7 แข้งลิเวอร์พูลอาจโดนปล่อยยืมก่อนเดดไลน์

ถึงแม้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะทั่วไป จะปิดลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ตลาดในประเทศยังสามารถทำการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนกันได้อยู่จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล อาจมีโอกาสได้ย้ายออกไปแบบยืมตัวก่อนที่จะถึงวันเดดไลน์
    สำหรับคนแรกที่มีโอกาส นั่นคือ แฮร์รี่ วิลสัน จริงๆ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังสุดๆ เมื่อสโมสรปฏิเสธข้อเสนอจาก เบิร์นลี่ย์ เมื่อเดือนก่อน

 

    ถึงตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยว่า ดาวเตะวัย 23 ปีจะเบียดขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของ ‘หงส์แดง’ เนื่องจากในตอนนี้ผู้เล่นคนอื่นที่เล่นตำแหน่งเดียวกัน มีอยู่เต็มทีมไปหมด

    ซึ่งการลงไปเล่นในทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ แบบยืมตัวก็ยังเป็นไปได้ จริงๆ มีหลายทีมที่สนใจคว้าตัว วิลสัน ไปครอบครอง แต่ติดตรงที่ราคาค่าตัวไม่ตรงความต้องการของ ลิเวอร์พูล ฉะนั้น การปล่อยยืม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

    รายที่สอง เบน วู้ดเบิร์น… เอาเข้าจริงแข้งวัย 20 ปีรายนี้ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้สักที

    เมื่อซีซั่นที่แล้ว เขาถูกปล่อยให้ อ๊อกซ์ฟอร์ด ยืมตัวไปใช้งาน และทีมที่มีข่าวตอนนี้คือ ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้ วู้ดเบิร์น มีโอกาสยึดทีมตัวจริงในชุดใหญ่ได้ไม่ยาก

    รายต่อมา นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ หรือ แนต ฟิลลิปส์ ถึงตอนนี้เขาแทบไม่มีอนาคตกับ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดันสองดาวเตะดาวรุ่งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวอย่าง บิลลี่ คูเมติโอ กับ รีห์ส วิลเลี่ยมส์

    ฟิลลิปส์ มีข่าวย้ายออกแบบถาวรกับ บริสตอล ซิตี้ รวมถึง เรดดิ้ง, สวอนซี และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยเช่นเดียวกัน

    คนที่ 4 เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก แข้งวัย 18 ปีตกเป็นเป้าหมายของทีมในลีก ฮอลแลนด์ และ ทีมระดับลีกา 2 เยอรมนี เช่นเดียวกันหลายๆ ทีมในลีกล่างของอังกฤษ

    ฟาน เดน เบิร์ก ทำผลงานน่าประทับใจกับ ลิเวอร์พูล ยู21 ในศึก อีเอฟแอล โทรฟี่ ที่เจอกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ซึ่งเกมนั้นก็มีแมวมองจากหลายทีมติดตามฟอร์มการเล่นของเขา

    การปล่อยยืมในทีมลีกล่างของ อังกฤษ ก็ยังเป็นไปได้ก่อนวันที่ 16 ตุลาคม

    ต่อที่รายที่ 5 เฮอร์บี้ เคน มิดฟิลด์วัย 21 ปี มีโอกาสที่จะถูกขายออกไปในวันก่อนปิดตลาดนี้ ซึ่งมี ฮัลล์ ให้ความสนใจอยู่ โดยในอดีตเขาก็เคยไปเล่นในถิ่น KCOM มาแล้ว

    รายที่ 65 ยาสเซอร์ ลารูซี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสขึ้นชุดใหญ่เนื่องจากมีทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ คอสตาส ซิมิกาส

    แข้งวัย 19 ปีรายนี้กำลังจะหมดสัญญาในปีหน้า แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการต่อสัญญาใหม่ การปล่อยยืมออกไปเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม กับสัญญาที่กำลังจะหมดลง อาจทำให้ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะขายขาดออกไปเพื่อจะได้ไม่เสียฟรีตอนปีหน้า

    คนสุดท้าย เลียม มิลลาร์ มีหลายทีมใน แชมเปี้ยนชิพ ให้ความสนใจทั้ง สโต๊ค, ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส, แบล็คเบิร์น และ ร็อตเธอร์แฮม

    กองหน้าวัย 21 ปี เคยถูกปล่อยยืมไปเล่นใน สกอตแลนด์ กับ คิลมาร์น็อค 2 ปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะกลับมาเล่นในอังกฤษในซีซั่นนี้

ส่อย้าย?บรูว์สเตอร์ส่งสัญญาณเหมือนจะลาลิเวอร์พูล

ทุกวันนี้นักฟุตบอลชอบกด "ไลค์" ข่าวสารตามโลกโซเชียลเยอะพอตัว และล่าสุดก็มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกอนาคตไกลของ ลิเวอร์พูล ดันกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาจ่อที่จะย้ายไปอยู่กับ เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้ว

ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่งสัญญาณเหมือนกับว่ากำลังจะย้ายไปอยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากไปกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาอาจจะไปซบที่นั่น

บรูว์สเตอร์ ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองรายหนึ่ง โดยเขาเคยทำประตูให้ทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ได้เยอะพอตัว ขณะที่ฤดูกาลก่อนตอนไปเล่นกับ สวอนซี ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัวเขาก็ทำได้ 10 ประตู จากการลงเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ 20 นัด แถมในซีซั่นนี้เขาก็ได้ลงเล่นเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ "หงส์แดง" แพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยังไม่คิดว่าเขาดีพอที่จะเป็นกำลังของทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 อยู่ดี จนทำให้แข้งวัย 20 ปี ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว โดยนอกจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น คริสตัล พาเลซ ก็เป็นอีกทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขาเหมือนกัน และไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ตอบรับข้อเสนอจาก "ดาบคู่" แล้ว หลังจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด เสนอจ่ายค่าตัวให้ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท)

ทั้งนี้ Risingballers เพจด้านข่าวสารวงการฟุตบอลบน อินสตาแกรม ก็เล่นข่าวนี้เช่นกัน ซึ่งมันก็มีคนเข้าไปกด "ถูกใจ" เยอะพอตัว แต่ประเด็นคือหนึ่งในคนที่กดถูกใจก็คือ บรูว์สเตอร์ เอง จนทำให้ดูเหมือนกับว่ามีโอกาสสูงที่มันจะเป็นเรื่องจริง

แบ็กกี้ส์มาแล้ว!เวสต์บรอมฯคัมแบ็กพรีเมียร์ลีก

"เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าตั๋วคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก สำเร็จ แม้เกมปิดซีซั่นทำได้แค่เจ๊า ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ทีมดังอย่าง ฟูแล่ม กับ สวอนซี ซิตี้ ไปลุ้นคว้าตั๋วจากการเตะเพลย์ออฟ
             เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าอันดับสองในศึก แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ พร้อมซิวตั๋วเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ถึงแม้เกมสุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

             "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ตามหลังทีมแชมป์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็ต้องขอบคุณ เบรนท์ฟอร์ด คู่แข่งสำคัญด้วย ที่พลาดท่าแพ้ บาร์นส์ลี่ย์ คาบ้าน 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือ สลาเวน บิลิช ได้กลับมาลุยลีกสูงสุดของประเทศ หลังตกชั้นลงมาในฤดูกาล 2017/18

             สำหรับสามทีมที่ตกชั้นลงไปเล่น ลีก วัน ฤดูกาลหน้า ประกอบไปด้วย ชาร์ลตัน แอธเลติก, วีแกน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ทีมอันดับ 3-6 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้ ได้ไปเตะเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น
   
    *ประกบคู่เตะเพลย์ออฟ* (เตะ 2 เกม เหย้า-เยือน)
       
    เลกเรก
        – 26 ก.ค. : สวอนซี ซิตี้ (6) พบ เบรนท์ฟอร์ด (3)
        – 27 ก.ค. : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5) พบ ฟูแล่ม (4)
   
    เลกสอง
        – 29 ก.ค. : เบรนท์ฟอร์ด (3) พบ สวอนซี ซิตี้ (6)
        – 30 ก.ค. : ฟูแล่ม (4) พบ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5)

    ทั้งนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศฟาดแข้งกันที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันที่ 4 สิงหาคม

 

ไม่ใช่แค่ซานโช่!แมนยูเล็งคว้าอีก3นักเตะ

สื่ออังกฤษ เผย แมนฯ ยูไนเต็ด หวังเสริมทัพหนักเพื่อกลับมาลุ้นแชมป์ในซีซั่นหน้า เผยนอกจาก จาดอน ซานโช่ ยังเล็งอีก 3 ตำแหน่งด้วย
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงที่จะได้ จาดอน ซานโช่ ปีกคนเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังมีรายงานว่า สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะได้แล้ว โดยเหลือแค่เจรจาเรื่องค่าตัวกับ "เสือเหลือง" เท่านั้น และทีมดังของเยอรมัน ก็ให้เวลาในการยื่นข้อเสนอถึงวันที่ 10 สิงหาคมนี้

    นอกจาก ซานโช่ แล้วนั้น อินดิเพนเดนต์ สื่ออังกฤษ รายงานว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" ยังต้องการนักเตะมาเสริมทัพอีก 3 ตำแหน่งเพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าคือ กองหน้าตัวเป้า, มิดฟิลด์ตัวกลาง และ เซนเตอร์แบ็กที่จะเข้ามาจับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ     

    สำหรับกองหน้าที่ "ปีศาจแดง" เล็งไว้คือ มูสซ่า เดมเบเล่ ของ โอลิมปิก ลีกยง และ ออดซอนน์ เอดูอาร์ด ดาวยิง กลาสโกว์ เซลติก ส่วนกองกลางที่เอาแน่ๆ คือ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ แอสตัน วิลล่า ที่คาดว่ามีค่าตัวอยู่ที่ราว 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,040 ล้านบาท) แต่อาจลดลงได้อีกถ้าต้นสังกัดตกชั้น

    ส่วนเซนเตอร์แบ็กที่ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้มาเสริมแนวรับคือ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี แต่คงต้องแย่งกับ แมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง นอกจากนั้นยังมีอีก 3 รายที่เล็งอยู่ได้แก่ มิลาน สคริเนียร์ ของ อินเตอร์ มิลาน, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก และ โจ โรดอน ของ สวอนซี

โอกาสลงน้อย? ดีลแวร์เนอร์จะนำไปสู่จุดจบของแทมมี่กับเชลซีหรือไม่

เชลซี จ่อที่จะปาดหน้า ลิเวอร์พูล เพื่อปิดดีลคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ ด้วยการจ่ายค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและค่าตัวระดับนี้มันหมายความว่า แวร์เนอร์ จะเข้ามายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างแน่นอน ดังนั้นกองหน้าที่มีอยู่ในตอนนี้อย่าง แทมมี่ อับราฮัม ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องหลุดเป็นตัวสำรอง ดังนั้นการเข้ามาของศูนย์หน้าไลป์ซิกคนนี้จะกลายเป็นจุดจบของ แทมมี่ อับราฮัม ในถิ่นเชลซีหรือไม่?

    ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอยู่เหมือนกันหาก แทมมี่ อับราฮัม ต้องตกเป็นตัวสำรองเนื่องจากเจ้าตัวกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่สามารถระเบิดฟอร์มกับเชลซี แต่นั่นอาจจะยังไม่ดีพอสำหรับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ต้องการให้ทีมพัฒนาก้าวกระโดดซึ่งสำหรับ แทมมี่ อาจจะต้องรอให้เขาเก็บประสบการณ์เพิ่มอีกสักสองสามปีแต่กับ แวร์เนอร์ นั้นก็เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานได้เลย

    มีโอกาสที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะปรับ แวร์เนอร์ มาเล่นริมเส้นอยู่เหมือนกันเนื่องจากศูนย์หน้าไลป์ซิกมักจะได้รับบทบาทเป็น False9 (ฟอลส์ไนน์) ขยับตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งด้ายข้างบ่อยๆ ซึ่งนี่อาจจะถือเป็นเรื่องดีสำหรับ แทมมี่ ที่มีโอกาสจะได้ลงเป็นกองหน้าต่อไป แลมพาร์ด มีโอกาสจะใช้ระบบ 4-3-3 หรือ 3-4-1-2 ซึ่งเป็นแผนที่กุนซือเชลซีใช้ในฤดูกาลนี้

 

    อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่จะดึงศักยภาพของ แวร์เนอร์ ออกมาได้ดีที่สุดก็ต้องเป็นกองหน้าตัวกลาง นั่นทำให้ สตีฟ นิโคล อดีตกองหลัง “หงส์แดง” เชื่อว่าการมาของ ติโม แวร์เนอร์ เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับอนาคตของ แทมมี่ อับราฮัม ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

        “ผมไม่เชื่อว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด และเชลซี จะเปลี่ยนวิธีการเล่น และคุณต้องบอกว่าการเซ็นสัญญา แวร์เนอร์ จะเป็นจุดจบของ แทมมี่ อบราฮัม ผมเชื่อว่า แฟร้งค์ คงบอกกับ แวร์เนอร์ ว่าเขาจะสร้างทีมโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง คุณคงไม่สร้างทีมจากผู้เล่นริมเส้นหรอก"

        “คุณต้องสร้างทีมจากกระดูกสันหลังของทีมนั่นหมายความว่ามันเป็นปัญหากับ แทมมี่ อบราฮัม เสียแล้ว อย่างไรก็ตามการเซ็นแวร์เนอร์ก็ถือเป็นการเดินหมากที่ถูกต้องของ แฟร้งค์ เพราะว่าเขาพยายามที่จะพาเชลซีขยับจากการลุ้นท็อปโฟร์ขึ้นไปลุ้นแชมป์”

เปรียบเทียบ แทมมี่ อับราฮัม vs ติโม แวร์เนอร์

 

ประวัติ

    เป็นเรื่องปกติที่นักเตะดาวรุ่งจะถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับทีมอื่นซึ่ง แทมมี่ อับราฮัม ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยเขาเคยไปค้าแข้งมาแล้วกับทั้ง บริสตอล ซิตี้, สวอนซี ซิตี้ และแอสตัน วิลล่า ในช่วงระหว่างปี 2016 ถึง 2019 โดยในช่วงนั้นศูนย์หน้าดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษลงเล่นไปทั้งหมด 128  นัดซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในลีกแชมเปี้ยนชิพ

    ในขณะที่ ติโม แวร์เนอร์ ค้าแข้งอยู่ในบุนเดสลีกา เขาเป็นเด็กปั้นจาก สตุ๊ตการ์ท ก่อนถูกดันขึ้นมาชุดใหญ่และค้าแข้งกับทีม 3 ปี แวร์เนอร์ ซัดประตูให้ทีมไปทั้งหมด 14 ลูกและ 11 แอสซิสต์จากการลงเล่น 103 นัด แม้จะไม่ได้มากมายนักแต่การลงเล่นสม่ำเสมอทำให้ ไลป์ซิก ตัดสินใจซื้อตัวมาในปี 2016

การยิงประตู

    แวร์เนอร์ ยิงประตูในอคาเดมี่ของสตุ๊ตการ์ทและทีมชุดใหญ่รวมกันทั้งหมด 58 ประตู ก่อนจะมาบวกประตูเพิ่มที่ ไลป์ซิก อีกถึง 92 ลูกเลยทีเดียว โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ถือเป็นฤดูกาลที่เขาสุดยอดมากๆหลังซัดไปทั้งหมด 31 ประตูจากการลงเล่น 40 นัดในทุกรายการ

 

    ขณะที่ แทมมี่ อับราฮัม ฤดูกาลนี้ยิงทั้งหมด 15 ประตูในทุกรายการ ทว่าประตูล่าสุดก็ต้องย้อนกลับไปในกลางเดือนธันวาคม แม้ว่าเจ้าตัวจะเจออาการบาดเจ็บข้อเท้าเล่นงานอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขายังยืนระยะยาวทั้งซีซั่นไม่ได้เนื่องจากช่วงหลังมานี้ก็ฟอร์มตกลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่าลืมว่าเจ้าตัวเพิ่งจะอายุ 23 ปีเท่านั้น แถมหากนับประตูที่เขายิงมาได้ในการค้าแข้งทั้งหมดก็สอยตาข่ายไปแล้ว 66 ลูก

การแอสซิสต์

    แน่นอนว่า แวร์เนอร์ มีจำนวนการแอสซิสต์มากกว่า แทมมี่ อบราฮัม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขยับออกไปเล่นริมเส้นบ่อยครั้ง โดยเขาทำแอสซิสต์ทั้งหมด 50 ครั้งใน 257 นัดที่ลงเล่น ขณะที่ฤดูกาลนี้ก็ทำแอสซิสต์ทั้งหมด 7 ครั้งในลีก อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่การแอสซิสต์ของเขามาจากการลงเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวกลาง

    ส่วน อับราฮัม ทำได้ทั้งหมด 18 แอสซิสต์จากการลงเล่น 165 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ส่วนฤดูกาลนี้ยังทำแค่ 4 แอสซิสต์ แม้ว่าบางครั้งเพื่อนร่วมทีมจะพลาดโอกาสทองทำให้ แทมมี่ อดได้แอสซิสต์ แต่นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงหากหวังจะเบียดตัวจริงจาก แวร์เนอร์ ให้ได้

ความสามารถอื่นๆ

 

    แลมพาร์ด และโรมัน อับราโมวิช ยอมที่จะจ่ายค่าฉีกสัญญา 54 ล้านปอนด์โดยไม่ต้องคิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ แวร์เนอร์ มีความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย

    นี่เป็นสิ่งที่แลมพาร์ดบ่นมาตลอดทั้งฤดูกาลนี้ว่าทีมขาดความน่าเกรงขามในพื้นที่สุดท้าย และการมีแวร์เนอร์จะช่วยเข้ามาเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้เป็นประตูมากขึ้นในเขตโทษและรอบเขตโทษ

    ในขณะที่ แทมมี่ อับราฮัม ดูเหมือนจะมีพัฒนาการไม่ได้ก้าวกระโดดเหมือนกับ แวร์เนอร์ ฤดูกาลนี้มีคำถามเกิดขึ้นในหัวของแฟนเชลซีอยู่หลายเกมว่า แทมมี่ เหมาะสมจะเป็นกองหน้าตัวความหวังของทีมหรือไม่ เนื่องจากเขาพลาดโอกาสทองอยู่หลายครั้ง

แมนยูเตรียมทุ่ม 20 ลป.ล่าแนวรับสวอนซี หลังกิ๊กส์แนะนำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว โจ โรดอน ปราการหลังของ สวอนซี ซิตี้ หลังได้รับคำแนะนำจาก ไรอัน กิ๊กส์ อดีตปีกระดับตำนานของทีม
    เดอะ มิร์เรอร์ รายงานข่าวว่า ไรอัน กิ๊กส์ เป็นแฟนตัวยงของ โจ โรดอน แนวรับคนชาติเดียวกัน โดยระบุ อดีตปีกคนดังกระตุ้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าคว้าตัวมาให้ได้

    สื่อดังกล่าว ยังเผยอีกว่า "เร้ด เดวิลส์" วางแผนใช้เงินจำนวน 20 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัวของ โรดอน ซึ่งทาง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ ก็มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนความคิดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ หลังจาก คริส สมอลลิ่ง และ มาร์กอส โรโฮ เตรียมตัวเก็บข้าวของย้ายออกจากทีม

    สำหรับ โรดอน ก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี เมื่อปี 2018 โดยลงสนามไปแล้ว 46 นัด รวมถึงติดทีมชาติเวลส์ครั้งแรกเมื่อปีก่อน นอกจากนี้ กิ๊กส์ เคยออกมาเผยว่าเห็นแข้งวัย 22 ปีเล่นแล้วทำให้นึกถึง แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตเพื่อร่วมทีม"ปีศาจแดง"

มี2ดาวรุ่งของดีอยู่แล้วลิเวอร์พูลไม่เห็นต้องสนซานโช่

อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ชี้ทีมเก่ามี 2 ดาวรุ่งที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ในอีกไม่นานนี้ ส่งผลให้สามารถเซฟเงินได้อย่างมหาศาล
    นีล เมลเลอร์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล เชื่อมั่นว่า เคอร์ติส โจนส์ และ ริอาน บรูว์สเตอร์ เป็น 2 นักเตะดาวรุ่งที่จะมีอนาคตสดใสกับ "หงส์แดง" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปทุ่มเงินก้อนโตกับการดึง จาดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์

    โจนส์ กองกลางวัย 19 ปี ซึ่งเป็นกัปตันทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปีของ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้น่าประทับใจช่วงที่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในถ้วย เอฟเอ คัพ ขณะที่ บรูว์สเตอร์ กองหน้าวัย 20 ปี ในเวลานี้ไปเล่นให้ สวอนซี แบบยืมตัว และได้รับการจับตามองว่าจะเป็นยอดดาวยิงในอนาคต

    เมลเลอร์ เผยว่า "ผมคิดว่า เคอร์ติส มีศักยภาพที่จะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ เขาสามารถทำหลายสิ่งให้เกิดขึ้น เขาได้ลงซ้อมกับทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ได้เรียนรู้ในทุกๆ วัน มันไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เขาได้อยู่กับทีม เรียนรู้ในทุกวันกับมาตรฐานระดับสูงสุด"

    "ส่วนในรายของ บรูว์สเตอร์ ผมชอบเขานะ เขาเป็นกองหน้าที่มีประโยชน์ เขาเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในวัยขนาดนี้กับก้าวขึ้นมาในทีม ลิเวอร์พูล เขารู้ว่า จะต้องจบสกอร์อย่างไร คุณอาจเห็นการเล่นยอดเยี่ยมของนักเตะที่เพิ่งก้าวขึ้นมาอย่าง ซานโช่, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ ฟิล โฟเด้น แล้วทำไม ริอาน จะเป็นแบบนั้นไม่ได้ล่ะ" เมลเลอร์ ทิ้งท้าย