หวั่นจะผิดกฏ!ระยองขอถก ส.บอลประเด็นแข้งหมดสัญญาต.ค.นี้

"ระยอง เอฟซี" ขอถก ส.บอลฯ กรณีจะมีนักเตะ 2-3 รายในทีม หมดสัญญาสิ้นเดือน ต.ค.63 แต่เดือนต่อไป พ.ย.63 หากการต่อสัญญายังไม่แล้วเสร็จ จะยังมีชื่ออยู่ในทีมต่อไปจะเป็นไรไหม หวั่นจะผิดกฏคลับไลเซนซิ่งหรือไม่ พร้อมเผย เรื่องเงินเดือนนักเตะ ยังไม่ครบก็จริง แต่จะทะยอยจ่ายให้ครบ แจงชัดตอนนี้ก็แย่เหมือนกัน

"ม้านิลมังกร"ระยอง เอฟซี น้องใหม่แห่งไทยลีก2020-21 ที่ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดฤดูกาลแรกก็เจอปัญหาจากวิกฤต โควิด-19 จนทำให้ทีมมีปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องทางการเงินทันที ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถาม "สจ.อดุลย์ นิยมสมาน" รองประธานสโมสรระยอง เอฟซี ที่เผยถึงเรื่องนักเตะในทีมว่า

"ตอนนี้ทางสโมสรกำลังเร่งคุยกับทาง ส.บอลฯ เกี่ยวกับเรื่องนักเตะในทีม ซึ่งจะมีประมาณ 2-3 รายที่สัญญาเขาจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเราก็เกรงว่าหากการต่อสัญญายังไม่คืบหน้า หรือยังไม่มีการต่อสัญญาในช่วงที่เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ไทยลีกยังไม่ปิดเลก ยังไม่เข้าสู่ตลาดเปิดช่วงพักเลก หากชื่อพวกเขายังอยู่ในทีม หากกรณีที่เขาจะลงเล่นให้กับระยอง เอฟซี จะผิดเรื่องกฏกติกาคลับไลเซนซิ่งด้วยหรือไม่ โดยเราจะขอความชัดเจนจาก ส.บอลฯ อีกครั้ง"

ทั้งนี้ สจ.อดุลย์ นิยมสมาน รองประธาน ระยอง เอฟซี ยังได้เผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า "ทีมยังมีปัญหาเรื่องสปอนเซอร์ เรื่องงบประมาณทำทีมอยู่ในตอนนี้ เรื่องเงินเดือนนักเตะในทีมที่เป็นข่าว ซึ่งเงินเดือนเงินอาจจะยังไม่ครบ แต่ขอยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะแก้ไขเรื่องนี้ และจะทะยอยจ่ายให้ครบ"

ธุรกิจพัง!อดีตแข้งลิเวอร์พูลขายเหรียญแชมป์ชปล.

หลังจากมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมาทำให้ สตีฟ ฟินแน่น จำเป็นต้องขายของต่างๆ จากสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ อย่างเช่นเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05 โดยเขาเปิดให้ประมูลในราคา 12,000-15,000 ปอนด์

สตีฟ ฟินแน่น อดีตแบ็กขวาชาวไอริช กำลังเร่ขายบรรดาเหรียญแชมป์และชุดแข่งของตัวเอง อย่างเช่นเหรียญแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ที่คว้ามาครองได้ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟินแน่น แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2010 และที่ผ่านมาเขาก็เจอปัญหาทางการเงินเยอะมาก โดยก่อนหน้านี้ เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังระบุว่าธุรกิจด้านพัฒนาที่ดินของเขาพังทลาย แถมเขายังผิดใจกับคนในครอบครัวเรื่องหนี้จำนวนเกิน 4.03 ล้านปอนด์ (ประมาณ 161.2 ล้านบาท) อีก

สำหรับการขายบรรดาสมบัติของ ฟินแน่น นั้น เป็นการทำในรูปแบบเปิดให้คนมาประมูลสู้ราคากัน โดยเขาขายในเว็บไซต์ชื่อ Graham Budd Auctions ซึ่งเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเขาเปิดให้ประมูลอยู่ที่ราคา 12,000-15,000 ปอนด์ (ประมาณ 480,000-600,000 บาท) ส่วนเสื้อที่อดีตแข้งวัย 44 ปีใส่ในนัดชิงดำของปีนั้นเปิดขายที่ราคา 2,000-2,500 ปอนด์ (ประมาณ 80,000-100,000 บาท)

แฉยูเว่ทุ่มเงินมหาศาลพร้อมโด้คว้า “เอ็มบัปเป้”

สื่อดังในอิตาลี รายงานว่า ยูเวนตุส พร้อมทุ่มเงินเป็นสถิติโลกรวมทั้งใช้ไม้เด็ดนำ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอที่จะยื่นให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อพิจารณาปล่อย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มาสวมชุด "ม้าลาย" ช่วงซัมเมอร์ปี 2021

ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เตรียมสร้างความตื่นตะลึงด้วยการทุ่มเงินเป็นสถิติโลกจำนวน 360 ล้านปอนด์ (ราว 13,680 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าฟอร์มฮอต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากการเปิดเผยของ ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อดังในประเทศอิตาลี

 เอ็มบัปเป้ เป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ในขณะที่ "เปแอสเช" ก็ตกเป็นข่าวว่าพร้อมที่จะปล่อย หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เช่นกัน ส่งผลให้ทีมดังๆ อย่าง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด พยายามจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ยูเวนตุส ก็สนใจอยากได้ เอ็มบัปเป้ เช่นกันแต่ด้วยความที่นักเตะมีค่าเหนื่อยสูงมาก ทำให้ "ม้าลาย" ปิ๊งไอเดียที่จะใช้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเพื่อยื่นให้ แซงต์-แชร์กแมง พิจารณาในการปล่อย ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ออกมา

เหตุผลสำคัญที่ ยูเว่ ต้องทำแบบนี้เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายของ สตาร์ดังเจ้าของบัลลง ดอร์ 5 สมัย กับ เอ็มบัปเป้ หากทั้งสองคนอยู่ร่วมทีมเดียวกัน จึงจำเป็นที่จะใช้ "ซีอาร์ 7" ซึ่งได้รับค่าเหนื่อย 540,000 ปอนด์ (ราว 20.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เป็นไม้เด็ดที่อาจจะมัดใจ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ได้

เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหลายสื่อรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจที่จะดึงตัว อดีตสตาร์ดัง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซึ่งพร้อมที่จะอำลา ยูเว่ หลังหมดสัญญาในปี 2022 มาร่วมทีม และเกือบสำเร็จเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่สำเร็จ

 

ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชื่อก้องแฉผ่านหนังสือของตัวเองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย
  
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ "แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้" (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจกับรัฐบาลของแดนกระทิงดุมากๆ จนต้องการไปใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน แถมเขายังสนใจที่จะไปเล่นให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในตอนนั้นด้วย

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง "เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย"

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กับ มูรินโญ่ มุ่งมั่นกับการทำดีลนี้ให้ได้มากๆ แต่การเจรจาทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่ ฮอร์เก้ คุณพ่อกับเอเยนต์ของ เมสซี่ ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมบอกว่า เดโก้ ฝากมาบอกถึงเรื่องนี้กับ มูรินโญ่ เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสไม่ได้รับสายของ เดโก้ เลย แต่ มูรินโญ่ ตอบไปว่า "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว วันก่อนฉันถึงขั้นได้คุยกับ เมสซี่ ด้วยซ้ำ"

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า "ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย" และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

 

เปาโดนพักงาน!เซ่นเมินเช็คจังหวะสำคัญเอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล

องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพ ไม่นิ่งนอนใจจับการสั่งห้าม เดวิด คูท ท่านเปาฉาว ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากไม่สนใจเช็คจังหวะสำคัญที่อาจมีผลทำให้เกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เปลี่ยนไป
    คณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพแห่งอังกฤษ (พีจีเอ็มโอแอล) ประกาศสั่ง เดวิด คูท ห้ามทำหน้าที่ในฐานะผู้ตัดสินหลัก และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ หลังเจ้าตัวเมินเฉยที่จะพิจารณาจังหวะสำคัญในแมตช์ เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  

    คูท โดนวิจารณ์อย่างหนักในการทำหน้าที่ผู้ตัดสินวีเออาร์ ที่มัวแต่ให้ความสำคัญการเช็คล้ำหน้าในจังหวะที่  จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ปะทะกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เท่านั้น โดยไม่สนเช็คจังหวะที่ โกลทีมชาติอังกฤษ เจตนาพุ่งเสียบหนักใส่ แนวรับเลือดดัตช์ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะทำให้ พิคฟอร์ด โดนใบแดงและเสียจุดโทษได้เลย

    อย่างไรก็ตาม องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพเมืองผู้ดี ไม่นิ่งนอนใจในกรณีนี้ โดยที่พวกเขาได้สั่งห้าม คูท ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และกรรมการห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่ให้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ตัดสินที่ 4 ในแมตช์ที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

    ทั้งนี้จังหวะที่ พิคฟอร์ด เสียบหนักใส่ ฟาน ไดค์ ส่งผลให้ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด โดย "หงส์แดง" ไม่สามารถระบุได้ว่านักเตะต้องพักนานแค่ไหน แต่สื่อคาดการณ์กันว่าอาจจะ 6 เดือน หรือทั้งฤดูกาล 2020/2021

คาร์ร่าแนะลิเวอร์พูลเลื่อนแผนปิดดีล1แข้งเร็วขึ้น

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ระบุ "หงส์แดง" ควรจะเลื่อนแผนมาปิดดีลกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เป็นภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ หลังจากเดิมทีเชื่อกันว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจในตัวเขาและคิดที่จะดึงเจ้าตัวมาร่วมทัพเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า
   
เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าอดีตต้นสังกัดของตนควรจะดึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมให้ได้เร็วขึ้น โดยควรจะทำให้อีกฝ่ายย้ายมายู่กับทีมตั้งแต่วันแรกของตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้เลย

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเจอกับปัญหาในตำแหน่งแผงหลังจากการที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กคนเก่งมีอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจนต้องพักเป็นเวลานาน และอาจจะถึงขั้นหมดสิทธิ์ลงเล่นไปตลอดทั้งซีซั่นนี้ ทำให้ตอนนี้เซนเตอร์แบ็กตามธรรมชาติที่พอมีประสบการณ์สูงกับการเล่นในระดับทีมชุดใหญ่ของพวกเขาเหลือเพียง โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป เท่านั้น

สำหรับ อูปาเมกาโน่ นั้น ทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ กับที่ ไลป์ซิก จนทำให้หลายทีมสนใจที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2023 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ไลป์ซิก จะยอมขายเขาเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าอยู่ดี

คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเดิมที ลิเวอร์พูล ต้องทุ่มเทเต็มที่กับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์หน้า แต่ตอนนี้ไม่ว่าเดิมทีเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าของพวกเขาจะเป็นใครน่ะ พวกเขาก็ต้องเลื่อนมาเป็นทำให้เสร็จภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ พวกเขาห้ามรอไปปิดดีลตอนจบเดือนมกราคมด้วย พวกเขาไม่ควรจะเสียเวลามากเกินไปในการเจรจากับสโมสรอื่น"

"ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งเป็นกองหลังวัยหนุ่มของ ไลป์ซิก ผมไม่รู้ว่าเขามีประวัติที่ดูดีเหมือน ฟาน ไดค์ รึเปล่า และที่จริงเขาก็อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศเท่าไหร่ด้วยจากการที่สูงเพียง 6 ฟุต 1 นิ้ว หรือ 6 ฟุต 2 นิ้ว แต่ถ้าเกิดเขาเป็นคนที่พวกเขาอยากได้มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ควรจะต้องเลื่อนแผนการซื้อเขาให้เร็วขึ้น"

"พวกเขาควรจะต้องยอมเสียเงินเพิ่มแล้วปิดดีลให้ได้ในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ลิเวอร์พูล ต้องลงเล่นเกมลีก 11 นัดโดยที่ไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คอยช่วยไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ควรพูดถึงเกี่ยวกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็คือใน 23 เกมหลังสุดของ ลิเวอร์พูล พวกเขาเก็บคลีนชีทได้เพียง 5 นัด และ ฟาน ไดค์ ก็ลงเล่นในทั้ง 23 นัดที่ว่า ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าต่อให้ ฟาน ไดค์ ลงเล่นได้แล้วทุกอย่างมันจะสมบูรณ์แบบ เราเห็นกันแล้วว่าพวกเขาเคยเสีย 7 ลูกในเกมกับ แอสตัน วิลล่า และยังมีเกมกับ ลีดส์ อีก (ลิเวอร์พูล ชนะ 4-3) แต่ผมก็คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่อยู่ดี"

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!เผยรายได้ผู้ตัดสินศึกไทยลีก3

จากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่แวดวงผู้ตัดสินไทยที่ถูกสั่งปรับลดเงินค่าทำหน้าที่ไปตลอดทั้งฤดูกาล แบบที่เรียกว่า โดนหักแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์
   
โดยผู้ตัดสินลีกรากหญ้า อย่าง ไทยลีก3 ที่ดูจะได้รับผลกระทบแบบปฎิเสธไม่ได้กับยอดรายได้ของผู้ตัดสินในแต่ละตำแหน่งที่ทำหน้าที่

    สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ตัดสินในไทยลีก3ฤดูกาล2020ที่ดำเนินการแข่งขันมาแล้วนั้น จะไม่มีเงินรายได้จาก กกท. มาช่วย เป็นเงินรายได้จาก ส.บอลฯ ล้วนๆ ที่แบ่งเป็นค่าตอบแทน และ ค่าที่พักเหมาจ่าย(รวมถึงค่าเดินทาง , ค่าน้ำมัน)ประกอดด้วย

    ผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 700 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,200 บาท , ยอดสุทธิ  (1,140 บาท )

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ตัดสินที่ 4 – ค่าตอบแทน 350 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 850 บาท , ยอดสุทธิ ( 807.50 บาท )

    ผู้ประเมินผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ (1,187.50 บาท)

    ผู้ควบคุมการแข่งขัน –  ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ ( 1,187.50 บาท)

    ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้กำชับผู้ตัดสินไทยลีก3 จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของ ส.บอลฯ ทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังสั่งห้ามรับงานนอก , ห้ามรับงานสโมสรในเกมอุ่นเครื่องด้วย เพื่อให้ทิศทางการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อยู่ต่อหรือย้าย?สื่อเผยอนาคตตราโอเร่กับวูล์ฟส์

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึ้กของ วูล์ฟส์ ใกล้ที่จะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2024 โดยเขาจะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกคนเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงต่อสัญญากับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

ตราโอเร่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ วูล์ฟส์ มาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรปในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุดตามไปด้วย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลน่า เป็นต้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหน

ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่าสัญญาฉบับใหม่ของ ตราโอเร่ จะมีระยะเวลา 4 ปี ทำให้จากเดิมที่เหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ก็จะยืดไปเป็นจนถึงปี 2024 และเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจนทำให้ได้เงินถึงสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท)

 

รวยแต่ต้องปิด แข้งขอนแก่นขับเบ๊นซ์แต่ไม่กล้าให้ใครเห็น

อาชีพนักฟุตบอลสำหรับใครหลายคน สามารถทำให้ฐานะลืมตาอ้าปากได้ แต่สำหรับนักเตะรายนี้ มาเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เนื่องจากที่บ้านมีฐานะที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตามล่าความฝันกับกีฬาที่เขาหลงใหล

    “เบส”ธนพล ศรีทอง ดาวยิงขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างมั่นคง โดยครอบครัวทำธุรกิจสัมปทานรถบัสประจำทางระหว่างอำเภอเมือง ขอนแก่น ไปยังอ.กระนวน มีรถวิ่งในเส้นทางนี้กว่า 20 คัน ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในวัยเด็ก แต่เจ้าตัวก็ยังมีความฝันอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ เมื่อทีมขอนแก่น เอฟซี บ้านเกิดเคยขึ้นไปเล่นอยู่ในไทยลีกและเจ้าตัวตามเชียร์ถึงขอบสนาม

    เส้นทางฟุตบอลของ “เบส”ไม่มีอะไรหวือหวา เจ้าตัวเรียนอยู่ร.ร.สาธิตขอนแก่น ตั้งแต่ประถมจนมัธยมปลาย แต่โอกาสเรื่องฟุตบอลค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากเด็กในโรงเรียนเล่นฟุตบอลเป็นไม่กี่คน เจ้าตัวต้องดิ้นรนไปคัดฟุตบอลระดับเยาวชนของจังหวัดขอนแก่นจนได้ติดทีมไปเล่นกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 
    เมื่อขึ้นม.ปลาย “เบส”ธนพล ตัดสินใจไปคัดกับทีมขอนแก่น เอฟซี ด้วยพาหนะรถเบ๊นซ์ของครอบครัว แต่ด้วยความกลัวว่าถ้าหากไปแบบนี้อาจโดนมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงเอารถเบ๊นซ์ไปจอดห่างไกลจากสนามซ้อมแล้วเดินเข้าไปคัดตัว

 
    “ปีแล้วปีเล่าผมไปคัดก็ไม่เคยติด แต่ผมก็ไม่ลดละพยายาม ใช้เวลาในการคัดถึง 4 ปี มาติดตอนเรียนอยู่ม.ขอนแก่น ปี 3 แล้ว ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียนและการเล่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องบินไปเตะกับกระบี่ เอฟซี แต่อีกวันต้องพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ที่ขอนแก่น ก็นั่งเครื่องบินหลังแข่งจบมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ก็ขับรถมารับที่สุวรรณภูมิ กลับขอนแก่น(หัวเราะ) ก็ถือว่าเหนื่อยเพราะบอลอาชีพก็อยากเล่น เรียนก็อยากจบ แต่ก็จบมาได้ในที่สุด”

 
    หลังจากเรียนจบก็มุ่งสมาธิเล่นฟุตบอลให้กับขอนแก่น เอฟซี โดยเล่นอยู่ 6 ปี ย้ายไปทีโอที ไม่ทันไรทีมก็ยุบ เลยกลับมาเล่นให้ขอนแก่น มอดินแดง ซึ่งเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิงไป 14 ประตูในไทยลีก 4 จนฟอร์มเตะตาผู้บริหารทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด และดึงไปร่วมทีมในที่สุด

 
    ความจริงแล้ว นอกจากการเรียนกับการเล่นฟุตบอล เจ้าตัวยังต้องเลือกเส้นทางเมื่อครอบครัวจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากไปลองใช้ชีวิตอยู่ 1 ปี เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อตามล่าความฝันฟุตบอลอาชีพแทน ส่วนพี่ชายตอนนี้ไปปักหลักเป็นทหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

 
    ถึงตอนนี้ “เบส”ธนพล ยิงให้ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไป 1 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า ตำแหน่งของตนเป็นกองหน้าก็จริง แต่บทบาทไม่ใช่หน้าเป้า เป็นตัวซัพพอร์ตให้กองหน้าต่างชาติมากกว่า อย่างไรก็ดีแม้ตอนนี้อายุจะย่าง 29 ปีแล้ว แต่ความฝันที่อยากเล่นบอลไทยลีก 1 ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอโชว์ฟอร์มให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้เต็มที่ และถ้าเล่นได้ดี โอกาสก็จะมาถึงเอง

 

ดาร์บี้เดือด! ลิเวอร์พูลชวดชัยโดนVARริบทดเจ็บบุกเจ๊าเอฟเวอร์ตัน10ตัวสุดมันส์

ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" จบลงด้วยการแบ่งแต้มไปอย่างสุดมันส์ หลังจาก โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน โขกประตูช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-2 โดยเกมนี้มามีดราม่าช่วงท้ายเกมเมื่อ ริชาร์ลิซอน มาโดนใบแดง แถม "หงส์แดง" ชวดได้ลูกสามเมื่อประตูของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกวีเออาร์ริบไป ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังรักษาสถิติไร้พ่ายยังรั้งจ่าฝูง ส่วน "หงส์แดง" ขยับขึ้นมารั้งรองฝูง

    การแข่งขันตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" เป็นการพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล

    เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ เกมนี้ไม่มีปัฯหาการจัดทัพส่งชุดดีที่สุดลงเล่นครบครับได้ อัลลัน และ อันเดร โกเมส กลับมาประจำการแดนกลาง ขณะที่ 3 แนวรุกยังนำมาโดย ฮาเมส โรดริเกซ, ริชาร์ลิซอน และ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน

          ด้าน ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ขาด อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่มีอาการเจ็บแล้วเป็น อาเดรียน เฝ้าเสาแทนอีกครั้ง ขณะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรก ส่วนสามแนวรุกลงสนามครบครันทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูล ที่บุกเข้าใส่ก่อนมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรบิร์ตสัน เติมขึ้นมาแล้วเปิดเข้าเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งเข้ามาซัดตามน้ำบอลเสยคานบนเข้าประตูไป

    อยางไรก็ตาม นาทีที่ 7 ลิเวอร์พูล โชคร้ายเมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จากจังหวะที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ใช้เท้าสกัดจนล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแนวรับชาวดัตช์อยู่ในจังหวะล้ำหน้าไปก่อนชวดได้จุดโทษไป ก่อนจะเป็น โจ โกเมซ ที่ได้ลงเล่นแทน ในนาที 11

    จากนั้น นาที 12 เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นตามตีเสมอจากจังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ เปิดจากกราบซ้ายไปเข้าหัวของ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน พุ่งมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

    ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสบุกใส่ต่อเนื่อง นาที 19 เชมุส โคลแมน จ่ายบอลจากแดนตัวเองทะลุช่องให้ คัลเวิร์ท-เลวิน หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบแต่ อาเดรียน ปิดมุมได้ดีปัดออกหลัง

    หลังจากนั้นลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง ฮาเมส โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัวของ ไมเคิ่ล คีน เติมขึ้นมาโขกเหน่งๆบอลไปตรงตัว อาเดรียน แต่ปัดไม่ออกบอลเข้าประตูไปให้ เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ 1-1 ในนาที 19

    ถัดมา นาที 25 เกือบขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บรรจงปั่นไปเสาแรก แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกหลังไปหวุดหวิด

    นาที 31 เอฟเวอร์ตัน ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกเช่นกัน หลังจาก เชมุส โคลแมน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนเล่นต่อไม่ไหว แล้วเป็น บน ก็อดฟรีย์ แข้งดาวรุ่งรายใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก นอริช ลงเล่นแทน

    หงส์แดง ได้ลุ้นอีกครั้ง ใน นาที 33 จากจังหวะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รับบอลจาก ซาดิโอ มาเน่ หน้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ช่วงที่เหลือไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

    เปิดฉากครึ่งหลังมา ลิเวอร์พูล ขึงบุกใส่ทันที และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาที 48 จอร์ดน เฮนเดอร์สัน เก็บตกได้หน้าเขตโทษแล้วยิงฉีดยาด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 59 เอฟเวอร์ตัน พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำ ฮาเมส เปิดไปเสาไหลให้ ริชาร์ลิซอน ได้โขกเน้นๆ แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

    จนกระทั่งนาที 72 หลังจาก ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกใส่อยู่พักใหญ่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดเข้าเขตโทษ เยอร์รี่ มิน่า สกัดไม่ดีไปเข้าทางปืนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กดสวนตูมเดียวด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    อย่างไรก็ตาม นาที 81 เอฟเวอร์ตัน ไล่ตามตีเสมอ 2-2 ลูก้าส์ ดีญ เติมขึ้นมาครอสเข้าเขตโทษให้ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน เทคตัวขึ้นโหม่งสูงกว่าแนวรับทีมเยือนส่งบอลตุงตาข่ายไปอยางสวยงาม

    ท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ริชาร์ลิซอน ไปเสียบสกัดใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างรุนแรง ผู้ตัดสินแจกใบแดงให้ดาวยิงชาวบราซิลทันที ในนาที 90

    จนกระทั่งทดเจ็บ นาที 90+3 ลิเวอร์พูล ต้องเฮเก้อเมื่อ มาเน่ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังแล้วตบเข้ากลางให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาซัดเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแขนของ มาเน่ ล้ำหน้าชวดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย 

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2
    
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เชมัส โคลแมน, เยร์รี่ มีน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้าส์ ดีญ – อันเดร โกเมส, อับดูลาย ดูกูเร่, อัลลัน – ฮาเมส โรดริเกซ, โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบบินโญ่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่