อาร์เซน่อลบุกทุบเลสเตอร์ ลิ่วบาวคัพรอบ4โอกาสชน “หงส์แดง” มีสูง

"ปืนใหญ่" ขนสำรองลงสนามเกือบยกชุดก่อนจะเบียดเอาชนะเจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่จัดแข้งสำรองเช่นกัน 2-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ คริสเตียน ฟุคส์ ก่อนที่ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ จะยิงนาทีสุดท้ายให้ อาร์เซน่อล ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลินคอล์น ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    "บิ๊กแมตช์" คาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อคืนวันพุธที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับมือ อาร์เซน่อล ซึ่งทั้งสองทีมต่างโชว์ฟอร์มเยี่ยมเก็บชัยชนะ 2 เกมในลีกมาด้วยกันทั้งคู่

    เกมนี้  เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แข้งสำรองเป็นหลักวาง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หน้าเป้าและให้ เจมส์ แมดดิสัน, คีร์นาน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, เดมาไร เกรย์ และมาร์ค อัลไบรท์ตัน ปั้นเกมสนับสนุน ส่วนทางฝั่ง มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อลโรเตชั่นส่งแข้งสำรองลงสนามเช่นกัน 3 ประสานแนวรุกวาง นิโกล่าส์ เปเป้,  เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ และ รีสส์ เนลสัน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาแค่ 3 นาที "ปืนใหญ่" ทีมเยือนได้ทักทายก่อนเลยหลัง รีสส์ เนลสัน ตัดบอลได้ทางซ้ายก่อนเลี้ยงตัดเข้าหน้ากรอบตะบันด้วยขวาบอลพุ่งจะฮุคใต้คานแต่ไปติดปลายนิ้วของ แดนนี่ วอร์ด

    นาทีที่ 6 ถัดมา มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดบอลไปให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ อัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไม่ผ่านมือ แบร์นด์ เลโน่

    จังหวะเข้าทำของ "ปืนใหญ่" ดูดีกว่า นาที 17 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เปเป้ หลุดไปในกรอบทางขวาก่อนซัดไปติดบล็อค คริสเตียน ฟุคส์ และจากลูกเตะมุมถัดมา เซอัด โคลาซินัช ได้ซัดนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

    อีก 2 นาทีถัดมา อาร์เซน่อล ได้เสียวอีกเมื่อ บูคาโย่ ซาก้า พาบอลถึงเส้นหลังแล้วปาดเลียดไปหน้ากรอบไม่ถึง 6 หลา แต่แข้งไอ้ปืนใหญ่ รวมทั้ง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ต่างเข้าชาร์ตไม่ถึงบอลผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 29 ทีมเยือนพลาดโอกาสชิงขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย หลัง รีสส์ เนลสัน เลี้ยงจี้เข้าไปหน้ากรอบแล้วปั่นด้วยขวาไปทางเสาไกล แต่บอลยังไปติดเซฟของ แดนนี่ วอร์ด ที่พุ่งปัดหวุดหวิด

    อีกครั้ง รีสส์ เนลสัน มีโอกาสหลัง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ จ่ายให้ซัดไม่ถึง 12 หลาหน้าประตูแต่แข้งวัย 20 ปีดันยิงด้วยขวาออกข้างไปอย่างน่าผิดหวัง

    นาที 39 ทัพ "จิ้งจอกสยาม" พลาดโอกาสทองที่จะชิงขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย หลัง เจมส์ แมดดิสัน โชว์สกิลแตะหลบแข้งอาร์เซน่อลก่อนปั่นโค้งๆนอกกรอบ แต่บอลพุ่งไปชนเสาก่อนจะมาเข้ามือ แบร์นด์ เลโน่

    จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอกับ อาร์เซน่อล แบบไร้สกอร์ 0-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 47 เดมาไร เกรย์ จ่ายให้ต่อให้ เจมส์ แมดดิสัน ซัดด้วยขวานอกกรอบเหินหนีคานออกไปไกล

    นาที 57 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่บุกมาขึ้นนำ 1-0 จนได้ นิโกล่าส์ เปเป้ กระชากหนีแนวรับจิ้งจอกก่อนจะปาดไปติดมือ แดนนี่ วอร์ด บอลมาเข้าทาง เปเป้ ที่พยายามซ้ำแต่บอลพุ่งไปชนเสาก่อนกระดอนไปโดน คริสเตียน ฟุคส์ ปลิ้นเข้าประตูตัวเอง

    เจ้าบ้านโอกาสเข้าไปส่องแบบจะๆ แทบจะไม่มีเท่าไหร่ นาที 75 เจ้าหนู ลุค โธมัส จ่ายต่อให้ เดมาไร เกรย์ กดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ แบร์นด์ เลโน่

    นาที 81 เลสเตอร์ ปล่อยโอกาสไล่ตีเสมอหลุดไปอย่างน่าเสียดายหลังได้ลุ้นจากฟรีคิกนอกกรอบ ก่อนที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน จะเปิดมาเสาแรกให้ อโยเซ่ เปเรซ โฉบมาโหม่งถากเสาออกไป

    นาทีสุดท้าย ลูกทีมของ อาร์เตต้า มาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ เบเยริน จ่ายเลียดเข้ากลางให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยิงไปติดบล็อคแข้งเจ้าถิ่นก่อนตามซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย

    จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายคาบ้านให้ อาร์เซน่อล 0-2 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง ลินคอล์น ซิตี้ ทีมจากลีกวัน หรือลิเวอร์พูล ในช่วงสิ้นเดือนนี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เลสเตอร์ (4-1-4-1) : แดนนี่ วอร์ด – แดเนี่ยล อมาร์ตี่ย์, เวส มอร์แกน, คริสเตียน ฟุคส์, ลุค โธมัส – ฮัมซ่า เชาด์รี่ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เจมส์ แมดดิสัน (เดนิน ปราต น.72), คีร์นาน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ (อโยเซ่ เปเรซ น.76), เดมาไร เกรย์ – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : แบร์นด์ เลโน่ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่,  โจ วิลล็อค (ดานี่ เซบายอส น.78) , บูคาโย่ ซาก้า (เอคตอร์ เบเยริน น.87) – นิโกล่าส์ เปเป้, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, รีสส์ เนลสัน (วิลเลี่ยน น.72)

        ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบงค์ส

โอบาเมยองต่อสัญญาอาร์เซน่อล-ค่าเหนื่อยเยอะสุด

"เดอะ กันเนอร์ส" ได้เฮดังๆ หลัง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล เรียบร้อย พร้อมรับค่าเหนื่อยในระดับสูงสุดของสโมสร

อาร์เซน่อล ประกาศยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมยอง กองหน้ากัปตันทีม จรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ออกไปจนถึงปี 2023 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่สื่อเมืองผู้ดีทั้ง มิร์เรอร์, เดลี่ เมล และ เดอะ ซัน รายงานว่า โอบาเมยอง จะได้ค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.3 ล้านบาท) สูงสุดในทีมเท่ากับ เมซุต โอซิล อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมัน

ทั้งนี้ โอบาเมยอง ซึ่งย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล ไปแล้วทั้งสิ้น 111 นัด ทำได้ 72 ประตู

10 อันดับนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของ อาร์เซน่อล

1.  ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมยอง         350,000 ปอนด์
2. เมซุต โอซิล            350,000 ปอนด์
3. วิลเลี่ยน            220,000 ปอนด์
4.  อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์         182,000 ปอนด์
5. นิโกล่าส์ เปเป้            140,000 ปอนด์
6. ดาวิด ลุยซ์            125,000 ปอนด์
7. เอคตอร์ เบเยริน            110,000 ปอนด์
8.  เซอัด โคลาซินัช             100,000 ปอนด์
9. แบรนด์ เลโน่            100,000 ปอนด์
10. กรานิต ชาคา            100,000 ปอนด์

 

 

เชลซีคอนเฟิร์มเบอร์10คนใหม่-5นักเตะป้ายแดง

"สิงห์บลูส์" เชลซี ประกาศชื่อคนใส่เบอร์ 10 แทน วิลเลี่ยน และหมายเลขของนักเตะใหม่ทั้ง 5 รายที่จะใส่ลงเล่นในซีซั่นหน้า

เชลซี ประกาศยืนยันผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกัน จะเปลี่ยนจากใส่เบอร์ 22 ไปเป็นหมายเลข 10 ในฤดูกาล 2020/21 หลังจาก วิลเลี่ยน เจ้าของคนเดิมอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปเล่นให้กับ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน

ส่วนนักเตะที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ "สิงห์บลูส์" ในซัมเมอร์นี้อย่าง ฮาคิม ซิเย็ค จะใส่เบอร์ 22 แทน พูลิซิช ขณะที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน จะใส่เบอร์ 11 แทน เปโดร โรดริเกซ ที่ย้ายไปอยู่กับ โรม่า ด้าน ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะใส่เบอร์ 29 

ขณะที่สองกองหลังคนใหม่ เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา ได้เบอร์ 21 และ 6 ตามลำดับ นอกจากนั้นก็มี ฟิคาโย่ โทโมริ ที่เปลี่ยนจากเบอร์ 29 ไปใส่หมายเลข 14 แทน

ทั้งนี้ เชลซี มีโปรแกรมลงเล่น พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลใหม่ ด้วยการบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

แซมบ้าคอนเนคชั่น! เมืองทองฮึดรัวครึ่งหลังเจ๊าชลบุรีดุเดือด2-2 ศึกไทยรัฐบิ๊กไฟว์

"กิเลนผยอง" ที่ตามหหลังไปก่อนในครึ่งแรก 2 ประตู ก่อนมาได้ แดร์เลย์ กับ วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ทำคนละลูก ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ โชว์ฮึดในครึ่งหลังไล่ตามตีเสมอชลบุรี เอฟซี 2-2 ในศึกศึกไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563

ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่อง ‘ไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น’ ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.63 ระหว่าง ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ ‘ฉลามชล’ ชลบุรี เอฟซี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนไทยลีก 2020 กลับมารีสตาร์ทในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 นี้

ทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันมาในศึกไทยลีก 2020 นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 1 มี.ค.63 ซึ่งผลปรากฎว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดบ้านเฉือนเอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของ แดร์เลย์ ในนาทีที่ 18 ของเกม ก่อนที่ลีกสูงสุดของเมืองไทยจะพักการแข่งขันจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด

สำหรับรายชื่อผู้ตัดสินที่ลงทำหน้าที่ในเกมนี้ประกอบด้วย ผู้ตัดสิน : วิเชษฐ์ เทียนทอง, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 : กิตติภณ มีพร, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 : นิสสัน จันทร์เทพ และผู้ตัดสินที่ 4 : วิชาญ กลิ่นถาวร

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที เป็นทางฝั่งของ ชลบุรี ได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ นพนนท์ คชพลายุกต์ เปิดบอลจากด้านขวาก่อนเป็น แฮร์ริสัน ไคออน ได้จังหวะขึ้นโหม่งโล่งๆ บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

หลังจากนั้นอีก 3 นาที  วัฒนา พลายนุ่ม ที่กำลังเคลียบอลจากในกรอบเขตโทษของตัวเอง แต่บอลไปติด ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ได้จังหวะเก็บบอล ก่อนแตะหลบ วัฒนา พลายนุ่ม แล้วได้จังหวะยิงบอลผ่านมือของ ดัง วาน ลัม เข้าประตูไป ช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำ เอสซีจี เมืองทองฯ 1-0

นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกอย่างหนัก ก่อนที่จะเป็น พิชา อุทรา รับหน้าที่เปิดเตะมุมเข้ามา แล้วเป็น ไดสุเกะ ซาโตะ ได้จังหวะโหม่งๆโล่งๆ แต่บอลหลุดออกหลังไป

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 39 ทีมเยือนได้จังหวะวางบอลยาวจากกลางสนาม ก่อนเป็น แฮร์ริสัน ไคออน ได้จังหวะเอาบอลลงทางด้านซ้าย ก่อนเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วจ่ายบอลผ่านหน้าประตูไปทางเสาสอง แล้วเป็น ดราแกน บอสโควิช วิ่งเข้ามายิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี นำห่างเอสซีจี เมืองทองฯ 2-0

หลังจากนั้นทั้งสองทีมพลัดกันทำเกมรุก เพื่อหวังทำประตูเพิ่ม แต่ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทองฯ ตามหลัง ชลบุรี เอฟซี 0-2

เริ่มครึ่งหลังมาเพียงนาทีเดียว เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกเข้าใส่ ก่อนเป็น แดร์เลย์ ได้จังหวะล็อคบอลหลบ กฤษดา กาแมน ในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิง บอลผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เข้าประตูไป ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ไล่ตาม ชลบุรี เอฟซี 1-2

หลังจากนั้น เกมดำเนินถึง นาทีที่ 53 เจ้าถิ่นได้จังหวะบุกทางด้านขวา ก่อนที่ เพชรรัตน์ โชติปาละ เปิดบอลจากด้านขวาเข้าไป แล้วเป็นกองหลังชลบุรี เคลียร์บอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ได้จังหวะยิงโล่งๆ เข้าไป ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ตามตีเสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2

ช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 82 เอสซีจี เมืองทองฯ ได้จังหวะบุก ก่อนเป็น วิลเลี่ยน พ็อพพ์ พาบอลหลุดเข้ามาตรงกลางก่อนปาดไปให้กับ แดร์เลย์ ที่ยืนรอโล่งๆอยู่ฝั่งขวาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ แดร์เลย์ จะหลบหนึ่งจังหวะและปั่นด้วยซ้าย บอลกำลังจะเข้าอยู่แล้ว ทว่า จูเนียร์ โลเปซ กองหลังของชลบุรี ยังตามมาสกัดไว้ได้ทันควัน

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน  เอสซีจี เมืองทองฯ เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี แบบสุดมัน 2-2 ในศึกฟุตบอลไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น คัพ

สำหรับโปรแกรมไทยลีก 2020 นัดที่ 5 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น. ส่วนชลบุรี เอฟซี จะเปิดบ้านพบกับ ตราด เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.63 ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม จ.ชลบุรี เวลา 18.00 น.

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : ดัง วาน ลัม (ผู้รักษาประตู), สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ (เพชรรัตน์ โชติปาระ แทน น.66), สรวิทย์ พานทอง (อติคุณ มีท้วม แทน น.79), ศฤงคาร พรหมสุภะ (ชาติชาย แสงดาว แทน น.85), วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (วัฒนากร สวัสดิ์ละคร แทน น.46), วิลเลี่ยน พ็อพพ์, ไดสุเกะ ซาโตะ (ปรเมศย์ อาจวิไล แทน น.46), พัชรพล อินทนี, วัฒนา พลายนุ่ม (มาร์โก้ บัลลินี่ แทน น.79), แดร์เลย์, พิชา อุทรา (วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ น.46)

ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), นพนนท์ คชพลายุกต์, คาร์ลี่ เดอ มูร์ก้า (ทรงชัย ทองฉ่ำ แทน น.76), กฤษดา กาแมน, แฮร์ริสัน ไคออน (นิรันดร์ มีมาก แทน น.88), สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ (ภาณุพงศ์ พลซา แทน น.38), คาซูโตะ คูชิดะ, ดราแกน บอสโควิช (ธีรเทพ วิโนทัย แทน น.76), จูเนียร์ โลเปซ (ธีรพงศ์ ดีหามแห แทน น.88), ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ (สัมพันธ์ เกษี แทน น.58), ชาญณรงค์ พรหมศรีแก้ว

ปืนแตกคาบ้าน!อาร์เซน่อลอุ่นเกือกพ่ายวิลล่าที่เอมิเรสต์

"ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล แอบลงเตะเกมลับแข้งแบบเงียบๆ และก็แพ้แบบเงียบๆ หลังพ่าย แอสตัน วิลล่า คาบ้าน 2-3 แต่ดาวยิงคนเก่งประจำทีมอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ยังคงฮอตต่อเนื่อง ขณะที่ วิลเลี่ยน ก็ได้ลงเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดีกรีแชมป์ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลล่าสุด พลาดท่าแพ้ แอสตัน วิลล่า สโมสรเพื่อนร่วมลีก 2-3 คารัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา

ถือเป็นเกมอุ่นเกือกเงียบๆ ของ อาร์เซน่อล เนื่องจากทางสโมสรไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่นัดนี้ วิลเลี่ยน ปีกดาวดังคนใหม่ ที่ย้ายมาจาก เชลซี แบบฟรีๆ ได้ลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์ม "เดอะ กันเนอร์ส" เป็นหนแรก ขณะที่ เมซุต โอซิล จอมทัพเลือดเบียร์ ที่ร้างสนามไปนาน ก็ลงโชว์ฝีเท้าเช่นกัน

สำหรับผู้ทำประตูในเกมนี้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ยังคงฮอตต่อเนื่อง เพราะเหมาทำคนเดียวสองตุงให้กับ อาร์เซน่อล ส่วนทางฝั่ง "สิงห์ผงาด" ได้ประตูจาก จาค็อบ แรมซี่ย์ สองลูก และอีกหนึ่งประตูมาจาก ดั๊กลาส ลุยซ์

ทั้งนี้ ถือเป็นเกมอุ่นเครื่องช่วงปรี-ซีซั่นนัดที่สองของ อาร์เซน่อล ต่อจากเกมสุดมันส์ที่เอาชนะ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 4-3 เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดยทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ด้วยการบุกไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง ฟูแล่ม วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

ส่องไลน์อัพลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อลชิงโล่การกุศล

คาด 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ในเกมชิงโล่การกุศล โดยที่ทั้งสองทีมอาจยังให้กองหน้าดาวรุ่งลงล่าตาข่าย หลังผลงานดีในเกมอุ่นเครื่อง
    ฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ปีนี้จะเป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซน่อล แชมป์ เอฟเอ คัพ ที่สนามเวมบลีย์ ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ (22.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

    ศึกชิงโล่การกุศลรายการนี้นับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ใกล้เปิดฉาก โดยที่ซีซั่น 2020/21 จะออกสตาร์ตตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

    ในเกมนี้คาดว่า ทั้งสองทีมอาจจะยังไม่ส่งชุดใหญ่ลงเต็มสูบ โดยฝั่ง ลิเวอร์พูล มีนักเตะเจ็บอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โฌแอล มาติป และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด ขณะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังต้องรอเช็กความฟิต

    คาดว่า เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะส่ง อลีสซง เบ็คเกอร์ ลงเฝ้าเสา ส่วนแผงแบ็กโฟร์อาจให้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงมาทำหน้าที่แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็ก ฟานไดค์ น่าจะได้ลงจับคู่กับ โจ โกเมซ โดยมี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยืนเป็นแบ็กซ้าย

    ส่วน 3 กองกลางให้ ฟาบินโญ่ ยืนเป็นตัวตัดเกมอยู่หลัง เคอร์ติส โจนส์ กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ขณะที่ 3 ประสานแดนหน้าใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และอาจเปิดโอกาสให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวรุ่งได้ลงเป็นตัวจริงแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น

    ด้าน อาร์เซน่อล มีข่าวว่า นักเตะ 4 รายโดนกักตัว หลังเพิ่งกลับจากการเดินทางไปพักร้อนในต่างแดนโดยหนึ่งในนั้นคือ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนไตน์ ทำให้ แบรนด์ เลโน่ จะได้กลับมาเป็นตัวจริงหลังหายเจ็บแล้ว

    ส่วนเซนเตอร์แบ็ก 3 คนใช้ วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ หลัง ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ ปาโบล มารี ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน

    ขณะที่กองกลาง 4 คนให้ เซดริก โซอาเรส ยืนฝั่งขวา ส่วน บูกาโย่ ซาก้า ประจำการด้านซ้าย โดยมี กรานิต ชาคา กับ โจ วิลล็อค ยืนคู่กลาง

    ด้าน 3 ประสานแนวรุกให้ วิลเลี่ยน ปีกคนใหม่ยืนด้านขวา ขณะที่ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมย็อง เล่นด้านซ้าย โดยมี เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยืนหน้าเป้าหลังผลงานเยี่ยมยิงประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม เอ็มเค ดอนส์ 4-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

คูตินโญ่-วิลเลี่ยน?อาร์เซน่อลตัดสินใจแล้วเตรียมล่าใครร่วมทีม

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ อาร์เซน่อล ตัดสินใจว่าจะเอา วิลเลี่ยน มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ โดยต่อให้ บาร์เซโลน่า จะเสนอปล่อยยืม คูตินโญ่ "ไอ้ปืนใหญ่" ก็จะไม่สนใจข้อเสนอนั้นอยู่ดี
    อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลือกที่จะคว้าตัว วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนมาร่วมทีมให้ได้มากกว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง บาร์เซโลน่า ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ตกเป็นข่าวกับนักเตะหลายรายตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาต้องการสานต่อความสำเร็จที่ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2019-20 ไปครอง ซึ่งทั้ง วิลเลี่ยน และ คูตินโญ่ ก็อยู่ในกลุ่มที่ อาร์เซน่อล สนใจจะดึงมาร่วมทัพ

    อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล ไม่มีเงินมากพอที่จะเซ็นสัญญากับทั้ง 2 คน และสุดท้าย วิลเลี่ยน ก็คือคนที่ "ไอ้ปืนใหญ่" เล็งจะดึงมาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เพราะดีลของเขาจะทำให้ทีมเสียเงินน้อยกว่า ขณะที่ อาร์เตต้า ก็ชื่นชอบ วิลเลี่ยน เป็นการส่วนตัวเช่นกัน

    เดอะ มิร์เรอร์ เสริมว่าต่อให้ บาร์เซโลน่า จะเสนอปล่อย คูตินโญ่ มาให้กับ อาร์เซน่อล ด้วยสัญญายืมตัว แต่ทีมของ อาร์เตต้า ก็จะเมินข้อเสนอดังกล่าวอยู่ดี เพราะมันจะยังทำให้ อาร์เซน่อล ต้องรับภาระจ่ายค่าเหนื่อยตามไปด้วย

 

เผยค่าเหนื่อยวิลเลี่ยนรับกับอาร์เซน่อลน้อยกว่าเดิมแต่ออปชั่นเพียบ

เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ระบุ วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนที่เพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี จะฟันค่าเหนื่อยโดยรวม 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ อาร์เซน่อล ส่วนการเซ็นสัญญาจะมีขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้

    วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนจะได้ค่าเหนื่อยโดยรวมจาก อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท) เมื่อเขาเซ็นสัญญากับทีมอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    หลังจากที่อยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่ปี 2013 วิลเลี่ยน ก็เปิดเผยผ่านจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับทีมแล้วบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งมันก็เป็นที่เชื่อกันว่า อาร์เซน่อล คือทีมที่จะได้แข้งวัย 32 ปีไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ เดลี่ เมล ระบุว่าที่จริงแล้ว อาร์เซน่อล ให้ค่าเหนื่อยในเบื้องต้นกับ วิลเลี่ยน น้อยกว่าที่เขาเคยได้ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กับที่ เชลซี แต่ถ้ารวมเงื่อนไขอื่นๆ แล้วมันก็จะทำให้เงินพุ่งไปถึงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ ได้เลย โดยตัวสัญญาจะมีระยะเวลา 3 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า วิลเลี่ยน จะเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการภายในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ต่างกับ สกายสปอร์ตส์ ที่บอกว่าจะมีขึ้นภายในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม โดยเป็นที่เชื่อกันว่าที่จริง อาร์เซน่อล อยากจะเปิดตัวเขาก่อนหน้านี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนไปก่อน เพราะไม่กี่วันก่อน อาร์เซน่อล เพิ่งประกาศปลดพนักงาน 55 คน จนทำให้กลัวว่าถ้าเปิดตัว วิลเลี่ยน เร็วเกินไปมันจะทำให้หลายคนตำหนิสโมสรว่ายอมทิ้งพนักงานหลายชีวิตเพื่อนักเตะเพียงคนเดียว

ชิงดำเอฟเอ คัพ! อาร์เซน่อลดวลเชลซีจัด “โอบาเมย็อง-ชิรูด์” วัดคมเกือก

"ลอนดอนดาร์บี้" "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง นำปิดสกอร์ เกมพบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่มี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ (นัดชิงชนะเลิศ) วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอลเอฟเอ คัพ (นัดชิงชนะเลิศ)
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด :  beIN SPORTS 1 (เวลา : 23.30 น.)

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมเข้าชิงหลังพลิกชนะแมนฯ ซิตี้ 2-0 ในรอบตัดเชือก ก่อนเชือดวัตฟอร์ด 3-2 ในเกมลีกนัดสุดท้าย เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้า จะได้ เอคตอร์ เบเยริน ที่ถูกพักไว้ในเกมล่าสุด เพราะมีอาการเจ็บน่องรบกวน กลับมาเสริมตามปกติ

    ขณะที่ แบร์นด์ เลโน่ ประตูตัวจริง ที่เจ็บเข่าตั้งแต่ปลายเดือนก่อน ล่าสุดกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังไม่น่าฟิต 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มที่ก็คงจะเป็นสำรองไปก่อน

    แต่ในรายของ ชโคดราน มุสตาฟี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มาริ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน ยังชวดเหมือนเดิม

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมเช้าชิงหลังถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ก่อนชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ในเกมลีกนัดปิดซีซั่น เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ แลมพ์ส ต้องลุ้นความฟิตของ วิลเลี่ยน ที่ไม่สมบูรณ์จนพลาดเกมปิดซีซั่น แต่ในรายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ก็น่าจะชวดเหมือนเดิม
 
    ส่วนคนเฝ้าเสาก็น่าจะเป็น วิลลี่ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนไตน์มือ 2 ที่ได้โอกาสในถ้วยนี้มาตลอดตั้งแต่รอบ 8 ทีมเป็นต้นมาเหมือนเดิม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, บูคาโย่ ซาก้า – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ 
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า    

    เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่ – จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาน์ท – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, คริสเตียน พูลิซิช 
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

แลมพาร์ดมันส์มือแน่ !เปิด5แผนการเล่นสุดโหดเชลซีหากได้ฮาแวร์ตซ์

"สิงห์บลูส์" เชลซี ถือเป็นทีมที่น่าจับตามองเหลือเกินสำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า เพราะหลังจากที่ได้ ฮาคิม ซิเยค กับ ติโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพเรียบร้อย ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะได้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวเด่นของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพิ่มอีกราย ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีอะไรยืนยัน แต่ก็ไม่น่าจะพลาด ต่อให้ถูก "ห้างขายยา" โก่งค่าหัวสูงถึง 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ก็ตาม

    แน่นอนว่า แนวรุกจะกลายเป็นจุดเด่นสำหรับ เชลซี ทันที หากได้ตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และนี่คือแผนการเล่น 5 รูปแบบ ที่กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด สามารถเลือกใช้ไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020/21 เมื่อมีสามประสาน "ฮาแวร์ตซ์-แวร์เนอร์-ซิเยค" นำทัพ (ข้อมูลจาก The Sun)

 * 4-3-3 *
ถือเป็นระบบการเล่นที่ แลมพาร์ด ชอบใช้อยู่แล้ว โดยจะให้ ฮาแวร์ตซ์ ยืนทางฝั่งขวาแทนที่ วิลเลี่ยน ซึ่งเตรียมอำลาทีม ส่วน แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ ซิเยค จะคอยสร้างสรรค์เกมจากแผงกองกลางสามตัว ซึ่งอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ระหว่าง จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ มาเตโอ โควาซิช

 * 3-5-2 *
มีบ่อยเหมือนกันที่ฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด เลือกใช้แผนการเล่นแบบกองหลังสามตัว ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับ รีซ เจมส์ กับการเล่นเป็นวิงแบ็กฝั่งขวา เช่นเดียวกับ มาร์กอส อลอนโซ่ ทางฝั่งซ้าย ส่วน ซิเยค กับ ฮาแวร์ตซ์ จะยืนเป็นตัวรุกตรงกลาง โดยที่มี ก็องเต้ เป็นตัวรับ ขณะที่ แวร์เนอร์ จะยืนเป็นกองหน้า คู่กับคนใดคนหนึ่งระหว่าง แทมมี่ อับราฮัม และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

 * 4-2-3-1 *
เป็นแผนยอดนิยมในเกมฟุตบอลยุคโมเดิร์น ซึ่งระบบนี้ทำให้แนวรุกมีความยืดหยุ่นสูง โดย แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วน ซิเยค สามารถเล่นตรงไหนก็ได้ในแผงกองกลางห้าตัว เช่นเดียวกับ ฮาแวร์ตซ์ ที่เล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งนั่นคงสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับทีมคู่แข่งได้ไม่น้อย

 * 4-1-2-1-2 *
แผนการเล่นแบบไดมอนด์ (รูปเพชร) อาจไม่เป็นที่นิยมในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่อาจจะเหมาะสำหรับ เชลซี ก็ได้ เพราะมันก็ดูลงตัวทีเดียว โดย แวร์เนอร์ กับ ฮาแวร์ตซ์ เล่นเป็นกองหน้าร่วมกัน ขณะที่ ซิเยค ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็เก่งอยู่แล้วในเรื่องการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์

 * 4-3-2-1*
รูปแบบการเล่นทรงต้นคริสต์มาสอาจไม่ค่อยมีใครใช้ แต่ระบบนี้อาจจะช่วย เชลซี ตอบโจทย์เรื่องปัญหาเกมรับ เพราะการยัด เจมส์ เข้าไปในแผงกองกลางน่าจะช่วยสกัดตัวรุกพลิ้วๆ ของทีมคู่แข่งได้ และการส่ง ซิเยค เล่นเป็นตัวริมเส้น ทำให้ ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิช สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างมีอิสระอยู่ข้างหลัง แวร์เนอร์