ท่านประธานลั่นเอง! “เซเรโซ” ยืนยันไม่ปล่อย “โอบลัค” ให้สิงห์บลูส์แน่

เอ็นริเก เซเรโซ ประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริด ยืนยันด้วยตัวเองว่าจะไม่ยอมปล่อย แยน โอบลัค นายทวารทีมชาติสโลเวเนีย วัย 27 ปี ให้กับเชลซี หรือทีมใดก็ตามที่ตกเป็นข่าวด้วยแน่นอน

"ผมพูดออกสื่อบ่อยมากจนเกินพอแล้วว่า โอบลัคยังมีสัญญาอยู่กับแอตฯ มาดริด และเขาก็คือผู้รักษาประตูที่เก่งสุดในโลก ณ เวลานี้ ฉะนั้นผมไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีมแน่แม้จะได้รับข้อเสนอสุดงามจากทีมใหญ่อื่นๆมากมาย" เถ้าแก่ใหญ่กล่าวกับ Marca

"นอกจากโอบลัคแล้ว สโมสรเราก็ยังอัดแน่นไปด้วยนักเตะระดับท็อปของโลกมากมาย ฉะนั้น เขาย่อมมีความสุขที่ได้เล่นฟุตบอลและเป็นคนสำคัญของทีมแน่นอน"

"การที่เด็กของเราตกเป็นข่าวลือร่วมกับทีมอื่นเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะเขาคือผู้รักษาประตูที่ทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่องหลายปีและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครเหนือกว่าจริงๆ"

แลมพาร์ดหัวเสียทำไมไม่ใช้วีเออาร์?!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ตั้งคำถามถึงการใช้ วีเออาร์ หลังจากที่เจ้าตัวมองว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจนถูกไล่ออกนั้น ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนหนุ่มของ เชลซี ไม่พอใจที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินในจังหวะที่ควรจะต้องใช้ ซึ่งทำให้เกิดจุดเปลี่ยนต่อทีมของตัวเอง

    "สิงห์บลูส์" เริ่มต้นได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็อง

    จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น และสถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

    แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต และตำหนิไปยังเรื่องการใช้ วีเออาร์ โดยเฉพาะจังหวะที่ โควาซิช ถูกใบเหลืองที่สอง เนื่องจากตนมองว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาคา นั้น ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่

    "นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดที่คุณไม่สามารถเรียกร้องใบเหลืองที่สองได้ บางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยืนยันความคิดของตัวเอง"

    "ถ้าเรามี วีเออาร์ มันคงเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม"

    "ช่วงท้ายเกมเรากดดันพวกเขาได้บ้าง ผมไม่สามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดของลูกทีม แต่จังหวะนั้นไม่สมควรเป็นใบแดง พูดอีกครั้งนะ ผมพยายามกลับมามองที่เราเสมอ และเราก็ทำได้ไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดชิงฯ"

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดภาค2!บริดจ์ขอหนีเทอร์รี่

ตำนานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีระหว่าง จอห์น เทอร์รี่ กับ เวย์น บริดจ์ ยังไม่จบ หลังสื่อเผยมีเรื่องราวเป็นกรณีของทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    เวย์น บริดจ์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ และ เชลซี ตัดสินใจที่จะขายบ้านทิ้ง หลัง จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตัน "สิงห์บลูส์" ที่เวลานี้ไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ตามรายงานจาก เดอะ ซัน สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ย้อนไปเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว เทอร์รี่ ต้องตกเป็นจำเลยสังคม เพราะมีการเปิดเผยว่าในช่วงเวลาที่ บริดจ์ เล่นอยู่กับ เชลซี และเป็นเพื่อนร่วมทีมกันนั้น "เจที" แอบตีท้ายครัวเพื่อนด้วยการไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ วาเนสซ่า เปอร์รองเซล นางแบบคนสวยอดีตภรรยาของ บริดจ์

    บริดจ์ วัย 39 ปี และ แฟร้งกี้ ภรรยาที่เป็นอดีตนักร้อง กำลังประกาศขายบ้านของพวกเขาในแถบเซอร์เรย์ มูลค่า 5.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 220 ล้านบาท) หลัง เทอร์รี่ และ โทนี่ ภรรยา เพิ่งมาซื้อบ้านมูลค่า 4.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 172 ล้านบาท) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

    แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยผ่าน เดอะ ซัน ว่า "แน่นอน เวย์น และ จอห์น ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เวย์น และ แฟรงกี้ ต้องการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่แบบสดชื่น พวกเขาตัดสินใจย้ายบ้านออกจากเมืองเก่าของพวกเขาเพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ บางอย่าง"

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั้น อดีตนักเตะดังทั้ง 2 ราย ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิง และไม่มีวันคืนดีกันอย่างแน่นอน โดย บริดจ์ เคยปฎิเสธจับมือกับ เทอร์รี่ ก่อนเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี เมื่อปี 2010

ไม่โทษใคร! “แลมพาร์ด” รับเชลซีไม่ดีพอเอง

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ "สิงห์บลูส์" ไม่ดีพอจริงๆ หลังพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงฯ พร้อมจวกลูกทีมที่ไม่ยอมสานต่อฟอร์มดีๆ ในช่วงต้นเกม

     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนเล่นกันไม่ได้เรื่องเอง หลังจากที่ทัพ "สิงห์บลูส์" พลิกพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชลซี ทำท่าว่าจะไปได้สวย หลังออกสตาร์ทได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง

     จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากลูกยิงสุดเหนือชั้นของ โอบาเมยอง เจ้าเก่า และสถานการณ์ของ "สิงห์บลูส์" ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

         "เราทำได้ดีช่วง 15 นาทีแรก ซึ่งเราทำประตูได้ และสร้างโอกาสได้เพียบ แต่เราคงทำได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสานต่อ เกม เอฟเอ คัพ นัดชิงฯ มันไม่ใช่เกมที่เราจะมาเดินเล่น เราปล่อยให้พวกเขากลับมาสู่เกม ซึ่งเมื่อคุณทำแบบนี้ มันก็ยากที่คุณจะกลับมาสู่เกม เราเล่นกันไม่ดีพอที่จะคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงฯ ครั้งนี้" กุนซือวัย 42 ปี เปิดใจหลังเกม

โซลชา : เชลซีได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมงคือข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง

กุนซือปีศาจแดง ชี้ว่าทัพสิงห์บลูส์มีความได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในเกมการแข่งขัน
โอเล กุนนาร์​ โซลชา กุนซือของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด ชี้ว่าเชลซีนั้นได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของข้ออ้าง

ทัพปีศาจแดงหยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 19 นัดหลังพลาดท่าแพ้ทัพสิงห์บลูส์ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด 1-3 กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ โดยเชลซีจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม โซลชา ชี้ว่าทีมของเขาเสียเปรีบเรื่องตารางการแข่งขัน หลังเชลซีลงสนามกับนอริชตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ส่วนทีมของเขาเล่นกับคริสตัล พาเลซคืนพฤหัสบดี แต่ถึงอย่างนั้น โซลชา ไม่คิดจะยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างที่ทำให้ทีมของเขาอดเข้าชิงฯแต่อย่างใด

"แน่นอนการจบครึ่งแรกด้วยการเสียประตูหลังเกมพักไปนานมันเป็นหายนะสำหรับเรา เราเสียสมาธิและมันน่าผิดหวัง" โซลชา เผย

"เชลซีมีเวลามากกว่า 48 ชั่วโมง มันเป็นแค่ข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช้ข้ออ้าง ผมไม่สามารถใช้ข้ออ้างใด ๆ ได้ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เราเลือกที่จะเล่นรอบรองชนะเลิศดีกว่าไม่เล่น และผมไม่สามารถบ่นอะไรได้เลย"

 

ปัดลิเวอร์พูล! “แวร์เนอร์” เผยเหตุผลเลือกซบเชลซี

ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีของ ไลป์ซิก เผยเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี หลังจากได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมตั้งความหวังที่จะรักษาฟอร์มฮอตแบบนี้ต่อไปเมื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่
               ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอต แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ออกโรงเปิดใจเหตุผลที่เลือกย้ายไปค้าแข้งกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี  เพราะรู้สึกสบายใจตอนที่ได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ

               หัวหอกทีมชาติเยอรมนี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ ไลป์ซิก ด้วยการซัดไปถึง 34 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ ตัดสินใจโบกมือลาต้นสังกัด เพื่อไปเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมมเอร์นี้ โดยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 47.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,805 ล้านบาท) พร้อมรับค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

              ก่อนหน้าที่นักเตะจะตกลงไปอยู่กับ เชลซี นั้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เคยเกือบที่จะได้เขาไปร่วมทีม โดย แวร์เนอร์ ยอมรับว่าที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทัพ "สิงห์บลูส์" หลังจากได้พูดคุยกับ แลมพาร์ด และบอร์ดบริหารสโมสร "การพูดคุยกับบอร์ดบริหารเชลซี มีแต่เรื่องดีๆ ซึ่งทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับพวกเขา"

             "โดยเฉพาะ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่พร้อมหนุนหลังผม และอยากใผ้หมรู้ว่าถ้าผมย้ายไปที่เชลซี ผมจะรู้สึกสบายใจ และผ่อนคลายเหมือนกับที่ผมอยู่กับ ไลป์ซิก ในการพูดคุยกับผม บ่อยครั้งที่โค้ชเน้นย้ำว่าเขาอยากได้ผมมากแค่ไหน เขาเห็นคุณค่าของผมในฐานะคนๆ หนึ่งมากขนาดไหน"

             "แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทิ้งสถานที่แห่งความสุขเหมือนที่ผมได้อยู่กับ ไลป์ซิก ช่วงหลายๆ ปี แต่คุณมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในอาชีพถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวต่อไป ฤดูกาลนี้มันเหมือนกับทางแยก แน่นอนว่าผมอยากอยู่กับ ไลป์ซิก ตลอดไป แต่ผมตัดสินใจในสิ่งใหม่ และผมหวังว่าฟอร์มของผมจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป" แวร์เนอร์ กล่าว

ชี้โพรงให้กระรอก! คุณยายแฟนเชลซีแนะเมาท์จีบหลานสาว

เมสัน เมาท์ แข้งดาวรุ่งพุ่งแรงเชลซี เตรียมเคลียร์เวลาคุยแก้ตัวกับแฟนสาวได้เลย หลังโดนคุณยายสาวกพันธุ์แท้ "สิงโตน้ำเงินคราม" พยายามชวนให้ไปจีบหลานสาวของเธอ แถมยังให้แนวคิดเด็ดหากไม่ลองคงไม่รู้ว่าหลานของเธอแจ่มแค่ไหน

     เมสัน เมาท์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เจอทีเด็ดสาวก "สิงห์บลูส์" รุ่นคุณยาย ที่พยายามคะยั้นคะยอให้เขาลองเปิดใจคบหากับหลานสาวของเธอ ขณะที่กำลังสื่อสารกันผ่านทางวีดิโอคอล

     มัวรีน แฟนพันธุ์แท้สโมสรเชลซีตั้งแต่สาวยันแก่ จำเป็นต้องอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เธอมีโอกาสได้คลายเครียดเมื่อได้พูดคุยกับ เมาท์ ผ่านทางช่อง เชลซี ยูทูบ แชนแนล (Chelsea Youtube)

 

         ในระหว่างที่สนทนาคุณยายใจเด็ดได้นำเสนอหลานสาวของเธอซึ่งชื่อ เชลซี เหมือนกับสโมสรอันเป็นที่รัก โดยบอกว่าหลานของเธอตกหลุมรัก เมาท์ มากๆ "เธอหลงใหลคุณมากๆ เธอรอคอยจะได้คุยกับคุณ จนกระทั่งฉันได้คุยกับคุณก่อน เธอคงอิจฉาสุดๆ เธอ แต่ขณะเดียวกันเธอก็คงดีใจมากๆ แล้วพูดว่า -ยายบอกเขาเกี่ยวกับตัวหนูไหมคะ ?- เธอเป็นคนสวย คุณกำลังมองหาแฟนอยู่หรือเปล่า ?"

      ขณะเดียวกัน เมาท์ ซึ่งถึงกับหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนี้ ได้ตอบไปว่า "คุณยายพยายามจับคู่ให้ผมเหรอ ? ผมไม่คิดว่าแฟนของผมจะแฮปปี้กับเรื่องนี้นะครับ"

 

     ยังไม่จบแค่นั้นเพราะ คุณยายมัวรีน ยังคงพยายามแนะนำหลานสาวของเธอว่าน่าสนใจจริงๆ และต้องลองเปิดใจดูซะหน่อย "อืมม งานนี้หากคุณไม่ลองก็ไม่รู้นะ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆ ใช้ชีวิตให้คุ้มหลานเอ๊ย"