ไม่เอาแล้ว!แมนยูล้มแผนล่า2แข้งดัง

สื่อดังปูด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแผนล่าตัว แจ็ค กรีลิช กับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เรียบร้อย แต่ยังเน้นหนักไปที่นักเตะเป้าหมายเบอร์หนึ่งที่เล็งมานาน
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะไม่มีการออกล่าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม แอสตัน วิลล่า และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งคนเก่ง แอร์เบ ไลป์ซิก ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา

     กรีลิช มีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ อูปาเมกาโน่ ถูกมองว่าเป็นนักเตะกองหลังเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากได้ตัวมาเสริมแนวรับ

     อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ ระบุว่า "ปีศาจแดง" เลิกให้ความสนใจทั้งสองเรียบร้อย โดยเฉพาะในรายของ กรีลิช นั้น พวกเขามองว่ามีค่าตัวสูงเกินไป จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หันไปคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แทน กระนั้นเชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ภายในซัมเมอร์นี้ พร้อมกับมอง ซานโช เป็นนักเตะเป้าหมายอันดับหนึ่ง

     ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดวลกับ คริสตัล พาเลซ วันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้

100 ล้านปอนด์อัพ!เปิด 5 แข้งค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้

 

 

พรีเมียร์ลีกไม่มีปัญหาการขาดแคลนผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านปอนด์ มาดูกันใครบ้างนักเตะที่มีค่าตัวมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากมีการย้ายทีมตอนนี้
   
แม้ว่าช่วงเวลาการซื้อขายย้ายทีม เวลานี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากสโมสรต่างๆได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับสภาวะทางการเงิน ทำให้สโมสรต่างๆต้องระมัดระวังมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

    ซึ่งแม้การย้ายทีมของเขาเหล่านี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มีการประเมินคร่าวๆว่า หากแข้งสตาร์ดังเหล่านี้ย้ายทีม ค่าตัวที่ประเมินในตอนนี้ แต่ละคนจะเป็นเท่าไหร่กันบ้าง และนี่คือ5 แข้งที่ได้รับการประเมินค่าตัวแล้ว สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

    5 เควิน เดอ บรอยน์ – 108 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุคนี้ เดอ บรอยน์ สร้างความแตกต่างให้กับทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า มาหลายฤดูกาลแล้ว แข้งชาวเบลเยี่ยมเป็นทุกอย่างให้ทีมได้ยามอยู่ในสนาม

    โดยเควิน เดอ บรอยน์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ในซีซั่นที่ผ่านมา ยิงได้ 13 ประตู และ แอสซิสต์อีก 20 จาก 35 นัดในพรีเมียร์ลีก 
        
    4 แฮร์รี่ เคน – 108 ล้านปอนด์

ตามปกติแล้ว หากเอ่ยลิสต์แข้งจอมถล่มประตูของพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ชื่อของ แฮร์รี่ เคน มักไม่พลาดที่จะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ ในปี 2019/20 ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเขาเอง

    กองหน้า สเปอร์ส ยังคงยิงได้ 18 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 29 นัด ในฤดูกาลที่ทีมของเขาจบอันดับที่ 6 ของตาราง ขณะที่ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยิงได้ถึง 6 ประตูจาก 5 เกม

    แฮร์รี่ เคน ทำลายกำแพง 20 ประตูใน 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2014/15 ถึง 2017/18 โดยเขายิงได้ 21 ประตูในปี 2014/15 และตามมาด้วย 25 ประตูในฤดูกาล 2015/16

    ด้วยวัย 27 ปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดในยุโรป และมีคุณลักษณะทั้งหมดที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของเขาชื่นชมอยู่เสมอ ซึ่งเขาคาดว่าจะมีฤดูกาลที่จะถึงนี้ เจ้าตัวจะเป็นตัวเอกอีกครั้งอย่างแน่นอน

    3 ซาดิโอ มาเน่ – 108 ล้านปอนด์

มาเน่ เป็นหนึ่งในกองหน้าตัวหลักของลิเวอร์พูล ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยผลงาน 18 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จาก 35 นัดในลีก จัดเป็นหนึ่งแข้งคนสำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอยู่ในตอนนี้

    ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ร่วมกับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จัดเป็นสามประสานสุดอันตรายของยุโรปชั่วโมงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 108 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมสำหรับลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ผลงานที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง หลังแข้งชาวอียิปต์กลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีก

    ซาลาห์ เป็นนักเตะที่คล่องแคล่ว เขาและการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ในบริเวณกรอบเขตโทษ ถือเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังคู่แข่งเป็นอย่างมาก

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ยิง 19 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์จากการลงสนาม 34 นัดในลีกของลิเวอร์พูล

    1 ราฮีม สเตอร์ลิง – 115.2 ล้านปอนด์

ภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า นั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ได้กลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดในยุโรป เขายืนอยู่ทางปีกซ้ายแบบนั้น ทุกครั้งที่เขารับบอลที่ด้านข้างของสนาม กองหลังคู่แข่งก็เริ่มสูญเสียความสงบในทันใด

    นักเตะชาวอังกฤษสามารถทำประตูได้เหนือกว่า ทั้งสองกองหน้าในทีมของเขาในฤดูกาลนี้ และเป็นดาวซัลโวให้กับซิตี้ นับตั้งแต่เขาเข้าร่วมทีมจากลิเวอร์พูลในช่วงฤดูร้อนปี 2015

    เขายิงไป 20 ประตูจากการลงสนาม 33 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิงทำได้ 30 ประตูและ 4 แอสซิสต์จาก 50 นัดในทุกรายการในฤดูกาล นี้และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แซงรุ่นพี่หลายคน!อัพเดตค่าเหนื่อยนักเตะแมนยูหลังเฮนเดอร์สันต่อสัญญา

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ต่อสัญญายาวเรียบร้อย ส่งผลให้แซงรุ่นพี่หลายราย ขณะที่เบอร์ 1 ยังเป็นของ ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูฝีมือดี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 พร้อมรับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าไปเป็นสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.92 ล้านบาท)

    นายด่านวัย 23 ปี ขึ้นไปรั้งอันดับ 9 ค่าเหนื่อยนักเตะ "ปีศาจแดง" ร่วมกับผู้เล่นอย่าง เฟร็ด, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เนมานย่า มาติช ส่วนคนรับมากสุดในเวลานี้คือ ดาบิด เด เคอา โกลทีมชาติสเปน ที่ได้สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.35 ล้านบาท)

อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                              ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                350,000
2. ปอล ป็อกบา                   290,000
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล           250,000 
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด               200,000
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                    189,000
6.  ฆวน มาต้า                        160,000
7. ลุค ชอว์                            150,000
8. โอเดียน อิกาโล่                   120,000
9. เฟร็ด                                 120,000
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ                120,000
9. เนมานย่า มาติช                    120,000
9. ดีน เฮนเดอร์สัน  120,000
13. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                 100,000
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          90,000
15. เอริก ไบยี่                         80,000
15. มาร์กอส โรโฮ                  80,000
17. ฟิล โจนส์                        75,000
17. เจสซี่ ลินการ์ด                     75,000
19. คริส สมอลลิ่ง                     70,000
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                     70,000
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์           60,000
22. แดเนียล เจมส์                  45,000
23. เมสัน กรีนวู้ด                     40,000
24. ลี แกรนท์                           30,000
24. อันเดรส เปเรยร่า                  30,000
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                  25,000
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์               15,000
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    15,000

มั่วทั้งเพ!เอเจนต์ดังปัดข่าวอิบราฮิโมวิชต่อสัญญามิลาน

มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกจอมเก๋า ออกโรงโต้ข่าวเรื่องที่ตัวนักเตะตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน เรียบร้อย พร้อมระบุข่าวที่หลุดออกมามั่วทั้งหมด

มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าดาวดังชาวสวีดิช ยืนยันว่า นักเตะในความดูแลของตนยังไม่มีการตกลงที่จะต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

ก่อนหน้านี้หลายสื่อในอิตาลีรายงานว่า หัวหอกวัย 38 ปี ได้ตกลงที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ "ปีศาจแดง-ดำ" เรียบร้อย พร้อมรับค่าเหนื่อยปีละ 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท) บวกโบนัสรวมแล้วอีก 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) ทว่าล่าสุด ไรโอล่า ออกมาปฏิเสธเรียบร้อย พร้อมแจงว่า ข่าวที่หลุดออกมาไม่ใช่ความจริง

"ข่าวปลอม! อิบราฮิโมวิช ไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ เอซี มิลาน แต่อย่างใด" ไรโอล่า ประกาศผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว

ทั้งนี้ อิบราฮิโมวิช เพิ่งย้ายกลับมาเล่นให้ มิลาน ด้วยสัญญาระยะสั้น เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการกระทุ้ง 11 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 20 นัด พร้อมช่วยทีม "รอสโซเนรี่" ทะยานจบอันดับหกในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา คว้าสิทธิ์ลงเตะรอบคัดเลือก รอบสอง ในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาลใหม่

เปิดรายได้ เจ,อุ้ม, มุ้ย รับอู้ฟู่ในเจลีก งานนี้ “เจ” น้อยสุด

 เว็บไซต์ soccer-money.net  ของญี่ปุ่นออกมานำเสนอข้อมูลเงินเดือนนักเตะในศึกฟุตบอลเจลีก 1 ฤดูกาล 2020 จำนวน 566 ราย  จาก 18 สโมสร ที่ลงทะเบียนในช่วงเลกแรกที่ผ่านมา โดยนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยต่อปีสูงสุดอย่างที่ราบคือทางด้านของ อันเดรส อิเนียสต้า กองดีกรีทีมชาติสเปนของสโมสรฟุตบอลวิสเซิล โกเบ รับค่าเหนื่อยปีละ 3,250 ล้านเยน(ประมาณ 950 ล้านบาท)
    ค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่นเจลีกช่วงเลกแรก อยู่ที่ 26.78 ปี เงินเดือนเฉลี่ยทั้งลีกอยู่ที่ 34.46 ล้านเยน (ประมาณ 10.07ล้านบาท) ต่อปีต่อคน  โดยเวบไซต์ดังกล่าวได้เปิดข้อมูลตัวเลขของนักเตะไทย 3 รายในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2020 ประกอบไปด้วยข้อมูลของ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ถึงอัตราค่าเหนื่อยต่อปีในหมวดหมู่ของผู้เล่นเจลีก 566 รายล็อตแรกตามสัญญาที่ระบุไว้ในช้อมูลการว่าจ้าง

    โดย "อุ้ม" ”ธีรทร บุญมาทัน รับค่าเหนื่อยจากโยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ปีละ 50 ล้านเยน (ประมาณ 14.6 ล้านบาทเศษ) เท่ากับ ธีรศิลป์ แดงดา ของชิมิสึ เอส พัลส์  ที่รับค่าเหนื่อย 50 ล้านเยน ต่อปีเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่รับเงินเดือนในเลตอันดับที่ 88 ร่วมของเจลีก ส่วน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เป็นดาวเด่นของ คอนซาโดเล ซัปโปโร รับค่าเหนื่อยปีละ 40 ล้านเยน (ประมาณ 11.68 ล้านบาทเศษ)

    ค่าจ้างต่อปีที่สโมสรจ่ายให้นักเตะไทยทั้ง 3 ราย หากคำนวณรายรับเป็นรายเดือน ธีรทร บุญมาทัน รับเดือนละ  1.22 ล้านบาท  ธีรศิลป์ แดงดา รับเดือนละ 1.22 ล้านบาท และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับเดือนละ 9.74 แสนบาท เงินก้อนดังกล่าวไม่รวมโบนัสแมตซ์ชนะและเงินพิเศษอื่นๆ

    ที่มาแหล่งข้อมูล: https://www.soccer-money.net/players/in_players.php

 

เหมาะสม!เลวานควงฟลิคสอยรางวัลทรงเกียรติเยอรมนี

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค ผงาดคว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของเยอรมนี ขณะที่ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือคนเก่งเอาชนะ เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้ารางวัลโค้ชแห่งปีไปครอบครอง จากการเปิดเผยของ คิกเกอร์ สื่อดังระดับโลก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค ได้รับโหวตคว้ารางวัลนักฟุตบอลแห่งปีของประเทศเยอรมนี หลังจากมีส่วนสำคัญนำ "เสือใต้" ผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์ในฤดูกาลนี้ จากการเปิดเผยของ คิกเกอร์ สื่อกีฬาชั้นนำในเมืองเบียร์

สมาคมนักข่าวเยอรมัน ร่วมมือกับ คิกเกอร์  ในการคัดเลือกนักเตะชาวเยอรมันทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งผู้เล่นชาวต่างชาติที่เล่นอยู่ในลีกเมืองเบียร์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในทุกๆ ปี สำหรับปีนี้รางวัลตกเป็นของ เลวานดอฟสกี้ ที่ได้รับผลโหวตถึง 276 คะแนนโหวต ซึ่งเป็นสมัยแรกของเจ้าตัวที่ได้รับเกียรตินี้

ขณะที่ โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าจอมเก๋าเพื่อนร่วมสังกัด (54 คะแนนโหวต) และ โยชัว คิมมิช  ฟูลแบ็ก "เสือใต้" (49 คะแนนโหวต) คว้าอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ด้าน ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์มือทอง ได้รับโหวตคว้ารางวัล "โค้ชแห่งปี" จากการนำสโมสรผงาดคว้า 3 แชมป์  เอาชนะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่นำ ลิเวอร์พูล ปลดแอกคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยแรกในรอบ 30 ปี

ด้าน เลวานดอฟสกี้ ซึ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอดในซีซั่นล่าสุดด้วยการซัดไป 34 ประตูในบุนเดสลีกา, 6 ประตูเกมเดเอฟเบ โพคาล และ 15 ประตูในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เปิดใจว่า " ผมทำงานหนักมากเพื่อพัฒนาฟอร์มการเล่นของผม และเพื่อทีม ซึ่งเล่นได้อย่างสุดยอดทั้งในประเทศ และฟุตบอลถ้วยยุโรป"

 

คำพูดคุ้นหู! “มาติช” ลั่นแมนยูมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นใหม่

 

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์จอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นฤดูกาลหน้าต้นสังกัดต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ระบุนักเตะทัพ "ปีศาจแดง" กระหายที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แบบแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอีกต่อไป
   
เนมานย่า มาติช กองกลางมากประสบการณ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องให้โลกรู้ทัพ "ปีศาจแดง" พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 แถมเตือนบรรดาทีมคู่แข่งตอนนี้ต้นสังกัดมีขุมกำลังที่ลงตัวมากๆ

"เร้ด เดวิลส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งขันกันต่อ หลังต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีก และเก็บแต้มเป็นว่าเล่นจนคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่สุดยอดของทีมในช่วงท้ายซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มาติช มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้ "ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้ว เราต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราต้องสู้เพื่อคว้าแชมป์ เพราะผมรู้สึกว่าปีนี้เราทำแต้มหลุดมือง่ายๆ เยอะมาก"

แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 33 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 ถึง 15 แต้ม เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา "เราปล่อยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก ผมไม่รู้นะ อาจจะ 10 เกมก่อนซีซั่นปิด พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้อีก"

"เราต้องสู้จนกระทั่งจบซีซั่น เราต้องเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเล่นด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนตัวของผมก็คือการคว้าแชมป์ลีก และผมมั่นใจว่าทุกคนก็ต้องการทำให้ได้เหมือนกัน เราต้องสัญญากับแฟนบอลของเราว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด เราทำได้มาแล้วหลังจากล็อกดาวน์เมื่อเราเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้ง นั่นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาติช ระบุ

แฟนมิลานเฮ!เหยี่ยวข่าวคนดังยัน “อิบรา” ตกลงต่อสัญญาเรียบร้อย

สาวก "รอสโซเนรี่" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุดเหยี่ยวข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงขยายสัญญากับ เอซี มิลาน ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเรียบร้อย

 

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวกีฬาคนดังแห่ง สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่า ซลาตัน อิบราอิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวสวีดิช ได้ตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 เรียบร้อย

ถึงแม้เมื่อเร็วๆ นี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ อิบราฮิโมวิช ได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องตัวนักเตะต่อสัญญา ทว่าล่าสุด โรมาโน่ แจงว่า หัวหอกร่างใหญ่วัย 38 ปี ตอบตกลงแล้วที่จะขยายสัญญากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ออกไปจนจบฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่เพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ เมื่อช่วงเดือนมกราคม

 "ยังไม่เลิกเล่นง่ายๆ สำหรับ ซลาตัน… คอนเฟิร์ม! อิบราอิโมวิช บรรลุข้อตกลงกับ เอซี มิลาน ได้เรียบร้อย โดยเขาจะขยายสัญญาออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 ดีลนี้ได้บทสรุปแล้ว ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อ และเล่นใน เซเรีย อา อีกหนึ่งปี" โรมาโน่ แจ้งข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า อิบราฮิโมวิช จะได้รับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช กระทุ้ง 10 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ มิลาน กระโดดขึ้นมาจบซีซั่นที่อันดับหก พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020/21

 

“โค้ชอ้น”ตั้งเป้าพา”โปลิศ เทโร” รักษาฟอร์มแกร่งเหมือนช่วงออกสตาร์ท

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี หวังว่าลูกทีมจะสามารถสานต่อฟอร์มแกร่งจาก 4 เกมแรกของศึกไทยลีก และสามารถรักษาฟอร์มเก่งของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


"มังกรโล่เงิน" น้องใหม่ไทยลีก ทำผลงานได้อย่าสุดเซอร์ไพรส์ ใน 4 เกมแรก ด้วยการมี 9 คะแนน จาก ชัยชนะ 3 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดบ้านเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปแบบสุดมันส์ 1-0 พร้อมรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน

"ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงเตรียมทีม เราได้เห็นจุดบกพร่องจากแมตช์อุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา เรายังต้องปรับและพยายามแก้ไขก่อนที่เกมลีกจะกลับมาเริ่มอีกครั้ง" รังสรรค์ กล่าวเริ่ม

"แม้เราจะออกสตาร์ทได้ดี แต่เราพักไปค่อนข้างนานซึ่งมันทำให้เราต้องกลับมาปรับและแก้ไขกันใหม่ โดยเฉพาะแผนรองรับหากนักเตะต่างชาติที่อาจยังไม่พร้อมกลับมาในช่วงเริ่มต้น"

"ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป เราพยายามมองไปทีละเกม ทำแต่ละเกมให้ออกมาดีที่สุด และพยายามรักษาตัวเอง ให้เกาะกลุ่มตารางคะแนนให้ดี"

"ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือหลังจากนี้ ก็จะพยายามย้ำกับนักเตะเสมอ ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี เนื่องจากนักเตะเรามีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตอนนี้มีหลายคนที่อาจจะล้าหรือเจ็บจากการซ้อมหนัก แต่คิดว่าพอถึงช่วงเวลาแข่งจริงในวันที่ 12 กันยายนนี้ทุกคนก็น่าจะพร้อมเต็มที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี กล่าว 

สำหรับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 บุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

เวมบลีย์พี่ปืนถนัด! 7 ประเด็นเด็ดหลังอาร์เซน่อลดวลเป้าชนะลิเวอร์พูลเกมชิงโล่

อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ "หงส์แดง" คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน
1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

    ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

    ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

    ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

    ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

    ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

    นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

    ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

    มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

    การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

    เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

    เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

    ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

    ช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

    ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม