โซลชาสวนกลับ2กุนซือ-ยันแมนยูไม่ได้รับโชคจากวีเออาร์

ใครว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประโยชน์จาก วีเออาร์ มากสุด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ขอสวนกลับทันควัน ยัน "ปีศาจแดง" ไม่มีสิทธิพิเศษแน่นอน พร้อมอัพเดตความพร้อมของทีมก่อนเจอ เชลซี วันอาทิตย์นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสวนกลับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี และ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่กล่าวหาว่า "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่ได้ผลประโยชน์อย่างมากจากเทคโนโลยีช่วยตัดสินหรือ วีเออาร์ โดยยืนยันไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด

    ฤดูกาลนี้เป็นซีซั่นแรกที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ วีเออาร์ แต่ก็ตกเป็นประเด็นร้อนหลายครั้ง ซึ่งถ้านับเฉพาะช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกมองว่าได้ประโยชน์มากสุด อย่างเกมกับ คริสตัล พาเลซ ที่ไม่เสียจุดโทษ และจังหวะที่ จอร์แดน อายิว ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแล้ว แต่ไม่ใด้ประตูหลังถูกตัดสินว่าล้ำหน้านิดหน่อย

        อย่างไรก็ตาม โซลชา เผยในการแถลงข่าวก่อนเกมพบ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. นี้ ว่า "ผมสามารถนั่งที่นี่ได้หลายชั่วโมงเพื่อพูดถึงเรื่องนี้ มันดูเหมือนมีการสร้างเรื่อง มันเหมือนว่าผู้คนต้องการมีอิทธิพลต่อคนที่ทำหน้าที่ตัดสิน"

        "ผมได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องโชคว่า พวกเราโชคดีมากกว่าโชคร้าย หากคุณมองความเป็นจริงของการตัดสิน ผมไม่ต้องการดูเหมือนผู้จัดการทีมที่กำลังเอาแต่พูดเรื่องข้อเท็จจริง แต่ถ้าคุณล้ำหน้าจริง คุณก็ต้องล้ำหน้า มันชัดเจนอยู่แล้ว" กุนซือชาวนอร์เวย์ กล่าว

    พร้อมกันนี้ โซลชา ยังเผยว่า ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง จะพลาดลงเจอ เชลซี หลังบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต หลังบาดเจ็บศีรษะจากเกมเดียวกัน

        "ลุค หมดสิทธิ์ลงเล่น ผมมองไม่เห็นทางที่เขาจะหายทัน ส่วน แบรนดอน หวังว่า จะโอเค เขาจะพยายามลงซ้อมในวันนี้ เราต้องรอดูกันต่อไป แต่เขาน่าจะหายทัน" โซลชา ทิ้งท้าย

 

“แม็กไกวร์” เจ๋งทั้งรับ-รุก”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเชือดนอริชลิ่ว4ทีมเอฟเอคัพ

 ลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อเวลาพิเศษ บุกไปเชือด นอริช ซิตี้ 2-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 118 จาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม และนี่คือผลสอบของบรรดาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นในแมตช์นี้

 

 11 ผู้เล่นตัวจริง
 
 – เซร์คิโอ โรเมโร่ : 6
  ตลอดทั้งเกมไม่มีเซฟเลย ส่วนประตูที่เสียก็ต้องยกเครดิตให้กับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่ยิงได้สุดยอดด้วย 

 – ดีโอโก้ ดาโลต์ : 5
  ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากเกมรุกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากแล้ว เกมรับยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดหลายครั้ง

 – เอริค ไบยี่ : 6
  เกมนี้เล่นไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม 

 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 8.5
  สมกับเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะนอกจากช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้งแล้ว ยังสวมบทเป็นฮีโร่ ด้วยการขึ้นมาทำประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย

 – ลุค ชอว์ : 7
  มีผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเกมรับได้ดี แถมมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆ ให้เห็น 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6.5
  บู๊แดนกลางได้ดุดัน แต่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

 – เฟร็ด : 6.5
  แม้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ทำให้คู่แข่งผ่านบอลยาก

 – ฆวน มาต้า : 5
  ชัดเจนว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปเรียบร้อย ช้าลงไปเยอะ แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อย

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7
  แม้เป็นเกมที่เล่นด้วยความยากลำบาก จูนกับเพื่อนไม่ค่อยติด แต่โดยรวมถือว่าโอเค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับเกม

 

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 5
  อาจจะไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะลุ้นทำประตู

 – โอเดียน อิกาโล่ : 7
  เป็นเกมที่เล่นยาก ทว่าเจ้าตัวก็ยิงได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะทำประตูขึ้นนำ 1-0 แต่นั่นก็มาจากความผิดพลาดเองของแนวรับ นอริช ด้วย 

 
 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ดาโลต์ น. 62) : 6.5
  ลงไปประจำการทางฝั่งขวาได้ไม่เลว

 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน มาต้า น. 63) : 6
  มีลุ้นทำประตูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ลงไปเล่น แต่หลังจากนั้นทำอะไรไม่ได้มาก

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน ลินการ์ด น. 63) : 6
  ยังคงติดๆ ขัดๆ แต่มีความพยายามดี ได้ลุ้นยิงถึง 5 ครั้ง ทว่าตรงกรอบหนเดียว

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 78) : 6.5
  ลงไปช่วยประคองเกมใช้ได้

 – ปอล ป็อกบา (แทน เฟร็ด น. 78) : 7
  ลงไปช่วยยกระดับเกมได้แบบทันตาเห็น และลูกเปิดอันยอดเยี่ยมของเขาก็นำไปสู่การได้ประตูชัย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แทน ไบยี่ น. 96) : 6
  ไม่เฉียบขาดเหมือนเกมก่อนที่ทำแฮตทริกได้

มาร์กซิยาลคมกริบ! ตัดเกรดแข้งแมนยูฟอร์มหรูนัดถล่มเชฟฯยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาโชว์ฟอร์มสุดหรูด้วยการถล่มคู่แข่งลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถึงสามประตู ถือเป็นเกมที่ "ปีศาจแดง" เหนือกว่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการครองบอลหรือโอกาสทำประตู เกมนี้มีนักเตะหลายคนทำผลงานได้ดีแต่มีหนึ่งแข้งที่คว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปด้วยคะแนนถึง 9 แต้ม เราไปดูผลสอบของนักเตะ "ผีแดง" กันเลย
ดาบิด เด เคอา 6

    เกมนี้โดนจับตามองเป็นพิเศษ​ แต่แทบไม่ได้ทำอะไรตลอดเกม ลูกยิงตรงกรอบหนึ่งครั้งของ เชฟฯยู ก็รับสบายๆ

อารอน วาน-บิสซาก้า 7

    เรื่องเกมรับไม่ได้เจองานยากเท่าไหร่ แต่เป็นนัดที่เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นมากในเกมรุก ทำแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล ยิงประตู เปิดบอลเข้าในได้ลุ้นหลายจังหวะ มีพัฒนาการในการเติมเกมบุกมากขึ้น

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7

    เป็นเกมที่สบายๆเพราะแนวรุกเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สร้างอันตรายไม่ได้เลย เคลียร์บอลไปมากถึง 7 ครั้ง เก็บคลีนชีทได้สำเร็จ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 7

    เป็นอีกคนที่โดนวิจารณ์หนักเมื่อเกมที่แล้ว แต่นัดนี้อ่านเกมยอดเยี่ยม เก็บคลีนชีทได้ มีโอกาสได้โขกตุงตาข่ายแต่น่าเสียดายที่ทำฟาวล์ก่อน

ลุค ชอว์ 7

    เติมเกมรุกอย่างเมามันส์ถึงหน้าประตูคู่แข่งเลยก็ว่าได้ จนต้องมีตัดฟาวล์และโดนใบเหลือง จังหวะจับบอลและจ่ายบอลดูมีความมั่นใจ เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำถึง 94.5%

เนมานย่า มาติช 8

    เป็นหัวใจหลักในแดนกลาง มีความนิ่ง จ่ายบอลง่ายๆ ดักบอลและเก็บบอลแบบอยู่หมัด  เล่นเนียนตาสุดๆ คอยเชื่อมบอลขึ้นแดนหน้าตลอด

ปอล ป็อกบา 7.5

    ออกสตาร์ทตัวจริงครั้งแรกในปีนี้ พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม บอลแดนกลางไหลลื่นมาก สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมไปถึง 4 ครั้ง และเลี้ยงผ่านคู่แข่งอีก 5 ครั้ง

เมสัน กรีนวู้ด 6.5

    อาจจะไม่ได้มีอิมแพ็คกับเกมมากแต่ยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกอยู่ตลอด เป็นคนที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในเกมนี้ 5 ครั้ง

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 8

    ยังโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่อง ประสานงานกับแดนหน้าได้เพลินตา ส่วนการเล่นกับคู่หูอย่าง ปอล ป็อกบา ก็เริ่มลงตัวมากขึ้น มีส่วนสำคัญกับการได้ประตูที่ 2 และ 3

มาร์คัส แรชฟอร์ด 7

    มีโอกาสทองทำประตูอยู่ 2-3 ครั้งแต่ทำพลาดหมด เหมือนจะยังไม่ฟิตนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา แต่ยังประสานงานกับ มาร์กซิยาล แบบรู้ใจและยังทำสองแอสซิสต์ในเกมนี้

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 9

    หลังจากนัดที่แล้วฟอร์มเงียบหายไป นัดนี้ก็กลับมาโชว์ฟอร์มสุดติ่งด้วยกันทำแฮตทริก จังหวะจบสกอร์ถือว่าคมมากๆ โดยเฉพาะลูกชิพบอลเข้าอย่างเหนือในประตูที่ 3 เรียกความมั่นใจให้เจ้าตัวเป็นอย่างดี

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โอเดียน อิกาโล่ 6 (ลงมาแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.80)

    ลงมาแล้วมีโอกาสทองอยู่ 2 ครั้ง น่าเสียดายทำประตูไม่ได้

อันเดรียส เปเรยร่า 6 (ลงมาแทน ปอล ป็อกบา น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ 6 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

แดเนี่ยล เจมส์ 6 (ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

ฆวน มาต้า 6 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

ยังเคืองอยู่ !! หลุยส์ ฟาน กัล จวก แมนยู ซื้อแต่นักเตะเกรดสำรองมาให้ใช้

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของ พรีเมียร์ลีก ยังไม่หายแค้นออกมาจวกอดีตต้นสังกัดว่า ไม่เคยซื้อนักเตะระดับท็อปที่เป็นเป้าหมายของตนมาให้ใช้เลย และที่ได้มาก็มีแต่ผู้เล่นที่เป็นระดับตัวเลือกสำรองเท่านั้น จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563

        ฟาน กัล เข้ามาคุม แมนยู ในช่วงปี 2014-2016  ซึ่งตลอด 2 ปี เขาได้ใช้เงินไปถึง 276.4 ล้านปอนด์ ในการซื้อนักเตะใหม่ ซึ่งฤดูกาลแรกประกอบไปด้วย อังเดร์ เอร์เรร่า, ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ, ราดาเมล ฟัลเกา, ดาลี่ย์ บลินด์ และ อังเคล ดิ มาเรีย

        ส่วนซีซั่นที่ 2 กุนซือชาวดัตช์ ก็คว้าตัว เมมฟิส เดปาย, อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน, เซร์คิโอ โรเมโร่, บิคตอร์ บัลเดส และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ซึ่งก็สามารถพา ปีศาจแดง ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองได้ในท้ายที่สุด ทว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ต้องโดนปลดออกไป

        ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ ฟาน กัล เคืองไม่น้อยทีเดียว และมักจะออกมาโจมตี แมนยู อยู่บ่อย ๆ ล่าสุด กุนซือจอมปรัชญา ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานการซื้อ-ขายนักเตะของอดีตต้นสังกัดว่า "แมนยู ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นแชมป์ และมีตัวเลือกที่ล้าสมัยพร้อมผู้เล่นนับสิบคนที่อายุมากกว่า 30 ปี และ 5 คนก็อายุเกิน 35 ปี"

        "ดังนั้น ผมจึงบอกพวกเขาว่า ผมจะทำการสร้างทีมใหม่ และผู้เล่นคนไหนคู่ควรให้เราดึงมาร่วมทีม แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ตามที่ต้องการเลย"

        "มันทำให้คุณต้องทำงานไปแบบเท่าที่มี และในฐานะโค้ชคุณต้องก้าวข้ามข้อกำจัดที่ว่านี้ให้ได้ คุณคงไม่คาดหวังว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กับสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหรอกนะ"

"มีงบสูงถึง 600 ล้านปอนด์ แต่กลับไม่สามารถซื้อผู้เล่นที่คุณต้องการได้เลย คุณควรจะซื้อตัวนักเตะที่เป็นระดับตัวเลือกอันดับ 1 ไม่ใช่อันดับ 7"

        "แน่นอนว่า สโมสรที่ขายนักเตะให้เราก็คงคิดว่า ‘ในเมื่อคุณรวย คุณก็ต้องจ่ายเงินจำนวนสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับผู้เล่นใหม่’ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการซื้อ-ขายนักเตะ"

        "เมื่อเรื่องนี้ไปเกิดกับผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายในลำดับที่ 7 หรือ 8 ของคุณ มันทำให้คุณต้องจ่ายเงินมากเกินความจำเป็น ซึ่งโค้ชก็เป็นคนที่ถูกตัดสิน และกลายเป็นคนที่ถูกลงโทษ"

 

ลุค ชอว์ เชื่อหนึ่งในแข้ง แมนยู มีแววเป็น นิว โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

     ลุค ชอว์ แบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่ง สามารถพัฒนาไปเป็นสุดยอดดาวยิงเหมือนกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อดีตหัวหอกตัวเก่งของทีม จากรายงานของ express.co.uk เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563

        เมสัน กรีนวู้ด คือนักเตะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หมายมั่นว่าจะดันให้ขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ แมนยู ในอนาคตอันใกล้ ถึงขนาดยอมปล่อย 2 กองหน้าอย่าง โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ ออกจากทีมไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้

        และทาง กรีนวู้ด ก็ตอบแทนความไว้ใจของ โซลชาร์ ด้วยผลงาน 12 ประตู 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 36 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งทาง ลุค ชอว์ มองว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ มีศักยภาพยอดเยี่ยมที่จะกลายมาเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คนใหม่ของทัพ ปีศาจแดง "เขามีฤดูกาลแรกที่ดีมาก ๆ กับทีมชุดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นดาวยิงโดยธรรมชาติ"

        "สำหรับฤดูกาลนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเป็นตัวจริงอยู่ตลอด แต่การทำประตู และสถิติของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก แถมยังทำแอสซิสต์ได้ด้วย สำหรับนักเตะดาวรุ่งในฤดูกาลแรกถือว่าเขาเก่งมาก ๆ นะ"

        "เขายังมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้ แต่ถ้าเขายังทำงานหนัก และผลักดันตัวเองทุกวัน ผมก็ไม่เห็นว่าทำไมเขาจะกลายมาเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คนใหม่หรือผู้เล่นในสไตล์เดียวกันที่สามารถยิงประตูให้เราอย่างเป็นกอบเป็นกำไม่ได้ล่ะ"

        สำหรับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก จากผลงาน 132 ประตูระหว่างที่เล่นให้ อาร์เซนอล ในช่วง 2004-2012 ก่อนจะย้ายไปล่าตาข่ายให้ แมนยู ในปี 2012-15 และจัดการซัดไป 58 ประตูจาก 105 นัดในสีเสื้อยูไนเต็ด

ผลโหวตแฟนอังกฤษอยากเห็นใครบ้างไปลุยยูโร2021

เปิดผลโหวตแฟนบอลอยากเห็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ ไปลุยยูโร 2021 มีใครบ้าง หลังต้องเลื่อนจากปีนี้ไปเล่นปีหน้า

     ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2020" ต้องเลื่อนไปแข่งในปี 2021 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 11 กรกฎาคม หลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดเล่นงานไปทั่วโลกอยู่ในเวลานี้

    ขณะที่ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาเมืองผู้ดี ได้จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลว่า อยากเห็นนักเตะคนไหนมีชื่อติดอยู่ใน 23 คนที่จะได้เป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษ ไปเล่นยูโร 2021 กันบ้าง โดยผลโหวตออกมาดังนี้ 

 

    ผู้รักษาประตู

    ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฯ ยูไนเต็ด ยืมมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด)        95.5 เปอร์เซ็นต์
    จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน)                    75 เปอร์เซ็นต์
    นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์)                        67.6 เปอร์เซ็นต์

    กองหลัง
แบ็กขวา

    เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล)            92.3 เปอร์เซ็นต์
    อารอน วาน-บิสซาก้า (แมนฯ ยูไนเต็ด)                66.3 เปอร์เซ็นต์

เซนเตอร์แบ็ก

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)                    87.9 เปอร์เซ็นต์
    โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)                        77.4 เปอร์เซ็นต์
    ไทโรน มิงส์ (แอสตัน วิลล่า)                    27.6 เปอร์เซ็นต์
    จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้)                    27.4 เปอร์เซ็นต์   
           

แบ็กซ้าย

    เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์)                    74.5 เปอร์เซ็นต์
    ลุค ชอว์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)                     32.3 เปอร์เซ็นต์

    กองกลาง

    จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล)                85.3 เปอร์เซ็นต์
    แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า)                     77.7 เปอร์เซ็นต์
    เจมส์ แมดดิสัน (เลสเตอร์)                    75.9 เปอร์เซ็นต์
    เมสัน เมาท์ (เชลซี)                        63.2 เปอร์เซ็นต์
    อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ลิเวอร์พูล)                58.9 เปอร์เซ็นต์
    เดเล่ อัลลี (สเปอร์ส)                        50.2 เปอร์เซ็นต์

    กองหน้า

    แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)                        95.5 เปอร์เซ็นต์
    ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนฯ ซิตี้)                    95.3 เปอร์เซ็นต์
    จาดอน ซานโช่ (ดอร์ทมุนด์)                    94.6 เปอร์เซ็นต์ 
    มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด)                93.3 เปอร์เซ็นต์
    แทมมี่ อับราฮัม (เชลซี)                    68.3 เปอร์เซ็นต์
    คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (เชลซี)                    35.9 เปอร์เซ็นต์

แม็กไกวร์ฮีโร่! แมนยูเหนื่อยต่อเวลาฯบี้นอริช10คน ลิ่วตัดเชือกเอฟเอ คัพ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมปีศาจแดงสวมบทฮีโร่หลังซัดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษเอาชนะเจ้าถิ่น นอริช ที่เหลือแค่10คน แบบหืดจับ 2-1 หลังทั้งคู่เสมอในเวลา 1-1 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" เป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ในศึกลูกหนัง เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
สนาม : วิคาเรจ โร้ด

    ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน นอริช ที่รอบ16ทีมที่แล้วเอาชนะจุดโทษ สเปอร์ส เกมนี้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรอบที่แล้วบุกไปคว่ำ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 3-0

    ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริชส่ง ท็อดด์ แคนท์เวลล์ และลูคัส รุปป์ ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ตีมู ปุ๊กกี้ ขณะที่ฝั่งของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บอสใหญ่ของผีแดงโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่ง แต่ยังให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนคุมแนวรับ ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส บัญชาเกมรุกร่วมกับ ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด และส่ง โอเดียน อิกาโล่ ยืนหน้าเป้า
       
    ออกสตาร์ทมาช่วง 20 นาทีแรก แม้ฝั่ง "ผีแดง" จะครองเกมแบบพับสนามบุกแต่ยังไม่มีโอกาสส่องเจ้าถิ่นได้เลย

    แต่เป็นฝั่ง นอริช ที่ทักทายก่อนในนาที 23 จากจังหวะลากเข้ามายิงของ แม็กซ์ แอรอนส์ แต่บอลก็หลุดกรอบออกไป ถัดมาอีก 5 นาที เจ้าถิ่นได้ลุ้นต่อเนื่องอีก เคนนี่ แม็คลีน กระชากขึ้นมาแล้วตะบันด้วยซ้ายบอลก็ยังเหินสูงไปอย่างหมดลุ้น

    นาที 30 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นเหมือนกันหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดเตะมุมเข้ามาให้ เอริค ไบยี่ โขกข้ามคานออกไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 แมนฯยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นจาก เจสซี่ ลินการ์ด ซัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลยังเหินคานออกไป จบครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0 ชนิดที่ยิงไม่ตรงกรอบกันทั้งคู่

    ครึ่งหลัง นาที 51 โอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ "ปีศาจแดง" ก็เป็นประตูขึ้นนำทันที บอลขึ้นจาก ลุค ชอว์ ครอสบอลมากลางประตู ทว่าแนวรับเจ้าถิ่นสกัดบอลไม่ดีกลายเป็นตั้งให้ โอเดียน อิกาโล่ ดีดบอลด้วยข้างเท้าขวาเข้าประตูไป แมนฯยูไนเต็ด บุกมานำนอริช 1-0

    นาที 62 ทีมเยือนเปลี่ยนรวดเดียว 3 คนส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ลงมาเล่นแทน เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า และ ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ส่วนฝั่งเจ้าถิ่นนอริช ถอดเอา ลูคัส รุปป์ ออกแล้วให้ โอเนล เอร์นานเดซ

    เจ้าถิ่นโหมบุกขึ้นมาบ้าง นาที 70 อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์ ได้โขกในกรอบจากลูกเซ็ตพีซแต่บอลหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว อีกนาทีต่อมา ส่ง โยซิป เดอร์มิช ลงมาแทน ตีมู ปุ๊กกี้

    นาที 75 นอริช มาไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะโต้ขึ้นมาบอลเข้ากลางมาให้ เอมิเลียโน่ บวนเดีย ไหลต่อให้ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ตะบันด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งติดปลายมือ เซร์คิโอ โรเมโร่ ก่อนเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 89 นอริช ต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง ทิม โคลเซ่ ซึ่งอยู่เป็นคนสุดท้ายไปดึงโอเดียน อิกาโล่ที่กำลังจะหลุดเข้าไปในเขตโทษ จนผู้ตัดสินวิ่งมาแจกใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนที่จังหวะต่อมา บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดฟรีคิกไปติดกำแพง

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+6 ป็อกบา ซัดมุมแคบไปติดขาของ ทิม ครูล เซฟไว้ บอลมาเข้าทาง เมสัน กรีนวู้ด วอลเลย์ด้วยซ้ายจะเสียบมุมอยู่แล้วแต่ ทิม ครูล ยังพุ่งปัดปลายมือออกไปหวุดหวิด

    จบเกมเสมอกันในเวลา 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

    ช่วงต่อเวลาฯ นาที 94 ผีแดงเกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ แรชฟอร์ด แตะหลบก่อนซัดด้วยขวาเน้นๆแต่บอลยังไปติดเซฟของ ทิม ครูล

    อีกสองนาทีต่อมา โซลชา เปลี่ยนตัวส่ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเล่นแทน เอริค ไบยี่

    "ผีแดง" ที่ตัวมากกว่ายังบุกเข้าใส่ต่อเนื่อง นาที 104 เมสัน กรีนวู้ด จ่ายมาให้ ปอล ป็อกบา ซัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลยังเบาไปเข้ามือนายด่านนอริช ก่อนจบช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก

    ช่วงต่อเวลาฯครึ่งหลัง นาที 112 ทัพปีศาจแแดงเกือบได้ประตูขึ้นนำ หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดเตะมุมมาเสาสองให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกบอลลงพื้นจะเบียดเสาเข้าอยู่แล้ว แต่ ทิม ครูล ยังสริงข้อเท้าพุ่งมาปัดบอลออกไปแบบหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้สักไกจากนอกกรอบเน้นๆ บอลพุ่งตกพื้นจน ทิม ครูล ต้องพุ่งปัดออกหลังไปอีกที

    นาที 118 แมนฯยูฯ มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ป็อกบาจ่ายเข้าไปในกรอบให้ อิกาโล่ ดีดเข้ากลางประตูบอลไปโดนแนวรรับเจ้าถิ่นปลิ้นมาเข้าทาง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ล้มตัวยิงเข้าประตูไป

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปปราบ นอริช ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดฟรีย์, ทิม โคลเซ่, เจมาล ลูอิส – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน – เอมิเลียโน่ บวนเดีย, ลูคัส รุปป์, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – ดิโอโก้ ดาโล่ต์, เอริค ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เจสซี่ ลินการ์ด – โอเดียน อิกาโล่