เชียงรายฯรับสมัครแข้งจิ๋วฝึกทักษะลูกหนังเดือนพ.ย.นี้

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่าไทยลีก 2019 ได้จัดทำโครงการ ”Junior Beetle Camp” ซึ่งเป็นแคมป์ฝึกทักษะฟุตบอล โดยสอนเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรก สู่อ้อมกอดครอบครัวสิงห์ เชียงราย

โดย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด  ได้มีแผนดำเนินการฝึกสอนฟุตบอลโดยโค้ชระดับมืออาชีพ (Pro License) พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และได้รับความรู้จากนักฟุตบอลอาชีพโดยตรงที่สนามสิงห์ สเตเดี้ยม ซึ่งจำกัดจำนวนเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น รับสมัครรุ่นอายุ 6-15 ปี เริ่มฝึกทักษะฟุตบอลระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 63

สำหรับราคาไป-กลับ 9,800 บาท, ราคาค้างคืน 13,800 บาท, Early Bird 30 คนแรก ลดทันที 1,000 บาท ใครสนใจสามารถรีบสมัครและสอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 09-5914-2422 หรือช่องทางออนไลน์ Line:dragonflyofficial, Facebook : Dragonflyproject หรือสมัครได้ที่ Shop ของทางสโมสร ทั้ง Shop เมกะสโตร์ หน้าสนามสิงห์ สเตเดี้ยม, Shop สาขาเซ็นทรัล เชียงราย และ Shop ปตท. สาขาแม่ลาว

 

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

ช็อกโลก!บาร์ซ่าลั่นอยากได้ “เมสซี่” จ่าย700ล้าน

บีบีซี เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับโอกาสที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะย้ายทีมด้วยจำนวนเงินมหาศาลถึง 700 ล้านยูโร เนื่องจาก บาร์เซโลน่า ยืนกรานว่าหากทีมไหนอยากได้นักเตะไปจริงๆ ก็ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวนดังกล่าว ขณะที่ สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ก็หวังใช้เงื่อนไขขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาลมาสู้

               บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ประกาศจุดยืนชัดเจนหากสโมสรไหนอยากได้ ลิโอเนล เมสซี่ ไปร่วมทีมต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ราว 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น จากการวิเคราะห์ของ "บีบีซี" สำนักข่าวชื่อดังในประเทศอังกฤษ

              หลังจากที่มีรายงานจากสื่อทั่วโลกระบุว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร แล้วว่า ตัวเขาต้องการอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้เลยทันที แม้จะเหลือสัญญาอยู่กับต้นสังกัดเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากไม่พอใจการบริหารงานของทีมที่ดูเหมือนไม่มีอนาคต รวมทั้งการโดน โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่  ตัดสิทธิพิเศษที่เคยได้รับออกไป

               เมสซี่ ซึ่งได้มีการพูดคุยกับครอบครัว และทนายความส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว คาดหวังจะใช้เงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล อย่างไรก็ตาม  บาร์เซโลน่า ได้มีการสวนกลับทันที ด้วยการระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวมีอายุแค่จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน ของแต่ละปีเท่านั้น ซึ่งสำหรับปีนี้ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้ว

               แม้ว่าในเวลานี้ กองหน้าอัจฉริยะ วัย 33 ปี จะยังไม่ได้ตกลงย้ายไปเล่นกับสโมสรไหนก็ตาม แต่หากทีมไหนอยากได้นักเตะไปร่วมสังกัด งานอาจจะต้องทุ่มเงินถึง 700 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้มันเป็นการย้ายทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเลยทีเดียว

ช็อก!แข้ง-สตาฟฟ์พรีเมียร์ลีกติดโควิด14ราย

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษแฉว่าตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ของทีมใน พรีเมียร์ลีก ติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 14 คน หลังจากทำการตรวจคนเหล่านั้นในการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่น แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันแต่อย่างใด

    มีนักเตะและสตาฟฟ์จากทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 14 คนด้วยกัน จากการตรวจระหว่างการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่นของ 12 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

    ไม่มีการเปิดเผยว่า 12 ทีมที่โดนตรวจในครั้งนี้มีทีมไหนบ้าง แต่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้มีคนติดเชื้อเยอะขนาดนี้เป็นเพราะหลายคนกลับมาจากการไปเที่ยวพักผ่อนในประเทศต่างๆ ซึ่ง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ชี้แจงหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้แต่อย่างใด

    ทั้งนี้ การที่มีคนติดเชื้อ 14 คนในครั้งนี้นั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเยอะพอตัว เพราะตลอดทั้งช่วงดังกล่าวมีการตรวจนักเตะกับสตาฟฟ์รวมแล้วราว 35,000 ครั้ง และพบว่ามีคนติดเชื้อเพียง 30 รายเท่านั้น

    เดลี่ เมล เสริมว่าการที่มีนักเตะและสตาฟฟ์ติดเชื้อรวม 14 คนในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ที่จะเริ่มเตะกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็เตือนสโมสรต่างๆ ว่ายังต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อทำให้ทั้งสนามแข่งและสนามซ้อมปลอดเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยเชื่อกันว่าในฤดูกาล 2020-21 นั้น พรีเมียร์ลีก จะตรวจบรรดานักเตะของทีมในลีก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ น้อยกว่าช่วงที่กลับมาแข่งกันเมื่อซีซั่นก่อนที่ทำการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

“โรโฮ” รับเกือบโดน “อิบรา” ฆ่าหลังด่าเรื่องต้องห้าม

มาร์กอส โรโฮ แนวรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนความหลังที่ไม่เคยลืมตอนทะเลาะกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และดันใช้คำพูด "บูลลี่" ดาวเตะชาวสวีดิช จนทำให้เขาของขึ้นถึงขั้นจะมาเอาเรื่องชนิดที่หากไม่มีเพื่อนร่วมทัพ "ปีศาจแดง" กับ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาช่วย มีหวังได้ไปคุยกับรากมะม่วงแหงๆ

    มาร์กอส โรโฮ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจตนเกือบไม่มีลมหายใจ หลังจากที่ดันไปล้อเลียนเรื่อง "ต้องห้าม" ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ามากประสบการณ์ ตอนที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมงานกันในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เรื่องเด็ดประเด็นร้อนเกิดขึ้นภายในสนามเมื่อ โรโฮ ไม่ยอมผ่านบอลให้ อิบราฮิโมวิช จนเป็นเหตุให้ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัว จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ต้องเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน

    โรโฮ ซึ่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอสตูเดียนเตส สโมสรในลีกบ้านเกิด ในซีซั่นล่าสุด เปิดใจเกี่ยวกับเหตุที่ทำให้เขาเกือบโดน "อิบรา" ทำร้ายร่างกายว่า "เขาอยากได้บอลตลอดเวลา คุณคงเห็นกันอยู่แล้ว เรากำลังจะชนะ 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เราครองบอลตลอด ผมเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ผมพยายามผ่านบอลบริเวณครึ่งสนาม"

        "ตอนนั้นเขาวิ่งลงมา ขณะที่เรากำลังผ่านบอลบริเวณแดนหลัง โดยมี ป็อกบา ยืนอยู่คนเดียวทางฝั่งซ้าย ผมก็เลยส่งบอลให้เขา และ ปอล ก็เริ่มทำตัวอวดเก่ง ซลาตัส ตะโกนด่าใส่ผม ผมก็เลยสวนกลับไปว่า -หุบปากไปเลย ไอ้จมูกโต แกอยากได้บอลตลอดเวลาเลยหรือไง-"

        "จากนั้นเราก็โต้เถียงกันเสียงดังลั่น พอจบครึ่งแรก และต้องเข้าไปในห้องแต่งตัว ผมอยู่ในที่ของผม กำลังถอดรองเท้า และเขาก็เดินเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธ เขาเตะทุกอย่าง เขาหยุดที่ผมแล้วก็จ้องหน้าผม จากนั้นก็ตะโกนว่า -เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร ?- ผมหันไปมองแล้วก็ตอบไปว่า -แล้วแกคิดว่าฉันพูดว่าอะไรละ ?-"

        "จริงๆ แล้วในใจลึกๆ ผมหวังว่าจะมีใครซักคนเข้ามาแยกเราออกไป เพราะเขาพยายามที่จะฆ่าผม พวกนักเตะชาวอังกฤษที่ตัวใหญ่ๆ แยกเราออกจากกัน มูรินโญ่เข้ามาตะโกนใส่พร้อมกับเข้ามาแยก ในห้องแต่งตัววุ่นวายไปหมด จากนั้นทุกอย่างก็จบ เราชนะ และก็ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป"

        "ในวันถัดมา ช่วงเช้าๆ ผมเข้าไปกินอาหารเช้า ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาจับที่คอผม ผมไม่สามารถหันกลับไปมองได้ และเขาก็พูดว่า -แกพูดกับฉันว่าอะไรนะ ?- และเขาก็เริ่มหัวเราะ ขอบคุณพระเจ้าที่เขาโชว์ลีลาคาราเต้แบบหยอกๆ ซึ่งผมคงตายแหงๆ ถ้าเขาเอาจริง ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้เลย" โรโฮ ระบุ

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

ของหวง!บิ๊กบาร์เซโลน่าลั่นไม่มีวันขาย “ฟาติ”

 โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า ประกาศชัด อันซู ฟาติ แข้งวันเดอร์คิดของทีม ไม่ได้มีไว้ขาย พร้อมแจงตอนนี้ยังไม่มีสโมสรใดยื่นข้อเสนอเข้ามาทาบซื้อด้วย
     โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่า สโมสรตนไม่มีแผนการที่จะขาย อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งคนเก่งของทีม และคาดหวังที่จะเห็นนักเตะอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู จนถึงวันเลิกเล่น

     ฟาติ ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นให้ บาร์ซ่า รวมทุกรายการ 32 นัด ทำได้ 8 ประตู จนมีข่าวได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ทว่าล่าสุด บาร์โตเมว ประกาศชัดว่า ดาวเตะวัย 17 ปีคนนี้ ไม่ได้มีไว้ขาย

     "ตอนนี้ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่า มีหลายสโมสรกำลังให้ความสนใจเขา แต่คำตอบสำหรับ บาร์เซโลน่า คือ -ไม่- เขาคืออนาคตของสโมสร อันซู ไม่ใช่นักเตะที่มีไว้ขาย เขาเป็นนักเตะที่ไม่เหมือนใคร เพราะเขากระโดดจากทีมเยาวชนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เลย"

     "มีนักเตะเพียงไม่กี่คนหรอก ที่เป็นได้แบบเขา ดังนั้น บาร์เซโลน่า จึงไม่สามารถขายเขาได้ ถึงแม้มันอาจจะเป็นการช่วยสโมสรในเรื่องปัญหาด้านการเงินก็ตาม ไม่มีเลยจริงๆ เกี่ยวกับความคิดที่จะขายเขาออกจากทีม ในทางกลับกัน เราต้องการที่จะช่วยเขาเติบโต และทำให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมในอนาคต เพื่อที่จะให้เขาอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต" บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า กล่าว

     ปัจจุบัน ฟาติ เหลือสัญญากับ บาร์ซ่า ถึงจบฤดูกาล 2021/22

เผยค่าเหนื่อยวิลเลี่ยนรับกับอาร์เซน่อลน้อยกว่าเดิมแต่ออปชั่นเพียบ

เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ระบุ วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนที่เพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี จะฟันค่าเหนื่อยโดยรวม 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ อาร์เซน่อล ส่วนการเซ็นสัญญาจะมีขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้

    วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนจะได้ค่าเหนื่อยโดยรวมจาก อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท) เมื่อเขาเซ็นสัญญากับทีมอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    หลังจากที่อยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่ปี 2013 วิลเลี่ยน ก็เปิดเผยผ่านจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับทีมแล้วบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งมันก็เป็นที่เชื่อกันว่า อาร์เซน่อล คือทีมที่จะได้แข้งวัย 32 ปีไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ เดลี่ เมล ระบุว่าที่จริงแล้ว อาร์เซน่อล ให้ค่าเหนื่อยในเบื้องต้นกับ วิลเลี่ยน น้อยกว่าที่เขาเคยได้ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กับที่ เชลซี แต่ถ้ารวมเงื่อนไขอื่นๆ แล้วมันก็จะทำให้เงินพุ่งไปถึงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ ได้เลย โดยตัวสัญญาจะมีระยะเวลา 3 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า วิลเลี่ยน จะเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการภายในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ต่างกับ สกายสปอร์ตส์ ที่บอกว่าจะมีขึ้นภายในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม โดยเป็นที่เชื่อกันว่าที่จริง อาร์เซน่อล อยากจะเปิดตัวเขาก่อนหน้านี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนไปก่อน เพราะไม่กี่วันก่อน อาร์เซน่อล เพิ่งประกาศปลดพนักงาน 55 คน จนทำให้กลัวว่าถ้าเปิดตัว วิลเลี่ยน เร็วเกินไปมันจะทำให้หลายคนตำหนิสโมสรว่ายอมทิ้งพนักงานหลายชีวิตเพื่อนักเตะเพียงคนเดียว

ยกเลิกนัดรีเพลย์’เอฟเอ คัพ’, ตัดเชือกลีกคัพจบในเกมเดียว

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลหน้า จะไม่มีการแข่งในนัดรีเพลย์อีกต่อไป ขณะที่รอบตัดเชือกลีกคัพจะแข่งให้จบภายในเกมเดียว

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ยืนยัน ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2020/21 จะไม่มีนัดรีเพลย์ เพื่อช่วยลดโปรแกรมให้กับสโมสรที่ต้องกรำศึกหนัก

เอฟเอ คัพ ปีนี้จะเริ่มฟาดแข้งในวันที่ 1 กันยายน ส่วนเกมนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 15 พฤษภาคม ปี 2021 โดยทุกคู่ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะหากเสมอกันใน 90 นาที หากยังเสมอกันอีกก็ต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ด้านเงินรางวัลสำหรับทีมแชมป์จะถูกลดลงมาเหลือ 1.8 ล้านปอนด์ เท่ากับในฤดูกาล 2017/18 จากเดิมที่มอบให้ 3.6 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตโควิด-19

ขณะที่ถ้วย คาราบาว คัพ ที่เดิมทีต้องลงเล่น 2 เกมแบบเหย้าเยือนในรอบรองชนะเลิศ ก็ปรับมาจบในเกมเดียวเช่นกัน โดยจะเริ่มแข่งในวันที่ 8-9 กันยายน และชิงกันในวันที่ 14 มีนาคม ปี 2021

ใครสนยื่นมา! ‘สเตอร์ริดจ์’รับอยากกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษยอมรับว่าอยากกลับมาเล่นในลีกประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่าอยากกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในเวลานี้

ดาวยิงวัย 31 ปี กลายเป็นแข้งไร้สังกัดหลังถูก เอฟเอ แบนจากวงการฟุตบอลเป็นระยะเวลา 4 เดือน พร้อมทั้งปรับเงินอีก 150,000 ปอนด์ จากการทำผิดกฎเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล จนต้องยกเลิกสัญญากับ แทร็บซอนสปอร์ ทีมในตุรกี ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าอยากกลับไปเล่นในลีกสูงสุดประเทศบ้านเกิดอีกครั้งถ้ามีโอกาส

"มีตัวเลือกจากทั่วโลก แต่ผมเป็นนักเตะอังกฤษและผมรักที่จะเล่นในอังกฤษอยู่เสมอ" สเตอร์ริดจ์ กล่าว

"ผมเชื่อว่าตัวเองยังมีหลายสิ่งที่มอให้พรีเมียร์ลีกได้ และผมขอบอกว่านี่เป็นตัวเลือกแรกของผม ผมรู้สึกว่ายังทำงานของตัวเองไม่เสร็จ ดังนั้นผมอยากกลับไปเล่นที่นั่น"