ไปต่อไม่ไหวแล้ว มารี ร่ำไห้ เปิดใจเลิกรา กัน นภัทร ได้บทเรียนรักอย่ารีบร้อน

ไปต่อไม่ไหวแล้ว มารี ร่ำไห้ เปิดใจเลิกรา กัน นภัทร ได้บทเรียนรักอย่ารีบร้อน

จากกรณีที่คู่รักนักแสดงสาว มารี เบรินเนอร์ กับนักร้องหนุ่ม กัน นภัทร ได้เลิกลากัน และก่อนหน้านี้ด้านฝ่ายชายออกมายอมรับผิด พร้อมทั้งเผยว่าครั้งนี้ไม่มีรีเทิร์น ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ล่าสุด (21 ส.ค.63) สาวมารี มาร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง เลดี้บานฉ่ำ ที่แอ็กซ์ สตูดิโอ ปทุมธานี ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ในมุมของเธอ

ความรู้สึกในมุมของเราหลังจากที่กันออกมาให้สัมภาษณ์

“ถ้าฝั่งของเราก็คือเป็นความสัมพันธ์ที่เราก็เต็มที่ เรารู้สึกว่าเราก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว”

หลังจากที่ได้ฟังเขาออกมาให้สัมภาษณ์แล้วเรารู้สึกอย่างไรบ้าง

“ก็โอเค ตามนั้นค่ะ”

เขาบอกว่าผิดที่เขาสู้ไม่พอหลายคนสงสัยว่าสู้ไม่พอคือสู้เรื่องอะไร

“หนูว่าความรักมันก็ต้องสู้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ว่าปัจจัยรอบตัวของแต่ละคนหรือว่าเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่สำคัญหรอกว่าเหตุผลคืออะไร แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าคนใดคนหนึ่งไปต่อไม่ไหว ทั้งคู่ไม่พร้อมที่จะสู้ให้สุดก็ทำให้เป็นไปได้”

เราเห็นความพยายามที่จะสู้ไปด้วยกันของเขาก่อนหน้านี้ไหม

“ก็มี คือเห็น จริงๆแล้ว ถ้าไม่ได้รักกันมากก็คงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร หนูเชื่อว่ามันก็คือชีวิตแหละ มีสมหวัง มีผิดหวัง”

ในเมื่อรักกันมากแล้วอะไรคือจุดที่เราไปต่อไม่ได้ ยื้อต่อไม่ไหว

“หนูว่านอกเหนือจากความรักมันก็มีความรู้สึกอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

ที่ผ่านมาเคยพูดคุยหรือทบทวนเรื่องนี้กันบ้างไหม

“คุยค่ะ มันก็เป็น กว่าจะมาถึงจุดนี้มันก็ยากเหมือนกันค่ะ”

ปัญหาหลักๆคือการไม่เข้าใจกัน

“เอ่อ… ถ้าในมุมของหนู หนูมองว่าเข้าใจกันนะคะ แต่มันก็มีเหตุผลที่ไม่สามารถยอมกันได้ในบางเรื่อง”

จับมือกันแล้วใช่ไหมว่าเราจะสู้หรือไม่สู้ด้วยกันต่อไป?

“หนูว่ามันก็สู้มาตั้งแต่แรก เต็มที่มาตั้งแต่แรก แต่ว่าถึงวันหนึ่งมันก็คือมีคนใดคนหนึ่งที่สู้กว่า(น้ำตาคลอเสียงสั่น)หรือคนที่สามารถสู้กว่าได้ด้วยสถานการณ์ของตัวเอง”

ซึ่งมารีสู้กว่า

“มันก็ (นิ่งแล้วน้ำตาคลอก่อนจะตอบด้วยเสียงสะอื้น) คือเขาก็สู้เต็มที่แล้ว ในมุมของเขา”

เรารู้สึกเสียใจมากไหม กับความรักครั้งนี้

“ค่ะ แต่ก็โอเค ดีขึ้นแล้วจริงๆ ตื่นเต้น (ยิ้มพร้อมน้ำตาคลอ)

วันนั้นใครเป็นคนตัดสินใจพูดคำว่าจบกัน

“(น้ำตาคลอ) มันไม่สำคัญหรอกจริงๆ แต่ก็ยอมรับว่าโอเค มันก็เป็นแบบนี้แหละ เราก็ทำใจ”

ณ วันนี้เรามูฟออนแล้วใช่ไหม

“ก็เท่าที่ทำได้”

 

เหตุผลเกี่ยวกับการรักๆ เลิกๆ ที่ผ่านมาไหม

“สำหรับหนูไม่เกี่ยว คือหนูรักคือรัก สู้คือสู้ (เสียงสั่น น้ำตาคลอ) ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย หนูก็เต็มที่ที่สุดแล้ว”

เรื่องบุคคลที่สาม เรื่องคนรอบข้าง คนในครอบครัวเขาบอกว่าไม่มีเกี่ยวข้องแน่นอน จริงไหม

“คือแบบถ้ามือที่สาม ผู้หญิงคนอื่นอะไรแบบนี้ ไม่มีแน่นอน เราเชื่อว่าระหว่างที่คบเรา คือแบบเขาทำตัวดีมาก คือมันไม่มีใครผิดหรอก แต่คือแค่คนเราโตมาไม่เหมือนกัน ความคิด มุมมอง ความรับผิดชอบที่ต้องดูแล ก็ไม่เหมือนกัน”

เรากำลังจะบอกว่าพื้นฐานครอบครัวเรามาต่างกัน มุมมองความคิดก็เลยต่างกันทำให้ไปกันไม่ได้

“คือมัน…(เสียงสั่น น้ำตาคลอ) คืออย่างที่หนูบอก มันไม่สำคัญว่าเหตุผลคืออะไร แต่แค่สุดท้าย คือถ้าเราสลับกัน เราต่างคนก็อาจจะเป็นแบบที่เราเป็นอยู่ก็ได้ คือมันก็คือวิธีการเติบโตของแต่ละคน หรือว่าเป็นมุมมองชีวิต หรือหน้าที่ หรือความต้องการของแต่ละคน ว่าเป้าหมายในชีวิต ณ จุดนี้มันอาจจะไม่ได้ตรงกัน ก็เลยทำให้เอาชนะทุกอย่างไม่ได้

คุยกันยากไหม กับการตัดสินใจจบความสัมพันธ์

“ก็ไม่ยากค่ะ ก็กะทันหันอยู่”

ตอนนี้เรามูฟออนไปได้ไกลหรือยัง

“บางวันก็เหมือนจะดี บางวันก็…”

เราก็มีหากิจกรรมทำบ้างใช่ไหม

“ก็ทำไปเรื่อยๆ ค่ะ พยายามตั้งใจทำงาน หากิจกรรมทำ ออกกำลังกาย”

ถือเป็นบทเรียนความรักของเราเลยไหม

“ก็…คือเราก็มองว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่ หรือเป็นบทเรียนที่โห…เราต้องแบบอะไรขนาดนั้น แต่ก็แค่รู้สึกว่าในส่วนที่เราทุ่มเท บางทีวิธีการทุ่มเทของเรามันอาจจะมากเกิน หรือเร็วเกิน แม้กระทั่งก็รู้สึกว่าอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการรักของตัวเองด้วยในอนาคต”

ที่ผ่านมาเราเป็นคนไปหาครอบครัวเขาบ่อยมากที่บ้าน ความสัมพันธ์เรากับครอบครัวเขาเป็นยังไงบ้าง

“ก็… ไม่ได้เจอแล้ว”

กับกันไม่ได้คุยกันแล้วใช่ไหม

“ไม่ได้คุยค่ะ”

ไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักแบบที่เป็นก่อนหน้านี้ได้แล้วใช่ไหม

“คือ… (เสียงสั่น) สำหรับหนูอนาคตอาจจะได้ แต่ตอนนี้ก็ยังค่ะ”

เราอยู่ช่องเดียวกัน จากนี้การทำงานร่วมกันจะยากขึ้นไหม

“จริงๆ ก็คิดว่าเราอยู่กันในคนละโซน ไม่น่าจะเจอกันค่ะ”

ครั้งนี้เป็นความรักที่เราเจ็บที่สุดในชีวิตเลยไหม

“(หัวเราะ) มันวัดกันไม่ได้หรอก”

ผิดหวังไหมเพราะเราดูค่อนข้างที่จะทุ่มเทให้กับความรักมาก

“คาดหวังมากก็ผิดหวังมากค่ะ”

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เรายังเลือกที่จะคบกับเขาอีกไหม

“(น้ำตาคลอ) ไม่รู้สิ แต่ถ้า ณ จุดนั้นก็คงต้องเลือก เพราะมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เราต้องเลือก”

แสดงว่าเราไม่เสียดายเวลาที่ผ่านมา

“ไม่หรอก ทุกอย่างมันมีเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดขึ้น”

ความรักครั้งนี้มันสอนอะไรให้เราบ้าง

“ก็สอนให้อย่ารีบร้อนค่ะ (ยิ้ม)”

แสดงว่าการออกตัวแรงในช่วงแรกๆ ก็ส่งผลอยู่เหมือนกัน

“คือสำหรับหนู คำว่าออกตัวแรงถ้าหมายถึงกับสื่อ หนูว่าไม่นะ หนูรู้สึกว่ารักจะแสดงออกยังไง หนูไม่ได้เก็บมุมมองความรักของคนอื่นมาคิดเท่ากับความรู้สึกที่มี แต่ที่หนูหมายถึงว่าเร็วนี่คือในแง่ของความรู้สึกมากกว่า”

ที่ผ่านมาคนก็โจมตีทางกันหนักเหมือนกัน

“ไม่รู้จะพูดยังไงเลย (เสียงสั่น) คือหนูยิ่งพูด เขาก็ยิ่งโดนด่า (ร้องไห้)”

มีอะไรจะบอกกับคนที่ให้กำลังใจเรามาตลอดไหม

“ก็ขอบคุณที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ก็มูฟออนไปพร้อมๆ กัน ปล่อยวางเรื่องนี้ไปเถอะ”

ถ้ากันดูอยู่ อยากจะบอกอะไรเขาไหม

“ไม่มีค่ะ (ยิ้ม)”

ตอนนี้ก็ปิดพักหัวใจไปก่อน

“ค่ะ”

 

ยิ่งกว่าละคร มาวิน เด็ดดอกฟ้า ตู่ ฝ่าฟันความจนพิสูจน์รักแท้ 8ปีถึงได้เข้าบ้าน

17 ส.ค. 2563-07:59 น.

ชีวิตรักจากเจ้านาย-ลูกน้อง – ไม่เคยมีดารามาจีบแฟนมีแต่นอกวงการ ตู่ ปิยวดี ทายาทตระกูลดัง มาลีนนท์ บิ๊กช่อง3 ควงคู่ มาวิน ทวีผล นักแสดงหนุ่ม มาเผยความรักยิ่งกว่าละคร ในรายการ แฉ เจอครั้งแรก เดินสวนกัน ฝ่ายชายบอกจำได้แม่น แต่ฝ่ายหญิงบอก จำไม่ได้

โดยหลัง มาวิน มาจีบ ก็มีดาราเข้ามาอีก ฮอตมากเลย มาวิน เผยจุดเริ่มต้น จากการขอแลกพินบีบี เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อเรื่องแคสต์งานไป ทั้งมีการขอถ่ายรูปคู่ด้วย หนุ่มมาวิน เลยขอให้ส่งรูปคู่มาให้ด้วย จากนั้นก็มีแชทคุยกัน ก่อนจะมีดารามาจีบ ตู่ ปิยวดี อีก แถมเป็นเพื่อนมาวินด้วย ทำมาวินยังงงเลย

ดาราหลายคนเข้ามาจีบ ตู่ เผยว่า ก็คุยเหมือนเป็นเพื่อนพี่น้องในวงการ เพราะเราก็ไม่ได้มีแฟน แต่ที่งงคือเป็นเพื่อนมาวินเป็นดาราในช่องด้วย

จากผู้ชายที่มีความเฟี้ยวฟ้าว ฮอต นายแบบฮอตก่อนมาเป็นดารา ลูกเศรษฐีหลายๆตระกูลมาชอบเยอะ มดดำ คชาภา พิธีกร แฉย้ำหนัก จน มาวินถึงกับต้องลูบเข่า โดย มดดำ ถามต่อว่าทำไมถึงมายอมแพ้ผู้หญิงคนนี้

มาวิน ยอมรับ “พอรู้จักตัวจริงฝ่ายหญิงน่ารักมาก เขาเติมเต็มเราได้ เราเข้าหาคนอื่นเหมือนเราต้องไป push เขา แต่ คุณตู่ push เราเยอะมาก คอยให้กำลังใจเราเยอะมาก ซึ่งเราไม่เคยได้จากใคร”
กว่าจะฝ่าด่านครอบครัวฝ่ายหญิง คบ8ปีถึงจะได้เข้าบ้าน ไปงานตรุษจีนที่บ้านเขา เกร็งหมด พูดยังมือเย็นอยู่เลย

ว่าที่เจ้าสาว ตู่ ปิยวดี เผยว่า ที่บ้านบอกให้พาเขามา เห็นคบนานแล้ว เขาก็ใช้ความตลก แม่ชอบมาก บนโต๊ะอาหารก็ไม่เงียบ เขาคุยได้ทุกเรื่องกับคนทุกวัย มาวิน เผยเราก็ใช้ความจริงใจ ถามมาวินว่ามีความมั่นใจอะไรถึงคิดจะจีบ ตู่ เป็นแฟน มาวิน เผยว่า เขาก็คุยกับเราดี เราโชคดี เขาลุย เขาแมนมาก เขาเป็นเจ้านายในกองถ่ายอยากเรียนรู้ชีวิตคน เขาลดตัวเองลงมาต่ำสุด กองฯ กินอะไรเขาก็กินตาม สอนเขากินปลาร้า กินทุกอย่าง เขาก็สนุกตาม

ตู่ เผยว่า ช่วงแรกเขายังไม่มีเงิน ถึงขั้นคิดให้เขาเลยว่า แต่ละมื้อต้องกินเท่าไหร่
จากชีวิตคุณหนูมาก ปรับตัวอย่างไร ตู่ เผยว่า ช่วง 2 ปีแรก เราไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อนเลย เพื่อนกินมื้อหนึ่ง 2-4 พัน เราบอกไม่ได้หรอก

เราไม่เคยออกเงินให้เขาเลย แฟนไม่มีเงิน เราก็กินของถูกๆก็ได้ ก็อร่อย มีความสุขดี หลัง 3 ปี แทบไม่มีทะเลาะกันแล้ว ทะเลาะกัน แล้วเราไม่คิดจะเลิกกัน จะทะเลาะทำไม เขามาเปลี่ยนชีวิตเรามาก เปลี่ยนความคิด ให้เราเข้าได้กับคนทุกแบบ ทำงานง่าย

 

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

ทั้งยินดีและเป็นห่วงเพื่อนซี้ เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ หลังเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สาม อยู่ที่อเมริกา หญิง รฐา เผยถึงข่าวดีที่เพื่อนมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมากลายเป็นสามใบเถา แอบเป็นห่วงด้วยสถานการณ์โควิดในอเมริกา ซึ่งได้คุยอัพเดตกับเจนอยู่ตลอด เรียกว่าเพื่อนนำหน้ามีลูกไปหลายคนแล้ว หญิงได้เผยถึงฤกษ์แต่งของตนกับแฟนหนุ่ม ตุลย์ ในปีหน้า เตรียมฝากไข่เก็บไว้ เพื่อให้แม่น้อยสบายใจ ส่วนตัวแล้วมีหรือไม่มีลูกก็ได้

เจนนิเฟอร์ คลอดลูกที่อเมริกา?

“น่ารักมาก ตอนโควิดเราก็มีคุณลุงที่นับถือเสียชีวิตไป ลุงอยู่ที่บอสตัน ก็เตือนเจนไป ของคุณลุงไปผ่าตัดหัวใจ ช่วงที่รักษาตัวก็ติดเชื้อโควิดตอนที่อยู่โรงพยาบาล หญิงก็ห่วงเจนมาก เพราะว่าเขาไปคลอดลูก เขาก็เล่าให้ฟังว่ามีมาตรการป้องกันมากขึ้น ปกติจะให้ญาติเข้าได้หลายคน ตอนนี้ญาติก็มีแค่พี่อั๋นคนเดียว ระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลก็น้อยลง จากที่คลอดลูกอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ที่นั่นอยู่ได้วันเดียว อีกวันหนึ่งก็ต้องเก็บของกลับบ้านเลย คือเราก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลง พยายามคุยกับเพื่อนตลอดเวลา เพราะที่เมืองนอกมันน่ากลัวจริงๆ คือบ้านเราคือว่ายังโชคดีมากๆ ที่ยังสามารถคุมมันได้ แต่ถึงแม้จะคุมได้ เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า มันอาจจะไปหลุดตรงไหน เราก็ต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด”

ได้คุยกับเพื่อนอยู่ตลอด?

“ตอนแรกคุยกันว่าเขาอยากได้ลูกผู้ชาย แต่สุดท้ายเขาได้ผู้หญิงทั้งหมด 3 คน ก็เลยถามว่าจะเอาอีกมั้ย เจนก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว 3 คนพอแล้ว แต่ก็ไม่แน่ อนาคตเขาอาจอยากมีอีกคนก็ได้ แต่ 3 สาวน่าจะเหนื่อยแล้ว ถ้ามีโอกาส เจนก็บ่นว่าอยากกลับมาเมืองไทย เพราะเพื่อนหลายคนที่ทำธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ที่ทำร้านสปาก็ต้องถูกปิด บางคนก็ตัดสินใจบินกลับมาเมืองไทย ซึ่งต้องลงชื่อ พอบินกลับมาก็ต้องมี สเตจควอรันทีน 14 วัน ก็ยอมเพื่อความปลอดภัยของทุกคน”

เจนได้รับผลกระทบไหม?

“มีร้านอาหาร ทุกคนโดนหมดเพราะว่าที่อเมริกาเขาหนักกว่าเราเยอะ ก็อย่างที่เห็นในข่าวนั่นแหละ อย่างร้านอาหาร หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับบริการ อย่างนวดสปา ก็จะกระทบหนักพอสมควร”

เห็นเพื่อนมีลูกแล้วเราอยากมีเป็นของตัวเองบ้างหรือยัง?

“คือเจนเขามีคนแรก ตอน 30 ต้นๆ และตอนนี้เราใกล้จะ 40 ต้นๆ ก็เรียกว่าไม่ได้แพลนไว้ในชีวิต คือรู้สึกว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้”

เพื่อนในกลุ่มเขานำเราไปสองคนแล้ว?

“ใช่ ก็ปล่อยเขานำไป คือไลฟ์สไตล์หญิงอาจจะไม่ได้เหมือนเพื่อน อย่างเจนตั้งแต่ 2002ราตรี เขาอยากมีลูกมาตลอด ทุกครั้งที่คุยกัน เขาจะบอกว่าอยากมีลูก อยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว ส่วนหญิงมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ เราเพื่อนกระเทยเยอะ จะรู้สึกว่าถึงแม้ว่าวันหนึ่งเราจะไม่มีใคร เราจะมีเพื่อนกระเทยอยู่กับเราเสมอ แล้ววันนี้พอเรามีแฟน ก็ต้องมีสเต็ปของการมีครอบครัว แต่ไปถึงจุดที่ว่าจะมีลูกมั้ย ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ มีไม่มีหญิงก็ไม่เดือดร้อน”

ตุลย์เห็นตรงกัน แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง?

“เห็นตรงกัน มีแม่แค่นั้นที่ไม่ตรง แม่ก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ให้ฝากไข่ไว้ก่อน ถ้าวันหนึ่งเกิดรู้สึกว่าอยู่กันสองคนแล้วอยากจะมีค่อยว่ากันอีกที”

 

แม่เร่งหรือยัง?

“เขารู้ว่าเร่งอะไรกับหญิงไม่ได้ แล้วแต่เลย”

 

แล้วจะไปฝากไข่ไว้ไหม?

“ก็คิดว่าจะไปเพื่อให้เขาสบายใจ เท่าที่ไปปรึกษามาเขาก็บอกว่ายิ่งเร็วยิ่งดี ไข่ยังอายุน้อยอย่างปีนี้เราอายุเท่านี้ พอปีหน้าก็จะอายุเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่ง ไข่ก็จะไม่แข็งแรงเท่าที่ผ่านมา”

 

เจอโควิด ทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งไหม?

“จริงๆ แพลนปีหน้าอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าปีนี้ไม่ได้ปวดหัวอะไร สำหรับเพื่อนที่แพลนปีนี้ก็ปวดหัวกันหมด เราก็โชคดีแล้ว”

 

มั่นใจว่าปีหน้าไม่มีโควิด?

“ก็คิดว่าค่ะ คือมีอยู่ 2 ตัวเลือกว่า ถ้าช่วงโควิดก็จะเชิญเฉพาะคนที่สนิท แต่ถ้าพ้นโควิดไปแล้วก็คงเป็นงานแต่ง งานสังสรรค์ทั่วไปก็ตัดสินใจอีกที”

ทุกวันนี้เริ่มคุยเรื่องงานแต่งหรือยัง?

“คุยแล้ว ผู้ใหญ่สองฝั่งรับรู้แล้ว ถามว่าดูฤกษ์หรือยัง แต่ละคนมีพระที่ไหนดีก็ไปดูมาคุยกัน แต่จริงๆทั้งปีตามศาสตร์ของคนที่ดูวันที่ดี ก็จะมีอยู่แล้วล่ะว่าวันไหน ก็มีดูๆไว้ว่าเป็นปีหน้า ประมาณไหนไม่รู้เลย ดูเรื่อยๆ เราไม่ได้ดูแค่เรื่องของเวลาอย่างเดียวด้วย ต้องดูสถานการณ์ของโลกด้วยว่า ถ้ามีก็อยากให้เพื่อนมาด้วยความสบายใจ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน แล้วกลับมามีข่าวว่าใครเป็น ก็ห่วงเรื่องนั้นอาจจะต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายมากกว่านี้ก่อน”

แม่น้อยยิ้มแล้ว จะมีข่าวดีปีหน้า?

“เราก็อบอุ่นมากขึ้น ตัวพี่ตุลย์เอง เขาก็รู้สึกว่ามีพ่อแม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง เวลาไปไหนมาไหนก็จะดูเป็นครอบครัวมากขึ้น ชีวิตหญิงมีแค่หญิงกับแม่มาตลอด พอเราเห็นภาพเป็นครอบครัวใหญ่ก็ดีนะ”

 

เตรียมตัวเคลียร์งานไหม?

“ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ไม่รู้สิ ไม่เคยเป็นเจ้าสาวเนอะ แต่หลักๆก็อยากให้ออกมาทุกอย่างมีความสุข ทุกคนที่อยู่ในงานคือคนที่เรามองแล้ว เราเห็นแล้วยิ้ม ทุกคนมีความสุขเราก็แฮปปี้แล้ว”

ก็ลุ้นว่า 2002 จะกลับมารวมตัวกันในงาน?

“ก็ต้องรอ แต่เจนก็พูดเสมอว่ายังไงก็ต้องมา ยังไงเพื่อนก็ต้องบินมา”

 

ช่อง 3 ปล่อยหมัดเด็ดครึ่งปีหลัง โป๊ป-เบลล่า-หมาก-เก้า นำทีมคืนความสุข

17 ส.ค. 2563-17:30 น.

ช่อง 3 ปล่อยหมัดเด็ดครึ่งปีหลัง โป๊ป-เบลล่า-หมาก-เก้า นำทีมคืนความสุข
 

ช่อง 3 – จัดทัพละครครึ่งปีหลัง ช่อง3 แย้มโผละครเด็ดหลากแนว ครบรส ดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้ คู่จิ้น โป๊ป-เบลล่า รีเทิร์นเรียกความฟิน

ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋

ช่อง 3 ปักธงรบ จัดทัพละครครึ่งปีหลัง ประเดิมด้วย ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ ละครสายมูแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ค่าย มาสเตอร์วัน ของผู้จัด เอิน-ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล ที่หยิบเอาเคมีความสดใหม่ ของ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มาเจอกันครั้งแรก

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
ต่อด้วย ละคร วาสนารัก ของ ผู้จัด จิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ หนุ่ม กฤษณ์ จากค่ายเมคเกอร์ เค ภาคต่อจากเรื่อง ทุ่งเสน่หา ที่แฟนละครรอคอยอย่างหนัก กำกับการแสดงโดย หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโค โดยได้ พระเอกน้องใหม่มาดเซอร์ ไอซ์-ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ มาประกบคู่กับ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ร่วมด้วยคู่สีสันรสแซ่บ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา และ โบ้ท-ธารา ทิพา

วาสนารัก

เป็นเรื่องราวความรักที่ไร้วาสนาของรุ่นหลานๆ ในปี 2532 โดย ไอซ์ รับบท กันตพล หลานป้าสำเภา และ ณิชา รับบท ใกล้รุ่ง ลูกพ่อเจษ, แพร พิชชาภา รับบท พรรษา ลูกสาวของมิ่งขวัญกับยุพิน, โบ้ท ธารา รับบท เพทาย ลูกชายของไพฑูรย์กับจินดา ร่วมด้วยนักแสดงคับคั่ง โดยคอสตูมในเรื่องจะเป็นชุดย้อนยุคในสมัย 20-30 ปี ซึ่งผู้จัดพิถีพิถันในเครื่องแต่งกาย และรสชาติละครรับรองเผ็ดร้อนไม่แพ้ทุ่งเสน่หาแน่นอน

ตามด้วย คู่พระนางห้างแตก โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เบลล่า-ราณี แคมเปน ที่มาเชือดเฉือนกัน ในละคร ร้อยเล่ห์มารยา ของ ผู้จัด นก-จริยา แอนโฟเน่ ค่ายเมกเกอร์ เจ กำกับการแสดงโดย แมน-เมธี เจริญพงศ์

ร้อยเล่ห์มารยา

เป็นเรื่องราว ของ พิชชา (เบลล่า) ใช้เวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตคู่ วิ่งตามหาความซื่อสัตย์จากสามี อย่าง ภมร (หลุยส์ สก๊อต) ทั้งสองต่างเรียกร้องเอาตัวเองเป็นใหญ่ แต่ไม่เรียนรู้ที่จะรักให้เป็น จนชีวิตคู่ล่มสลาย จากเหตุชู้สาว ความทุกข์ที่เจ็บปวดจากรักทำให้พิชชากลัว และไม่คิดจะมีชีวิตคู่อีกเลย ด้าน รามิล (โป๊ป) ผู้ชายที่รักโดยไม่หวังการครอบครอง เขามีชีวิตเพื่อรอยยิ้มของพิชชา ผู้หญิงคนเดียวที่ได้ยืนในหัวใจที่มั่นคงของรามิล เป็นคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิต เชื่อว่าความจัดจ้านของละคร บวกกับฝีมือของโป๊ป เบลล่า มัดใจคนดูอยู่หมัด เตรียมโกยเรตติ้งพุ่งทะลุเพดานอีกแน่นอน

อ่านข่าว ช่อง 3 รุกละครวาย จับ ‘ภณ’ คู่ ‘อิน’ ใน ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’

ขยับมาที่ ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ สัญญารัก สัญญาณลวง ของ ผู้จัด คิง-สมจริง ศรีสุภาพ ค่ายกู๊ด ฟีลลิ่ง ที่ได้พระนาง เด่นคุณ งามเนตร ประกบ น้ำหวาน-ภูริตา สุปินชุมภู ร่วมด้วย น้ำฝน พัชรินทร์ มาปะทะเดือด โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 2 ภพ 2 ชาติ ที่ย้อนอดีตไปถึง 1400 ปี สมัยทวารวดี ความยิ่งใหญ่ของเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่า อลังการทุกองค์ประกอบ เข้มข้นทุกฉาก ห้ามพลาดสักตอน

ความทรงจำสีจาง

ฟากละครดราม่า ของ ผู้จัด ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ค่าย เวฟ ทีวี ที่พล็อตเรื่องขึ้นใหม่หมด ความทรงจำสีจาง ก็คว้าพระนางตัว ต. เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ มาประกบคู่กันครั้งแรก โดยเป็นเรื่องราว ของพี่น้องที่พลัดพรากกันตอนเด็ก และมาเจอกันตอนโต จนเกิดเป็นความรัก เรื่องราว ความรัก ความผูกพันธ์ ที่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา จะหนักหน่วงแค่ไหน ต้องติดตาม เมื่อรักครั้งนี้ เป็นรักต้องห้ามที่เป็นไปไม่ได้

ตราบฟ้ามีตะวัน

ปิดท้ายด้วย อีกหนึ่งละครที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ตราบฟ้ามีตะวัน ของผู้จัด ก้อง ปิยะ และ ชุดาภา จันทเขตต์ ค่ายโซนิกซ์ บูม ที่แฟนละครต่างรอคอยเคมีของพระนางคู่นี้ หลังจากเคยเจอกันแล้วในเรื่อง คมแฝก นั่นก็คือ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ที่เจ้าของบทประพันธ์ อุณหภูมิปกติ ถึงขั้นการันตีว่า พระนางคู่นี้ คือ อิมเมจต้นฉบับ

เรื่องราวของ วันฟ้าใหม่ (เก้า) ที่มีเหตุ ต้องเข้ามาอยู่ในบ้านของ อาทิตย์ (หมาก) หลังจากสูญเสียครอบครัวทั้งหมด ก่อนจะมีเหตุให้ต้องเกลียดกัน ด้วยพฤติกรรมของวันฟ้าใหม่ และเธอเกือบจะทำให้อาทิตย์ต้องเสียชีวิต จนเกลียดเธอเข้าไส้ ทำให้เธอต้องถูกเนรเทศไปไกลบ้านถึงสี่ปี

จนถึงวันที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง หากคิดว่าเวลาจะเยียวยาความเกลียดได้…แต่คงไม่ใช่กับอาทิตย์ เพราะไม่ใช่แค่เกลียดเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือเกลียดกว่าเดิมอีก แต่เมื่อต้องทำตามสัญญาสุดท้ายของพ่ออาทิตย์ ทั้งคู่จะผ่านเรื่องราวครั้งนี้ไปได้อย่างไร ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ ปั้นจั่น ปรมะ, หลิงหลิง ศิริลักษณ์, แจ๊ค แฟนฉัน, ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์, แหม่ม จินตหรา, ดุ๊ก ภาณุเดช ฯลฯ

เตรียมพบกับความสนุกครบรส แบบเกินต้านได้เร็วๆ นี้ ทางช่อง 3 กด 33

 

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

หายหน้าหายตาไปนาน จนแฟนๆ หลายคนบ่นคิดถึง สำหรับหนุ่มหน้าหวาน เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา พระเอกสายวายชื่อดัง ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค. เจอดาราหนุ่มในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง "วอน(เธอ)" ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เลยอัพเดตชีวิตและผลงาน

รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แพลนแฟนมีตติ้งต่างประเทศต้องเลื่อนออกไปทั้งหมด พร้อมแจงเหตุที่ตนเองไม่ได้กลับมาเล่นซีรีส์ บังเอิญรัก 2 ร่วมกับเพื่อนนักแสดงชุดเก่า จนกลายเป็นดราม่าเบาๆ

ก่อนหน้านี้หายหน้าหายตาไปเลย?
"ถ่ายละครครับ ใกล้ปิดกล้องแล้วเรื่อง Let’s Fight Ghost ทุ่มเทมากเพราะว่าเป็นละครบู๊ ต้องซ้อมคิวบู๊หรือว่าเรียนมวยต่างๆ เรียกว่าทุ่มเทให้กับเรื่องนี้เต็มที่ ด้วยความที่ช่วงนั้นปิดกล้องเรื่อง Why R U The Series พอดี ซึ่งสิ้นเดือนนี้ก็จะกล้องแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะมาเต็มที่กับหนังเรื่อง วอน(เธอ)"

รับทีละเรื่องเหรอ?
"ตอนนี้เรื่อยๆ ครับ แล้วแต่ว่าจะมีทางภาพยนตร์หรือว่าละครติดต่อมา ถ้าสามารถรับได้หลายเรื่องก็อยากรับเหมือนกัน"

เล่นคิวบู๊เป็นยังไงบ้าง?
"สนุกมากครับ แรกๆ บอกเลยว่าล้มลุกคลุกคลานมาก ด้วยความใหม่ด้วยก็มีต้องไปเรียนทั้งบู๊ทั้งมวย เพราะตัวละครที่รับเป็นมวยไทย ต้องผนวกทั้งบู๊และมวยไทย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนเลย แรกๆ อาจจะยังไม่เก่งมากรู้สึกว่ายังต้องฝึกฝน แต่พอได้ฝึกฝนอยู่กับมันมาประมาณปีนึงก็ชอบ มีละครบู๊มาก็ติดต่อได้นะครับ ชอบมากเลย"

มีผิดคิวบ้างไหม?
"มีครับ อย่างตอนนี้ถ้าเห็นก็จะมีรอยแดงๆ เพราะว่าใส่ซับบางทีต่อสู้แล้วแบบกระแทกจนเป็นรอย แรงสุดที่โดนคือเขียวเป็นแถบเพราะว่าเราต้องแอ๊กชั่นเตะแล้วลอยจริงเลย ส่วนใหญ่จะเล่นฉากบู๊เองทั้งหมด มีแค่คิวที่ต้องเข้าไปใกล้ๆ เป็นมีดแหลมก็จะมีพี่สตั๊นต์ช่วยเล่นให้ เรียกว่ามีรอยช้ำกลับบ้านทุกวันที่มีคิวบู๊"

รอยช้ำตามตัวกระทบต่อการทำงานไหม?
"ตอนนี้เรามีนวัตกรรมคือรองพื้นและคอนซีลเลอร์ครับ คือต้องใช้ตัวช่วย บางทีมันเป็นรอยแล้วเราต้องทำงานก็อาจจะต้องปกปิดหน่อย จริงๆ ที่ตั้งใจปิดเพราะเป็นห่วงแฟนคลับว่าเดี๋ยวเขาเห็นแล้วจะเป็นห่วงกัน"

เจ็บเนื้อเจ็บตัวขนาดนี้ก็ยังชอบเล่นบู๊เหรอ?
"ชอบครับ เหมือนเด็กผู้ชายเนอะเราก็ชอบเล่นอะไรที่มันใช้แรงมากๆ พิเรนทร์ๆ อยู่แล้ว พอมาเจอคิวบู๊ก็ถูกใจเลยครับ นี่ยังคุยอยู่เลยว่าเดี๋ยวถ้าจบเรื่องนี้ก็อยากจะไปเรียนมวยจริงจัง หรือว่าเรียนยิงปืน"

แอบคาดหวังบ้างไหมเพราะก่อนหน้านี้บทเราค่อนข้างใสๆ?
"คาดหวังครับ คาดหวังให้ออกมาดีที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะดีใจมาก"

ถามถึงประเด็นที่หลายคนจับตาว่าเราไม่ได้อยู่ในซีรีส์ บังเอิญรัก 2 แล้ว?
"อย่างที่บอกไปตั้งแต่ครั้งก่อนๆ ว่าด้วยเรื่องเวลา คิวงานเอง หรือว่าในหลายๆ เรื่อง เพราะการที่จะรับซีรีส์หรือละครเรื่องหนึ่งมันต้องมีความพร้อมด้วยทั้งเวลาถ่ายทำ อย่างที่เห็นว่า บังเอิญรัก กำลังถ่ายทำกันอยู่และใกล้จะจบแล้ว ส่วนผมก็ถ่าย Let’s Fight Ghost ซึ่งเต็มที่กับเรื่องคิวบู๊ในการถ่ายทำเรื่องนี้อย่างมาก เลยมีหลายเรื่องไม่ลงตัวทำให้ไม่ได้เล่น"

เสียดายไหม?
"ผมเชื่อว่าเมื่อเราเลือกอะไรแล้วเราจะไม่เสียดายในสิ่งที่เราตัดสินใจ แต่ถามว่าเรารักในตัวละครรักซีรีส์มั้ย แน่นอนครับ เราเกิดและโตมากับเขา ยิ่งตัวละครที่ได้รับเลือกผมจะรักมากเพราะเปรียบเสมือนเราสร้างงานศิลปะ สิ่งที่เราทำเราทำด้วยความรักอยู่แล้ว"

แฟนคลับค่อนข้างเสียใจที่ไม่มีเรา?
"เซ้นต์ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ อย่างที่บอกว่ามันเป็นหลายๆ เรื่องด้วย"

แอบเห็นดราม่าไหม?
"แอบอ่านอยู่ครับ แต่ว่าอย่างที่บอกคือมองให้เป็นความเข้าใจแหละ เหมือนกับความสัมพันธ์เวลาเรามีแฟนเราก็อยากให้แฟนเข้าใจเราที่สุด ผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนอยากให้ผมเข้าใจในมุมมองของเขา ซึ่งผมก็เข้าใจนะ สำหรับผมก็อยากอธิบายทุกคนฟังในมุมมองของผม"

ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทีมงานเก่าหรือว่าเพื่อนๆ นักแสดง?
"ไม่ได้มีปัญหากันครับ ยังเล่นยังคุยกับมีน(พีรวิชญ์)อยู่เลย อย่างที่เห็นกันว่ามีนก็เป็นนักแสดงนำของบังเอิญรักเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกันกับทางเพื่อนๆ ครับ"

ถามถึงแพลนงานที่ต่างประเทศ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศตลอด หลังจากเกิดโควิด-19 มันกระทบกับงานเราเยอะไหม?
"พอสมควรครับ จริงๆ ช่วงหลังจากที่จบซีรีส์ Why R U The Series วางไว้ว่าก็จะมีแฟนมีตของ Why R U The Series และแฟนมีตเดี่ยวของผมประมาณ 7-8 ประเทศ ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าต้องพักไว้ก่อน แต่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกนะครับ แค่พักคิวไว้ก่อนเฉยๆ รอว่าถ้าได้คิวแล้วบินไปได้จริงๆ สถานการณ์ดีขึ้นก็ค่อยไป"

เกิดความเสียหายกับตัวเรามากน้อยแค่ไหน?
"สำหรับผมการไปแฟนมีตคือความรักที่เราอยากจะไปมอบให้กับแฟนคลับ แล้วเราก็ไปรับพลังความรักจากแฟนคลับด้วย ผมเลยมองว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ในเรื่องของเงินทองสำหรับผมมันเป็นของที่ไม่ได้ซีเรียส แต่เป็นความรักมากกว่าเพราะหลายคนคาดหวังที่อยากจะเจอเรา แต่ว่าเขาไม่ได้เจอ"

ซัพพอร์ตยังไงกับการที่เขาผิดหวัง?
"หลายคนจะเห็นว่าสมัยก่อนผมไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยลขนาดนั้น หลังๆ ผมก็จะเริ่มฝึกมากขึ้น เล่นโซเชี่ยลมากขึ้น มีไลฟ์มากขึ้น อย่างน้อยที่ว่าเราไม่ได้เจอกัน ไปต่างประเทศ หรือว่าอีเวนต์ ก็ยังได้เจอกันผ่านโซเชี่ยลส่งความรู้สึกส่งความรักถึงกันและกันได้"

กังวลไหมว่าพอไม่ได้ไปเจอเขาบ่อยๆ หรือว่าห่างหายไป แล้วฐานแฟนคลับจะลดลง?
"ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักแหละครับ ถ้าเราเติมเต็มซึ่งกันและกันความรักที่มันหอมหวานมันก็จะหอมหวานอย่างนั้น ผมว่าความหอมหวานของมันมีเสน่ห์ยิ่งกว่าถึงแม้ว่าเราไม่อยู่ใกล้กันหรือเจอกัน แม้ไม่ได้เจอกันมันก็เป็นบททดสอบนะว่าเรายังคิดถึงเขา และเขาก็ยังคิดถึงเรา"

เปรียบแฟนคลับเหมือนแฟนเลยเนอะ?
"ผมมองว่าแฟนหรือคนในครอบครัว คือคนที่เราต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เช่นเดียวกันผมอยู่กับแฟนคลับเป้าหมายของผมอย่างหนึ่ง คือผมก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแฟนคลับเหมือนกันครับ"

มุก วรนิษฐ์ ยอมรับเลิก ทอย ปฐมพงศ์ เคลียร์โพสต์แรง “อยากได้ก็เอาไป”

ทำเอาแฟนคลับเป็นงง เห็นหวานกันอยู่ดีๆ ไหงคู่รักวัยรุ่นอย่าง มุก วรนิษฐ์ และ ทอย ปฐมพงศ์ กลับโพสต์สถานะเหลือแค่เพื่อน แถมฝ่ายหญิงยังโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ด้วยว่า อยากได้ก็เอาไป จึงถูกโยงประเด็นมือที่ 3 ล่าสุดเจอ สาวมุก ในงานประกาศรางวัล KAZZ Awards 2020 เลยได้เปิดใจให้ฟังถึงประเด็นดังกล่าว

มุก วรนิษฐ์ ยอมรับว่า เลิกรากับ ทอย ปฐมพงศ์ สถานะกลับมาเป็นเพื่อนที่ยังรู้สึกดีต่อกัน เป็นการตกลงกันของทั้งคู่ ซึ่งคิดว่าการเป็นเพื่อนจะยืนยาวกว่าสถานะคนรัก ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนทั้งคู่ การที่เธอต้องออกสื่อมาให้สัมภาษณ์ก่อน ฝ่ายชายก็เป็นห่วง มีการส่งดอกไม้มาให้กำลังใจด้วย

สาวมุก ยืนยันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่มีมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะถ้ามีมือที่ 3 เราคงโกรธกันและจบไม่สวยแบบนี้ สาเหตุที่โพสต์ทวิตเตอร์ว่าอยากได้ก็เอาไป กลัวคนจับโยงเลยรีบลบออก เจตนาคือเรื่องอื่นไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายชายเลย

มุก ยอมรับว่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน รู้สึกว่าเราไม่มีเวลาให้กันจนเคยชินกับแบบนี้ บ้างานทั้งคู่ ทุ่มเทเวลาให้งานมากกว่า ไม่อยากให้โทษเขาและก็ไม่ใช่ความผิดของเธอด้วย เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่อยากให้แฟนๆ มองว่าเป็นข่าวร้าย เพราะทั้งคู่ยังมีความรู้สึกดีๆ ยังเป็นห่วงกัน ไม่ใช่การเลิกแบบตัดขาดแยกย้าย แค่เปลี่ยนสถานะเป็นเพื่อน เพราะรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกันมาตลอด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคู่เราแล้ว แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะครอบครัวทั้งสองฝ่าย ไหนจะแฟนๆ ที่รักและคาดหวังกับคู่เรา ส่วนโอกาสรีเทิร์นยังไม่รู้อนาคต

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

18 ส.ค. 2563-19:11 น.
แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ / วันที่ 18 ส.ค. แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมงาน เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์แฟร์ 2020 ที่ เซ็นทรัลชิดลม พร้อมให้สัมภาษณ์อัพเดตชีวิตหลังสูญเสียคุณพ่อ และเรื่องความรักกับ ไฮโซประณัย

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?
"ค่อยๆ รับรู้ความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แต้วได้คำสอนจากคุณพ่อมาเยอะ เรื่องการมองโลกในความเป็นจริง ถือว่าคำสอนนี้ทำให้เรามีสติ ยิ่งเวลาที่เราเศร้าเรานึกถึงคำสอน นึกถึงคุณพ่อมันช่วยได้จริงๆ กับคุณแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ตระเวนทำบุญกันเยอะมาก เพราะว่าพรุ่งนี้ก็จะครบ 50 วันพ่อเสีย"

ตั้งใจจะทำอะไรในวันครบรอบ 50 วัน การจากไปของคุณพ่อ ?
"ในวันครบรอบก็ทำบุญค่ะมีถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน"

หลายคนชื่นชมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เราเข้มแข็งมาก ?
"ก็อย่างที่บอกคุณพ่อสอนมาเยอะ สอนไม่ให้เราประมาทกับการใช้ชีวิต ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราสามารถ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตเราเองที่มันไม่แน่นอน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ามันช่วยได้มากจริงๆ"

ลุกขึ้นมาทำงานได้เร็วมาก ?
"กองให้ไปถ่าย (หัวเราะ) จริงๆก็ช่วยได้มาก ให้เรามาโฟกัสอยู่กับงาน ไม่ไปจมอยู่กับความเศร้า แต่ก็ยังเศร้าอยู่"

เราต้องเป็นหลักให้กับครอบครัวมาขึ้นไหม เพราะว่าดูพี่สาวเราก็สภาพจิตใจแย่มากเช่นกัน ?
"ไม่ค่ะ เป็นทั้งแต้วและพี่เต๋า คือคิดว่าถ้าขาดพี่เต๋าไป แต่วคงเซเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็จับมือกันทั้งคุณแม่ พี่เต๋า แต้ว ก็มีพี่โน้ตสามีพี่เต๋าอีกคน มาช่วยพยุงกันให้กลับมาใช้ชีวิต ไม่ปกติแหละ แต่ก็พยุงกันไปได้ในช่วงชีวิตที่เรารู้สึกว่าเรายังอ่อนแอ"

คุณพ่อมาเข้าฝันบ้างไหม ?
"ไม่มีเลย ตอนแรกยังบอกว่า มาเลยนะ จริงๆเป็นคนที่กลัวเรื่องนี้มาก แต่ก็อยากเจอเนอะ คิดถึง"

แต่พี่เต๋าบอกว่าคุณพ่อมาหา ?
"ใช่ค่ะ คือเขาคิดถึงมากจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาก็จะนั่งสมาธิ เชื่อว่าน่าจะเป็นผลบุญให้คุณพ่อด้วย ก็จะชวนกันนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกคืน"

ช่วงนี้ก็จะแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านอยู่บ่อยๆ ?
"มีคุณแม่มอบหมายหน้าที่ให้ โดยการให้ดูแลหลาน แม่ก็กลายเป็นคุณยายที่ทำหน้าที่คุณยายเต็มตัว ปกติพี่สาวก็จะดูแลลูกเอง"

ล่าสุดเห็นพากันไปทานอาหารญี่ปุ่น ?
"ใช่ค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยออกข้างนอกเท่าไหร่ ก็ชวนกันไปทานข้าว จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง"

ว้าวเลย

มีประณัยไปด้วย ?
"ใช่ค่ะ ได้มาเจอกันหลายๆคน"

หลายคนมองว่าเป็นการเปิดตัวแบบเป็นทางการหรือเปล่า ?
"ไม่นะคะ ถ้าเป็นวันนั้น เป็นการผ่านไอจีสตอรี่ของคนอื่น ถ้าเป็นทางการไม่น่าจะเผลอขนาดนั้น"

ตัวเราเองยังไม่พร้อมด้วยใช่ไหม ที่จะเปิดตัวแบบเป็นทางการ ?
"อุ้ย แต้วว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ค่ะ มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัวหรือแกรนด์โอเพนนิ่งอะไร"

คนแซวมากๆ เขินไหม ?
"ไม่เรียกว่าเขินอ่ะ แต่แค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องนี้ด้วย"

เวลาไปทานข้าวกับเขา แล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายติดเขาไปด้วย มีแอบพะวงไหมว่าจะลงหรือไม่ลงไอจีดีไหม ?
"เอ่อ ไม่นะคะ แต้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องพะวงว่าจะติดไม่ติด เพราะเรารู้สึกโอเคค่ะ"

ผลัดกันถ่าย

ช่วงที่แต้วเศร้ามากๆ เรื่องงานคุณพ่อ เขาก็อยู่ข้างกายเราตลอด ?
"มีหลายคนค่ะที่อยู่รอบๆ มีทั้งพี่ๆ ในวงการ ช่างแต่งหน้า มาช่วยกัน มาเป็นกำลังใจให้เราทุกคน รวมถึงพี่ต้นด้วย เจมส์ด้วย หลายคนเพื่อนๆ นักแสดงมาเป็นกำลังใจให้ เราก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ ที่เขาช่วยเราตั้งแต่วันแรก"

การพาไปทานข้าวกับคุณแม่วันนั้น เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอไฮโซประณัยด้วยไหม ?
"ไม่ค่ะ เคยไปทานกันหลายรอบค่ะ"

หลายคนก็ชื่นชมต้น ที่ในวันงานดูแลแต้วและครอบครัวดีมาก ?
"ค่ะ คือเราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ อย่างพี่เต๋าเองเวลามีงานอะไรก็จะชวนพี่ต้นมาด้วย เราก็รู้สึกว่าอยากให้เขามา อีกอย่างเขาเองก็ผูกพันกับคุณพ่อมาก คุณพ่อเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกัน และเขาก็มาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ เขาอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณพ่อด้วย"

แสดงว่าพี่ต้นก็เปรียบเสมือนอีกคนในครอบครัวไปแล้ว ?
"มันรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หวังดีกับเราคนหนึ่ง และเราก็หวังดีกับเขา"

เหมือนเป็นพี่ชายคอยช่วยดูแลทุกคนในงานเลย ?
"ใช่ค่ะ"

ฟนเก่า

ความสัมพันธ์กับประณัยเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ก็ดีค่ะ เหมือนเราค่อยๆ รู้จักกันไปนะคะ ทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาเนอะ ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ"

ตัวประณัยเขินไหม ที่ถูกจับตามองแบบนี้ ?
"เอ่อ… คงไม่เป็นเชิงเขินมั้งคะ ไม่รู้เหมือนกันต้องไปถามเขาดู (หัวเราะ) เวลามีภาพตามโซเชียลถามว่าเขาซีเรียสไหม ไม่นะคะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรค่ะ"

ถ้าให้สถานะตอนนี้ เราจะเรียกว่าอะไร ?
"เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้ค่ะ"

เหมือนทางครอบครัว คุณแม่ รวมไปถึงแก๊งเฟอร์บี้ก็ไฟเขียวแล้ว ?
"ก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียวถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ก็ไม่ได้ แต้วรู้สึกว่าอย่างตอนที่เราเป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อคุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เราเลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆ อย่างในชีวิตเรา เราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดงไฟเขียวอะไร"

แก๊งเฟอร์บี้มีคอมเมนต์ไหม ?
"ไม่ได้มีนะคะ เราก็เจอกันคุยกันปกติ ไม่ได้มีนอกรอบ"

เหมือนก่อนหน้านี้ก็เจอกระแสเยอะเหมือนกัน อย่างดราม่าเรามูฟออน เป็นช่วงโควิดพอดี ไม่มีโอกาสได้พูด เราอยากพูดอะไรไหม ?
"ใช่ค่ะ คือแต้วก็เห็นนะคะ แต่ไม่ได้เอามาคิดอะไรมาก แต้วเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆ เรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งตอนที่มีปัญหา ใช้เวลาในการแก้ไขมาประมาณหนึ่ง จนถึงวันนี้ ถามว่าเสียใจมั้ย เราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาให้ได้ ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต ที่เรากลัวมากๆ คือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลาเรามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดกับมันมาก พยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไรแต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆ เพราะไม่สามารถห้ามใครได้ และก็ไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเราที่เราจะรับผลกระทบเอง"

เรามูฟออนแต่เขาไม่ยอมมูฟออน ยังเมนต์แต่เรื่องเดิม ๆ หงุดหงิดใจไหม ?
"ไม่เลยค่ะ เรารู้สึกว่าพูดได้เต็มที่ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบๆ ข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้วค่ะ"

คนเม้าธ์สุดท้ายเราก็คบไฮโซตามเพื่อน ?
"ก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้นๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็น 10 ปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไข และไม่แก้ไขมาเยอะมาก การที่ไปตัดสินใจแบบนั้นก็ตื้นไป เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบแต้วก็ไม่แตะอะไร"

ประณัยทำใจแล้วใช่ไหมถ้าเป็นแฟนกับแต้ว ต้องถูกจับตามอง ?
"ไม่รู้ค่ะ(ยิ้มเขิน) แต้วก็ใช้ชีวิตของแต้วค่ะ แต้วก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะแต้วรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ"

 

 

น้ำตาล เผยมุมน่ารักของ ไผ่ รัก 8 ปี แง้มสเต็ปชีวิตคู่ รอแฟนบวชทดแทนคุณพ่อแม่

น้ำตาล เผยมุมน่ารักของ ไผ่ รัก 8 ปี แง้มสเต็ปชีวิตคู่ รอแฟนบวชทดแทนคุณพ่อแม่

ผ่านอาถรรพ์รัก 7 ปี มาได้แล้ว ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 แบบสวยๆ สำหรับคู่รักนางเอก น้ำตาล พิจักขณา กับแฟนหนุ่ม ไผ่ พาทิศ เรียกว่าเป็นความรักไม่หวือหวาแต่มั่นคง ล่าสุด น้ำตาล เปิดใจในงานบวงสรวง ละคร สายลับลิปกลอส ถึงสเต็ปชีวิตคู่

วันเกิดปีนี้วางแผนว่ายังไงบ้าง ?
"ตอนนี้น่าจะต้องให้คิวละครเป็นหลักก่อนค่ะ แต่หลังจบละครก็คงได้ไปเที่ยวกัน อีกอย่างปีนี้น้ำตาลก็ไม่น่าจะจัดงานอะไรด้วย น่าจะเป็นการไปเที่ยวมากกว่า เพราะว่าตั้งแต่หลัง โควิด-19 เรายังไม่ได้ไปเที่ยยวเลย"

นานๆ ทีจะได้ออกไปเที่ยวแบบนี้ ต้องเป็นทริปสวีตเลยไหม ?
"ไม่สวีตค่ะ ไปกันหลายคน แถมตอนนี้พี่ไผ่เขาก็ติดน้องหมามากเลยด้วย เขามีสาวใหม่ ติดสาวค่ะ สาวน้อย เวลาไปไหนมาไหนก็จะต้องขอให้เอาน้องหมาไปด้วยตลอด"

น้อยใจไหมอยู่ดีๆ แฟนเราก็ปันใจให้กับน้องหมา ?
"ไม่สิ น้องน่ารัก (ยิ้ม) แต่จริงๆ ก็ดีนะคะเหมือนเราได้เห็นอีกมุมของเขา ได้เห็นว่าผู้ชายแมนๆ แบบเขาพอมีน้องหมาเข้ามาในชีวิต เขาถึงกับเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้ขนาดนี้เลย"

เขายังมีเวลาให้เราเท่าเดิมไหม ตั้งแต่ได้น้องมาดูแล ?
"เป็นตัวน้ำตาลมากกว่าค่ะที่มีเวลาให้เขาน้อยลง เพราะตั้งแต่เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง น้ำตาลก็ต้องไปถ่ายงานในต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ เลย แถมพอกลับมาถึงกรุงเทพปุ๊บละครก็เปิดกล้องอีก นี่เดี๋ยวก็ต้องถ่ายกันอีกยาวเลยค่ะ"

แต่ก่อนหน้านี้เห็นว่าเราสองคนก็เพิ่งจะไปเที่ยวปราณบุรีด้วยใช่ไหม ?
"ใช่ค่ะ ไปถ่ายรายการ ไปทำช่องนู่นนั่นนี่ ยังมีบ้างกรุบๆ (หัวเราะ)"

เพราะไปเที่ยวทะเลบ่อยจนถูกแซวว่าเป็น คู่รักภาคพื้นที่ทะเล เราพอจะทราบไหม ?
"พี่ไผ่เขาชอบค่ะ เขาชอบกิจกรรมทางน้ำ ส่วนน้ำตาลเองก็ไปได้บ้างตามโอกาส เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ผิวไวต่อแสง ผิวคล้ำง่าย ก็คือเขาชอบทะเล ส่วนเราชอบภูเขา"

แสดงว่าหลายๆ ทริปที่ผ่านมาเป็นทริปตามใจเขา ?

คบกันมานานแค่ไหนแล้วสำหรับเราสองคน ?
"เข้าปีที่ 8 แล้วค่ะ แต่ถามว่าได้คิดถึงอนาคตบ้างมั้ย เอ่อ…มีบ้างค่ะ มีคุยกันคร่าวๆ ว่าแต่ละขั้นตอนจะเป็นยังไงต่อไป แต่ไม่ใช่ใกล้ๆ นี้แน่นอนค่ะ"

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายทราบไหมว่าเราได้มีการพูดคุยกันไว้บ้างแล้ว ?
"ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยกันค่ะ แต่ด้วยความที่เราสองคนคบกันมาค่อนข้างนาน สเต็ปชีวิตต่อไปมันก็จะต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ที่เราคุยกันมันเป็นแค่การคุยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปเฉยๆ อย่างเช่นน้ำตาลก็ยังแฮปปี้กับการทำธุรกิจ การถ่ายละคร ส่วนพี่ไผ่เขาก็ยังมีความต้องการที่จะบวชให้คุณพ่อคุณแม่ ยังอยากทำงานก่อน คือมันเป็นการพูดคุยกันปกติทั่วไปค่ะ"

มีกำหนดเวลาคร่าวๆ ไหมว่าเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม ?
"ไม่น่าจะใช่ช่วงเวลาใกล้ๆ นี้หรอกค่ะ น่าจะต้องอายุเลย 30 ไปอีก เราอยากทำชีวิตของเราให้มั่นคงกว่านี้ก่อนค่ะ"

คู่เราผ่าน 7 ปีอาถรรพ์ มาได้อย่างไร มีปัญหาเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า ?
"ง่ายมากเลยค่ะ คือก่อนหน้านี้ที่เราเคยมีปัญหากันและห่างกันไปสักระยะ ช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าเราเองก็ปรับจูนกันค่อนข้างเยอะแล้ว ดังนั้นถ้ามันไม่ได้มีปัญหาอะไรนอกเหนือจากที่เคยเกิดขึ้น เราก็คิดว่าเราน่าจะไปต่อด้วยกันได้ อีกอย่างตอนนี้พอเรามีเรื่องธุรกิจ มีเรื่องของน้องหมาเข้ามา คือมันมีเรื่องให้เราพูดคุยกันมากกว่าแค่เรื่องของเราสองคน เราก็เลยยิ่งไม่ทะเลาะกันค่ะ"

แต่ตอนแรกก็ดูเรากังวลเรื่องอาถรรพ์ 7 ปีอยู่นะ ?
"กังวลค่ะ เพราะตอนแรกที่รู้จักกันเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ อย่างที่คนบอกว่า ‘คนที่ติสต์ เขาจะติสต์จริงๆ’ ตอนนั้นหนูก็ยังสงสัยนะคะว่ามันจะขนาดไหน แต่อย่างที่ทราบเนอะเขาเองก็เคยหายเข้าป่าไปเป็นเดือนๆ จนสุดท้ายเราทั้งคู่ต้องมานั่งปรับจูนความคิดกัน และต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจได้ว่ามันควรจะต้องประมาณไหนค่ะ"

เห็นว่าตัวเราเองก็แอบใช้วิธีมูเตลูช่วยด้วยจริงไหม ?
"ยอมรับค่ะว่าเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะตอนอายุ 25 ช่วงนั้นก็โดนหนักมากเหมือนกัน คือถ้าทำแล้วมันสบายใจก็อยากจะทำเนอะ แต่ส่วนใหญ่จะโดนดุค่ะเพราะไปหลายสายเหลือเกิน ตรงไหนดีเราก็ไป ใครบอกว่าดีเราก็ไป (หัวเราะ)"

ใกล้วันเกิดแล้วเห็นพี่ไผ่เขาโพสต์ว่า อยากได้อะไรก็บอกจะพาไปซื้อ ?
"แต่เขามีประโยคสุดท้ายไงคะว่าเขาจะรออยู่ที่รถ คือถ้าเขาให้บัตรมาอันนี้แฮปปี้ ให้เขารออยู่ที่รถได้เลย เอาบัตรกับรหัสมาก็พอ (หัวเราะ)"

ปกติเวลาเขาให้ของขวัญวันเกิด เขาจะให้ยังไง มีเซอร์ไพรส์หรือเปล่า ?
"เขาเคยเซอร์ไพรส์เยอะมากค่ะ แต่ก็อย่างที่บอก มัน 8 ปีแล้ว ตัวเขาเองก็น่าจะหมดมุขแล้วเหมือนกัน ดังนั้นมันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาบอกว่าอะไรที่อยากได้จริงๆ เขาก็จะพาไปซื้อ ส่วนเราก็ได้แต่ถามเขาว่าไหวหรือเปล่า (ยิ้ม) แซวค่ะ แซว เก็บเงินไว้ดีกว่าค่ะ ยุคนี้ต้องประหยัด"

ตั้งใจเก็บเงินไ

ว้เพื่องานแต่งเลยใช่ไหม ?
"ยังค่ะ ยังไม่แต่ง"

หลังจากที่โพสต์ข้อความแล้ว ไผ่เขาได้บอกไหมว่าเขาจะให้วงเงินเราเท่าไหร่ ?
"ยังไม่เห็นมีงบอะไรมานะคะ เขาน่าจะแซวมากกว่า อารมณ์ประมาณโยนหินถามทาง เขาคงอยากรู้แหละว่าเราอยากได้อะไร"

จริงๆ เป็นเพราะเขาอยากอ้อนเราผ่านโซเชียล ด้วยหรือเปล่า ?
"อาจจะมีบ้างค่ะ เพราะช่วงหลังมานี้ น้ำตาลก็บ่นบ่อยเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้เขาถ่ายแต่รูปน้องหมา ไม่ถ่ายรูปเราบ้างเลย แต่ไม่ได้อิจฉาน้องหมานะคะ (หัวเราะ)"

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม


เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก – เคลียร์ข่าวเม้าธ์กันให้แซดเรื่องมือที่สาม สำหรับ เฟรม วรณัน นลัทวรสกุล เจ้าของฉายานางฟ้าเกณฑ์ทหาร ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน บวงสรวงซีรีส์ "เสน่หาสตอรี่" ซีซั่น 3 ณ สตูดิโอ 1 บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดใจถึงภาพหลุดกับเมฆ จิรกิตติ์ ที่ชาวเน็ตจับตามองกันว่าสองคนนี้ ซุ่มปลูกต้นรักกันหรือเปล่า หลังฝ่ายชายบอกว่าความรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ หรือ กลุ่ม LGBT

มีข่าวออกมาว่าไปเป็นมือที่สาม?

"เป็นมือที่สาม หนูว่าไม่ใช่นะคะ ตอนนั้นหนูกับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็น คิดว่าน่าจะไม่ได้เกี่ยวกับหนูนะคะ "

หลายคนบอกสวีตกันมาก?

"ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรตอนนั้นแค่ไปกินข้าวแล้วก็ไปช้อปปิ้งเฉยๆ แล้วมันแบบจังหวะจับมือใช่ไหม(ยิ้ม)"

จริงๆเรารู้จักกันไหม?

"ก็เป็นคนรู้จักกันเฉยๆค่ะ ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น"

พี่น้องกัน?

"พี่น้องกันค่ะ ปรึกษากันได้ ก็คุยกันบ้าง"

คนเชียร์ว่าเมฆไม่ได้ปิดกั้นเรื่องเพศ?

"อันนี้ต้องถามพี่เขาแล้วล่ะค่ะ"

มีหยอกๆจีบๆไหม?

"หยอกๆไหมหรอ ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นนะคะว่าเขาหยอกอะไรแบบเนี่ย"

เขามีหวานๆบ้างไหม?

"ก็มีหวานๆค่ะ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่"

พอมีข่าวเหมือนเขาเข้ามาเทคแคร์เรา มีการพูดคุยยังไงบ้าง?

"ก็คุยนะคะมีการอินบ็อกมา ขอโทษที่ทำให้เป็นเรื่องแบบนี้ค่ะ ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ภาพลักษณ์ที่หลุดออกไปเราจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนถ่าย?

"อืม…ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าเขาถ่ายยังไงด้วย"

ซีเรียสไหมเมื่อเป็นข่าวกันเมฆ?

 

"หนูเองไม่ได้มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว หนูเลยไม่ได้ซีเรียส แค่เป็นห่วงในงานของเขาด้วยแล้วก็คนรอบข้างของเขาด้วยหนูก็ไม่อยากให้เขามีภาพลบ แบบไปเสิร์ชชื่อเขาแล้วเจอข่าวนี้ หนูก็ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีด้วย "

มีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์บ้างไหม?

"ก็มีค่ะ มีทั้งดีและไม่ดี แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรค่ะ "

มีงานด้วยกันไหม?

"อ๋อ…ก็ได้ไปถ่ายงานด้วยกันค่ะล่าสุด"

หลายคนบอกว่าเราสร้างกระแสหรือเปล่า เหมือนเริ่มมีงานในวงการบันเทิง?

"ไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ เพราะงานนี้เพิ่งคอนเฟิร์มหลังจากข่าวออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ไม่เกี่ยว ไม่ได้สร้างกระแส แล้วหนูก็ไม่อยากเป็นกระแสเรื่องนี้อยู่แล้ว"

สถานะตอนนี้เป็นยังไง?

"โสดค่ะ ยังโสดค่ะ"

พอมีข่าวแบบนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง?

"ประทับใจที่เขาตอบดี ซึ่งทำให้เขามีฟีดแบ็กที่ดี ตอนแรกหนูกลัวมันจะแย่ กลัวมันแบบไม่ดีอย่างนี้ "

ส่วนตัวเรารู้สึกยังไงกับเมฆ จะพัฒนาไหม?

"อันนี้หนูไม่รู้เหมือนกันว่าหนูจะตอบยังไง เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าเกิดมันคลิกกันก็ค่อยว่ากันค่ะ"

คุยส่วนตัวกันแค่ไหน?

"ก็มีนะคะ เพราะมีงานด้วยกันล่าสุดด้วย"

ถ้าเขาจีบก็ไม่ติดใช่ไหม?

"อุ้ย…หนูต้องติดอะไรด้วยหรอคะ(ยิ้ม) หนูเปิดใจ หนูเปิดใจอยู่แล้วค่ะ เพราะตอนนี้หนูไม่ได้มีใคร ก็ให้โอกาสทุกคนแหละค่ะ"

เป็นผู้ชายในสเป๊กไหม?

"ในระดับนึงนะคะ เพราะว่าเขาก็เป็นคนนึงที่ทัศนคติดีมาก พี่เขาน่ารักมาก"

 

“สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล”ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

แฟนกีฬาชาวไทยอาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยื่งกับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยในหลายๆแมตช์, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในหลายๆครั้ง และการชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในหลายๆไฟต์ ซึ่งปรากฏการณ์สนามแตก ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมจนล้นสนามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากจะเกิดกระแสฟีเวอร์หรือความนิยมต่อกีฬาชนิดนั้นจริงๆ
   อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว กับการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงปลายปี 2538 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงไทย ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมบาสเกตบอลหญิงจนล้นสนาม

    และปฏิเสธไม่ได้ว่า นักกีฬาผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ จนทำให้แฟนกีฬาต้องแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาเชียร์ทีมบาสเกตบอลสาวไทยในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "แว่น" สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

    แม้จะเกิดเป็นหญิง แต่จากการมีรูปร่างหน้าตาหล่อสมาร์ทโดนใจ ละม้ายคล้ายกับ ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกเบอร์ 1 แห่งวงการบันเทิงในยุคนั้น จึงทำให้เธอคนนี้ ได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่า "สาวหล่อ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งสื่อบางสำนัก ยังตั้งฉายาให้เธอว่า "ศรราม 2" อีกด้วย

    นอกจากรูปร่างหน้าตาจะหล่อโดนใจสาวๆทั้งประเทศแล้ว ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ที่ไม่ได้เป็น 2 รองใคร จึงทำให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เป็นตัวหลักให้กับทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยมาตลอด 9 ปีที่รับใช้ชาติ ก่อนที่ชื่อของเธอ จะกลายตำนานที่ยังอยู่ในใจของแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศตลอดมา

    ย้อนกลับไปในอดีต ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่แรกแต่อย่างใด โดยคุณพ่อและคุณแม่ สนับสนุนให้ลูกสาวคนนี้เล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

    จนกระทั่งอายุ 12 ขวบ เส้นทางชีวิตได้มาบรรจบกับเกมกีฬายัดห่วงจนได้ เมื่อโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ สถานศึกษาของเธอในเวลานั้น มีแผนการที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลหญิงขึ้นมา โดยมี อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่อาจารย์ท่านนี้ จะทาบทามให้ ด.ญ.สิริรัตน์ เข้ามาเป็นนักบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน

    นับจากนั้น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ได้เป็นนักบาสเกตบอลหญิงตัวหลักให้กับโรงเรียนวัดน้อยนพคุณมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลงแข่งขันหลายรายการ อาทิ รายการของกรมพลศึกษา, รายการของกรุงเทพมหานคร, กีฬากองทัพอากาศ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และอีกหลายๆทัวร์นาเมนต์ โดยยึดแบบอย่างจาก ไมเคิ่ล จอร์แดน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอในขณะนั้นเป็นไอดอล

     สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ได้เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 ในครั้งนั้น สิริรัตน์ เป็นตัวแทนของทีมยัดห่วงเขต 10 กรุงเทพมหานคร

 

    แม้จะได้เพียงรองแชมป์ ทว่าจากการโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น จึงทำให้เธอคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 นักกีฬาเยาวชนไทย ให้ได้รับโอกาสอันล้ำค่า กับการไปทัศนศึกษาดูงาน ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่นครฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายในปีเดียวกัน

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งดังกล่าว ได้ทำให้ชื่อของ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีต่อมา หรือปี 2538 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

    สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันในนามทีมชาติก็คือ ศึกชิงแชมป์เอเชีย 1995 ซึ่งเป็นระดับดิวิชั่น 2 ที่เมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2538 โดยเธอและเพื่อนร่วมทีม ผนึกกำลังพาทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์มาครอง และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

    จากนั้นในช่วงปลายปีเดียวกัน อีก 1 จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้มาถึง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ สิริรัตน์ ได้ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงหญิงไทยในเวลานั้น กับการเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้มากที่สุดคนหนึ่งในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จนเกิดปรากฏการณ์สนามแตกทุกแมตช์ที่ทีมยัดห่วงสาวไทยลงแข่งขัน เนื่องจากแฟนกีฬาต่างแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาชม “สาวหล่อ” ในสนาม เมื่อยามที่เธอได้บอลแต่ละครั้ง เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วโรงยิมทุกครั้งเลยทีเดียว

    ด้วยแรงเชียร์ที่ล้นหลาม กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญ ในการทำให้ทีมบาสเกตบอลหญิงไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 18 ได้สำเร็จ พร้อมกับพลิกชีวิตให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เปลี่ยนจากนักกีฬาธรรมดา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศไปในทันที
 
    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ซูเปอร์สตาร์ยัดห่วงสาวรายนี้ ยังใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยังคงนั่งรถเมล์ไปเรียนมหาวิทยาลัยเป็นประจำ พอเจอแฟนคลับทักทายก็ยิ้มและพูดคุยแบบเป็นกันเองทุกครั้ง โดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

    หลังจากนั้น สิริรัตน์ ได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมชาติไทยอีก 9 ปี ก่อนจะประกาศเลิกเล่นหลังจบศึกชิงแชมป์เอเชีย 2004 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

    เธอได้กล่าวถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับกีฬาที่เธอรักว่า ในช่วงนั้นนอกจากจะต้องซ้อมบาสเป็นประจำแล้ว ยังต้องเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังต้องทำงานประจำ กับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลิตรายการและละครทางโทรทัศน์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย ได้ทำงานที่เธอรักกับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตรายการและละครทางทีวีมาโดยตลอด

    เธอได้กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและหน้าตาดี จึงทำให้ช่วงที่ทำงานตอนแรก ครีเอทีฟเคยให้เธอทดลองเป็นนักแสดงหน้ากล้องเช่นกัน แต่ด้วยความเขินกล้อง และไม่ถนัดกับการแสดง จึงเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า

    สำหรับปัจจุบันแม้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล จะลาออกจากงานประจำแล้ว เพื่อหันมาทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งเธอยังเป็นฟรีแลนซ์ช่วยงาน "หม่ำ จ๊กมก" ศิลปินตลกชื่อดัง และยังเป็นผู้จัดการของ "อาร์ม" กรกันต์ สุทธิโกเศศ นักร้องและนักแสดงชื่อดังอีกด้วย

    ด้านร้าน "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่ง สิริรัตน์ ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ขายมาก่อน พอตนเองมาทำก็ได้ปรับปรุงให้รสชาติกลมกล่อมและอร่อยขึ้น โดยร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และได้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-20.30 น.

    แฟนกีฬาท่านใด ที่ยังคิดถึงตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ สามารถไปพบปะและอุดหนุนเธอได้ ตามสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ 0648269399 และยังสามารถติดตามรายละเอียดของร้านได้ที่เพจเฟสบุ๊ก "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" ได้อีก 1 ช่องทาง