เกือบเป็นเด็กผี!ป๋าให้เหตุผลสำคัญที่ปฏิเสธเซ็น “อองรี”

เนด เคลลี่ อดีตหัวหน้ารปภ.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยเรื่องสุดตื่นเต้นว่า เธียร์รี่ อองรี เกือบไม่ได้เป็นตำนานอาร์เซน่อล เพราะนักเตะอยากย้ายมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" แต่น่าเสียดายที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปฏิเสธ และเจ้าตัวก็โยกไปอยู่กับ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเวลาต่อมา
           เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสครั้งสำคัญหลังตัดสินใจปฏิเสธเซ็นสัญญากับ เธียร์รี่ อองรี กองหน้าชาวฝรั่งเศส ก่อนที่นักเตะจะย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล จากการเปิดเผยของ เนด เคลลี่ อดีตหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย "ปีศาจแดง"

           อองรี เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นตำนานทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" หลังจากสร้างสถิติซัดไป 228 ประตูกับ 92 แอสซิสต์จาก 375 เกมที่รับใช้สโมสร พร้อมทั้งช่วยทีมคว้าแชมป์สำคัญในช่วงต้นยุค 2000 รวมไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายในซีซั่น 2003-04

           อย่างไรก็ตาม เคลลี่ ซึ่งทำงานเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ เฟอร์กูสัน, เดวิด เบ็คแฮม และ เอริก คันโตน่า เผยว่า อองรี เกือบได้ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนไปอยู่กับ อาร์เซน่อล แต่ "เซอร์เฟอร์กี้" ปฏิเสธ เพราะมองว่านักเตะมีปัญหาบาดเจ็บบ่อยๆ

           "ตอนที่อยู่ในอุโมงค์หลังจบเกมๆ นึง โทรศัพท์ของผมดังขึ้น ฌอง-มารี พี่ชายของ เอริก โทรมาบอกว่า -เนด ไปบอก อเล็กซ์ (เฟอร์กูสัน) ว่า เธียร์รี่ อองรี อยากย้ายมาเล่นกับสโมสร- ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อล"

           "ตัวเลือกแรกของเขาคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดังนั้นผมก็เลยไปบอกกับเจ้านายว่า -เจ้านาย ผมได้รับโทรศัพท์จาก ฌอง-มารี คันโตน่า เขาบอกว่า อองรี อยากย้ายมาอยู่กับสโมสรเรา- เขา (เฟอร์กูสัน) ตอบว่า -ไม่เอาหรอก เจ้านั้นแม่งเจ็บบ่อย- เขาก็เลยย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล ที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์" เคลลี่ ระบุ

 

ทำตามนั้นจริงๆ!เชอริงแฮมเผยป๋าสัญญาอะไรช่วงพักครึ่งนัดชิงดำชปล.

เท็ดดี้ เชอริงแฮม ระบุ ช่วงพักครึ่งของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงดำ ซีซั่น 1998-99 นั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สัญญากับตนว่าจะให้โอกาสตนลงสนามถ้าสกอร์ยังตามหลังอยู่ไปสัก 15 นาที และสุดท้าย เฟอร์กูสัน ก็ทำแบบนั้น พร้อมยอมรับว่านั่นอาจจะเป็นเกมที่ "ปีศาจแดง" เล่นได้แย่ที่สุดของซีซํ่นนั้นเลย

เท็ดดี้ เชอริงแฮม อดีตยอดกองหน้าชาวอังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัญญากับตนในช่วงพักครึ่งของเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาล 1998-99 ว่าจะเปลี่ยนตนลงสนามหากสกอร์ยังตามหลังอยู่ไปสัก 15 นาที และสุดท้าย เฟอร์กูสัน ก็ทำตามนั้นจริงๆ

ในนัดดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่นาทีที่ 6 ซึ่งพอถึงช่วงนาทีที่ 67 เฟอร์กูสัน ก็แก้เกมด้วยการส่ง เชอริงแฮม ลงไปแทน เยสเปอร์ บลอมควิสต์ ก่อนที่จะส่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไปแทน แอนดี้ โคล ในช่วง 9 นาทีสุดท้าย และทั้ง 2 ตัวสำรองดังกล่าวก็เป็นฮีโร่ทั้งคู่ ด้วยการทำคนละ 1 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้ทีมแซงกลับมาชนะได้

เชอริงแฮม เผยว่า "ตอนพักครึ่งน่ะผู้จัดการทีมเดินตรงมาหาผมแล้วบอกว่า -ฟังนะ ถ้าเกิดเรายังตามหลังอยู่ 0-1 แล้วล่ะก็ แกจะโดนเปลี่ยนตัวลงไปเล่น ดังนั้นพอผ่านไปสัก 10 หรือ 15 นาทีแล้วก็ไปเตรียมตัวได้เลย- แน่นอนว่าตอนนั้นผมอยากให้สกอร์มันยังนิ่งอยู่อย่างนั้นตามไปด้วย ผมรู้ดีว่ามันฟังดูเห็นแก่ตัวนิดๆ แต่คุณอยากมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามมากๆ และสกอร์มันก็ไม่ขยับไปไหนจริงๆ และในอีก 15 นาทีหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนผมลงไปเล่น"

"ตอนนั้นผมนั่งดูการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็คิดว่า -ให้ตายเถอะ! พวกนี้นี่เก่งกันสุดๆ- เราไม่ได้เล่นตามเกมของเราเลย มันอาจจะเป็นเกมที่เราเล่นได้แย่ที่สุดของซีซั่นนั่นด้วยซ้ำ พวกเขานำไปก่อน 1-0 และอาจจะหนีห่างเป็น 2-0 ถึง 3-0 ก็ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะบอลมันไปชนคาน, ชนเสา และโดน ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เซฟเอาไว้แบบสวยๆ ตอนนั้นเราเหมือนกับตึงเครียดกันสุดๆ ผมคิดว่าผู้จัดการทีมคงอยากเปลี่ยนสถานการณ์ในแดนหน้า และดูว่าเราจะสร้างความปั่นป่วนให้พวกเขาได้บ้างรึเปล่า"

“เอร์นานเดซ” เผยมอยส์เมินคำแนะนำป๋าเหตุดับกับแมนยู

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ กองหน้ามากประสบการณ์ชาวเม็กซิกัน เผย เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสกอตแลนด์ เพิกเฉยต่อคำแนะนำของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนเป็นเหตุให้ชีวิตการทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบลงในเวลาไม่นาน

         เอร์นานเดซ ซึ่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เรอัล มาดริด ในปี 2014 ก่อนจะโดนขายขาดให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เผยเหตุผลที่ มอยส์ อยู่กับ แมนฯ ยูฯ ได้ไม่นานเป็นเพราะความหัวรั้นที่ปฏิเสธคำแนะนำของ "ป๋า"

            "ผมได้คุยกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะเขารู้ว่าผมรู้สึกแย่ เขารู้ว่าผมกำลังจะโดนขาย ไม่ใช่แค่ยืมตัวกับ เรอัล มาดริด และเราพูดคุยกันเรื่องนี้ เขาบอกผมหลายๆ อย่าง ส่วนผมคิดว่า…-นี่มัน เรอัล มาดริด ….- และสำหรับชาวเม็กซิกันแล้ว มันสุดยอดมากๆ"

            "อาชีพของผมในช่วงหลายๆ ปีที่่ผ่านมา กับอาชีพของผมที่เรอัล มาดริด เพียง 1 ปีมันน่าเหลือเชื่อ พวกเขาเคยมีนักเตะอย่าง (รุด) ฟาน นิสเตลรอย, (เดวิด) เบ็คแฮม, ไมเคิ่ล โอเว่น ผมเคยเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และจากนั้นก็ เรอัล มาดริด มันน่าเหลือเชื่อที่สุด มันยากที่จะเชื่อได้จริงๆ"

            "ผมยอมรับการเป็นตัวสำรองที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซอร์อเล็กซ์บอกผมว่าหนึ่งในเรื่องที่เขาเสียใจก็คือการไม่ได้ส่งผมลงเล่นมากนัก และเขาบอกกับผมว่าเขาจะคุยกับ มอยส์ เพื่อที่จะบอกเขาว่า ผมจำเป็นต้องได้ลงเล่นบ่อยๆ"

            "เขาบอกว่าผมเป็นนักเตะสำคัญสำหรับแมน ยูไนเต็ด ผมสมควรได้โอกาสลงเล่นเยอะๆ และจากนั้น เดวิด มอยส์ กับ (รองประธานบริหาร) เอ็ด วู้ดเวิร์ด ไม่ทำตามคำแนะนำ พวกเขาไม่ให้ผมลงเล่น และพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้ผมย้ายทีมด้วย"

            "ในช่วงฤดูหนาว มีโอกาสที่ผมจะได้ย้ายทีม แต่เขา (เดวิด มอยส์) ไม่ยอมปล่อยผมไป เพราะเขาเป็นคนหัวรั้น และนั่นคือเหตุผลที่เขาอยู่กับทีมเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น เพราะเขาไม่รู้จักถ่อมตัว เขาจึงไม่มีโอกาสได้เติบโตกับ ยูไนเต็ด" เอร์นานเดซ ระบุ

ซานโช่-เคน หลบไป!ชไมเคิ่ลชี้แมนยูสมควรเซ็นใครร่วมทัพมากสุด

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตยอดนายด่านชาวเดนมาร์ก ระบุ อยากเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับ ซน ฮึง-มิน หัวหอก สเปอร์ส มากที่สุด พร้อมไม่ขอตอบว่าตนเป็นการเสริมทัพที่ดีที่สุดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รึเปล่า
    ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในอดีตต้นสังกัดของตนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรที่จะคว้าตัว ซน ฮึง–มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ

    แม้ว่าฤดูกาล 2019-20 จะยังไม่ปิดฉากลง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแนวรุกที่พวกเขามีข่าวกับนักเตะอย่าง เจดอน ซานโช่ และ แฮร์รี่ เคน เป็นต้น หลังจากที่มีการมองกันว่าขุมกำลังในแนวรุกของพวกเขาควรจะมีคุณภาพที่ดีกว่านี้ หากอยากจะกลับไปครองความยิ่งใหญ่ได้

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ ชไมเคิ่ล เปิดช่วงถาม-ตอบกับแฟนๆ ผ่านทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยมีคนหนึ่งถามว่าเขาอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับนักเตะคนไหนที่ดูมีโอกาสเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแบบสั้นๆ ว่า "ซน จาก สเปอร์ส"

Son from spurs https://t.co/M2KGyVKnAI

— Peter Schmeichel (@Pschmeichel1) May 18, 2020
    นอกจากนี้ ชไมเคิ่ล ยังโดนถามด้วยว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็นการเสริมทัพที่ดีที่สุดในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด รึเปล่า หลังจากเขามักจะได้รับการยกย่องว่าเป็นการซื้อที่คุ้มค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เพราะย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) แต่เจ้าของฉายา "ยักษ์เดนส์" ไม่ขอตอบในประเด็นนี้ โดยบอกเพียงว่า "แน่นอนว่ามันเป็นค่าตัวที่ถูก แต่ผมคิดว่าคำถามนี้คุณคงต้องไปถามเขาเอง (เฟอร์กูสัน) จะดีกว่า"

ทัวร์ลงแน่! “เจอร์ราร์ด” สวนเซอร์วิจารณ์ไม่ใช่แข้งระดับท็อป

สตีเว่น เจอร์ราร์ด นายใหญ่เรนเจอร์ส เผยเกี่ยวกับความรู้สึกที่ได้อ่านบทความของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มองว่าตนเป็นนักเตะธรรมดาๆ ไม่ใช่ผู้เล่นเก่งกาจระดับท็อป พร้อมระบุเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ "ผีแดง" มาแล้ว และพวกเขาอยากเซ็นสัญญาด้วย แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธ
           สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แสดงความเห็นแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกรณีที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยปรามาสเขาว่าเป็นนักเตะธรรมดาสามัญชน ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนัก

          ย้อนกลับไปในปี 2013 "เซอร์เฟอร์กี้" ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาได้ระบุเอาไว้ว่า ตนเป็นคนส่วนน้อยที่มองว่า เจอร์ราร์ด เป็นนักเตะระดับรากหญ้า ไม่ใช่ผู้เล่นระดับท็อป ซึ่งสิ่งนี้ "สตีวี่จี" ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เดือดดาลอะไรมากนัก

          นอกจากนี้ เจอร์ราร์ด ยังเผยว่าตนเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงที่ยังเป็นเด็กวันกระเต๊าะ และ เฟอร์กูสัน พยายามโน้มน้าวให้มาเล่นกับ "ผีแดง" มาแล้ว "ผมเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนอายุราว ๆ13 ปีได้มั้ง และพวกเขาก็อยากเซ็นสัญญากับผม"

          "ผมเป็นแฟนตัวยงของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และสิ่งที่เขาทำมันน่าเหลือเชื่อ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงขายหนังสือได้หลายเล่มเพียงแค่สัปดาห์แรก ผมรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยตอนที่ผมอ่านเรื่องนี้ช่วงที่เขาบอกว่าผมไม่ใช่นักเตะระดับท็อป แต่ผมก็ไม่ได้หัวเสียอะไรมากนักหรอก ทุกๆ คนย่อมมีความเห็นของพวกเขา"

          "เขาเคยพยายามเซ็นสัญญากับผมในช่วงต้นฤดูกาล 2002/03 เขาพยายามจะดึงผมกลับไปเล่นให้ ยูไนเต็ด อีกครั้ง แน่นอนว่าผมปฏิเสธแบบไม่ใยดี ดังนั้นผมก็เลยไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากนัก แต่ก็แค่ผิดหวังอยู่บ้าง เพราะผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขา" เจอร์ราร์ด ระบุ

 

เฟอร์กูสันขอโทษ2นักเตะแมนยูตอนวางมือปี2013

เผย "เฟอร์กี้" ขอโทษ 2 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนประกาศรีไทร์เมื่อ 7 ปีที่แล้ว หลังทุกคนต่างรู้สึกช็อกไปหมด
    ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" ถึงกับต้องขอโทษ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงดัตช์ และ ชินจิ คางาวะ กองกลางญี่ปุ่น ตอนวางมือเมื่อปี 2013 เนื่องจากเพิ่งคว้าทั้งคู่มาร่วมทีมได้ไม่ถึงปี

    ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2013 เป็นวันที่แฟนบอลทั่วโลกต้องใจหาย หลังจากที่ เฟอร์กูสัน ประกาศขออำลาการคุมทีม "ปีศาจแดง" หลังจบฤดูกาล หลังทำงานกับสโมสรมาอย่างยาวนานถึง 27 ปีเลยทีเดียว จากนั้น เดวิด มอยส์ ก็เข้ามาสานงานต่อ แต่ล้มเหลวจนต้องกระเด็กตกเก้าอี้ในเวลาไม่ถึง 1 ปี

    เอวร่า เผยถึงเหตุการณ์ "เฟอร์กี้" รีไทร์ในเวลานั้นว่า "ตอนที่พวกเราไปถึง แคร์ริงตัน ผมเห็นกล้องมากมาย และคิดว่า "ว้าว มีใครทำผิดอะไรบางอย่างแน่ บางทีนักเตะคนหนึ่งกำลังจะเป็นเรื่องอีกครั้ง บางคนทำอะไรผิด เราตกอยู่ในปัญหา" ผมคิดแบบนั้น"

    "อย่างไรก็ตาม เรามาถึงและมีคนพูดว่า "พวกคุณต้องอยู่ในห้องแต่งตัว เนื่องจากเจ้านาย (เฟอร์กูสัน) ต้องการพูดอะไรด้วย และเมื่อเจ้านายเข้ามาพูดกับพวกคุณในห้องแต่งตัว มันไม่เคยเป็นข่าวดีเลย"

    "เขาเข้ามาและพูดว่า "ผมเสียใจจริงๆ มีบางคนบอกเรื่องที่ผมจะรีไทร์ก่อนที่ผมจะบอกด้วยตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่ทำไมพวกคุณเห็นกล้องเหล่านั้น แต่ผมจะต้องรีไทร์เพราะภรรยาของผมต้องการผม" จากนั้น เขาก็ขอโทษ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่  และ ชินจิ คางาวะ เพราะเขาเพิ่งดึงพวกเขามาร่วมทีม เขาขอโทษพวกเขาทั้งคู่เป็นพิเศษ" เอวร่า ทิ้งท้าย

เผยความลับ เซอร์ อเล็กซ์ ตั้งใจจะคว้า โรนัลโด้ กับ เบล ร่วมทัพ แมนยู ก่อนวางมือ

       ปาทริซ เอวร่า ตำนานแบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตั้งใจจะดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาร่วมทัพปีศาจแดง รวมไปถึง แกเร็ธ เบล ที่กำลังฟอร์มพุ่งสุด ๆ ก่อนที่สุดท้าย เฟอร์กี้ จะวางมือไปในที่สุด จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563

        อดีตฟูลแบ็กทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาย้อนความหลังเรื่องราวในช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจอำลา แมนยู เมื่อปี 2013 ว่า "คุณรู้ไหมเมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพของผม ผมอาจบอกได้ว่าช่วงที่ เฟอร์กี้ อำลาทีมเป็นหนึ่งในนั้น"

        "สองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ผมจำได้ว่ามีสื่อหลายสำนักออกข่าวว่า เฟอร์กูสัน เตรียมเกษียณในปีถัดไป ซึ่งเขาก็มาบอกผมว่า ‘นี่ ปาทริซ ฉันไม่มีทางวางมือหรอก ฉันจะอยู่ที่นี่ไปอีก 10 ปี"

        "เขาพูดต่อว่า ‘เป้าหมายของฉันคือ 99 เปอร์เซ็นต์ฉันแน่ใจว่าเราจะได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ แกเร็ธ เบล ฉันขอแค่ผู้เล่นสองคนนี้เพื่อคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง"

        "และเพื่อความแน่ใจผมก็เลยไปถาม โรนัลโด้ ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาตอบตกลงเจ้านายไปแล้วว่าจะกลับมา ยูไนเต็ด เขาบอกผมแบบนี้เลย"

 

        อย่างไรก็ตามหลังจบฤดูกาล 2012-13 เซอร์ อเล็กซ์ ก็ได้ตัดสินใจอำลา แมนยู ส่วน โรนัลโด้ ก็ไม่ได้ย้ายไปกลับเล่นให้ ปีศาจแดง แต่อย่างใด เช่นเดียวกับ เบล ที่ย้ายจาก สเปอร์ส ไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก

        ซึ่ง เอวร่า ก็เล่าต่อว่า "หลังจากนั้นสองสัปดาห์เรารออยู่ในห้องแต่งตัวในคาร์ริงตัน เราเห็นว่ามีตากล้องมารออยู่เต็มไปหมด และผมก็แบบว่า ‘เฮ้ย มันไม่ธรรมดาแล้วล่ะ บางทีอาจเป็นเรื่องของนักเตะบางคน อาจมีบางคนทำอะไรผิดพลาด เรากำลังมีปัญหาแน่เลย"

        "และก็มีคนพูดขึ้นมาว่า ‘พวกคุณต้องเข้าไปในห้องแต่งตัว เพราะเจ้านายต้องการพูดคุยด้วย’ และเมื่อเจ้านายเข้ามา มันไม่ใช่ข่าวดีเลย เขาพูดขึ้นว่า ‘ฉันขอโทษจากใจจริงที่จะต้องบอกว่าฉันต้องเกษียณก่อนเวลาที่ฉันเคยตั้งใจไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกนายเห็นกล้องเหล่านั้น แต่ฉันจำเป็นต้องวางมือเพราะภรรยาต้องการฉัน"

        "แล้วเขาก็เข้าไปขอโทษ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ ชินจิ คากาวะ เพราะเขาเพิ่งซื้อทั้งคู่มาร่วมทีม เขาจึงต้องขอโทษทั้งสองคนนั้นโดยเฉพาะ"

 

มือขวา เฟอร์กูสัน รับกลัวโดนไล่ออกสุด ๆ หลังจากชอตเหยียบลูกโป่งอันโด่งดัง

 

    ไมค์ ฟีแลน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาย้อนความหลังถึงเหตุการณ์เหยียบลูกโป่งทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตกใจจนสบถออกมา โดยยอมรับว่ากลัวจะถูก เฟอร์กี้ ไล่ออกสุด ๆ จากรายงานของ dailystar.co.uk เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2563

        โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ แมนยู บุกไปเยือน เชลซี เมื่อปี 2009 เป็นจังหวะที่ ฟีแลน หยิบลูกโป่งที่ลอยมาก่อนจะเหยียบมันจนแตกดังลั่นซุ้มมานั่งสำรอง

        งานนี้เล่นเอา อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกการตกใจสุด ๆ และหลุดคำสบถต่อว่าไปที่ผู้ช่วยของเขา ซึ่งต่อมาชอตดังกล่าวก็กลายเป็นชอตที่โด่งดังในโลกออนไลน์ โดยที่มีการแชร์ล้อเลียนกันอย่างมากมายจนถึงทุกวันนี้

        ล่าสุดทาง ไมค์ ฟีแลน ได้ย้อนความหลังถึงเหตุการณ์นี้ว่า "ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในอาชีพการเป็นโค้ชของผมก็ว่าได้ กับการทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงบนอินเทอร์เน็ต แต่ความกังวลที่สุดของผมก็คือ ผมคิดว่าตัวเองจะถูกไล่เพราะเรื่องนี้ซะแล้ว"

 

ลิ้นห้อย!ริโอเผย1แข้งแมนยูโดนโรนัลโด้เล่นงานจนหมดแรง

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ ตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมอุ่นเกือกกับ สปอร์ติ่้ง ลิสบอน เมื่อปี 2003 นั้น จอห์น โอเช ถึงกับหมดแรงตอนพักครึ่ง หลังจากที่ในครึ่งแรกโดนลีลาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นงานจนหัวปั่น พร้อมเผย ตอนนั้นทั้งตน, พอล สโคลส์ และ นิคกี้ บัตต์ ต่างก็ทึ่งกับฝีเท้าของ โรนัลโด้ สุดๆ

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า จอห์น โอเช เหนื่อยจัดจนถึงขั้นต้องสูดอ็อกซิเจนเพิ่มหลังจากที่เจอปัญหาในการตามประกบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนที่ "ปีศาจแดง" เล่นเกมอุ่นเครื่องกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน

    เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2003 แมนฯ ยูไนเต็ด เดินทางไปเตะเกมกระชับมิตรกับ สปอร์ติ้ง ซึ่งตอนนั้น โรนัลโด้ ยังอยู่กับทีมดังของโปรตุเกส และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนประทับใจ ส่งผลให้แข้งเหล่านั้นไปแนะนำ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าต้องเซ็นสัญญากับ โรนัลโด้ ให้ได้ ก่อนที่ โรนัลโด้ จะย้ายมาอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในอีกไม่นานหลังจากนั้น

    เฟอร์ดินานด์ เผยว่า "ตอนปี 2003 เราเจอกับ สปอร์ติ้ง และพอถึงตอนพักครึ่ง จอห์น โอเช ก็ต้องมานั่งสูดอ็อกซิเจนกับถังอ็อกซิเจนที่ตั้งอยู่ข้างๆ เขา ตอนนั้นเขาหมดแรงและนั่งหอบหนักมาก ตอนนั้นเราขอให้เขาประกบติด โรนัลโด้ มากกว่าในครึ่งแรกอีก และเขาก็เหนื่อยจัดจนตอบเราไม่ได้ด้วยซ้ำ"

    "พูดกันตามตรงนะ ทั้งตัวผม, พอล สโคลส์ และ นิคกี้ บัตต์ ต่างก็ยืนอยู่ตรงนั้นและคิดว่า -ไอ้เด็กคนนี้มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ เราต้องเซ็นสัญญากับเขาให้ได้- หลังจากนั้นเราก็ไปขึ้นรถโค้ชกัน แต่มันเกิดการดีเลย์ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งตอนนั้นก็มีการพูดกันว่าพวกเขาคงกำลังเซ็นสัญญากับ โรนัลโด้ อยู่แน่ๆ"