แมนยูอ้วกแตกเจอทั้งปารีสฯ-ไลป์ซิก หงส์ไม่ยาก โด้วัดเมสซี่ ผลจับชปล.สุดซี้ด!

เปิดโผจับติ้ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลิเวอร์พูล เจองานไม่ยากมากนัก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกเจอทั้ง เปแอสเช ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

กลุ่ม เอ : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม บี :  เรอัล มาดริด (สเปน), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี),

กลุ่ม ซี : เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ),โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม ดี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)

กลุ่ม อี : เซบีย่า (สเปน), เชลซี (อังกฤษ), คราสโนดาร์ (รัสเซีย), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม เอฟ : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), ลาซิโอ (อิตาลี), คลับ บรูช (เบลเยียม)

กลุ่ม จี : ยูเวนตุส (อิตาลี), บาร์เซโลน่า (สเปน), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน),  เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

กลุ่ม เอช : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)

ส่อแววกรุ๊ปออฟเดธ!เปิดลิสต์แบ่งโถจับติ้วรอบแบ่งกลุ่มชปล.2020-21

ตอนนี้ได้บทสรุปแล้วว่าโถการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นยังไงบ้าง โดยทีมจากสเปนอยู่ในโถ 1 กับ โถ 2 ถึงโถละ 2 ทีมเลย ส่วนของอังกฤษนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่จองโถแรกเอาไว้แล้วนั้น ที่เหลือก็อยู่ในโถ 2 ทั้งหมด ขณะที่โถ 3 มีทีมจาก อิตาลี ถึง 3 ทีมด้วยกัน

หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ได้บทสรุปไปครบถ้วนเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ตอนนี้สามารถจัดแจงโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย โดยการจับสลากจะมีขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ โถ 1 จะมีทีมจากสเปนถึง 2 ทีม นั่นคือ เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า เพราะโถนี้จะเว้นให้เฉพาะทีมแชมป์เก่าของ แชมเปี้ยนส์ ลีก,  ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และแชมป์ลีกของชาติที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น ซึ่ง เซบีย่า เป็นแชมป์เก่าของ ยูโรปา ลีก ทำให้พวกเขาได้ขึ้นมาอยู่โถ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้อยู่ในโถนี้เช่นกันหลังจากซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง

สำหรับโถ 2 นั้นเต็มไปด้วยทีมหินๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งเป็นตัวแทนจากอังกฤษ, 2 ทีมจาก สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังของเยอรมนี ในขณะที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่โถนี้เช่นกัน

ส่วนในโถ 3 ที่เด่นๆ คงจะหนีไม่พ้น 3 ทีมจากอิตาลีที่อยู่ในโถนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ และ อตาลันต้า นอกจากนี้ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก็อยู่ในโถนี้ด้วย ขณะที่ในโถสุดท้ายนั้นมีทีมอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิมปิก มาร์กเซย รวมทั้ง แรนส์ ที่ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ กราสโนดาร์, มิดทิลแลนด์, อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ แรนส์ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพิธีจับสลากจะเริ่มขึ้นตอนราว 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปตอนกลาง หรือก็คือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สรุปโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21

โถ 1 : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

โถ 2 : บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถ 3 : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โอลิมเปียกอส (กรีซ), ลาซิโอ (อิตาลี), กราสโนดาร์ (รัสเซีย), อตาลันต้า (อิตาลี)

โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก), แรนส์ (ฝรั่งเศส), เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

    *เงื่อนไขการแบ่งกลุ่ม
    – ทีมจากโถเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากชาติเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากรัสเซียและยูเครนจะไม่ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ตามการตัดสินของคณะกรรมการฉุกเฉินของ ยูฟ่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2014 โดยกฎนี้จะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าในทางที่ดี

เป้าหมายรายต่อไป? เปิดลิสต์แข้งใหม่ที่แมนยูมีลุ้นคว้าตัวในช่วงโค้งสุดท้าย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะใหม่หลายรายในการดึงตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อมาเพิ่มมาเสริมความแกร่ง หลังฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" ออกสตาร์ตฤดูกาลได้ไม่น่าประทับใจจากการแพ้ 1 ชนะ 1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    ช่วงซัมเมอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสริมทัพแข้งใหม่มาเพียงรายเดียวเท่านั้นคือ ดอนนี่ ฟาน เดอเบ็ค มิดฟิลด์จาก อาแจ็กซ์ โดยตลาดซื้อ-ขายนักเตะในจะปิดตัวลงในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่บรรดาหลายๆทีมจะเสริมทัพผู้เล่นใหม่เข้ามาร่วมทีม

    และนี่คือ 3 แข้งดังที่ "ปีศาจแดง" มีลุ้นคว้าตัวส่งท้ายเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลนี้

อิสไมล่า ซาร์
    ชื่อของ ซาร์ กลายเป็นนักเตะที่เพิ่งเข้ามามีข่าวพัวพันกับ "ปีศาจแดง" ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่าพวกเขาได้ติดต่อไปหา วัตฟอร์ด ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอคว้าตัวปีกชาวเซเนกัลมาร่วมทัพ ซึ่งคาดว่า "แตนอาละวาด" ต้องการเงิน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของปีกชาวเซเนกัล

    แต่ถึงกระนั้นเป็นที่คาดว่าเป้าหมายหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็น เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่หากพลาดแข้งรายนี้ ซาร์ ก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลุ้นซบทีมของ โอดล่ กุนนาร์ โซลชา ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายนักเตะได้เช่นกัน แถมยังมีโอกาสที่จะได้ตัวสูงเนื่องจาก ลิเวอร์พูล ได้ถอนสมอล่าตัวไปเรียบร้อย

    สำหรับ ซาร์ โชว์ฟอร์มโดดเด่นมากในฤดูกาลที่แล้วแม้ว่าต้นสังกัดของเขาจะตกชั้นไปในที่สุด โดยปีกวัย 22 ปีทำผลงาน 6 ประตู และ 6 แอสซิสต์ ในทุกรายการ ซึ่งรวมถึงประตูที่ยิงเบิ้ลพร้อมจัดหนึ่งแอสซิสต์ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้กับ “หงส์แดง” ในซีซั่นที่ผ่านมา

อเล็กซ์ เตลเลส
    หลังจากพลาดคว้าตัว เซร์คิโอ เรกีลอน แบ๊กซ้ายชาวสแปนิชที่ย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส ทำให้ "ปีศาจแดง" เปลี่ยนเป้าหมายหลักมาเป็น เตลเลส ที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงอย่างหนัก โดยมีรายงานว่าได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อแบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนให้ เอฟซี ปอร์โต้ พิจารณาเป็นครั้งแรกแล้ว โดยให้ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 480 ล้านบาท) และเชื่อว่าดีลนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่าตำแหน่งแบ็กซ้ายยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เพราะ ลุค ชอว์ มักจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่เรื่อยๆ ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก็ยังมีอายุน้อยอยู่ ทำให้ทีมต้องการนักเตะในตำแหน่งนี้มาเสิรมอีกหนึ่งราย

    สำหรับ เตเลส โชว์ฟอร์มโดดเด่นให้กับ ปอร์โต้ โดยเฉพาะการเติมเกมรุกที่ยอดเยี่ยม มีสถิติลงเล่นทั้งสิ้น 193 นัดทำได้ 26 ประตู นับตั้งแต่ย้ายจาก กาลาตาซาราย มาเล่นให้ทีมดังโปรตุกีสตั้งแต่ปี 2016

เจดอน ซานโช่
    มหากาพย์ของ ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน โดยถึงขั้นมีข่าวใกล้ที่จะบรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับแข้งวัย 20 ปีได้แล้วด้วย อย่างไรก็ตาม การย้ายทีมไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เนื่องจาก "เสือเหลือง" ต้องการได้ค่าตัวในระดับ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศหลายสำนักยังเชื่อว่า "ปีศาจแดง" ยังมีหวังอยู่ลึกๆที่จะได้ตัวแข้งทีมชาติอังกฤษมาเสริมทัพในช่วงโค้งสุดท้ายให้ได้ โดยยื้อเวลาให้นานที่สุดเพื่อหวังให้ "เสือเหลือง" ใจอ่อนยอมลดค่าตัวให้น้อยลงกว่านี้

ไม่เชื่อน้ำยาแมนยู!บ่อนชูทีมเต็ง1แชมป์ชปล.หลังรู้ผลรอบแบ่งกลุ่ม

soccer="1"

หลังจากมีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วนั้น วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายแห่งหนึ่งก็ชูให้ บาเยิร์น กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์ร่วมกัน ส่วน ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ร่วมสำหรับการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครอง ด้วยราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตามราคาที่้เปิดโดย วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายชื่อดังของเมืองผู้ดี

บาเยิร์น มีดีกรีเป็นแชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อน แถมขุมกำลังโดยรวมก็ยังแข็งแกร่งอยู่ ภายหลังนักเตะระดับทีมชุดใหญ่ที่บอกลาทีมไปหลังจบซีซั่นที่แล้วมีเพียง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อิวาน เปริซิช เท่านั้น แถมยังได้ ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาร่วมทัพด้วย ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็เสริมทัพเต็มที่ด้วยการเซ็นทั้ง เฟร์ราน ตอร์เรส, นาธาน อาเค่ และ รูเบน ดิอาส แถม โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังก็ยังอยู่กับทีมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่มทั้งคู่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งมากนักจนไม่น่าจะหลุดจากการเป็น 2 อันดับแรกของกลุ่มไปได้ โดย บาเยิร์น อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ แอตเลติโก มาดริด, เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ โลโคโมทีฟ มอสโก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ที่อยู่ในกลุ่ม ซี นั้น งานเบากว่าด้วยซ้ำเพราะเพื่อนร่วมกลุ่มประกอบไปด้วย เอฟซี ปอร์โต้, โอลิมเปียกอส และ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดก็ทำให้ทั้ง 2 ทีมถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ร่วมกันในตอนนี้

สำหรับเต็ง 3 ในสายตาของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) หลังจากที่ตัวหลักของ "หงส์แดง" ยังอยู่กันพร้อมหน้า แถมยังมีแข้งระดับ ติอาโก้ มาเสริมแกร่งอีก ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มนั้นงานของพวกเขาก็ไม่ถือว่าหนักมากเกินไป แม้ว่า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ อตาลันต้า จะมีชื่อชั้นดีก็ตาม ขณะที่ มิดทิลแลนด์ ถูกมองว่าน่าจะเป็นเพียงทีมไม้ประดับเท่านั้น

ทั้งนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นเต็ง 4 ในราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน) โดยที่ เรอัล มาดริด ตามมาเป็นเต็ง 5 ด้วยราคา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน) ส่วน บาร์เซโลน่า กับ ยูเวนตุส เป็นเต็ง 6 ร่วมกันที่ราคา 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

สำหรับอัตราต่อรองที่น่าสนใจอื่นๆ นั้น มีอย่างเช่น แอตเลติโก มาดริด กับ เชลซี ที่เป็นเต็ง 8 ร่วมด้วยราคา 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 10 ที่ราคา 25/1 (แทง 1 จ่าย 25 ไม่รวมทุน) และ อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง อตาลันต้า ที่เป็นเต็ง 11 ร่วมกันด้วยราคา 33/1 (แทง 1 จ่าย 33 ไม่รวมทุน) เป็นต้น

อัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ 10 อันดับแรก หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว

    1. บาเยิร์น, แมนฯ ซิตี้ 4/1
    3. ลิเวอร์พูล 5/1
    4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 10/1
    5. เรอัล มาดริด 12/1
    6. บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส 16/1
    8. แอต. มาดริด, เชลซี 20/1
    10. แมนฯ ยูไนเต็ด 25/1

โซลชาว่ายังไงหลังโดนจี้ถามได้แข้งเสริมทีมแค่รายเดียว

หลังโดนยิงคำถามเรื่องที่เพิ่งได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาเสริมแกร่งแค่คนเดียว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สวนทันทีว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ ฟาน เดอ เบ็ค นิดหน่อย เพราะมิดฟิลด์ชาวดัตช์เป็นนักเตะชั้นยอด ไม่ใช่แข้งธรรมดาๆ พร้อมบอกว่าถ้ามีความคืบหน้าอะไรแล้วล่ะก็ ทีมของตนก็จะแจ้งให้รู้เองแน่นอน

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความไม่พอใจกับการที่มีคนตั้งประเด็นว่าทีมของตนเพิ่งได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพเพียงคนเดียว เพราะมองว่ามันเป็นเหมือนการดูหมิ่นฝีเท้าของดาวเตะชาวดัตช์ทั้งที่จริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ

ในช่วงซัมเมอร์นี้ "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตา แต่จนถึงตอนนี้มีเพียง ฟาน เดอ เบ็ค แค่คนเดียวที่เป็นแข้งรายใหม่ ซึ่งหลายคนมองว่าการได้อดีตมิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพแค่คนเดียวมันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าพวกเขายังต้องปรับปรุงอีกหลายตำแหน่ง

หลังโดนถามถึงเรื่องการได้ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทีมแค่คนเดียวนั้น โซลชา ก็ตอบว่า "ผมคิดว่าคุณ (คนที่ถามคำถามนี้) ดูหมิ่น ดอนนี่ นิดหน่อยที่บอกว่าเขาอาจจะเป็นนักเตะแค่คนเดียวที่เราได้มาร่วมทีม เพราะที่จริงเขาเป็นนักเตะชั้นยอดและทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้น แน่นอนว่าเราต้องมุ่งมั่นอยู่กับตัวเอง"

"แต่ละสโมสรจำเป็นต้องได้รับอนุญาตให้ทำอะไรก็ตามที่พวกเขาต้องการ และได้รับอนุญาตให้ทำสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำได้ เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้เรามีขุมกำลังกับทีมที่สามารถต่อกรกับทีมอื่นๆ ได้ ถ้ามันมีความคืบหน้าอะไรแล้วน่ะเราก็จะบอกพวกคุณเอง"

กู้วิกฤติศรัทธา! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โชว์ฟอร์มสยบ ลูตัน ทาวน์

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเรียกสติได้อีกครั้งหลังพวกเขาบุกชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 ที่สนามเคนิลเวิร์ธ โร้ด ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเรียกศรัทธาคืนมาอีกครั้ง หลังเปิดฤดูกาลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แพ้ คริสตัล พาเลซ แบบไม่รูป
    เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 คนจากชุดที่พ่าย "ดิ อีเกิ้ลส์" 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเพียงแค่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ที่เหลือรอดจากชุดดังกล่าว และต้องทำหน้าที่บัญชาการเกมรับให้กับทัพ "ปีศาจแดง"

    สำหรับแมตช์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะฟอร์มฝืดไปบ้างในครึ่งแรก จนกระทั่ง จอร์จ มอนเคอร์ นักเตะเจ้าบ้านทำฟาวล์ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ จนทำให้ทีมเสียจุดโทษ และเป็น ฆวน มาต้า ที่ขันอาสาสังหารไม่เหลือซาก ส่งให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 1-0 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้จริงๆ

 

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูอนาคตไกล แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมสำหรับการเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากเจ้าตัวโชว์ซูเปอร์เซฟสุดสำคัญช่วยให้ทีมไม่โดนตีเสมอ ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด จะลงมาช่วยกันซัดคนละประตูปิดจ็อบที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด 
 
1. เฮนเดอร์สัน พร้อมเบียดมือ 1 เด เคอา
    ต้องบอกว่าแมตช์นี้เป็นค่ำคืนของ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เพราะเขาทำผลงานในการลงเล่นเปิดตัวให้กับ "ปีศาจแดง" ได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะในจังหวะการเซฟสำคัญๆ  ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู และน่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนกับชัยชนะที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    หากมองจากชื่อชั้นระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลูตัน ทาวน์ แน่นอนหลายคนคงรู้สึกว่า "ปีศาจแดง" คงไม่ต้องเจอกับงานหนักหนาสาหัสมากนัก ด้วยขุมกำลังเกมรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง กอปรกับฟอร์มการเล่นของ เฮนเดอร์สัน ที่ยอดเยี่ยมทำให้ทีมสามารถทะลุเข้ารอบ 4 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) การแข่งขันถ้วยใบเล็กในอังกฤษได้สำเร็จ

    ตลอดเกม เฮนเดอร์สัน ไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่ในช่วงนาทีที่ 82 เจ้าตัวแสดงให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าเขาพร้อมเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา หลังโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะที่ ทอม ล็อคเยอร์ โขกยัดเสาแรก แต่ "เฮนโด้" ปฎิกิริยารวดเร็ว และมือไวมากๆ สามารถล้มตัวปัดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


 

    แน่นอนว่าจังหวะนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหากเข้าประตูสกอร์จะเป็น 1-1 แต่เมื่อ อดีตนายด่านเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เซฟได้ ทำให้ทีมมีกำลังใจฮึกเหิม และเดินหน้ายิงอีก 2 ประตู เป็นการจบแมตช์ด้วยสกอร์สวยหรู 3-0 พร้อมกับตั๋วเข้าไปเล่นในรอบต่อไป

    ฉะนั้นในฐานะนายทวารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต้องเล่นอย่างมีสมาธิ และ เฮนเดอร์สัน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีสิ่งนี้เต็มเปี่ยม และผลงานแบบนี้ทำให้เจ้าตัวพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าในการชิงโกลตัวจริงจาก เด เคอา แล้ว

2. วิลเลี่ยมส์ ผลงานดีที่ โซลชา ห้ามมองข้าม
    เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแบ็กซ้ายเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเสริมแกร่งมากๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และนั่นทำให้พวกเขามีข่าวกับ  อเล็กซ์ เตลเลส ฟูลแบ็กจากสโมสรเอฟซี ปอร์โต้ ที่ดูแล้วว่าจะเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดหายไปได้

    ลุค ชอว์ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมลีก แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในเกมเยือน ลูตัน ทาวน์ ดูเหมือน โซลชา อยากลองให้ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ลับแข้ง เพื่อที่จะได้พัฒนาฝีเท้าให้มากยิ่งขึ้น และทำให้นักเตะได้สั่งสมประสบการณ์ไปในตัว

    จะว่าไปแล้ว วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้ดีพอสมควรในการเล่นให้ทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนในแมตช์นี้เจ้าตัวพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของ "น้าลูกอม" ซึ่งนักเตะก็ทำได้จริงๆ เพราะเขามีส่วนสำคัญทำให้ทีมได้จุดโทษ ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะสังหารให้ "ผีแดง" ขึ้นนำ

    อย่างไรก็ตาม วิลเลี่ยมส์ ยังขาดในเรื่องของการเข้าบอล และการควบคุมตัวเอง ส่งผลให้เจ้าตัวต้องโดนใบเหลืองในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่หากมองภาพรวมฟอร์มการเล่นในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่า โซลชา ควรให้โอกาส แข้งดาวรุ่งเลือดเวลส์ ลงสนามมากขึ้น เพราะฟอร์มนักเตะใช้ได้ส่วนหัวใจต้องบอกเลยว่าเกินร้อย

3. มาต้า พึ่งพาในยามยากได้เสมอ
    สำหรับศึกคาราบาว คัพ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นรายการเล็กๆ แต่สำหรับนักเตะดาวรุ่ง และผู้เล่นสำรองนี่คือการแข่งขันที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้โอกาสลงสนามถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

    การได้เห็นชื่อนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, โอเดียน อิกาโล่, เฟร็ด และ ฆวน มาต้า ลงสนามเป็นตัวจริง ต้องบอกเลยว่า โซลา เอาจริงในเกมนี้ เพราะถึงแม้นักเตะที่กล่าวมาจะเป็นผู้เล่นสำรองก็ตาม แต่ชื่อชั้นและศักยภาพของพวกเขาเหนือกว่าเจ้าบ้านหลายขุม

    แม้ว่า ลินการ์ด กับ อิกาโล่ ดูแล้วพึ่งพาไม่ค่อยได้ โดยในรายของ ปีกชาวอังกฤษ แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยกับการเล่นของทีม ส่วน หัวหอกเลือดไนจีเรีย ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้หากมีกองหน้าที่เคลื่อนที่หาตำแหน่งบ่อยๆ ซึ่ง อิกาโล่ ไม่มีตรงจุดนี้เลย

    ส่วน มาต้า ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้เล่น "เร้ด เดวิลส์" ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ โดยทำหน้าที่เชื่อมเกมตลอดที่อยู่ในสนามรวมทั้งผ่านบอลได้อย่างเฉียบคม และยังเป็นคนกดจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ฉะนั้น ดาวเตะชาวสแปนิช ยังคงเป็นยางอะไหล่ชั้นดี เพราะด้วยประสบการณ์และเทคนิคของเขา น่าจะช่วยทีมได้มากกว่าผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ ในเวลานี้

4. ฟาน เดอ เบ็ค ความหวังใหม่ที่เฝ้ารอ
    หากมีเรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดในเวลานี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการที่พวกเขาเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แต่ในขณะเดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของ "ผีแดง" อย่างแท้จริง

    ฟาน เดอ เบ็ค ได้มีโอกาสลงสัมผัสเกมลูกหนังเมืองผู้ดีไปแล้วในแมตช์พ่าย คริสตัล พาเลซ แม้ว่าเขาจะลงสนามเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่เจ้าตัวก็จัดการใส่ชื่อตัวเองในฐานะผู้ทำประตูให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในแมตช์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเกมลีกผู้ดีที่ดีเยี่ยมสำหรับเขาจริงๆ

    ดาวเตะชาวดัตช์ ย้ายจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเพียง 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท) เท่านั้น และค่อยๆ โชว์ศักยภาพให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เห็นแล้วว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวคุ้มค่ากับที่พวกเขาจ่ายออกไป

    ฟอร์มของ ฟาน เดอ เบ็ค ในเกมนี้เขาโชว์ทักษะไม่ว่าตอนที่มีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับตัวก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการสัมผัสบอลที่ชาญฉลาดในการเล่นชิงจังหวะหนึ่ง-สองกับเพื่อนร่วมทีม, การวิ่งหาช่องที่ว่างเพื่อเข้าไปในพื้นที่อันตราย และการสร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มีโอกาสทำประตู

    ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค สามารถปรับตัวกับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษได้ และเพื่อนร่วมทีมของเขาเรียนรู้เกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ สตาร์ชาวดัตช์ มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้เหมือนกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

5. เป้าหมายต่อไปเยือน ไบรท์ตัน
    ชัยชนะกับทีมสมันน้อยจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมายมากนักสำหรับทีมใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่คือสิ่งสำคัญในการเรียกขวัญกำลังใจให้กับนักเตะ หลังจากที่พวกเขาเปิดฤดูกาลได้น่าผิดหวังเพราะแพ้ คริสตัล พาเลซ คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แม้ "ปีศาจแดง" จะส่งนักเตะสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่แกนหลักของทีมอย่าง  ฟาน เดอ เบ็ค, เนมานย่า มาติช, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้ลงเล่นในแมตช์นี้ ฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า โซลชา ต้องการนำต้นสังกัดทุบ ลูตัน เพื่อเป็นการเรียกความฮึกเหิมกลับมา

    ประตูจากจุดโทษของ มาต้า ช่วงท้ายครึ่งแรกช่วยทำให้ทีมเล่นได้สบายยิ่งขึ้นในครึ่งหลัง แม้พวกเขาจะไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้ จนกระทั่งต้องรอนานถึงช่วงสองนาทีสุดท้ายกว่าจะมาได้ประตูที่ 2 กับ 3 จากฝีเท้าของ มาร์คัส แรชฟอรด์ และ เมสัน กรีนวู้ด ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองเกมนี้

    ชัยชนะด้วยสกอร์ 3-0 พร้อมได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยที่ดีมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเตรียมทีมเพื่อเดินทางไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เกมลีกแมตช์ต่อไปในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งแน่นอนว่านักเตะ "ผีแดง" คงเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เผยบาร์เซโลน่าจะประกาศคว้าเดสต์ทางการในสัปดาห์หน้า

กีเยม บาลาเก นักข่าวชื่อก้อง ระบุ บาร์เซโลน่า จะประกาศซิว แซร์จินโย่ เดสต์ มาเสริมแกร่งในต้นสัปดาห์หน้า โดยค่าตัวในเบื้องต้นจะอยู่ที่ 20 ล้านยูโร

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรแห่งเวที ลา ลีกา สเปน จะประกาศถึงการได้ตัว แซร์จินโย่ เดสต์ แบ็กขวา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ตามรายงานของ กีเยม บาลาเก นักข่าวชื่อดังชาวสแปนิช

"อาซูลกราน่า" จำเป็นต้องทำการเสริมทัพในตำแหน่งแบ็กขวาหลังจากก่อนหน้านี้ปล่อย เนลซอน เซเมโด้ ฟูลแบ็กชาวโปรตุกีสไปให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จนทำให้ตอนนี้มีเพียง เซร์กี้ โรเบร์โต้ เป็นแบ็กขวาตามธรรมชาติเพียงคนเดียว ซึ่ง เดสต์ คือเป้าหมายเบอร์ 1 ของพวกเขาในตำแหน่งนี้ตลอดช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บาลาเก บอกว่าค่าตัวในเบื้องต้นของดาวเตะดีกรีทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) โดยที บาร์เซโลน่า จะจ่ายเพิ่ม 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) ถ้าหากแข้งวัย 19 ปีทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า บาเยิร์น มิวนิค ให้ความสนใจในตัว เดสต์ เหมือนกัน

ชอตไหน?โซลชาเผยความประทับใจแรกกับฟานเดอเบ็ค

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ชอตแรกที่ทำให้ตนถูกใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คือตอนที่แข้งวัย 23 ปีกล้าขึ้นโขกเพื่อทำประตูให้ อาแจ็กซ์ ในตอนที่ตนนำ โมลด์ ไปเยือนทีมดังกล่าว เมื่อปี 2015 โดยชอตนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นได้เลือดเลย พร้อมบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะช่วยทีมได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำประตูจากแดนกลางที่ "ปีศาจแดง" กำลังต้องการอยู่พอดี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าความประทับใจในตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครั้งแรกของตนนั้น เกิดขึ้นในตอนที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์กล้าเล่นชอตเสี่ยงๆ เพื่อทำประตู ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2015-16 ที่ โมลด์ ทีมของตนในตอนนั้นบุกไปเสมอกับ อาแจ็กซ์ 1-1 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2015

เกมดังกล่าวเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โดยที่ อาแจ็กซ์ นำก่อนจากลูกโขกของ ฟาน เดอ เบ็ค ในนาทีที่ 14 ซึ่งจังหวะนั้นมิดฟิลด์ชาวดัตช์ถึงขั้นหัวชนกับผู้เล่นของ โมลด์ จนทำให้เลือดไหลออกมาด้วย โดยมันเป็นประตูแรกของ ฟาน เดอ เบ็ค กับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เช่นกัน

โซลชา เผยว่า "ผมตามดู ดอนนี่ มาโดยตลอด เขาทำประตูแรกของเขาได้ในเกมที่เจอกับ โมลด์ ในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2015 วันนั้นเราบุกไปเสมอที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า) 1-1 และเขาก็ทำประตูจากลูกโขกที่ยอดเยี่ยมได้ ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการโขกกับเซนเตอร์แบ็กของผมด้วยน่ะนะ ดังนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาเล่นด้วยความกล้าหาญสุดๆ เช่นกัน"

 "จังหวะนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเกมอยู่เลย ดังนั้นผมเลยชอบทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นมีผลต่อผู้อื่นด้วยแบบเขา ตอนนั้นเขายิ้มอย่างเริงร่า (ทั้งที่มีเลือดไหลออกมา) และเมื่อคุณเห็นนักเตะที่มีแรงผลักดันกับความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้สายตาของคุณต้องจับจ้องไปยงเขาเป็นธรรมดา ผมยังได้คุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยเล่นร่วมกับเขาด้วย คุณต้องใช้ประโยชน์จากคนที่คุณรู้จักและคนที่คุณเชื่อใจในการจับตาดูทัศนคติของนักเตะ"

"เขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์หลากหลาย, เป็นคนที่ฉลาด, มีเรี่ยวแรงล้นเหลือ และมีความกระตือรือร้นอย่างมากด้วย เขาพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย เขาสามารถทำประตูได้ และเราก็ต้องการให้แผงกลางของเราทำประตูให้มากกว่านี้พอดี จริงอยู่ว่าบรรดากองหน้าของเราพอจะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วน บรูโน่ (แฟร์นันด์ส) ที่ย้ายมาอยู่กับทีมก็ทำประตูได้หลายลูกเช่นกัน แต่เราต้องการให้ทุกคนในทีมทำประตูให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราทำประตูได้ไม่มากพอสำหรับการที่จะไปลุ้นแชมป์แข่งกับทีมอื่นๆ เขาจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในการเล่นให้เรา เขาอ่านเกมได้ดีและเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ เขาสามารถมองเห็นช่องว่างและเข้าไปยังพื้นที่นั้นแบบถูกที่ถูกเวลาได้ การกะจังหวะของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ"

แมนยูเต็มสูบประเดิมลีก! “บรูโน่-แรซฟอร์ด” ลงหลอนพาเลซที่มี “ซาฮา” ยิงสู้

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ มาร์คัส แรซฟอร์ด ผนึกปิดสกอร์เกมรับ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ที่ วิลฟรีด ซาฮา ดาวยิงตัวเก่งพร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)


สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยังไม่ได้ประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2020-21 เนื่องจากปีศาจแดงได้รับไฟเขียวให้พักอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่กรำศึกอย่างหนักในยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบน็อกเอาต์ ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศด้วยฝีมือของเซบีย่า โดยที่เร้ด เดวิลส์ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องพ่ายให้กับแอสตัน วิลล่า 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ยังคงต้องลุ้นว่า ปอล ป็อกบา กองกลางค่าตัวแพง จะฟิตสมบูรณ์มากพอที่จะลงสนามหรือไม่หลังจากที่อดีตแข้งยูเวนตุสเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียวก่อนตัดสินใจ แต่คาดว่าสุดท้ายแล้ว ป็อกบาจะพร้อมลงสนามอย่างแน่นอน 

    ขณะที่ในแดนกลางคาดว่าโซลชาอาจวางมิดฟิลด์ถึง 3 คน อาทิ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช อยู่ด้านหลังเพลย์เมกเกอร์อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เพิ่งผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด ประจำฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่เจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ปีศาจแดงยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงต้นปีจนคว้าตั๋วไปโม่แข้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในซีซั่นนี้ได้สำเร็จ

    โดยในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาผู้เล่นขาประจำของทีมไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงถึง 7 คนด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ดาบิด เด เคอา ที่ยังคงต้องลุ้นว่าเจ้าตัวจะยังคงรักษาตำแหน่งมือหนึ่งเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะในฤดูกาลนี้ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารอนาคตไกล หมดสัญญายืมตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกลับมาสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงในสีเสื้อผีแดง 

    ส่วน เมสัน กรีนวู้ด อาจหลุดออกจากทีมโผตัวจริง เนื่องจากดาวยิงวัย 18 ปี เพิ่งก่อเรื่องฉาวพาสาวขึ้นโรงแรมหรูที่ประเทศไอซ์แลนด์ในระหว่างที่ไปเก็บตัวกับทีมชาติอังกฤษ จนมีคลิปหลุดออกมาทำให้เจ้าตัวถูกตัดชื่อพ้นทีมสิงโตคำรามทันที 

    ถึงแม้ว่า อักเซล ตวนเซเบ้ ไม่สามารถลงเล่นอย่างแน่นอนแล้ว อย่างไรก็ตาม คีย์แมนสำคัญคนอื่นๆ อาทิ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อารอน วาน-บิสซาก้า, มาร์คัส แรซฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พร้อมช่วยทีมในเกมนี้ 

    ทางด้าน รอย ฮ็อดจ์สัน บอสใหญ่คริสตัล พาเลซ พาต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือนเซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ในเกมลีกนัดแรก ก่อนจะตกรอบคาราบาว คัพ รอบ 2 หลังพ่ายจุดโทษบอร์นมัธ 10-11 หลังจากที่เสมอกันในเวลาปกติ

    ปราสาทเรือนแก้วยังคงประสบปัญหาขาดแคลนตัวเลือกในแนวรับหลังจากที่ นาธาน เฟอร์กูสัน, แกรี่ เคฮิลล์, เจมส์ ทอมกิ้นส์, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ยังไม่หายขาดจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกันกับศูนย์หน้าอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ยังคงพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยง

    แม้ว่า มามาดู ซาโก้ กลับมาลงสนามในเกมลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่คาดว่าอดีตเซนเตอร์แบ็กลิเวอร์พูลคงยังไม่พร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอน ทำให้ สกอตต์ แดนน์ จะจับคู่กับ ชีกู กูยาเต้

    ขณะที่ เอบิเรชี่ เอซี่ ก็หวังที่จะประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรกบนเวทีลีกสูงสุด เช่นเดียวกันกับ มิชี่ บาตซูอายี่ ที่ต้องการจับคู่ล่าตาข่ายกับ จอร์แดน อายิว ที่ยิงได้ 9 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 39 นัดรวมทุกรายการเมื่อซีซั่นก่อน 

    
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-1-2) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – บรูโน่ แฟร์นันด์ส – มาร์คัส แรซฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้ , สกอตต์ แดนน์, ไทริค มิตเชลล์ – เอบิเรชี่ เอซี่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, วิลฟรีด ซาฮา – มิชี่ บาตซูอายี่, จอร์แดน อายิว
    ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

17/07/20    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/08/19    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 คริสตัล พาเลซ
28/02/19    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/11/18    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 คริสตัล พาเลซ
06/03/18    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
 
12/09/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน) กระชับมิตร 
17/08/20 แพ้ เซบีย่า 1-2 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
11/08/20 ชนะ โคเปนเฮเก้น 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
06/08/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก 
26/07/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 

คริสตัล พาเลซ
16/09/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) ลีก คัพ 
12/09/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ บรอนด์บี้ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร
01/09/20 ชนะ มิลล์วอลล์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร
29/08/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) กระชับมิตร

 

ลุ้นมัน หงส์, ผี, เรือ, สิงห์ จับสลากแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/2021

    สำหรับความเคลื่อนไหวในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ของ ลิเวอร์พูล น่าสนใจมากๆ เพราะ "หงส์แดง" มีโอกาสที่จะอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย หรือ กรุ๊ป ออฟ เดธ ในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกชิงถ้วยใบโตยุโรป ที่จะมีขึ้นในเมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม
    ความพ่ายแพ้ของ เบนฟิก้า ทีมดังจากประเทศโปรตุเกส ที่มีต่อ พีเอโอเค ซาโลนิก้า สโมสรในดินแดนกรีซ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ รวมไปถึงสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เริ่มเห็นโอกาสที่พวกเขาจะพบกับใครในรอบแบ่งกลุ่ม

    การที่ เบนฟิก้า ร่วงตกรอบทำให้พวกเขาพลาดโอกาสเข้าไปร่วมโม่เกือกในรอบแบ่งกลุ่มศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 จริงๆ แล้วหากทีมดังจากดินแดนฝอยทองได้ตั๋วเข้าไปลุยรอบแบ่งกลุ่มจะทำให้พวกเขามีชื่ออยู่ในโถ 2 ในการจับสลาก แต่การที่พวกเขาตกรอบ คัดเลือก รอบ 3 ทำให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถูกเลื่อนให้ขึ้นมาอยู่ที่ โถ 2 แทน 

    ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้อยู่ในโถ 1 โดยอัตโนมัติ เคียงข้างกับ บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของแชมป์ "บิ๊กเอียร์" ซีซั่นล่าสุด, เซบีย่า แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ตามด้วย เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และ เอฟซี ปอร์โต้ ซึ่งทีมเหล่านี้ "เดอะ เร้ดส์" ไม่ต้องเจอในรอบแบ่งกลุ่มแน่นอน

    เช่นเดียวกับ "เรือใบสีฟ้า", "ปีศาจแดง" และ "สิงโตน้ำเงินคราม" ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน โถ 2 ที่มีโอกาสจะจับสลากพบกับทีมจากโถ 1 แต่พวกเขาไม่ต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากเป็นสโมสรที่มาจากประเทศเดียวกัน แต่ก็อาจจะดวงแตกจับไปพบกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ก็ได้

    สำหรับในเวลานี้เหลืออีก 6 ทีมที่ยังรอมีดวลกันแบบเหย้า-เยือน ในรอบเพลย์ออฟ ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึงต้องรอดูว่าผู้ชนะจะได้ไปอยู่โถ 3 หรือ โถ 4

    ดังนั้นหากติ๊ต่างว่าได้ครบทุกทีมสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มแล้ว สิ่งที่บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" คงยิ้มร่าน้ำตาเล็ดก็คือการที่ทีมรักจับสลากอยู่ในกลุ่มเดียวกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ และ แรนส์ อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" อาจจะอยู่ในกลุ่มแห่งความตายหากมือดีดันจับให้พวกเขาต้องพบกับ อินเตอร์ มิลาน หรือบาร์เซโลน่า, โอลิมปิก มาร์กเซย และ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเขี่ยพวกเขาร่วงในรอบน็อกเอาต์ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

    ในขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเจอกับสถานการณ์กรุ๊ป ออฟ เดธ เช่นกันเนื่องจากพวกเขามีสิทธิ์ดวงเฮงจับสลากอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมชั้นนำในลา ลีกา สเปน และกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เช่นเดียวกัน

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โถที่ 1 (ยืนยัน)
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
เรอัล มาดริด (สเปน)
ยูเวนตุส (อิตาลี)
บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)
เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย)
เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)
เซบีย่า (สเปน)

โถที่ 2 (ยืนยัน)
บาร์เซโลน่า (สเปน)
แอตเลติโก มาดริด (สเปน)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน)
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี)
เชลซี (อังกฤษ)
อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถที่ 3 (ยืนยัน)
แอร์เบ ไลป์ซิก(เยอรมนี)
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)
ลาซิโอ (อิตาลี)
อตาแลนต้า (อิตาลี)
ผู้ชนะระหว่าง ดินาโมเคียฟ พบ เกนท์ (เบลเยียม)

โถที่ 4 (ยืนยัน)
เรนส์ (ฝรั่งเศส)
โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค (เยอรมนี)
อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์(ตุรกี)
ผู้ชนะระหว่าง สลาเวีย ปราก (เช็ก) พบ มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)
ผู้ชนะระหว่าง โมลด์ (เดนมาร์ก) พบ เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี)

โถที่ 3 หรือ 4 (ยังไม่ยืนยัน)
โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)
โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)
คลับ บรูช (เบลเยียม)
ผู้ชนะระหว่าง เรด บูลล์ ซัลบวร์ก (ออสเตรีย) พบ มัคคาบี้ เทล อาวีฟ (อิสราเอล)
ผู้ชนะระหว่าง โอลิมเปียกอส พบ โอโมเนีย นิโคเซีย (ไซปรัส)
ผู้ชนะระหว่าง คราสโนดาร์ (รัสเซีย) พบ พีเอโอเค ซาโลนิก้า (กรีซ)