แฟนมิลานเฮ!เหยี่ยวข่าวคนดังยัน “อิบรา” ตกลงต่อสัญญาเรียบร้อย

สาวก "รอสโซเนรี่" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุดเหยี่ยวข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงขยายสัญญากับ เอซี มิลาน ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเรียบร้อย

 

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวกีฬาคนดังแห่ง สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่า ซลาตัน อิบราอิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวสวีดิช ได้ตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 เรียบร้อย

ถึงแม้เมื่อเร็วๆ นี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ อิบราฮิโมวิช ได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องตัวนักเตะต่อสัญญา ทว่าล่าสุด โรมาโน่ แจงว่า หัวหอกร่างใหญ่วัย 38 ปี ตอบตกลงแล้วที่จะขยายสัญญากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ออกไปจนจบฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่เพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ เมื่อช่วงเดือนมกราคม

 "ยังไม่เลิกเล่นง่ายๆ สำหรับ ซลาตัน… คอนเฟิร์ม! อิบราอิโมวิช บรรลุข้อตกลงกับ เอซี มิลาน ได้เรียบร้อย โดยเขาจะขยายสัญญาออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 ดีลนี้ได้บทสรุปแล้ว ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อ และเล่นใน เซเรีย อา อีกหนึ่งปี" โรมาโน่ แจ้งข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า อิบราฮิโมวิช จะได้รับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช กระทุ้ง 10 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ มิลาน กระโดดขึ้นมาจบซีซั่นที่อันดับหก พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020/21

 

“โค้ชอ้น”ตั้งเป้าพา”โปลิศ เทโร” รักษาฟอร์มแกร่งเหมือนช่วงออกสตาร์ท

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี หวังว่าลูกทีมจะสามารถสานต่อฟอร์มแกร่งจาก 4 เกมแรกของศึกไทยลีก และสามารถรักษาฟอร์มเก่งของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


"มังกรโล่เงิน" น้องใหม่ไทยลีก ทำผลงานได้อย่าสุดเซอร์ไพรส์ ใน 4 เกมแรก ด้วยการมี 9 คะแนน จาก ชัยชนะ 3 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดบ้านเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปแบบสุดมันส์ 1-0 พร้อมรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน

"ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงเตรียมทีม เราได้เห็นจุดบกพร่องจากแมตช์อุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา เรายังต้องปรับและพยายามแก้ไขก่อนที่เกมลีกจะกลับมาเริ่มอีกครั้ง" รังสรรค์ กล่าวเริ่ม

"แม้เราจะออกสตาร์ทได้ดี แต่เราพักไปค่อนข้างนานซึ่งมันทำให้เราต้องกลับมาปรับและแก้ไขกันใหม่ โดยเฉพาะแผนรองรับหากนักเตะต่างชาติที่อาจยังไม่พร้อมกลับมาในช่วงเริ่มต้น"

"ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป เราพยายามมองไปทีละเกม ทำแต่ละเกมให้ออกมาดีที่สุด และพยายามรักษาตัวเอง ให้เกาะกลุ่มตารางคะแนนให้ดี"

"ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือหลังจากนี้ ก็จะพยายามย้ำกับนักเตะเสมอ ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี เนื่องจากนักเตะเรามีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตอนนี้มีหลายคนที่อาจจะล้าหรือเจ็บจากการซ้อมหนัก แต่คิดว่าพอถึงช่วงเวลาแข่งจริงในวันที่ 12 กันยายนนี้ทุกคนก็น่าจะพร้อมเต็มที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี กล่าว 

สำหรับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 บุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

รุมเมนิกเก้แจงลิเวอร์พูลยังไม่ทาบซื้อติอาโก้

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ บิ๊กบอส บาเยิร์น ระบุ ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยติดต่อขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เลย หลังจากที่ดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปนตกเป็นข่าวกับ "หงส์แดง" อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ลิเวอร์พูล เกี่ยวกับการขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของทีมเลย

ติอาโก้ ต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ หลังจากอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่ง ลิเวอร์พูล ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เขาไปร่วมทีมมาโดยตลอด หลังจากลือกันว่าอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า อยากย้ายไปอยู่กับ "หงส์แดง" เอง ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของ ติอาโก้ มากๆ

รุมเมนิกเก้ ให้สัมภาษณ์กับ บิลด์ สื่อชื่อดังของเมืองเบียร์ว่า "เราอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล อยู่ตลอด แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยติดต่อมาหาเราเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้เราได้ประชุมกับพนักงานของเรา (รวมถึงนักเตะด้วย) ซึ่งครอบครัวของเขา (ติอาโก้) ก็มาที่สนามเหมือนกัน และพวกเขาก็เดินไปรอบๆ สนามเหมือนกับการรำลึกความหลัง มันดูเหมือนกับการบอกลาเลย มันเหมือนกับว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว"

 

ได้กลิ่นอะไรมา? 2บ่อนชูแมนยูเต็งจ๋าคว้าก็องเต้

สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งเป็น 2 บ่อนถูกกฎหมายของอังกฤษ ต่างก็ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเต็งจ๋าที่จะได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปร่วมก๊วน หลังจากมีกระแสข่าวว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ต้องการขายเขา
   สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 บ่อนรับพนันถูกกฎหมายสัญชาติอังกฤษ ต่างก็เปิดราคาให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลาง เชลซี ไปร่วมทัพ

    ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี พร้อมปล่อย ก็องเต้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากมองว่าจำเป็นต้องผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และตัดสินใจว่า ก็องเต้ ไม่ได้สำคัญกับทีมมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว โดยในฤดูกาล 2019-20 ดาวเตะวัย 29 ปี ก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายครั้ง อย่างเช่นตรงข้อเท้าและเอ็นหลังหัวเข่า จนทำให้เขาได้ลงเล่นเพียง 28 นัดในทุกรายการ

    ทั้งนี้ มีหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับ ก็องเต้ อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ ยูเวนตุส เป็นต้น ซึ่งทั้ง สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ต่างก็ชูให้ "ปีศาจแดง" เป็นเต็งจ๋าที่จะได้เขาไปร่วมทีมด้วยราคา 1/2 (แทง 2 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) กับ 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน) ตามลำดับ ทั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี เป็นคู่แข่งร่วมลีก

    ขณะเดียวกัน สกาย เบ็ท ชูให้ บาร์เซโลน่า เป็นเต็ง 2 ที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) โดยที่ ปารีสฯ เป็นเต็ง 3 ด้วยราคา 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน) ในทางกลับกัน เบ็ท 365 ยกให้ "เปแอสเช" เป็นเต็ง 2 ในราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) ขณะที่ "อาซูลกราน่า" คือเต็ง 3 ที่ราคา 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองการย้ายทีม 5 ลำดับแรกของ ก็องเต้ จาก สกาย เบ็ท
1. แมนฯ ยูไนเต็ด 1/2 (แทง 2 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)
2. บาร์เซโลน่า 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
3. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)
4. เรอัล มาดริด 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)
5. แมนฯ ซิตี้ 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองการย้ายทีม 5 ลำดับแรกของ ก็องเต้ จาก เบ็ท 365
1. แมนฯ ยูไนเต็ด 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)
2. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
3. บาร์เซโลน่า 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน)
4. เรอัล มาดริด 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน)
5. ยูเวนตุส 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

เดือด!บาเยิร์นฟัดเปแอสเชจัด “เลวาน-เปริซิซ” วัด “เนย์มาร์-เอ็มบั้ปเป้” ชิงฯ ชปล.



"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมจัดทัพหนักนำทะลวงประตูโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ อิวาน เปริซิช เกมพบ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่ไม่น้อยหน้ามี เนย์มาร์ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ประสานคมขุดสกอร์ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. ศกนี้ เวลา 02.00 น.
ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)  –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ความพร้อมล่าสุดยังคงไม่มีวี่แวว เกย์ลอร์ นาวาส โกลมือ 1 ตัวทีมชาติคอสตาริกา ที่เจ็บไม่หาย เปิดโอกาส เซร์คิโอ ริโก้ ลงเฝ้าเสาต่อ แต่ข่าวดีคือ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี หายเจ็บลงสำรองเกมรัว ไลป์ซิก 3-0

    การคัมแบ็กของ แวร์รัตติ หมายความว่า อันเดร์ เอร์เรร่า หรือ เลอันโดร ปาเรเดส คนใดคนหนึ่งจะต้องหลีกทางไปนั่งสำรอง โดยสื่อคาดกันว่ารายหลังน่าถูกหวยที่สุด

    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ สตาร์ดาวยิงความเร็วสูงฟิตออกสตาร์ตได้ตั้งแต่แมตช์ที่แล้วเช่นกัน นัดนี้พร้อมลุยในแนวรุกเคียงข้าง อังเคล ดิ มาเรีย เจ้าของผลงานยิง 1 จ่าย 2 จากเกมเดียวกัน และ เนย์มาร์ ที่อยู่ในช่วงฟอร์มดีอีกราย

    ในแนวรับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันเลือดแซมบ้าจะลงเล่นนัดสุดท้ายก่อนหมดสัญญา ส่วน ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายสแปนิชจะได้เจอกับต้นสังกัดเก่า

    ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    ความพร้อมของทีมได้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกหายเจ็บกลับมาติดทีมในเกมตัดเชือกที่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 แต่เชื่อกันว่า ฟลิค น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิม ที่เล่นได้ดี ทำให้ โยชัว คิมมิช ได้จองพื้นที่แบ็กขวาต่อไป

    อย่างไรก็ตามทีมมีปัญหาตรงเซนเตอร์แบ็กเมื่อ เยโรม บัวเต็ง เจ็บจนโดนเปลี่ยนออกในนัดที่แล้ว ต้องประเมินความฟิตถึงนาทีสุดท้าย หากไม่ไหวต้องใช้บริการ นิคลาส ซือเล่ ส่วนในรายของ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ นั้น ฟลิค จะจับมายืนแบ็กซ้ายมากกว่า

    ตำแหน่งอื่นๆ ไม่เปลี่ยนจากชุดที่ใช้มาตลอดเส้นทาง ”มินิทัวร์นาเมนต์” ที่โปรตุเกส แดนกลางวาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมเกมคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แทนที่ คิมมิช ซึ่งถูกขยับลงไปช่วยแนวรับ

    แนวรุกสามตัวบนยังคงไว้ใจ อิวาน เปริซิช ที่ยืมมาจาก อินเตอร์ มิลาน ประสานงานกับ แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปแลนด์ ฟอร์มฮอต นั่นหมายความว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน จอมเลื้อยอดีตเด็กปั้นเปแอสเช ต้องรอโอกาสบนม้านั่งสำรองไปก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เซร์คิโอ ริโก้ – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเคล ดิ มาเรีย, เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

ผลการแข่งขันที่ผ่านมา ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 
ฤดูกาล 2017/2018     กลุ่ม บี    บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 3-1 
ฤดูกาล 2017/2018    กลุ่ม บี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-0    
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ     บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 2-0
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 1-0
ฤดูกาล 1997/1998     กลุ่ม อี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-1
ฤดูกาล 1997/1998    กลุ่ม อี      บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 5-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    บาเยิร์น แพ้  เปแอสเช 0-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 2-0
 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
19/08/20    ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
13/08/20    ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง)     ชปล.
06/08/20    ชนะ โซโชซ์ 1-0 (เหย้า)     อุ่นเครื่อง
01/08/20    เสมอ ลียง 0-0 (สนามกลาง)     เฟร้นช์ ลีก คัพ
25/07/20     ชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ คัพ

บาเยิร์น มิวนิค
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล

เกร็ดและสถิติที่น่าสนใจของทั้งสองทีม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 
 อันดับของยูฟ่า : 7  
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 25 เสีย 5
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม เอ, ชนะ ดอร์ทมุนด์ 3-2 (รอบ 16 ทีม), ชนะ อตาลันต้า 2-1 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 5 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : รอบชิงชนะเลิศ (2019-20)

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับของ ยูฟ่า : 2   
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 10 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 42 เสีย 8
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม บี, ชนะ เชลซี 7-1 (รอบ 16 ทีม), ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ลียง 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 15 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : แชมป์ 5 (ครั้งหลังสุดฤดูกาล 2012-13 )

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เรอัล มาดริด 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ กาลาตาซาราย 1-0 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ คลับ บรูช 5-0 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ คลับ บรูช 1-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 เสมอ เรอัล มาดริด 2-2 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ กาลาตาซาราย 5-0 (เยือน) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
19/02/20 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 1-2 (เยือน) ชปล.
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
13/08/20 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
19/08/20 ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

บาเยิร์น มิวนิค
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ สเปอร์ส 7-2 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 3-2 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 6-0 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ สเปอร์ส 3-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
26/02/20 ชนะ เชลซี 3-0 (เยือน) ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

คาเปลโล่ชี้เป้าใครจะเป็นยอดคู่หูให้โรนัลโด้

ฟาบิโอ คาเปลโล่ ระบุ ยูเวนตุส ควรจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอา ราอูล ฮิเมเนซ มาเสริมแกร่งให้ได้ เพราะ ฮิเมเนซ จะเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมของ โรนัลโด้ เหมือนที่ โรนัลโด้ เคยมี คาริม เบนเซม่า คอยช่วยตอนอยู่ เรอัล มาดริด

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือว่างงานคนดัง กล่าวว่า ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ควรจะต้องทุ่มสุดตัวเพื่อดึง ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้า วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมทีมให้ได้ เพราะเขาจะช่วยเหลือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เป็นอย่างดี

"เบียงโคเนรี่" ตกเป็นข่าวกับกองหน้าหลายรายในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีการมองกันว่าแนวรุกของพวกเขายังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร โดยแม้ว่าในฤดูกาลล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะทำประตูในลีกได้ 31 ลูก แต่คนที่ยิงในลีกได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมคือ เปาโล ดีบาล่า ซึ่งทำไปเพียง 11 ประตูเท่านั้น

"เขาเป็นนักเตะชั้นยอดที่มีพรสวรรค์อย่างมาก เขาคือตัวเลือกในฝันสำหรับการเอามาเล่นร่วมกับ โรนัลโด้ เลยล่ะ เพราะว่าตอนนี้ คริสเตียโน่ ขาดนักเตะแบบ (คาริม) เบนเซม่า ที่ ยูเวนตุส และคนที่เหมาะกับเรื่องนั้นอาจจะเป็น ราอูล ก็ได้ แต่ปัญหาของ ยูเว่ ในตอนนี้ก็คือพวกเขาต้องขายนักเตะหรือปล่อยบางคนออกไปในรูปแบบยืมตัวเป็นอันดับแรกก่อนที่จะกลับไปลุยตลาดซื้อ-ขายนักเตะได้ล่ะนะ" คาเปลโล่ ระบุ

แห้วหมด!ฟานกัลเผย10แข้งที่อยากได้ตอนคุมแมนยู

 

หลุยส์ ฟาน กัล เปิดเผยลิสต์นักเตะ 10 คนที่เคยอยากได้แต่กลับต้องแห้วทั้งหมดในสมัยที่คุม แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมบอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ได้แข้งเหล่านั้นแม้แต่คนเดียว
   

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือคนดัง เปิดเผยว่าตนเคยพยายามที่จะดึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, กอนซาโล่ อิกวาอิน, เนย์มาร์, ซาดิโอ มาเน่, ริยาด มาห์เรซ, โธมัส มุลเลอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ รามอส และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ มาร่วมทัพในสมัยที่เป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใครแม้แต่คนเดียว

ในฤดูกาล 2014-15 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของ ฟาน กัล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาพาทีมได้อันดับ 4 ในลีก จนได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นถัดไป และพอถึงฤดูกาล 2015-16 เขาก็พาทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ในลีกได้เพียงอันดับ 5 เท่านั้น จนสุดท้าย ฟาน กัล ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอดีตกุนซือชาวดัตช์ก็มักจะให้สัมภาษณ์แนวตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีมซึ่งมีหน้าที่ประสานงานกับ ฟาน กัล โดยตรง

ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์กับ โฟร์โฟร์ทู นิตยสารด้านฟุตบอลชื่อดังว่า "ผมอยากได้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่พอได้รู้ว่ามันเป็นดีลที่ยากเกินไปแล้วนั้นผมก็พยายามจะไปคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาร่วมทัพแทน นอกจากนี้ ก่อนที่ผมจะเข้าไปทำงานกับทีมอย่างเป็นทางการน่ะผมยังได้คุยกับบอร์ดบริหารเกี่ยวเรื่อง เนย์มาร์ ด้วย"

"คือถ้าคุณอยู่กับทีมระดับ ยูไนเต็ด แล้วล่ะก็ คุณก็จำเป็นต้องคิดให้มันใหญ่ๆ เข้าไว้สิ (หมายถึงถ้าอยู่กับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ควรจะต้องคิดว่าสามารถเซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกได้) มันยังเป็นดีลที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในแง่ของการที่จะขายชุดแข่งได้มากมายก่ายกองด้วย นอกจากนี้ผมก็อยากได้ปีกที่มีความเร็วสูงมาร่วมทีมเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยพยายามจะคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ และ ริยาด มาห์เรซ มาร่วมทัพ"

"โธมัส มุลเลอร์ ก็อยู่ในลิสต์นักเตะที่ผมอยากได้เหมือนกัน และในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางผมก็อยากได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาร่วมทัพ ผมถึงขั้นพยายามที่จะเซ็นสัญญากับ เจมส์ มิลเนอร์ ด้วย จริงอยู่ว่าตอนนั้นเขาอายุเยอะแล้ว แต่เขาก็ยังเล่นในหลายตำแหน่งได้ดี และมีความเป็นผู้นำอีกต่างหาก ส่วนในแนวรับนั้นผมอยากได้ เซร์คิโอ รามอส กับ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เพราะตอนนั้นการขึ้นเกมจากแนวรับของเราทำได้ไม่ดีเลย"

"นักเตะเหล่านั้นเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของผม แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใครมาร่วมทัพเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น เพราะในฐานะผู้จัดการทีมแล้วนั้นผมไม่มีส่วนร่วมกับการเจรจาใดๆ ทั้งนั้น และพอผมออกจากทีมมาแล้วน่ะ นักเตะอย่าง มาห์เรซ กับ ก็องเต้ ก็ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ตามลำดับ ขณะที่ ยูไนเต็ด ไม่สามารถดึงพวกเขามาร่วมทัพได้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ"

 ทั้งนี้ ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ ฟาน กัล กุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เขาใช้เงินเสริมทัพราว 276.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 11,056 ล้านบาท) และได้นักเตะประเภทที่พร้อมเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันทีมาเสริมทัพราว 13 คน โดยในจำนวนนั้นมี 2 คนที่เป็นการเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัว ได้แก่ บิคตอร์ บัลเดส กับ เซร์คิโอ โรเมโร่ ส่วนอีก 11 คนที่ต้องจ่ายค่าตัวไปนั้นมีอย่างเช่น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, เมมฟิส เดอปาย, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อันเดร์ เอร์เรร่า และ ดาเล่ย์ บลินด์ เป็นต้น

หน้ามืดแล้ว!แมนยูหวังปาดหน้าปืนคว้า “กาเบรียล”

สื่อผู้ดี รายงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมสวมบทนักซิ่งเหยียบมิดไมล์ปาดหน้า อาร์เซน่อล เพื่อคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส แนวรับเลือดแซมบ้าจาก ลีลล์ มาร่วมทัพ ทั้งๆ ที่นักเตะกำลังจะเข้ารับการตรวจร่างกายกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ก็ตาม

              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะปาดหน้า อาร์เซน่อล ในการคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส กองหลังชาวบราซิเลียนมาร่วมทีม แม้ว่า "เดอะ กันเนอร์ส" ก็ยังคงเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแข้งรายนี้ไปเสริมทัพ จากการเปิดเผยของ สกาย สปอร์ตส์ สื่อดังในอังกฤษ

             ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่า กาเบรียล กำลังอยู่ในช่วงการเจรจาขั้นสุดท้ายกับ อาร์เซน่อล และจะเข้ารับการตรวจร่างกายในวันนี้ (วันพฤหัสบดี) โดยหากทุกอย่างไม่มีปัญหานักเตะเลือดแซมบ้าจะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับทีมด้วยระยะเวลา 5 ปีเลยทีเดียว พร้อมกับค่าตัว 22.6 ล้านปอนด์ (ราว 858.8 ล้านบาท)

              อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรแรกๆ ที่สนใจอยากได้ กาเบรียล ซึ่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟสมัยใหม่แถมยังถนัดเท้าซ้าย คาดหวังว่าจะใช้ช่วงเวลาประมาณ 11 ชั่วโมงนี้ทำการยื่นข้อเสนอเพื่อหวังให้นักเตะเปลี่ยนใจย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

              สำหรับไม้ตายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมใช้ยั่วใจ กาเบรียล ซึ่งทำผลงานได้น่าประทับใจกับสโมสรลีลล์ ในฤดูกาลล่าสุดและมีส่วนช่วยให้ทีมได้อันดับ 4 ในศึกลีก เอิง หวั่นไหวนั่นก็คือการมอบข้อเสนอจำนวนเงินค่าเหนื่อยสูงกว่าที่ทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า มอบให้ รวมทั้งโอกาสได้เล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ

ซิมิคาสทรงดี! 6 ข้อเชิงบวกหลัง “ลิเวอร์พูล” อุ่นเกือกสอย “สตุ๊ตการ์ท”



"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เปิดหัวได้สวยหรูทีเดียวในการลงเตะเกมอุ่นเครื่องนัดแรก เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21 หลังไล่อัด เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท สโมสรดังจากเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน 3-0 ที่ประเทศออสเตรีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นาทีที่ 15, นาบี เกอิต้า นาทีที่ 40 และ ริอาน บรูว์สเตอร์ กดปิดท้ายนาทีที่ 68 ซึ่งเกมนี้มีประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องเชิงบวก และนี่คือ 6 สิ่งดีๆ ที่ได้เห็นจากแมตช์นี้
 – เน้นตั้งแต่นัดแรก
  ด้วยการที่ซัมเมอร์นี้มีเวลาเตรียมตัวเพียงน้อยนิด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเข้มข้นทันทีตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องนัดแรกของช่วงปรี-ซีซั่น ด้วยการส่งผู้เล่นตัวจริงแบบ (แทบจะ) ยกชุดลงเล่นตลอดช่วง 45 นาทีแรก ยกเว้นเพียงแค่ในรายของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (อยู่รักษาอาการบาดเจ็บที่ ลิเวอร์พูล), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (เล่น 45 นาทีหลัง) และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เจ็บ) เท่านั้น ซึ่งการเข้าทำก็ดูดีทีเดียว เน้นการผ่านบอลทางภาคพื้นดินตามถนัด ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทั้งสามประตูที่ได้มาจากการเข้าทำที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น และแต่ละคนก็ดูจริงจังไม่น้อยกับการเล่นนัดนี้

  รายชื่อนักเตะชุดครึ่งแรก : อลิสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
  รายชื่อนักเตะชุดครึ่งหลัง : อาเดรียน – คี-ยาน่า ฮูแฟร์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เซป ฟาน เดน เบิร์ก, คอสตาส ซิมิคาส – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์, มาร์โก กรูยิช – ทาคุมิ มินามิโนะ, ริอาน บรูว์สเตอร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

 – เปิดซิงชุดแข่งใหม่สุดไฉไล… สวยดีนะ 
  เชื่อเหลือเกินว่า ตอนเปิดตัวช่วงแรกๆ "เดอะ ค็อป" หลายคนคงไม่ค่อยถูกใจกับชุดแข่งใหม่ของสโมสร แต่บอกได้เลยว่า พอดูไปเรื่อยๆ… ก็สวยนะ!!!  และนี่คือครั้งแรกที่เราได้เห็นทัพนักเตะ ลิเวอร์พูล ลงเล่นภายใต้ชุดแข่งใหม่ของแบรนด์ Nike ซึ่งเพิ่งเข้ามาแทน New Balance ที่อยู่ช่วยสร้างความสำเร็จด้วยกันมาหลายปี และการเปิดหัวด้วยชัยชนะแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียว สำหรับการร่วมมือกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ ไนกี้

 – เล่นกันยาก แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
  แม้จะเล่นกันแบบค่อนข้างจริงจัง แถมสภาพสนามก็ย่ำแย่จากการที่ฝนตกหนัก ทำให้เล่นกันไม่ง่าย โดยเฉพาะการต่อบอล แต่บรรดานักเตะ "หงส์แดง" ก็เล่นกันอย่างมีความสุข และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขนาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่มาในทรงผมใหม่แปลกตา ก็ยังยิ้มฟันขาว แม้เกมนี้ไม่มีสกอร์ก็ตาม ถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า บรรยากาศภายในทีมยังคงยอดเยี่ยม 

 – ซิมิคาส ทรงดี
  แบ็กซ้ายคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก โอลิมเปียกอส อย่าง คอสตาส ซิมิคาส ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกในช่วง 45 นาทีหลัง ซึ่งก็โชว์ฟอร์มได้โอเคเลย แบบว่าเล่นกับบอลง่ายๆ เติมเกมรุกเมื่อมีโอกาส และไม่ทิ้งเกมรับ ซึ่ง คล็อปป์ ก็ชื่นชมเป็นพิเศษในเรื่องของความเร็ว ขณะที่เจ้าตัวก็ยอมรับหลังเกมว่า ตนจำเป็นต้องเน้นเรื่องความฟิตเป็นพิเศษ

  "ผมรู้สึกดีมาก และแฮปปี้มากๆ ที่ได้ลงเล่นให้ทีมเป็นครั้งแรก" ฟูลแบ็กทีมชาติกรีซวัย 24 ปี กล่าว "ตอนนี้ผมต้องทำงานให้หนักขึ้นไปอีก เพราะผมต้องการให้ตัวเองพร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง เกมอุ่นเครื่องมันไม่ง่ายอยู่แล้ว เพราะอันดับแรกเลยคือ เราจำเป็นต้องฟิต นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงพยายามวิ่งให้เยอะเข้าไว้"

 

 – บรูว์สเตอร์ มีสกอร์
  แฟนๆ หลายคนอาจจะเชียร์ให้ ลิเวอร์พูล ดึงผู้เล่นที่เป็นกองหน้าธรรมชาติเข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ด้วยการที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเที่ยวนี้ ที่ไม่สามารถหาซื้อใครได้ง่ายๆ หลังจากเจอพิษ "โควิด-19" ดังนั้นการหวังพึ่งทรัพยากรที่มีอยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญ และครั้งนี้หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี อย่าง ริอาน บรูว์สเตอร์ ก็น่าจะหวังพึ่งได้มากกว่าเดิม หลังซีซั่นที่แล้ว (ครึ่งฤดูกาลหลัง) ถูกปล่อยตัวให้ สวอนซี ซิตี้ ยืมใช้งาน และทำผลงานได้น่าประทับใจด้วย แถมเกมนี้ก็เป็นคนทำประตูปิดท้าย เชื่อเหลือเกินว่า ฤดูกาล 2020/21 คล็อปป์ น่าจะผลักดันให้ บรูว์สเตอร์ ขึ้นมามีบทบาทกับทีมมากขึ้น 

 – โจนส์ ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ
  นอกจาก บรูว์สเตอร์ ที่ทำประตูได้แล้ว ดาวรุ่งอย่าง เคอร์ติส โจนส์ และ เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ลงเล่นช่วง 45 นาทีแรก ต่างก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ และดูเล่นเข้าขากับพวกพี่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในรายของ โจนส์ ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ และทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ กับจังหวะโยกหลอกคู่แข่งก่อนแอสซิสต์ให้ ฟีร์มีโน่ ยิงประตูนำ 1-0 ส่วนพวกแนวรับดาวรุ่งที่ลงเล่นครึ่งหลังอย่าง คี-ยาน่า ฮูแฟร์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์ และ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ก็เล่นได้นิ่ง และดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แม้มีผิดพลาดบ้างก็ตาม