โฟเด้นซัดกู้ชีพ! แมนซิตี้ตามเจ๊าเวสต์แฮมหืดชวดขึ้นท็อปโฟร์-ฟาเบียนสกี้สุดเหนียว

ฟิล โฟเด้น สวมบทซูเปอร์ซัพลงมาซัดประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แบ่งแต้มไปด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" รั้งที่ 11 ของตาราง ชวดโอกาสเก็บ 3 แต้มเพื่อขยับขึ้นไปรั้งท็อปโฟร์ชั่วคราว ส่วนทีม "ขุนค้อน" ไร้พ่าย 3 นัดรวดรั้งที่ 10 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา

    การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แแรกประจำวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    เดวิด มอยส์ กุนซือเวสต์แฮม กำลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว เกมนี้ได้ มิคาอิล อันโตนิโอ  ผ่านความฟิตลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆพร้อมลงประจำการทั้งหมด ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ และ ปาโบล ฟอร์นัลส์

    ด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ใส่ชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นสำรองเท่านั้นหลังมีอาการเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ นาธาน อาเก้ ที่ไร้ชื่อ โดยสามแนวรุกวาง ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซร์คิโอ อเกวโร่

    เปิดฉากครึ่งแรกมา แมนซิตี้ เดินเกมบุกเข้าใส่ทันที ได้ขึงบุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 13 อิลคาย กุนโดกัน เติมขึ้นมาหน้าเขตโทษแล้วลองกดด้วยซ้ายแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ที่เกมเป็นรองมีโอกาสโต้กลับขึ้นมา และได้ประตูพลิกนำก่อน 1-0 ในนาที 18 จากจังหวะที่ วลาดิเมียร์ คูฟาล เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ มิคาอิล อันโตนิโอ แล้วจักรยานอากาศตามน้ำส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 

    หลังจากนั้น "เรือใบสีฟ้า" พยายามโหมบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียวแต่ยังเจาะเกมรับเจ้าถิ่นไม่ได้ และต้องลุ้นซัดไกลจากนอกกรอบของ เอริค การ์เซีย ที่เติมขึ้นมาลองส่องแต่บอลเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียว ในนาที 34  

    ท้ายครึ่งแรก เวสต์แฮม มีโอกาสตอบโต้บุกใส่เช่นกัน แต่สุดท้ายทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เวสต์แฮม นำอยู่ 1-0

    ครึ่งหลัง แมนซิตี้ เริ่มด้วยการถอด เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกจากสนามแล้วส่ง ฟิล โฟเด้น ลงเล่นแทน แล้วดัน ราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

    เกมดำเนินมาถึง นาที 51 แมนซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอป็น 1-1 ชูเอา กานเซโล่ เติมขึ้นมาแล้วจ่ายบอลยัดให้ ฟิล โฟเด้น ตัวสำรองเอี้ยวตัวซัดด้วยซ้ายจ่อๆบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไป

    ถัดมา นาที 68 "ขุนค้อน" มีโอกาสโต้กลับมาอีกครั้ง อังเดร ยาโมเลนโก้ ลากจากริมเส้นฝั่งขวาแล้วตัดเข้าในซัดด้วยซ้ายบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 84 ปาโบล ฟอร์นัลส์ มีโอกาสที่จะทำให้ เวสต์แฮม แซงนำอีกครั้งเมื่อหลุดเดี่ยวมาตั้งแต่กลางสนามพยายามจะชิพข้ามตัว เอแดร์ซอน ที่ออกมาปิดมุมแต่บอลไม่มีน้ำหนักไปเข้าซองนายด่านชาวบราซิลรับสบาย

    ท้ายเกมนาที 86 แมนซิตี้ พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวแต่ยิงไม่ผ่านมือของ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไป

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เวสต์แฮม เปิดบ้านเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1
   
   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – วลาดิเมียร์ คูฟาล, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ (อังเดร ยาโมเลนโก้ น.52)

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาซ, เอริค การ์เซีย, ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (เควิน เดอ บรอยน์ น.69), โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ (ฟิล โฟเด้น น.46), ราฮีม สเตอร์ลิง

เผยสถิติน่าทึ่ง”เคน-ซน”หลังเกมกับเวสต์แฮม

แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขึ้นแท่นเป็นสุดยอดดูโอคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก เรียบร้อย หลังสลับกันยิงและจ่ายในเกมล่าสุดที่เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    
แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองซูเปอร์สตาร์แนวรุกของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผลัดกันเป็นฝ่ายยิงและจ่ายรวมกันไปแล้ว 28 ประตูในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งมากสุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ หลังจบเกมล่าสุดที่ "ไก่เดือยทอง" ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว เคน แอสซิสต์ให้ ซน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 1 ก่อนที่ ซน จะเป็นคนผ่านบอลให้ เคน จบสกอร์ 2-0 ในนาทีที่ 8 และหลังจากนั้น เคน ก็ทำประตูที่สองให้กับตัวเอง พร้อมช่วย สเปอร์ส ออกนำไปไกล 3-0 นาทีที่ 16 ทว่าน่าเสียดายสำหรับ "ไก่เดือยทอง" เพราะสุดท้าย เวสต์แฮม ไล่ตีเสมอได้จาก 3 ประตูช่วงท้ายเกม

การสลับกันเป็นฝ่ายยิงและจ่ายระหว่างคู่หู "เคน-ซน" ในเกมล่าสุด (รวม 2 ประตู) ทำให้มีประตูที่เกิดขึ้นจากการประสานงานกันของทั้งคูในศึก พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 28 ลูก ซึ่งมากสุดอันดับ 4 ในประวัตศาสตร์ ต่อจากคู่หู แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา (36 ประตู), ดาบิด ซิลบา กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ (29 ประตู) และ โรแบร์ ปิแรส กับ เธียร์รี่ อองรี (29 ประตู) เท่านั้น

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก้าวเข้ามาคุมทัพ "ไก่เดือยทอง" เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน เคน (33 ประตู) กับ ซน (30 ประตู) เป็นสองนักเตะที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูรวมทุกรายการมากสุด เหนือทุกคนในเวที พรีเมียร์ลีก

 

ปืนสะดุ้ง!เป๊ปแย้มอเกวโร่ฟิตทันฉะอาร์เซน่อล

แนวรับ อาร์เซน่อล มีหนาว… ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แย้มเอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงเลือด "ฟ้า-ขาว" มีแววฟิตทันช่วยทีมในเกมดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" คืนวันนี้ หลังพักแข้งมานานหลายเดือน
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนจะรอเช็คความฟิตของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่า จะใส่ชื่อ "เอล กุน" อยู่ในทีมหรือไม่ สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ดวลกับ อาร์เซน่อล คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 

อเกวโร่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ทว่าเจ้าตัวกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นสัปดาห์แล้ว และล่าสุด กวาร์ดิโอล่า แย้มว่า มีโอกาสทีเดียวที่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี จะฟิตทันเกมเจอกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

"วันพรุ่งนี้ เราจะมีการซ้อมช่วงเช้า และหลังจากนั้นก็จะตัดสินใจได้ว่า เขาฟิตหรือไม่ เขาซ้อมได้ดีมากๆ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้เล่นมานาน 3 หรือ 4 เดือนแล้ว ยังไงก็รอดูกันอีกทีแล้วกัน" กุนซือเลือดกระทิงดุวัย 49 ปี กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนเก่ง จะไม่ได้ช่วยทีมแน่นอน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียม เกมเจอกับ อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปาร์เตย์ลุ้นเดบิวต์? คาดการณ์ 11 ตัวจริงบิ๊กแมตช์แมนซิตี้ปะทะอาร์เซน่อล

คืนนี้พรีเมียร์ลีกมีบิ๊กแมตช์น่าสนใจที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แน่นอนว่าทั้งสองกุนซือเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องมาก่อน งานนี้ทำให้เพิ่มดีกรีความันส์ แต่ทั้งสองกุนซือจะจัดทัพอย่างไร เราลองมาคาดเดากัน
แมนฯ ซิตี้ (4-3-3)

ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน โมราเอส

    แน่นอนว่าผู้รักษาประตูยังคงใช้มือหนึ่ง เอแดร์ซอน ต่อไป แต่เจ้าของรางวัลถุงมือทองคำฤดูกาลที่แล้วยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยหลังจากผ่านมา 3 นัด

แนวรับ: ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้

    แผงหลังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่แล้ว โดยเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่อย่าง รูเบน ดิอาส จะออกสตาร์ทตัวจริงนัดที่สองในลีกยืนคู่กับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขณะที่แบ็กทั้งสองข้าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ยังลงสนามต่อเช่นเคย แม้รายหลังจะอยู่ในฟอร์มแย่ก็ตาม

กองกลาง: อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น

    “เรือใบสีฟ้า” เจอปัญหาใหญ่เมื่อจอมทัพของทีมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บจากเกมทีมชาติทำให้ อิลคาย กุนโดกัน จะรับหน้าที่คุมแดนกลางแทน โดยมี โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น ยึดตัวจริงต่อเนื่องจากนัดที่แล้ว

แนวรุก: แบร์นาโด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ

    อีกหนึ่งปัญหาของทีมในตอนนี้คือไม่มีกองหน้าธรรมชาติเหลืออยู่แล้วเนื่องจาก กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งคู่แม้ในรายหลัง เป๊ป จะให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่ามีลุ้นฟิตกลับมาทันแต่เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่ออกสตาร์ทตัวจริง ทำให้ เป๊ป ต้องใช้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนหัวหอกเหมือนกับนัดที่แล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บติดมาจากทีมชาติก็ตาม

    ส่วนริมเส้น เป๊ป มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ แบร์นาโด้ ซิลวา และ ริยาด มาห์เรซ  อาจได้ออกสตาร์ทตัวจริง แต่ในรายของ เฟร์ราน ตอร์เรส ก็มีลุ้นเช่นกัน

เมสซี่,กุนสะดุ้ง!ดิมาเรียโกรธไร้ชื่อทัพฟ้าขาว

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจอมเก๋าปารีส แซงต์-แชร์กแมง จวก ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ไม่ยอมเรียกตนติดทีมชาติทั้งๆ ที่ฟอร์มก็ดี แถมระบุหากจะหาข้ออ้างว่าอายุเยอะ ก็ควรทำแบบนี้กับ ลิโอเนล เมสซี่ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ด้วย

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวเก่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่ศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ไม่พอใจที่โดน ลิโอเนล สกาโลนี่ เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา ไม่เรียกติดทัพ "ฟ้าขาว" เพื่อทำศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ในเดือนตุลาคมนี้

สกาโลนี่ ตัดสินใจตัดชื่อ ดิ มาเรีย ออกไปในแมตช์ที่ อาร์เจนตินา ต้องปะทะกับ เอกวาดอร์ และ โบลิเวีย ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ ดาวเตะร่างผอมวัย 32 ปีอย่างมาก จนถึงขั้นออกมาแสดงความเห็นในเชิงที่ว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งๆ ที่ฟอร์มก็ดี พร้อมทั้งแขวะเพื่อนร่วมชาติอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ด้วย

 "ผมยังไม่พบคำอธิบายใดๆ เลย ผมไม่รู้จะพูดยังไง สำหรับผม อาร์เจนตินาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ต้นสังกัดของผมพยายามให้โอกาสกับทีมชาติ และพร้อมปล่อยนักเตะไปร่วมทีม มันเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจทั้งๆ ที่ผมอยู่ในฟอร์มที่ดีเยี่ยม แต่กลับไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ"

"ถ้าผมไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเพราะพวกเขาไม่ต้องการผม แต่ผมจะพยายามสู้เพื่อที่จะมีชื่อติดทีมชาติให้ได้ ผมอายุ 32 ปีแล้วไง ? ถ้าเราจะเริ่มคิดเกี่ยวกับการหาคนมาแทนที่ (กรณีที่นักเตะอายุเยอะ) เราควรจะทำแบบนี้กับทุกๆ คน สำหรับเรื่องนี้ เมสซี่, อเกวโร่ และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ก็ไม่ควรที่จะติดทีมชาติ และผู้เล่นคนอื่นๆ (ที่อายุเยอะ) ที่อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมด้วย"

"มีการพูดเยอะมากว่าผมแก่แล้ว แต่ผมยังคงวิ่งในสไตล์แบบเดิม และผมสามารถเล่นในระดับเดียวกับนักเตะอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ผมยังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในช่วง 18 เดือน และกลับไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ แต่ผมจะแสดงให้เห็นว่าผมสามารถอยู่ในทีมชุดนี้ได้" อดีตสตาร์ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ
    
ด้าน สกาโลนี่ ยักไหล่ไม่ยี่ระกับคนพูดของ ดิ มาเรีย แถมยังทิ้งท้ายว่าเขาจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมชาติอีกต่อไป "ผมไม่ได้รู้สึกกังวลเรื่องที่เขาโกรธเลย ผมขอบคุณ และมองเห็นคุณค่าของเขา แต่หลังจากศึกโกปา อเมริกา ซึ่งทีมทำผลงานได้ดีโดยที่ไม่มีเขา เราเล่นได้ยอดเยี่ยมแม้ไม่มี ดิ มาเรีย และผมไม่จำเป็นต้องใช้เขาอีกต่อไป"

 

3กูรูฟันธงแชมป์-ท็อปโฟร์-ทีมตกชั้นพรีเมียร์ลีก

3 กูรูสื่อดังเมืองผู้ดี วิเคราะห์ทีมไหนจะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ มีทั้งให้ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ขณะที่นักเตะยอดเยี่ยมมอง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นด้วย

โจ ทาวน์เซนด์, พอล ฮิกแฮม และ จอร์จ พิตต์ส 3 นักวิเคราะห์เกมคนดังของ สปอร์ติ้งไลฟ์ เว็บไซต์กีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ ออกโรงฟันธงว่า ทีมไหนจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก, 4 อันดับแรก, ทีมตกชั้น, ดาวซัลโว และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ก่อนที่จะเปิดฤดูกาล 2020/21 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

ทรรศนะ ทาวน์เซนด์

แชมป์ – แมนฯ ซิตี้
ท็อป 4 – แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส
ตกชั้น – เบิร์นลี่ย์, ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช
ดาวซัลโว – แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี – เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)

ทรรศนะ ฮิกแฮม

แชมป์ – ลิเวอร์พูล
ท็อป 4 – ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด
ตกชั้น – ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช, คริสตัล พาเลซ
ดาวซัลโว – เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี – บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ทรรศนะ พิตต์ส

แชมป์ – แมนฯ ซิตี้
ท็อป 4 –  แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, อาร์เซน่อล
ตกชั้น – เบิร์นลี่ย์, เวสต์บรอมวิช, ฟูแล่ม
ดาวซัลโว – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (อาร์เซน่อล)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี –  เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)
 

เริ่มมีกลิ่น!อเกวโร่เปลี่ยนชื่อไอจีรอต้อนรับเมสซี่

งานนี้ทำเอาบรรดาแฟนบอล "เรือใบสีฟ้า" ตื่นเต้นกันเป็นแถว เพราะล่าสุด เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจใน อินสตาแกรม หลังมีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมชิ่ง บาร์เซโลน่า
      เชื่อกันว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว เมสซี่ มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ ดาวเตะวัย 33 ปี ร้องขอที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า จนเป็นข่าวใหญ่โตในวงการฟุตบอลขณะนี้ แถมล่าสุดมีรายงานจาก RAC1 และ TyC Sports ระบุว่า ฮอร์เก้ ซึ่งเป็นคุณพ่อของ เมสซี่ ได้เดินทางมาถึงเมืองแมนเชสเตอร์ เรียบร้อย เพื่อเปิดฉากเจรจากับ "เรือใบสีฟ้า" ถึงความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะเก็บข้าวของย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม

      ล่าสุด อเกวโร่ ได้เพิ่มความหวังให้กับแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ในการที่จะได้เห็น เมสซี่ ย้ายมาร่วมทีม ด้วยการลบเลข "10" ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ส่วนตัว ซึ่งหมายเลข 10 ถือเป็นเบอร์เสื้อที่ เมสซี่ ใช้กับ บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ปี 2008 และยังเป็นเบอร์ที่เจ้าตัวใส่ยามเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ "เอล กุน" ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวก "เรือใบสีฟ้า" ไม่น้อยเลยทีเดียว และข้างล่างนี้คือข้อความจากแฟนๆ บางส่วนใน ทวิตเตอร์ 

       "เซร์คิโอ อเกวโร่ เพิ่งเปลี่ยนยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ของเขาจาก kunaguero10 เป็น kunaguero สดๆ ร้อนๆ เลย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยตอนนี้" จาก Taha @JesusRoIe

       "เซร์คิโอ อเกวโร่ ลบเลข 10 ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ตัวเอง พระเจ้าช่วย มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วหรือเนี่ย" จาก Abu-Zar @abuzarthebot

       "กุน อเกวโร่ เปลี่ยนยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม จาก kunaguero10 เป็น kunaguero อืมมม! มันหมายความว่ายังไงเนี่ย?" จาก Elvís @Sir3lvis

       "อเกวโร่ ลบเลข 10 ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ตัวเองทิ้ง มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริงๆ" จาก infosfcb @infosfcb

       "อเกวโร่ ได้เปลี่ยนยูสเซอร์เนมของตัวเองใน อินสตาแกรม จาก kunaguero10 เป็น kunaguero มันจบแล้วล่ะ ลิโอเนล เมสซี่ กำลังจะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อร่วมงานกับ เป๊ป" จาก Vijay Sarathy @VjSarathy003

เด็ดทุกแผน!ส่องระบบการเล่น”แมนซิตี้” 3 รูปแบบหากได้ “เมสซี่” ร่วมทัพ

ทุกคนคงทราบกันดีว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ดุดัน, ทรงประสิทธิภาพ และมีวิธีการเข้าทำที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากพวกเขาได้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นนักเตะที่ เป๊ป มีคู่มือใช้งาน มาร่วมทัพตามที่เป็นข่าวล่ะก็ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่า แมนฯ ซิตี้ จะโหดขึ้นอีกกี่เท่าตัว และนี่คือแผนการเล่น 3 รูปแบบที่ ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี อาจจะนำมาปรับใช้ หากได้ร่วมงานกับ เมสซี่ อีกครั้ง โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง squawka.com

– โชว์พลิ้วในแนวรุก 3 ตัว

    การฝังตัวเองทางฝั่งขวาในแนวรุก 3 ตัว ถือเป็นตำแหน่งที่ เมสซี่ ถนัด, เล่นมาแทบตลอดชีวิตการค้าแข้ง และประสบความสำเร็จอย่างมากมายที่ บาร์เซโลน่า ไม่ว่าจะเป็นยุคที่เล่นร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ / เธียร์รี่ อองรี, เปโดร โรดริเกซ / ดาบิด บีย่า หรือ หลุยส์ ซัวเรซ / เนย์มาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดหลังสุดนั้น ช่วยกันทำประตูอย่างเมามันส์เลยทีเดียว

    แน่นอนว่า นี่คือแผนการเล่นที่ เป๊ป น่าจะใช้มากสุด หากได้ เมสซี่ มาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยจะให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยืนฝั่งซ้าย และ เซร์คิโอ อเกวโร่ (หรือ กาเบรียล เชซุส) ยืนเป็นหน้าเป้า ซึ่งบอกเลยว่า แนวรุกชุดนี้ มีพลังทำลายล้างสูงมาก และสามารถปั่นป่วนแนวรับได้ทุกทีมในโลก

 

 

 – False 9 (ฟอลส์ไนน์)

    นี่อาจจะเป็นแผนเด็ดที่ เป๊ป นำมาใช้ เพื่อสร้างความปวดหัวและงุนงงให้กับทีมคู่แข่ง กับการใช้ชุดแนวรุกที่ไม่มีผู้เล่นกองหน้าอาชีพ และให้ เมสซี่ รับบทเป็นกองหน้าตัวหลอก หรือที่เรียกกันว่า "ฟอลส์ไนน์" นั่นเอง ซึ่งการเล่นแบบนี้จะให้อิสระกับ เมสซี่ ในการลงต่ำมาในแผงมิดฟิลด์ และสามารถหาโอกาสทะลุขึ้นหน้าเพื่อลุ้นทำประตู โดยที่ใช้สองผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส เป็นตัวดึงความสนใจในแดนหน้า แถมมีตัวเปิดบอลจากแดนกลางชั้นดีอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแผนการเล่นที่น่าดูทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ทีมต้องการใช้ความรวดเร็วทะลุทะลวงแนวรับทีมคู่แข่ง 
 

 – ตัวรุกอิสระ

    ด้วยความสามารถอันสูงส่งของ เมสซี่ ที่เล่นได้หลากหลายรูปแบบในแนวรุก ดังนั้นวิธีที่ดีอีกหนึ่งอย่างในการเค้นสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าตัวออกมาคือ การให้ เมสซี่ เล่นเป็นตัวรุกอิสระในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 10 ที่ยืนอยู่ข้างหลังกองหน้าตัวเป้า ซึ่งการเล่นแบบนี้จำเป็นต้องมีนักเตะตัวรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง เล่นอยู่เคียงข้างเขาด้วย และแน่นอนว่า ราฮีม สเตอร์ลิง กับ ริยาด มาห์เรซ คือตัวเลือกที่ใช้มากๆ เพราะ สเตอร์ลิง เล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกอยู่แล้ว ส่วน มาห์เรซ ก็พร้อมขยับมาเล่นเป็นตัวกลาง หาก เมสซี่ ต้องการโยกไปโชว์พลิ้วทางฝั่งขวา ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ก็พร้อมสลับสับเปลี่ยนบทบาทได้ตลอดเวลา ซึ่งแผนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งแผนที่ เป๊ป ชอบเลือกใช้ หากได้ เมสซี่ มาร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" จริง

เต็ง1สามคน!บ่อนเปิดราคาดาวซัลโวพรีเมียร์ฯ

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคาดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ ยกให้ 3 คนเป็นเต็ง 1 ร่วมกัน ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีโอกาสมากสุดในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด
     เบต365 บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ออกราคาดาวซัลโวของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 โดยยกให้ แฮร์รี่ เคน หัวหอก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีก ลิเวอร์พูล และ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง กองหน้า อาร์เซน่อล เป็นเต็ง 1 ร่วมกันที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาเป็นเต็ง 4 ที่อัตราต่อรอง 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน) ด้านเต็ง 5 มี 2 คนคือ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวจี๊ด "เรือใบสีฟ้า" และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกคนใหม่ของ เชลซี ที่ราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1.  แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)         6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)        6/1
1. ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง (อาร์เซน่อล)    6/1
4. เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)        7/1
5. ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้)        10/1
5. ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี)        10/1
7. บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)    14/1
7. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)        14/1
7. เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์)        14/1
10. กาเบรียล เชซุส (แมนฯ ซิตี้)        16/1
11. อองโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนฯ ยูไนเต็ด)    20/1
11. มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด)    20/1
11. แดนนี่ อิงส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)        20/1

ใครชนะรอชิง! แมนฯซิตี้ลั่นบู๊อาร์เซน่อล,”เป๊ป”ดวลกึ๋น”อาร์เตต้า”

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เจ้าของแชมป์รายการนี้ซีซั่นก่อน หวังเป็นอย่างมากในการเข้าไปป้องกันแชมป์อีกครั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของทีมส่ง "ราฮีม สเตอร์ลิง" ลงป่วนทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เจ้าของโทรฟี่ถ้วยนี้ 13 สมัย มิเกล อาร์เตต้า เทรนเนอร์คนเก่งหวัง "ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง" ซัดนำสโมสรลิ่วเกมชิงดำ ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2563
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ
วันเสาร์ที่ 18  กรกฎาคม 2563
อาร์เซน่อล – แมนฯ ซิตี้    
 เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : เวมบลีย์  สเตเดี้ยม  

     มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมเข้ารอบตัดเชือก หลังเบียดชนะเชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ก่อนชนะลิเวอร์พูลด้วยสกอร์เดียวกัน ในเกมลีกล่าสุด

     ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังไม่มี แบร์นด์ เลโน่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มารี และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน รวมไปถึง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ที่เหลือโทษแบนอีก 1 นัด

     ส่วนพวกแกนหลักที่ได้พักในเกมล่าสุดอย่างเซอัด โคลาซินัช, เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะนิวคาสเซิ่ล 2-0 ก่อนเชือดบอร์นมัธ 2-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

     ความพร้อมเกมนี้ เป๊ปไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแค่ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ที่ยังเดี้ยงอยู่รายเดียว

     ส่วนพวกแกนหลักที่ได้พักในเกมล่าสุดอย่างเอมเมริค ลาป๊อร์กต์, โรดรี้ เอร์นานเดซ,เควิน เดอ บรอยน์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ก็น่าจะกลับมาออกสตาร์ตตามปกติ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์,เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้,เอมเมริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ,แบร์นาร์โด้ ซิลวา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์