“โค้ชอ้น”ตั้งเป้าพา”โปลิศ เทโร” รักษาฟอร์มแกร่งเหมือนช่วงออกสตาร์ท

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี หวังว่าลูกทีมจะสามารถสานต่อฟอร์มแกร่งจาก 4 เกมแรกของศึกไทยลีก และสามารถรักษาฟอร์มเก่งของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


"มังกรโล่เงิน" น้องใหม่ไทยลีก ทำผลงานได้อย่าสุดเซอร์ไพรส์ ใน 4 เกมแรก ด้วยการมี 9 คะแนน จาก ชัยชนะ 3 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดบ้านเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปแบบสุดมันส์ 1-0 พร้อมรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน

"ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงเตรียมทีม เราได้เห็นจุดบกพร่องจากแมตช์อุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา เรายังต้องปรับและพยายามแก้ไขก่อนที่เกมลีกจะกลับมาเริ่มอีกครั้ง" รังสรรค์ กล่าวเริ่ม

"แม้เราจะออกสตาร์ทได้ดี แต่เราพักไปค่อนข้างนานซึ่งมันทำให้เราต้องกลับมาปรับและแก้ไขกันใหม่ โดยเฉพาะแผนรองรับหากนักเตะต่างชาติที่อาจยังไม่พร้อมกลับมาในช่วงเริ่มต้น"

"ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป เราพยายามมองไปทีละเกม ทำแต่ละเกมให้ออกมาดีที่สุด และพยายามรักษาตัวเอง ให้เกาะกลุ่มตารางคะแนนให้ดี"

"ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือหลังจากนี้ ก็จะพยายามย้ำกับนักเตะเสมอ ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี เนื่องจากนักเตะเรามีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตอนนี้มีหลายคนที่อาจจะล้าหรือเจ็บจากการซ้อมหนัก แต่คิดว่าพอถึงช่วงเวลาแข่งจริงในวันที่ 12 กันยายนนี้ทุกคนก็น่าจะพร้อมเต็มที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี กล่าว 

สำหรับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 บุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

‘มาดามแป้ง’ เอ่ยแฮชแท็กสุดเฉียบ “#ให้VARมันจบที่รุ่นเรา”

ควันหลงจากงาน "Thx Party" หลังจาก "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ได้จัดงานปาร์ตี้ให้กับพี่น้องสื่อมวลชนสายกีฬา ร่วมสนุกสนานสำราญใจ ต้อนรับวิถีใหม่ New Normal “ด้วยรักและคิดถึง” ณ ร้าน Chill Chill Restaurant สาขาเหม่งจ๋าย เมื่อค่ำของวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.63 ที่ผ่านมา

โดย ‘มาดามแป้ง’ ได้เปิดเผยบนเวทีในงานช่วงหนึ่งว่า "แป้งเชื่อว่าพี่น้องผู้สื่อข่าวทุกที่มาอยู่ตรงจุดนี้ ท่านมีใจรักในความเป็นกีฬา ท่านมีใจรักในความยุติธรรม ท่านมีใจรักในความถูกต้องในความโปร่งใส วันนี้เรามาช่วยทำให้กีฬาฟุตบอลให้มันมีความโปร่งใส ให้มันมีความยุติธรรม ให้มันมีความเสมอภาค ให้ทุกคนรู้สึกว่ากีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาของคนไทยอย่างแท้จริง"

ทั้งนี้ ‘มาดามแป้ง" ยังได้เอ่ยวลีเด็ดในช่วงท้ายในเชิงขำขัน เพื่ออิงกับสถานการณ์การใช้วีเออาร์ในศึกไทยลีก 2020 และเงิน 16 ล้านบาท ที่มอบให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้นำวีเออาร์มาใช้ทุกนัดว่า "ให้ VAR มันจบที่รุ่นเรา"

 

ตัดไปหนึ่ง! บอร์ดบาเยิร์นยอมรับเซ็นเมสซีไม่ไหว

บอร์ดบริหารแชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ยอมรับ พวกเขาไม่มีเงินทุนมากพอคว้า ลิโอเนล เมสซี ที่ต้องการย้ายออกจากบาร์เซโลนา
คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบอร์ดบริหารของ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับ สโมสรไม่มีกำลังเงินมากพอคว้า ลิโอเนล เมสซี สตาร์ของบาร์เซโลนา

กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาทำช็อคโลก หลังแจ้งขอฉีกสัญญากับเจ้าบุญทุ่ม ทั้งที่อยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนานร่วม 20 ปี ท่ามกลางความสนใจจากทีมเงินถุงเงินถังอย่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูฯ, เปแอสเช และอินเตอร์ มิลาน

"ไม่" รุมเมนิกเก้ กล่าวผ่าน Tuttosport หลังถูกถามว่าจะร่วมวงล่าเมสซีหรือไม่?

"เราไม่สามารถจ่ายเงินให้กับนักเตะระดับนั้นได้ มันไม่ได้อยู่ในนโยบายและปรัชญาการทำทีมของเรา"

"บอกตามตรง การได้ยินว่าเมสซีจะย้ายออกจากบาร์เซโลนา ทำให้ผมเสียใจนิด ๆ นะ ลีโอเขียนประวัติศาสตร์กับสโมสร และในความคิดของผม เขาควรจบอาชีพอาชีพกับบาร์เซโลนา"

"มันมีเรื่องเกิดภายในสโมสร และผมไม่รู้ว่าคืออะไร นั่นคือเหตุผลที่ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย"

ลุ้นเป็นจริง!แฉ “พ่อเมสซี่” บุกอังกฤษเจรจาแมนซิตี้

สองสื่อดังในแดนกระทิงดุ รายงาน ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อเปิดการเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรื่องการย้ายไปเล่นในทัพ "เรือใบสีฟ้า" โดยงานนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะต้องจ่ายค่าตัวของนักเตะให้กับ บาร์เซโลน่า เท่าไหร่

               ฮอร์เก้ บิดาบังเกิดเกล้าของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า จัดการเปิดการเจรจากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกี่ยวกับเรื่องการที่ลูกชายสุดที่รักจะย้ายไปเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม จากการเปิดเผยของ 2 สื่อชั้นนำในประเทศสเปน

               สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ได้แจ้งความจำนงในการขออำลาถิ่นคัมป์ นู เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม หลังจากที่เจ้าตัวอยู่รับใช้สโมสรนี้ตั้งแต่เป็นเด็กปั้น จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่แห่งทัพ "เลือดหมูน้ำเงิน" ในช่วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

               หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตสังกัดใหม่ของ ดาวเตะวัย 33 ปี ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่กุมบังเหียน กลายเป็นทีมเต็งหนึ่งในการคว้านักเตะรายนี้ไปร่วมทีม เพราะสโมสรแห่งนี้มีทั้งสถานะการเงินที่มั่นคง และมีกุนซือที่ เมสซี่ อยากร่วมงานด้วยเสมอ

              ล่าสุดเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงเมื่อ RAC1และ TyC Sports สองสื่อดังในดินแดนกระทิงดุ รายงานว่า ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของนักเตะได้เดินทางไปยัง อังกฤษ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ในการที่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา จะย้ายไปค้าแข้งด้วย

              อย่างไรก็ตามยังไม่มีความแน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้ว่า แมนฯ ซิตี้ ต้องจ่ายเงินให้ บาร์ซ่า เท่าไหร่ โดย เมสซี่ จะหมดสัญญาในปี 2021 และมีเงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล ขณะที่ บาร์เซโลน่า ได้สวนกลับไปว่า เงื่อนไขนี้หมดอายุไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติจะเป็นเวลา 10 วันหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  (30 พ.ค.)

              ขณะที่ทีมกฎหมายของ เมสซี่ สวนกลับไปว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติเนื่องจากเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมลูกหนังต้องขยายระยะเวลาการแข่งขันออกไป โดยนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กระนั้น บาร์ซ่า ยังคงยืนกรานว่า เมสซี่ จะย้ายทีมได้ก็ต้องมีสโมสรกล้าจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ราว 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

ใครจ่ายไหวบ้าง?เจาะเงินที่เมสซี่ได้จากบาร์เซโลน่า

หากอ้างอิงจากตัวเลขของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์เปิดเผยข้อมูลในโลกฟุตบอลแล้วนั้น ลิโอเนล เมสซี่ ได้เงินจาก บาร์เซโลน่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาเยอะสุดๆ อย่างเช่นเรื่องค่าเหนื่อยเบื้องต้นที่ 988,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ที่แตะหลัก 9.1 ล้านปอนด์ต่อปี

    ตลอดช่วงที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ต้องจ่ายเงินให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังเป็นจำนวนมากในสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา ตามการเปิดเผยของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์แนวแฉเรื่องลับของวงการฟุตบอล

    ช่วงไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังว่า เมสซี่ ส่งแฟ็กซ์ไปบอกกับต้นสังกัดว่าตนต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที และต้องการยกเลิกสัญญาเพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย หลังจากตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หลายทีมทั่วโลกมีข่าวกับ เมสซี่ ตามไปด้วย อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อินเตอร์ มิลาน เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ทีมที่จะได้ เมสซี่ ไปร่วมทัพก็ยังต้องยอมจ่ายค่าเงินก้อนโตให้ เมสซี่ อยู่ดี ถ้าหากหวังที่จะได้แข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่าจะมีทีมไหนที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่กฎควบคุมการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีมอย่างมาก

    This is Messi’s wage package at Barcelona according to Football Leaks: 60.395.769 euro basic yearly wages (£988.000 a week), £9.100.000 per year on image rights, £13.000.000 a year on possible bonuses plus signing on & loyalty fee (£120.000.000 over 5 years).

    Quite a load. pic.twitter.com/LOaUoogZuq
    — Kristof Terreur (@HLNinEngeland) August 25, 2020

    ทั้งนี้ สัญญาฉบับปัจจุบันของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า เซ็นกันเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 และจะหมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ซึ่งหากอ้างอิงตาม ฟุตบอล ลีคส์ แล้วนั้น เมสซี่ ได้รับค่าเหนื่อยแบบไม่รวมโบนัสต่างๆ สูงถึงปีละราว 54.32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,172.8 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 988,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.95 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยที่ เมสซี่ ยังได้ค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์จากทีมอีกปีละ 9.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 364 ล้านบาท) ด้วย

    นอกจากนี้ มันยังมีเงื่อนไขค่าโบนัสที่ เมสซี่ จะได้รับหากทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างเช่นการทำประตูถึงหลักจำนวนหนึ่ง หรือการพาทีมได้แชมป์ เป็นต้น ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็อยู่ที่รวมแล้ว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) ต่อปี แถมยังมีค่าเงินกินเปล่าในตอนที่เซ็นสัญญา และค่าความภักดีที่ บาร์เซโลน่า ต้องจ่ายรวม 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) ตลอดช่วงระยะเวลาของสัญญาด้วย นั่นหมายความว่ามันน่าจะมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่พอจะจ่ายเงินทั้งหมดนี้ให้กับ เมสซี่ ไหว จนทำให้เขาอาจจะต้องยอมลดเงินด้านต่างๆ หากหวังที่จะได้ย้ายทีม

ใช้เงินตั้งเยอะ!ยาย่าชี้เป๊ปล้มเหลวกับแมนซิตี้

ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ชาวไอวอรี่ โคสต์ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ล้มเหลวกับทีมอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเอาถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาให้ทีมได้สักที ชี้ เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณการทำทีมแล้วนั้น กวาร์ดิโอล่า ก็ควรจะต้องทำให้ทีมได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้แล้ว

   ยาย่า ตูเร่ กองกลางไร้สังกัดคนดัง กล่าวว่าจนถึงตอนนี้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าทำผลงานได้ล้มเหลวและน่าผิดหวัง หลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เลย

    แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจดึง กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมในปี 2016 ด้วยเป้าหมายว่าเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยได้แชมป์รายการดังกล่าวกับ บาร์เซดลน่า ในฐานะกุนซือ 2 สมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านมา 4 ฤดูกาล กวาร์ดิโอล่า ก็ยังไม่สามารถนำถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้เลย และที่จริงเขายังไม่เคยพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ด้วยซ้ำ อย่างในฤดูกาล 2019-20 แมนฯ ซิตี้ ก็มาถึงเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากการแพ้ โอลิมปิก ลียง แบบสุดช็อก 1-3

    ตูเร่ คนน้อง ซึ่งเคยมีปัญหาบาดหมางกับ กวาร์ดิโอล่า ในช่วงหนึ่งนั้น เผยว่า "ผู้จัดการทีมถูกดึงมาก็เพื่อการนั้น เขาถูกจ้างมาเพื่อให้เอาถ้วยแชมป์นี้มาครองให้ได้ เมื่อคุณได้เห็นว่า ลิเวอร์พูล และบางทีมสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้ทั้งที่ไม่ต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่างมากแล้วน่ะ มันก็ถือว่าค่อนข้างแปลกและน่าผิดหวังเลย"

    "แน่นอน เขาถูกดึงมาอยู่กับทีมเพื่อเป้าหมายว่าต้องคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองให้ได้ และตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำตามแบบที่พวกเขาต้องการได้ ทุกคนรู้ดีว่า เป๊ป เป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมากๆ แต่ตอนนี้หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามแบบที่พวกเขาต้องการ บางครั้งมันก็อาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานของพวกเขาน่ะนะ เรามารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไง"

    "ถ้านี่เป็น บาร์เซโลน่า หรืออาจจะรวมถึง เรอัล มาดริด แล้วล่ะก็ เขาก็จะเจอปัญหาอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารและเรื่องที่ว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำยังไงกับเขา สำหรับผมแล้วเขาอยู่ในระดับเดียวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ซีเนดีน ซีดาน แต่มันขึ้นอยู่กับสโมสรด้วยว่าจะทำยังไง ผมรู้จัก ซิตี้ ดี พวกเขาสามารถเอากุนซือทุกคนที่พวกเขาต้องการมาทำงานให้กับพวกเขาได้แบบสบายๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าพวกเขามีเงินมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้"

    "หลายคนพยายามหาข้ออ้างว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ก็เท่านั้น แต่คุณไม่สามารถโกหกเกี่ยวกับเรื่องนั้น (การต้องคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองให้ได้สถานเดียว) ได้หรอก เพราะเมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่สโมสรมอบให้เขาแต่ละปีแล้วน่ะ มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องทำให้ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น"

เรื่องเงินไม่ลงตัว!แมนยูพร้อมเลิกล่าซานโช่ซัมเมอร์นี้



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมเลิกภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากยังคุยเรื่องค่าใช้จ่ายกับทุกฝ่ายไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วยังไม่อยากเสียเงินก้อนโตไปกับการล่าปีกทีมชาติอังกฤษ
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะระงับแผนการล่าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถต่อรองเรื่องค่าใช้จ่ายได้ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผุ้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งเคยมีข่าวว่าพวกเขาใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แล้วด้วย แต่ติดปัญหาที่ ดอร์ทมุนด์ ประกาศว่าต้องการค่าตัวในระดับ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) สถานเดียว

    กระทั่งล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ ก็แฉว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมถอนตัวจากดีลนี้เป็นการชั่วคราวจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ถ้าหากทุกฝ่ายยังคุยเรื่องเงินกันไม่ลงตัว เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังคิดว่าค่าตัว 108 ล้านปอนด์มันไม่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การจะให้ค่าเหนื่อย ซานโช่ ในระดับเกือบสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12 ล้านบาท) ตามที่เจ้าตัวต้องการก็อาจจะทำให้โครงสร้างเรื่องค่าเหนื่อยของสโมสรในตอนนี้มีปัญหาด้วย

เผยเงินที่แม็กไกวร์ต้องจ่ายหากหวังรอดนอนคุกยาว



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ต้องติดคุกยาวหากจ่ายเงิน 90,000 ปอนด์ เพราะกฎหมายของกรีซมีระบบจ่ายเงินแทนโทษติดคุกแบบจำนวนหนึ่งต่อ 1 วันได้
    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถรอดจากการติดคุก 3 ปีได้หากจ่ายเงินรวม 90,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.60 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของเมืองผู้ดี

    แม็กไกวร์ ตกเป็นข่าวฉาวจากการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศกรีซระหว่างไปพักผ่อนที่นั่น โดยมันทำให้เขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ และถูกตั้งข้อหาต่างๆ ซึ่งไม่นานมานี้เจ้าตัวก็ไปขึ้นศาลของแดนเทพนิยายมาแล้ว

    ถ้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงๆ แล้วนนั้น แม็กไกวร์ ก็มีโอกาสติดคุกถึง 3 ปี อย่างไรก็ตาม พานาจิโอติส เปโตรปูโลส ทนายชาวกรีกให้สัมภาษณ์กับ เดอะ มิร์เรอร์ ว่าตามระบบการลงโทษของกรีซนั้น บทลงโทษจำคุกใดๆ ก็ตามที่มีระยะเวลา 3 ปีขึ้นไปสามารถจ่ายเป็นเงินแทนได้ โดยต้องจ่ายในรูปแบบเงินจำนวนหนึ่งต่อโทษติดคุก 1 วัน

    ทั้งนี้ จำนวนเงินที่จะจ่ายนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษา โดยอาจอยู่ที่ 100 ยูโร (ประมาณ 3,700 บาท) ต่อ 1 วัน และต่ำสุดอาจอยู่ที่วันละ 5 ยูโร (ประมาณ 185 บาท) นั่นหมายความว่าหาก แม็กไกวร์ ต้องการจ่ายเงินแทนโทษติดคุกทั้ง 3 ปีแล้วล่ะก็ เขาก็อาจจะต้องเสียเงินสูงสุด 90,000 ปอนด์นั่นเอง ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวก็ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของค่าเหนื่อยที่ แม็กไกวร์ ได้รับกับ "ปีศาจแดง" ด้วยซ้ำ หลังจากเชื่อกันว่าเขาฟันค่าเหนื่อยอยู่ที่สัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.6 ล้านบาท)

แห้วหมด!ฟานกัลเผย10แข้งที่อยากได้ตอนคุมแมนยู

 

หลุยส์ ฟาน กัล เปิดเผยลิสต์นักเตะ 10 คนที่เคยอยากได้แต่กลับต้องแห้วทั้งหมดในสมัยที่คุม แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมบอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ได้แข้งเหล่านั้นแม้แต่คนเดียว
   

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือคนดัง เปิดเผยว่าตนเคยพยายามที่จะดึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, กอนซาโล่ อิกวาอิน, เนย์มาร์, ซาดิโอ มาเน่, ริยาด มาห์เรซ, โธมัส มุลเลอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ รามอส และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ มาร่วมทัพในสมัยที่เป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใครแม้แต่คนเดียว

ในฤดูกาล 2014-15 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของ ฟาน กัล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาพาทีมได้อันดับ 4 ในลีก จนได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นถัดไป และพอถึงฤดูกาล 2015-16 เขาก็พาทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ในลีกได้เพียงอันดับ 5 เท่านั้น จนสุดท้าย ฟาน กัล ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอดีตกุนซือชาวดัตช์ก็มักจะให้สัมภาษณ์แนวตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีมซึ่งมีหน้าที่ประสานงานกับ ฟาน กัล โดยตรง

ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์กับ โฟร์โฟร์ทู นิตยสารด้านฟุตบอลชื่อดังว่า "ผมอยากได้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่พอได้รู้ว่ามันเป็นดีลที่ยากเกินไปแล้วนั้นผมก็พยายามจะไปคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาร่วมทัพแทน นอกจากนี้ ก่อนที่ผมจะเข้าไปทำงานกับทีมอย่างเป็นทางการน่ะผมยังได้คุยกับบอร์ดบริหารเกี่ยวเรื่อง เนย์มาร์ ด้วย"

"คือถ้าคุณอยู่กับทีมระดับ ยูไนเต็ด แล้วล่ะก็ คุณก็จำเป็นต้องคิดให้มันใหญ่ๆ เข้าไว้สิ (หมายถึงถ้าอยู่กับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ควรจะต้องคิดว่าสามารถเซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกได้) มันยังเป็นดีลที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในแง่ของการที่จะขายชุดแข่งได้มากมายก่ายกองด้วย นอกจากนี้ผมก็อยากได้ปีกที่มีความเร็วสูงมาร่วมทีมเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยพยายามจะคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ และ ริยาด มาห์เรซ มาร่วมทัพ"

"โธมัส มุลเลอร์ ก็อยู่ในลิสต์นักเตะที่ผมอยากได้เหมือนกัน และในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางผมก็อยากได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาร่วมทัพ ผมถึงขั้นพยายามที่จะเซ็นสัญญากับ เจมส์ มิลเนอร์ ด้วย จริงอยู่ว่าตอนนั้นเขาอายุเยอะแล้ว แต่เขาก็ยังเล่นในหลายตำแหน่งได้ดี และมีความเป็นผู้นำอีกต่างหาก ส่วนในแนวรับนั้นผมอยากได้ เซร์คิโอ รามอส กับ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เพราะตอนนั้นการขึ้นเกมจากแนวรับของเราทำได้ไม่ดีเลย"

"นักเตะเหล่านั้นเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของผม แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใครมาร่วมทัพเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น เพราะในฐานะผู้จัดการทีมแล้วนั้นผมไม่มีส่วนร่วมกับการเจรจาใดๆ ทั้งนั้น และพอผมออกจากทีมมาแล้วน่ะ นักเตะอย่าง มาห์เรซ กับ ก็องเต้ ก็ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ตามลำดับ ขณะที่ ยูไนเต็ด ไม่สามารถดึงพวกเขามาร่วมทัพได้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ"

 ทั้งนี้ ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ ฟาน กัล กุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาใช้เงินเสริมทัพราว 276.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 11,056 ล้านบาท) และได้นักเตะประเภทที่พร้อมเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันทีมาเสริมทัพราว 13 คน โดยในจำนวนนั้นมี 2 คนที่เป็นการเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัว ได้แก่ บิคตอร์ บัลเดส กับ เซร์คิโอ โรเมโร่ ส่วนอีก 11 คนที่ต้องจ่ายค่าตัวไปนั้นมีอย่างเช่น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, เมมฟิส เดอปาย, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อันเดร์ เอร์เรร่า และ ดาเล่ย์ บลินด์ เป็นต้น