ลงตัว!แกรี่เผยโซลชาอาจเลือกถูก3หนุ่ม3มุมแผงมิดฟิลด์

แกรี่ เนวิลล์ ระบุ การจับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด เป็นตัวจริงร่วมกันอาจจะเป็นการเลือกที่ถูกต้องของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะมันทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นจนเสียเพียง 2 ลูกใน 3 นัดหลังสุด ต่างกับ 5 เกมแรกที่เสียไปถึง 11 ประตู พร้อมชี้ว่าแท็คติกแบบนี้ก็เคยส่งผลดีกับ โซลชา มาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน
    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะทำถูกแล้วที่จัดให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกัน เพราะมันทำให้เกมรับของทีมดีขึ้น

    โซลชา โดนตั้งคำถามถึงเรื่องการจัดทีมเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ส่งทั้ง ปอล ป็อกบา กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นตัวจริง และเลือกใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมถึง เฟร็ด เป็น 3 ประสานในแดนกลางตั้งแต่ต้นเกมในช่วง 3 นัดหลังสุด แต่มันก็ทำให้พวกเขาชนะ 2 เกมกับเสมอ 1 นัด รวมถึงเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ต่างกับ 5 เกมก่อนหน้านั้นที่เสียไปถึง 11 ประตูและแพ้ 2 เกมแบบฟ้ากับเหว

    เนวิลล์ เผยว่า "ถ้าคุณลองดูเกมนัดเปิดฤดูกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด (แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3) แล้วล่ะก็ คุณก็จะเห็นว่าพวกเขาเคยให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนคู่กับ ป็อกบา ในตำแหน่งกลางสนาม ประเด็นคือ ป็อกบา เป็นนักเตะที่สไตล์การเล่นต่างจากทั้ง เฟร็ด, แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช อย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาโดนเล่นงานได้ง่ายตามไปด้วย"

    "ป็อกบา กับ แฟร์นันด์ส ต่างก็เป็นพวกที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก ทั้งคู่ต่างก็คิดถึงการสร้างโอกาสทำประตูรวมถึงการยิงประตูเองมากกว่าการเล่นเกมรับ มันทำให้แนวตรงหน้าแผงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือกองกลางที่ช่วยเกมรับแค่คนเดียว ซึ่งมันก็ทำให้วันนั้น พาเลซ ฉีก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นชิ้นๆ แนวรุกของคู่แข่งไปถึงแผงแบ็กโฟร์ง่ายเกินกว่าที่ควรจะเป็นมากๆ แถมยังเกิดชอตแบบนั้นเยอะเกินไปด้วย ซึ่งเดิมที 2 เซนเตอร์แบ็กของพวกเขาก็ไม่ใช่พวกที่เก่งในเรื่องการดวลตัวต่อตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ไม่มีความเร็วตั้งแต่แรก"

    "หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีเกมที่ปล่อยให้คู่แข่ง (หมายถึงเกมลีกที่ชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2) ได้ยิงหลายหน ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะเจอวันที่เลวร้ายในเกมกับ ท็อตแน่ม  ที่พวกเขาแพ้แบบขาดลอย 1-6"

    "คำถามคืออะไรที่มันแตกต่างออกไปหลังจากพ้นโปรแกรมเกมทีมชาติไปแล้ว ? นั่นก็คือ โอเล่ กลับไปจัดทีมตามแบบที่ช่วยให้เขาทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งได้แก่การทำให้เกิดกรอบสี่เหลี่ยมในด้านเกมรับอันประกอบไปด้วย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, เฟร็ด, แม็คโทมิเนย์ ทั้งหมดต่างก็เป็นนักเตะประเภทที่เน้นเกมรับเป็นหลัก พวกเขาต่างก็เข้าหาบอลได้เร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 กองกลาง (หมายถึง เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์) ที่ยืนอยู่หน้าคู่เซนเตอร์แบ็ก"

    "ดังนั้นทุกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนคู่แข่งบุกใส่ และบอลไปถึงแผงกลางของ เชลซี แล้วน่ะ พวกเขาเหล่านั้นต่างก็พุ่งเข้าใส่นักเตะของ เชลซี อย่างรวดเร็ว การใช้แท็กติกนี้ยังช่วยทำให้ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ลุค ชอว์ ฟูลแบ็กทั้ง 2 ข้างของ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นแบบดุดันได้ด้วย โดยที่กองกลางทั้ง 2 คนก็เล่นแบบดุดันในพื้นที่ของพวกเขา พวกเขาทำงานร่วมกันได้ดี และมันก็ทำให้ ลินเดอเลิฟ กับ แม็กไกวร์ ซึ่งเป็น 2 กองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนเล่นงานน้อยลงเช่นกัน"

    "สำหรับผมแล้วมันแทบจะเหมือนกับว่า โอเล่ คิดว่า -ฉันต้องกลับไปสู่พื้นฐานที่ดีซะแล้ว ฉันจะเสียประตูมากมายก่ายกองต่อไปไม่ได้- แน่นอนว่าเขามีปัญหากับเรื่องการจัดทีมในกรณีของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กับ ป็อกบา (ที่ไม่ได้เป็นตัวจริง) แต่สัปดาห์นี้เขากลับไปสู่พื้นฐานของตัวเอง และมันทำให้คู่แข่งเล่นงานพวกเขาได้ยาก พร้อมกับส่งผลให้ทีมเสียประตูน้อยลง และโดนคู่แข่งยิงใส่น้อยกว่าเดิมตามไปด้วย"

มีทั้งดีและแย่!แมนยูสร้าง2สถิติหลังบุกทุบเปแอสเช

การบุกไปชนะ ปารีสฯ 2-1 ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะในเกมเยือนได้ 10 นัดติดต่อกันเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของทีม แต่พวกเขาก็ทาบสถิติการทำเข้าประตูตัวเองเยอะที่สุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนกัน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์ชนะเกมเยือน 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมหากไม่รับรวมเกมอุ่นเครื่อง หลังล่าสุดพวกเขาบุกไปทุบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    สำหรับสถิติในครั้งนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นจากเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลก่อนที่พวกเขาบุกไปเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยชัยชนะที่เด่นๆ หลังจากนั้นมีอย่างเช่นเกมลีกที่บุกไปชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศที่แพ้ เซบีย่า 1-2 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามันเตะที่สนามเป็นกลางจนทำให้ไม่ถือว่าสถิติของพวกเขาถูกหยุดเอาไว้ในตอนนั้น

    อย่างไรก็ตาม การที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โหม่งเข้าประตูตัวเองในเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทาบสถิติการเป็นทีมที่ทำเข้าประตูตัวเองเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ของศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่ากับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เหมือนกัน ด้วยจำนวน 9 ครั้ง ซึ่งคนล่าสุดก่อนหน้านี้ของพวกเขาที่ทำเข้าประตูตัวเองในเกมชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้แก่ ลุค ชอว์ โดยมันเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 เมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2019

เดเคอาเซฟยับ-เตลลิสเดบิวต์เยี่ยม! ตัดเกรดแข้งแมนยูบุกสยบเปแอสเช

นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างงัดฟอร์มเก่งกันมาเป็นเหตุผลให้พวกเขาบุกเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแม่ง ประเดิมสามแต้มอย่างสวยงามในศึก ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก โดยเกมนี้ต้องชมแท็คติกของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่จัดระเบียบเกมรับกันแน่นหนาและนักเตะก็ตอบสนองแผนของโค้ชเป็นอย่างดี แต่ใครเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ของเกมนี้ เราไปหาคำตอบกัน
ดาบิด เด เคอา 9

    ท็อปฟอร์มสุดๆ เซฟลูกยิงของ อังเคล ดิ มาเรีย และลูกชาร์จจ่อๆของ คูร์ซาว่า ในครึ่งแรก ขณะที่ครึ่งหลังประตูที่เสียโทษเข้าไม่ได้ แต่มีซูเปอร์เซฟลูกยิงของ เอ็มบั๊ปเป้ และ เนย์มาร์ ด้วย

อารอน วาน-บิสซาก้า 7

    เจอปัญหาในการรับมือ เอ็มบั๊ปเป้ อยู่บ้าง แต่เป็นเกมที่เขาเข้าสไลด์แท็กเกิ้ลสวยงามหลายครั้ง (แท็กเกิ้ลทั้งหมด 6 ครั้งมากที่สุดในทีม) ยังมีบล็อกลูกยิงสำคัญของ เอ็มบั๊ปเป้ ในครึ่งหลังด้วย

อั๊กเซล ตวนเซเบ้ 8

    กลับมาลงสนามในรอบ 10 เดือน แต่ฟอร์มยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เกมรับแน่นหนา เคลียร์บอลถึง 7 ครั้ง มีจังหวะวิ่งเบียดเอาชนะ เอ็มบั๊ปเป้ ที่หลุดเดี่ยวได้ถึงสองครั้ง

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7

    ไม่ได้โดดเด่นเหมือน ตวนเซเบ้ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในเกมรับ ยืนตำแหน่งดีทำให้เคลียร์บอลได้ดี การเปลี่ยนระบบมาใช้กองหลัง 3 คนทำให้เขาเล่นง่ายมากขึ้น

ลุค ชอว์ 6.5

    ขยับมาเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็ก อาจจะมีจ่ายบอลพลาดบ้างและหลุดตำแหน่งเป็นบางครั้ง แต่ถือว่ามีฟอร์มน่าประทับใจแบบเงียบๆ ลูกจ่ายของเขาทำให้ มาร์กซิยาล เรียกจุดโทษได้สำเร็จ

อเล็กซ์ เตลลิส 7

    ประเดิมสนามนัดแรกด้วยฟอร์มดูดีทีเดียว ลงมาช่วยเกมรับอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นคือการเล่นเกมรุกโดยเฉพาะลูกครอสที่สร้างปัญหาให้แนวรับเปแอสเช ลูกเปิดเตะมุมของเขาได้ลุ้นอยู่ตลอด จ่ายคีย์พาสไปถึง 3 ครั้งมากที่สุดในครึ่งแรก

เฟร็ด 7.5

    แค่สถิติแท็กเกิ้ล 5 ครั้ง, ตัดบอลอีก 3 ครั้ง และเคลียร์บอลอีก 1 ครั้ง ก็ทำให้รู้แล้วว่าเขามีส่วนสำคัญกับเกมแดนกลางมากแค่ไหน พยายามแย่งบอลและเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกตลอด การเล่นง่ายของเขาทำให้กองกลางประสานงานกันเยี่ยม

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 7

    ช่วงแรกๆ มีปัญหากับการรับมือสกิลของ เนย์มาร์ แต่พอจับจังหวะเกมได้ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะเรื่องเกมรับ เคลียร์บอลไปถึง 4 ครั้งและแท็กเกิ้ลอีก 3 ครั้ง

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 7.5

    ยิงจุดโทษรอบแรกติดเซฟแต่โชคดีที่ได้ยิงจุดโทษรอบสอง ลูกยิงไกลจากแถวสองมีได้ลุ้นอยู่ครั้งหนึ่งแต่มีหลายรอบที่หลุดเป้าไปไกล การจ่ายบอลของเขายังพึ่งได้เสมอ สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม 2 ครั้ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 7

    การเคลื่อนที่ของเขาสร้างอันตรายมากมายให้กับแนวรับคู่แข่ง แต่ปัญหายังคงเป็นเรื่องการจบสกอร์และการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายเพราะหลุดเดี่ยวไปหลายรอบแต่ปล่อยโอกาสหลุดลอย มีโอกาสยิงอยู่ 4 ครั้ง มาสัมฤทธิ์ผลในครั้งสุดท้าย

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 5

    เป็นคนเรียจุดโทษแต่ดันมาทำเข้าประตูตัวเอง ฟอร์มโดยรวมยังไม่ดีนัก พยายามเลี้ยงจี้เจาะแผงหลังคู่แข่งแต่ทำไม่ได้สักที

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ปอล ป็อกบา 7 (ลงมาแทน อเล็กซ์ เตลลิส น.67)

    ลงมาเก็บบอลแถวสองได้ดีก่อนจะแอสซิสต์ประตูชัย

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค – (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.88) ลงมาท้ายเกมแล้ว

แดเนี่ยล เจมส์  – (ลงมาแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.88) ลงมาท้ายเกมแล้ว

 

ห่วยทุกตำแหน่ง! ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมสปอร์สยำใหญ่คาบ้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สเปอร์ส ถึง 6-1 เกมนี้แข้ง "ผีแดง" ครบสูตรคำว่า "ย่ำแย่" โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งถลุงตาข่ายง่ายอีกแล้ว นอกจากนี้แนวรุกยังมาโดนใบแดงตอกย้ำอีกด้วย และนี่คือผลสอบของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้

ดาบิด เด เคอา 4

ไม่ได้แย่เหมือนแผงหลังที่อยู่หน้าเขาแต่ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการเสีย 6 ประตูจากการยิงตรงกรอบ 8 ครั้งในเกมนี้ โดยเฉพาะลูกที่โดน ซน ฮึง-มิน ยิงลอดขา

อารอน วาน-บิสซาก้า 4

อาจจะเป็นคนที่ผิดพลาดน้อยที่สุดในแผงหลัง มีการทำถึง 4 แท็กเกิ้ล แต่ก็เจองานหนักในการประกบ ซน ที่มีความเร็วในลูกสวนกลับ ไม่ได้ทำประโยชน์มากนักเมื่อมีบอลอยู่กับตัว

เอริก ไบยี่ 2

มีโอกาสได้ลงเล่นตัวจริงแทนที่ ลินเดอเลิฟ แล้วแต่คว้าโอกาสไม่ได้ ลูกที่ 2 เขามัวแต่เหม่อจนตาม ซน ฮึง-มิน ไม่ทัน ขณะที่ลูกที่สามรับไปเต็มเนื่องจากจ่ายพลาดหน้าปากประตู

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 3

ความผิดพลาดของเขาทำให้ทีมเสียประตูตีเสมอเร็วจนโมเมนตัมเปลี่ยน ยังเป็นคนที่เข้าบอลโฉ่งฉ่างจนเสียฟรีคิกและเสียประตูที่สองด้วย

ลุค ชอว์ 2

กลายเป็นบ่อน้ำมันรูเบ้อเร่อของเกมนี้ ทั้งการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดไปหมดจน สเปอร์ส ขึ้นเกมรุกแบบขวาผ่านตลอด รวมถึงมีส่วนกับการเสียประตูทั้งหลายลูก

ปอล ป็อกบา 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คกับเกมรุกเลยแถมยังทำเสียบอลถึง 13 ครั้งเลยทีเดียว เข้าแท็กเกิ้ลพลาดจนทำเสียจุดโทษแบบง่ายๆ

เนมานย่า มาติช 3

แทบจะตามเกมรุกของสเปอร์สไม่ทัน ไม่ได้ทำแท็กเกิ้ลหรือตัดบอลแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก

เมสัน กรีนวู้ด 4

ทำสุดความสามารถของเขา แต่ช่วยเกมรุกได้น้อย โอกาสง้างเท้านับครั้งได้

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 5.5

    อุตส่าห์ยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำเร็วแท้ๆ แต่พอทีมเสียประตูตีเสมอและเสียโมเมนตัมบทบาทก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 4

มีโอกาสหลุดไปยิงชนเสาแต่เป็นจังหวะล้ำหน้าและก็แทบไม่มีบทบาทกับเกมเนื่องจากบอลไปไม่ถึงเขามากนักโดยเฉพาะครึ่งหลังที่โดนจับโยกไปเล่นกองหน้า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 3

เรียกจุดโทษให้กับทีมได้สำเร็จแต่เรื่องดีของเขาทั้งเกมมีแค่นั้น อาจจะไม่แฟร์นักที่โดนใบแดงอยู่คนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นบทเรียนสำคัญของเจ้าตัวไม่ให้ใช้อารมณ์มากเกินไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เฟร็ด 4 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.46)

ถูกส่งมาเพื่อให้แดนกลางเข้าที่มากขึ้นแต่สุดท้ายไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แถมจ่ายขึ้นหน้าพลาดหลายครั้ง

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 4 (ลงมาแทน เนมานย่า มาติช น.46)

ไม่ต่างจาก เฟร็ด เนื่องจากไม่ได้ช่วยแดนกลางให้ดีขึ้น

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค 5 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.68)

ลงมาเล่นทางฝั่งขวาแต่ได้บอลค่อนข้างน้อย

 

ของดี ? เจาะผลงานซีซั่นก่อนของ อเล็กซ์ เตลเลส

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานักเตะที่ตกเป็นข่าวกับการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุด ไม่ใช่ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกต่อไป แต่เป็น อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนของ เอฟซี ปอร์โต้ โดยกระแสข่าวส่วนใหญ่เทไปในทิศทางที่ว่าเจ้าตัวอยากมาซบ "ปีศาจแดง" สุดๆ แต่ทั้ง 2 ทีมยังหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวไม่ได้
    ว่ากันว่าที่จริงตอนนี้ ปอร์โต้ ตัดใจยอมปล่อยเขาเต็มที่จนลดราคาจาก 27.7 ล้านปอนด์เหลือเพียง 17 ล้านปอนด์เท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นก็เสี่ยงที่จะเสียเขาไปแบบฟรีๆ ในช่วงกลางปีหน้า หลังจากที่สัญญาของ เตลเลส เหลืออีกไม่ถึง 1 ปี แต่ในทางกลับกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มองว่าเรื่องดังกล่าวมันก็น่าจะทำให้ค่าตัวของแข้งวัย 28 ปีถูกลงไปได้อีก

    ทั้งนี้ ข่าวการสนซิว เตลเลส ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้บางคนแปลกใจพอตัวเมื่อพิจารณาถึงการที่ทีมมี ลุค ชอว์ กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เป็นตัวเลือกในตำแหน่งนั้นอยู่แล้ว แต่บางคนก็คิดว่าทั้งคู่ยังไม่ดีพอที่จะเป็นกำลังหลักแบบต่อเนื่อง ดังนั้นการได้ เตลเลส มาร่วมทัพก็อาจจะทำให้พวกเขาได้แบ็กซ้ายที่ฝีเท้าดีมาช่วยทีม รวมถึงช่วยกระตุ้นทั้ง 2 คนที่มีอยู่ในทีมให้ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาให้ได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาดูผลงานของเขาคร่าวๆ จากการเล่นให้ ปอร์โต้ ในฤดูกาลก่อนกัน

    – การผ่านบอล
    ถ้าวัดในด้านค่าเฉลี่ยการผ่านบอลแล้วนั้น เตลเลส ไม่ใช่คนที่ผ่านบอลระยะไกลได้ดีเท่าไหร่ เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะยาวเข้าเป้าเพียงแค่ 1.8 ครั้งต่อนัด น้อยจนเป็นลำดับท้ายๆ ของลีกหากนับเฉพาะนักเตะในตำแหน่งแนวรับที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกมเมื่อซีซั่นก่อน แต่ในด้านการผ่านบอลระยะสั้นนั้นเขาทำได้ดีพอตัวด้วยค่าเฉลี่ยการผ่านบอลเข้าเป้า 28.3 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 19 ของลีกหากเทียบในกรณีเดียวกัน

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นจุดเด่นอย่างมากของ เตลเลส ในซีซั่นที่แล้วก็คือการผ่านบอลที่กลายเป็นจังหวะสำคัญ เพราะเขาทำได้ 1.8 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 2 ของลีกสำหรับนักเตะในตำแหน่งแนวรับที่ลงเล่นอย่างต่ำ 25 เกม แพ้เพียง อเลฆานโดร กริมัลโด้ ฟูลแบ็ก เบนฟิก้า ที่ทำไป 2.2 ครั้งต่อเกมเพียงคนเดียวเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้ เตลเลส เลยเป็นแนวรับที่ทำแอสซิสต์ในลีกได้มากที่สุดของ พรีเมยร่า ลีกา เมื่อฤดูกาลก่อนตามไปด้วย จากการทำไป 8 แอสซิสต์

    – เกมรับ
    ถ้าพูดถึงเฉพาะการพุ่งเสียบแล้วนั้น เตลเลส ทำผลงานได้ในระดับธรรมดา เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอล 1.1 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 23 ร่วมของลีกสำหรับแนวรับที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ขณะเดียวกันเขาก็โดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไป 0.6 ครั้งต่อนัด จนอยู่ที่ 24 ร่วมสำหรับชาร์ตคตที่โดนเลี้ยงบอลผ่านน้อยที่สุด

    อย่างไรก็ตาม อดีตแข้ง กาลาตาซาราย เป็นคนที่อ่านเกมได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะเขาสามารถตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1.8 หนต่อเกม สูงเป็นอันดับ 5 ร่วมของลีกสำหรับแนวรับที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ขณะเดียวกันเขาก็ยังช่วยบล็อกการผ่านบอลของคู่แข่งได้ 0.8 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 4 ร่วมด้วย

    – เกมบุก
    ตลอดทั้งฤดูกาลก่อน เตลเลส มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 0.6 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 10 ของแนวรับทั้งหมดที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 นัด ขณะที่การโดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้าก็อยู่ที่ 0.4 หนต่อเกม น้อยเป็นอันดับ 21 ของลีก

    นอกจากนี้ เตลเลส ยังสามารถเรียกฟาวล์ได้ 0.8 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 12 ของลีกสำหรับแนวรับที่ลงเล่นอย่างต่ำ 25 นัดด้วย ขณะเดียวกันเขาก็ถือเป็นแบ็กซ้ายที่มุ่งมั่นกับเกมบุกเยอะพอตัว เพราะเขามีจังหวะพยายามทำประตู 1.3 ครั้งต่อนัด สูงเปํนอันดับ 2 ของลีกเลยทีเดียว

ปอร์โต้ว่ายังไงหลังแมนยูให้ค่าตัวเตลเลสต่ำกว่าที่ตั้งไว้

โอ โชโก้ สื่อของโปรตุเกส ตีข่าว ปอร์โต้ ไม่ถูกใจข้อเสนอที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นขอซื้อ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายของทีมจนถึงขั้นไม่แม้กระทั่งจะตอบกลับไปทาง "ปีศาจแดง" เลย โดยเชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวต่ำกว่าที่ ปอร์โต้ ตั้งเอาไว้ 6 ล้านปอนด์ด้วยกัน

เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรดังของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ไม่พอใจกับข้อเสนอที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นขอซื้อ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายของพวกเขาจนถึงขั้นไม่แม้กระทั่งติดต่อกลับไปหา "ปีศาจแดง" ด้วยซ้ำ ตามรายงานของ โอ โชโก้ สื่อของแดนฝอยทอง

เตลเลส เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเสริมทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ ลุค ชอว์ มักจะมีปัญหาด้านอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก็ยังอายุน้อยอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าดาวเตะชาวบราซิเลียนอยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากๆ และตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับทีมดังของอังกฤษได้แล้วด้วย

ทั้งนี้ เคยมีรายงานระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอขอซื้อ เตลเลส เป็นครั้งแรกไปแล้ว โดยให้ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 480 ล้านบาท) ซึ่งมันต่ำกว่าที่ ปอร์โต้ ต้องการ เพราะทีมดังของโปรตุเกสตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 720 ล้านบาท) โดยสาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวแค่นั้นเป็นเพราะมองว่า เตลเลส เหลือสัญญากับ ปอร์โต้ จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ทำให้ถ้าเกิด ปอร์โต้ ไม่รีบขายเขาแล้วล่ะก็ เตลเลส ก็อาจจะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และเขายังสามารถเจรจาเรื่องย้ายทีมแบบฟรีๆ ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้เลยด้วย

อย่างไรก็ตาม ปอร์โต้ ก็ไม่พอใจกับข้อเสนอที่ว่าจนไม่ยอมตอบกลับไปทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ โดยตลาดการเสริมทัพจะปิดตัวในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้แล้วด้วย

 

เก็บตกวันผีโดนวิลล่าสอย

ย้อนกลับไปเมื่อวันเสาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ในเกมอุ่นเครื่องที่ วิลล่า พาร์ค

1. ในภาพคือผู้เล่น 11 ตัวจริงในระบบ 4-2-3-1 โดย สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กัน แต่ที่น่าสนใจคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในตำแหน่งหน้าต่ำ (บางมีผังในทีวีอาจขึ้นผิดก็ได้ เพราะในสนาม เจสซี่ ลินการ์ด อาจเป็นหน้าต่ำ แดน เจมส์ เป็นหน้าขวา และ ‘แรช’ อยู่ทางซ้ายตามถนัด)

ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ลุค ชอว์ หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วนบนม้านั่งสำรองคือดาวรุ่งเกือบจะล้วนๆ

2. ผู้เล่นตัวหลักที่หายไปคือ ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, เอริก ไบยี่, ปอล ป๊อกบา, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู๊ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

3. รายงานว่า ลุค ชอว์ ผอมเพรียวและเล่นได้ดี ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พอใจในฟอร์มการเล่นของ ‘ดีวีบี’ ส่วน ปอล ป๊อกบา หายจากโควิด และกลับมาซ้อมได้แล้วนะครับ

4. แจ็ค กรีลิช ลงเล่นในเกมนี้ด้วย แต่คนทำประตูชัยให้ แอสตัน วิลล่า เป็นกองหน้าคนใหม่อย่าง โอลลี่ วัตกิ้นส์ ซึ่งหากใครได้เห็นไฮไลท์การทำประตูนี้จะพบว่าปราการหลังอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้แต่ยืนมองเฉยๆ

5. แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษในเกมนี้นะครับ แม้ซีซั่นที่แล้วพวกเขาจะได้จุดโทษมากที่สุดถึง 22 ครั้ง

คลิปไฮไลท์!แมนยูเครื่องไหม้วิลล่าซัดดับ1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาที่ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกให้ฟาดแข้งจัดทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแต่บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า ซัดดับ 1-0 ในเกมที่เตะแบบปิดสนาม ไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

โดยเกมนี้กุนซือนอร์วีเจี้ยนจัดทีมตัวจริงประกอบด้วยดีน เฮนเดอร์สัน ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ ; สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ; เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด , แดเนี่ยล เจมส์ ; โอเดียน อิกาโล่

ขณะที่ฝั่งวิลล่าก็จักตัวสำรองลงเล่นเป็นส่วนใหญ่โดยที่มีตัวหลักอย่างแจ็ค กรีลิช, ไทโรน มิงส์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเกต์ รงมทั้งส่ง  โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ลงล่าตาข่าย

เกมนี้เป็นวิลล่ามาได้ประตูขึ้นนำในนาที 15 จากการโหม่งโล่งๆของ วัตกิ้นส์ จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งจาก เจมส์ ได้ซัดเหน่งๆช่วงท้ายครึ่งแรกแต่กลับยิงแป๊ก และ ลินการ์ด ได้ซัดเหน่งๆแต่เจด เสตียร์ เซฟได้เยี่ยม ขณะที่ครึ่งหลังเป็น "ปีศาจแดง" ที่ทำเกมได้ดีกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไร้ประสิทธิภาพทำให้จบเกมบุกมาพ่าย 0-1

หอกใหม่ค่าตัวสถิติซัดชัย! วิลล่าเผาเครื่องแมนยู เกมอุ่นแบบปิด

แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปโดน แอสตัน วิลล่า เผาเครื่องในเกมกระชับมิตรเรียกความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลที่เตะแบบปิดสนาม โดยไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

บรรดานักข่าวที่อังกฤษ พยายามสืบหารายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม โดยเฉพาะฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ได้ความเพียงว่า หนึ่งคนที่ไม่ได้ลงสนามแน่นอนคือ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่รายงานวงในจากสื่อท้องถิ่นเมืองเบอร์มิงแฮม ระบุ ผู้เล่นที่ลงตัวจริงให้ปีศาจแดง มีชื่อของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู, คู่เซ็นเตอร์แบ็กใช้ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ จับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยมีแบ็กขวา-ซ้ายเป็น ดีโอโก้ ดาโล่ต์ กับลุค ชอว์ โดยมี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนหน้าแนวรับร่วมกับแข้งป้ายแดงอย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค โดยทิ้ง โอเดียน อิกาโล่ เป็นหน้าเป้า และให้สามประสานทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และแดเนี่ยล เจมส์ สนับสนุน

ด้าน วิลล่า ของกุนซือ ดีน สมิธ ที่มีคิวลงเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ ถูกระบุว่าจัดแข้งใหม่อย่าง แม็ตตี้ แคช และ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงลุยด้วย โดยผลการแข่งขัน เป็นทาง สิงห์ผงาด ที่เผาเครื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัย น.15 ของ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด สดๆ ร้อนๆ จากการทวิตแจ้งของ เอียน เทย์เลอร์ อดีตดาวดังสิงห์ผงาด

แมนยูว่าไง?ปอร์โต้ยอมลดค่าตัวเตลเลส

อา โบล่า สื่อของโปรตุเกส ระบุ ปอร์โต้ ลดค่าหัวของ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือ 18.5 ล้านปอนด์ หลังจากเคยอยากได้เงิน 27.7 ล้านปอนด์ด้วยกัน

เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรดังของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ลดค่าตัวของ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนเหลือ 18.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 758.5 ล้านบาท) ตามรายงานของ อา โบล่า สื่อชื่อดังของแดนฝอยทอง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเรื่องการเสริมทัพในตำแหน่งแบ็กซ้ายหนักพอตัวในช่วงหลัง เพราะว่ากันว่าเขาอยากหาคนมาแย่งตำแหน่งกับ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวจริงคนปัจจุบัน แม้ว่าแล้วฤดูกาลก่อน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งจะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่งก็ตาม

ที่จริงช่วงที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด มีข่าวกับ เซร์คิโอ เรกีล่อน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด อย่างหนัก หลังจากซีซั่นก่อน เรกีล่อน เล่นได้โดดเด่นกับ เซบีย่า จนถึงขั้นได้รับเลือกให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด หันไปหา เตลเลส เป็นตัวเลือกสำรอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าเอเยนต์ของแข้งชาวบราซิเลียนได้เดินทางไปที่สหราชอาณาจักรเพื่อคุยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมกับตัวแทนของ "ปีศาจแดง" เช่นกัน

ทั้งนี้ เดิมที ปอร์โต้ ตั้งค่าหัวของ เตลเลส เอาไว้ที่ 27.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,135.7 ล้านบาท) แต่ล่าสุดก็ยอมลดค่าตัวแล้ว เพราะแข้งวัย 27 ปีเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น และ ปอร์โต้ ก็ไม่อยากเสียเขาไปแบบฟรีๆ อย่างไรก็ตาม นอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น มันก็ยังมีอีกหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับ เตลเลส อย่างเช่น เชลซี, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นต้น