แววเด่นมานาน! สถิติน่าสนใจที่ผ่านมาของ ดีโอโก้ โชต้า

นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล เพราะเขาทำประตูได้ตั้งแต่การลงเล่นในลีกเป็นนัดแรกให้ทีม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเขาทำประตูได้ในนาทีที่ 88 หรือก็คือหลังจากโดนเปลี่ยนตัวลงมาเพียง 8 นาทีเท่านั้น

ที่จริง โชต้า เป็นนักเตะชาวโปรตุกีสที่ได้รับการจับตามองมานานแล้ว เพราะเขาเคยทำสถิติที่โดดเด่นเอาไว้กับการเล่นที่ โปรตุเกส ในตอนที่เจ้าตัวยังอายุน้อยอยู่ และวันนี้เราก็มีเกร็ดสถิติที่น่าสนใจของเขามาให้ได้ชม 3 อย่าง โดยหนึ่งในนั้นคือการที่เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกของลีกสูงสุดโปรตุเกสด้วย

– แข้งประวัติศาสตร์ของ ปากอส เด แฟร์เรยร่า
โชต้า อยู่กับ ปากอส มาตั้งแต่ในระดับอะคาเดมี่แล้ว โดยเขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในต้นฤดูกาล 2014-15 ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในเกม โปรตุกีส คัพ กับ อัตเลติโก เอส.ซี. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี 2014 อย่างไรก็ตาม กว่าที่เขาจะทำประตูแรกกับ ปากอส ได้นั้น ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ปี 2015 โดยวันนั้นเขาทำได้ 2 ประตูจนช่วยให้ ปากอส ชนะ อคาเดมิก้า เด โคอิมบร้า ในเกมลีก 3-2

แม้ว่าจะรอประตูแรกมาเนิ่นนาน แต่มันก็เป็นประตูที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับเขา เพราะมันทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ปากอส ที่ทำประตูใน พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ได้ ด้วยวัยเพียงราว 18 ปีเท่านั้น แถมการทำ 2 ประตูในเกมกับ โคอิมบร้า ยังทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในรอบราว 13 ปีที่ทำได้ 2 ประตูในเกมเดียวของวงการฟุตบอลโปรตุเกสด้วย

– คนแรกของลีก
ในฤดูกาล 2015-16 โชต้า ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำซีซั่นของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับรางวัลนั้น เพราะเขาสามารถทำประตูในลีกได้ถึง 12 ลูกด้วยกัน จนช่วยให้ ปากอส ได้อันดับ 7 ในลีกสูงสุด

ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุ 19 ปีคนแรกในประวัติศาสตร์ของ พรีเมยร่า ลีกา ที่สามารถทำประตูได้อย่างน้อย 12 ลูก โดยในลีกประจำฤดูกาลนั้นเขายังทำแอสซิสต์ได้ 8 ครั้งด้วย ซึ่งฟอร์มในฤดูกาลนั้นก็มีส่วนทำให้ แอตเลติโก มาดริด คว้าตัวเขาไปร่วมทัพ แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่ได้ลงเล่นให้ "ตราหมี" เลย เมื่อโดนปล่อยให้ทั้ง เอฟซี ปอร์โต้ และ วูล์ฟส์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ "หมาป่า" แบบถาวรในปี 2018

– สร้างสถิติกับ ปอร์โต้
ด้วยความที่ ปอร์โต้ เป็นทีมดังอันดับต้นๆ ของประเทศทำให้มันไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะมีนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีอยู่ในทีมหลายราย แต่ถึงอย่างนั้น โชต้า ก็ยังสร้างชื่อให้ติดอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของ ปอร์โต้ ด้วยการเป็นนักเตะชาวโปรตุกีสอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ ปอร์โต้

ลูกยิงที่ว่าเกิดขึ้นในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี ที่ ปอร์โต้ เปิดบ้านเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2016 โดยวันนั้นเขาเป็นคนทำประตูปิดท้ายให้กับทีมในนาทีที่ 77 ก่อนที่ ปอร์โต้ จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่ในรอบนั้นพวกเขาไปชนตออย่าง ยูเวนตุส ก่อนที่ ปอร์โต้ จะแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 0-3

ร็อดเจอร์สปลื้มเลสเตอร์ฟอร์มแจ่มบุกจมแมนซิตี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ ยกนิ้วชมลูกทีมที่เล่นกันได้สุดยอดในเกมที่คว้าชัยเหนือ แมนฯ ซิตี้ พร้อมบอกว่าแข้ง "สุนัขจิ้งจอก" จิตใจแข็งแกร่งสุดๆ จนไม่สติแตกแม้จะโดนนำไปก่อน

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวชมลูกทีมที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-2 ถึงสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา

ที่จริงเกมนี้เจ้าถิ่นได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 4 จาก ริยาด มาห์เรซ แต่ทีมเยือนตีเสมอได้ในนาทีที่ 37 จากลูกจุดโทษของ เจมี่ วาร์ดี้ ในนาทีที่ 37 และพอกลับมาเล่นกันในครึ่งหลัง วาร์ดี้ ก็เหมาอีก 2 ลูกในนาทีที่ 54 กับ 58 ก่อนที่ เจมส์ แมดดิสัน จะมาทำลูกที่ 4 ให้กับ เลสเตอร์ ในนาทีที่ 77 ต่อให้ นาธาน อาเค่ ทำประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ในนาทีที่ 84 แต่ ยูริ ตีเลม็องส์ ก็มายิงจุดโทษปิดท้ายให้ เลสเตอร์ ในช่วง 2 นาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ เลสเตอร์ เก็บได้ 9 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 3 นัด

ร็อดเจอร์ส เผยว่า "มันเป็นฟอร์มและผลการแข่งขันที่พิเศษมากๆ ผมคิดว่าเราเคยเห็นกันแล้วว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นได้ดีมากแค่ไหนในเกมที่เจอกับ วูล์ฟส์ (แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3-1 ในลีกเมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา) รวมถึงนัดก่อนหน้านี้ (คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ชนะ บอร์นมัธ 2-1 เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา) แต่ผมคิดว่าวันนี้เราเล่นกันได้ดีมากๆ"

"แน่นอน ไอเดียของเราคือการไม่ให้พวกเขามีพื้นที่ว่างในการเล่นมากกว่านี้อีกสักนิด บางทีผมอาจจะวางแผนการเล่นมาแบบปกติ แต่ผมก็รู้ดีว่าเราจะยังขึ้นเกมได้รวดเร็วในจังหวะสวนกลับเร็ว และมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมในการเล่นแบบนั้นอยู่ดี ดังนั้นก็ใช่ ผมคิดว่าในทางแท็กติกแล้วลูกทีมของผมมีวินัยในการเล่นสูงมากๆ พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งในการกลับมาได้ทั้งที่โดนนำไปก่อน"

"จริงอยู่ว่า มาห์เรซ ทำประตูที่สวยมากๆ ได้ แต่เราก็ยังเล่นกันแบบใจเย็นได้อยู่ ที่จริงในครึ่งแรกเราอาจจะมีโอกาสทำประตูเยอะกว่านี้ด้วยซ็ถ้าเราผ่านบอลจังหวะสุดท้ายกันได้ดี แต่ในครึ่งหลังน่ะฟอร์มโดยรวมของเรามันสุดยอดมากๆ มันเป็นผลงานที่น่าประทับใจ 2 ประตูที่เราเสียไปในวันนี้มันมาจากลูกเซตพีซ ซึ่งก็แน่แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องไปพิจารณามันกันอีกครั้ง แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วมันก็เป็นผลการแข่งขันกับฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสุดๆ"

 

แมนซิตี้โรเตชั่น! “มาห์เรซ”อาสาถลุงรับบอร์นมัธศึกคาราบาว คัพ

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มนัดเปิดลีกทำได้ดี งานนี้เกมบอลถ้วยส่อปรับผู้เล่นหลายตำแหน่ง ริยาด มาห์เรซ ทำหน้าที่ลงเลื้อยป่วนผู้มาเยือน บอร์นมัธ ที่ตกชั้นจากลีกสูงสุด ในการแข่งขันฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 3 คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
ปรีวิวคาราบาว คัพ รอบ 3
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) – บอร์นมัธ (แชมเปี้ยนชิพ)
เวลา : 01.45 น.
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

    ”เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าถ้วยนี้ เพิ่งลงสนามนัดแรกของฤดูกาลด้วยการบุกชนะ วูล์ฟส์ 3-1 เมื่อวันจันทร์ ทำให้นัดนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะปรับทีมให้สำรองลงสนาม เพราะยังไม่มี ชูเอา กานเซโล่ และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ สองฟูลแบ็กที่บาดเจ็บ ทำให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ต้องลงสนามต่อ

    ส่วนตำแหน่งอื่นๆ อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์เยอรมัน กักตัวหลังติดโควิด-19 จะไม่ได้ลงสนามเช่นเดียวกับ กุน อเกวโร่, เอริก การ์เซีย และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยแนวรุกให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกทีมชาติสเปนได้ออกสตาร์ตพร้อม ริยาด มาห์เรซ และแนวรุกดาวรุ่ง เลียม ดีแลป

    ทีมเยือน บอร์นมัธ ที่เพิ่งตกชั้นไปอยู่แชมเปี้ยนชิพ เปลี่ยนกุนซือใหม่เป็น เจสัน ทินดัลล์ ไม่น่ามี จูเนียร์ สตานิสลาส ปีกตัวเก่งที่บาดเจ็บไม่ได้ลงเจอมิดเดิ้ลสโบรช์ เช่นเดียวกับ ลูอิส คุ้ก ที่ไม่มีชื่อลงสนาม โดยบอร์นมัธจะใช้ทีมผสมลงเตะนัดนี้ นำโดย เดวิด บรู๊คส์ มิดฟิลด์ตัวรุกชาวเวลส์ นำทัพ

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าลงสนาม

แมนฯ ซิตี้ : แจ็ค สเตฟเฟ่น, ไคล์ วอล์คเกอร์, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เบนฌาแม็ง เมนดี้, อาเดรียน เบร์นาเบ้, ทอมมี่ ดอยล์, มาร์ลอส โมเรโน่, ริยาด มาห์เรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส, เลียม ดีแลป

บอร์นมัธ : อัสเมียร์ เบโกวิช, ลอยด์ เคลลี่, แจ็ค ซิมพ์สัน, เอ็นนัมดี้ โอโฟบอร์, แจ็ค สตาซี่ย์, แฮร์รี่ อาเตอร์, ลูอิส คุ้ก, ฟิลิปป์ บิลลิง, จอร์แดน เซมูร่า, แซม เซอร์ริดจ์, เดวิด บรู๊คส์

ผู้ตัดสิน : จอน มอสส์

เรือเป่าปาก! “เดอ บรอยน์” เด่นแมนซิตี้ประเดิมชัยเรียงหน้าอัดวูล์ฟส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ ”เรือใบสีฟ้า” ทีมรองแชมป์เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้าหลังบุกเชือด วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1 จากฟอร์มสุดฮอตของ เควิน เดอ บรอยน์ ทั้งยิง-ทั้งจ่ายก่อนได้ กาเบรียล เชซุส ช่วยบวกสกอร์ปิดกล่อง ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน ประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บุกไปอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ถึงถิ่นเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ แต่ล่าสุด โดน สโต๊ค ซิตี้ จากแชมเปี้ยนชิพ เขี่ยตกรอบในศึก คาราบาว คัพ หลังเปิดบ้านพ่าย 0-1

    ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ของ แมนฯ ซิตี้ พาทีมจบอันดับ 2 มาในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”เรือใบสีฟ้า” โดน โอลิมปิก ลียง เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาด้วยสกอร์ 1-3

    2 นาทีผ่าน เจ้าถิ่น เกือบแย่เป็น วิลลี่ โบลี่ ไปเสียเหลี่ยมโดน ราฮีม สเตอร์ลิง ชิงจังหวะกระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษเดือดร้อน คอนอร์ เคาดี้ ต้องมาทิ้งตัวสไลด์ สเตอร์ลิง ร่วงลงไปโชคดี อังเดร มาริเนอร์ มองเห็นว่าปีกชาวอังกฤษพุ่งล้ม

    นาทีที่ 8 "หมาป่า" ต้องขยับเปลี่ยนตัวเร็วเป็น แฟร์นานโด มาร์ชาล บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ต้องส่ง รูเบน วินาเกร ลงสนามแทน

    ต่อมานาทีที่ 10 โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของ ”เรือใบสีฟ้า” จากจังหวะเข้าพรวดของ เปรโด เนโต้ ไปทำฟาวล์ใส่ กาเบรียล เชซุส เสียฟรีคิกระยะอันตรายและเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นด้วยขวาบอลเกือบเสียบใต้คานแต่ยังติดเซฟ รุย ปาตริซิโอ

    แต่แล้วนาทีที่ 19 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำจนได้เป็น ฟิล โฟเด้น จ่ายตัดแนวรับให้  เควิน เดอ บรอยน์ สอดมารับบอลในกรอบเขตโทษก่อนโดน โรแม็ง ซาอิสส์ กวาดขาร่วงลงไป ผู้ตัดสิน ไม่รอช้าชี้เป็นจุดโทษทันที เดอ บรอยน์ ลุกขึ้นมาสังหารลูกนี้ไม่พลาด

    นาทีที 30 ”เรือใบสีฟ้า” โหมอยู่ข้างเดียวคราวนี้ ฟิล โฟเด้น จ่ายเร็วให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปแต่งด้วยเท้าขวาก่อนตวัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงแต่ไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ รับไว้ได้
   
    2 นาทีต่อมา ทีมเยือน มาบวกสกอร์เพิ่มสำเร็จจากการประสานงานสุดสวย เควิน เดอ บรอยน์ แทงออกซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าเขตโทษก่อนตบเข้าในถึง ฟิล โฟเด้น สอดมาแปร์ด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย

    ท้ายครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน พยายามตอบโต้จากลูกสูตรเตะมุมทางขวาครอสเข้าในให้ ราอูล ฮิเมเนซ สอดเอาชนะแนวรับ แมนฯ ซิตี้ โขกเสาแรกหลุดออกหลังไปไกล

    นาทีที่ 43 ”เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสทองจากจังหวะตัดบอลกลางสนาม กาเบรียล เชซุส โขกส่งให้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเดี่ยวเข้ามาในเขตโทษแต่ลูกยิงด้วยซ้ายไปติดแขน รุย ปาตริซิโอ เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน 0 แมนฯ ซิตี้ 2

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 8 นาที แมนฯ ซิตี้ เกือบหนีห่างไปอีกจากคราวผิดพลาดของ อดาม่า ตราโอเร่ โดนดักตัดกลางสนามสุดท้ายเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ดีดไซค์ก้อยให้ กาเบรียล เชซุส สอดมารับบอลแต่งเข้าซ้ายอัดไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ

    นาทีที่ 54 โอกาสลุ้นตีไข่แตกของ เจ้าถิ่น เป็นจังหวะลุยของ อดาม่า ตราโอเร่ ลากจี้หากรอบเขตโทษสับขาหลอกก่อนจ่ายเข้าในให้ ดาเนียล โปเดนเซ่ หมุนตัวตวัดด้วยซ้ายหลุดสามเหลี่ยมนิดเดียว

    5 นาทีต่อมา "หมาป่า" เริ่มหาช่องเจาะได้มากขึ้นคราวนี้จากจังหวะแก้เพรสซิ่ง รูเบน เนเวส แทงยาวให้ ดาเนียล โปเดนเซ่ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม เอแดร์ซอน โมราเอส ข้ามคานเหลือเชื่อ

    ยังไม่หนำใจนาทีต่อมา อดาม่า ตราโอเร่ ใช้ควาเร็วเอาชนะ เบนฌาแม็ง เมนดี้ หลุดขึ้นมาสุดเส้นก่อนตบเข้าในให้ ราอูล ฮิเมเนซ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายคนเดียวโล่งๆหลุดเสาไกลออกไปเหมือนเดิม

    เอาจนได้นาทีที่ 78 วูล์ฟแฮมป์ตัน ตีไข่แตกสำเร็จจากลูกจ่ายของ ดาเนียล โปเดนเซ่ ถอยมารับบอลริมเส้นฝั่งขวาก่อนแตะลอดขา เควิน เดอ บรอยน์ หยอดไปเสาแรกเข้าหัว ราอูล ฮิเมเนซ โขกเปลี่ยนทางตุงตาข่ายงามหยด

    ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5  ”เรือใบสีฟ้า” มาปิดกล่องจนได้เป็น กาเบรียล เชซุส ขยันตามไปฉกบอลก่อนซัดแฉลบขา คอนอร์ เคาดี้ เปลี่ยนทางมุดเสาแรกผ่าน รุย ปาตริซิโอ ตุงตาข่าย

    หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน 1 แมนฯ ซิตี้ 3 รองแชมป์เก่า ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ประเดิมสวยเก็บ 3 คะแนนรั้งอันดับ 9 ของตาราง

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, แฟร์นานโด มาร์ชาล – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต    

    แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – แฟร์นานดินโญ่, โรดรี้ เอร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง – กาเบรียล เชซุส

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

 

ฮูแฟร์ยังไม่พอ!วูล์ฟส์เล็งคว้าแข้งลิเวอร์พูลเพิ่มอีก

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อจากเมืองผู้ดีรายงานข่าวว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ให้ความสนใจผู้เล่นจาก ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งราย หลังจากเพิ่งได้ตัว คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แนวรับดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีม

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส เพิ่งคว้าตัว คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แนวรับดาวรุ่งวัย 19 ปีจาก ลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเบื้องต้น 9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 360 ล้านบาท อีกทั้งเพิ่งขาย ดีโอโก้ โชต้า แนวรุกโปรตุกีสไปให้กับ ‘หงส์แดง’ ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,845 ล้านบาท

ล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ สำนักข่าวประเทศอังกฤษ รายงานว่า วูล์ฟส์ ให้ความสนใจ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งราย หลังจากเจ้าตัวโดนผลกระทบกับการย้ายเข้ามาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเป็นคู่แข่งตำแหน่งมิดฟิลด์กันโดยตรง

สำหรับ แชมเบอร์เลน มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2017 โดยเขาต้องพลาดการลงสนามในช่วงเปิดฤดูกาลนี้หลังจากบาดเจ็บที่หัวเข่า

วูล์ฟส์ใช้หน้าคู่! “ฮิเมเนซ-โชต้า” ผนึกโป้งถิ่นเชฟฟิลด์นัดประเดิมลีก

"หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน เตรียมจัดแผนวางสองดาวยิงผนึกปิดสกอร์คือ ราอูล ฮิเมเนซ กับ ดีโอโก้ โชต้า เกมบุกถิ่น "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 00.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด   –   วูล์ฟแฮมป์ตัน
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 00.00 น.)


สนาม : บรามอลล์ เลน
    คริส ไวล์เดอร์ เทรนเนอร์เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วัย 52 ปี พาทีมจบอันดับ 9 มาในฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจเลยทีเดียว โดยล่าสุด ”ทีมดาบคู่” เปิดบ้านเสมอกับเปรสตัน นอร์ธ เอนด์ไป 2-2 ในเกมกระชับมิตรสโมสร

 สำหรับสภาพทีมในตอนนี้ ไวล์เดอร์ มีปัญหาการจัดผู้เล่นรบกวนอยู่เล็กน้อย โดยจะขาดนายทวารตัวเก่งอย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน ที่หมดสัญญายืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว และ ซานเดอร์ เบิร์ก มิดฟิลด์ตัวเก่งที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่

    แต่ก็ได้ อารอน แรมส์เดล ประตูป้ายแดงที่ซื้อมาจากบอร์นมัธพร้อมส่งประเดิมสนาม นอกจากนี้ยังได้ อีธาน แอมพาดู เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งที่เชลซีปล่อยให้ยืมตัวมา 

 การจัดทัพในเกมนี้คาดว่าจะส่งผู้เล่นลงมาในระบบ 3-5-2 ตามถนัด โดยแผงหลังวาง คริส บาแชม, จอห์น เอแกน, แจ็ค โอคอนเนลล์ 

    ส่วนแดนกลางส่ง จอห์น ลุนด์สแตรม ยืนคุมเกมคู่กับ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด พร้อมประกบด้านซ้ายและขวาโดย จอห์น เฟล็ค และ จอร์จ บัลด็อค

    แนวรุกเตรียมส่ง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ล่าตาข่ายคู่กับ เดวิด แม็คโกลดริค ศูนย์หน้าตัวเก๋า

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์สัญชาติโปรตุเกส พาทีมทำผลงานมาได้อย่างดีในฤดูกาลที่แล้วถึงแม้จะจบอันดับ 7 ชวดตั๋วไปบอลยุโรปก็ตาม โดยเกมล่าสุด ”หมาป่า” พ่ายให้กับเซบีย่าไป 0-1 ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายมาอย่างน่าเสียดาย

    ความพร้อมในเกมนี้มีปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาเนื่องจาก จอนนี่ กาสโตร มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แถมไร้เงา แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็กขวาตัวเก่งที่ขายให้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไป แต่ก็มีข่าวดีอยู่เหมือนกันกับสองแนวรุกป้ายแดง ฟาบิโอ ซิลวา และ วิตินญ่า ที่ได้มาจากเอฟซี ปอร์โต้

    การจัดทัพในเกมนี้ ”นูโน่” จัดทัพลงในระบบ 3-5-2 ประตูยังคงยึด รุย ปาตริซิโอ เฝ้าเสา แผงหลังสามตัวใช้ วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้ กัปตันทีม, โรแม็ง ซาอิสส์ 

    แดนกลางส่ง อดาม่า ตราโอเร่ คุมเกมด้านขวา กลางสนามยึด เลอันแดร์ เดนดองเกอร์, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ พร้อมส่ง รูเบน วินาเกร สร้างเกมฝั่งซ้าย

    เกมรุกใช้ ราอูล ฮิเมเนซ ยืนคู่กับ ดีโอโก้ โชต้า ส่องประตู


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม    
    เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : อารอน แรมส์เดล – คริส บาแชม, จอห์น เอแกน, แจ็ค โอคอนเนลล์ – จอร์จ บัลด็อค, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น ลุนด์สแตรม, จอห์น เฟล็ค, เอ็นดา สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค 
    เทรนเนอร์ : คริส ไวล์เดอร์ 

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, เลอันแดร์ เดนดองเกอร์, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, รูเบน วินาเกร – ราอูล ฮิเมเนซ, ดีโอโก้ โชต้า  
    เทรนเนอร์ : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต     

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน 


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

09/07/20    พรีเมียร์ลีก เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
01/12/19    พรีเมียร์ลีก วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 เชฟฯ ยูไนเต็ด
04/02/18    แชมเปี้ยนชิพ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 เชฟฯ ยูไนเต็ด
28/09/17    แชมเปี้ยนชิพ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
22/03/14    ลีก วัน เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-2 วูล์ฟแฮมป์ตัน


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เชฟฯ ยูไนเต็ด

04/09/20 เสมอ เปรสตัน 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
01/09/20 ชนะ ดาร์บี้ 2-0 (เยือน) กระชับมิตร 
26/07/20 แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 แพ้ เลสเตอร์ 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

วูล์ฟแฮมป์ตัน
12/08/20 แพ้ เซบีย่า 0-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
07/08/20 ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
26/07/20 แพ้ เชลซี 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
15/07/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เดอะค็อปเฮ!ลิเวอร์พูลโอเคซิว “โชต้า” เรียบร้อย

จัดหนักเพื่อสาวก "เดอะ ค็อป"… ล่าสุด ลิเวอร์พูล เขยิบเข้าใกล้ไปทุกทีกับการได้ตัว ดีโอโก้ โชต้า ปีกจอมพลิ้ว วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส หลัง "หมาป่า" ตกลงขายให้เรียบร้อย ด้วยค่าเฉียด 2,000 ล้านบาท

ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว ดีโอโก้ โชต้า ปีกดาวดังชาวโปรตุกีส มาร่วมทีม ตามรายงานจาก เทเลกราฟ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ โชต้า ตกลงสัญญา 5 ปี กับ ลิเวอร์พูล ได้เป็นที่เรียบร้อย โดยเหลือแค่สองสโมสรคุยเรื่องค่าตัวเท่านั้น ซึ่งล่าสุด เทเลกราฟ และอีกหลายสื่อดังของอังกฤษอย่าง เดอะ ไทม์ส, สแตนดาร์ด และ ดิ เอ็กซ์เพรสส์ ต่างรายงานตรงกันว่า "หมาป่า" ได้ตกลงขาย ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี ให้ "หงส์แดง" เรียบร้อย ที่ราคา 45 ล้านปอนด์

 สำหรับดีลนี้แยกเป็นค่าตัวเบื้องต้น 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,681 ล้านบาท) + ออปชั่น 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 164 ล้านบาท) โดยคาดว่า โชต้า จะเข้ารับการตรวจร่างกายกับทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้ ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ก็ได้ตกลงขาย คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แบ็กขวาดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ให้กับ วูล์ฟส์ ที่ราคา 13.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 553.5 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ถือเป็นการเดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่องสำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็เพิ่งปิดดีลกระชากตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า ห้องเครื่องทีมชาติสเปน มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) บวกออปชั่นอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาฟาดแข้งเต็มสตรีมกันอีกครั้ง ซึ่งสุดสัปดาห์นี้เป็นแมตช์เดย์ที่ 2 ซึ่งทุกทีมจะมีคิวเตะหลังจากทีมเมื่อสัปดาห์ก่อน มีการแข่งขันแค่ 8 คู่เท่านั้น

ในสกู๊ปนี้เราคัดเอา 6 คู่น่าสนใจว่าจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจกันบ้าง พร้อมแล้ว ไปดูกันได้เลย!!

"แมนฯ ยูไนเต็ด-คริสตัล พาเลซ"

‘ปีศาจแดง’ เตรียมลงเล่นเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล ส่วนทาง คริสตัล พาเลซ เกมก่อนเปิดบ้านเชือด เซาธ์แฮมป์ตัน มา 1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ในบ้านต่อ พาเลซ เกมเดียวเท่านั้นการเจอกัน 22 เกมลีก   ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีส่วนร่วมกับประตูถึง 20 จากประตูที่ทีมทำได้ 51 ลูกในทุกรายการ นับตั้งแต่เขาเข้ามาร่วมทีมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเจ้าตัวทำได้ 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์

 ‘ดิ อีเกิลส์’ มีสิทธ์เป็นทีมแรกนับตั้งแต่ที่ เชลซี ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 ที่ไม่แพ้ในการบุกเยือนถิ่นเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ซิตี้ และ ยูไนเต็ด 5 เกมติดต่อกัน

หาก วิลฟรีด ซาฮา ทำประตูได้ในเกมนี้ จะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยิงได้ 2 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2019

"อาร์เซน่อล-เวสต์แฮม"

 อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกถล่มน้องใหม่ เวสต์บรอมวิช 3-0 ส่วน เวสต์แฮม พ่ายคาบ้านต่อ นิวคาสเซิล แบบน่าผิดหวัง เมื่อเกมก่อน
     
ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ชอบเหลือเกินกับการเล่นเกม ลอนดอน ดาร์บี้ เมื่อมีส่วนร่วมกับประตูถึง 15 ลูก จาก 16 เกม โดยแบ่งเป็นยิง 12 ประตู และแอสซิสต์อีก 3 ครั้ง
   
ปืนใหญ่’ เอาชนะ ‘ขุนค้อน’ ได้ถึง 10 จาก 11 นัดที่เล่นในบ้านจากทุกรายการ

เวสต์แฮม ตั้งเป้าคว้าชัยในการเล่นเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลให้ได้ในรอบ 5 ปี ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ทำได้คือการบุกเอาชนะ อาร์เซน่อล คู่แข่งของตัวเองในสัปดาห์นี้

เดวิด มอยส์ ยังไม่เคยเอาชนะในการบุกไปเยือนถิ่น อาร์เซน่อล ได้เลยสักครั้ง จากการเจอกัน 19 นัดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีแค่ เชลซี เท่านั้นที่ มอยส์ ไม่สามารถบุกคว้าชัยได้มากกว่าจากความพยายามทั้งหมด 20 นัด

"เซาธ์แฮมป์ตัน-สเปอร์ส"

ในการลงเล่นเกมวันอาทิตย์ เซาธ์แฮมป์ตัน เอาชนะคู่แข่งได้ตลอด 4 เกมหลังสุด ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คือทีมที่แพ้ในการลงเล่นวันอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก (88 นัด) รวมถึงเกมสัปดาห์ก่อนที่พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน

แดนนี่ อิงส์ ทำประตูได้ทั้งสองเกมที่เจอกับ สเปอร์ส ในสีเสื้อ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งมีแค่ นอริช ทีมเดียวเท่านั้นที่เขาทำประตูติดต่อกันได้มากกว่า (3 นัด)

แฮร์รี่ เคน ซัดประตูใส่ ‘เดอะ เซนต์ส์’ 9 ประตู จากเกมที่เจอกัน 9 นัดหลังในเวที พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมลำดับที่ 3 ที่ตกเป็นเหยื่อของ เคน มากที่สุดรองจาก เลสเตอร์ ซิตี้ (15 ประตู) และ อาร์เซน่อล (10 ประตู)

สเปอร์ส วางเป้าเก็บคลีนชีตแรกกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในรอบ 10 เกม ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ามากที่สุดที่พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งการเสียประตูให้คู่แข่ง ซึ่งอีกทีมนั้นคือ ลิเวอร์พูล

"เชลซี-ลิเวอร์พูล"

‘สิงห์บลูส์’ ไม่แพ้เกมในบ้านต่อทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 13 เกม โดยแบ่งเป็น ชนะ 7 และเสมอ 6

อย่างไรก็ตาม เชลซี แพ้ต่อ ‘หงส์แดง’ มาแล้ว 3 นัดติดต่อกันในเกมพรีเมียร์ลีก โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ในลีก 4 เกมติดเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 ถึงเดือนมีนาคม ปี
2012

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต่างมีโอกาสเป็นผู้เล่น’หงส์แดง’ คนแรกที่มีลุ้นทำประตูใส่ เชลซี ในเกมลีก 3 นัดติดต่อกัน

นับตั้งแต่วันที่ยืนยันว่าพวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนมิถุนายน ลิเวอร์พูล เสียประตูในเกมลีกไปแล้วถึง 15 ประตูจาก 8 นัด (ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 2)

"เลสเตอร์-เบิร์นลี่ย์"

หาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ พาทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้ จะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมสหราชอาณาจักรลำดับที่ 4 ที่คว้าชัย 100 นัดเร็วที่สุด จาก 210 เกม

นับตั้งแต่สตาร์ทซีซั่นที่แล้ว เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ได้มากกว่าทุกคนที่ 25 ประตู

เบิร์นลี่ย์ คว้าชัยในการลงเล่นเกมเยือนนัดแรกของซีซั่น แค่เกมเดียวเท่านั้นตลอด 6 ฤดูกาลบนเวทีพรีเมียร์ลีกหลังสุด โดยเกมเดียวที่ชนะได้คือการบุกชนะ เชลซี 3-2 เมื่อซีซั่น 2017/18

คริส วู้ด มีลุ้นทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกันได้เป็นครั้งแรก

"วูล์ฟส์-แมนฯ ซิตี้"

หาก วูล์ฟส์ คว้าชัยได้ในเกมนี้จะทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเกมลีกได้ 3 นัดติดต่อกัน

ชัยชนะเหนือ เชฟฯ ยูไนเต็ด เมื่อเกมก่อน นับเป็นการชนะนัดที่ 1,999 ของ วูล์ฟส ในเกมลลีก และชัยชนะนัดต่อไปจะพาให้พวกเขาขึ้นไปเทียบเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล กับ การคว้าชัยได้ 2,000 นัดในสารบบเกมลีกของอังกฤษ

หาก ‘เรือใบสีฟ้า’ คว้าชัยได้เกมนี้ จะทำให้พวกเขาเป็มทีมแรกที่เก็บชัยชนะนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก 10 ฤดูกาลติดต่อกัน

5 นัดหลังสุดของ ซิตี้ ในเกมลีกถือว่าโหดมาก เมื่อพวกเขาถลุงประตูคู่แข่งด้วยสกอร์รวม 21-1

ลิเวอร์พูลน้อยกว่าลีดส์!อันดับคนแทงแชมป์มากสุด

ร้านพูลเมืองผู้ดีเปิดอันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่เซียนพนันแทงว่าจะเป็นแชมป์มากสุดในซีซั่นใหม่ โดย ลีดส์ มีคนวางเดิมพันมากกว่า ลิเวอร์พูล เสียอีก
 
แล็ดโบร๊กส์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า เชลซี เป็นทีมที่มีแฟนบอลเข้ามาแทงพนันว่าจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มากสุด โดยอยู่ที่ 21.1 เปอร์เซ็นต์ หลังจาก "สิงห์บลูส์" เสริมทัพได้อย่างน่ากลัว

เชลซี คว้าทั้ง ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แถมยังกำลังจะได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นรายต่อไปอีกด้วย ทำให้แฟนบอลจำนวนมากมองว่าทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีโอกาสไปถึงแชมป์

ส่วน อาร์เซน่อล เป็นอันดับ 2 ของทีมที่คนแทงเป็นแชมป์โดยอยู่ที่ 18.9 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด 11.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า มีเซียนพนันแทงว่าจะเป็นแชมป์แค่ 9.8 เปอร์เซ็นต์ โดยน้อยกว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่เสียอีก

อันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่คนแทงว่าจะเป็นแชมป์มากสุด

1. เชลซี – 21.1%
2. อาร์เซน่อล – 18.9%
3. แมนฯ ยูไนเต็ด – 11.9%
4. ลีดส์ – 10.7%
5. ลิเวอร์พูล – 9.8%
6. แมนฯ ซิตี้ – 5.8%
7. สเปอร์ส – 5.6%
8. วูล์ฟส์ – 3.2%
9. เลสเตอร์ – 2.7%
10. เชฟฯ ยูไนเต็ด – 1.9%
11. เอฟเวอร์ตัน – 1.7%
12. นิวคาสเซิ่ล – 1.5%
13. เวสต์บรอมวิช – 1.1%
14. เวสต์แฮม – 0.9%
15. แอสตัน วิลล่า – 0.8%
16. คริสตัล พาเลซ – 0.7%
17. เซาธ์แฮมป์ตัน – 0.6%
18. ไบรท์ตัน – 0.6%
19. เบิร์นลี่ย์ – 0.6%
20. ฟูแล่ม – 0.5%

ส่วนเต็ง 1 แชมป์ พรีเมียร์ลีก ยังเป็น แมนฯ ซิตี้ เหมือนเดิมที่ราคา 8/11 (แทง 11 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล ที่อัตรารอง 2/1 (แทง 1 จ่าย 2ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้        8/11
2. ลิเวอร์พูล       2/1
3. เชลซี            11/1
4. แมนฯ ยูไนเต็ด         12/1
5. อาร์เซน่อล        40/1
6. สเปอร์ส            66/1
7. เลสเตอร์        100/1
7. วูล์ฟส์            100/1
9. เอฟเวอร์ตัน        150/1
10. ลีดส์             200/1
11. เชฟฯ ยูไนเต็ด        500/1
11. เซาธ์แฮมป์ตัน        500/1
11. นิวคาสเซิ่ล        500/1
11. เวสต์แฮม        500/1
11. คริสตัล พาเลซ        500/1
11. ไบรท์ตัน        500/1
11. เบิร์นลี่ย์        500/1
18. แอสตัน วิลล่า        1,000/1
18. ฟูแล่ม            1,000/1
18. เวสต์บรอมวิช        1,000/1

สถิติสโมสร!วูล์ฟส์ซิววันเดอร์คิดฝอยทองจากปอร์โต้

"หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทุบคลังเป็นสถิติสโมสร ปิดดีลคว้าตัว ฟาบิโอ ซิลวา หัวหอกวันเดอร์คิด มาจาก ปอร์โต้ แม้นักเตะเพิ่งลงเล่นให้ต้นสังกัดเดิมไปเพียงไม่กี่นัด

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรแกร่งแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ฟาบิโอ ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งเลือดฝอยทอง มาจาก ปอร์โต้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกโปรตุเกส อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

ถือเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะตามรายงานข่าวระบุว่า ค่าตัวของ เจ้าหนูชาวโปรตุกีสวัย 18 ปีรายนี้ สูงถึง 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของ "หมาป่า" เลยทีเดียว โดย ซิลวา เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา และลงเล่นไปทั้งสิ้น 18 นัด ทำได้ 3 ประตู

"เราติดตามดูพัฒนาการของเขามานานแล้ว " เจฟฟ์ ฉี ประธาน วูล์ฟส์ กล่าว "ฟาบิโอ เป็นนักเตะหนุ่มที่ไม่ได้มีแค่เทคนิคอันเหลือเชื่อ แต่ยังมีเกมการเล่นที่ฉลาดด้วย ซึ่งด้วยวัยแค่นี้ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก"

 "ฟาบิโอ เป็นนักเตะที่สามารถเก่งกว่านี้ได้อีก และมันคงจะเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย กับการได้เห็นเขาพัฒนาฝีเท้าภายใต้การทำทีมของ นูโน่ เขาเป็นนักเตะในประเภทที่แฟนๆ ของเราจะต้องหลงรัก การเซ็นสัญญากับ ฟาบิโอ มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า เราจะลงทุนก็ต่อเมื่อ เรารู้สึกว่ามันเป็นการลงทุนที่ใช่สำหรับสโมสร"