้เอาไว้แบบนี้มีหวังซี้แหงแก๋

หลังจากที่ทำการพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว คูมัน ฟันธงฉับๆ ว่าทีมจำเป็นต้องขาย 12 นักเตะออกไปให้ได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ของตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ เพื่อจะได้มีเงินทุนในการซื้อนักเตะที่ตนต้องการสำหรับการก่อร่างสร้าง บาร์ซ่า ยุคใหม่

จากรายงานของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชั้นนำในประเทศสเปน ระบุว่าอีกเหตุผลที่ บาร์ซ่า ต้องปล่อย 12 แข้งดังกล่าวก็เพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายที่ตอนนี้เยอะเหลือเกิน เพราะทีมกำลังประสบปัญหาด้านการเงินเนื่องจากเป็นผลพ่วงของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สำหรับรายแรกที่ต้องกระเด็นแหงๆ นั่นก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตอนนี้มีรายงาน ยูเวนตุส อยากได้ตัวไปร่วมทัพ แต่กระนั้นก็ต้องแข่งกับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแสดงความสนใจหัวหอกชาวอุรุกวัยเช่นกัน แต่จากรายงานเชื่อว่านักเตะต้องการอยู่ในดินแดนกระทิงดุต่อไป เพราะครอบครัวปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ได้แล้ว

ตามด้วย มาร์ติน เบรธเวท, ซามูแอล อุมติตี้,  ฌอง-แคลร์ โตดิโบ, เนลสัน เซเมโด้, อาร์ตูโร่ วิดัล และ ราฟินโญ่ โดยในรายของ โตดิโบ ได้รับความสนใจจากสดมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลายทีมอย่างเช่น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้

ขณะที่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด แอบเล็ง ราฟินญ่า อยู่เช่นกัน ด้าน "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน สนใจจะเซ็นสัญญากับ วิดัล เนื่องจาก อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์จอมลีลา เป็นแฟนตัวยงนักเตะชาวชิลีรายนี้ ซึ่งพวกเขาเคยมีโอกาสร่วมงานกันมาแล้วสมัยที่คู่ยังอยู่กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส

ในส่วนของ อุมติตี้ มีรายงานว่านักเตะต้องการที่จะอยู่สู้กับต้นสังกัดต่อไป อย่างไรก็ตาม คูมัน ได้แจ้งกับแนวรับทีมชาติฝรั่งเศสว่าเขาไม่มีอนาคตกับสโมสรอีกต่อไปแล้ว และควรที่จะรีบหาโอกาสย้ายไปอยู่กับทีมอื่นดีกว่า เพื่อจะได้ลงสนามต่อไป

ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เคยมีข่าวสนใจอยากได้ เซนเตอร์แบ็กเลือดเฟร้นช์ มาเสริมแกร่ง แค่ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองทีมดังในลีกสูงสุดเมืองผู้ดียังคงสนใจอยากได้ อดีตกองหลัง โอลิมปิก ลียง ไปร่วมทัพอีกไหม

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ต้องเตรียมที่จะโบกมือลาทีมเช่นกัน อย่างเช่น จูเนียร์ ฟีร์โป กับ ฆวน มิรันด้า สองแบ็กซ้ายก็ต้องมองหาสโมสรใหม่เพื่อจะได้โอกาสลงสนาม ขณะที่ มอนชู, มุสซ่า วาเก้ และ โอริโอล บุสเก็ตส์ โดน วัตฟอร์ด เล็งที่จะสอยตัวไปร่วมทีม

การถ่ายเลือดเก่า เพื่อเติมเลือดใหม่เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในวงการลูกหนัง แต่กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า การปรับทัพยกแผง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ คูมัน เล็งเห็นแล้วว่าจำเป็นต้องทำ ถ้าอยากจะเห็นทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง

วางใจไม่เปลี่ยน!บาร์เซโลน่ายัน “เมสซี่” ยังครองปลอกแขนกัปตัน

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม ถึงแม้เพิ่งผ่านพ้นประเด็นดราม่าเกี่ยวกับเรื่องขอย้ายทีมก็ตาม

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมต่อไป

ช่วงซัมเมอร์นี้ เมสซี่ ใกล้เคียงอย่างมากกับการอำลาถิ่น คัมป์ นู หลังเจ้าตัวแสดงความต้องการชัดเจนที่จะย้ายทีม จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าเขย่าวงการลูกหนังเมื่อไม่กี่วันก่อน และถึงแม้สุดท้าย ดาวเตะวัย 33 ปี ตัดสินใจอยู่ช่วย บาร์ซ่า ต่อในฤดูกาล 2020/21 เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับทุกฝ่าย ทว่ายังคงมีโอกาสสูงอยู่ที่เจ้าตัวจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เพราะเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์เซโลน่า คอนเฟิร์มว่า เมสซี่ ยังคงได้รับความวางใจให้ครองปลอกแขนกัปตันทีมต่อไป โดยที่มี เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เป็นรองกัปตัน, เคราร์ด ปีเก้ เป็นกัปตันทีมลำดับที่สาม และ เซร์กี้ โรเบร์โต้ เป็นกัปตันทีมลำดับที่สี่ เหมือนเดิม

ทั้งนี้ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ รายงานว่า เมสซี่ ได้รับการโหวตจากทุกคนที่สโมสรอย่างเป็นเอกฉันท์ ในการครองตำแหน่งกัปตันทีม บาร์ซ่า ต่อไป

พลิกไปพลิกมา!พ่อแย้มเมสซี่อาจอยู่บาร์ซ่าต่อ

แฟนบอล บาร์ซ่า มีแววได้เฮ หลังคุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ กลับลำยอมรับดาวเตะอาร์เจนไตน์ มีโอกาสอยู่กับทีมอีก 1 ปี หลังตอนแรกยืนกรานขออำลาถิ่น คัมป์ นู ในซัมเมอร์นี้

ฮอร์เก้ เมสซี่ บิดาและเอเยนต์ของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่า ลูกชายของตัวเองกำลังพิจารณาที่จะอยู่เล่นให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ไปอีก 1 ปี

อนาคตของ เมสซี่ วัย 33 ปี เป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าตัวแจ้งกับสโมสรว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ผู้บริหารของ บาร์เซโลน่า บอกว่าหากอยากย้ายสังกัดก็ต้องมีทีมที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาซึ่งอยู่ที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) สถานเดียว เนื่องจากยังเหลือสัญญาอีก 1 ปี

อย่างไรก็ตาม หลังจาก ฮอร์เก้ เดินทางจากประเทศอาร์เจนตินา มาถึงนครบาร์เซโลน่า เมื่อวันพุธที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา และเข้าไปคุยกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร บาร์ซ่า แล้วนั้น เจ้าตัวก็ยอมรับว่า เป็นการพูดคุยกันที่ดีมากๆ

เมื่อถูกนักข่าวถามว่า มีโอกาสที่ เมสซี่ จะอยู่เล่นที่ คัมป์ นู ต่อไปหรือเปล่านั้น คุณพ่อก็ให้คำตอบสั้นๆ ว่า "ใช่"

หลังจากนั้น นักข่าวก็ถาม ฮอร์เก้ ว่า การพูดคุยกับ บาร์โตเมว เป็นอย่างไรบ้างก่อนได้คำคอบว่า "ดีมากๆ"

อย่าไปเลยคุณพ่อ! เมสซี่ รับเรื่องนี้ทำครอบครัวเครียดจัด

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ระบุทุกคนในครอบครัวเครียดมากๆ กับเรื่องอยากย้ายทีม พร้อมเผยคำพูดสุดอ้อนวอนจากปากลูกชาย ที่ทำเอาเจ้าตัวเลือกอยู่กับต้นสังกัดต่อ

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน ยอมรับว่า เรื่องอนาคตของตนทำเอาทุกในครอบครัวเครียดจัด และถึงขั้นร้องไห้ เนื่องจากทุกคนไม่อยากย้ายออกจากนครบาร์เซโลน่า

เป็นประเด็นใหญ่ของวงการฟุตบอลมานานกว่าสัปดาห์เกี่ยวกับเรื่องที่ เมสซี่ ต้องการอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงจุดยืนชัดเจนที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 33 ปี ประกาศที่จะอยู่ช่วยต้นสังกัดต่อในฤดูกาล 2020/21 เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับต้นสังกัด ที่ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยตัว หากไม่มีสโมสรไหนซื้อตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

นอกจากประเด็นที่ไม่อยากงัดข้อกับ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นสโมสรที่มีบุญคุณอย่างมหาศาลแล้ว เมสซี่ เผยว่า ครอบครัวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตนไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในตอนนี้

"ตอนที่ผมบอกความประสงค์ที่จะย้ายออกทีมกับภรรยาและลูกๆ ของผม มันก็เกิดการดราม่าอย่างรุนแรงเลย ทุกคนในครอบครัวเริ่มร้องไห้ ลูกๆ ของผมไม่อยากไปจาก บาร์เซโลน่า และก็ไม่ต้องการย้ายโรงเรียนด้วย"

"มาเตโอ (ลูกชาย) ยังเด็ก และเขาก็ยังไม่รู้เรื่องว่าจะต้องทำอะไร กับการออกไปใช้ชีวิตที่อื่น 2-3 ปี ส่วน ติอาโก้ (ลูกชายอีกคน) ที่อายุเยอะกว่า เขารู้เรื่องนี้จากทีวี เขาอยากรู้และเขาก็เข้ามาถามผม ซึ่งผมเองก็ไม่อยากบอกให้เขารู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เกี่ยวกับการที่ต้องถูกบังคับให้ย้ายบ้าน, ย้ายโรงเรียน หรือการที่ต้องหาเพื่อนใหม่ เขาร้องไห้กับผม และบอกว่า -อย่าไปเลยพ่อ- ซึ่งผมบอกเลยว่า มันเป็นอะไรที่ยากลำบากมากๆ"

"มันเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้นะ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากสำหรับผม ลูกๆ ของผม, ครอบครัวผม พวกเขาเติบโตที่นี่ และก็มาจากที่นี่ ภรรยาของผมก็ให้การสนับสนุนผมเต็มที่" เมสซี่ เปิดใจกับ Goal

เรื่องนี้อีกยาว! พ่อเมสซี่กับบาร์โตเมวคุยยังไม่ลงตัว

คงอีกนานกว่าจะได้บทสรุปเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า เพราะล่าสุดยังคงหาทางออกร่วมกันไม่ได้ จากการประชุมระหว่างคุณพ่อและ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร
 การประชุมกันระหว่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า และ ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ เมื่อคืนวันพุธที่ 2 ก.ย. ได้เสร็จสิ้นลงในแบบที่ยังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด ตามรายงานจาก สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ

 เป็นที่ทราบกันดีว่า เมสซี่ ต้องการที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ บาร์เซโลน่า ไม่ยินยอมที่จะให้นักเตะใช้เงื่อนไขยกเลิกสัญญา เพื่อย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว โดยยืนยันที่จะขายตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งคาดกันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสโมสรเป้าหมายหลักที่ เมสซี่ อยากร่วมงานด้วย

 ล่าสุดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา บาร์โตเมว และ ฮอร์เก้ เมสซี่ ได้มีการประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็คาดหวังที่จะได้บทสรุปเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของ เมสซี่ ทว่าตามรายงานจาก สปอร์ต ระบุว่า การพูดคุยกันครั้งนี้ที่กินเวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เปล่าประโยชน์ และยังไม่มีการตกลงใดๆ เนื่องจาก ฮอร์เก้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ลูกชายได้ย้ายทีมแบบฟรีๆ ส่วน บาร์โตเมว ยืนกรานที่จะปล่อย เมสซี่ ตามค่าฉีกสัญญา

 สำหรับการประชุมครั้งนี้ นอกจาก บาร์โตเมว และ ฮอร์เก้ แล้ว ฝั่ง บาร์ซ่า ยังมี ฆาเบียร์ บอร์ดาส ผู้อำนวยการสโมสร ร่วมโต๊ะเจรจาด้วย ส่วนทางด้าน ฮอร์เก้ มี โรดริโก้ ลูกชายอีกคน (พี่ชายของ เมสซี่) และ ฮอร์เก้ เปกูร์ ทนายความส่วนตัว ช่วยเจรจา

 

5 แข้งดังประกาศตัวขอย้ายแต่สุดท้ายอยู่ทีมเดิมในช่วง 20 ปีหลัง

สุดท้ายแล้วมหากาพย์เรื่องอนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ ก็จบลงโดยที่เจ้าตัวประกาศว่าจะอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21 หรือก็คือปีสุดท้ายของสัญญา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาแจ้งกับสโมสรเองว่าต้องการย้ายออกจากทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้เลย

การอยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อของ เมสซี่ มันไม่ใช่ว่าเป็นเพราะทีมให้ข้อเสนออะไรที่ถูกใจเขา แต่มันเป็นเหมือนการโดนบีบให้ต้องอยู่กับทีมต่อมากกว่า เพราะ บาร์เซโลน่า ยืนกรานว่าเงื่อนไขที่บอกว่า เมสซี่ สามารถบอกลาทีมแบบไร้ค่าตัวได้ในทุกๆ ช่วงซัมเมอร์มันหมดอายุไปเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนแล้ว ทำให้ทีมที่อยากได้เขาในปีนี้ก็ต้องยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาถึง 700 ล้านยูโร ซึ่งมันไม่มีทีมไหนที่ยอมให้เงินมากขนาดนั้น จนทำให้ เมสซี่ ต้องจำใจอยู่กับทีมตอ่ไป

ทั้งนี้ ที่จริงแล้วในช่วงที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่ตอนแรกนักเตะบางคนประกาศเองว่าต้องการย้ายออกจากทีม แต่สุดท้ายก็อยู่กับทีมต่อ ซึ่งวันนี้เราจะมายกตัวอย่างนักเตะชื่อดังสัก 5 คนที่เข้าข่ายนั้นกัน

– หลุยส์ ซัวเรซ
ในฤดูกาล 2012-13 ซัวเรซ เริ่มแสดงให้เห็นว่าอาจจะเป็นความหวังในการทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมายิ่งใหญ่ได้ หลังจากทำประตูได้ถึง 30 ลูกจากการลงเล่น 44 นัดในทุกรายการ โดยในจำนวนนั้นเป็นการทำประตูในลีกถึง 23 ลูกด้วยกัน ต่างกับ 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้นที่ทำประตูในลีกได้เพียง 11 ลูกแบบเยอะพอตัว

ผีล่าแบ็กเรอัล,หงส์ส่อวืดติอาโก้! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ประเด็นดราม่าที่กินเวลานานกว่าสัปดาห์ระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า ได้บทสรุปเรียบร้อย ซึ่งสุดท้ายคือ เมสซี่ ไม่ย้ายไปไหน ส่วน เชลซี ล่าสุดก็ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้อย่างเป็นทางการ และเป้าหมายต่อไปของพวกเขาน่าจะเป็นการดึงผู้รักษาประตูคนใหม่ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ต่างก็มีข่าวที่น่าสนใจในตลาด แต่จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เราไปหาคำตอบกัน

– (Official) ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ตัดสินใจเรียบร้อย ที่จะอยู่ช่วยต้นสังกัดต่อในฤดูกาล 2020/21 เพราะไม่ต้องการมีข้อพิพาททางกฎหมายกับสโมสร และทำเพื่อคนในครอบครัว หลัง บาร์ซ่า ไม่ยอมปล่อยตัวออกจากถิ่น คัมป์ นู หากไม่มีสโมสรใดยอมทุ่มเงินซื้อตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

– (Official) เชลซี ประกาศคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลวอร์คูเซ่น เรียบร้อย ด้วยค่าตัว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

 – (Official) อาร์เซน่อล คอนเฟิร์ม ยืมตัว ดานี่ เซบายอส กองกลางเลือดกระทิงดุของ เรอัล มาดริด มาใช้งานต่อในฤดูกาล 2020/21

 – (Official) ยูเวนตุส ตัดสินใจปล่อย มัตเตีย เปริน ผู้รักษาประตูรูปหล่อ ให้ เจนัว ยืมใช้งานต่อในฤดูกาล 2020/21 ทว่าทีม "กริโฟเน่" ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – (Official) เอซี มิลาน จัดการยืมตัว บราฮิม ดิอาซ กองกลางดาวรุ่งชาวสแปนิชของ เรอัล มาดริด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล โดย ดาวเตะวัย 21 ปี ได้สวมเสื้อ "รอสโซเนรี่" หมายเลข 21

 – (Official) เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าตัว เซดริก คีเปร เซนเตอร์แบ็กชาวไอวอรี่โคสต์ มาจาก วีแกน แอธเลติก ด้วยสัญญายาว 4 ปี 

 – (Official) นอกจากนี้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ยังได้ปิดดีลซื้อขาด เกรดี้ ดิอังกาน่า กองกลางวัย 22 ปี มาจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พร้อมเซ็นสัญญายาว 5 ปี หลังนักเตะทำผลงานได้ดีระหว่างถูกยืมตัวมาใช้งานในซีซั่นก่อน

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิคของ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล มานาน มีแววที่จะอยู่ค้าแข้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า ต่อไป หลังยกย่องต้นสังกัดเป็นเหมือนบ้าน (GOAL)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ให้ เรอัล มาดริด พิจารณา เพื่อขอซื้อตัว เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายทีมชาติสเปน ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เซบีย่า ภายใต้ยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาร่วมทัพ (SPORT)

– นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยหวังเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเอเจนต์ตัวนักเตะเป็นอันดับแรก (Daily Mail)

 – เชลซี ได้มอง เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจาก เอดูอาร์ด เมนดี้ (แรนส์), ไมค์ เมญอง (ลีลล์) และ ยาน โอบลัค (แอตเลติโก มาดริด) (Athletic)

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นข้อเสนออีกรอบในช่วงสัปดาห์หน้า ที่วงเงิน 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,775 ล้านบาท) รวมโบนัส ในการทาบซื้อ คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง นาโปลี ถึงแม้ "อัซซูร์ร่า" ยังคงตั้งค่าหัว คูลิบาลี่ ระดับ 80-85 ล้านยูโร (ประมาณ 2,960-3,145 ล้านบาท) ก็ตาม (Sky Sport Italia)

 – ไรอัน เฟรเซอร์ อดีตปีก บอร์นมัธ กำลังเจรจาแบบตัวต่อตัวกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค แบบไร้ค่าตัว (Sky Sports)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" กำลังจะได้ตัว โรเจริโอ แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนของ ซาสซูโอโล่ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร (ประมาณ 518 ล้านบาท) (Sky Sport Italia)

 – บอร์นมัธ ปฏิเสธข้อเสนอเงินจำนวน 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 615 ล้านบาท) ที่ แอสตัน วิลล่า ยื่นมาขอซื้อตัว คัลลั่ม วิลสัน กองหน้าคนเก่งประจำทีม เรียบร้อย (Guardian)

– เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอเงินมากกว่า 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) ไปให้ เบิรน์ลี่ย์ พิจารณา เพื่อขอซื้อตัว เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ มาเสริมแนวรับ (Sky Sports)

 – อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลาง บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะยอมลดค่าจ้าง เพื่อย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเจรจาขอยกเลิกสัญญากับต้นสังกัด (Calciomercato)

– ซามูเอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศส เป็นผู้เล่นรายล่าสุดของ บาร์เซโลน่า ที่อาจจะมีการยกเลิกสัญญา เพื่อได้ย้ายทีมแบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ (Mundo Deportivo)

 – ยูเวนตุส ได้มีการติดต่อทาบทามไปยัง เอดินสัน คาวานี่ ยอดดาวยิงฟรีเอเจนต์ หลังจากที่พบกับความยากลำบากในการล่าตัว หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลน่า) และ เอดิน เชโก้ (อาแอส โรม่า) (Sky Sport Italia)

 – เอซี มิลาน ใกล้ที่จะปิดดีลยืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานอีกรอบในฤดูกาล 2020/21 โดยจะจ่ายเงินค่ายืมตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

ปีหน้าฟรีแล้วไปไหนดี!5สถานีต่อไปของเมสซี่

เปิดรายชื่อ 5 สโมสรที่มีโอกาสเป็นสถานีต่อไปของ ลิโอเนล เมสซี่ หลังเจ้าตัวกลับลำอยู่เล่นให้ บาร์ซ่า ต่ออีก 1 ปี เพราะไม่อยากให้มีปัญหาต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันแล้วว่า จะอยู่เล่นให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ต่อไปอีก 1 ปีจนหมดสัญญา หลังก่อนหน้ามีความต้องการที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู แต่ติดปัญหาที่ค่าฉีกสัญญาสูงถึง 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) เลยทีเดียว

เชื่อว่า หลังหมดสัญญาในปีหน้าแล้วนั้น ดาวเตะอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี คงแยกทางกับ บาร์ซ่า และนี่คือ 5 สถานีปลายทางต่อไปในชีวิตค้าแข้งที่มีความเป็นไปได้มากสุด

1. แมนฯ ซิตี้

แมนฯ ซิตี้ มีข่าวอยากได้ เมสซี่ มานานหลายปีแล้ว และเกือบจะได้มาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ หลังมีข่าวตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะได้แล้ว

"เรือใบสีฟ้า" พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้ เมสซี่ 124 ล้านปอนด์ต่อปีในสัญญา 5 ปี โดยจะมาเล่นที่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่อีก 2 ปีจะไปอยู่กับ นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี ทีมพี่ทีมน้องใน เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ แต่สุดท้ายก็ต้องล้มแผนไปก่อน

เมสซี่ เคยร่วมงานกับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า มาแล้ว และช่วยกันคว้าแชมป์ให้ บาร์ซ่า ได้อย่างมากมาย รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้ไม่มีปัญหาหากดาวเตะอาร์เจนไตน์ จะโยกมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

2. อินเตอร์ มิลาน

เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เคยมีชื่อ อินเตอร์ มิลาน โผล่มาให้ความสนใจ เมสซี่ อย่างน่าประหลาดใจ หลัง "งูใหญ่" พร้อมดึงซูเปอร์สตาร์มาเข้าถิ่น จูเซปเป้ เมอัซซ่า

ตอนที่ เมสซี่ อายุ 18 ปีนั้น อินเตอร์ เคยพร้อมจ่ายค่าฉีกสัญญา 132 ล้านปอนด์ แต่เวลานั้นนักเตะไม่ต้องการย้ายทีมเพราะอยากอยู่เล่นที่สเปนต่อไป

3. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

หาก เปแอสเช ปล่อยทั้ง เนย์มาร์ และ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ออกไปในปีหน้า หลังมีข่าว บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด อยากได้ตัวไปเสริมทัพ ก็จะทำให้ทีมเมืองหลวงแดนน้ำหอมพร้อมดึง เมสซี่ มาแทน

เปแอสเช ไม่มีปัญหากับการจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้แข้งอาร์เจนไตน์ โดยอยู่ที่แค่ว่าเจ้าตัวจะอยากมาเล่นใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส หรือไม่เท่านั้น

4. นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

 เมสซี่ มีเป้าหมายอยากกลับไปเล่นให้ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ สโมสรในประเทศอาร์เจนตินา ก่อนที่จะต้องเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังเคยอยู่กับทีมตอนอายุ 6 ขวบ

เมสซี่ อยู่ในอะคาเดมี่ของ นีเวลล์ส ระหว่างปี 1994-2000 ก่อนที่จะบินไปฝึกฝีเท้าที่ ลา มาเซีย อคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2001 ซึ่งเขาก็เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าอยากกลับไปเล่นให้ นีเวลล์ส ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด

 "ผมยังมีความคิดแบบนั้นอยู่ ผมพูดถึงเรื่องนั้นอยู่ตลอดนี่นา จริงไหม ? การได้เล่นให้ นีเวลล์ส เป็นความฝันของผมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นได้รึเปล่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมน่ะนะ ตอนนี้ผมเองก็มีลูก 3 คนที่ต้องเลี้ยงดูด้วย" เมสซี่ เผย

5. อินเตอร์ ไมอามี่

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานกองกลางชาวอังกฤษ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะดึง เมสซี่ ไปอยู่กับ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมของตัวเองในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ให้จงได้

เบ็คแฮม วางโปรเจกต์ใหญ่ด้วยการทาบทาม เมสซี่ ไปร่วมทัพ นอกจากนั้น ยังเล็งซูเปอร์สตาร์อีกหลายรายไปอยู่ด้วย และด้วยวัย 34 ในปีหน้าก็มีโอกาสเหมือนกันที่นักเตะจะโยกไปขุดทองที่แดนลุงแซม