เรียกฟอร์มกับทีมอื่น!ชวาร์เซอร์แนะเดเคอาเก็บข้าวของลาแมนยู

มาร์ค ชวาร์เซอร์ ระบุ ดาบิด เด เคอา ควรจะเก็บข้าวของออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะดีกว่า เพื่อที่จะได้ไปเรียกฟอร์มเก่งกลับมาจากทีมอื่น โดยบอกว่าการย้ายทีมมันจะทำให้มีแรงกระตุ้นใหม่ๆ

    มาร์ค ชวาร์เซอร์ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติออสเตรเลีย แนะนำ ดาบิด เด เคอา นายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าควรจะย้ายออกจากทีม เพื่อทำให้ตัวเองกลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

    เด เคอา เคยโชว์ฟอร์มได้สุดยอดในช่วงหลายฤดูกาลก่อนด้วยการเซฟชอตที่น่าเหลือเชื่อได้หลายต่อหลายครั้ง แต่เขาเริ่มเล่นพลาดง่ายเกินไปตั้งแต่ฤดูกาลก่อนจนทำให้ตอนนี้บางคนมองว่าเขาไม่สมควรได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" อีกต่อไปแล้ว

    ชวาร์เซอร์ ซึ่งเคยอยู่กับ เชลซี เผยว่า "เมื่อคุณอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งเป็นเวลานานแล้วน่ะ คนก็จะเริ่มคิดว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงขาลง, คิดว่าคุณหมดสภาพแล้ว และคุณก็จำเป็นต้องย้ายทีมเพื่อที่จะได้เริ่มกระบวนการในการทำให้ตัวเองกลับมามีความกระปรี้กระเปร่า"

    "สำหรับผมแล้วนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยทำ เพราะมันทำให้ผมมีแรงจูงใจที่จะพิสูจน์ให้แฟนบอลกลุ่มใหม่รวมถึงเพื่อนร่วมทีมกลุ่มใหม่เห็นว่าพวกเขาคิดผิด ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันถึงเวลาที่ เด เคอา ต้องย้ายออกจากทีมแล้วล่ะ"

คนตำแหน่งเดียวกัน!ชไมเคิ่ลเห็นใจเดเคอา

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายด่าน เลสเตอร์ ระบุ เห็นใจ ดาบิด เด เคอา ที่โดนตำหนิอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมา พร้อมบอกว่า เด เคอา ยังเป็นนายทวารระดับโลกอยู่

    แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตู เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นใจและปกป้อง ดาบิด เด เคอา นายด่าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ เด เคอา กำลังโดนตำหนิอย่างหนัก

    เด เคอา ฟอร์มตกตั้งแต่ฤดูกาลก่อนแล้ว จนทำให้เจ้าตัวโดนตำหนิตลอดช่วงที่ผ่านมา และตอนนี้มันก็ถึงขั้นมีการตั้งประเด็นด้วยว่าในฤดูกาลหน้า ดีน เฮนเดอร์สัน ควรจะได้เป็นตัวจริงของ "ปีศาจแดง" แทนที่เขาหรือเปล่า หลังจากที่ เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้น่าประทับใจกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

    ชไมเคิ่ล คนลูกเ ผยว่า "มันสามารถเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมากๆ ได้ และคุณต้องไม่ลืมว่าพวกคุณน่ะไม่ได้ลงไปยืนเฝ้าเสาจริงๆ ที่ผมพูดแบบนี้มันไม่ใช่ว่าผมตั้งใจจะดูหมิ่นนักข่าวหรือกูรูหรอกนะ พวกคุณชอบบอกว่ามันเป็นการเล่นที่ผิดพลาดหรือเกิดความผิดพลาดบางอย่าง จริงอยู่ว่าบางครั้งนักเตะในสนามเล่นผิดพลาดแบบชัดเจนจริงๆ แต่หลายครั้งมันเป็นการเพ่งเล็งไปที่ผู้รักษาประตูเป้นหลัก เพราะงานของกูรูกับนักข่าวคือการวิเคราะห์การเล่น นั่นเป็นงานของพวกเขา"

    "พวกเขาพูดถึงมุมมองของตัวเองเกี่ยวกับผู้รักษาประตู อย่างเช่นจุดการวางมือ, ตำแหน่งการยืน, เรื่องเทคนิค ซึ่งบางครั้งมันค่อนข้างส่งผลเสียกับผู้รักษาประตู คุณจะได้ยินความเห็นแบบว่า "ใช้มือผิดแบบ" หรือเรื่องบางเรื่องที่พวกเขาจะพูดจนทำให้คนดูคิดไปว่า -เออ ใช่ เขาทำอย่างนั้นอีกแล้ว-"

    "บางครั้งการพูดแบบนั้นมันก็อาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะจู่ๆ มันจะเริ่มสร้างโมเมนตัมบางอย่างขึ้นมา และสำหรับคนอย่าง ดาบิด แล้วนั้น ผมก็รู้สึกเห็นใจเขามากๆ เพราะเขาเคยทำผลงานได้น่าเหลือเชื่อเป็นเวลาหลายปี และผู้รักษาประตูทุกคนต่างก็เคยเจอช่วงเวลาฟอร์มตกกันทั้งนั้น"

    "นอกจากนี้มันยังมีแรงกดดันจากการที่มีผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน) ที่อาจจะขึ้นมาติดทีมได้ด้วย ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่แต่เมื่อทีมของคุณมีผู้รักษาประตูชาวอังกฤษอยู่ในทีมแล้วน่ะ มันก็เป็นเรื่องที่มีความหมายมากๆ และพวกเขามักจะพูดในเชิงชื่นชมผู้รักษาประตูชาวอังกฤษอย่างเต็มที่"

    "ผมหวังจากใจจริงว่าคนอย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน ซึ่งกำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนั้น จะได้รับโอกาสให้พัฒนาฝีมือของตัวเองได้ ผมหวังว่าเขาจะเจอเรื่องแบบนั้น ถ้าเขาได้เล่นอีกสัก 1 หรืออาจจะ 2 ฤดูกาลกับที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และยังทำได้ดีเหมือนเดิมแล้วล่ะก็ เขาก็จะพร้อมแน่ๆ (สำหรับการเป็นมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด)"

    "อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ดาบิด เด เคอา ก็ยังเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกอยู่ ตำแหน่งนี้น่ะเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับความเห็นใจเลย และคนที่ลงไปเล่นเป็นผู้รักษาประตูน่ะไม่สามารถทำพลาดได้เลย เพราะไม่อย่างนั้นคุณก็จะโดนลงโทษอย่างร้ายแรง"

เดเคอาหนาว! แมนยูเตรียมจับเฮนเดอร์สันต่อสัญญา

สื่อดังเมืองผู้ดี ตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าจับ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลแห่งอนาคตอยู่ยาวกับทีมด้วยสัญญาฉบับใหม่ พร้อมค่าเหนื่อยสุดแพง โดยงานนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนการเจรจา และคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษเตรียมสลัดน้ำหมึกต่อสัญญาฉบับใหม่กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะอยู่โยงกับต้นสังกัดนานถึง 5 ปี จากการเปิดเผยของ สกาย สปอร์ตส์ สื่อดังในประเทศอังกฤษ

    นายด่านเลือดผู้ดี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับการเล่นแบบยืมตัวกับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทำให้ "เร้ด เดวิลส์" ต้องการที่จะเก็บนักเตะเอาไว้กับทีม เพื่อหวังที่จะเอามาทดแทน ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ที่ฟอร์มไม่ค่อยคงเส้นคงวา และทำผิดพลาดบ่อยในช่วงที่ผ่านมา

    สำหรับการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่มีประเด็นสำคัญนั่นก็คือเรื่องค่าตอบแทนที่สูงมากๆ ซึ่งหากทุกอย่างตกลงกันได้จะทำให้ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในยุโรป โดยการพูดคุยในเรื่องนี้มีขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่บรรลุข้อตกลงในขั้นสุดท้ายซะที

    ขณะที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด  มีนัดประชุมเรื่องงบประมาณกับเจ้าของสโมสรในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และข้อเสนอสำหรับ เฮนเดอร์สัน ก็คาดว่าจะอยู่ในวาระการประชุมครั้งนี้ด้วย โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องการเก็บนักเตะเอาไว้เพราะ "ผีแดง" มองว่า โกลวัย 23 ปีเป็นตัวเลือกในระยะยาวของทีม และอยากที่จะเก็บเขาเอาไว้ด้วยสัญญาใหม่ 5 ปี

    ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ชื่นชมผลงาน และพัฒนาการของ เฮนเดอร์สัน ในฤดูกาลนี้มากๆ และไม่ปฏิเสธที่จะให้เขากับ ดาบิด เด เคอา วัดฝีมือกันเพื่อโอกาสในการยึดตำแหน่งมือ 1 แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในฤดูกาลหน้า

“แรชฟอร์ด” โชว์เหนือ, “เดเคอา” หนึบ!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมบุกสอยพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ หลังบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ช่วยกดคนละตุง แต่อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ดาบิด เด เคอา ที่เกมนี้โชว์เซฟสวยๆ ได้หลายครั้ง และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่ลงเล่นในเกมนี้ 

11 ผู้เล่นตัวจริง

  – ดาบิด เด เคอา : 8
  ได้ออกแรงเซฟตั้งแต่ต้นเกม และเซฟได้เยี่ยมอีกครั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก โดยเฉพาะจังหวะบินปัดลูกยิงฟรีคิกของ ลูก้า มิลิโวเยวิช แถมช่วงท้ายเกมมีชอตเซฟลูกยิงของ ซาฮา ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของทีมในแมตช์นี้

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  มีอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด เจอปัญหาหลายครั้งยามที่ต้องดวลกับ ซาฮา 

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6
  แม้เป็นเกมที่ทีมเก็บคลีนชีตได้ แต่ไม่ใช่วันที่ดีนักสำหรับ ลินเดอเลิฟ เพราะหลายครั้งดูเชื่องช้า และเกือบทำเสียจุดโทษในจังหวะปะทะกับ ซาฮา

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 7.5
  มีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น แถมขึ้นมาลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุมได้เสียวหลายครั้ง แต่ช่วงท้ายเกมมีจังหวะเสียท่าให้ ซาฮา กระนั้นโดยรวมถือว่าคุมแนวรับได้เยี่ยม

– ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ : 7
  ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงแบบเหนือความคาดหมาย แต่โดยรวมทำผลงานได้โอเค อาจไม่ได้มีส่วนช่วยเกมรุกมากนัก นั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวเน้นเล่นเกมรับเป็นหลัก 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6 
  ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับหนุ่มเลือดวิสกี้ เพราะช่วยเบรกเกมแดนกลางของเจ้าถิ่นไม่ค่อยได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง 

 – ปอล ป็อกบา :  6.5
  ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก เน้นไปในทางช่วยผ่านบอลและขึ้นเกมเป็นหลัก
 
 – เมสัน กรีนวู้ด : 6.5
  อาจจะค่อนข้างเงียบ และมีโอกาสได้ลองยิงแค่หนเดียว แต่ทำได้ดีในการพาบอล ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง ซึ่งดูแล้วสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แม้ผ่านเช็คความฟิตลงเล่นเกมนี้ได้

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7.5
  แม้ไม่ได้เป็นแอสซิสต์ แต่ก็มีส่วนสำคัญกับทั้งสองประตูที่ทีมทำได้ แถมเกือบยิงเองได้ด้วย ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว ถึงแม้ไม่ใช่วันที่เล่นได้ท็อปฟอร์มก็ตาม

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 8
  เหนือชั้นและเยือกเย็นมากๆ ในจังหวะยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล จบสกอร์ 2-0 ด้วย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 7.5
  เป็นอีกเกมที่เล่นได้ดี มีความดุดันแถมมั่นใจ และจบสกอร์ลูก 2-0 ได้เฉียบขาด 

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – เจสซี่ ลินการ์ด (แทน กรีนวู้ด น. 63) : 6
  ดูมีความมุ่งมั่นกับการเล่นดี แต่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 63) : 6.5
  อาจจะมีกั๊กจังหวะกับ แม็กไกวร์ ช่วงท้ายเกม แต่โดยรวมลงไปช่วยให้แดนกลางดูแน่นขึ้น

 

ผีเซ็งชวดขึ้นที่ 3 ! แมนยูแต้มหล่นโดนเซาธ์แฮมป์ตันไล่เจ๊าทดเจ็บ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พลาดโอกาสขึ้น "ท็อปโฟร์" อย่างน่าเสียดายหลังฮึดรัวแซง เซาธ์แฮมป์ตัน แต่มาพลาดโดนตีเสมอช่วงทดเจ็บ 2-2 เก็บเพิ่ม 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีม "ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มสุดฮอตชนะคู่ต่อสู้ด้วยระยะห่าง 3 ประตู มา 4 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดบุกถล่มแอสตัน วิลล่า ไป 3-0 และถ้าเข้าวินเกมนี้จะแซงหน้าเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ได้ด้วย

    ทางด้าน  ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล พาทีม "นักบุญ" โชว์ฟอร์มสวยหรูเก็บ 7 แต้ม ใน 3 นัดล่าสุดด้วยการบุกชนะวัตฟอร์ด 3-1, ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) และเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) ลอยลำกลางตารางสบายๆ

    5 นาทีผ่านเป็น "นักบุญ" ทักทายก่อนจากจังหวะของ แดนนี่ อิงส์ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งซ้ายก่อนยกต่อให้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ สอดมาสุดเส้นก่อนตวัดเข้าในไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

    นาทีที่ 10  "ปีศาจแดง" พลาดโกาสทองเป็น เจมส์ วอร์ด-เพราส์ จับบอลยาวโดน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฉกบอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงไปติดมือ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ออกมาปิดมุมเซฟเอาไว้ได้

    2 นาทีต่อมากลายเป็น ทีมเยือน ทะยานออกนำจากความผิดพลาดของ ปอล ป็อกบา ติดประมาทโดน แดนนี่ อิงส์ ฉกบอลหน้าเขตโทษก่อนเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ เก็บตกปาดไปเสาไกลให้ สจ๊วร์ตอาร์มสตรอง แต่งหนึ่งจังหวะซัดสวนตัว ดาบิด เด เคอา ไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 15 เจ้าถิ่น หวิดตามตีเสมอจากบอลชิ่งของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แปะต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมารับบอลแทงช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตามเช้าชาร์จส่งบอลลอดขา อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ซุกก้นตาข่ายแต่น่าเสียดายธงล้ำหน้าถูกยกไปก่อนแล้ว

    แฟนผีไม่ต้องรอนาน 5 นาทีต่อมาตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสเข้าเขตโทษของ ปอล ป็อกบา โยนมาเข้าเท้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เก็บบอลก่อนล้มตัวเขี่ยต่อให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดมาอัดด้วยซ้ายเสียบหน้าต่างเสาไกลงดงาม

    3 นาทีต่อมา "ปีศาจแดง" พลิกแซงขึ้นนำทันทีจากจังหวะสวนกลับบอลถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงเร็วให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดขึ้นมาทางซ้ายพาบอลตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวาแสกหน้า อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ตุงตาข่ายเหนือชั้น

    นาทีที่ 28 เจ้าถิ่น บดอยู่ข้างเดียวเกือบหนีห่างออกไปจากจังหวะประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไขว้จ่ายให้ ปอล ป็อกบา ตั้งป้อมหวดด้วยขวาบอลตกพื้นพุ่งตรงกรอบแต่ ล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ปัดทิ้งออกมาได้

    อีก 5 นาทีต่อมา  "ปีศาจแดง" เครื่องติดทำชิ่งกันเนียนตาสุดท้ายเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลจาก บรูโน่ ก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่กดไม่ลงเหินข้ามคานไม่ได้ลุ้น

    หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที "นักบุญ" เร่งเครื่องทันทีพลาดโอกาสสำคัญจากลูกยิงของ เนธาน เร้ดมอนด์ รับบอลหน้าหัวกะโหลกก่อนแต่งหน้าช่องปั่นด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 55 เจ้าถิ่น ตอบโต้ทันควันเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ถอยลงมาเก็บบอลก่อนลองซัดไกลระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งแรงเกือบเบียดเสาแรกหลุดออกไปชนข้างหน้าต่างนิดเดียว

    ต่อมานาทีที่ 68 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบอลชิ่งจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆติดบล็อค อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ เหินข้ามคานหลุดออกหลัง

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โชว์ความสามารถเฉพาะตัวโซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามหลอกผู้เล่น เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งแผงก่อนปั่นด้วยขวาบนเส้น 18 หลาข้ามคานออกไปไกล

    นาทีที่ 86 ทีมเยือน เกือบตามตีเสมอเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนสับขาดึงจังหวะปั่นโค้งด้วยขวาติดปลายมือ ดาบิด เด เคอา ลอยตัวปัดทิ้งเหลือเชื่อ

     แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 96 "นักบุญ" ตามตีเสมอจนได้จากลูกเตะมุมทางซ้ายบอลตกใส่หัว ยาน เบดนาเร็ค โขกเช็ดมาเสาไกลให้ ไมเคิล โอบาเฟมี่  ทิ้งตัวดีดเข้าไปไม่พลาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 2 ลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ (เบรนดอน วิลเลียมส์ น.75)- ปอล ป็อกบา (เฟร็ด น.63), เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง (วิลเลียม สมอลโบน น.70), เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมอู, เนธาน เร้ดมอนด์ – เช อดัมส์ (เชน ลอง น.64), แดนนี่ อิงส์

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

ยังเชื่อใจเดเคอาหรือไม่?สื่อเผยโซลชาตัดสินใจแล้วใช้ใครเฝ้าเสา2นัดสุดท้าย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะใช้งาน เซร์คิโอ โรเมโร่ เป็นนายด่านตัวจริงในช่วง 2 เกมสุดท้าย ซึ่งหากเป็นความจริงมันก็จะทำให้ โรเมโร่ ได้ลงเล่นในลีกเป็นครั้งแรกในซีซั่นนี้ด้วย ตามรายงานจาก เดอะ ซัน
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้ เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนไตน์ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ดาบิด เด เคอา ในการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 นัดสุดท้าย ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    เด เคอา โดนตำหนิอย่างหนักว่าเล่นผิดพลาดบ่อยเกินไปตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่นนัดล่าสุดที่ทำให้ทีมตกรอบรองชนะเลิศของศึก เอฟเอ คัพ จากการแพ้ เชลซี 1-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมันก็ทำให้กระแสเรียกร้องให้เขาโดนดร็อป รวมถึงความต้องการให้ ดีน เฮนเดอร์สัน ได้เป็นตัวจริงแทนเขาในฤดูกาลหน้ามันรุนแรงขึ้นไปอีก

    สำหรับ โรเมโร่ นั้น ลงเล่นให้ทีมในฤดูกาลนี้ไป 15 นัดในทุกรายการ และเก็บคลีนชีทได้ 11 เกม พร้อมกับเสียไปเพียง 4 ประตู แต่เขายังไม่เคยได้ลงเล่นในลีกเลย นอกจากนี้มันยังมีข่าวลือด้วยว่าเขาโมโหที่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาในเกมกับ เชลซี ทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้เป็นตัวจริงในเกม เอฟเอ คัพ มาครบทุกรอบ

    ทั้งนี้ เกมลีก 2 นัดสุดท้ายในฤดูกาลนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ประกอบด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้ ตามด้วยการไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าอยู่

จัดเต็มแนวรุก!คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูฟัดเชลซีเกมเอฟเอคัพรอบตัดเชือก

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคืนนี้พวกเขามีคิวดวลกับ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม และล่าสุด เดอะ ซัน สื่อชั้นนำของอังกฤษ ได้คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งต้องบอกเลยว่า เกมนี้กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา น่าจะจัดเต็ม ต่อให้ยังต้องเน้นหนักในเกม พรีเมียร์ลีก ก็ตาม (ระบบ 4-2-3-1)

 – ผู้รักษาประตู : เซร์คิโอ โรเมโร่
  ด้วยการที่โปรแกรมเกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ โซลชา จะเลือกใช้งานนายทวารมือหนึ่งอย่าง ดาบิด เด เคอา แต่ โรเมโร่ ได้ลงเฝ้าเสาในถ้วยนี้มาตลอดตั้งแต่รอบ 3 (รวม 5 เกม) ดังนั้น โซลชา ก็น่าจะให้โอกาสกับ นายประตูชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี ต่อไป 

 – กองหลัง : อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
  เกมนี้ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวหลัก จะไม่ได้ลงเล่น เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ ดังนั้นเจ้าหนู วิลเลี่ยมส์ จะได้รับโอกาสแทน ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กคงหนีไม่พ้น แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ เช่นเดียวกับ วาน-บิสซาก้า ในตำแหน่งแบ็กขวา

 

 – คู่มิดฟิลด์ตรงกลาง : ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช
  ป็อกบา ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงแน่นอน ส่วนคนที่จะเล่นอยู่ข้างๆ ดาวเตะเฟร้นช์แมนนั้น ตัวที่มีประสบการณ์สูงอย่าง มาติช น่าจะได้รับโอกาสก่อนแข้งพลังหนุ่มอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ เฟร็ด

 

 – สามตัวรุก : เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
  บรูโน่ ลงสนามรับบทเป็นตัวสร้างสรรค์เกมเช่นเคย ขนาบข้างด้วยสองจอมพลิ้วอย่าง แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ถึงแม้ในรายของ "เจ้าไม้เขียว" ทำประตูไม่ได้มาสองเกมติดแล้วก็ตาม

 – หัวหอกตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
  โทษฐานที่ฟอร์มกำลังยอดเยี่ยม ดังนั้นในตำแหน่งหอกเป้าไม่น่าจะหนีพ้น มาร์กซิยาล ส่วน โอเดียน อิกาโล่ คงเป็นได้แค่ตัวทีเด็ดจากม้านั่งสำรอง

มันจบแล้ว!โซลชาเปิดใจกรณี “เดเคอา” ผิดพลาด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปกป้อง ดาบิด เด เคอา นายด่านทีมชาติสเปน ที่ทำพลาดจังหวะเสียประตูที่สองในเกมแพ้ เชลซี ตกรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุ โกล์สแปนิช รู้ตัวเองว่าควรเซฟให้ดีกว่านี้ แต่ทุกอย่างจบไปแล้ว และตอนนี้ "ปีศาจแดง" ต้องก้าวเดินต่อไป
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูเลือดสแปนิช รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดพลาดมหันต์ที่ไม่ป้องกันไม่ได้จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตูที่สอง ในแมตช์แพ้ เชลซี 1-3 ศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งส่งบอลพลาดทำให้ เมสัน เมาท์ ตัดได้และกระชากบอลเข้าไปยิงบริเวณกรอบเขตโทษ โดยบอลไม่ได้แรงมาก และตรงตัว เด เคอา แต่ นายทวารทีมชาติสเปน ดันปัดบอลเข้าประตูไปหน้าตาเฉย

     สำหรับในกรณีนี้ โซลชา ได้แสดงความเห็นหลังโดนสื่อยิงคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตูในอนาคตว่า "แน่นอนว่าทุกๆ คนต้องโชว์ฟอร์มให้ดี และทุกๆ คนมีโอกาสมีโอกาสในทุกๆ ครั้งที่จะยึดตำแหน่งของพวกเขา ดาบิด รู้ว่าเขาควรจะเซฟจังหวะที่เสียประตูที่สองได้ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้มันจบไปแล้ว เราต้องก้าวเดินต่อไป มันเป็นเรื่องยากสำหรับผู้รักษาประตูที่จะชดเชย แม้ว่า ดาบิด จะโชว์จังหวะเซฟที่น่าเหลือเชื่อ 2 หรือ 3 ครั้งหลังจากนั้นก็ตาม"
 
     " มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักเตะเอาท์ฟิลด์ (หมายถึงตำแหน่งอื่นๆ นอกจากผู้รักษาประตู) แต่ ดาบิด ก็แสดงให้เห็นมาตลอดว่าเขามักจะเซฟสวยๆ ได้หลายต่อหลายครั้ง แต่แน่นอนว่าเขารู้ตัวว่าเขาควรจะเซฟจังหวะนั้นให้ดีกว่านี้" อดีตหัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ กล่าว

มาร์กซิยาลเจ๋ง,กรีนวู้ดหาย(เงียบ)!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเจ๊าเซาแฮมป์ตัน

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดขึ้นที่ 3 แบบน่าเจ็บใจ หลังทำได้แค่เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แถมเป็นการเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เกมที่ดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเกมรุกไม่ดุดันเหมือนหลายเกมที่ผ่านมา แถมเกมรับก็มาพลาดในช่วงเวลาที่สำคัญ และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่้ลงเล่นในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
 
  – ดาบิด เด เคอา : 6
  โชว์ซูเปอร์เซฟลูกยิงของ นาธาน เร้ดมอนด์ ช่วงท้ายเกมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายทีมก็โดนส่องประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  ไม่ใช่เกมที่ดีนักสำหรับเจ้าตัว ดูล้าๆ และมีปัญหาในการรับมือกับ นาธาน เร้ดมอนด์ อย่างชัดเจน

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6.5
  จริงๆ แล้วเกือบมีเกมที่ดี มีจังหวะสกัดสวยๆ หลายครั้งทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ทว่าสุดท้ายก็มาเสียท่า เพราะจัดการกับ ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ ไม่ดีในจังหวะเสียประตูตีเสมอ 2-2  
 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (กัปตันทีม) : 6
  จังหวะเสียประตูแรกถือว่าปิด สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ไม่ดี และโดยรวมถือว่าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ถึงแม้ไม่มีชอตผิดพลาดแบบชัดเจนก็ตาม

 – ลุค ชอว์ : 7
  เป็นเกมที่น่าประทับใจทีเดียว ช่วยเติมเกมรุกได้ดี เกมรับก็โอเค แต่โชคร้ายมีปัญหาบาดเจ็บ จนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง
 

 – ปอล ป็อกบา : 6.5
  พลาดเองเต็มๆ กับจังหวะเสียบอลแดนตัวเอง จนนำไปสู่การเสียประตู จากนั้นก็มีชอตเสียบอลง่ายๆ อีกหนึ่งดอก ทว่าหลังจากนั้นกลับมีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูที่ทีมได้ ถือเป็นการแก้ตัวที่ดี แต่รวมๆ แล้วไม่ใช่เกมที่น่าพอใจมาก ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง

 – เนมานย่า มาติช : 7
  อาจดูไม่โดดเด่น แต่ช่วยแดนกลางได้เยอะทีเดียว เพราะชนะในการแท็กเกิ้ลถึง 5 หน  
 

 – เมสัน กรีนวู้ด : 6
  เป็นเกมที่เงียบมากสำหรับเจ้าหนูวัย 18 ปี มีส่วนร่วมกับเกมน้อย และไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว  

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 6.5
  แม้เป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล ยิงประตูพลิกนำ 2-1 แต่โดยรวมไม่ใช่เกมที่ดีของ บรูโน่ สักเท่าไร

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 7
   จบสกอร์ประตูตีเสมอ 1-1 ได้เฉียบขาด พาบอลเล่นงานแนวรับทีมเยือนได้บ่อยๆ ในช่วงครึ่งแรก ทว่าช่วงครึ่งหลังกลับมีจังหวะยิงออกจ่อๆ อย่างน่าเสียดาย
 
 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 8
  ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือนายประตูทีมเยือนได้ ก่อนที่จะแก้ตัวด้วยการแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด ยิงตีเสมอ 1-1 และหลังจากนั้นก็ยิงเองอย่างสุดสวยเป็นประตูพลิกนำ 2-1 แถมมีจังหวะสร้างโอกาสสวยๆ ให้ แรชฟอร์ด ลุ้นจบสกอร์ช่วงครึ่งหลัง ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว แม้ช่วงท้ายเกมมีจังหวะยิงหลุดกรอบแบบน่าผิดหวังก็ตาม
 

สำรองที่ได้ลงเล่น
 

 – เฟร็ด (แทน ป็อกบา น. 63) : 6
  ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรมาก

 – เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ชอว์ น. 75) : 6
  ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง แต่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

 – แดเนี่ยล เจมส์ (แทน กรีนวู้ด น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้
 
 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ (แทน แฟร์นันด์ส น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

แมนยูร่วง – เซ่น “ไบยี่”!เชลซีโชว์แจ่มไล่อัดซิวชัยลิ่วชิงดำอาร์เซน่อลศึกเอฟเอคัพ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องกระเด็นตกรอบเสียแล้วหลังโดน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่ระเบิดฟอร์มแกร่งไล่อัดพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-3 โดยเกมนี้ เอริก ไบยี่ กองหลังผีแดงส่อเจ็บหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ เชลซี จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ อาร์เซน่อล ต่อไป ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ (รอบรองชนะเลิศ) วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ (รอบรองชนะเลิศ)
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด 1   –   3 เชลซี

สนาม : เวมบลีย์ (สนามกลาง)

     นัดนี้เป็นการพบกันครั้งที่ 4 ของฤดูกาลนี้ของทุกรายการ และ 3 นัดที่ผ่านมาเป็นฝั่งแมนยูที่คว้าชัยไปได้ทั้งหมด
   
     เริ่มเกมเป็นทางแมนยูได้เขี่ยลูกเริ่มเล่นก่อน ผ่านมาถึงนาทีที่ 5 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดยาวให้ แดเนียล เจมส์ กวดยาวหวังเล่นบอลแต่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าบอลแรงเลยไปเข้ามือ วิลลี่ กายาเยโร่ นายด่านตัวสำรองเชลซีรับไว้และเล่นต่อไปไร้ปัญหา

    ทั้งสองทีมยังต่อบอลสู้กันที่แดนกลาง นาทีที่ 10 เชลซี ได้โอกาสจบสกอร์เป็น รีซ เจมส์ ที่ตะบันไกลระยะประมาณเกือบ 30 หลาทางฝั่งขวาบอลพุ่งส่ายตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว เด เคอา ที่เกร็งมือทุบบอลออกไปได้

   

 นาทีที่ 15 สิงโตน้ำเงินครามเกือบได้เฮก่อนเมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะเปิดโด่งโค้งไปเข้าหัว มาร์กอส อลอนโซ่ ที่ได้โขกเน้นๆ แต่บอลหลุดออกข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 22 ยังคงเป็นเชลซีที่ครองเกมได้มากกว่า เอริก ไบยี่ พยายามโหม่งเคลียร์แต่บอลดันไปเข้าทาง เมสัน เมาน์ท ที่ไม่รอช้าหวดด้วยเท้าขวาทันทีแต่ยังดีมี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนอยู่ตรงนั้นพอดีและบล็อกบอลไว้ได้

    10 นาทีต่อมา ทัพอสูรแดงได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 24 หลาหน้ากรอบเขตโทษ จากการที่ เฟร็ด โดน มาเตโอ โควาซิช สอยด้านหลัง และเป็น บรูโน่ รับหน้าที่สังหารวิ่งเข้ามาซัดเข้ากรอบแต่ไปตรงตัว กาบาเยโร่ กระโดดปัดออกไปไม่ยากนัก

  

นาทีถัดมาเชลซีได้ลุ้นอีกครั้ง เมสัน เมาน์ท ได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษแมนยูแต่ทิศทางไม่ค่อยดีบอลไหลไปเข้ามือ เด เคอา รับไว้สบาย

    นาทีที่ 37 แมนยูได้ลูกฟรีคิกระยะเกือบ 35 หลา จากจังหวะที่ บรูโน่ โดน มาเตโอ โควาซิช เข้าตัดฟาวล์ และเป็น แรชฟอร์ด รับหน้าที่ยิงไกลแต่ดันไปติดบล็อกแข้งสิงห์เต็มๆ ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

    เปลี่ยนมาเป็นโอกาสของเชลซีบ้าง นาทีที่ 39  เมสัน เมาน์ท ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากพาบอลไปสุดริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดยัดโด่งมาเข้าหัว คูร์ท ซูม่า ได้โขกเต็มๆ แต่ทิศทางยังคงไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างสุดเสียว

  

 นาทีที่ 42 เกมต้องหยุดฉะงักไปพักใหญ่เหตุเพราะ แม็กไกวร์ ที่กำลังเบียดแย้งโหม่งกับ ชิรูด์ แต่ดันถูก ไบยี่ ถอยหลังเข้ามาโขกเต็มๆ ที่หางคิ้วด้านขวา ส่งผลให้ แม็กไกวร์ บาดเจ็บมีแผลแตกทำเอาแพทย์สนามต้องลงมาประถมพยาบาลและสามารถเล่นต่อไปได้

    ในขณะที่ ไบยี่ ก็มีแผลแตกตรงกลางศรีษะเช่นกันและดูเหมือนอาการจะหนักกว่าทีมแพทย์ต้องใช้อุปกรณ์บล็อกที่คอ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตัดสินใจเปลี่ยน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเล่นแทนทันที

   

 เกมกลับมาเล่นกันต่อ นาทีที่ 45+ 7 มาร์กซิยาล ที่พยายามยื่นเท้าเข้าไปแย้งในจังหวะเคลียร์บอลของ คูร์ท ซูม่า ทำให้ มาร์กซิยาล ถูกหวดเต็มๆ ที่ข้อเท้าจนลงไปกองกับพื้นจนเพื่อนร่วมทีมต้องเตะบอลทิ้งและแพทย์สนามลงไปดูอาการอีกครั้งแต่ไม่เป็นอะไรมาก

   เชลซี ขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 45+11 จากจังหวะทำเกมรุกขึ้นมาทางฝั่งขวา เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ทำชิ่งกับ วิลเลี่ยน ก่อนจะจ่ายบอลกลับให้ อัซปิลิกวยต้า อีกครั้งได้หลุดไปเกือบสุุดเส้นหลังแล้วเปิดบอลเลียดยัดไปที่เสาแรกและเป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ใช้สัญชาตญาณจอมล่าตาข่ายวิ่งเข้ามาดีดบอลด้วยข้างเท้าซ้ายระยะไม่ถึง 5 หลาผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พยายามป้องกันแต่ด้วยระยะที่ใกล้เกินไปทำให้รับไม่อยู่บอลหลุดไหลเข้าประตูไป

    จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำแมนยูไปก่อน 1-0

    มาลุ้นต่อครึ่งหลังนาทีที่ 46 เชลซี ออกนำห่าง 2-0 จากจังหวะจ่ายบอลพลาดของ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แล้วโดน เมสัน เมาน์ท ตัดบอลไว้ได้ก่อนกระชากลากจี้แล้วซัดไกลเกือบ 25 หลาบอลพุ่งตรงกรอบทำท่าจะไม่มีอะไรแต่ ดาบิด เด เคอา ล้มตัวรับรอดแขนเข้าไปซะอย่างนั้น

    นาทีที่ 50 เชลซี บุกขึ้นมาทางฝั่งขวาที่ เมสัน เมาน์ท แล้วเปิดบอลยัดไปในเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่วิ่งโฉบเข้ามาเก็บบอลแต่เจ้าตัวดันจับบอลยาวไหลออกหลังไป

    2 นาทีถัดมา แมนยูได้ลุ้นทวงประตูคืน แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงทางฝั่งซ้าย แต่ด้วยมุมที่มีน้อยและ กาบาเยโร่ ยืนปิดมุมดีทำให้ แรชฟอร์ด ซัดหลุดออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 56 โซลชา เสริมเกมรุกโดยเปลี่ยน ปอล ป็อกบา ลงมาแทน เฟร็ด และ เมสัน กรีนวูด ลงมาแทน แดเนียล เจมส์

    นาทีถัดมา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เติมเกมขึ้นมาแล้วได้ตั้งป้อมยืนโขกเน้นๆ แต่บังคับทิศทางไม่ดีไปตรงตัว กาบาเยโร่ ที่ยืนอยู่กลางประตูรับไว้อย่างง่ายดาย

    นาทีที่ 58 เชลซี เกือบได้ประตูที่สาม รีซ เจมส์ หักข้อเปิดบอลทางฝั่งขวาย้อนไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ตวัดยิงไปแฉลบ เนมานย่า มาติช บอลเปลี่ยนทางทำท่าจะพุ่งเข้าเสาไกลแต่ เด เคอา ทะยานตัวปัดไว้ได้ด้วยปลายมือ

    นาทีที่ 63 แมนยูได้ลูกฟรีคิกตรงมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาจากจังหวะที่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เข้าไปโขกหัวของ เมสัน กรีนวูด และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่เปิดบอลยัดเข้าไปแต่ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรแข้งสิงห์ช่วยกันโหม่งเคลียร์ออกไปได้

    นาทีที่ 65 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้โอกาสโขกเต็มๆ ในเขตโทษเชลซีอีกครั้งแต่ก็ยังคงบังคับทิศทางไม่ดีส่งผลให้บอลหลุดออกหลังไปอีกตามเคย

    นาทีที่ 71 มีใบเหลืองแรกของเกมเกิดขึ้นและเป็น ปอล ป็อกบา ที่เข้าไปย้ำใส่ มาเตโอ โควาซิช ทำให้ ไมค์ ดีน ท่านเปาเกมนี้ไม่รอช้าเปาฟาวล์ให้เชลซีและคาดโทษ ป็อกบา ทันที

    ดูเหมือนว่าเกมแมนยูจะไม่มีอะไรดีขึ้น นาทีที่ 74 เชลซีนำห่าง 3-0 จากจังหวะจ่ายบอลของ เมสัน เมาน์ท ทางฝั่งขวาให้ อลอนโซ่ หลุดขึ้นไปเปิดยัดแรงเข้าไปในกรอบเขตโทษผีแดงและเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่พยายามยื่นเท้าเข้ามาตัดบอลแต่โดนผิดเหลี่ยมกลายเป็นเข้าประตูตัวเองไป หมดปัญญาที่ เด เคอา พยายามป้องกันแล้วแต่ไม่ทัน

    นาทีที่ 78 แมนยูมีโอกาสลุ้นจากลูกเตะมุม บรูโน่ เปิดไปเข้าหัว เนมานย่า มาติช ที่ได้โขกกดลงพื้นจ่อๆ แต่จังหวะไม่เป็นใจบอลกระดอนลอยข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ

    ผ่านพ้นมาถึงนาทีที่ 85 แมนยูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 เมื่อได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ จ่ายบอลของ บรูโน่ ให้ มาร์กซิยาล และถูก คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย หวดเข้าที่ด้านหลัง และเป็น บรูโน่ เจ้าประจำรับหน้าที่สังหารกับท่าจิงโจ้กระโดดยิงเข้าไปไม่พลาด

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม เชลซี อัด แมนยู 3-1 ส่งผลให้ทัพสิงโตน้ำเงินครามผ่านเข้าไปชิงดำกับ อาร์เซน่อล ต่อไป ส่วนแมนยูต้องอกหักร่วงตกรอบ

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-1-2) : ดาบิด เด เคอา – เอริก ไบยี่  (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.45+2), แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ – เนมานย่า มาติช, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด (ปอล ป็อกบา น.56), อารอน วาน-บิสซาก้า (ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ น.79) – บรูโน่ แฟร์นันด์ส – มาร์คัส แรชฟอร์ด (โอเดียน อิกาโล่ น.79), แดเนียล เจมส์ (เมสัน กรีนวูด น.56)
     ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เชลซี (3-4-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.86), มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาน์ท (เปรโด 90+1), วิลเลี่ยน (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.80) – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.80)
     ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด  

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน