แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 
 

ดอร์ทมุนด์เปิดลีกบู๊กลัดบัค,เบรเมนฉะแฮร์ธ่าPPTVยิงสด

"เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ได้ฤกษ์เปิดลีกเมืองเบียร์ เกมนี้ เจดอน ซานโช่ สวมบทจอมทัพนำลุยทีมเยือน "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ที่คาดหวังสามแต้มเช่นกัน ขณะที่อีกคู่ "นกนางนวล" เบรเมน ที่ซีซั่นก่อนรอดตกชั้นหวุดหวิด มีคิวรอดวล "หญิงชรา" แฮร์ธ่า เบอร์ลิน โดยคู่นี้ถ่ายทอดสดทาง พีพีทีวี คืนวันเสารที่ 19 กันยายน ตั้งแต่เวลา 20.30 น.เป็นต้นไป

ปรีวิวฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน 
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
ดอร์ทมุนด์ – มึนเช่นกลัดบัค 
เวลา : 23.30 น. 

สนาม : ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค 

      ”เสือเหลือง” ของเทรนเนอร์ ลูเซียง ฟาฟร์ ที่จบรองแชมป์บุนเดสลีกา 2019/20 ประเดิมเกมเป็นทางการด้วยการบุกถล่มดุ๊ยส์บวร์ก 5-0 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สภาพทีมยังไม่สมารถใช้งาน ดาน-อักเซล ซากาดู (เรียกความฟิต), นิโค่ ชูลซ์ (เรียกความฟิต) และ มาร์เซล ชเมลเซอร์ (เข่า) ได้ตามเดิม

   แต่จะได้ โรมัน เบือร์กี้ กับ ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ฟิตกลับสู่ทีม โดยเบือร์กี้จะกลับลงมาเฝ้าเสา ขณะที่ เกร์เรยโร่ ต้องแย่งวิงแบ็กซ้ายตัวจริงกับ ธอร์กกาน อาซาร์ 

    ตำแหน่งที่เหลือยึดชุดเดิมแนวรุกวางใจใช้เจ้าหนู โจวานนี่ เรย์น่า ลงตัวจริงลงประสานงานแนวรุกร่วมกับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ เจดอน ซานโช่ มิดฟิดล์คู่กลางให้ จู๊ด เบลลิงแฮม ดาวรุ่งที่ซื้อจากเบอร์มิงแฮม ลงคุมเกมร่วมกับ อักเซล วิตเซล วิงแบ็กขวาใช้ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่ได้มาจากเปแอสเชลงประจำการ
 
    ด้านทัพ ”สิงห์หนุ่ม” ของเทรนเนอร์ มาร์คุส โรเซ่ ที่ทำผลงานแจ่มจบอันดับ 4 จนได้โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สภาพทีมทีมยังชวดใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บ บรีล เอ็มโบโล่ (ข้อเท้า), วาเลนติโน่ ลาซาโร่ (กล้ามเนื้อน่อง), อันเดรียส โพลเซ่น (ไหล่) และ ลาสซ์โล่ เบเนส (ข้อเท้า) ทั้งหมด แต่ข่าวดีจะได้ อเลสซาน เพลอา, มาร์คุส ตูราม และ เดนิส ซากาเรีย ฟิตกลับคืนทีม

    อย่างไรก็ตามคาดว่า 11 คนแรก โรเซ่จะยึดชุดเดิมจากเกมบุกถล่มโอเบอร์นอยลันด์ 8-0 ต่อไป แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็ก นิโค่ เอลเวดี้ ยืนคู่ มัทธีอัส กินเทอร์ มิดฟิลด์คู่กลาง โฟลเรียน นอยเฮาส์ จับคู่ คริสโตฟ คราเมอร์ แนวรุกให้ ฮันเนส โวล์ฟ, ลาร์ส ชตินเดิ้ล และ โยนาส โฮฟมันน์ คอยปั้นเกม หน้าเป้าดัน พาทริค แฮร์มันน์ มาประจำการ 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    
    
    ดอร์ทมุนด์ (3-4-3) : โรมัน เบือร์กี้ – เอ็มเร่ ชาน, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – โธมัส เมอนิเย่ร์, จู๊ด เบลลิงแฮม, อักเซล วิตเซล, ธอร์กกาน อาซาร์ (ราฟาแอล เกร์เรยโร่) – โจวานนี่ เรย์น่า, เออร์ลิง ฮาแลนด์, เจดอน ซานโช่ 

    เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์

    มึนเช่นกลัดบัค (4-2-3-1) : ยาน ซอมเมอร์ – สเตฟาน ไลเนอร์, นิโค่ เอลเวดี้, มัทธิอัส กินเทอร์, รามี่ เบนเซไบนี่ – โฟลเรียน นอยเฮาส์, คริสโตฟ คราเมอร์ – ฮันเนส โวล์ฟ, ลาร์ส ชตินเดิล, โยนาส โฮฟมันน์ – พาทริค แฮร์มันน์

    เทรนเนอร์ : มาร์คุส โรเซ่

แวร์เดอร์ เบรเมน – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน
เวลา : 20.30 น. ถ่ายทอดสด : พีพีทีวี

สนาม :  เวเซอร์ สตาดิโอน

     ”นกนางนวล” ภายใต้การคุมทีมของเทรนเนอร์ โฟลเรียน โคห์เฟลด์ ที่อยู่รอดในลีกสูงสุดได้แบบหวุดหวิดฤดูกาลล่าสุด สภาพทีมมีปัญหาหมดสิทธิ์ใช้งาน มิลอต ราชิชา (ข้อเท้า) กับ โอเมอร์ โทปรัค (น่อง) ทั้งคู่ 

    การจัดทัพยึดระบบ 4-1-2-1-2 คาดว่าปรับจุดเดียวจากนัดล่าสุดส่ง ดาวี่ คลาสเซ่น คุมเกมร่วมกับ มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ ส่งผลให้ เลโอนาร์ดโด้ บิทเท่นคอร์ท หลุดเป็นสำรอง 

    แผงหลังกับแนวรุกวางใจยึคชุดเดิม สามประสานแนวรุกใช้ ยูยะ โอซาโกะ รับบทหน้าต่ำ คู่กองหน้าวาง ดาวี่ เซลเค่ จับคู่ล่าตาข่ายกับ โยชัว ซาร์เกนท์ แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็กให้ เดดริก โบยาต้า ยืนคู่ ยอร์ดาน โตรูนาริห์กาจริง 


    ข้ามมาดู ”หญิงชรา” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่ปัจจุบันมี บรูโน่ ลาบบาเดีย เป็นเทรนเนอร์ สภาพทีมตอนนี้เหลือแค่ ซานติอาโก้ อัสกาซิบาร์ (กระดูกเท้า) กับ และ ยาไวโร ดิลโรซุน (กล้ามเนื้อต้นขา) ที่ชวด 

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ข่าวดีคือคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริง เดดริก โบยาต้า จะกลับมายืนคู่ ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา สามประสานแนวรุกให้ โดดี ลูเกบากิโอ, มาเธอุส คุนญ่า และ  มักซิมิเลี่ยน มิทเทิ่ลชตัดท์ คอยปั้นเกม หน้าเป้าจัด คริสตอฟ ปิออนเต็ก ดาวยิงโปแลนด์ประจำการ 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    
    
    เบรเมน (4-1-2-1-2) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, ลุดวิก ออกุสตินสัน – พาทริค เออร์ราส – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – ยูยะ โอซาโกะ – ดาวี่ เซลเค่,โยชัว ซาร์เกนท์

    เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์ 

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (4-2-3-1) : อเล็กซานเดอร์ ชโวลอฟ – ปีเตอร์ เปคาริก, เดดริก โบยาต้า, ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา, มาร์วิน พลัทเท่นฮาร์ดท์ – วลาดิเมียร์  ดาริด้า, ลูก้าส์ ตูซาร์ – โดดี ลูเกบากิโอ, มาเธอุส คุนญ่า, มักซิมิเลี่ยน มิทเทิ่ลชตัดท์ – คริสตอฟ ปิออนเต็ก

    เทรนเนอร์ : บรูโน่ ลาบบาเดีย 

 

พีพีทีวีผนึกบุนเดสลีกายิงสดยาว 5 ปี ประเดิมเสาร์ที่ 19 ก.ย.นี้!

พีพีทีวีจับมือบุนเดสลีกาอินเตอร์เนชันแนลเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในไทยยาวห้าปี ประเดิมนัดเปิดฤดูกาล เบรเมน พบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เสาร์ที่ 19 ก.ย. นี้!
  
ประกาศการลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดิน ช่อง PPTV HD 36 ซึ่งภายใต้สัญญาฉบับนี้ จะทำให้สถานี ฯ ซึ่งออกอากาศแบบฟรีทีวีสามารถถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทั่วประเทศเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดนัดแรกในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. นี้

พีพีทีวี จะถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกาอย่างน้อยสองนัดต่อสัปดาห์ รวมไปถึงเยอรมันซุปเปอร์คัพ และแมตช์เพล์ยออฟหนีการตกชั้นทั้งแมตช์เหย้าและเยือนด้วย นอกจากนี้ แฟนบอลชาวไทยก็จะสามารถรับชมรายการต่าง ๆ จากบุนเดสลีกาได้ตลอดทั้งฤดูกาล รวมทั้งภาพไฮไลต์ของบุนเดสลีกา นอกจากนี้ บุนเดสลีกา อินเตอร์เนชันแนล และ พีพีทีวี ก็จะร่วมกันผลิตรายการกีฬา พร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับแฟนบอลชาวไทย

โรเบิร์ต ไคล์น หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของบุนเดสลีกา อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับพีพีทีวีในฐานะสถานีโทรทัศน์พันธมิตรในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี ด้วยความเป็นผู้นำด้านคอนเทนท์กีฬาของสถานี ฯ เรามั่นใจว่าทางพีพีทีวีจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ของบุนเดสลีกาให้แก่แฟนบอลไทย เพื่อนำไปสู่การเติบโตของความนิยมฟุตบอลเยอรมันในประเทศไทยต่อไป"

 พลากร สมสุวรรณ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในสัญญาครั้งนี้กับทางบุนเดสลีกา ทั้งนี้ ทางสถานี ฯ ได้ร่วมงานกับบุนเดสลีกามาตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 แล้ว ซึ่งในปีนั้น สถานี ฯ เริ่มถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นปีแรกบนช่องดิจิตอลฟรีทีวี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้สร้างให้เกิดแฟนบอลบุนเดสลีกาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นตลอดมา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเพิ่มความนิยมของลีกยิ่งขึ้นไปอีก"

 
สำหรับฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลบุนเดสลีกาในเดือนกันยายนนี้ พีพีทีวี เตรียมถ่ายทอดสดถึง 4 คู่ ประเดิมด้วยนัดเปิดฤดูกาล ในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เวลา 20.30 น. เบรเมน พบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. เวลา 20.30 น. ไลป์ซิก พบ ไมนซ์ 05 สำหรับแมตช์ส่งท้ายเดือนในสัปดาห์ถัดไป วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. เวลา 20.30 น. เอาก์สบวร์ก พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อด้วยเวลา 23.30 น. ชาลเก้ 04 พบกับ เบรเมน 

 
พลาดไม่ได้กับการแข่งขันสุดมันส์กับการเปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีกสุดแกร่ง บุนเดสลีกา ติดตามได้ทาง พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 หรือชมสดออนไลน์ที่ https://www.pptvhd36.com

รักเพื่อนมากพอๆ กับ ฟาน เดอ เบ็ค! 5 แข้งเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อ นูริ

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์คนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความประทับใจให้กับหลายฝ่าย หลังจากที่เลือกใส่เบอร์ 34 กับต้นสังกัดใหม่ของเขา โดยเจ้าตัวบอกว่าสาเหตุที่เลือกเบอร์นี้เพราะอยากแสดงความรักที่มีต่อ อับเดลฮัค นูริ อดีตมิดฟิลด์ดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา และเพื่อที่จะได้มีความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกับเบอร์ของอดีตเพื่อนรักด้วย หลังจากที่ นูริ เคยใส่เบอร์ 34 ในตอนที่อยู่กับ อาแจ็กซ์
   
สำหรับ นูริ นั้น เป็นข่าวใหญ่พอตัวในโลกลูกหนังเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017 เพราะวันนั้นเขาได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ ในเกมอุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน แต่จู่ๆ เขาก็เป็นลมเพราะภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบว่าสมองบางส่วนของ นูริ ได้รับความเสียหายแบบร้ายแรง แถมยังเป็นความเสียหายแบบถาวรด้วย

ถึงแม้ นูริ จะได้ออกจากห้องไอซียูในวันที่ 27 กรกฎาคมของปี 2017 และสามารถหายใจได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย แต่เขาก็อยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา และไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ก่อนที่เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาจะฟื้นจากอาการโคมา และกลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านได้

นูริ ถือเป็นเพื่อนที่ดีของนักเตะหลายคน เพราะที่จริงนอกจาก ฟาน เดอ เบ็ค แล้วนั้น มันยังมีอีก 5 คนที่เคยเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อเป็นการแสดงความรักที่มีต่อเขาเช่นกัน ลองไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง

 – จัสติน ไคลเวิร์ต
หนึ่งในผลผลิตที่โด่งดังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของ อาแจ็กซ์ ไคลเวิร์ต เข้าอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ หลังจาก นูริ ได้ 2 ปี รวมถึงได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ช้ากว่าอีกฝ่ายราว 1 ปี และตอนที่ นูริ มีอาการป่วยสุดช็อกนั้น ไคลเวิร์ต ก็เริ่มเป็นที่จับตามองของหลายทีม ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปอยู่กับ โรม่า ในปี 2018

ทั้งนี้ ด้วยความรักที่มีต่อเพื่อน ไคลเวิร์ต จึงขอเลือกสวมเบอร์เสื้อ 34 ในฤดูกาลแรกของเขากับ โรม่า ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ 2 ประตู จากการลงเล่น 35 นัดในทุกรายการในซีซั่น 2018-19 แต่พอฤดูกาลต่อมาเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 99 และยังใส่เบอร์นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเบอร์ 34 ของ โรม่า ในตอนนี้ไร้เจ้าของ

– อามิน ยูเนส
ยูเนส ย้ายจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ ในปี 2015 และแม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ แต่ช่วงเวลาราว 2 ปีที่ได้ร่วมงานกับ นูริ ในสีเสื้อของ อาแจ็กซ์ ก็ทำให้ ยูเนส รักแข้งรายดังกล่าวไม่แพ้กับนักเตะคนอื่นๆ ของทีมดังแห่งลีกฮอลแลนด์

ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่เขาย้ายจาก อาแจ็กซ์ มาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 2018 ยูเนส ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 และเขาก็ยังใส่เสื้อตัวดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่สมัยอยู่กับ อาแจ็กซ์ เขาถึงขั้นเคยได้เป็นเจ้าของเบอร์ 11 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ฮิตกันพอตัว โดยตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับ นาโปลี ใหม่ๆ นั้น เจ้าของเบอร์ 11 ก็คือ อดัม อูนาส และหากว่ากันตามตรงแล้ว อูนาส ก็ไม่ใช่นักเตะที่โด่งดังอะไรมากนัก หรือก็คีอจริงๆ แล้วถ้าเกิด ยูเนส อยากจะใส่เบอร์ 11 ของ นาโปลี ในตอนนั้น เขาก็น่าจะได้มันมาครองแบบไม่ยากเย็น แต่เจ้าตัวก็ยังเลือกจะใส่เบอร์ 34 อยู่ดี

– เควิน ดิ๊คส์
กรณีนี้ต่างไปจากพวกสักหน่อย เพราะ ดิ๊คส์ ไม่เคยอยู่กับ อาแจ็กซ์ มาก่อน แต่เขาก็สนิทสนมกับ นูริ ในตอนที่เล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีด้วยกัน โดยที่ นูริ ถือเป็นดาวเด่นของ ฮอลแลนด์ ชุดนั้นด้วย เพราะทำไป 9 ประตู จากการลงเล่น 19 นัด

 สำหรับ ดิ๊คส์ นั้น ที่จริงเขาบรรลุข้อตกลงย้ายจาก วิเทสส์ อาร์เน่ม ไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 โดยตอนแรกเขาเลือกเบอร์ 17 แต่พอเพื่อนซี้ของเขาป่วยหนักในปี 2017 แล้วนั้น เจ้าตัวก็ขอเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 34 ของ ฟิออเรนติน่า ในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งเป็นตอนที่เขากลับมาจากการเล่นให้ เฟเยนูร์ด ด้วยสัญญายืมตัวแล้ว

แม้ว่าในซีซั่น 2018-19 กับ 2019-20 เขาจะโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอ็มโปลี และ อาร์ฮุส (ทีมในประเทศเดนมาร์ก) ตามลำดับ แต่ ดิ๊คส์ ก็ยังขอใส่เบอร์ 34 ในตอนที่ไปเล่นกับ 2 ทีมนั้นเช่นกัน

– ฟิลิปป์ แซนด์เลอร์
ก่อนจะไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของ พีอีซี ซโวลล์ ในปี 2016 นั้น แซนด์เลอร์ เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ และมันก็ทำให้เขาเคยร่วมงานกับ นูริ อยู่พักหนึ่งเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แซนด์เลอร์ จึงตัดสินใจที่จะขอเบอร์ 34 จาก แมนฯ ซิตี้ ในตอนที่ย้ายมาอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" ในปี 2018 และเขาก็ได้รับเบอร์นั้นทันที

แม้ว่าในฤดูกาลก่อน แซนด์เลอร์ จะโดนปล่อยไปเล่นกับ อันเดอร์เลชท์ ด้วยสัญญายืมตัว แต่เขาก็ยังเลือกใส่เบอร์ 34 เหมือนเดิม จนเป็นการตอกย้ำว่าเขาคิดถึง นูริ เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมงานกับอีกฝ่ายในทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เลยก็ตาม

– โจเอล เฟลท์แมน
เฟลท์แมน เข้าไปอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2001 แล้วจากนั้นก็ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 นั่นทำให้เขาเคยได้ร่วมงานกับ นูริ เยอะพอตัว และเขาก็เป็นเหมือนรุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่งของอดีตดาวเตะชาวดัตช์

ทั้งนี้ สถานการณ์ของ เฟลท์แมน คล้ายกับ ฟาน เดอ เบ็ค พอตัว เพราะเขาเพิ่งได้ย้ายมาอยู่กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ ไบรท์ตันฯ จ่ายค่าฉีกสัญญาของเขาที่ราว 900,000 ปอนด์ และ เฟลท์แมน ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 หลังจากก่อนหน้านี้เขาใส่เบอร์ 3 หลายปี

นั่นหมายความว่าในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเจอกับ ไบรท์ตันฯ ในซีซั่น 2020-21 นั้น เจ้าของเบอร์ 34 ของทั้ง 2 ทีมก็อาจจะได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง และวันนั้นก็น่าจะเป็นวันที่มีเรื่องให้พูดถึงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

เพื่อนกันตลอดไป ! เหตุผลสำคัญ ฟาน เดอ เบ็ค เลือกใส่เบอร์ 34

"เพื่อนกันไม่ได้เป็นกันแค่วันสองวัน แต่มันคบกันจนวันตาย" นี่คือเหตุผลที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ เรียกร้องขอสวมเสื้อหมายเลข 34 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อับเดลฮัค นูริ เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย
    ฟาน เดอ เบ็ค กับ นูริ เป็นเพื่อนซี้ปึ้กกันตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยฝ่ายหลังต้องเจอกับช่วงเวลาที่สุดเลวร้ายเมื่อต้องอยู่ในอาการโคม่าหลับไป 2 ปี 8 เดือน กับอีก 19 วัน หลังมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนวูบลงคาสนามในเกมที่ตนสังกัด อุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017

    จากอาการป่วยดังกล่าวทำให้ นูริ ต้องตกอยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา ก่อนที่จะฟื้นตัวเริ่มกลับมาสื่อสาร และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาต้องจบลงอย่างรวดเร็ว

    แม้เส้นทางของลูกหนังของ นูริ จะสิ้นสุดไปแล้วแต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่เคยจางหายไป โดยตอนนี้เพื่อนรักของเจ้าตัวกำลังไปได้สวยกับอาชีพพ่อค้าแข้ง เพราะล่าสุดนักเตะจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก

    ช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวกำลังจะย้ายมาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" ฟาน เดอ เบ็ค ถูกคาดการณ์เกี่ยวกับหมายเลขเสื้อที่เขาจะใส่ให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยเสื้อเบอร์ 6 ที่เขาใส่ตอนที่เล่นให้ อาแจ็กซ์ คงหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะเป็นเบอร์เสื้อที่ ปอล ป็อกบา ใช้อยู่

    ขณะที่เสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ก็คงเก็บเอาไว้ให้กับนักเตะที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดโดยว่ากันว่าน่าจะเป็น เจดอน ซานโซ่ ส่วนเบอร์ 11 ก็ยังว่าง แต่คาดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเก็บเอาไว้ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ปัจจุบันสวมหมายเลข 26

    อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการคาดเดากันเองจากสื่อ เพราะจริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค มีหมายเลขที่อยู่ในใจของเขามาตลอด นั่นก็คือเสื้อหมายเลข "34" ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัย 23 ปี ถึงเลือกหมายเลขนี้ แต่ทุกอย่างเฉลยออกมาแล้วว่าเหตุผลสำคัญก็คือเขาต้องการให้เกียรติ นูริ เพื่อนรัก และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรแท้ของพวกเขาไม่เคยจางหายไป

    ฟาน เดอ เบ็ค เปิดใจถึงเหตุผลที่ว่าทำไหมเบอร์ 34 ถึงมีความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ "เขา (อับเดลฮัค นูริ) ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และเราได้นั่งใกล้กันในห้องแต่งตัวตอนที่อยู่ในเดอ ทูคอมสท์ (อะคาเดมี่อาแจ็กซ์) ผมขอใส่เสื้อเบอร์ 34 เพราะเป็นแชมป์สมัยที่ 34 ซึ่งเราทำได้สำเร็จ"

    "หลังจากที่เขาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ผมยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดที่จะทิ้งอาแจ็กซ์ จนกระทั่งเราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผมต้องการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 เราทุกคนเล่นเพื่อ แอพพี (ชื่อเล่นของ นูริ) ผมอยากได้แชมป์ (ลีก ดัตช์) มากๆ"

    "ผมมักจะแวะไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และในช่วงปิดฤดูกาลผมอาจจะไปพบกับ แอพพี ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองผมไม่อยากไปเยี่ยมเขา เพราะเมื่อผมเห็นเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ผมเสียใจหนักมากถึง 2 สัปดาห์ ผมนอนไม่หลับเลย มันช่างเจ็บปวดและผมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"

    "ผมอยากอยู่กับเขาทุกวัน เพราะผมคิดถึงเขามาก แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าผมอยู่กับเขา ผมก็จะได้คุยกับเขา และได้เห็นรอยยิ้มของเขา ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากมากๆ เวลาที่ผมเสียใจผมจะหยุดทุกอย่าง ผมไม่เคยต้องพบกับจิตแพทย์ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่ดูแลผมเป็นอย่างดี พวกเขาจะอยู่เคียงข้าง และฟังผมเมื่อผมต้องการ" ฟาน เดอ เบ็ค กล่าว

     นอกจากนี้ สตาร์แห่งอนาคตชาวดัตช์ ยังยกย่อง นูริ ว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และมีจิตใจงดงาม แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับเรื่องไม่คาดฝันทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป "แอพพี เป็นเด็กที่มีความสุขมาก เขาดีกับทุกๆ คน เป็นนักเตะชั้นยอด และเป็นคนดีมากๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้นเขามักจะไปเยี่ยมคุกเพื่อแนะนำให้เด็กวัยรุ่นกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง และจุดประกายโอกาสของพวกเขา"

    "เขามักใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่มีอาการป่วย และเด็กพิการ ผมยังจดจำเรื่องเหล่านั้นได้เสมอ ผมคิดว่ามันช่วงเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ กับเรื่องที่เขาทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกล้องทีวี และช่างภาพอยู่ที่นั่น ตอนที่พี่ชายของผม โรดี้ ป่วย แอพพี มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย"

    "เขาดีใจมากๆ ตอนที่ได้พบน้องสาวคนเล็กไปโรงเรียน และไปรับพวกเธอ รวมทั้งซื้อของขวัญให้กับพวกเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ผมแปลกใจมากๆ ทำไมเรื่องนี้ (อาการป่วย) ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันมักจะเกิดขึ้นกับคนดีๆ แอพพี อยากทำเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆ คน และเขาก้ไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง และโกรธมากๆ" ดาวเตะชาวดัตช์ ระบุ

    ความสัมพันธ์และความจริงใจที่ ฟาน เดอ เบ็ค มีให้กับ นูริ มันแสดงให้เห็นว่า "เพื่อนแท้" มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

เชลซีพึ่งปาฏิหาริย์! “ชิรูด์” พร้อมล่า,บาเยิร์นลุ้น “เลวานฯ” อัดซ้ำ รอบ16ทีม ชปล.

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี อาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์หลังนัดแรกแพ้มายับเยินโดยเตรียมส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงล่าตาข่ายเกมบุกถิ่น "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2) วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. ศกนี้  (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2)
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
บาเยิร์น มิวนิค   –   เชลซี
(ผลนัดแรก บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 3-0 )

 

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค เทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค พาทีมบุกไปถล่มเชลซีตุนไว้ก่อนถึง 3-0 ในนัดแรก ก่อนเตรียมความพร้อมในเกมนี้ด้วยการเบียดชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 ในเกมลับแข้งล่าสุด 
   
    ฟลิค หมดสิทธิ์ส่ง คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกทีมชาติฝรั่งเศส ลงเล่นนัดเปิดบ้านปะทะเชลซี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้

    สำหรับโกมัน ปีกวัย 24 ปี ลงเล่นเกมนี้ไม่ได้ เนื่องจากเขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่ได้ลงสนามฝึกซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ทำให้เสือใต้น่าจะส่ง อิวาน เปริซิช ลงเล่นแทน

    ขณะที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส วัย 24 ปี บาดเจ็บข้อเท้า ลงเล่นไม่ได้เช่นเดียวกัน

    ด้าน โยชัว คิมมิช และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า 2 แข้งสำคัญต้องระวังตัว เพราะถ้าโดนจดชื่อเพิ่มก็จะโดนแบนในรอบต่อไปทันที

    ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, เลออน โกเร็ทซ์ก้า, โธมัส มุลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซี พาทีมแพ้บาเยิร์น มิวนิคคารัง 0-3 ในนัดแรก ก่อนแพ้อาร์เซน่อล 1-2 ในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการแพ้นัดที่ 2 ในรอบ 5 เกม

    สภาพทีมเกมนี้ แลมพ์สเจอปัญหาเพียบเลย เมื่อจะไม่มีทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คริสเตียน พูลิซิช และ เปโดร โรดริเกซ ที่เดี้ยงเพิ่มมาจากเกมล่าสุด เช่นเดียวกับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และ บิลลี่ กิลมอร์ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

    ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แม้จะกลับมามีชื่อสำรองแล้ว แต่ก็ยังต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ วิลเลี่ยน ที่ไม่สมบูรณ์

    ตำแหน่งคนเฝ้าเสายังน่าสนใจเหมือนเดิม วิลลี่ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนไตน์ตัวเก๋า แม้จะเป็นมือ 2 แต่ก็อาจได้โอกาสต่อเนื่องอีกเกม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, อัลฟงโซ่ เดวิส – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาร์บี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 
   
    เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  

    ผู้ตัดสิน : คูเน็ย์ต ชาคีร์ (ตุรกี)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
26/02/20    ชปล.เชลซี0-3บาเยิร์น มิวนิค
25/07/17    ไอซีซีเชลซี2-3บาเยิร์น มิวนิค
31/08/13    ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ บาเยิร์น มิวนิค 2-2 เชลซี
20/05/12    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค 1-1 เชลซี
12/04/05    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค3-2เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาเยิร์น มิวนิค
31/07/20 ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
20/06/20 ชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 (เหย้า) บุนเดสลีกา
17/06/20 ชนะ เบรเมน 1-0 (เยือน) บุนเดสลีกา

เชลซี
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
14/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

4ทางเลือกแทน’ปาวาร์’ของเสือใต้

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิค ยังมีการบ้านต้องทำสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้โดยเฉพาะการเลือกตัวแทนของ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศสที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อม

บาเยิร์น มิวนิค พบข่าวร้ายจากการสูญเสียแบ็กขวาตัวจริง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ซึ่งบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและกองหลังวัย 24 ปีจะต้องพักอย่างน้อย 3 สัปดาห์

ปาวาร์ แบ็กขวาดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เขามีส่วนสำคัญต่อการนำทีมยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียคว้า ‘ดับเบิ้ลแชมป์’ ซีซั่นที่ผ่านมา หลังการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสร ซึ่งเป็นการฟาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 8 ปีติดต่อกัน ก่อนสอยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 ด้วย

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้ปล่อยลูกทีมพักหลังเกมชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายราว 2 สัปดาห์ก่อนเรียกระดมพลเตรียมพร้อมสำหรับการลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้

ก่อน ฟลิค จะได้รับข่าวร้ายจากการเดี้ยงของ ปาวาร์ หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้แบ็กวัย 24 ปีต้องพักประมาณ 3 สัปดาห์ นั่นเป็นการบ้านของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ต้องหาตัวแทนลงประจำการแบ็กขวาสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนหน้า

สำหรับการลงเล่นรอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับเทรนเนอร์ทีมเสือใต้มากนัก หลัง บาเยิร์น มิวนิค บุกขย่ม เชลซี ถึงถิ่นมาด้วยสกอร์ 3-0

ทว่าความกังวลน่าจะอยู่ที่การลงเล่นรอบควอเตอร์ไฟนัลมากกว่า เนื่องจากมีแนวโน้มสูงว่าทีมเสือใต้จะเผชิญหน้ากับของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า ถ้าหากฟ้าไม่ผ่ากลาง ‘คัมป์ นู’ จนทำให้ทัพอาซูลกราน่าร่วงตกรอบไปซะก่อนในการลงเล่นกับ นาโปลี รอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จากนั้นยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าจะไปตามนัดกับทีมเบิ้มจากแคว้นบาวาเรียที่กรุงลิสบอนในวันที่ 14 สิงหาคม

ดังนั้น ฮันซี่ ฟลิค จึงมีเวลาซักซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับเกมสำคัญพอสมควรโดยเฉพาะการเลือกเฟ้นนักเตะที่จะลงเล่นตำแหน่งแบ็กขวาแทน ปาวาร์ ซึ่งเทรนเนอร์วัย 55 ปีมี 4 ตัวเลือกพร้อมใช้งาน ส่วนมีใครกันบ้างไปดูกันครับ

1.โยชัว คิมมิค
 คิมมิค ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตำแหน่งแบ็กขวาและจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค เนื่องจากกองหลังวัย 25 ปีเป็นแบ็กขวาเบอร์หนึ่งของทีมชาติเยอรมันและทัพเสือใต้ ก่อน ฟลิค จะตัดแต่งพันธุกรรมปรับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเหมือนกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยขยับ ฟิลิปป์ ลาห์ม จากแบ็กขวาสู่มิดฟิลด์ตัวกลางและประสบความสำเร็จด้วยดี

 ชัดเจนว่า คิมมิค คุ้นเคยกับการเล่นตำแหน่งดังกล่าวและเป็นตัวทดแทนที่สมบูรณ์แบบของ ปาวาร์ ในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสทำ 4 ประตูและอีกหลายแอสซิสต์จากการลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมา จุดแข็งของ คิมมิค คือการรักษาตำแหน่งดีและยังช่วยเติมเกมรุกทางกราบขวาถึงกรอบเขตโทษคู่แข่งแบบสม่ำเสมอ แรงดีไม่มีตก โดยมีผลงานฐานะกองหลังที่เคยทำถึง 13 แอสซิสต์บนเวทีบุนเดสลีกาซีซั่น 2018-2019

 ดังนั้น คิมมิค จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค โดยเฉพาะแมตช์ดวลกับ บาร์เซโลน่า ที่เกมป้องกันฝั่งขวาของทีมเสือใต้จะต้องมีหน้าที่รับมือกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซุปตาร์ของทัพอาซูลกราน่าโดยตรง

ทว่า คิมมิค ถูกปรับบทบาทไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ด้วยการลงเล่นตำแหน่งดังกล่าว 34 จากการลงเล่นทุกรายการซีซั่นล่าสุด 47 เกม แข้งวัย 25 ปียังชื่นชอบกับบทบาทใหม่ด้วยและยังได้พัฒนาความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมทั้ง เลออน โกเร็ตซ์ก้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เป็นอย่างดีด้วย

 อย่างไรก็ตาม ฮันซี่ ฟลิค ไม่ใช่เทรนเนอร์ประเภทที่ชอบปรับหลายตำแหน่งพร้อมกัน ถ้าหากเขาเลือกถอย คิมมิค กลับไปเล่นแบ็กขวา เขาก็ต้องหานักเตะคนอื่นที่จะมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อทีม ยกตัวอย่างช่วงที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาดเจ็บ เทรนเนอร์ทีมเสือใต้เลือกแก้ปัญหาด้วยการส่ง โยชัว เซิร์คซี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวดัตช์ลงเล่นแทนดาวยิงชาวโปล โดยไม่คิดโยก โธมัส มุลเลอร์ หรือ แซร์ช นาบรี้ มาเล่นตำแหน่งของ เลวานดอฟสกี้ เพื่อรักษาความเข้าใจระหว่างนักเตะและระบบขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ

 คิมมิค อาจเป็นผู้เล่นที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีกระดับ กองหลังวัย 25 ปีเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นกว่าเดิมแบบไม่มีข้อสงสัย แต่เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กขวาในยุคของ ฮันซี่ ฟลิค

 2.อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า
 บาเยิร์น มิวนิค ดึง โอดรีโอโซล่า มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นความโชคร้ายของแบ็กขวาชาวสเปนวัย 24 ปีที่ย้ายหนีม้านั่งสำรองในมาดริดมาก้นด้านต่อที่มิวนิค หลังมีโอกาสลงเล่นบุนเดสลีกาแค่ 3 เกม รวมเวลาในสนามเพียง 156 นาทีเท่านั้น

 ‘เราต้องการแบ็คอัพ’ ฮันซี่ ฟลิค เปิดเผยถึงการเซ็นสัญญากับแบ็กชาวสเปนหลังเขาเดินทางมาถึงมิวนิค ‘เขาฝึกซ้อมเป็นอย่างดีและทำทุกอย่างได้ดี มันเป็นเรื่องดีที่จะรู้ว่าคุณมีตัวเลือกและมันเป็นบทบาทที่เขาน้อมรับ เราคุยกันเรื่องนี้ ผมต้องบอกว่าเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นมืออาชีพมาก ดังนั้นผมจึงแฮปปี้กับเขา’

 โอดรีโอโซล่า ก้มหน้ารับบทบาทสำรองของ ปาวาร์ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด โดยมีโอกาสลงสนามเพียง 3 นัดตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นการตอบแทนทัศนคติที่ดีของแบ็กชาวสเปนด้วยการส่งลงเล่นตัวจริงในเกมปิดฤดูกาลนัดที่ 34 กับ โวล์ฟสบวร์ก ทว่าเป็นการลงสนามราวหนึ่งชั่วโมง

‘เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ง่ายนักในมิวนิค แต่เขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึกซ้อมและเข้าหาทุกอย่างด้วยทัศนคติที่มีความเป็นมืออาชีพมาก’ ฟลิค กล่าวถึงแบ็กขวาชาวสเปน

 ไม่ต้องสงสัยเลยว่า โอดรีโอโซล่า มีคุณภาพฝีเท้าพอที่จะลงทำหน้าที่แทน ปาวาร์ ทว่านักเตะส่วนใหญ่จำเป็นต้องการลงสนาม 2-3 เกม เพื่อค้นหาจังหวะการเล่นของพวกเขา ขณะที่แบ็กวัย 24 ปียังขาดการเล่นในสนามจึงอาจไม่ใช่การเตรียมตัวดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรายการสำคัญอย่างแชมเปี้ยนส์ลีกและยังไม่มีนักเตะทีมเสือใต้ลงสนามมาตั้งแต่เกมชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดแมตช์อุ่นเครื่องกับ มาร์กเซย ของฝรั่งเศสในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมเพื่อเคาะสนิมแข้งก่อนลงบู๊กับ เชลซี ในช่วงสัปดาห์ถัดไป

3.เยโรม บัวเต็ง
 เวลาในการเล่นไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง ในซีซั่น 2019-2020 แม้ว่าเขาจะอายุ 31 ปีและลดระดับความสำคัญจากแนวรับคนสำคัญของ บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่น 2018-2019 ก่อนที่เขาจะพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าหลังการบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวของ นิคลาส ซือเล่ และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง บัวเต็ง กลับมาลงเล่นตัวจริง 23 เกมนำไปสู่การคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา 8 ปีติดต่อกันสำเร็จ

 บัวเต็ง ยังได้คำรับเสียงชื่นชมจาก ฮันซี่ ฟลิค จากผลงานที่ผ่านมาของกองหลังวัย 31 ปี ‘เขาแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้ในระดับสูงและเขายังเล่นได้ดีมาก’

 อย่างไรก็ตามการลงเล่นตลอดซีซั่น 2019-2020 บัวเต็ง ทำหน้าที่ฐานะเซนเตอร์เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองหลังวัย 31 ปีจะไม่สามารถเล่นตำแหน่งแบ็กขวา หลัง บัวเต็ง เคยเล่นตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว 58 เกมตลอดอาชีพของเขา

แน่นอนว่าถ้าเน้นเฉพาะเกมป้องกันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง แต่ถ้าหากจะใช้ประโยชน์ในการเติมเกมรุกเหมือนฟูลแบ็กสมัยใหม่ อาจมีเครื่องหมายคำถามสำหรับกองหลังวัย 31 ปี

 สถานะปัจจุบันของ บัวเต็ง คือการเล่นเซนเตอร์คู่กับ ดาวิด อลาบา ซึ่งเป็นปราการหลังตัวกลางคู่แรกในใจของ ฮันซี่ ฟลิค กรณีที่ นิคลาส ซือเล่ ยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นเต็ม 90 นาที อีกทั้ง บัวเต็ง ที่มีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้วยังไม่เหมาะกับการเล่นด้านข้างด้วย ดังนั้นการขยับกองหลังวัย 31 ปีมาเล่นแบ็กขวาแทน ปาวาร์ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเทรนเนอร์วัย 55 ปี

4.คริส ริชาร์ดส์
 เด็กหนุ่มวัย 20 ปีเป็นกองหนุนที่ยอดเยี่ยมของ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา แม้บทบาทส่วนใหญ่คือการลงเล่นกับ บาเยิร์น สมัครเล่น ในฤดูกาล 2019-2020 ก็ตาม เขาลงเล่น 30 เกมและมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีกาสาม เยอรมัน ซึ่งกองหลังดาวรุ่งชาวมะกันลงเล่นเป็นเซนเตอร์ส่วนใหญ่ แต่ถูกขยับมาเล่นแบ็กขวา 12 เกม

 ฮันซี่ ฟลิค ชื่นชอบเด็กคนนี้มาก โดยเรียก ริชาร์ดส์ เป็น 1 ใน 5 นักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่นั้น เทรนเนอร์วัย 55 ปี ยังส่งชื่อแนวรับวัย 20 ปีติดโผชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมเยือน แวร์เดอร์ เบรเมน นัดที่ 32 ของซีซั่น แต่เขาเป็นผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม ก่อนทีมเสือใต้จะบุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0

วันที่เด็กหนุ่มจาก แอลาบาม่า รอคอยมาถึงในอีก 3 วันต่อมาหลัง ฮันซี่ ฟลิค ส่งลงสนามแทน ฆาบี มาร์ตีเนซ ช่วง 6 นาทีสุดท้ายของเกมชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 นัดที่ 33 ของฤดูกาล

 ‘นับตั้งแต่พวกเขาลงฝึกซ้อมกับเรา คุณภาพพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ ฟลิค พูดถึงเด็กๆ ‘(จามาล) มูเซียล่า และ ริชาร์ดส์ ทั้งคู่ต่างอยู่บนเส้นทางที่ดีมาก ดังนั้นเราจึงให้รางวัลพวกเขาสำหรับการเป็นผู้เล่นสำรองให้พวกเขามีโอกาสเห็นว่าบุนเดสลีกาเป็นอย่างไร พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขายังมีหนทางอีกยาวไกลและยังต้องทำงานอีกมา ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค’

จากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แสดงความชัดเจนว่า คริส ริชาร์ดส์ ยังไม่พร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาท้าทายเพื่อเป็นตัวแทนของ ปาวาร์ ในตอนนี้ แต่กองหลังวัย 20 ปีน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันทีมเสือใต้ในอนาคตแน่นอน

 ดังนั้นจาก 4 ตัวเลือกข้างต้นของ ฮันซี่ ฟลิค ถ้าพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งข้อดี, ข้อเสีย บวกกับแนวทางการทำงานของเทรนเนอร์วัย 55 ปี คาดว่า อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า มีโอกาสลงทำหน้าที่แทน แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ มากกว่า 3 คนที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับแบ็กชาวสเปนว่าจะฉวยโอกาสได้ดีเพียงใดเท่านั้น

ชีวิตหลงทางผิด..พ่อป่วยหนัก เป็นตัวแถมที่ใครไม่เอา

ในบรรดานักฟุตบอลดาวรุ่งเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ "โก้" สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ จัดเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งระดับแถวหน้าที่น่าจับตามองในฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและลูกยิงไกลที่เรียกกันว่า "ลูกไฟ" ติดตาแฟนบอลในหลาย ๆ ประตู
    เส้นทางฟุตบอลของ "เจ้าโก้" เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ คุณพ่อจะเป็นคนคิดตำราขึ้นมาสอนลูกชายทั้ง 3 คน ซึ่งประกอบด้วยคนโต ปกเกล้า คนกลาง บารมี และคนเล็ก คือตัวของ สรรเสริญ และทุกคนก็เล่นในตำแหน่งกองกลางด้วยกันทั้งหมด

    จนเมื่ออายุ 12-13 ปี มีโอกาสโชว์ฟอร์มเข้าตาโค้ชทีมเยาวชนจากนิวซีแลนด์ และถูกทาบทามไปเรียนและเล่นที่นั่น ด้วยสัญญา 3 ปี โดยการชักชวนของ วินสตัน ลูเฟอร์ อดีตดาวเตะทีมเบรเมน ในบุนเดสลีกา ของเยอรมัน โดยไปกัน 2 คนพี่น้อง บารมี และ สรรเสริญ

    แม้สัญญาจะเซ็นกัน 3 ปี แต่ 2 คนพี่น้องตระกูล ลิ้มวัฒนะ ได้อยู่ 4 ปีที่นิวซีแลนด์ โดยปีสุดท้ายมีโอกาสได้เล่นในลีกสูงสุดของนิวซีแลนด์ แต่เล่นไปแค่ 3 แมตช์ ดันเจ็บยาว ประกอบกับคุณย่าแท้ ๆ เสียชีวิต จึงตัดสินใจเดินทางกลับไทย ทิ้งการเล่นฟุตบอล และการเรียนที่ยังไม่จบในระดับม.ปลายไปด้วย

    เมื่อกลับมา "เจ้าโก้" มีอายุ 17 ปี ได้เล่นให้กับ ศรีราชาบ้านบึง รุ่นเดียวกับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ในดิวิชั่น 1 ก่อนจะย้ายไปพร้อมกับพี่ชาย บารมี ไปที่บุรีรัมย์

    จากบุรีรัมย์เล่นไปเกือบ 2 ปี เจ้าตัวย้ายออกมาอยู่กับแบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ถูกยืมไปเล่นพิจิตร เอฟซี กลับมาเล่นแบงค็อก อีก 1 ปี ก็ถูกปล่อยยืมไป อุบล ยูเอ็มที 1 ปี และยืมไปสุโขทัย เอฟซี อีก 1 ปี กลายเป็นนักเตะจอมพเนจร เมื่อหมดสัญญากับแบงค็อก จึงย้ายมาอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี

    การย้ายมาท่าเรือครั้งนี้ มีข่าวว่า เจ้าตัวถูกแถมมากับดีลการซื้อ สุมัญญา มาอยู่ท่าเรือ ทั้งที่เจ้าตัวเคยโด่งดังกับการเล่นให้ทีมเยาวชนไทย 17 ปี, 19 ปี, 21 ปี และ 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย


    สิ่งที่ทำให้ "เจ้าโก้" สรรเสริญ ไปไม่ไกลเท่าที่หลาย ๆ คนคาดหวัง เจ้าตัวเปิดใจว่า มาจากการใช้ชีวิตกินเที่ยวกลางคืน เหมือนคนเก็บกด เพราะตอนย่างวัยรุ่นอยู่ที่นิวซีแลนด์ไม่มีเงินใช้จ่าย ไม่ได้เที่ยว เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย มีโอกาสได้อยู่ทีมใหญ่อย่างบุรีรัมย์ และแบงค็อก ได้เงินเดือนสูง ทำให้เจ้าตัวเที่ยวสะบัด

    "ผมเที่ยวกลางคืนทุกครั้งที่ว่าง ใช้ชีวิตแบบเสเพลสุด ๆ บางทีก็มีอาการแฮ้งค์ตอนมาซ้อม มีผลต่อสภาพร่างกายชัดเจน ผมซ้อมหนักแบบคนอื่นไม่ไหว ทำให้ถูกปล่อยยืมเป็นว่าเล่น กลายเป็นทีมต้นสังกัดไม่ต้องการ แต่ตอนนั้นก็ยังติดเที่ยวไม่ได้คิดอะไร"

    จุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าตัวคิดได้ คือ เมื่อมาอยู่ท่าเรือ แบบแถมมาในแพ็คเกจของ สุมัญญา นั่นคือสิ่งที่ทำให้ กองกลางดาวรุ่งรายนี้คิดได้

    "ผมมานั่งคิดว่า ทำไมผมเป็นนักเตะที่ไม่มีทีมไหนเอา เหมือนเขาไล่ผมไปอยู่ทีมโน้นทีมนี้ ผมก็อยากเล่นให้กับทีมตัวเองบ้าง อย่างท่าเรือแม้จะได้ข่าวว่าแถมมา แต่ผมต้องขอบคุณ มาดามแป้ง คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ที่ให้โอกาสผมอีกครั้ง"

    "อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเลิกเสเพล คือ คุณพ่อผมป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ทำให้ผมอยากทำอะไรเพื่อให้พ่อที่คอยปลุกปั้นผมมาจนถึงทุกวันนี้ได้ชื่นใจบ้าง และสองอย่างนี้คือ เหตุผลที่ทำให้ผมเปลี่ยนตัวเอง เลิกเที่ยว และหันมาฟิตซ้อมดูแลร่างกายตัวเองเต็มที่ จากปีที่แล้วน้ำหนักผม 78 ก.ก. ตอนนี้เหลือ 69 ก.ก.แล้ว เหมือนผมกลับมาเริ่มที่ศูนย์ใหม่ และเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตอนนี้ผมอายุ 23 ปีแล้ว ผมยังเชื่อว่าผมจะกลับมาได้ ผมอยากจะโชว์ฟอร์มเป็น "นิวโก้" เพื่อยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ของการท่าเรือ และอยากติดทีมชาติชุดใหญ่กับเขาสักครั้งหนึ่ง"

 

เรอัลเอาแน่เอ็มบัปเป้,ลิเวอร์พูลมีลุ้นราชิซ่า!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

งานนี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีลุ้นทีเดียว หากคิดจะเอาจริงกับการล่าตัว มิลอต ราชิซ่า ดาวเตะเนื้อหอม แวร์เดอร์ เบรเมน เพราะตัวนักเตะกระสันเหลือเกินที่จะย้ายทีม ส่วน เรอัล มาดริด เอาแน่ๆ กับในรายของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพิ่มทางเลือกสำรองอีกราย หากวืด เจดอน ซานโช แต่จะเป็นใครนั้น เรามาหาคำตอบกันในอัพเดตข่าวสารตลาดนักเตะลีกยุโรปเที่ยวล่าสุด

 – เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีแผนที่จะอำลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาลนี้ ต่อให้ต้นสังกัดโดนแบนเตะถ้วยยุโรป 2 ซีซั่นก็ตาม (Sporza)

 – ขณะที่ จอห์น สโตนส์ เซนเตอร์แบ็ก "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่คิดที่จะย้ายทีมเช่นกัน ถึงแม้กำลังได้รับความสนใจจากทั้ง อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน (Daily Mail)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เล็ง อุสมาน เดมเบเล่ ปีก บาร์เซโลน่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำรอง หากวืดแข้งเป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Daily Star)

 – นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพร้อมเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ในการล่าตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาเสริมทัพ (Sun)

 – บาร์เซโลน่า ตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกดาวดัง อินเตอร์ มิลาน ได้เรียบร้อย แต่ดีลนี้ขึ้นอยู่กับว่า บาร์ซ่า จะสามารถขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน (ปัจจุบันอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว) ได้หรือไม่ (ESPN)

 – เรอัล มาดริด วางแผนที่จะซื้อทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า กองกลางดาวรุ่ง แรนส์ ช่วงซัมเมอร์ปี 2021 พร้อมบอกกับทั้งสองว่า อย่าเพิ่งรีบเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด (Sport)

 – เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ลูก้า โยวิช หัวหอกเลือดเซิร์บของ เรอัล มาดริด มาเสริมแนวรุกหลังจบฤดูกาลนี้ โดยได้มีการติดต่อกับเอเจนต์ของตัวนักเตะแล้ว (Daily Star)

 – ขณะที่ "ราชันชุดขาว" ก็พร้อมพิจารณาโละ โยวิช พ้นถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว หลังจากที่ตัวนักเตะทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดยฤดูกาลนี้ กองหน้าวัย 22 ปี ทำได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 25 นัด ทั้งที่ย้ายมาจาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวมหาศาล 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน (Marca)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมออกล่าตัว ดาวิด อลาบา ฟูลแบ็ก บาเยิร์น มิวนิค หลังจบฤดูกาลนี้ โดยกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มองตำแหน่งแบ็กซ้ายเป็นจุดที่ต้องเสริม (Daily Mirror)

 – นอกจากนี้ "เรือใบสีฟ้า" ยังพร้อมเปิดศึกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในการล่าตัว ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ห้องเครื่อง เซาธ์แฮมป์ตัน เนื่องจาก กวาร์ดิโอล่า กำลังต้องการผู้เล่นมิดฟิลด์แบบ "บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์" โดยคาดว่า "นักบุญ" ตั้งค่าหัว ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กวัย 24 ปี ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 585 ล้านบาท) (Daily Record)

 – ยูเวนตุส มีแผนที่จะใช้ มัตเตีย เปริน, ดานิเอเล่ รูกานี่ และ คริสเตียน โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว อดาม่า ตราโอเร่ ปีกจอมพลัง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เนื่องจากไม่พร้อมซื้อ ดาวเตะวัย 24 ปี ที่มีค่าหัวราว 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) ด้วยเงินสดโดยตรง (ESPN)

 

 – อาร์เซน่อล มีแววเจองานยากลำบาก หากต้องการซื้อขาด ดานี่ เซบายอส กองกลางชาวสแปนิช จาก เรอัล มาดริด เนื่องจากตัวนักเตะกำลังได้รับความสนใจจาก เอซี มิลาน, บาเลนเซีย รวมถึงต้นสังกัดเก่าอย่าง เรอัล เบติส (Express)

 – มิลอต ราชิซ่า ปีกเนื้อหอม แวร์เดอร์ เบรเมน ได้ยื่นเรื่องขอย้ายทีมกับต้นสังกัดเรียบร้อย โดย ดาวเตะทีมชาติโคโซโววัย 24 ปี กำลังเป็นที่้ต้องการของทั้ง ลิเวอร์พูล, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส, เอซี มิลาน, แอร์เบ ไลป์ซิก และ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (Bundesliga News)

 

 – เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางดาวรุ่งเลือดมะกันของ ชาลเก้ 04 เตรียมอำลาถิ่น เฟลตินส์ อารีน่า ช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งเชื่อกันว่า ดาวเตะวัย 21 ปี กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึง ลิเวอร์พูล และ เชลซี (CBS Sports)

 – ยานนิค โบลาซี่ ปีกจอมพลิ้ว เอฟเวอร์ตัน ยืนยันที่จะอยู่พิสูจน์ตัวเองในถิ่น กูดิสัน พาร์ค ต่อไป หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน (Liverpool Echo)

 – อินเตอร์ มิลาน ยังคงอยากได้ตัวสองผู้เล่น เชลซี อย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ และ เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ ฟูลแบ็กทีมชาติอิตาลี (Goal)

แชมป์แล้วจ้า! บาเยิร์นบุกทุบเบรเมน ซิวถาดบุนเดสลีกา8สมัยติด

บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกาเป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกันและสมัยที่ 30 ได้เสียที หลังบุกไปเอาชนะ เบรเมน 1-0 จากประตูชัยของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้มีเพิ่มเป็น 76 แต้ม หนี "เสือเหลือง" ที่แข่งน้อยกว่าถึง 10 คะแนน กระนั้นการันตีแชมป์แน่นอนแล้วแม้เหลือโปรแกรมอีก 2 นัด ส่วนเบรเมนต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไปหลัง ในเกมบุนเดสลีกา นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เวเซอร์ สตาดิโอน

    ศึก บุนเดสลีกา นัดท่ 31 เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน แวร์เดอร์ เบรเมน รองบ๊วยอันดับ 17 ของลีก เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค ที่ฟอร์มสุดยอดมากชนะมา 13 เกมติดต่อกันทุกรายการ

    โดยฟอร์มล่าสุดของ "นกนางนวล" บุกไปถล่ม พาเดอร์บอร์น 5-1 ขณะที่ "เสือใต้" เฉือนเอาชนะ กลัดบัค 2-1 แมตช์นี้หาก บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยจะการันตีคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที "เสือใต้" ทักทายก่อนเลยหลัง โยชัว คิมมิช วางบอลมาเสาไกลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ วอลเลย์ด้วยขวาไม่จับบอลพุ่งไปติด มิลอส เวลโควิช ออกหลังไป

    นาที 18 โอกาสได้ลุ้นของ "นกนางนวล" เกือบชิงขึ้นนำบ้างเช่นกัน หลัง มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ ลองกดด้วยขวาหน้ากรอบบอลพุ่งถากเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 26 แซร์จ นาบรี้ หลุดเข้าไปปาดบอลมากลางประตู บอลย้อนหลัง โธมัส มุลเลอร์ ก่อนแต่งบอลไหลต่อให้ โยชัว คิมมิช ยิงด้วยขวาไปชนคาน กระนั้นไลน์แมนตีธงไปก่อนแล้วว่าจังหวะของ นาบรี้ นั้นล้ำหน้าไปก่อน

    นาที 33 เยโรม บัวเต็ง เซ็นเตอร์แบ็กของบาเยิร์น ลองส่องไกลดูบ้างแต่บอลแรงไม่พอพุ่งเลียดไปเข้ามือ ยิรี่ พาฟเลนก้า

    ฝนเริ่มเทลงมาอย่างหนักทำให้ทั้งสองทีมคอนโทรลบอลกันลำบาก กระนั้น นาที 43 ทีมเยือนมาปลดล็อคพังประตูขึ้นนำจนได้ 1-0 เยโรม บัวเต็ง ตักบอลข้ามหัวแนวรับเจ้าถิ่นให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พักอกก่อนหมุนตัวยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 31 ในลีกซีซั่นนี้

    จบครึ่งแรก เบรเมน ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 0-1

    ครึ่งหลัง นาที 55 คิมมิช ตักบอลเข้าไปในกรอบให้ โธมัส มุลเลอร์ ปาดมาเสาแรกให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดยิงไขว้เข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะลำหน้าของ มุลเลอร์ ไปก่อนแล้ว

    เจ้าบ้านเกมรุกไม่ดีขึ้นเลย นาที 62 เปลี่ยนรวดเดียวสองคน ถอดเอา มิลอต ราชิชา และ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท ออก แล้วส่ง โยชัว ซาร์เก้นท์ และฟิน บาร์เทลส์ ลงเล่นแทน

    นาที 79 บาเยิร์น มิวนิค ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง อัลฟอนโซ่ เดวิส ไปขวาง มิลอส เวลโควิช จนโดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

    แม้ "เสือใต้" ผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่ยังเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 81 คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดเข้าไปในกรอบด้านซ้าย ก่อนล็อกหลบเข้าไปตะบันด้วยซ้ายติดเซฟของ ยีรี่ พาฟเลนก้า

    นาทีสุดท้าย เบรเมน ชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง ยูยะ โอซาโกะ โขกเช็ดเล่นทางไปเสาไกล แต่บอลยังไม่ผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ที่พุ่งปัดปลายนิ้วช่วยทีมไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกเอาชนะ เบรเมน หวุดหวิด 1-0 ส่งผลให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที แม้จะเหลือโปรแกรมในลีกอีก 2 นัด แต่แต้มนำ ดอร์ทมุนด์ ขาด โดยเป็นแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกัน และสมัยที่ 30 ส่วน เบรเมน แพ้ เป็นนัดที่ 18 จมรองบ๊วยต้องหนีตกชั้นต่อไป

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
 
        เบรเมน (4-1-2-3) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, มาร์โค ฟรีเดิ้ล – เควิน โฟ้กท์ – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิชา

        เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์

        บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

        เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค