กดว้าวให้เลย!เปิดวาร์ป5แฟนสาวแข้งใหม่พรีเมียร์

เปิดวาร์ป 5 หวานใจนักเตะใหม่ พรีเมียร์ลีก โดยมี 1 รายเป็นลูกสาวของตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล ด้วย

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 รูดม่านเปิดฉากกันไปแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา และในซีซั่นใหม่จะได้เห็นนักเตะซูเปอร์สตาร์หลายรายมาค้าแข้งในแดนผู้ดี

นอกจากผลงานของผู้เล่นในสนามแล้วนั้น เชื่อว่าบรรดาแฟนบอลโดยเฉพาะหนุ่มๆ ยังอยากรู้เรื่องราวของเหล่าแว็กส์หรือแฟนสาวของนักเตะอีกด้วย โดยวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ 5 สาวหวานใจของแข้งใหม่ พรีเมียร์ลีก

1. แชนนอน เดอ ลิม่า

แชนนอน เดอ ลิม่า นางแบบสาวชาวเวเนซุเอลา วัย 31 ปี เป็นแฟนของ ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย ที่เพิ่งย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน

  เดอ ลิม่า มีคนติดตามทาง อินสตาแกรม มากกว่า 2.3 ล้านฟอลโลเวอร์ และเธอก็มักโพสต์รูปเซ็กซี่ให้เห็นเป็นประจำโดยเฉพาะชุดว่ายน้ำ

เดอ ลิม่า คบหาดูใจกับ ฮาเมส มาแล้วราว 1 ปี หลังจากที่เธอเลิกกับ มาร์ค แอนโธนี่ นักแสดงหนุ่มฮอลลีวู้ด ขณะที่แข้งโคลอมเบีย ก็เลิกกับ ดานิเอล่า ออสปิน่า หลังจากที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตแต่งงานกันมากว่า 6 ปี

Credit: Instagram / @shadelima

2. เอสเทลล์ เบิร์กแคมป์

เอสเทลล์ เบิร์กแคมป์ วัย 24 ปี เป็นแฟนสาวของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ ที่เพิ่งย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอสเทลล์ เป็นลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล โดยเธอเกิดและเติบโตที่กรุงลอนดอน ก่อนกลับไปอยู่ที่ฮอลแลนด์ แต่ตอนนี้คงต้องกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองผู้ดีอีกรอบแล้ว

ฟาน เดอ เบ็ค ยืนยันถึงการออกเดตกับ เอสเทลล์ ตั้งแต่ซัมเมอร์ปีก่อน ขณะที่เมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ถ่ายภาพตอนที่กอดกันอย่างหวานชื่นหน้าต้นคริสต์มาสด้วย

Credit: Instagram / @estellebergkamp

3. โซเฟีย เวเบอร์

 ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ โซเฟีย แฟนสาวของ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางคนใหม่ เชลซี มากนัก เพราะเธอไม่ค่อยโพสต์เรื่องราวลงสื่อสังคมออนไลน์ให้เห็

 

โซเฟีย และ ฮาแวร์ทซ์ รู้จักกันตั้งแต่เด็ก โดยเธอเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง และมักเห็นเธอใส่เสื้อทีมชาติเยอรมันอยู่บ่อยๆ

4. มาริยง อาเรโอล่า น

 

 มาริยง เป็นภรรยาของ อัลฟงส์ อาเรโอล่า ผู้รักษาประตูชาวฝรั่งเศส ที่ ฟูแล่ม ยืมตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

สาวสวยเชื้อสายฟิลิปปินส์-เลบานอน มีลูกกับ อัลฟงส์ 2 คน และเวลานี้ทั้งครอบครัวก็ย้ายตามมาอยู่ที่ลอนดอนแล้ว

Credit: Instagram / @areola.marrion

 5. ธาอิส มาร์เกส

ธาอิส มาร์เกส เป็นภรรยาของ อัลลัน กองกลางชาวบราซิเลียน ที่เพิ่งย้ายจาก นาโปลี มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ (ประมาณ 902 ล้านบาท)

อัลลัน จะได้มาร่วมงานกับ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน อีกครั้ง หลังลงเล่นไป 61 เกม ตอนที่ อันเช่ คุม นาโปลี

เผยหวานใจฟานเดอเบ็คเป็นลูกตำนานอาร์เซน่อล

 

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ ที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนาหูนั้น เป็นคนรักของ เอสเทลล์ ลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ อดีตยอดหัวหอก อาร์เซน่อล ด้วย โดยทั้งคู่ยืนยันถึงความสัมพันธ์กันไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน
   
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรดังในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ ที่ตกเป็นข่าวว่ากำลังจะย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น กำลังคบหาดูใจอยู่กับ เอสเทลล์ ลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล

ฟาน เดอ เบ็ค ตกเป็นข่าวว่าเตรียมจะทำการตรวจร่างกายเพื่อที่จะมาซบ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ โดยที่จริงหลายเดือนก่อนเขาเคยมีข่าวกับ เรอัล มาดริด มาแล้ว แต่สุดท้ายตอนนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ย้ายออกจาก อาแจ็กซ์

ฟาน เดอ เบ็ค ยืนยันถึงการเดตกับ เอสเทลล์ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อนแล้ว ขณะที่เมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ถ่ายภาพตอนที่กอดกันอย่างหวานชื่นหน้าต้นคริสต์มาสด้วย โดยที่ฝ่ายสาวเอามันมาโพสต์บน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง พร้อมกับพิมพ์แคปชั่นว่า "สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ จากเราทั้งสองคน"

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เอสเทลล์ ก็โพสต์ภาพตอนที่เธอเดินเที่ยวกับแข้งวัย 23 ปีลงบน อินสตาแกรม เช่นกัน พร้อมกับบอกว่า "อยู่กับคนรักของฉันมา 1 ปีแล้ว ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและมีความสถขมากที่สุดในโลก รอไม่ไหวแล้วที่จะได้ทำการผจญภัยด้วยกันอีกครั้ง รักคุณมากๆ นะคะ" ขณะที่ในช่วงเดียวกันนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ก็โพสต์ภาพตอนที่อยู่กับคนรักแล้วพิมพ์ว่า "วันนี้มันถือว่าครบรอบ 1 ปีที่เราอยู่ด้วยกันแล้ว ผมรักคุณนะ" เหมือนกัน

ขัดคำสั่งแม่เพื่อสานต่อพรสวรรค์

มาเซโอ, ประเทศบราซิล ติดท็อป 10 ในแง่เมืองอันตรายมากสุดของโลก เหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นสูงถึง 135 ครั้งต่อประชากร 1 แสนคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากคนเป็นแม่ไม่อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาเจออะไรแบบนี้ แต่ด้วยสถานะครอบครัวยากลำบาก สิ่งแวดล้อมรอบกายบังคับให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ที่เกิดมา ไม่เป็นเหมือนคนทั่วไปในเมืองนี้
    มาเรียน่า คุณแม่ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายไม่ออกไปเจอสังคมเลวร้ายรอบ ๆ บ้าน

    ทุกตารางนิ้วบนถนนในเมืองมาเซโอ เต็มไปด้วยความอันตราย เธอเกรงว่า ฟีร์มีโน่ จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม และสิ่งเดียวที่เธอคิดว่าจะเป็นเกราะป้องกันดีที่สุดคือการไม่ให้ ฟีร์มีโน่ ออกจากบ้าน

    "ฉันไม่อยากให้ โรแบร์โต้ ออกไปเล่นข้างนอกเลย บนถนนมันเต็มไปด้วยความอันตรายมาก ๆ" มาเรียน่า ระบุ

    โอกาสเดียวที่ ฟีร์มีโน่ จะได้ออกนอกบ้านคือการไปช่วยคุณพ่อที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ เก็บขวดบนท้องถนนมาขาย ซึ่งเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพ่อหามาได้ ก็นำมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว

    อย่างไรก็ตาม เด็กชายฟีร์มีโน่ หลงใหลฟุตบอลเป็นพิเศษจากการที่ได้ซึบซับบรรยากาศลูกหนังตามสนามบอลที่ตัวเองติดสอยหอยตามคุณพ่อ แต่ปัญหาใหญ่ที่เขาต้องเจอคือกำแพงเหล็กของคุณแม่ที่ทำทุกวิถีทางไม่ให้ลูกชายออกไปไหน

    ถึงกระนั้นในความพยายามของคุณแม่ ก็ยังมีความพยายามของคุณลูกเช่นเดียวกัน

    เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ใช้กุญแจพิเศษเพื่อไขประตูสู่โลกภายนอก โดยการแอบปีนออกจากบ้านในช่วงที่คุณแม่ยังไม่ตื่นนอน โดยใช้บันไดพาดกำแพงปีนข้ามไป

    "ขณะที่ฉันยังหลังอยู่น่ะ เขาตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปเตะฟุตบอล โดยทำการย่องเบา ๆ ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และก็กระโดดข้ามกำแพงมันไปเลย" คุณแม่ บ็อบบี้ เผย

    ว่ากันตรง ๆ ฟีร์มีโน่ เจอความยากลำบากตั้งแต่เกิด และพอเขาอายุได้แค่ราว ๆ 8 ขวบ ฟีร์มีโน่ ก็รู้ตัวเองแล้วว่าจะดิ้นรนอย่างไรเพื่อให้พ้นจากความยากจนนี้ไปให้ได้

    ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ เรื่องฟุตบอล

    …

    ครอบครัวของฟีร์มีโน่ เริ่มเปิดใจและเข้าใจแล้วว่าการจับลูกชายให้อยู่แต่กับบ้านมีแต่ตัดทอนโอกาสให้ ฟีร์มีโน่ ประสบความสำเร็จ   

    ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านหลายคนที่เข้ามาบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าลูกชายของทั้งคู่มีพรสวรรค์เรื่องการเล่นฟุตบอล

    "ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเกิดมาพร้อมกับพรสรรค์ ความสำเร็จของเขาคือโอกาสที่จะพาให้เราพ้นจากความจนและความทุกข์ยาก" เพื่อนบ้าน ระบุ

    ซึ่งทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระให้ออกไปเตะฟุตบอลตามท้องถนน และทุกครั้งหลังเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นฟุตบอล คุณแม่เล่าว่า ฟีร์มีโน่ จะนอนหลับปุ๋ยพร้อมกอดลูกบอลไว้แนบแน่น

    ตอนอายุได้ 14 ปี คือช่วงที่ ฟีร์มีโน่ เริ่มได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง

    ฟีร์มีโน่ เรียนรู้เรื่องชีวิตด้วยวิธีที่ยากลำบาก ถึงขั้นต้องยืมเงินคนอื่นเพียงเพื่อจะออกไปซ้อม

    "ครอบครัวของ ฟีร์มีโน่ ยากจนมาก ๆ แต่ก็สมถะสุด ๆ ด้วย" ลุยซ์ โค้ชท้องถิ่นเล่าถึงลูกศิษย์คนโปรด

    "เขาพร้อมลงเล่นในสภาพไม่ใส่รองเท้า ตอนที่้เขามาอยู่กับทีมใหม่ ๆ ตอนนั้นคุณพ่อของเขาไม่มีงานทำด้วย คุณพ่อของเขาทำแค่ธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ดังนั้นผมเลยช่วยออกค่าเดินทางกับค่าใช้จ่ายให้กับเขา, ช่วยเรื่องชุดแข่งของเขา และพาเขาไปชมการแข่งขัน"

    "ตอนนั้นเขาตัวผอม ๆ และสูงเก้งก้าง เป็นคนเงียบ ๆ แต่ก็เอาตัวรอดได้ด้วยวิธีที่ดี ผมเคยเห็นเยาวชนหลายคนที่หันไปค้ายาและปล้นรถ แต่ผมรู้ดีว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย"


    …

    ฟีร์มีโน่ วัย 16 ปีเซ็นสัญญากับ ทอมเบนเซ่ ที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดถึง 1,600 ไมล์ แล้วจากนั้นก็ไปอยู่ ฟิกูเรนเซ่ ทีมระดับดิวิชั่น 2 ที่ตั้งอยู่ทางใต้ออกไปประมาณ 1,000 ไมล์

    การอยู่ห่างไกลบ้านขนาดนี้ ไม่แปลกที่เขาจะคิดถึงบ้าน และแน่นอนว่าเมื่อลูกชายไม่สบายใจมันก็ทำให้คนในครอบครัวต่างพาเป็นกังวัลกันสุด ๆ

    ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การที่พวกเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะเดินทางไปเยี่ยม ฟีร์มีโน่ ได้

     "มีหลายครั้งที่เขาโทรศัพท์หาฉันเพื่อบอกว่าเขาอยากกลับบ้านมาก เขาบอกว่า -แม่ครับ มารับผมที ผมทนไม่ไหวแล้ว- ทุกคนในครอบครัวร้องไห้กันอย่างหนัก เขาเองก็ร้องไห้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือเราไม่มีเงินมากพอที่จะเอาเขากลับบ้านได้"

    "ฟีร์มีโน่ ทำได้เพียงต้องรอนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้มากเพื่อกลับมาที่บ้าน เขาใช้เงินกับเรื่องที่พักและค่าอาหารไปน้อยมาก" คุณแม่เปิดใจ

    ขณะเดียวกัน ฟีร์มีโน่ ก็รู้ดีว่าคนที่เป็นห่วงเขามากที่สุดคือ มาเรีย ผู้เป็นแม่

    "มันยากจริง ๆ นะที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัว และผมก็รู้ดีเลยว่าคุณแม่ของผมร้องไห้ทุกวันตอนที่ผมจากมา"

    ตลอด 2 ปีที่ ฟิกูเรนเซ่ ฟีร์มีโน่ คือหัวใจสำคัญของทีม ซึ่งวาสนาก็พาให้เขาไปเข้าตาแมวมองคนเยอรมัน และถูกดึงไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ บุนเดสลีกา ในอีก 3 ปีต่อมา

    การเดินทางครั้งนี้ของ ฟีร์มีโน่ วัย 20 ปีเขาให้คำมั่นไว้ว่าครอบครัวของเขาจะต้องสุขสบาย ไม่ต้องกลับไปทำงานหลังขดหลังแข็งอีกต่อไป

    "ครอบครัวของผมจะต้องไม่กลับไปทำงานอีก"

    …

    ฟีร์มีโน่ พูดเสมอว่าการติดทีมชาติบราซิล คือความฝันตั้งแต่วัยเด็ก และเขาก็ถูก ดุงก้า เฮดโค้ชในเรียกติดทัพเซเลเซา ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2014

    ความภูมิใจครั้งนี้ ไม่มีใครเกินไปกว่าคุณแม่ของ ฟีร์มีโน่..

    เธอบอกว่า ในวันอาทิตย์เธอจะตื่นมาตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ เพื่อไปโบสถ์ในสภาพสวมเสื้อที่ ฟีร์มีโน่ ใส่ในตอนที่ลูกชายตัวเองประเดิมสนามกับทีมชาติ

    "ตอนฉันไปโบสถ์ ทุกคนจ้องมาที่ฉันกันหมดจากการที่ฉันใส่เสื้อตัวนั้นไปโบสถ์"

    "ฉันสวดภาวนาให้เขาในช่วงก่อนที่เขาจะลงเล่นเกมทีมชาติทุกนัด พอจบพิธีกรรมที่โบสถ์ ฉันก็จะรีบกลับมาที่บ้านเพื่อดูเขาทางทีวี"

    "ตอนที่ลูกชายลงมาเล่นในช่วงครึ่งหลังแล้วทำประตูได้ ฉันดีใจจนแทบจะหัวใจวายตายเลยในตอนที่ได้เห็นประตูกับท่าดีใจของเขา หลังจบเกมกับ ฝรั่งเศส (เดือนมีนาคม ปี2015) ฉันได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์ เขาถามฉันว่า -เป็นอะไรครับ แม่ ?- ซึ่งฉันก็ตอบไปว่า -ลูกทำให้แม่ดีใจมากเลย-"

    …

    รอยสักบนแขนขวาของ ฟีร์มีโน่ มีชื่อคุณแม่กับคุณพ่ออยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับบนหน้าอกที่มีข้อความภาษาเยอรมันที่แปลว่า -ครอบครัวไม่เคยที่จะหมดรัก-

    "คุณพ่อคุณแม่ ท่านยอมเสียสละหลายอย่างเพื่อผมในตอนที่ผมโตมาเป็นผู้ใหญ่"

    "เราอาศัยอยู่ในย่านยากจน แถวนั้นมีพวกแก๊งอันธพาลเต็มไปหมด และแม้ว่าคุณแม่ของผมท่านจะทำให้มั่นใจว่าผมจะได้รับการศึกษาที่ดีที่โรงเรียน แต่พวกเขาก็ยังอนุญาตให้ผมได้เล่นฟุตบอลตามความฝันของผมเช่นกัน" ฟีร์มีโน่ เปิดใจตอนช่วงปีแรกที่ย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล

    และหนึ่งในวันที่สำคัญสุดในชีวิต ก็คือวันแต่งงาน

    ฟีร์มีโน่ เดินเข้าพิธีโดยมีคุณแม่เป็นคนส่งเขาไปยังแท่นบูชาในโบสถ์ศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นอันส่งต่อชีวิตของลูกชายให้ไปสร้างครอบครัวใหม่เต็มตัวกับ ลาลิสซ่า เปเรยร่า ภรรยาคู่ชีวิตที่ตอนนี้มีลูกสาวสองคนเป็นสักขีพยานรัก

    ทุกวันนี้ "โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่" ลูกชายของ มาเรียน่า โด่งดังสุด ๆ บนเวทีลูกหนังโลก ประสบความสำเร็จมากมายกับ ลิเวอร์พูล รวมถึงแชมป์ระดับทวีปในนามทีมชาติบราซิล

    ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ครอบครัวนี้คงไม่เชื่อหรอกว่า โรแบร์โต้ จะมาได้ไกลถึงเพียงนี้..

    …

    ความหวังดีของพ่อ, แม่ บางอย่าง ก็เป็นเรื่องยากที่ลูก ๆ จะเข้าใจ

    บางคนพ่อ, แม่ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวไหน

    บางคนถูกบังคับให้อยู่ในกรอบหรือให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำ

    ถามว่ากำแพงเหล่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นเกิดจากอะไร? ถ้าไม่ใช่จากความหวังดี หรือไม่อยากให้ลูกตัวเองเจออะไรที่แย่ ๆ

    แต่หากใครอยากจะข้ามกำแพงนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้รักหรือไปอกกตัญญูต่อท่าน

    คนทุกคนมีความปรารถนาสิ่งที่อยากทำ ขอเพียงไม่ไปทำเรื่องผิดกฎหมายหรือทำอะไรให้ใครเดือดร้อน อาจจะขุ่นเคืองกับท่านเล็กน้อย ก็ต้องอาศัยการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน

    และสุดท้าย ถึงคุณจะไปทำอะไรในแบบฉบับของตัวเอง คนที่จะคอยหนุนหลังและให้กำลังใจอยู่เสมอก็คือท่านทั้งสองนั่นแหละ…

ผิดที่หยาบคาย!แลมพาร์ดลั่นไม่ขอโทษยันสตาฟฟ์ลิเวอร์พูลควรโดน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ แม้ว่าจะรู้สึกผิดที่พูดหยาบคายในระหว่างเกมที่แพ้ ลิเวอร์พูล แต่ก็ไม่คิดที่จะขอโทษกับพฤติกรรมที่ปกป้องลูกทีมแบบดุเดือด พร้อมยืนกรานว่าสตาฟฟ์ของ "หงส์แดง" ทำผิดกฎ

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี กล่าวว่าไม่ขอโทษกับการที่ตนแสดงพฤติกรรมดุเดือดในการปกป้องลูกทีมระหว่างเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ก็ขอโทษที่ใช้คำหยาบคายในช่วงดังกล่าว

    ในช่วงหนึ่งของนัดนั้น แลมพาร์ด แสดงความไม่พอใจกับการทำหน้าที่ของกรรมการที่บอกว่าทีมของตนทำฟาวล์ ซึ่งในจังหวะนั้นสตาฟฟ์โค้ชบางคนของ ลิเวอร์พูล ลุกขึ้นมาตะโกนแย้ง แลมพาร์ด แถมอดีตมิดฟิลด์ชาวอังกฤษยังอ้างว่ามีคนยิ้มแบบเยาะเย้ยใส่เขาด้วย

    เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ แลมพาร์ด โมโหมากๆ จนถึงขั้นตวาดอย่างหนัก และถึงแม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะพยายามพูดให้ แลมพาร์ด สงบสติลง แต่กุนซือ เชลซี ก็ยังระเบิดอารมณ์อย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นเผลอสบถใส่ คล็อปป์ อีกต่างหาก

    แลมพาร์ด เผยว่า "ในกรณีของภาษาที่ผมใช้ไปนั้นผมยอมรับว่าผมรู้สึกเสียใจที่พูดหยาบคายแบบนั้น จังหวะแบบนั้นมันถูกนำมาฉายซ้ำบนโซเชียลมีเดียเยอะมาก และผมก็ตระหนักถึงเรื่องนั้นเป็นอย่างดี ผมมีลูกสาว 2 คน และพวกเธอก็เล่นโซเชียลมีเดียด้วย ดังนั้นผมเลยรู้สึกเสียใจที่ใช้คำหยาบคายแบบนั้น"

    "อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการที่ผมแสดงอารมณ์ร่วมแบบนั้นเพื่อปกป้องทีมของผมแล้วเนี่ย ผมก็ต้องขอบอกว่าผมไม่คิดที่จะขอโทษ แต่แน่นอนว่าผมน่าจะรับมือกับมันในแบบที่ต่างออกไปได้ด้วยการไม่พูดหยาบคายแบบนั้น"

    "ผมไม่ได้หงุดหงิดกับการฉลองของ ลิเวอร์พูล ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว ลิเวอร์พูล สมควรจะฉลองให้มากที่สุดตามที่พวกเขาต้องการ เมื่อพิจารณาถึงผลงานที่พวกเขาทำได้มาตลอดทั้งฤดูกาลน่ะ พวกเขาก็สามารถฉลองตามแบบที่ทำหลังจบเกมได้, พวกเขาสามารถฉลองทุกประตูที่พวกเขาทำได้ เหมือนที่พวกเขาฉลองกันอย่างเต็มที่ในตอนที่การันตีการได้แชมป์เมื่อ 1 เดือนก่อน และพวกเขาก็สมควรได้ฉลองร่วมกับแฟนๆ อีก 1 ครั้งตามที่พวกเขาพูดกันเหมือนกัน"

    "ที่จริงผมไม่มีปัญหาอะไรที่จะไปดื่มเบียร์กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และร่วมแสดงความยินดีกับสิ่งที่พวกเขาทำได้ในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ แต่มันมีพฤติกรรมบางอย่างจากซุ้มม้านั่งสำรองของพวกเขาที่ทำให้ผมไม่ชอบใจ ผมไม่ได้โมโหกับการกระทำของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คนที่ทำให้ผมไม่พอใจคือคนที่อยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง ผมรู้สึกว่าพวกเขาเลยเถิดเกินไป และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิด แต่มันก็จบไปแล้วล่ะนะ ในกีฬาฟุตบอลน่ะผู้จัดการทีมส่วนใหญ่, นักเตะหลายคน และบรรดาแฟนๆ จะมีอารมณ์ร่วมสูงเป็นธรรมดา ผมเสียใจกับภาษาที่ใช้ไป และผมก็ไม่สนใจอดีตแล้วล่ะ"

    แลมพาร์ด ยืนกรานด้วยว่าสตาฟฟ์โค้ชของ ลิเวอร์พูล ทำผิดกฎเกี่ยวกับการสั่งการจากข้างสนามอย่างชัดเจน "มันขัดกับกฎในการทำหน้าที่จากซุ้มม้านั่งสำรอง ผู้จัดการทีมจะเป็นคนประท้วงเรื่องคำตัดสิน ซึ่งมันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แล้วจากนั้นคุณก็จะมาคุยกัน แต่เมื่อมีคนกระโจนขึ้นมาจากซุ้มม้านั่งสำรองและอยากพูดกับผมจากอีกฟากหนึ่ง พร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยใส่ผม แล้วจากนั้นก็ยังทำอย่างนั้นต่ออีกพักหนึ่งน่ะ มันก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎอย่างชัดเจน ผมไม่ได้โกรธ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่สตาฟฟ์ที่อยู่ด้านหลังเขาทำเลยเถิด และนั่นทำให้ผมหงุดหงิด"

จำเขาได้ไหม? “จรวดใบ้ทอ.หูกระทะ” ประทีป ปานขาว ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

มีเสียงเรียกร้องถามไถ่กันมามากทีเดียวสำหรับมิตรรักผู้พิสมัยฟุตบอลไทยที่ต้องการให้ทีมงานฟุตบอลสยามนำเรื่องราวของ ประทีป ปานขาว เจ้าของฉายา "จรวดใบ้"
    อดีตทีมชาติชื่อดังอีกคนในฐานะปีกขวา ที่เชื่อว่าแฟนบอลรุ่นเก่าสักหน่อยยังน่าจะจำลีลาการเล่นของเขาผู้นี้ ที่นอกเหนือจากจะเป็นตำนานนักเตะทีมชาติไทยแล้วยังถือเป็นตำนานนักเตะอีกคนของ "อินทรีทัพฟ้า" ทหารอากาศ ทีมดังในอดีต

    ต้องขอเรียนให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะสื่อสารกับนักเตะฉายา "จรวดใบ้" ผู้นี้เพราะ นักเตะรุ่นใหญ่ ไฟกระพริบ ในวัย 58 ปีนั้นเป็นคนลิ้นไก่สั้น จริงแล้วไม่ได้ถือว่า ประทีป เป็นใบ้แต่ความที่ลิ้นไก่สั้น ทำให้เขาพูดไม่ชัด

    ทีมงานฟุตบอลสยามต้องขอบคุณ "หมวดบอย" เรืออากาศโทมนตรี แพรพันธ์ อดีตกองกลางฝีเท้าดี ทหารอากาศ นักเรียนจ่าอากาศรุ่น 36 มา ณ โอกาสนี้ ที่เป็นคนประสานเรื่องข้อมูลมาให้ทีมงานฟุตบอลสยามได้นำเสนอแบบพอเป็นสังเขป

    ประทีป ปานขาว เป็นคน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เกิดเมื่อ 7 พ.ย. 2505 ปัจจุบัน ทำงานรับราชการเป็นทหารอากาศ ยศพันจ่าอากาศเอก ( พิเศษ )

    โดยผู้ที่ผลักดันให้ประทีป ปานขาว ได้เข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ คือ พลอากาศเอก กันต์ พิมานทิพย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ โดยอดีตนั้น พี่ชายแท้ๆของ ประทีป ปานขาว คือ สมภพ ปานขาว ที่เป็นอดีตนักเตะเก่าทหารอากาศ และเป็นอดีตผู้รักษาประตูทีมฮอกกี้ทีมชาติไทยได้แนะนำให้น้องชายตัวเองเข้ารับการเป็นทหารอากาศ และเล่นฟุตบอลให้กับทีมทหารอากาศ ก่อนที่ท้ายที่สุดจะได้รับการสนับสนุนจาก "บิ๊กกัน" โดยเป็นการเข้าที่ไม่ใช่รูปแบบของนักเรียนจ่าอากาศ แต่มาแบบ ข้าราชการกลาโหม ที่ภาษาทางทหาร เรียกว่า "หูกระทะ" มาแบบโควตาพิเศษ ตามความสามารถ

    ปัจจุบัน ประทีป ปานขาว มีตำแหน่ง จ่ากองร้อย ร้อย 1 กฝอ.ศทย. อย. เหล่าอากาศโยธิน เป็นทหารที่ดูแลด้านการดูแลฝึกสุนัขที่ใช้ในราชการทหาร นอกจากนี้ในช่วงเย็นของวันเสาร์,อาทิตย์ จะสอนฟุตบอลให้เยาวชนอยู่ที่ สนามพรรษากาล ในซอยลาดพร้าว 101 พันจ่าอากาศเอก ( พิเศษ ) ประทีป ปานขาว มีลูกสาว 1 คน เรียนปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 ที่ ม.ราชภัฏพระนคร บางเขน

    "จรวดใบ้" ฉายาที่ได้มาจากสื่อมวลชนในอดีตเพราะเป็นนักเตะแนวรุกที่มีความเร็วเป็นทีเด็ดเอกลักษณ์ ในตำแหน่งปีกขวา ทั้งทีมชาติไทย และ ทหารอากาศ

    ประทีป ปานขาว เป็นศิษย์เก่าของร.ร.ปทุมคงคา ด้วยรุ่น 79/1 เป็นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 รุ่นแรก หลังก่อนหน้านี้จะมี มศ. 3

    เขาเล่นให้กับทหารอากาศ ตั้งแต่ ถ้วย ค,ข และ ก. อยู่ในความสำเร็จครั้งอดีตของ "อินทรีทัพฟ้า" มาตลอด โดยเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่ ในสมรภูมิลูกหนัง มาพร้อมๆกับ "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน , ชลอ หงษ์ขจร , วีระพงษ์ เพ็งลี ฯลฯ โดยเขาถือเป็นนักเตะที่เล่นได้เข้าขากับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นอย่างมาก นอกจากจะยิงได้เอง เพราะปีกของทหารอากาศ ยุคอดีตคือกองหน้าดีๆนี่เอง ไม่เพียงเท่านั้น หลายๆประตูของ "เดอะตุ๊ก" นั้น ยังมาจากการป้อนให้ ของ ประทีป ปานขาว อีกด้วย

    ส่วนกับทีมชาติ นั้น ประทีป ปานขาว เล่นยุคเดียว กับ "เดอะตุ๊ก" , เฉลิมวุฒิ สง่าพล , วรวรรณ ชิตะวณิช โดยลงเล่นในนามทีมชาติไทย มาแทบครบทุกรายการ และอยู่ในความสำเร็จของทีมชาติไทย ในยุคอดีตมาตลอดอีกด้วย

    ในนามทีมชาติไทย นั้น ประทีป จะติดหลัง ชลอ แต่ก็ได้เล่นทันกันอยู่ ก่อนหน้านั้น กับทีมชาติไทย ชลอ เล่นปีกซ้าย ,ปีกขวา จะเป็น มาด๊าด ทองท้วม ( ราชประชา ) หรือไม่ก็ บุญนำ สุขสวัสดิ์ (ธ.กรุงเทพ ) ในนามทีมชาติจะได้เห็น ประทีป กับ ชลอ ลงด้วยกันไม่บ่อยนัก

    ความโดดเด่น ของ ประทีป ปานขาว คือ ลูกบ้า เขาจะเป็นนักเตะที่วิ่งเลี้ยงบอลตะลุยแบบบ้าระห่ำ แถมยังมีทีเด็ดที่ลูกโหม่งอีกด้วยแม้จะมีรูปร่างที่เล็ก

    อดีตนั้น ไม่มีใครปฎิเสธเลยว่า ประทีป ปานขาว อยู่ในยุครุ่งเรือง ของ ทหารอากาศ อย่างแท้จริง เขาคือ ตำนานนักเตะที่ยังมีลมหายใจและลีลายังติดตราตรึงใจแฟนบอลรุ่นเก่า มาจวบจนทุกวันนี้ มิรู้ลืม

    เรื่องโดย " Hk vp 9"

 

“เรานี่กระจอกจัง”วันที่ผมร้องไห้ สู้เพื่อพ่อ แต่เกือบไปต่อไม่ได้

เรื่องราวของนักเตะที่เคยโด่งดังแต่เด็ก ถูกคัดเลือกไปฝึกฟุตบอลที่อังกฤษ กับเอฟเวอร์ตัน “เจ้าดวง”นฤพนธ์ อารมณ์สวะ คือหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองในเวลานั้น
    จบจากอัสสัมชัญธนบุรี เข้าไปอยู่ราชประชากับเพื่อน ๆ รวมทั้ง “มุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนจะมีโอกาสได้ไปเล่นอาชีพในเอสลีก สิงคโปร์ กับโฮม ยูไนเต็ด 2 ปี ได้เงินมาดาวน์รถฮอนด้า แอคคอร์ด 1 ล้านบาทตอนกลับมา

    ย้ายกลับมาเล่นเมืองไทย ประเดิมกับทีมใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง เล่นได้ 2 ปี ก่อนไปเทโรฯ ครึ่งปี มีอาการเจ็บหลังจนเล่นไม่ได้ จากนั้นชีพจรลงเท้า ไปเล่นให้ราชบุรี ปีครึ่ง และย้ายกลับมาเล่นเทโรฯ อีก 1 ปี

    อยู่แต่ละที่ไม่เคยเกิน 2 ปี จากเทโรฯ คราวนี้ไปบุรีรัมย์ ฟอร์มกำลังเข้าที่เข้าทาง ดันเกิดอาการเจ็บเข่าถึงขั้นต้องผ่า รักษาตัวอยู่นาน สุดท้ายถูก ชลบุรี ยืมตัวมา ปรากฏว่า ชลบุรีต้องมารักษา “เจ้าดวง”นฤพนธ์ ทั้งปี เพราะแม้จะผ่าไปแล้ว แต่เวลาซ้อมหรือเล่นจะมีอาการระบมตลอด

    ช่วงเวลาที่ไม่ได้ลงเล่นและต้องรักษาตัว คือช่วงเวลาที่จิตตกที่สุด ถึงขนาดคิดอยากเลิกเล่น เพราะทำอย่างไรเข่าก็ไม่หาย แต่ก็เกิดความสะท้อนใจเมื่อเห็นคุณพ่อต้องมาคอยนั่งทายา ประคบเข่าให้ จนเจ้าตัวถึงกับร้องไห้และด่าตัวเองว่า ทำไมเรามันกระจอกจัง” พ่อทำให้เราขนาดนี้ ยังคิดจะทำให้พ่อผิดหวัง

    เมื่อกลับมาฮึดใหม่ แต่ปัญหาคือ อยู่ที่ชลบุรีไม่มีผลงาน เพราะเจ็บยาว ความหมดหวังเริ่มคืบคลานมา สุดท้ายมีอัศวินม้าขาวร่างยักษ์อย่าง มิลอส โจซิค ที่เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่เอสซีจี เมืองทอง และคอยสอบถามข่าวคราวของ “เจ้าดวง”ตลอด ครั้งนี้ก็สอบถามนักฟิตเนสทีมชลบุรี ที่รู้จักกันว่า “ดวง เป็นอย่างไร”

    จริง ๆ แล้ว มิลอส โจซิค เคยอยากได้ นฤพนธ์ มาแล้วหลายครั้ง แต่โอกาสไม่พอดีกัน จนครั้งนี้ “เจ้าดวง”เหมือนได้เกิดใหม่ เมื่อมิลอส ชวนไปอยู่โคราช หนนี้เจ้าตัวกลับมาเข้าที่เข้าทาง เข่าเริ่มหายสนิท ปล่อยฟอร์มเด่นได้เต็มที่และจนถึงตอนนี้ย่างเข้าปีที่ 4 กับโคราช ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดในการเล่นให้กับทุกสโมสรที่ผ่านมาของ “เจ้าดวง”ด้วย

    ปัจจุบัน “ดวง”นฤพนธ์ ในวัย 31 ปีเพิ่งได้ลูกสาวน้อง ลลิล มาเป็นสมาชิกใหม่ต่อจากลูกชายคนแรก ณพล

 

กัปตันแม็กไกวร์ได้ลูกสาว!นักเตะลิเวอร์พูล-เลสเตอร์ร่วมยินดี

แฟนบอลร่วมแสดงความยินดีกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตัน แมนฯ ยูไนเต็ด หลังได้ลูกสาวคนที่ 2 ขณะที่เพื่อนนักเตะจากทั้ง ลิเวอร์พูล และ เลสเตอร์ ร่วมเฮด้วย

     แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะเป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่มีความสุขมากที่สุดในโลกเวลานี้ หลังจาก เฟิร์น ฮอว์กินส์ แฟนสาว ให้กำเนิดลูกสาว เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และตั้งชื่อให้ว่า ไพเพอร์ โรส แม็กไกวร์

    แม็กไกวร์ โพสต์รูปลูกสาวที่เพิ่งลืมตาดูโลกลง อินสตาแกรม พร้อมเขียนข้อความว่า "ยินดีต้อนรับสู่โลกบ้าๆ ใบนี้ ทารกเพศหญิง ไพเพอร์ โรส แม็กไกวร์"

 

   จากนั้นก็มีแฟนบอลจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับกองหลัง "ปีศาจแดง" เช่นเดียวกับสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เขียนคอมเมนต์ว่า "ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง, แฮร์รี่" พร้อมด้วยอิโมจิรูปหัวใจ

   นอกจากนั้น ยังมีนักเตะใน พรีเมียร์ลีก หลายรายที่ร่วมแสดงความดีใจด้วยอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย ลิเวอร์พูล ที่โพสต์ข้อความว่า "ยินดีด้วย พ่อหนุ่มร่างยักษ์" ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ กองหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเห็นว่า "ยินดีด้วย พี่ชาย"

    ทั้งนี้ หนูน้อย ไพเพอร์ โรส เป็นลูกสาวคนที่สองของ แม็กไกวร์ และ ฮอว์กินส์ ต่อจาก ลิลลี่ เซนต์ แม็กไกวร์ ลูกสาวคนโตที่คลอดเมื่อเดือนเมษายน ปี 2019

เปิดวาร์ปแฟนฮาคิมี่ดาราสาวสวยอายุมากกว่า1รอบ



เปิดวาร์ปแฟนสาว อาชราฟ ฮาคิมี่ ที่เวลานี้เป็นเป้าหมายเสริมทัพของ อาร์เซน่อล และ เชลซี โดยฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 12 ปี แต่ยังสวย และเซ็กซี่สุดๆ

อาชราฟ ฮาคิมี่ ฟูลแบ็ก เรอัล มาดริด ที่เวลานี้ไปเล่นให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบยืมตัว กำลังกลายเป็นนักเตะเนื้อหอม หลัง อาร์เซน่อล, เชลซี, ยูเวนตุส และ บาเยิร์น มิวนิค สนใจที่จะดึงไปเสริมทัพ 

ดาวเตะวัย 21 ปี ถูก ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวมาใช้งานเป็นปีที่ 2 และทำผลงานได้น่าประทับใจในศึก บุนเดสลีกา ทำแอสซิสต์ ถึง 10 ลูก จากการลงสนาม 25 นัด โดยเจ้าตัวมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท)

หลายคนอาจจะอยากรู้จักว่า หวานใจของ ฮาคิมี่ เป็นใครกัน และนี่คือเรื่องราวของเธอคนนี้

อายุมากกว่าฝ่ายชาย 12 ปี
แฟนของ ฮาคิมี่ ชื่อว่า ฮิบา อาบูค นักแสดงสาววัย 33 ปี โดยเธอมีอายุมากกว่าแบ็กขวาความเร็วสูงถึง 12 ปีเลยทีเดียว อาบูค เกิดที่ประเทศสเปน และมีเชื้อสายตูนิเซีย โดยเธอเป็นนักแสดงที่โด่งดังจากรายการ เอล ปรินซิเป้ รวมทั้งซีรี่ส์ ลา อิสลา เดอ ลอส โนมิเนดอส

มีลูกด้วยกันแล้ว 1 คน
อาบูค คบหาดูใจกับ ฮาคิมี่ เมื่อปี 2018 ก่อนที่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ฝ่ายชายจะประกาศผ่าน อินสตาแกรม ว่า แฟนสาวตั้งท้องลูกคนแรกของทั้งคู่ จากนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลูกสาวของทั้งคู่ก็ออกมาลืมตาดูโลก

นักแสดงสวยสุดในโลก
อาบูค ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักแสดงที่สวยสุดในโลก โดยเธอมีคนติดตามทาง ไอจี ราว 991,000 ฟอลโลเวอร์ และลงรูปคู่กับแฟนหนุ่มให้เห็นตลอด

เตรียมขันหมาก! “บรู๊คลิน” ควงหวานใจเซลฟี่สยิวกักตัวหนีโควิด

เดวิด เบ็คแฮม กับ วิคตอเรีย คงต้องเตรียมแห่ขันหมาก หลัง บรู๊คลิน ลูกชายสุดที่รัก กำลังหวานแหวนแต๋วจ๋ากับ นิโคลา เพลท์ซ แฟนสาว โดยล่าสุดทั้งสองคนโพสต์ภาพถ่ายรูปหน้ากระจกด้วยกันขณะกักตัวอยู่ในที่พักด้วยกันที่เมืองมะกัน

     บรู๊คลิน ลูกชายคนโตของ เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม คู่รักบรรลือโลก ควง นิโคลา เพลท์ซ แฟนสาวสุดสวยโชว์หวานปนสยิวในช่วงที่เก็บตัวหลบเลี่ยง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

     ทายาทคนโตของ อดีตสตาร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อดีตหนึ่งในห้าสาวซ่า "สไปซ์ เกิร์ลส์" เกิร์ลกรุ๊ปชื่อก้องโลกยุค 90 ปัจจุบันอายุ 21 ปี และตอนนี้กำลังปลูกต้นรักหวานชื่นกับนางแบบรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า 4 ปี

     ล่าสุดทั้งสองคนใช้เวลาล็อกดาวน์อยู่ด้วยกันในอพาร์ทเมนต์สุดหรู ที่มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ พวกเขาก็เลยโชว์ความโรแมนติกด้วยการถ่ายภาพด้วยกันหน้ากระจก แต่ที่ทำให้แฟนคลับในอินสตาแกรม ต้องคิดลึกก็เพราะ เพลท์ซ ดูเหมือนจะเปลือยท่อนบน

 

     นางแบบวัย 25 ปี โพสต์ภาพดังกล่าวในอินสตาแกรม พร้อมกับข้อความกระตุ้นให้ผู้คนอยู่บ้านเพื่อชาติว่า "ได้โปรดอยู่บ้าน ฉันรักคุณ" พร้อมกับอีโมจิรูปหัวใจ ส่วน บรู๊คลิน ก็ตอบกลับว่า "ที่รัก ผมรักคุณ"

     ทั้งนี้สาวเพลท์ซ มีประวัติไม่ธรรมดา เพราะเธอเป็นลูกสาวของ เนลสัน เพลท์ซ นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน โดยเธอเคยคบหาดูใจ อันวาร์ ฮาดิด น้องชายของ เบลล่า กับ จิจิ้ ฮาดิด ซูเปอร์โมเดลสาวสุดเซ็กซี่ โดยหลังจากที่พวกเขาคบกันได้ 4 เดือน บรู๊คลินได้พาไปแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวของเขา และรู้สึกว่าเธอทำให้ทุกคนประทับใจมากๆ