ลินเดอเลิฟฟอร์มไม่น่า”เลิฟ”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมพ่ายพาเลซคาบ้าน

ถือเป็นการออกสตาร์ทในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 ได้อย่างน่าผิดหวังสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พลาดท่าแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูไม่จืดเลย เพราะเล่นแย่ทั้งทีม โดยเฉพาะ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ทำแฮตทริก… มีส่วนร่วมกับทั้งสามประตูที่เสีย แต่อย่างน้อยมีเรื่องเชิงบวกให้แฟนๆ ได้ชื่นใจหนึ่งอย่างคือ แข้งใหม่อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ทำประตูได้ทันทีตั้งแต่เกมแรกในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนในแมตช์นี้ 

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – ดาบิด เด เคอา : 6
ช่วงต้นเกมมีจังหวะผ่านบอลพลาดหน้าประตูตัวเองแบบง่ายๆ จนทำให้แฟนๆ หัวเสียไม่น้อย ทว่ากับสามประตูที่เสียไปก็ไม่สามารถไปโทษอะไรเจ้าตัวได้ เพราะ เด เคอา ก็ช่วยเซฟลูกโทษได้หนึ่งครั้งด้วย แม้ป้องกันไม่สำเร็จในจังหวะที่ พาเลซ ได้ยิงจุดโทษรอบสองก็ตาม

 – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ : 5
  ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ แต่กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมรับ และมีส่วนต้องรับผิดชอบกับจังหวะเสียประตูแรกที่หลุดตำแหน่ง

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 3
  เป็นวันที่เลวร้ายสุดๆ สำหรับ ปราการหลังชาวสวีดิชวัย 26 ปี เพราะนอกจากปล่อยให้คู่แข่งพาบอลผ่านแบบง่ายๆ ตลอดทั้งเกมแล้ว ทั้งสามประตูที่ทีมเสีย เจ้าตัวมีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษ

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 5
  ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอีกหนึ่งเกมสำหรับกัปตัน แม็กไกวร์ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่องช้าที่ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของเจ้าตัวในเกมนี้

 – ลุค ชอว์ : 4
  รับไปเต็มๆ กับประตูแรกที่เสีย เพราะคุม แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ไม่ดี แถมแทบไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องเกมรุกด้วย 

 – ปอล ป็อกบา : 5
  ถูกส่งลงสนามตัวจริงทั้งที่ชัดเจนว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ป็อกบา ดึงฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ และขาดความคล่องตัว ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 5.5
  ถึงแม้มีบางจังหวะที่ตามสกัดสวยๆ แต่นอกเหนือจากนั้นถือว่าน่าผิดหวัง

 – แดเนี่ยล เจมส์ : 4
  มีส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก จนแทบไร้ตัวตนในสนาม

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 5.5
  เป็นเกมที่ บรูโน่ เค้นฟอร์มเก่งไม่ออก ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ถึงแม้มีการผ่านบอลให้เพื่อนลุ้นทำประตูได้ถึง 5 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนามก็ตาม

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 5
  เล่นไม่ออก ตลอดทั้งเกมได้ลุ้นยิงแค่หนเดียว แต่ก็ได้อยู่ในสนามจนจบเกม

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 5
  ไม่ต่างกับ แรชฟอร์ด ที่ดับสนิท แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อยด้วย

 

สำรองที่ได้ลงเล่น

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน เจมส์ นาทีที่ 46) : 6
  ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ แต่ได้ลุ้นกับจังหวะโหม่งหลุดกรอบช่วงที่ทีมมีสกอร์ตามหลัง 0-1

– ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (แทน ป็อกบา นาทีที่ 67) : 7
  แม้ทีมปราชัย แต่ถือเป็นการเปิดตัวได้สวยทีเดียวสำหรับแข้งใหม่ชาวดัตช์ที่ทำประตูได้ทันที หลังใช้เวลาอยู่ในสนามแค่ 13 นาทีเท่านั้น ซึ่งนั่นก็มาจากการยืนถูกที่ถูกเวลาของเจ้าตัว  

 – โอเดียน อิกาโล่ (แทน โฟซู-เมนซาห์ นาทีที่ 81) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้ 
 

รามอสเบิ้ล-ฟาติแจ่ม! สเปนฟอร์มดุเปิดบ้านยำยูเครนศึกเนชั่นส์ ลีก

หลุยส์ เอ็นรีเก้ นายใหญ่ ”กระทิงดุ” เรียกความมั่นใจคืนสู่ทีมสำเร็จหลังได้ เซร์คิโอ รามอส เหมาคนเดียว 2 ประตูก่อน อันซู ฟาติ เปิดซิงสกอร์แรกในรั้วทีมชาติพาทีมถล่ม ยูเครน 4-0 มีเพิ่มเป็น 4 คะแนนขึ้นนำจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 4 ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


สนาม :  เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, มาดริด

หลุยส์ เอ็นรีเก้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน พาทีมไล่ตีเสมอเยอรมัน 1-1 ในช่วงท้ายเกมของศึกเนชั่นส์ ลีก นัดล่าสุด โดยได้ประตูจากโฆเซ่ หลุยส์ กาย่า ช่วยให้รอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด และทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว

ทางด้าน อังเดร เชฟเชนโก้ เทรนเนอร์ทีมชาติยูเครน พาทีมเบียดชนะสวิตเซอร์แลนด์ 2-1 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม

เปิดฉากได้เพียง 2 นาที  ”กระทิงดุ” ทะยานออกนำอย่างรวดเร็วจากลูกจุดโทษเป็นจังหวะของ อันซู ฟาติ โชว์ลีลาไขว้บอลหลบก่อนโดน เซอร์เก คริฟต์ซอฟ แหย่ข้อเท้าร่วงลงไปในกรอบเขตโทษ เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

นาทีที่ 11 สเปน ได้เสียวอีกจากลูกวางยาวของ เซร์คิโอ รามอส หยอดออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมาพักอกก่อนตวัดด้วยซ้ายบอลผ่านหน้าประตูออกหลังไป

5 นาทีต่อมาคราวนี้เป็นลูกสูตรเตะมุมทางฝั่งซ้ายของ เจ้าถิ่น เซร์คิโอ เรกีลอน สอดมาครอสเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเปลี่ยนทางแต่ไปตรงตัว อังเดร เปียตอฟ

โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียวนาทีที่ 18 อันซู ฟาติ ถอยมารับบอลก่อนแทงช่องให้ เคราร์ด โมเรโน่ หลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษแต่จังหวะยิงด้วยซ้ายหักข้อมากไปหลุดเสาไกลนิดเดียว

ครึ่งทางผ่าน ”กระทิงดุ” เร่งเครื่องต่อเนื่อง อันซู ฟาติ รับบอลทางริมเส้นฝั่งขวาโชว์ลีลาแหวกแนวรับ ยูเครน หลุดเข้าเขตโทษก่อนเลือกปั่นด้วยขวาเฉี่ยวเสาออกไปได้ลุ้น

สุดท้ายนาทีที่ 29 สเปน หนีห่างออกไปจนได้เป็นลูกเปิดของ ดานี่ โอลโม่ ตักย้อนมาเสาไกลให้ เซร์คิโอ รามอส ที่ยืนอยู่หลัง เซอร์เก คริฟต์ซอฟ แต่ขึ้นได้สูงกว่าชิงโขกย้อยข้าม อังเดร เปียตอฟ ซุกก้นตาข่าย

3 นาทีต่อมากลายเป็นยำใหญ่คราวนี้ อันซู ฟาติ ขอบ้างดึงจังหวะพาบอลตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวาบอลโค้งอ้อมแนวรับ ยูเครน ผ่านมือ อังเดร เปียตอฟ เช็ดเสาไกลเข้าประตูสุดงาม

โอกาสยิงครั้งแรกของ ยูเครน ต้องรอถึงนาทีที่ 41 เป็นลูกจ่ายของ รุสลัน มาลินอฟสกี้ แทงช่องต่อให้ บ็อกดาน มิคาอิลเชนโก้ หลุดขึ้นมาทางซ้ายแต่จังหวะยิงไม่ดีเบาไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา

หมดครึ่งเวลาแรก สเปน 3 ยูเครน 0

60 นาทีผ่านยังคงเป็น สเปน ที่เหนือกว่าทั้งรูปเกมและจังหวะลุ้นประตูคราวนี้เป็น ดานี่ โอลโม่ ปั่นด้วยซ้ายหน้าหัวกะโหลกไปติดมือ อังเดร เปียตอฟ ตะปปเอาไว้ได้ทัน

2 นาทีต่อมา เซร์คิโอ เรกีลอน เก็บตกหน้ากรอบเขตโทษซัดไปติดเซฟ อังเดร เปียตอฟ เด้งมาเข้าทาง เคราร์ด โมเรโน่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายน่าเสียดายธงล้ำหน้ายกขึ้นมาก่อนแล้ว

ก่อนหมดเวลา 15 นาที ”กระทิงดุ” หวิดบวกสกอร์ปิดกล่องเป็น ออสการ์ โรดรีเกซ ตัวสำรองก้มหน้าปั่นด้วยขวาบอลพุ่งแรงติดปลายมือ อังเดร เปียตอฟ เปลี่ยนทางไปชนคานออกหลัง

 แต่แล้วนาทีที่ 84 ดาวยิงป้ายแดงแมนฯซิตี้มาปิดกล่องให้ สเปน จนได้เป็นจังหวะส้มหล่น มีโคล่า มัตวิเยนโก้ โขกสกัดไม่ดีมาเข้าทาง เฟร์ราน ตอร์เรส ตวัดตูมเดียวบอลกระดอนพื้นผ่านมือ อังเดร เปียตอฟ ตุงตาข่าย

จบเกม สเปน 4 ยูเครน 0 ลูกทีมของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ เรียกความมั่นใจสำเร็จพร้อมเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนนขึ้นนำจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 4

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง
   
สเปน (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา – เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส (เอริค การ์เซีย น.61), เปา ตอร์เรส, เซร์คิโอ เรกีลอน –  โรดริโก้ เอร์นานเดซ (ออสการ์ โรดรีเกซ น.69), ติอาโก้ อัลกันตาร่า, มิเกล เมริโน่ – ดานี่ โอลโม่, อันซู ฟาติ, เคราร์ด โมเรโน่ (เฟร์ราน ตอร์เรส น.74)

เทรนเนอร์ : หลุยส์ เอ็นรีเก้  
  
ยูเครน (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โอเล็กซานเดอร์ ทิมชิค, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, มีโคล่า มัตวิเยนโก้, บ็อกดาน มิคาอิลเชนโก้ – รุสลัน มาลินอฟสกี้, อีกอร์ คาราติน (เซอร์เก ซิดอร์ชุค น.63) – อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (วิคเตอร์ โควาเลนโก้ น.79), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โรมัน ยาเร็มชุค – มาร์ลอส (วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ น.55)

แซงรุ่นพี่หลายคน!อัพเดตค่าเหนื่อยนักเตะแมนยูหลังเฮนเดอร์สันต่อสัญญา

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ต่อสัญญายาวเรียบร้อย ส่งผลให้แซงรุ่นพี่หลายราย ขณะที่เบอร์ 1 ยังเป็นของ ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูฝีมือดี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 พร้อมรับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าไปเป็นสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.92 ล้านบาท)

    นายด่านวัย 23 ปี ขึ้นไปรั้งอันดับ 9 ค่าเหนื่อยนักเตะ "ปีศาจแดง" ร่วมกับผู้เล่นอย่าง เฟร็ด, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เนมานย่า มาติช ส่วนคนรับมากสุดในเวลานี้คือ ดาบิด เด เคอา โกลทีมชาติสเปน ที่ได้สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.35 ล้านบาท)

อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                              ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                350,000
2. ปอล ป็อกบา                   290,000
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล           250,000 
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด               200,000
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                    189,000
6.  ฆวน มาต้า                        160,000
7. ลุค ชอว์                            150,000
8. โอเดียน อิกาโล่                   120,000
9. เฟร็ด                                 120,000
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ                120,000
9. เนมานย่า มาติช                    120,000
9. ดีน เฮนเดอร์สัน  120,000
13. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                 100,000
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          90,000
15. เอริก ไบยี่                         80,000
15. มาร์กอส โรโฮ                  80,000
17. ฟิล โจนส์                        75,000
17. เจสซี่ ลินการ์ด                     75,000
19. คริส สมอลลิ่ง                     70,000
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                     70,000
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์           60,000
22. แดเนียล เจมส์                  45,000
23. เมสัน กรีนวู้ด                     40,000
24. ลี แกรนท์                           30,000
24. อันเดรส เปเรยร่า                  30,000
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                  25,000
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์               15,000
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    15,000

ขาดลอยเหลือเชื่อ!เปิดผลโหวตใครควรเป็นมือ1แมนยู

เปิดผลโหวตแฟนบอลอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งใครเฝ้าเสาในซีซั่นหน้า โดยคะแนนที่ออกมาชนะกันอย่างถล่มทลายเกินคาด
    สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดังของอังกฤษ จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลว่า ระหว่าง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน กับ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารชาวเมืองผู้ดี ใครควรเป็นมือ 1 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/21

    "ปีศาจแดง" เพิ่งจับ เฮนเดอร์สัน วัย 23 ปี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 หลังฤดูกาลที่ผ่านมาไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวใช้งาน

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ จะยังคงไว้วางใจให้ เด เคอา ได้เป็นมือ 1 ต่อไป แต่ เฮนเดอร์สัน ไม่หวาดหวั่นและเจ้าตัวพร้อมที่จะรับความท้าทายในครั้งนี้ ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะกลับสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    จากผลโหวตที่มีแฟนบอล 116,833 เข้ามาแสดงความเห็นออกมาว่า เฮนเดอร์สัน ควรได้เป็นมือ 1 มากถึง 71.3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ เด เคอา ได้ไปแค่ 28.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @chineduanaz ให้ความเห็นว่า "เด เคอา ทำพลาดมาหลายครั้ง ลองดูคนอื่นบ้างดีกว่า เราสามารถกลับมาใช้ เด เคอา หาก ดีน เกิดทำผิดพลาดเหมือนกัน"

    ส่วนแฟนบอลที่มอง เด เคอา เหนือกว่าอย่าง @infamousmofo เผยว่า "คุณจะเลือกนายทวารระดับโลกมานับ 10 ปี หรือคนที่เพิ่งมาทำผลงานดีแค่ฤดูกาลเดียวล่ะ?"

สื่อเผยเฮนเดอร์สันตัดสินใจอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็เตรียมที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว โดยมันจะมีระยะเวลาถึง 4 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    อนาคตของ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ขณะที่ ดาบิด เด เคอา มือ 1 คนปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มตกด้วย แต่ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่รับประกันว่า เฮนเดอร์สัน จะได้เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในซีซั่นหน้าหรือไม่

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงราว 2 ปีเท่านั้นด้วย ซึ่งมันก็มีข่าวลือด้วยว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและหาทางย้ายออกจากทีมถ้าหากไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กำลังอยากได้เขาไปเฝ้าเสาให้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่า เฮนเดอร์สัน จ่อต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังจากที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยื่นสัญญาที่มีระยะเวลา 4 ปีให้กับเขา พร้อมกับจะให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.40 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาอีก 1 ปีด้วย

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน หารือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้กำลังจะได้บทสรุปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน จะได้อยู่เป็นมือ 1 ให้ทีมหรือไม่ โดยที่จริง เฮนเดอร์สัน เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อปีก่อน

    ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์จริงๆ มันก็หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสียค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพราะ เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท)

อาถรรพ์ตัดเชือก! แมนยูร่วง-เซบีย่าแซงคว้าชัย ลิ่วชิงยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" เจออาถรรพ์รอบตัดเชือกอีกแล้ว หลังต้องฝันสลายชวดโอกาสเข้าไปชิงฯอีกสมัย หลังเจอทีเด็ดของ ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยให้ เซบีย่า แซงเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมพาทีมเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่แล้วต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าจะบดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 จากประตูชัยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ เซบีย่า ที่ทุบ วูล์ฟแฮมป์ตัน มาหวุดหวิด 1-0 ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็น 2 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วโดยส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ และส่ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงแทนเอริค ไบยี่ แนวรุกยังเหมือนเดิม  อองโตนี่ มาร์กซิยาล หน้าเป้า ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ เซบีย่า ใช้ เอเวร์ บาเนก้า เพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที  "ปีศาจแดง" ได้ทักทายทันทีหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ไหลบอลสุดเนียนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดติดมือ ยาสซีน บูนู แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะตามซ้ำช้า แต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินชาววเยอรมัน เป่ามาให้จุดโทษแก่แมนฯยูไนเต็ด หลัง ดีเอโก้ การ์ลอส ไปเข้าช้าเสียบข้อเท้าแรชฟอร์ด ก่อน นาทีที่ 9 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงไม่พลาดซัดเข้ามุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    นาที 14 ลูกสวนกลับของผีแดงเกือบได้ลุ้นเม็ดสองทันที หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ เฟร็ด หลุดเข้าไปก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ การ์ลอส แล้วซัดด้วยขวาเสียบข้างตาข่ายเสาแรกแบบได้เสียว

    อีกสองนาทีถัดมา เซบีย่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ลูกัส โอกัมโปส กระชากเข้าไปซัดมุมแคบ บอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดมือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 26 เซบีย่า มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ บอลเซ็ตจากหลังขึ้นมาถึง ลูกัส โอกัมโปส แทงตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะครอสเลียดมาเสาไกลให้ ซูโซ่ ที่ไร้ตัวประกบวิ่งมาอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปจนปัญหาที่ เด เคอา จะเซฟช่วยไว้ได้

    นาที 33 ลูกทีมของ โซลชา เกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้ง ปอล ป็อกบา ได้บอลในกรอบก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 39 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากระยะกว่า 35 หลา หลังปอล ป็อกบาโดน บาเนก้า อัดด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะวิ่งมาอัดฟรีคิกด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลพุ่งจน ยาสซีน บูนู ต้องผวาทุบออกไป

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 แรชฟอร์ด ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยขวาหน้ากรอบ บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไป จากนั้น ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์กลางประตูบอลพุ่งแรงจน ยาสซีน บูนู ต้องพุ่งทุบออกไป

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง และแค่นาที 46 แมนฯยูไนเต็ด เกือบแซงขึ้นนำอีก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    "ผีแดง" ยังโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 50 บรูโน่ จ่ายไปเสาไกลบอลหลุดมาถึง มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาเน้นๆแต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู เซฟอีกหน แม้แรชฟอร์ดจะตามซ้ำแต่ยังไปติดบล็อค แฟร์นันโด

    อีกนาทีต่อมา มาร์กซิยาล โชว์สเต็ปลากเลื้อยถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางมาถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อคแนวรับ เซบีย่า อีก

    นาที 53 เอเวร์ บาเนก้า เล่นยากโดน มาร์กซิยาล ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะชิ่งกับ แรชฟอร์ด ถึง มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู อีก เป็นเซฟที่ 7 ของนายด่านวัย 29 ปีวันนี้

    นาที 72 เซบีย่า มาได้ฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลาทางมุมธงซ้าย ซูโซ่ วิ่งมาอัดบอลพุ่งไปโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แม้ว่าแข้งเซบีย่าจะพยายามประท้วงผู้ตัดสินว่าบอลพุ่งไปโดนแขน บรูโน่ แต่เชิ้ตดำชาวเยอรมันไม่ว่าอะไร

    นาที 78 กลายเป็น เซบีย่า มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยกหลบวิลเลี่ยมส์ก่อนครอสบอลโค้งหนี ลินเดอเลฟ ให้ ลุค เดอ ยอง ตัวสำรองที่ยืนโล่งๆคนเดียวแปด้วยซ้ายเข้าไปชนิดไม่ล้ำหน้า

    ท้ายเกม โซลชา เพิ่งเปลี่ยนตัวสำรองลงมาในสนามโดยส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงมาเล่นแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และส่ง ดาเนี่ยล เจมส์ ลงมาเล่นแทน แรชฟอร์ด

    กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เซบีย่า แซงคว้าชัยเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศสมัยที่ 6 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

    สำรอง : ฆาเบียร์ ดิอาซ, ฟรังโก้ บาซเกซ, เซร์จี้ โกเมซ, ลุค เดอ ยอง, เซร์จิโอ้ เอสกูเดโร่, เนมานย่า กูเดลจ์, โทมัส วาซลิก, โอลิเบร์ ตอร์เรส, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้, โฆเซ่ อลอนโซ่ ,เจนาโร่ โรดริเกซ, ปาโบล รีโก้

    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

    สำรอง : เซร์คิโอ โรเมโร่, ฆวน มาต้า, โอเดียน อิกาโล่, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ลี แกรนท์, ดาเนี่ยล เจมส์, อันเดรียส เปเรยร่า, เอริค ไบยี่, ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เทเดน เมงจี้

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

สิงห์ยังมีงบให้เสริมทัพอีก200ล้านปอนด์

แดนนี่ ฮิ๊กกิ้นบ็อทแธม อดีตเด็กเก่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าทีมจะต้องเก็บตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เอาไว้กับทีมต่อไปให้ได้เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า เชลซี ยังมีงบให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เสริมทีมอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างน่าสนใจด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดด้วยค่าตัวรวมกันร่วม 90 ล้านปอนด์ แต่ยังมีนักเตะที่ยังต้องเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง

 เชลซี ยังมีนักเตะอีกอย่างน้อย 3 คนที่ต้องการตัวมาร่วมทีมและเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ของ เลเวอร์คูเซ่น, เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ซึ่งอาจจะรวมถึงผู้รักษาประตูอีกตำแน่งด้วย

 ล่าสุดสื่อแดนผู้ดีเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมที่จะทุ่มเงินอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อดึงเป้าหมายของกุนซือมาร่วมทีม ซึ่งโดยรวมแล้วสามเป้าหมายค่าตัวรวมถึงก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์อยู่แล้ว

14กลับที่เดิม!ส่อง11ตัวจริงแมนยูบู๊โคเปนเฮเก้น

คาด 11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมพบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ และ โอเดียน อิกาโล่ คงต้องกลับไปนั่งสำรองตามเดิม

     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนำทัพ "ปีศาจแดง" ลงเตะกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น จากเดนมาร์ก ในศึก ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยที่กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน ตั้งเป้าขอพาทีมคว้าแชมป์ให้จงได้

    ในรอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก จะเล่นนัดเดียวรู้ผลแบบทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศเยอรมัน โดยหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ  เอฟซี โคเปนเฮเก้น จะเข้าไปเจอผู้ชนะของคู่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส พบ เซบีย่า ขณะที่อีกสายผู้ชนะคู่ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค กับ เอฟซี บาเซิ่ล จะเข้าไปเจอผู้ชนะคู่ อินเตอร์ มิลาน กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    คาดว่า เกมนี้ โซลชา จะส่ง 11 ตัวจริงชุดแข็งแกร่งสุดกลับมาลงสนาม หลังให้หลายคนได้พักในเกมชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้แข้งสำรองอย่าง เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ และโอเดียน อิกาโล่ ลงมาวาดลวดลายบ้าง

     เริ่มจากตำแหน่งผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคอา จะได้กลับมาเฝ้าเสาแทน โรเมโร่ ส่วนแผงแบ็กโฟร์ใช้ อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ หลัง ลุค ชอว์ ยังมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า

    ขณะที่ มิดฟิลด์คู่กลางใช้ ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช ยืนอยู่หลัง เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยมี อองโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมพบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น (ตามคาด)
ผู้รักษาประตู: ดาบิด เด เคอา
กองหลัง: อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
กองกลาง: ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
กองหน้า: อองโตนี่ มาร์กซิยาล

บิลด์ตีซานโช่โอเคซบแมนยู-เปิดรายละเอียดสัญญา

จับตาให้ดี! สื่อดังเมืองเบียร์ ยัน แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงกับ เจดอน ซานโช่ เรียบร้อย พร้อมเปิดรายละเอียดในสัญญาที่เจ้าตัวจะได้ค่าเหนื่อยเป็นตัวท็อปในทีม "ปีศาจแดง"
    
บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมนี รายงานข่าวเมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวที่จะย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว โดยเหลือแค่ให้ทั้งสองสโมสรเจรจาเรื่องค่าตัวกันให้ลงตัวเท่านั้น

    รายงานระบุว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 20 ปี ตกลงสัญญา 5 ปีกับ "ปีศาจแดง" พร้อมกับรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ส่งผลให้จะได้มากสุดในทีมเท่ากับ ดาบิด เด เคอา นายทวารสแปนิช หาก อเล็กซิส ซานเชซ ที่รับมากสุดย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร

    นอกจากนั้น บิลด์ ยังเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจ่ายค่าตัวรวมทั้งหมด 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ให้กับ ดอร์ทมุนด์ โดยจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด งวดแรก 63 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) งวดสอง 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) และงวดสุดท้ายที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 720 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้ ดอร์ทมุนด์ ตลอด 2 ปีที่ผ่าน โดยซีซั่น 2019/20 ทำไป 17 ประตู กับ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 32 นัด

แมนยูเน้น!โซลชาวาง “มาร์กซิยาล” หน้าสังหารโคเปนเฮเก้นรอบ8ทีมยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจัดทัพหนักโดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะใช้บริการ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนศูนย์หน้าตัวหลักปิดสกอร์เกมพบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ในศึกฟุตบอล ยูโรปาลีก (รอบก่อนรองชนะเลิศ) วันจันทร์ที่ 10 ส.ค. ศกนี้ เวลา : 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ปรีวิว ฟุตบอล ยูโรปา ลีก (รอบก่อนรองชนะเลิศ)
วันจันทร์ที่ 10  สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   เอฟซี โคเปนเฮเก้น

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เทรนเนอร์แมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมเข้ารอบ หลังรวม 2 นัด ถล่มแอลเอเอสเค ลินซ์ขาดลอย 7-1

    โซลชา เพิ่งนำลูกทีมออกเดินไปเยอรมันซึ่งเป็นสนามแข่งกลางตั้งแต่รอบก่อนรองฯ จนถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยที่จะไม่มี ลุค ชอว์, ฟิล โจนส์ และ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่บาดเจ็บเหมือนเดิม
 
    ตัวหลักของทีมทั้ง ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ดาบิด เด เคอา และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ต่างเดินทางไปทั้งหมด และพร้อมเป็นตัวเลือกสำหรับทีม เช่นเดียวกับกลุ่มที่ได้เล่นในรายการนี้ทั้ง เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ฆวน มาต้า, แดเนียล เจมส์ และ โอเดียน อิกาโล่ 

    สตาเล่ โซลบัคเค่น เทรนเนอร์เอฟซี โคเปนเฮเก้น พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะอิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ด้วยประตูรวม 3-1

    ความพร้อมเกมนี้ โซลบัคเค่นยังไม่มี มิชาเอล ซานโตส ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง วิคเตอร์ ฟิสเชอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เพราะทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง

    นำโดยแกนหลักขาประจำอย่าง โฮเซ่ การ์ลอส กอนซัลเวส โรดริเกส "เซก้า" กองกลางกัปตันทีม, อันเดรียส เบลลันด์, โยนาส วินด์, ราสมุส ฟัลค์ และ มิคเคล เคาฟ์มันน์
 

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ -ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด- อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    เอฟซี โคเปนเฮเก้น (4-2-3-1) : คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน – กีเยร์โม่ วาเรล่า, วิคเตอร์ เนลส์สัน, อันเดรียส เบลลันด์, นิโคไล บอยเลเซ่น – โรเบิร์ต มูดราซิย่า, โฮเซ่ การ์ลอส กอนซัลเวส โรดริเกส "เซก้า" – เป๊ป บิเอล, โยนาส วินด์, ราสมุส ฟัลค์ – มิคเคล เคาฟ์มันน์
    เทรนเนอร์ : สตาเล่ โซลบัคเค่น 

    ผู้ตัดสิน : กเลมงต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส)