ลุ้นมัน หงส์, ผี, เรือ, สิงห์ จับสลากแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/2021

    สำหรับความเคลื่อนไหวในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ของ ลิเวอร์พูล น่าสนใจมากๆ เพราะ "หงส์แดง" มีโอกาสที่จะอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย หรือ กรุ๊ป ออฟ เดธ ในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกชิงถ้วยใบโตยุโรป ที่จะมีขึ้นในเมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม
    ความพ่ายแพ้ของ เบนฟิก้า ทีมดังจากประเทศโปรตุเกส ที่มีต่อ พีเอโอเค ซาโลนิก้า สโมสรในดินแดนกรีซ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ รวมไปถึงสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เริ่มเห็นโอกาสที่พวกเขาจะพบกับใครในรอบแบ่งกลุ่ม

    การที่ เบนฟิก้า ร่วงตกรอบทำให้พวกเขาพลาดโอกาสเข้าไปร่วมโม่เกือกในรอบแบ่งกลุ่มศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 จริงๆ แล้วหากทีมดังจากดินแดนฝอยทองได้ตั๋วเข้าไปลุยรอบแบ่งกลุ่มจะทำให้พวกเขามีชื่ออยู่ในโถ 2 ในการจับสลาก แต่การที่พวกเขาตกรอบ คัดเลือก รอบ 3 ทำให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถูกเลื่อนให้ขึ้นมาอยู่ที่ โถ 2 แทน 

    ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้อยู่ในโถ 1 โดยอัตโนมัติ เคียงข้างกับ บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของแชมป์ "บิ๊กเอียร์" ซีซั่นล่าสุด, เซบีย่า แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ตามด้วย เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และ เอฟซี ปอร์โต้ ซึ่งทีมเหล่านี้ "เดอะ เร้ดส์" ไม่ต้องเจอในรอบแบ่งกลุ่มแน่นอน

    เช่นเดียวกับ "เรือใบสีฟ้า", "ปีศาจแดง" และ "สิงโตน้ำเงินคราม" ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน โถ 2 ที่มีโอกาสจะจับสลากพบกับทีมจากโถ 1 แต่พวกเขาไม่ต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากเป็นสโมสรที่มาจากประเทศเดียวกัน แต่ก็อาจจะดวงแตกจับไปพบกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ก็ได้

    สำหรับในเวลานี้เหลืออีก 6 ทีมที่ยังรอมีดวลกันแบบเหย้า-เยือน ในรอบเพลย์ออฟ ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึงต้องรอดูว่าผู้ชนะจะได้ไปอยู่โถ 3 หรือ โถ 4

    ดังนั้นหากติ๊ต่างว่าได้ครบทุกทีมสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มแล้ว สิ่งที่บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" คงยิ้มร่าน้ำตาเล็ดก็คือการที่ทีมรักจับสลากอยู่ในกลุ่มเดียวกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ และ แรนส์ อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" อาจจะอยู่ในกลุ่มแห่งความตายหากมือดีดันจับให้พวกเขาต้องพบกับ อินเตอร์ มิลาน หรือบาร์เซโลน่า, โอลิมปิก มาร์กเซย และ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเขี่ยพวกเขาร่วงในรอบน็อกเอาต์ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

    ในขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเจอกับสถานการณ์กรุ๊ป ออฟ เดธ เช่นกันเนื่องจากพวกเขามีสิทธิ์ดวงเฮงจับสลากอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมชั้นนำในลา ลีกา สเปน และกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เช่นเดียวกัน

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โถที่ 1 (ยืนยัน)
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
เรอัล มาดริด (สเปน)
ยูเวนตุส (อิตาลี)
บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)
เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย)
เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)
เซบีย่า (สเปน)

โถที่ 2 (ยืนยัน)
บาร์เซโลน่า (สเปน)
แอตเลติโก มาดริด (สเปน)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน)
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี)
เชลซี (อังกฤษ)
อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถที่ 3 (ยืนยัน)
แอร์เบ ไลป์ซิก(เยอรมนี)
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)
ลาซิโอ (อิตาลี)
อตาแลนต้า (อิตาลี)
ผู้ชนะระหว่าง ดินาโมเคียฟ พบ เกนท์ (เบลเยียม)

โถที่ 4 (ยืนยัน)
เรนส์ (ฝรั่งเศส)
โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค (เยอรมนี)
อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์(ตุรกี)
ผู้ชนะระหว่าง สลาเวีย ปราก (เช็ก) พบ มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)
ผู้ชนะระหว่าง โมลด์ (เดนมาร์ก) พบ เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี)

โถที่ 3 หรือ 4 (ยังไม่ยืนยัน)
โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)
โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)
คลับ บรูช (เบลเยียม)
ผู้ชนะระหว่าง เรด บูลล์ ซัลบวร์ก (ออสเตรีย) พบ มัคคาบี้ เทล อาวีฟ (อิสราเอล)
ผู้ชนะระหว่าง โอลิมเปียกอส พบ โอโมเนีย นิโคเซีย (ไซปรัส)
ผู้ชนะระหว่าง คราสโนดาร์ (รัสเซีย) พบ พีเอโอเค ซาโลนิก้า (กรีซ)

สิงโตหงอย! อังกฤษเร่งไม่ขึ้นเจ๊าเดนมาร์กไร้สกอร์ศึกเนชั่นส์ ลีก

แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ "สิงโตคำราม" เกือบเอาตัวไม่รอดหลังปรับทัพหลายตำแหน่งก่อนบุกเจ๊า เดนมาร์ก 0-0 มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ยึดรองจ่าฝูง ส่วนทาง เดนมาร์ก เก็บแต้มแรกในการแข่งขันรายการนี้สำเร็จ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 2) คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เตเลีย ปาร์เก้น, โคเปนเฮเกน

    เดนมาร์ก เสียสถิติไม่แพ้ใคร 15 เกมรวด ในวันที่พ่ายต่อเบลเยียมคาสนามแห่งนี้ ทีมชุดนี้คุมทัพโดย คาสเปอร์ ฮูลมานด์ เทรนเนอร์คนใหม่ สภาพทีมเกมนี้ ฮูลมานด์ไร้ปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม โดยปรับทัพ 2 ตำแหน่งจากเกมพ่าย เบลเยียม

    ส่วนทาง แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์ทีมชาติอังกฤษ พาทีมเบียดชนะไอซ์แลนด์แบบสุดเฮง 1-0 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เพราะเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกม ความพร้อมเกมนี้จะไม่มี ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดโทษแบน ขณะที่ดูโอสุดแสบ เมสัน กรีนวู้ด กับ ฟิล โฟเด้น ถูกส่งกลับสโมสรเรียบร้อย

    10 นาทีผ่านเป็น "สิงโตคำราม" ทักทายก่อนจากลูกวางยาวของ คอเนอร์ เคาดี้ ทิ้งออกขวาให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สอดมาเก็บบอลแต่จังหวะเปิดเข้าในไปติดขา อันเดรียส คริสเตนเซ่น สกัดออกหลังไป

    จากลูกเตะมุมทางขวา คีแรน ทริปเปียร์ เล่นสูตรเปิดย้อนให้ เจดอน ซานโช่ สลัดตัวประกบวิ่งย้อนมาซัดด้วยขวาบอลไปติดบล็อคผู้เล่น เดนมาร์ก หวดทิ้งออกมาได้ทัน

    นาทีที่ 18 "โคนม" ตอบโต้บ้างเป็นจังหวะสวนกลับของ คาสเปอร์ โดลเบิร์ก สอดมารับบอลโชว์ลีลาแหวกแนวรับ อังกฤษ 3 คนก่อนดึงหลบ เอริก ดายเออร์ ตะบันด้วยขวาเฉี่ยวคานออกไปนิดเดียว

    30 นาทีผ่าน เดนมาร์ก พลาดโอกาสทองจากจังหวะเคลียร์ไม่ขาดของ คอเนอร์ เคาดี้ บอลมาเข้าทาง มาร์ติน เบรธเวท เก็บตกก่อนก้มหน้าอัดด้วยซ้ายระยะร่วม 30 หลาบอลถากเสาไกลหลุดออกหลัง

    7 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น เกือบขึ้นนำอีกครั้งคราวนี้เป็น คริสเตียน เอริคเซ่น ชิงเหลี่ยมพลิกหลบ เอริก ดายเออร์ ก่อนแทงต่อให้ คาสเปอร์ โดลเบิร์ก หลุดเข้าเขตโทษอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลติดมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก เดนมาร์ก 0 อังกฤษ 0

    60 นาทีผ่าน อังกฤษ หวิดเบิกสกอร์แรกจากลูกหยอดของ ราฮีม สเตอร์ลิง ตักข้ามแนวรับให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวเข้าไปอัดด้วยซ้ายติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ข้างสนามธงล้ำหน้าขึ้นไปก่อนแล้ว

    หลังจากนั้น แกเร็ธ เซาธ์เกต แก้เกมทันทีเปลี่ยนตัว เจดอน ซานโช่ สตาร์เนื้อหอมที่แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมส่ง เมสัน เมาท์ ลงสนามแทน

    นาทีที่ 68 "สิงโตคำราม" พยายามเร่งเครื่อง เมสัน เมาท์ โชว์ความขยันตามไปเก็บบอลก่อนจ่ายย้อนให้ คีแรน ทริปเปียร์ ครอสลึกมาเสาไกลเข้าหัว แฮร์รี่ เคน โขกคนเดียวหลุดข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

    นาทีต่อมา ราฮีม สเตอร์ลิง ขอทำเองบ้างลากตัดเข้าในก่อนได้ช่องปั่นด้วยขวาหน้าหัวกะโหลกบอลกระดอนพื้นเกือบเบียดเสาแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผวาปัดออกไปหวุดหวิด

    10 นาทีสุดท้าย เดนมาร์ก มาพลาดโอกาสสำคัญเป็น ยุสซุฟ โพลเซ่น แอบมาเสาไกลก่อนโขกตั้งให้ คริสเตียน เอริคเซ่น เติมมาในเขตโทษก่อนตามน้ำด้วยซ้ายจ่อๆบอลเหินข้ามคานไม่ได้ลุ้น

    นาทีสุดท้าย อังกฤษ มาส่งท้ายจากจังหวะของ แจ็ค กรีลิช เก็บบอลหน้าเขตโทษก่อนป้ายออกขวาให้ แฮร์รี่ เคน เลือกยิงหักข้อบอลผ่านหน้าประตูหลุดออกไปเหมือนเดิม

    ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 แฟน "สิงโตคำราม" เกือบได้เฮจากจังหวะของ แฮร์รี่ เคน ใช้ความแข็งแกร่งเบียดเอาชนะแนวรับ เดนมาร์ก ก่อนแต่งบอลหลบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แปร์เข้าหาปากประตูโล่งๆ แต่ต้องชม มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น ตามมาเคลียร์ทิ้งจากบนเส้น

    จบเกม เดนมาร์ก 0 อังกฤษ 0 ลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต เก็บเพิ่ม 1 แต้มมี 4 คะแนนยึดรองจ่าฝูง ลีก เอ กลุ่ม 2

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    เดนมาร์ก (4-3-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ดาเนี่ยล วาสส์, มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, โรเบิร์ต สคอฟ – คริสเตียน เอริคเซ่น, คริสเตียน นอร์การ์ด (ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก น.73), โธมัส เดอลานี่ย์ – ยุสซุฟ โพลเซ่น, คาสเปอร์ โดลเบิร์ก (ราสมุส ฟัลค์ น.76), มาร์ติน เบรธเวท (ไซม่อน เคียร์ น.82)

เทรนเนอร์ : คาสเปอร์ ฮูลมานด์ 
 
    อังกฤษ (4-3-3) :
จอร์แดน พิคฟอร์ด – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ น.86), โจ โกเมซ, เอริก ดายเออร์, คีแรน ทริปเปียร์ – เดแคลน ไรซ์, คอเนอร์ เคาดี้, คาลวิน ฟิลลิปส์ (แจ็ค กรีลิช น.76) – เจดอน ซานโช่ (เมสัน เมาท์ น.60), แฮร์รี่ เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง

เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต

    ผู้ตัดสิน : อิสต์วาน โควัคส์ (โรมาเนีย)

เดอบรอยน์จ่าย2-บาตชูอายี่เบิ้ล!เบลเยียมถล่มไอซ์แลนด์ เฮ2นัดรวดศึกเนชั่นส์ลีก

เควิน เดอ บรอยน์ แอสซิสต์ 2 ประตู ขณะที่ มิชี่ บาตชูอายี่ ตะบันคนเดียวสองตุงช่วย เบลเยียม ที่โดนนำไปก่อนแล้วกลับมาระเบิดฟอร์มสุดโหดไล่ยำใหญ่ใส่ ไอซ์แลนด์ แบบยับเยิน 5-1 คว้าสามแต้มเต็มพร้อมกับรั้งจ่าฝูงกลุ่มแบบเดี่ยวๆ ทันทีเหตุเพราะทีมชาติอังกฤษทำได้เพียงเสมอกับเดนมาร์กแบบไร้สกอร์ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 2) วันอังคารที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 2)
วันอังคารที่ 8 กันยายน 2563
เบลเยียม 5   –   1 ไอซ์แลนด์

   
สนาม : สต๊าด รัว โบดวง, บรัสเซลส์

    นาทีที่ 11 เป็นไอซ์แลนด์ออกนำไปก่อน 1-0  แบบมีดวงเมื่อ ฮอล์เบิร์ต อรอน ฟริดอนสัน ได้หมุนตัวตวัดยิงกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาบอลไปแฉลบกองหลังเบลเยียมบอลลอยโด่งย้อยข้ามหัว โคเอน คาสตีลส์ เขาไปแบบที่นายด่านเบลเยียมได้แต่ป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น

    แต่เพียงแค่สองนาทีถัดมาเบลเยียมตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 จากจังหวะลูกฟรีคิดทางฝั่งซ้ายเป็น ดรีส เมอร์เท่นส์ ที่ปั่นบอลโค้งอย่างสวยแต่ไม่ผ่านมือ อ็อกมุนดูร์ คริสตินส์สัน นายด่านไอซ์แลนด์ที่โดดปัดสุดปลายมือก่อนที่บอลจะไปชนเสาแล้วกระเด้งมาเข้าทาง อักเซล วิตเซล ที่ยืนอยู่คนเดียวโล่งๆ แล้วแปบอลเข้าไปแบบจ่อๆ อย่างง่ายดาย

    นาทีที่ 17 เบลเยียม ได้ประตูแซงนำ 2-1 จากการโหมบุกเข้าใส่ไอซ์แลนด์อีกครั้งบอลมาอยู่ที่ ดรีส เมอร์เท่นส์ ที่รับบอลในเขตโทษก่อนจิ้มยอนคืนให้ อักเซล วิตเซล ได้ตั้งป้อมแปยัดเล่นทาเน้นๆ แต่ไปติดเซฟ อ็อกมุนดูร์ คริสตินส์สัน ที่พยายามรับไว้แต่ไม่อยู่กระดอนออกมาเข้าทาง มิซี่ บาตซูอายี่ ตามมาซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือซาก

    นาทีที่ 19  เบลเยียม หวิดได้ประตูที่สามเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ตัดบอลได้จากแดนตัวเองก่อนใช้ความเร็วควบกระชากจี้เข้าหาเขตโทษไอซ์แลนด์ แล้วส่งต่อมาทางขวาให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ ได้สับไกเน้นๆ แต่บอลดันเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านพ้นมาถึงนาทีที่ 40 เบลเยียมได้ลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายแล้วพยายามเล่นไวก่อนถูกแข้งไอซ์แลนด์เคลียร์ออกไปได้แต่ก็ยังเป็นเบลเยียมที่เก็บบอลได้แล้วโต้กลับขึ้นมาอีกครั้งบอลมาอยู่ที่ มิชี่ บาตซูอายี่ หลุดเดี่ยวขึ้นมาทางฝั่งขวาได้ก้มหน้ากดเน้นๆ เต็มข้อแต่หลักไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกอีกครั้ง

    นาทีที่ 44 เบลเยียม เกือบได้ประตูอีกครั้งจากจังหวะทำชิ่งหนึ่งสองของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ โธมัส เมอนิเย่ร์ ก่อนที่ อัลเดอร์ไวเรลด์ จะได้เปิดบอลสุดริมเส้นย้อนมาเข้าทาง ดรีส เมอร์เท่นส์ ที่พยายามใช้ปลายเท้าแหย่บอลให้เปลี่ยนทางหวังเข้าเสาไกลแต่ดันหลุดออกไปนิดเดียว

    จบครึ่งแรกเป็นเบลเยียมที่่ครองเกมบุกได้มากกว่านำ ไอซ์แลนด์ 2-1

    มาลุ้นต่อครึ่งหลังยังคงเป็นเบลเยียมที่ครองเกมบุกได้มากกว่านาทีที่ 49 เควิน เดอ บรอยน์ ได้ตั้งป้อมซัดนอกกรอบระยะประมาณ 20 หลาบอลทำท่าจะเสียบโคนเสาแต่ถูกปฏิเสธสกอร์โดย อ็อกมุนดูร์ คริสตินส์สัน ผู้รักษาประตูไอซ์แลนด์ที่พุ่งปัดไว้ได้ด้วยปลายมือ

    และจากจังหวะลูกเตะมุมต่อเนื่องเบลเยียมได้ประตูนำห่าง 3-0 นาทีที่ 50 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ รับบอลที่ส่งมาจากเพื่อนร่วมทีมแล้วลากจี้เข้ากรอบเขตโทษไอซ์แลนด์ก่อนส่งบอลลอดขา  อัลเบิร์ต กุ๊ดมุนด์สสัน  ไปให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ ที่รับบอลแล้วใช้ความไวล้มตัวยิงเข้าไป

    นาทีที่ 62 ไอซ์แลนด์ ตอบโต้กลับขึ้นมาบ้าง อัลเบิร์ต กุ๊ดมุนด์สสัน หลุดเดียวเข้าไปหวดเน้นๆ ด้วยเท้าซ้ายทางฝั่งซ้ายแต่ไม่ผ่าน โคเอน คาสตีลส นายด่านเบลเยียมที่ยืนปิดมุมดีและใช้ปลายท้ายป้องกันเอาไว้ได้

    นาทีที่ 66 เบลเยียมได้ลุ้นบวกสกอร์อีกครั้งจากการยิงเหน่งๆ กลางประตูของ ดรีส เมอร์เท่นส์ แต่คราวนี้ อ็อกมุนดูร์ คริสตินส์สัน ไม่ปล่อยให้บอลผ่านเส้นประตูไปได้เจ้าตัวออกมาป้องกันพ้นเขตอันตราย

    จนแล้วจนรอดนาทีที่ 69 เบลเยียมได้ประตูนำขาด 4-1 จนได้จากจังหวะทำเกมสุดงาม เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลหักข้อให้ ยาริ เวอร์เชเรน หลุดขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วส่งต่อไปที่จุดนัดพบให้  มิชี่ บาตชูอายี่ ได้ไขว้ยิงด้วยส้นเท้าเข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ยังคงเป็นเบลเยียมที่ได้บุกต่อเนื่องนาทีที่ 77 เจเรมี โดคู ได้เปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้ายบอลลอยมาเข้าหัว ธอร์กกาน อาซาร์ โขกตั้งย้อนมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้วอลเล่ย์แบบไม่รอให้บอลตกพื้นแต่ดันโดนไม่เต็ม

    นาทีที่ 80 เบลเยียมได้ประตูนำ 5-1 เมื่อ  เจเรมี โดคู รับบอลแล้วกระชากจึ้เข้าไปในเขตโทษไอซ์แลนด์ก่อนจะโยกหลอกแล้วซัดไวด้วยเท้าขวาบอลพุ่งดุจจรวดเสียบสามเหลี่ยมฝั่งไกลเข้าไปแบบสุดจะบรรยาย

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกมเป็น เบลเยียม ที่โดนแหย่รังแตนถูกนำไปก่อนแล้วมาระเบิดฟอร์มโหดกดแซงรวดเดียวจบที่ผลชัยใส่ไอซ์แลนด์ 5-1

    ทั้งนี้ เบลเยียม ชนะ 2 นัดรวดรับ 6 แต้มเต้มพร้อมกับรั้งจ่าฝูงกลุ่มแบบเดี่ยวๆ ทันทีเหตุเพราะทีมชาติอังกฤษทำได้เพียงเสมอกับเดนมาร์กแบบไร้สกอร์

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
   
    เบลเยียม
(4-3-3) : โคเอน คาสตีลส์ (ซิมง มิโญเล่ต์ น.55) – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เจสัน เดนาเยอร์, แยน แฟร์ต็องเก้น, โธมัส เมอนิเย่ร์ – อักเซล วิตเซล, ธอร์กกาน อาซาร์ (ยารี เวอร์ชาเรน น.65), เควิน เดอ บรอยน์ (ฮานส์ วานาเค่น น.81) –  มิชี่ บาตชูอายี่, เจเรมี โดคู, ดรีส เมอร์เท่นส์
    เทรนเนอร์ : โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ
 
    ไอซ์แลนด์ (4-3-3) : อ็อกมุนดูร์ คริสตินส์สัน  – ยอน กุดนี่ ฟโยลูสัน, โฮลมาร์ ออร์น เอโยอล์ฟส์สัน, ฮอร์ตูร์ เฮอร์มันน์สสัน, อาริ เฟรย์ สกุลาสัน – วิคเตอร์ ปัลส์สัน, แอนดรี่ ฟานนาร์ บาล์ดูร์สสัน (เอมิล ฮอลล์เฟร็ดส์สัน น.54), เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน – ฮอล์เบิร์ต เอรอน ฟริดอนสัน (จอน ดาออย บูวาร์สสัน น.70), อาร์เนอร์ ซิกูร์สสัน (มิคาเอล อันเดร์ซอน น.72),  อัลเบิร์ต กุ๊ดมุนด์สสัน
    เทรนเนอร์ : เอริค ฮัมเร็น   

    ผู้ตัดสิน : พาเวล ราซคอฟสกี้ (โปแลนด์)

แข้งเรือใบลุ้นประเดิม! คาดการณ์ 11 ตัวจริงอังกฤษบุกไอซ์แลนด์

ทีมชาติอังกฤษ​เตรียมประเดิมศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในเวลา 23.00 น. คืนนี้ โดย “สิงโตคำราม” อยู่ในลีกเอ กลุ่ม 2 ที่ประกอบไปด้วยทีมชาติ เบลเยี่ยม, เดนมาร์ก และ ไอซ์แลนด์ ด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต คงหวังจะเก็บสามแต้มให้ได้ในนัดแรกแต่พวกเขาต้องบุกเยือน ไอซ์แลนด์ การจัดทัพก็ดูจะมีปัญหาพอสมควรเนื่องจากมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน มาคาดเดากันว่าใครจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงบ้าง

แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษประกาศรายชื่อนักเตะทั้งหมด 24 คนในการทำศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยตอนแรกมีชื่อของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีม “ปีศาจแดง” อยู่ในทีมด้วยแต่ทว่าเกิดเหตุอื้อฉาวขึ้นทำให้ถูกตัดชื่อออกและเรียก คอเนอร์ โคดี้ เข้ามาติดแทน

ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แฮร์รี่ วิงส์ มีอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ทำให้ต้องถอนตัว เซาธ์เกต จึงเลือก แจ็ค กรีลิช และ ฟิล โฟเด้น เข้ามาแทนที่

นักเตะที่ถูกเรียมาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกมีหลายคนทีเดียวได้แก่ ดีน เฮนเดอร์สัน, คอเนอร์ โคดี้, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส และ เมสัน กรีนวู้ด

คาดการณ์ 11 ตัวจริงเกมพบ ไอซ์แลนด์

ผู้รักษาประตู: นายด่านที่ถูกเรียกมามีฝีมือกันทั้งนั้น นิค โป๊ป ได้รับคำชื่นชมมากมายหลังจากเก็บคลีนชีทได้เป็นอันดับสองของลีก ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ถูกเรียกมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกหลังจากทำผลงานโดดเด่นในการยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สวนทางกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่โชว์ฟอร์มไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ว่า นิค โป๊ป จะถูกดันขึ้นมาเป็นมือ 1 เต็มตัวด้วยอายุและประสบการณ์

กองหลัง: “สิงโตคำราม” มีปัญหาในการเลือกแบ็กซ้ายเนื่องจาก เบน ชิลเวลล์, ลุค ชอว์ และ แดนนี่ โรส ไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้เนื่องจากบาดเจ็บ หากต้องการผู้เล่นที่มีประสบการณ์อาจจำเป็นต้องโยก ไคล์ วอล์คเกอร์ ไปเล่นเป็นแบ็กซ้าย แต่ทำให้เจ้าตัวไม่ถนัดมากนัก

หรือมีอีกตัวเลือกหนึ่งคือ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา มิเกล อาร์เตต้า มักจะจับเจ้าตัวไปเล่นวิงแบ็กซ้ายบ่อยครั้ง นั่นหมายความว่า เมตแลนด์-ไนล์ส มีสิทธิ์ออกสตาร์ทตัวจริงในทีมชาติเป็นครั้งแรก

 ส่วนแบ็กขวาถ้า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สมบูรณ์ก็จะยึดตัวจริงแน่นอน ขณะที่เซนเตอร์แบ็กในยามที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่อยู่ โจ โกเมซ จะยืนเป็นตัวหลักจับคู่กับ ไมเคิ่ล คีน โดยมี คอเนอร์ โคดี้ และ ไทโรน มิงส์ เป็นแบ็กอัพ

กองกลาง: มิดฟิลด์ชุดนี้เป็นดาวรุ่งแทบทั้งหมดแต่ฟอร์มในลีกของแต่ละคนถือว่าควรค่าแก่การติดทีมชาติ ดีแคลน ไรซ์ น่าจะการันตีตัวจริงเนื่องจากเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ทีมชาติมากที่สุดในแผงกองกลางด้วยการติดทีมชาติมา 7 ครั้ง ส่วนอีกสองคนคาดว่า เซาธ์เกต จะเลือกใช้  ฟิล โฟเด้น ลงประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ผนึกกำลังกับ เมสัน เมาน์ท

แต่ถ้าหากกุนซือจะเน้นรัดกุมไว้ก่อนอาจะขยับ เอริก ดายเออร์ ขึ้นมายืนมิดฟิลดตัวรับคู่กับ ดีแคลน ไรซ์ และ เมสัน เมาน์ท ยืนกองกลางตัวรุกตำแหน่งหมายเลข 10 ของทีม

ส่วน แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า), คัลวิน ฟิลลิปส์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด) และ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน) น่าจะออกสตาร์ทบนม้านั่งสำรอง

กองหน้า: แนวรุกสามประสานแดนหน้าจัดตัวไม่ยากเท่าไหร่นักเนื่องจากขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่บาดเจ็บแต่ยังมี ราฮีม สเตอร์ลิง และ เจดอน ซานโช ยึดริมเส้นเช่นเดิมโดยมีกองหน้าตัวเป้าเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษอย่าง แฮร์รี่ เคน

กองหน้าสำรองยังมี แทมมี่ อับราฮัม และ แดนนี่ อิงส์ คอยเป็นแบ็กอัพ ขณะที่ เมสัน กรีนวู้ด มีลุ้นประเดิมลงเล่นในทีมชาติชุดใหญ่

2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ออกแถลงหลังกรีนวู้ด-โฟเด้นโดนทีมชาติตะเพิด

2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ด พร้อมใจออกโรงแถลงการณ์ หลัง2แข้งดาวรุ่งในสังกัดอย่าง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด โดนเด้งกลับบ้าน ไม่ได้เดินทางไปเล่นในเกมกับ เดนมาร์ก หลังตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรม

แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ 2ทีมดังพรีเมียร์ลีก ออกโรงแถลงการณ์หลัง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด 2แข้งดังของตัวเอง ถูกส่งกลับไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมชาติอังกฤษ ในเกมเนชั่นส์ลีก กับ ทีมชาติเดนมาร์ก หลังแข้งทั้งสองราย ตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรมในไอซ์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย.63

โดยนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษอย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่าทั้งคู่จะไม่เดินทางจากไอซ์แลนด์ ไป เดนมาร์ก กับพี่ๆสิงโตคำราม ที่มีโปรแกรมการแข่งขัน เนชั่นส์ลีก  ในวันอังคารกับทีมชาติเดนมาร์ก “น่าเสียดายที่เมื่อเช้านี้ ผมทราบว่าเด็กทั้งสองได้ละเมิดหลักเกณฑ์การระวังป้องกันความปลอดภัยจาก โควิด-19 ของเรา – ทำให้เราต้องตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถร่วมทีมกับคนอื่น ๆ ในทีมได้”

"เมื่อพิจารณาถึงขั้นตอนที่เราต้องปฏิบัติ พวกเขาจะต้องเดินทางกลับบ้าน"

นอกจากต้นสังกัดของ ฟิล โฟเด้น อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาขานรับพร้อมกล่าวว่าการกระทำของลูกทีมตัวเอง  "ไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

โดยแถลงการณ์จากทีมเรือใบกล่าวว่า “สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้จากแคมป์ทีมชาติอังกฤษ เกี่ยวกับพฤติกรรมของฟิล โฟเด้น ซึ่งเราได้เห็นพ้องกับเห็นจากผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการกระทำของ ฟิล นั้นไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

"พฤติกรรมของเขาไม่เพียง แต่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดที่เกี่ยวข้องกับโควิด -19 เท่านั้น แต่ยังถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สโมสรให้การสนับสนุนเอฟเอ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสโมสรกำลังติดต่อเกี่ยวกับการบังคับให้ฟิลกลับอังกฤษก่อนกำหนด”

ทางด้าน ปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด กล่าวว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังติดต่อประสานงานกับสมาคมฟุตบอล และผิดหวังกับการกระทำของ เมสัน กรีนวู้ด ในสถานการณ์นี้”

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่านักเตะทั้งสองจะต้องถูกกักตัว เมื่อเดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยว่า สโมสรจะดำเนินการทางวินัยกับนักเตะของตนเองหรือไม่

 

มาแล้ว!เลสเตอร์ประกาศคว้า “กาสตานเย่” ร่วมก๊วน

"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ จัดการคว้าตัว ทิโมธี กาสตานเย่ ฟูลแบ็กทีมชาติเบลเยียม มาจาก อตาลันต้า เรียบร้อย เผยค่าตัวอย่างถูก
     เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ทิโมธี กาสตานเย่ ฟูลแบ็กทีมชาติเบลเยียม มาจาก อตาลันต้า สโมสรแกร่งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

     สำหรับเรื่องค่าตัวไม่มีการยืนยันจาก "จิ้งจอกสยาม" แต่สื่ออังกฤษระบุว่า ค่าหัวของ ดาวเตะวัย 24 ปี ซึ่งเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและแบ็กขวา อยู่ที่ราว 21.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 881.5 ล้านบาท) โดยเจ้าตัวจะเข้ามาแทน เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง ซึ่งเพิ่งถูกขายไปให้ เชลซี โดยตรง 

     ปัจจุบัน กาสตานเย่ กำลังอยู่ในภารกิจรับใช้ทีมชาติเบลเยียม ที่มีคิวลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับ เดนมาร์ก และ ไอซ์แลนด์ ในวันเสาร์ที่ 5 และ วันอังคารที่ 8 กันยายนนี้ ตามลำดับ ซึ่งฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวทำผลงานได้น่าประทับใจกับ อตาลันต้า โดยลงเล่นรวมทุกรายการ 33 นัด ทำได้ 2 ประตู กับ 3 แอสซิสต์

 

 

รักเพื่อนมากพอๆ กับ ฟาน เดอ เบ็ค! 5 แข้งเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อ นูริ

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์คนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความประทับใจให้กับหลายฝ่าย หลังจากที่เลือกใส่เบอร์ 34 กับต้นสังกัดใหม่ของเขา โดยเจ้าตัวบอกว่าสาเหตุที่เลือกเบอร์นี้เพราะอยากแสดงความรักที่มีต่อ อับเดลฮัค นูริ อดีตมิดฟิลด์ดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา และเพื่อที่จะได้มีความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกับเบอร์ของอดีตเพื่อนรักด้วย หลังจากที่ นูริ เคยใส่เบอร์ 34 ในตอนที่อยู่กับ อาแจ็กซ์
   
สำหรับ นูริ นั้น เป็นข่าวใหญ่พอตัวในโลกลูกหนังเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017 เพราะวันนั้นเขาได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ ในเกมอุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน แต่จู่ๆ เขาก็เป็นลมเพราะภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบว่าสมองบางส่วนของ นูริ ได้รับความเสียหายแบบร้ายแรง แถมยังเป็นความเสียหายแบบถาวรด้วย

ถึงแม้ นูริ จะได้ออกจากห้องไอซียูในวันที่ 27 กรกฎาคมของปี 2017 และสามารถหายใจได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย แต่เขาก็อยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา และไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ก่อนที่เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาจะฟื้นจากอาการโคมา และกลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านได้

นูริ ถือเป็นเพื่อนที่ดีของนักเตะหลายคน เพราะที่จริงนอกจาก ฟาน เดอ เบ็ค แล้วนั้น มันยังมีอีก 5 คนที่เคยเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อเป็นการแสดงความรักที่มีต่อเขาเช่นกัน ลองไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง

 – จัสติน ไคลเวิร์ต
หนึ่งในผลผลิตที่โด่งดังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของ อาแจ็กซ์ ไคลเวิร์ต เข้าอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ หลังจาก นูริ ได้ 2 ปี รวมถึงได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ช้ากว่าอีกฝ่ายราว 1 ปี และตอนที่ นูริ มีอาการป่วยสุดช็อกนั้น ไคลเวิร์ต ก็เริ่มเป็นที่จับตามองของหลายทีม ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปอยู่กับ โรม่า ในปี 2018

ทั้งนี้ ด้วยความรักที่มีต่อเพื่อน ไคลเวิร์ต จึงขอเลือกสวมเบอร์เสื้อ 34 ในฤดูกาลแรกของเขากับ โรม่า ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ 2 ประตู จากการลงเล่น 35 นัดในทุกรายการในซีซั่น 2018-19 แต่พอฤดูกาลต่อมาเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 99 และยังใส่เบอร์นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเบอร์ 34 ของ โรม่า ในตอนนี้ไร้เจ้าของ

– อามิน ยูเนส
ยูเนส ย้ายจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ ในปี 2015 และแม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ แต่ช่วงเวลาราว 2 ปีที่ได้ร่วมงานกับ นูริ ในสีเสื้อของ อาแจ็กซ์ ก็ทำให้ ยูเนส รักแข้งรายดังกล่าวไม่แพ้กับนักเตะคนอื่นๆ ของทีมดังแห่งลีกฮอลแลนด์

ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่เขาย้ายจาก อาแจ็กซ์ มาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 2018 ยูเนส ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 และเขาก็ยังใส่เสื้อตัวดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่สมัยอยู่กับ อาแจ็กซ์ เขาถึงขั้นเคยได้เป็นเจ้าของเบอร์ 11 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ฮิตกันพอตัว โดยตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับ นาโปลี ใหม่ๆ นั้น เจ้าของเบอร์ 11 ก็คือ อดัม อูนาส และหากว่ากันตามตรงแล้ว อูนาส ก็ไม่ใช่นักเตะที่โด่งดังอะไรมากนัก หรือก็คีอจริงๆ แล้วถ้าเกิด ยูเนส อยากจะใส่เบอร์ 11 ของ นาโปลี ในตอนนั้น เขาก็น่าจะได้มันมาครองแบบไม่ยากเย็น แต่เจ้าตัวก็ยังเลือกจะใส่เบอร์ 34 อยู่ดี

– เควิน ดิ๊คส์
กรณีนี้ต่างไปจากพวกสักหน่อย เพราะ ดิ๊คส์ ไม่เคยอยู่กับ อาแจ็กซ์ มาก่อน แต่เขาก็สนิทสนมกับ นูริ ในตอนที่เล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีด้วยกัน โดยที่ นูริ ถือเป็นดาวเด่นของ ฮอลแลนด์ ชุดนั้นด้วย เพราะทำไป 9 ประตู จากการลงเล่น 19 นัด

 สำหรับ ดิ๊คส์ นั้น ที่จริงเขาบรรลุข้อตกลงย้ายจาก วิเทสส์ อาร์เน่ม ไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 โดยตอนแรกเขาเลือกเบอร์ 17 แต่พอเพื่อนซี้ของเขาป่วยหนักในปี 2017 แล้วนั้น เจ้าตัวก็ขอเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 34 ของ ฟิออเรนติน่า ในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งเป็นตอนที่เขากลับมาจากการเล่นให้ เฟเยนูร์ด ด้วยสัญญายืมตัวแล้ว

แม้ว่าในซีซั่น 2018-19 กับ 2019-20 เขาจะโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอ็มโปลี และ อาร์ฮุส (ทีมในประเทศเดนมาร์ก) ตามลำดับ แต่ ดิ๊คส์ ก็ยังขอใส่เบอร์ 34 ในตอนที่ไปเล่นกับ 2 ทีมนั้นเช่นกัน

– ฟิลิปป์ แซนด์เลอร์
ก่อนจะไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของ พีอีซี ซโวลล์ ในปี 2016 นั้น แซนด์เลอร์ เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ และมันก็ทำให้เขาเคยร่วมงานกับ นูริ อยู่พักหนึ่งเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แซนด์เลอร์ จึงตัดสินใจที่จะขอเบอร์ 34 จาก แมนฯ ซิตี้ ในตอนที่ย้ายมาอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" ในปี 2018 และเขาก็ได้รับเบอร์นั้นทันที

แม้ว่าในฤดูกาลก่อน แซนด์เลอร์ จะโดนปล่อยไปเล่นกับ อันเดอร์เลชท์ ด้วยสัญญายืมตัว แต่เขาก็ยังเลือกใส่เบอร์ 34 เหมือนเดิม จนเป็นการตอกย้ำว่าเขาคิดถึง นูริ เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมงานกับอีกฝ่ายในทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เลยก็ตาม

– โจเอล เฟลท์แมน
เฟลท์แมน เข้าไปอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2001 แล้วจากนั้นก็ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 นั่นทำให้เขาเคยได้ร่วมงานกับ นูริ เยอะพอตัว และเขาก็เป็นเหมือนรุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่งของอดีตดาวเตะชาวดัตช์

ทั้งนี้ สถานการณ์ของ เฟลท์แมน คล้ายกับ ฟาน เดอ เบ็ค พอตัว เพราะเขาเพิ่งได้ย้ายมาอยู่กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ ไบรท์ตันฯ จ่ายค่าฉีกสัญญาของเขาที่ราว 900,000 ปอนด์ และ เฟลท์แมน ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 หลังจากก่อนหน้านี้เขาใส่เบอร์ 3 หลายปี

นั่นหมายความว่าในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเจอกับ ไบรท์ตันฯ ในซีซั่น 2020-21 นั้น เจ้าของเบอร์ 34 ของทั้ง 2 ทีมก็อาจจะได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง และวันนั้นก็น่าจะเป็นวันที่มีเรื่องให้พูดถึงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

อินเตอร์ว่าไง?เผยค่าตัวก็องเต้ที่เชลซีต้องการ

 

ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เชลซี จะยอมขาย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ให้กับ เชลซี ก็ต่อเมื่อได้เงิน 80 ล้านปอนด์ โดยทั้ง 2 ทีมเจรจาในเบื้องต้นไปแล้ว แต่ทาง แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ยังไม่อยากขายเขา
   
เชลซี สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งค่าหัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสเอาไว้ที่ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

ก็องเต้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยตอนแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีข่าวกับเขาอย่างต่อเนื่อง แต่พักหลังมันก็เงียบลงไป ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ก็โผล่มามีข่าวเชื่อมโยงกับแข้งเลือดน้ำหอมอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยว่ากันว่า อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ อินเตอร์ บอกกับบอร์ดบริหารเองเลยว่าอยากร่วมงานกับ ก็องเต้ อีกครั้ง

ทั้งนี้ ดิ เอ็กซ์เพรส เผยว่า อินเตอร์ กับ เชลซี คุยในเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ยังไม่อยากขาย ก็องเต้ ซึ่งถือว่าตรงกันข้ามกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่บอกว่า เชลซี พร้อมโละเขาเพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และ เชลซี ก็ต้องการเงิน 80 ล้านปอนด์ถึงจะยอมปล่อยแข้งวัย 29 ปี

เรื่องดังกล่าวทำให้ อินเตอร์ จำเป็นต้องขายนักเตะบางรายเพื่อหาเงินมาใช้สำหรับการเสริมทัพ ซึ่งหนึ่งในคนที่อาจจะโดนโละคือ คริสเตียน เอริคเซ่น มิดฟิลด์ชาวเดนมาร์กที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก

ก่อนพรีเมียร์ลีกจะกลับมาฟาดแข้งกันในสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้มีโปรแกรมฟุตบอลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อ ยูฟ่า เนชั่นส ลีก กลับมาอีกครั้ง โดยในการแข่งขันสองนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 3-8 กันยายน นี้ เหล่าแข้ง "ปีศาจแดง" ถูกเรียกติดทีมชาติทั้งหมด 9 รายด้วยกัน หากแฟนผีอยากชมฟอร์มของพวกเขา มาเช็กโปรแกรมการแข่งขันกัน
ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก
    สัปดาห์ที่แล้ว แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติอังกฤษซึ่งมี เมสัน กรีนวู้ด ติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้ง โดยดาวยิงวัย 18 ปีทำผลงานน่าประทับใจด้วยการซัดทั้งหมด 17 ประตูในฤดูกาล 2019/20 และเขามีโอกาสที่จะได้ลงสัมผัสเกมทีมชาติเป็นครั้งแรกในนัดเจอ ไอซ์แลนด์ หรือ เดนมาร์ก

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่าน “ปีศาจแดง” ที่เพิ่งต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2025 ก็มีรายชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกันและหากเทียบฟอร์มในปัจจุบันกับนายด่านอีกสองคนอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน) และ นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์) แล้ว เฮนเดอร์สัน ถือว่ามีลุ้นประเดิมลงเฝ้าเสาให้กับ “สิงโตคำราม”

    ในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด จำเป็นต้องถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ด้าน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนตัดชื่อออกจากทีมชาติอังกฤษเหตุเพราะคดีฉาวที่กรีซ

    สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มีรายชื่อติดทัพ สกอตแลนด์ เตรียมพร้อมพบกับทีมชาติ อิสราเอล และ เช็ก

    ไรอัน กิ๊กซ์ เรียกสองดาวรุ่งของ “ผีแดง” แดเนี่ยล เจมส์ และ ดีแลน เลวิตต์ มาเป็นส่วนหนึ่งใน 26 ขุนพลที่จะเจอกับทีมชาติฟินแลนด์ และ บัลแกเรีย

    นอกจากนี้เราจะได้เห็นแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด มาปะทะกันในโปรแกรมทีมชาติสุดสัปดาห์นี้ด้วย เมื่อฝรั่งเศสต้องบุกเยือนสวีเดน ณ สนาม “เฟรนด์ส อารีน่า” ที่ สต็อกโฮล์ม โดยเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เลือก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปีเลยทีเดียว ขณะที่ สวีเดน มี วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ คอยบัญชาการเกมรับเช่นเดิม 

 
    หลังจากทัพ "ไวกิ้ง" มีคิวดวลกับ ฝรั่งเศสแล้ว พวกเขาต้องปะทะกับ โปรตุเกส แชมป์เนชั่น ลีก ปี 2019  ซึ่งมีแข้ง “ปีศาจแดง” อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ติดทัพ “ฝอยทอง” ภายใต้การคุมทีมของ แฟร์นานโด ซานโตส

    ด้าน สเปน ที่มี ดาบิด เด เคอา มีโปรแกรมทำศึกบิ๊กแมตช์กับทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเจอ ยูเครน สัปดาห์หน้า

    สุดท้ายว่าที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค หลังจากตรวจร่างกายกับทีมเป็นที่เรียบร้อยก็กลับไปเข้าแคมป์ทีมชาติฮอลแลนด์ก่อนมีคิวพบกับ โปแลนด์ และ อิตาลี

รวมโปรแกรมแข้งแมนยูในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2020

    เยอรมัน พบ สเปน (ดาบิด เด เคอา) เวลา 01.45 น.

    ฟินแลนด์ พบ เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) เวลา 01.45 น.

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2020

    สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) พบ อิสราเอล เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ โปแลนด์ เวลา 01.45 น.

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020

    ไอซ์แลนด์ พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 23.00 น.

    โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) เวลา 01.45 น.

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020

    เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) พบ บัลแกเรีย เวลา 20.00 น.

    สเปน (ดาบิด เด เคอา) พบ ยูเครน เวลา 01.45 น.

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2020

    เช็ก พบ สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ อิตาลี เวลา 01.45 น.

 วันอังคารที่ 8 กันยายน 2020

    เดนมาร์ก พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 01.45 น.

    ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) เวลา 01.45 น.

เซอร์ไพรส์! สเปอร์สจ่อคว้าโจ ฮาร์ท-เหลือแค่ตรวจร่างกาย

 

บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท อดีตนายด่านทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ก่อนจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษมาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อย โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ตามรายงานจาก บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ฮาร์ท วัย 33 ปี เพิ่งจะหมดสัญญากับ เบิร์นลีย์ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมาทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ ก่อนที่ล่าสุด "ไก่เดือยทอง" จะตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงตัวมาร่วมทีมเพื่อมาเป็นตัวสำรองของ อูโก้ โยริส นายประตูมือหนึ่ง แต่ต้องมาแย่งชิงมือสองกับ เปาโล กาซซานิก้า หลังจากทีมเพิ่งปล่อยตัว มิเชล ฟอร์ม นายด่านตัวสำรองที่หมดสัญญาออกไป

    สำหรับ ฮาร์ท จะกลายเป็นการเสริมทัพรายที่สองของ สเปอร์ส ในช่วงซัมเมอร์นี้ต่อจาก ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กองกลางทีมชาติเดนมาร์กที่ดึงมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน