ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์

เล่นคู่พี่โด้?! ยูเวนตุสยื่นข้อเสนอคว้าตัวซัวเรซ

ยูเวนตุส ตกเป็นข่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอให้แก่ หลุยส์ ซัวเรซ พิจารณา หลังจาก อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องการนำไปทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่สโมสรปล่อยตัวออกไป

โกล ดอท คอม เว็บไซต์กีฬา รายงานข่าวว่า ยูเวนตุส ที่นำโดย อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือป้ายแดง ต้องการ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าวัย 33 ปี จาก บาร์เซโลน่า เข้ามาร่วมทีมเพื่อทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ที่เก็บกระเป๋าออกจากทีม

ซัวเรซ เจอกับสถานการณ์ลำบากในถิ่น คัมป์ นู เมื่อ คูมัน โทรสายตรงไปหาพร้อมกับใช้เวลาพูดคุยเพียงสั้นๆ ไม่ถึงนาทีว่าเจ้าตัวต้องเก็บข้าวของออกจากสโมสร เพราะนักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมแห่งอนาคตอีกต่อไป

ล่าสุด ตามรายงานระบุว่า ยูเวนตุส เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องการได้ตัว ซัวเรซ เช่นเดียวกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวมีกระแสพัวพันกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมจาก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ต้นสังกัดเก่าในศึก เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์

แทนชิลเวลล์!เลสเตอร์เล็งสอยสตาร์อาแจ็กซ์



เริ่มหาตัวแทน เบน ชิลเวลล์ แล้ว…"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เล็งสอย นิโกลัส ตายาฟิโก้ แบ็กซ้ายดาวดัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมก๊วน แถมเริ่มมีการพูดคุยกับเอเจนต์นักเตะแล้วด้วย
     เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว นิโกลัส ตายาฟิโก้ แบ็กซ้ายชาวอาร์เจนไตน์ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดสโมสรแดนกังหันลม มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่น่าเชื่อถือแห่ง สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ด้วยการที่ เลสเตอร์ กำลังจะขาย เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ให้ เชลซี ที่ราคา 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องหาตัวแทน และล่าสุด โรมาโน่ ระบุว่า "จิ้งจอกสยาม" ได้ล็อกเป้าไปที่ ตายาฟิโก้ และได้มีการติดต่อพูดคุยกับเอเจนต์ของ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 27 ปี แล้วด้วย

     "นิโกลัส ตายาฟิโก้ คือหนึ่งในออปชั่นที่ เลสเตอร์ กำลังพิจารณา สำหรับผู้เล่นแบ็กซ้ายคนใหม่ เอเจนต์ของเขาได้รับการติดต่อจาก เลสเตอร์ แล้ว หลังจากที่ เชลซี กำลังจะปิดดีล ชิลเวลล์ ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็รอดูกันต่อไปเกี่ยวกับเรื่องค่าตัว ตอนนี้ เลสเตอร์ ยังไม่ได้ตกลงอะไรทั้งนั้น แต่แน่นอนว่า เขาคือหนึ่งในออปชั่น" โรมาโน่ โพสต์ข้อความลง ทวิตเตอร์ ส่วนตัว

ขึ้นเลย!ซัวเรซลั่นพร้อมลาบาร์เซโลน่าหากไร้ค่า



หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกดาวดัง บาร์เซโลน่า ประกาศชัด พร้อมย้ายทีมซัมเมอร์นี้ ระบุตนยินดีคุยเรื่องอนาคตตัวเองกับผู้บริหารสโมสรแบบตรงๆ
     หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่า ตนพร้อมที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากไม่เป็นที่ต้องการของสโมสรอีกต่อไป

     ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ซัวเรซ คือหนึ่งในนักเตะบิ๊กเนมหลายคนที่ บาร์เซโลน่า พร้อมขายทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่มีการแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน ขึ้นมาคุมทีมแทน กีเก้ เซเตียน ซึ่งล่าสุด ยอดดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย วัย 33 ปี ระบุชัดว่า ตนพร้อมที่จะไป แต่ขอให้ทางสโมสรแจ้งความต้องการให้ชัดเจน

     "มันก็มีการพูดถึงชื่อนักเตะที่ท่านประธาน (โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว) แจ้งออกมา ซึ่งแน่นอนว่า มันจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสร แต่ไม่มีใครบอกกับผมเลยว่า พวกเขาต้องการไปต่อโดยไม่มีผม"

     "ถ้ามันเป็นความต้องการของสโมสร มันก็ดีนะ หากมีใครสักคนที่มีอำนาจเข้ามาพูดกับผมตรงๆ ความคิดของผมวันนี้คืออยู่ต่อ แต่ถ้าสโมสรตัดสินใจว่า ผมสามารถทำเงินได้ ผมก็ไม่มีปัญหาที่จะเข้าไปคุยกับคนที่ตัดสินใจ" อดีตดาวยิง ลิเวอร์พูล เปิดใจกับ เอล ปาอิส สื่อแดนกระทิงดุ

     ทั้งนี้ ซัวเรซ ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับ บาร์เซโลน่า แค่ถึงซัมเมอร์ปีหน้า มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจาก ยูเวนตุส, อัล-อราบี รวมถึงต้นสังกัดเก่าที่ฮอลแลนด์อย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ บาร์ซ่า ไปแล้ว 283 นัด ทำได้ 198 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2014

ชปล.ฤดูกาลหน้าอาจมีกลุ่มสุดโหดหลายกลุ่ม

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า อาจจะมีกลุ่มสุดโหดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" หลายกลุ่ม หลังจากที่ เซบีย่า ได้เลื่อนมาอยู่ในโถ 1 อย่างเช่นการที่ ลิเวอร์พูล อาจจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ กลัดบัค เป็นต้น
    สถานการณ์สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีความชัดเจนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ล่าสุด เซบีย่า ถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่ในโถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20

    เดิมที โถ 1 จะเว้นให้เฉพาะทีมที่เป็นแชมป์จากลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด 8 อันดับแรกตามการให้คะแนนของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น แต่ถ้าเกิดทีมไหนไม่ได้เป็นแชมป์ลีกในประเทศ แล้วไปได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ใน 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น ทีมที่ว่าก็จะได้อยู่ในโถ 1 ทันที

 

    ทั้งนี้ บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คู่ชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ต่างก็เป็นแชมป์ลีกในประเทศจนจะทำให้อยู่ใน โถ 1 สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ เซบีย่า ซึ่งได้ที่ 4 ใน ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 ได้เลื่อนจากโถ 2 มาอยู่ โถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ไปครอง

    เรื่องในครั้งนี้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกลุ่มที่เต็มไปด้วยทีมชั้นยอดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ในฤดูกาลหน้าได้เลย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล จาก โถ 1 ที่อาจจะโดนจับไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมในโถ 2 อย่าง บาร์เซโลน่า, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ แอตเลติโก มาดริด นอกจากนี้ ทีมจาก โถ 3 ที่ "หงส์แดง" อาจต้องเจอก็มีทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน หรือ ลาซิโอ รออยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากทีมในรอบคัดเลือกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสามารถมาถึงรอบแบ่งกลุ่มได้แล้วล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้ทีมอย่าง อตาลันต้า หรือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ต้องไปอยู่ในโถ 4 เช่นกัน โดยหากเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจไปเจอ 2 ทีมนั้นได้ ในกรณีที่พวกเขาไม่เจอทีมจาก อิตาลี หรือ เยอรมนี ในโถ 2 กับ โถ 3

    ทั้งนี้ มันยังมีโอกาสที่จะมี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" มากกว่า 1 กลุ่มด้วย ยกตัวอย่างเช่นนอกเหนือจากกลุ่มในด้านบนแล้วก็จะมีกลุ่มที่ประกอบไปด้วย เรอัล มาดริด จากโถ 1, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากโถ 2, ลาซิโอ จาก โถ 3 และ โอลิมปิก มาร์กเซย จากโถ 4 ในกรณีที่ "โอแอ็ม" ต้องอยู่ในโถสุดท้าย เป็นต้น

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ในปัจจุบัน
    ทีมที่อยู่โถ 1 แน่นอนแล้ว

    เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), บาเยิร์น (เยอรมนี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

    ทีมที่อยู่โถ 2 แน่นอนแล้ว
    บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 2 หรือ โถ 3 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์)

    ทีมที่อยู่ในโถ 3 แน่นอนแล้ว
    แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), ลาซิโอ (อิตาลี)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 3 หรือ โถ 4 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อตาลันต้า (อิตาลี), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี)

    ทีมที่อยู่ในโถ 4 แน่นอนแล้ว
    อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

    * ตัวอย่างกลุ่มสุดโหดที่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกันในซีซั่นหน้า
    – ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
    – เรอัล มาดริด, แมนฯ ซิตี้, ลาซิโอ, มาร์กเซย
    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนฯ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน, แรนส์

พลิกโฉม!เดอะซันคาดการณ์11ตัวจริงบาร์เซโลน่ายุค”โรนัลด์ คูมัน”

ถึงแม้ยังไม่มีการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ท่านประธาน โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว คอนเฟิร์มแล้วว่า กุนซือคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า คือ โรนัลด์ คูมัน ตำนานกองหลังเท้าหนักของสโมสร ซึ่งการก้าวเข้ามาคุมทีมแทน กีเก้ เซเตียน ของ คูมัน นั้น ถือว่าน่าสนใจทีเดียว เพราะดูแล้วน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายภายในทีม โดยเฉพาะเรื่องขุมกำลัง หลังจากที่พวกเขากระเด็นตกรอบก่อนรองฯ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบหมดสภาพ ด้วยการแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์ถึง 2-8 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

      ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คูมัน จะเน้นใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ตามประเพณีถนัดของ บาร์เซโลน่า อย่างแน่นอน หลังจากที่ เซเตียน ฝืนธรรมชาติใช้ระบบ 4-4-2 ในเกมโดน บาเยิร์น กระซวก และนี่คือโฉมหน้าทีมตัวจริงของ บาร์เซโลน่า ยุค คูมัน ที่เราอาจจะเห็นกันในฤดูกาล 2020/21 จากการคาดการณ์ของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของอังกฤษ

 

 – ผู้รักษาประตู : มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น  
        แม้เพิ่้งโดน บาเยิร์น กดไป 8 ตุง แต่ตำแหน่งนายทวารมือหนึ่งยังไงก็ยังต้องเป็น แทร์ สเตเก้น เหมือนเดิม เพราะเขายังคงเป็นโกลระดับท็อปของโลกในยุคปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่ช่วงต้นซีซั่น เขาไม่สามารถช่วยทีมได้ เพราะต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย หลังเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าขวา ซึ่งคาดว่าน่าจะกลับมาช่วยทีมได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน

 

 – แนวรับ : เนลซอน เซเมโด้, เอริค การ์เซีย, เคราร์ด ปิเก้, จอร์ดี้ อัลบา
       ฟูลแบ็กฝั่งขวา-ซ้าย ยังคงเป็น เซเมโด้ กับ อัลบา แต่คู่เซนเตอร์แบ็กอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง โดย ปิเก้ ยังเป็นตัวหลักเหมือนเดิม แต่คู่ขาคราวนี้อาจจะเป็น การ์เซีย ที่ บาร์เซโลน่า หวังดึงตัวกลับมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่เรื่องยาก เพราะ ปราการหลังวัย 19 ปี ซึ่งเป็นผลผลิตจาก ลา มาเซีย กระสันที่จะรีเทิร์นถิ่น คัมป์ นู อยู่แล้ว

 

 – แดนกลาง : เฟรงกี้ เดอ ยอง, มิราเล็ม เปียนิช, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค
       ผู้เล่นตัวเก๋าๆ อย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อีวาน ราคิติช ไม่น่าจะมีอนาคตในยุคของ คูมัน และในทางกลับกัน ด้วยการที่เป็นชาวดัตช์เหมือนกัน และเคยร่วมงานกันในทีมชาติฮอลแลนด์มาแล้ว ทำให้ในรายของ เดอ ยอง น่าจะกลายเป็นแกนหลักในแดนกลางของ บาร์ซ่า ชุดนี้ ส่วนมิดฟิลด์ตัวซ้ายน่าจะเป็น ฟาน เดอ เบค ดาวเตะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่หลายๆ สื่อมองว่า นี่คือนักเตะคนแรกๆ ที่ คูมัน หวังกระชากตัวมาร่วมทีม ซึ่งถ้าเป็นไปตามนี้จริง ก็จะทำให้ ฟาน เดอ เบค กับ เดอ ยอง ได้เล่นด้วยกันอีกครั้งในระดับสโมสร ส่วนมิดฟิลด์ตัวกลางที่คอยคอนโทรลเกมคือ เปียนิช ที่สโมสรปิดดีลคว้าตัวมาจาก ยูเวนตุส (ย้ายสลับขั้วกับ อาร์ตูร์ เมโล่)

 

 – ตัวรุก : ลิโอเนล เมสซี่, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, ริชาร์ลิซอน
       ตัวหลักในแดนหน้ายังไงก็หนีไม่พ้นกัปตัน เมสซี่ ส่วนหัวหอกอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ คงไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ คูมัน และน่าจะเก็บข้าวของอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้เลย เพราะเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว และคนที่จะก้าวเข้ามายืนหอกแทนคือ มาร์ติเนซ ดาวยิง อินเตอร์ มิลาน ที่มีข่าวเกี่ยวโยงกับสโมสรมานาน และน่าจะเป็นตัวเลือกที่สโมสรคงจะจริงจัง หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดโดดเด่น ทำ 2 ตุง กับ 1 แอสซิสต์ ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก ที่ทัพ "งูใหญ่" ยำ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค 5-0 เมื่อคืนวันจันทร์ ส่วนตัวรุกฝั่งซ้ายเป็น ริชาร์ลิซอน ซึ่งอาจจะเซอร์ไพรส์ แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะ บาร์เซโลน่า เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับนักเตะคนนี้มาแล้วในช่วงต้นฤดูกาลล่าสุด และน่าจะเป็นนักเตะที่ตรงสเปคของ คูมัน ด้วย

 

      สำหรับแข้งดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง อันซู ฟาติ และ ริกี ปูจ น่าจะได้อยู่ช่วยทีมต่อไป และคงจะได้รับโอกาสลงเล่นจาก คูมัน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาฝีเท้า แต่อนาคตของ อุสมาน เดมเบเล่, มาร์ติน เบรธเวท รวมถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้

ผีแดง-ราชันแล้วไง? “เดอ บีก” ยันอยู่ อาแจ็กซ์ฯ ต่อได้แบบไร้ปัญหา

ดอนนี ฟาน เดอ บีก ห้องเครื่องของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยืนยันว่าตัวเองไม่มีปัญหา หากอดย้ายทีมและต้องอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไป หลังก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด

"มันวุ่นวายมาก ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามในแง่ของตลาดซื้อขาย ไม่มีอะไรแน่นอนเลย"

"ผมยังเป็นนักเตะของอาแจ็กซ์ฯ และผมก็ภูมิใจที่ได้อยู่ที่นี่กับทีม ถ้าไม่มีไวรัสโคโรนา มันอาจเป็นอะไรที่ต่างออกไป ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เราต้องรอดูกันต่อไป"

"ผมยังอยู่ที่นี่และหลังจากหลายปีที่ผ่านมา ผมยังคงสนุกมาก ถ้าผมต้องอยู่กับอาแจ็กซ์ฯต่อ ผมก็ยังสนุก คุณจะไม่ได้ยินผมบ่นแน่" กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 23 ปีกล่าว

เรอัลจ้องลูกากู,คูลิบาลี่จ่อซบซิตี้!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ตอนนี้ คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กร่างใหญ่ นาโปลี ดูเหมือนจ่อลงเอยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มที ขณะที่ เชลซี ยังคงเดินหน้าลุยต่อกับการไล่ล่าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีข่าวน่าสนใจมาอัพเดตเพียบ เช่นเดียวกับ บาร์เซโลน่า ที่เพิ่งได้กุนซือคนใหม่ แต่จะมีข่าวอะไรบ้างนั้น เรามาอัพเดตความเคลื่อนไหวในตลาดกันได้เลย 

    – (Official) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซ็นสัญญายืมตัว สก็อตต์ คาร์สัน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของ ดาร์บี้ เค้าน์ตี้ มาใช้งานต่อในฤดูกาล 2020/21 ถึงแม้ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อดีตนายด่าน ลิเวอร์พูล วัย 34 ปี ไม่ได้ลงเล่นให้ "เรือใบสีฟ้า" แม้แต่นัดเดียวก็ตาม

    – (Official) เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัว อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดี กลับมาจาก บอร์นมัธ เรียบร้อย พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 4 ปี เผยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท)

    – (Official) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เซ็นสัญญายืมตัว เรเนียร์ เชซุส กองกลางดาวรุ่งเลือดแซมบ้าของ เรอัล มาดริด มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดย ดาวเตะวัย 18 ปี เพิ่งย้ายจาก ฟลาแม็งโก้ มาร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

   – (Official) โตริโน่ คว้าตัว ริคาร์โด้ โรดริเกซ แบ็กซ้ายเลือดสวิส มาจาก เอซี มิลาน ด้วยค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันถึงปี 2024

    – การเจรจาระหว่าง เชลซี และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เกี่ยวกับดีลของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้ "ห้างขายยา" ยังคงมุ่งมั่นที่จะขายในราคา 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,690 ล้านบาท) แต่ "สิงห์บลูส์" พร้อมจ่าย 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,870 ล้านบาท) ก็ตาม (Fabrizio Romano)

   – ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ให้เวลา เชลซี แค่ถึงวันที่ 28 สิงหาคม ในการเร่งปิดดีล ฮาแวร์ตซ์ (Daily Mail)

    – นอกจากนี้ "สิงห์บลูส์" ยังพิจารณาที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเสริมแนวรับแบบฟรีๆ โดย ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 35 ปี กำลังจะหมดสัญญากับ เปแอสเช หลังจบซีซั่นนี้ (Telegraph)

    – เชลซี และ แอตเลติโก มาดริด ต่างมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ปีกดาวดัง ยูเวนตุส (Calciomercato )

    – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปิดดีลคว้าตัว มาร์ค ฆูราโด้ ฟูลแบ็กเลือดกระทิงดุวัย 16 ปี ของ บาร์เซโลน่า โดย ฆูราโด้ ตกลงที่จะย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตั้งแต่ช่วงต้นซัมเมอร์แล้ว หลังปฏิเสธข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่จาก บาร์ซ่า (Goal)

   – นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังหวังรวบสองแข้งเลือดแซมบ้าของ ยูเวนตุส อย่าง ดั๊กลาส คอสต้า และ อเล็กซ์ ซานโดร โดยทั้งสองน่าจะมีค่าตัวรวมกันอยู่ที่ 72 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,952 ล้านบาท) (Calcio Mercato)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มอง เดวิด บรู๊คส์ ปีกจอมพลิ้ว บอร์นมัธ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หลังประสบความยากลำบากในการล่าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Sport Witness)

    – เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังได้รับความสนใจจากทั้ง เชลซี, เอฟเวอร์ตัน และ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ESPN)

    – กระนั้น "ปีศาจแดง" อาจจะใช้ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางจอมพลิ้ว แอสตัน วิลล่า (Daily Mail)

    – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อได้ตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กร่างใหญ่ นาโปลี มาร่วมก๊วน หลังอัพเกรดข้อเสนอขึ้นเป็น 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5-6 ล้านยูโร (ประมาณ 185-222 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่า "อัซซูร์ร่า" จะเล่นด้วย เนื่องจากกำลังต้องการเงินไปเร่งปิดดีลคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังเนื้อหอม ลีลล์ ที่พวกเขากำลังยื้อแย่งกับ อาร์เซน่อล (Corriere dello Sport)

    – ลิเวอร์พูล พร้อมพิจารณาขาย มาร์โค กรูยิช กองกลางดาวรุ่งเลือดเซิร์บ และ แฮร์รี่ วิลสัน ปีกทีมชาติเวลส์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ (Mirror)

    – ท็อแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากได้ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล มาใช้งานแบบสัญญายืมตัวในซีซั่นหน้า (Football Insider)

    – ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "ไก่เดือยทอง" มีความสนใจที่จะคว้าตัว แกเร็ธ เบล ปีกจรวด เรอัล มาดริด กลับมาร่วมทีม หลังเห็น สตาร์ทีมชาติเวลส์วัย 31 ปี กลายเป็นแข้งส่วนเกินในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว (Cuatro)

  – เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังเจรจาอยู่กับ ชาลเก้ 04 ถึงเรื่องขอซื้อตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกัน มาร่วมทีมในราคา 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) (Sky Sports)

    – วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ยินดีขาย อดาม่า ตราโอเร่ ปีกจอมพลัง ในช่วงซัมเมอร์นี้ หากได้รับข้อเสนอที่โดนใจ ถึงแม้นักเตะเหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น โมลินิวซ์ อีกถึง 3 ปีก็ตาม 

   – ฟูแล่ม ทำเซอร์ไพรส์ เมื่อมีการติดต่อทาบทามไปยัง  บาร์เซโลน่า เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาคว้าตัว เคราร์ด ปิเก้ เซนเตอร์แบ็กดาวดังชาวสแปนิช มาร่วมทีม (Libero)

   – โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า ได้เล็ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, เมมฟิส เดอปาย กองหน้า โอลิมปิก ลียง และ ไมเคิ่ล คีน กองหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ สำหรับการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ (Ok Diario)

    – ขณะที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า คอนเฟิร์ม ซัมเมอร์นี้สโมสรพร้อมพิจารณาปล่อยนักเตะทุกคน ยกเว้น ลิโอเนล เมสซี่, อุสมาน เดมเบเล่, อ็องตวน กรีซมันน์, เฟรงกี้ เดอ ยอง, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, เนลซอน เซเมโด้ และ มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น (Fabrizio Romano)

    – อย่างไรก็ตาม อนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ ในถิ่น คัมป นู ยังคงไม่มีความแน่นอน ถึงแม้ บาร์เซโลน่า เพิ่งแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน มาคุมทัพ (Marca)

    – เรอัล มาดริด ได้มอง โรเมลู ลูกากู หัวหอกร่างยักษ์ อินเตอร์ มิลาน เป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) ในฐานะตัวแทนระยะยาวของ คาริม เบนเซเม่า กองหน้าตัวเก่งวัย 32 ปี  (Le 10 Sport)

    – อาแอส โรม่า กำลังจะได้ตัว อาร์คาดิอุซ มิลิค หัวหอกเลือดโปลของ นาโปลี มาร่วมทีมในราคา 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) โดยดีลนี้ทีม "จัลโล่รอสซี่" จะส่ง เจงกิส อุนเดอร์ ปีกทีมชาติตุรกี ให้เป็นของแถมด้วย (Calcio Mercato)

   – เอซี มิลาน ยังคงอยู่ในช่วงการเจรจากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถึงเรื่องขอซื้อตัว แซร์จ ออริเย่ร์ ฟูลแบ็กชาวไอวอรี่โคสต์ ทว่าพวกเขาไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าตัว 23 ล้านปอนด์ (ประมาณ 943 ล้านบาท) ตามที่ "ไก่เดือยทอง" เรียกร้อง (Calcio Mercato)

3 ตัวเลือกเด็ดกรณี แมนยู พลาด ซานโช

สถานการณ์ในการคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกฟอร์มฮอต "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังไม่มีอะไรชัดเจนมากไปกว่าการรายงานของสื่อหลายๆ สำนัก ดังนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมีแผนสำรองหากพวกเขาพลาดคว้าตัวเป้าหมายหลักในช่วงซัมเมอร์นี้
    "เร้ด เดวิลส์" ล็อกเป้า ซานโช เป็นตัวเลือกแรกในการสร้างทีมเพื่อก้าวขึ้นมาชิงชัยความยิ่งใหญ่กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ดอร์ทมุนด์ ใกล้จะตกลงเรื่อง ปีกทีมชาติอังกฤษ ได้แล้ว โดยค่าตัวประมาณ 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท) พร้อมกับมีการแบ่งจ่าย 3 งวด

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆ อาจจะเปลี่ยนไปหลังจากที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหาร "ผีแดง" มองว่านักเตะน่าจะมีค่าตัวเพียง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) เท่านั้น และไม่น่าจะสูงไปกว่านี้อีกแล้ว ในขณะที่ต้นสังกัดของ ซานโช ยืนกรานหากไม่ได้ค่าตัวตามที่ต้องการ ก็ไม่มีทางปล่อยนักเตะออกไป

    ดังนั้นหากการเจรจาเกิดถึงทางตัน งานนี้บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด  ต้องเตรียมแผนอื่นรองรับทันที โดยมีรายงานว่าพวกเขาได้ล็อก 3 เป้าหมายเอาไว้ในใจแล้ว โดยถ้าพวกเขาไม่ตัว ซานโช ก็อาจจะต้องเบนเข็มไปยังสามเป้าหมายสำรองทันที

    รายแรกก็คือ แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูฯ มาตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และที่สำคัญฟอร์มการเล่นของนักเตะก็ถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อมีส่วนสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดรอดการตกชั้นได้อย่างหวุดหวิด

    ผลงาน 10 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ ทำให้เขาถือเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมในการทำหน้าที่คอยเป็นกองหนุนให้กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หรือ ปอล ป็อกบา ในกรณีที่พวกเขาเกิดต้องประสบปัญหาบาดเจ็บ หรืออาจจะไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากติดโทษแบน

    ในช่วงที่ผ่านมา 3 ประสานเกมรุกทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และเมสัน กรีนวู้ด ซึ่งช่วยกันยิงประตูรวมกันได้ถึง 61 ลูกในซีซั่นล่าสุด อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของพวกเขาอาจจะเปลี่ยนไปหาก แมนฯ ยูฯ สามารถคว้าตัว แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมแทน ซานโช ได้

    กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ซัดไป 24 ประตูในฤดูกาลนี้แม้ต้องประสบปัญหาบาดเจ็บก็ตาม โดยเขาซัดไปถึง 188 ประตูจาก 11 ซีซั่นที่อยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยงานนี้ หาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากได้ เคน จริงๆ พวกเขาคงต้องกล้าทุ่มเงินมหาศาลถึง 200 ล้านปอนด์ (ราว 7,600 ล้านบาท)เพื่อง้างใจ แดเนี่ยล เลวี่ ประธาน "ไก่เดือยทอง" ให้ยอมปล่อยนักเตะไปสวมชุด "ปีศาจแดง"

    ขณะที่ทางเลือกที่สามนั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางอนาคตไกล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในลีกดัตช์ โดยนักเตะกลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมมากๆ หลังจาก 1 ปีที่ช่วย อาแจ็กซ์ ทะลุรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนนี้แข้งวัย 23 ปี ซัดไปแล้ว 10 ประตูกับ 11 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้


    ช่วงที่ผ่านมา ฟาน เดอ เบ็ค ดูเหมือนจะสนใจไปเล่นในลา ลีกา โดยมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวไปเสริมทัพ อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูฯ ก็สนใจ ดาวเตะเลือดดัตช์รายนี้เช่นกัน เนื่องจากมีฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์ และได้รับการเชิดชูว่าเป็นอนาคตของทีมชาติฮอลแลนด์

ลูกากูดวลฮาแวร์ทซ์! อินเตอร์ฉะเลเวอร์ฯชิงฉลุยตัดเชือกยูโรปาลีก

"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ผลงานรอบก่อนทำได้ดีเล่นแบบน็อกเอาต์นัดเดียวเขี่ย เคตาเฟ่ งานนี้ โรเมลู ลูกากู หัวหอกร่างยักษ์ลงหวดสู้ "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซ่น ที่ต้องเล่นสองนัดก่อนผ่าน เรนเจอร์ มาได้ มี ไค ฮาแวร์ทซ์ จอมทัพคนเก่งนำลุยชิงโอกาสลิ่วรอบตัดเชือก ในการแข่งขันฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2563

ปรีวิว ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ
วันจันทร์ที่ 10  สิงหาคม 2563
อินเตอร์ มิลาน – เลเวอร์คูเซ่น
เวลา : 02.00 น.
สนาม : เมอร์เคอร์ สปีล อารีน่า (สนามกลาง)

    ทีมเนรัซซูรี่ รองแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุด ตีตั๋วสู่รอบนี้ด้วยการเอาชนะเคตาเฟ่ 2-0 ที่สนามกลางในเยอรมัน เนื่องจากเกมเลกแรกเดิมทีนั้นถูกเลื่อนในช่วงโควิดแพร่ระบาด

    ด้วยเหตุที่ทำผลงานเข้าตาน่าประทับใจ อีกทั้งมีเวลาพักถึง 5 วัน คาดว่ากุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ คงยึดไลน์อัพ 11 คนแรกชุดเดิมต่อไป

    นั่นเท่ากับว่า อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงชิลีซึ่งเพิ่งเซ็นถาวรมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด และ คริสเตียน เอริคเซ่น จอมทัพทีมชาติเดนมาร์ก ต้องรอโอกาสบนม้านั่ง ตามที่คอนเต้ไว้ใจ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ลงตัวจริงก่อน

    เลาตาโร่จะได้ล่าตาข่ายคู่กับ โรเมลู ลูกากู หัวหอกเบลเยียมที่ถูกโฉลกกับรายการนี้ ยิงได้ตลอด 8 เกมล่าสุดนับตั้งแต่สมัยสังกัดเอฟเวอร์ตัน เมื่อ 2014/15 รวมทั้งสิ้น 11 ลูก

    ในราย มิลาน สคริเนียร์ ปราการหลังทีมชาติสโลวาเกีย ตกเป็นข่าวอาจย้ายไปสเปอร์ส แบบสลับขั้วกับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ เผลอๆ แมตช์นี้จึงอาจไม่มีส่วนร่วมกระทั่งตัวสำรอง

    ทัพห้างขายยาจบอันดับ 5 ในตารางบุนเดสลีกา ซีซั่นล่าสุด จึงต้องเอาโทรฟี่ยูโรปา ลีก ฤดูกาลนี้มาครองให้ได้ หากอยากจะคว้าตั๋วลุยศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก

    ส่วนในรอบที่แล้ว พวกเขาผ่านเรนเจอร์สด้วยชัยชนะแบบไป-กลับ โดยบุกรัว 3-1 ก่อนเบรกโควิดแล้วกลับมาเฝ้ารังย้ำแค้น 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    ปีเตอร์ บอสซ์ นายใหญ่ชาวดัตช์ ซึ่งเคยพาอาแจ็กซ์เข้าชิงยูโรปาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว น่าจะปรับทีมเพียงตำแหน่งเดียวจากแมตช์ที่แล้ว โดย โฟลเรียน เวียร์ทซ ตัวรุกดาวรุ่งวัย 17 ปี หลุดโผหลีกทางให้แก่ เลออน ไบลี่ย์ ปีกจรวดทีมชาติจาเมกา พร้อมโยกเอา ไค ฮาแวร์ทซ์ สตาร์เนื้อหอม เข้ามาทำเกมตรงกลาง

    เคเรม เดมีร์บาย ห้องเครื่องตัวหลักพ้นโทษแบนกลับมาแล้ว ทว่า เอเชเกล ปาลาซิออส ดาวเตะอาร์เจนไตน์ที่สวมตำแหน่งแทนนั้นดันโชว์ฟอร์มได้ดี มีโอกาสยึดตำแหน่งต่อไป

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟรี, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, โรเมลู ลูกากู

เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ฮราเด็คกี้ – ลาร์ส เบนเดอร์, สเวน เบนเดอร์, เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา, เวนเดลล์ – ชาร์ลส์ อารานกีซ, เอเชเกล ปาลาซิออส – มูสซ่า ดิยาบี้, ไค ฮาแวร์ทซ์, เลออน ไบลี่ย์ – เควิน โฟลลันด์

ผู้ตัดสิน : การ์ลอส เดล เซร์โร่ (สเปน)