ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!เผยรายได้ผู้ตัดสินศึกไทยลีก3

จากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่แวดวงผู้ตัดสินไทยที่ถูกสั่งปรับลดเงินค่าทำหน้าที่ไปตลอดทั้งฤดูกาล แบบที่เรียกว่า โดนหักแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์
   
โดยผู้ตัดสินลีกรากหญ้า อย่าง ไทยลีก3 ที่ดูจะได้รับผลกระทบแบบปฎิเสธไม่ได้กับยอดรายได้ของผู้ตัดสินในแต่ละตำแหน่งที่ทำหน้าที่

    สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ตัดสินในไทยลีก3ฤดูกาล2020ที่ดำเนินการแข่งขันมาแล้วนั้น จะไม่มีเงินรายได้จาก กกท. มาช่วย เป็นเงินรายได้จาก ส.บอลฯ ล้วนๆ ที่แบ่งเป็นค่าตอบแทน และ ค่าที่พักเหมาจ่าย(รวมถึงค่าเดินทาง , ค่าน้ำมัน)ประกอดด้วย

    ผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 700 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,200 บาท , ยอดสุทธิ  (1,140 บาท )

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ตัดสินที่ 4 – ค่าตอบแทน 350 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 850 บาท , ยอดสุทธิ ( 807.50 บาท )

    ผู้ประเมินผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ (1,187.50 บาท)

    ผู้ควบคุมการแข่งขัน –  ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ ( 1,187.50 บาท)

    ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้กำชับผู้ตัดสินไทยลีก3 จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของ ส.บอลฯ ทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังสั่งห้ามรับงานนอก , ห้ามรับงานสโมสรในเกมอุ่นเครื่องด้วย เพื่อให้ทิศทางการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แมนยูปวดหัว!ไบยี่เดี้ยงจากเกมทีมชาติ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอเรื่องชวนปวดหัวอีกระลอก เพราะล่าสุด เอริค ไบยี่ ปราการหลังกระดูกยุง เจ็บอีกแล้ว หลังลงเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ เมื่อคืนที่ผ่านมา
    เอริค ไบยี่ เซนเตอร์แบ็ก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับบาดเจ็บที่ดูเหมือนจะเป็นตรงบริเวณกล้ามเนื้อหลังต้นขาขวา ระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ในเกมอุ่นเครื่องที่เสมอ เบลเยียม 1-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     ช่วงกลางครึ่งหลังเกมดังกล่าว ไบยี่ มีอาการบาดเจ็บเล่นงานจนเล่นต่อไม่ไหว ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 70 (โอดิลอน คอสซูนู ลงเล่นแทน) ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า เจ้าตัวเจ็บรุนแรงแค่ไหน แต่ถือเป็นข่าวที่ไม่สู้ดีสำหรับ "ปีศาจแดง" ที่ออกสตาร์ทในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะความอ่อนแอในเกมรับ หลังล่าสุดพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม

     ทั้งนี้ ไบยี่ วัย 26 ปี เคยมีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า จนต้องพักแข้งยาวตลอดช่วง 6 เดือนแรกของการแข่งขันฤดูกาลที่แล้ว

 

“ช้างศึก” เข้าแคมป์ฝึกซ้อม เตรียมลับแข้ง นครปฐม ยูไนเต็ด

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรมซัมมิท วิลด์มิลล์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563

โดยทัพ “ช้างศึก” จะลงฝึกซ้อมที่สนาม วิลด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ ทันทีในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงอุ่นเครื่องกับสโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ถ่ายทอดสดทางFacebook และ Youtube ไทยรัฐทีวี

ทั้งนี้การแข่งขันจะเปิดให้แฟนบอลเข้าชม ตามข้อกำหนดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด (25 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

ส่งท้ายแคมป์บางสะพาน!พีที ประจวบอุ่นเฉือนระนอง2-1

หลังจากที่ทัพ"ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซีได้มุ่งหน้าลงใต้ไปเก็บตัวกันที่โรงแรมคอรัล อ.บางสะพาน ในวันนี้เป็นวันสุดท้ายนั้น

ทางทีม พีที ประจวบ เอฟซี ได้วางโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมแกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ดในช่วงเย็นวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬา อ.บางสะพานน้อย ผลปรากฏว่าเป็นทางด้านของพลพรรคต่อพิฆาตที่สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2 -1 จากการทำประตูของวีระวุฒิ กาเหย็ม และวีรภัทร นิลบูรพา ส่งท้ายการเก็บตัวที่ อ.บางสะพาน – อ.บางสะพานน้อย

โดยหลังจากนี้ พีที ประจวบ เอฟซี จะกลับไปฝึกซ้อมกันต่อที่สามอ่าว สเตเดียม เพื่อรอเปิดบ้านทำศึกกับโปลิศ เทโร ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ เวลา 18.00 น.

ฮอตอีก!มินามิโนะทำประตูเกมอุ่นเกือกนอกรอบ

ทาคูมิ มินามิโนะ ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ได้อีกแล้ว ในเกมอุ่นเกือกแบบลับสุดยอดที่ "หงส์แดง" เจอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ โดยคนที่ได้ลงเล่นนัดดังกล่าวเป็นพวกที่ไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมกับ ลีดส์
    ทาคูมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชุด บี ของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

    ส่วนใหญ่แล้วคนของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ลงเล่นในนัดดังกล่าวคือนักเตะในทีมชุดใหญ่ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมันเป็นเกมที่ลับสุดยอดมากๆ จนเพิ่งมีคนมารู้ว่าเตะกัน และเป็นเกมที่ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาดูในสนามด้วย

    ทั้งนี้ มินามิโนะ ทำประตูได้ในช่วงก่อนพักครึ่ง แต่ทีมชุดบีของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ประตูตีเสมอในช่วง 15 นาทีสุดท้ายจากการที่มีนักเตะ ลิเวอร์พูล ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์จบลงที่การเสมอกัน 1-1 แต่มันก็ถือว่าอดีตแข้ง เร้ดบูลล์ ซัลซบวร์ก กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีพอตัว เพราะเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา เขาทำประตูในเกมอุ่นเกือกที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม แบล็คพูล 7-2 ได้ และถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นก็ทำประตูในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ทีมแพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้เหมือนกัน

    นอกจาก มินามิโนะ แล้วนั้น คนที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีอย่างเช่น อาเดรียน, เจมส์ มิลเนอร์, เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อค โอริกี้ และ โฌแอล มาติป ส่วน ลอริส คาริอุส, แฮร์รี่ วิลสัน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงพักครึ่ง

เก็บตกวันผีโดนวิลล่าสอย

ย้อนกลับไปเมื่อวันเสาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ในเกมอุ่นเครื่องที่ วิลล่า พาร์ค

1. ในภาพคือผู้เล่น 11 ตัวจริงในระบบ 4-2-3-1 โดย สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กัน แต่ที่น่าสนใจคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในตำแหน่งหน้าต่ำ (บางมีผังในทีวีอาจขึ้นผิดก็ได้ เพราะในสนาม เจสซี่ ลินการ์ด อาจเป็นหน้าต่ำ แดน เจมส์ เป็นหน้าขวา และ ‘แรช’ อยู่ทางซ้ายตามถนัด)

ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ลุค ชอว์ หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วนบนม้านั่งสำรองคือดาวรุ่งเกือบจะล้วนๆ

2. ผู้เล่นตัวหลักที่หายไปคือ ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, เอริก ไบยี่, ปอล ป๊อกบา, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู๊ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

3. รายงานว่า ลุค ชอว์ ผอมเพรียวและเล่นได้ดี ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พอใจในฟอร์มการเล่นของ ‘ดีวีบี’ ส่วน ปอล ป๊อกบา หายจากโควิด และกลับมาซ้อมได้แล้วนะครับ

4. แจ็ค กรีลิช ลงเล่นในเกมนี้ด้วย แต่คนทำประตูชัยให้ แอสตัน วิลล่า เป็นกองหน้าคนใหม่อย่าง โอลลี่ วัตกิ้นส์ ซึ่งหากใครได้เห็นไฮไลท์การทำประตูนี้จะพบว่าปราการหลังอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้แต่ยืนมองเฉยๆ

5. แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษในเกมนี้นะครับ แม้ซีซั่นที่แล้วพวกเขาจะได้จุดโทษมากที่สุดถึง 22 ครั้ง

ดราม่า!เซเตียนลั่นสู้คดีกับบอร์ดบาร์ซ่า

กีเก้ เซเตียน ลั่น ตนกับผู้ช่วยจะดำเนินคดีกับบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า หลังจากอีกฝ่ายเพิ่งมาแจ้งเรื่องการปลดพวกตนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่กลับดึง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาคุมทีมแทนตั้งแต่กลางเดือนก่อน

กีเก้ เซเตียน อดีตเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ประกาศว่าตนกับผู้ช่วยอีก 3 คนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ "อาซูลกราน่า" หลังจากเพิ่งได้รับการแจ้งเรื่องการโดนไล่ออกเมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

บาร์เซโลน่า ประกาศผ่านสื่อทุกช่องทางของสโมสรไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เซเตียน กับทีมงานของเขาโดนปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากพาทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ อย่างเช่นการชวดแชมป์ลีกและการแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งในอีก 2 วันหลังจากนั้นยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็แต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามารับงานต่อ และกุนซือชาวดัตช์ก็คุมทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าที่จริงแล้ว บาร์เซโลน่า ยังไม่ได้ดำเนินเอกสารปลด เซเตียน อย่างเป็นทางการเลย รวมถึงยังไม่ได้สะสางเรื่องค่าชดเชยด้วย ทำให้ คูมัน จะยังไม่สามารถคุมทีมลงเล่นเกมแบบเป็นทางการได้จนกว่า บาร์เซโลน่า จะเคลียร์เรื่องต่างๆ ให้เสร็จสิ้นซะก่อน ซึ่งล่าสุด เซเตียน ก็แฉว่าตัวเองกับทีมงานเพิ่งได้รับเอกสารการไล่ออกแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้เขากับทีมงานมองว่า บาร์เซโลน่า อาจจะทำผิดกฎที่เอาคนอื่นมาทำงานแทนทั้งที่ตามสัญญาแล้วมันยังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

แถลงการณ์บนแอคเคาท์ ทวิตเตอร์ ของ เซเตียน ระบุว่า "หลังจากที่มัการเปิดเผยข้อมูลชุดล่าสุดแล้วนั้น พวกเราทุกคนซึ่งประกอบไปด้วย กีเก้ เซเตียน, เอเดร์ ซาราเบีย, ฆอน ปาสกัว และ ฟราน โซโต้ ก็อยากจะขอชี้แจงว่าพวกเราเพิ่งได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ (เรื่องการปลดออกจากตำแหน่ง) เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หลังจากที่บอร์ดบริหารของ เอฟซี บาร์เซโลน่า นิ่งเงียบมาเป็นเวลาราว 1 เดือน โดยเป็นการติดต่อผ่านทางบูโรแฟ็กซ์"

"การติดต่อจากพวกเขาเป็นการเปิดเผยความตั้งใจของบอร์ดบริหารอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ทำตามสัญญาว่าจ้างที่เซ็นกันเมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2020 ในกรณีของผม กีเก้ เซเตียน นั้น สาธารณชนและทุกคนรู้ดีว่าสโมสรกับประธานได้ประกาศปลดผมออกจากตำแหน่งแบบทันทีไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แต่ที่จริงมันเพิ่งมีการส่งเอกสารชี้แจงถึงการปลด (โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชย) มาให้ผมเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หรือก็คือวันที่ 16 กันยายน (1 เดือนหลังจากมีการประกาศเรื่องไล่ออก)"

"ในส่วนของสตาฟฟ์โค้ชคนอื่นๆ นั้น พวกเขาก็เพิ่งได้รับการแจ้งเรื่อง -การปรับเปลี่ยนในอนาคต- ของสโมสรเมื่อวานนี้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องให้ทีมทนายความของเราจัดการกับปัญหาต่างๆ โดยที่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิของเรา และปกป้องข้อตกลงที่เคยทำเอาไว้กับ เอฟซี บาร์เซโลน่า"

 

พลาดลงสนาม!2แข้งใหม่เชลซียังเดี้ยงชวดเกมเปิดซีซั่น

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ในนัดเปิดฤดูกาลของ เชลซี ที่ต้องไปเยือน ไบรท์ตันฯ ในวันที่ 14 ก.ย. นี้นั้น ฮาคิม ซิเย็ค กับ เบน ชิลเวลล์ จะอดช่วยทีมทั้งคู่ หลังยังไม่หายขาดจากอาการเดี้ยงตรงหัวเข่าและส้นเท้า ตามลำดับ แต่ คริสเตียน พูลิซิช อาจจะหายทันกลับมาเล่นให้ทีมได้

ฮาคิม ซิเย็ค กับ เบน ชิลเวลล์ 2 ดาวเตะคนใหม่ของ เชลซี จะอดช่วยต้นสังกัดในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแรกของฤดูกาล 2020-21 ที่ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีคิวไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ หลังจากทั้งคู่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ
 
ซิเย็ค มีอาการหัวเข่าบิดในเกมอุ่นเครื่องที่ เชลซี บุกไปเสมอกับ ไบรท์ตันฯ 1-1 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ ชิลเวลล์ มีปัญหาตรงส้นเท้ามาตั้งแต่ปลายซีซั่นก่อนกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แล้ว ซึ่งตอนแรก เชลซี ยังหวังว่าทั้งคู่จะหายทันนัดเปิดซีซั่น

ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก เสริมว่านอกจากเตรียมจะอดลงเล่นในวันที่ 14 ก.ย. นี้แล้วนั้น ซิเย็ค ยังต้องพักอีกหลายสัปดาห์ด้วย ส่วนรายของ ชิลเวลล์ อาจจะต้องใช้เวลาอีกราว 2 สัปดาห์กว่าที่จะพร้อมประเดิมสนามให้ทีม อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าดังกล่าวบอกด้วยว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกันที่เคยเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศที่ เชลซี แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น อาจจะมีลุ้นฟิตทันช่วยทีมในนัดเปิดซีซั่น หลังจากที่เขาฟื้นตัวได้ดีสุดๆ

“มินามิโนะ”ยิง1จ่าย1! ลิเวอร์พูลรัวไม่ซ้ำหน้าถล่มแบล็คพูลไส้แตก อุ่นส่งท้ายก่อนลุยพรีเมียร์

ลิเวอร์พูล จัดทีมชุดผสมไร้แข้งหลักบางรายที่ไปรับใช้ชาติทำศึกเนชั่นส์ ลีก ลงอุ่นเครื่องส่งท้ายก่อนพรีเมียร์ลีกจะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในสัปดาห์หน้า พลิกกลับมาถล่ม แบล็คพูล ทีมจากลีกวัน ไปด้วยสกอร์ 7-2 หลังโดนนำไปก่อนสองประตู และเป็นการยิงไม่ซ้ำหน้า โดยเกมนี้ ทาคูมิ มินามิโนะ และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ โชว์ฟอร์มเด่นทำคนละ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่นประจำเสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 ที่สนาม แอนฟิลด์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล ที่ลงอุ่นเครื่องเป็นเกมที่ 3 ก่อนที่พรีเมียร์ลีก จะเปิดฤดูกาล พบ แบล็คพูล ทีมจากลีก วัน อังกฤษ

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขนผู้เล่นตัวหลักที่มีอยู่ลงสนามผสมดาวรุ่งบางตำแหน่ง โดยเหลือแข้งดังที่ไม่ได้ไปรับใช้ชาติทำศึกเนชั่นส์ ลีก นำโดยสามประสานแนวรุกทั้ง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงล่าตาข่าย ส่วนแนวรับให้โอกาสแข้งดาวรุ่งอย่าง คี-จาน่า โฮเวอร์ และ บิลลี่ คูเมติโอ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง โดยมี อลีสซง เบ็คเกอร์ ลงเฝ้าเสา

ครึ่งแรกเปิดฉากมา ลิเวอร์พูล ได้ครองเกมบุกใส่มากกว่าตามคาด แต่กลายเป็น แบล็คพูล มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาที 16 จากจังหวะที่ บิลลี่ คูเมติโอ ไปพลาดบริเวณกลางสนาม ก่อนจะโดน ซีเจ ฮามิลตัน ฉกบอลได้แล้วลากมาซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป อลีสซง เบ็คเกอร์ หมดสิทธิ์ป้องกัน

จากนั้น "หงส์แดง" พยายามเร่งเครื่องพยายามทวงประตูตีเสมอ และมาได้ลุ้น ในนาที 31 จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไหลย้อนให้ ทาคูมิ มินามิโนะ วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไปตรงตัว คริส แม็กซ์เวลล์ รับเข้าซอง

อย่างไรก็ตาม อลีสซง เบ็คเกอร์ พยายามออกมาตัดบอลแต่พลาดไปรวบใส่ เคชี่ แอนเดอร์สัน ล้มในเขตโทษผู้ตัดสินใชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น เจอร์รี่ ยาเตส รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือให้ แบล็คพูล นำห่างเป็น 2-0 ในนาที 33

แต่ถึงกระนั้น นาที 42 ลิเวอร์พูล ได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะเตะมุม ทาคูมิ มินามิโนะ เล่นสั้นไหลให้ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดโค้งเข้าเขตโทษให้ โฌแอล มาติป ขึ้นโขกเน้นๆส่งบอลตุงตาข่าย

หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ตามหลัง แบล็คพูล 1-2

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกใส่ทันที และมาได้ลุ้น ใน นาที 51 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้ส่องหน้าเขตโทษด้วยขวาแต่ คริส แม็กซ์เวลล์ พุ่งปัดออกหลังไปหวุดหวิด 

จากนั้นนาทีถัดมาความพยายามของ ลิเวอร์พูล ก็มาประสบผลสำเร็จไล่ตามตีเสมอเป็น 2-2 จากจังหวะที่ มาร์วิน เอกพีเตต้า สกัดบอลไม่ขาดไปติดบล็อค ซาดิโอ มาเน่ ก่อนในจังหวะแรก ก่อนที่บอลจะมาเข้าทางดาวยิงชาวเซเนกัลโหม่งซ้ำดาบสองโล่งๆเข้าไป ในนาที 52

เท่านั้นไม่พอ นาที 54 ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 3-2 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ทาคูมิ มินามิโนะ กึ่งยิงกึ่งผ่านบอลไปเข้าทาง ฟีร์มีโน่ ยิงไขว้เข้าไปอย่างเหนือชั้น

เจ้าถิ่นยังครองเกมเหนือกว่าชัดเจนบุกใส่อย่างต่อเนื่อง จนมาได้ประตูนำ 4-2 จากจังหวะการประสานงานของสองตัวสำรองอย่าง ดิว็อค โอริกี้ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ หลุดเดี่ยวไปซัดด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ

ถัดมา นาที 71 "หงส์แดง" ได้ประตูที่ 5 จากจังหวะที่ ฟีร์มีโน่ จ่ายบอลให้ มินามิโนะ ที่เสาไกลจับก่อนหนึ่งจังหวะแล้วซัดระยะเผาขนส่งบอลตุงตาข่าย

เจ้าถิ่นยังไม่ผ่อนเกม นาที 85 เคอร์ติส โจนส์ หลุดมาถึงสุดเส้นหลังก่อนจะจ่ายเรียดไปเสาไกลให้ ดิว็อค โอริกี้ ซัดจ่อๆไม่เหลือให้ ลิเวอร์พูล นำเป็น 6-2

ถัดมาอีก 3 นาทีให้หลัง ลิเวอร์พูล ได้ประตูนำ 7-2 ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ กระดกบอลให้ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก เติมขึ้นมาชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล ถล่ม แบล็คพูล 7-2
   
    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ (อาเดรียน น.62) – คี-จาน่า โฮเวอร์, โฌแอล มาติป (เคอร์ติส โจนส์ น.46), บิลลี่ คูเมติโอ (นาธาเนียล ฟิลิปป์ น.46), เจมส์ มิลเนอร์ – ฟาบินโญ่ (เซป ฟาน เดน เบิร์ก น.46), นาบี เกอิต้า, ทาคูมิ มินามิโนะ – ซาดิโอ มาเน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.62), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ น.62), โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

แบล็คพูล : คริส แม็กซ์เวลล์ (4-4-2) – เจมส์ ฮัสแบนด์, มาร์วิน เอกพีเตต้า, โอลิเวอร์ เทอร์ตัน, มิชาเอล นอตติ้งแฮม – ซีเจ แฮลมิลตัน, อีธาน ร็อบสัน, ซัลเลย์ ไคไค, แกรนท์ วอร์ด – เคชี่ แอนเดอร์สัน, เจอร์รี่ ยาเตส

เอลเลียตต์ลั่นพร้อมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ให้คำมั่นว่าจะขอพิสูจน์ตัวเองเพื่อทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เห็นว่าดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะสอดแทรกเข้าไปในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็กล่าวชื่นชมที่ เอลเลียตต์ ทำประตูได้ในเกมนี้

ลิเวอร์พูล ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ แบล็คพูล ทีมระดับลีก วัน ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย จบครึ่งแรก ‘หงส์แดง’ มีสกอร์ตามหลัง แบล็คพูล 1-2 แต่ช่วงครึ่งหลังรัวคืนทีเดียวครึ่งโหล แซงกลับเอาชนะได้ 7-2

ด้าน เอลเลียตต์ เจ้าหนูดาวรุ่งวัย 17 ปี ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองพร้อมกับทำประตูแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล และได้โอกาสลงสนามเกมพรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อน แค่ 2 นัด กล่าวว่าตนมีความตั้งใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินตามรอยรุ่นพี่ในทีมได้

"เป้าหมายหลักของผมคือการเข้าไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ และได้ลงเล่นบ้าง ทั้งที่นี่(แอนฟิลด์) และที่อื่นๆ "

"ที่คุณเห็นในเกมวันนี้ มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะสอดแทรกเข้าไป มีแต่ผู้เล่นระดับโลกมากมายที่นี่"

"แต่การแค่ได้มีประสบการณ์จากตอนซ้อมกับบรรดาผู้เล่นเหล่านี้และมีเหล่าสตาฟฟ์โค้ชคอยอบรบทุกๆ วัน มันก็เป็นเหมือนฝันเป็นจริง"

"ไม่ว่าโอกาสใดๆ ที่ผมได้รับ ผมก็รู้สึกยินดีและหวังว่าผมจะพิสูจน์ตัวเองให้เจ้านายได้เห็นว่าผมสามารถเติบโตขึ้นไปตามมาตรฐานที่นี่ได้"

ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ ลิเวอร์พูล ก็ออกมาเผยถึง เอลเลียตต์ หลังจบเกมพร้อมชื่นชมพรสวรรค์ที่มีในตัวของดาวรุ่งรายนี้ "มันอยู่ในมือของเขาแล้วล่ะ ผมชอบสิ่งที่เขาทำในวันนี้ เขามีความเฉียบคม มีความเร็ว เขาวิ่งทำทางในแบบที่ต่างจากที่เขาเคยทำบ่อยๆ"

"เด็กหนุ่มรายนี้มีความเป็นเพลย์เมคเกอร์อยู่ในตัว เขาสามารถเป็นตัวทำเกมได้ แต่เขาก็จะต้องเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีด้วย คุณต้องสามารถเป็นกองหน้าได้ เป็นกองหลังได้ หรืออะไรประมาณนั้น"

"เราทุกคนต่างก็กำลังพยายามที่จะหาทางทำให้เกิดขึ้นในสนามให้ได้ และนั่นเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องดีมากๆ ที่เขาทำประตูลูกนี้ได้ในวันนี้"